ม.นเรศวร ร่วมประชุมวิชาการ APACPH ครั้งที่ 56 ณ เชียงราย แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระดับนานาชาติ

ระหว่างวันที่ 5–7 พฤศจิกายน 2568 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติ The 56th Asia Pacific Academic Consortium for Public Health Conference (APACPH) ซึ่งจัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

การเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.นิทรา กิจธีระวุฒิวงษ์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และนิสิตของคณะฯ ซึ่งได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเวทีวิชาการระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ตัวแทนจาก มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เข้าร่วมฟังการบรรยาย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ รวมถึงได้รับเกียรติให้ร่วมเป็นกรรมการตัดสินผลงานวิจัยที่นำเสนอภายในงาน ซึ่งถือเป็นการแสดงศักยภาพทางวิชาการและบทบาทผู้นำด้านสาธารณสุขในระดับนานาชาติ

การประชุม APACPH ครั้งที่ 56 จัดขึ้นภายใต้หัวข้อหลัก “Public Health Challenges in a Disruptive World” โดยได้รับความสนใจอย่างคับคั่ง มีผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย และผู้แทนจากสถาบันการศึกษา รวมไปถึงองค์กรภาครัฐและเอกชนที่ดำเนินงานด้านสาธารณสุขเข้าร่วมกว่า 600 คน จากทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

เวทีนี้นับเป็นโอกาสสำคัญยิ่งในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่ทันสมัย นำเสนอผลงานวิจัยนวัตกรรม และหารือแนวทางในการพัฒนาระบบสุขภาพอย่างยั่งยืน เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านสาธารณสุขในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และมุ่งเน้นการส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน

การเข้าร่วมประชุมของคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นการตอกย้ำพันธกิจด้านการสร้างเครือข่ายวิชาการและการวิจัยระดับนานาชาติ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความร่วมมือด้าน Global Health และผนึกกำลังภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนงานด้านสาธารณสุขสู่อนาคต

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงมุ่งมั่นที่จะนำองค์ความรู้และเครือข่ายความร่วมมือที่ได้รับ มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การวิจัย และการบริการวิชาการ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาวะที่ดีอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ควบคู่ไปกับการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบสาธารณสุขทั้งในระดับประเทศและระดับสากลต่อไป

ม.นเรศวร ขับเคลื่อนพื้นที่เรียนรู้รักษ์โลก สู่สภาพแวดล้อมที่ยั่งยืน

วันพุธที่ 22 ตุลาคม 2568 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นำเสนอแนวคิด “พื้นที่เรียนรู้ที่ยั่งยืนและใส่ใจสิ่งแวดล้อม” ผ่านบทสัมภาษณ์ผู้บริหาร อาจารย์ และตัวแทนนิสิต เพื่อสะท้อนการร่วมกันสร้างพื้นที่สีเขียวแห่งการเรียนรู้ที่เอื้อต่อสุขภาวะของทุกคน

รองศาสตราจารย์ ดร.นิทรา กิจธีระวุฒิวงษ์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ ดร.สุดาวดี ยะสะกะ พร้อมด้วยนางสาวมานิตา สว่างแจ้ง และนางสาวธัญสุดา กระต่ายทอง ตัวแทนนิสิต ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของพื้นที่เรียนรู้ในการเชื่อมโยงการศึกษา สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม

บทสัมภาษณ์ดำเนินรายการโดยนายอดิเรก มีบุญ นักประชาสัมพันธ์ งานประชาสัมพันธ์ กองกลาง สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งช่วยถ่ายทอดแนวคิดและการดำเนินงานของคณะสาธารณสุขศาสตร์สู่ผู้รับชมในวงกว้าง

การพัฒนาพื้นที่สีเขียวและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้ ช่วยให้นิสิตและบุคลากรมีพื้นที่สำหรับทำกิจกรรม พักผ่อน และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน อันเป็นส่วนสำคัญของการส่งเสริมสุขภาวะทั้งทางกายและใจภายในมหาวิทยาลัย

การดูแลพื้นที่สีเขียวในมหาวิทยาลัยยังช่วยสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างเหมาะสม และสร้างพื้นที่ที่เอื้อต่อการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของพืชและสิ่งมีชีวิตในบริเวณมหาวิทยาลัย

การมีส่วนร่วมของนิสิตในกิจกรรมและการสื่อสารประเด็นสิ่งแวดล้อม ช่วยพัฒนาความรู้ ทักษะ และความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ทำให้นิสิตตระหนักถึงบทบาทของตนเองในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศในพื้นที่ใกล้ตัว

คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ส่งเสริมการขับเคลื่อนแนวคิด Green University & Sustainable Learning Space เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรกับโลก และปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้กับนิสิตและชุมชน ควบคู่กับการดูแลพื้นที่สีเขียวและระบบนิเวศบนบกอย่างต่อเนื่อง

ม.นเรศวร จัดโครงการ Next Gen Well-Being สร้างพื้นที่เรียนรู้เพื่อสุขภาวะคนรุ่นใหม่

วันพุธที่ 17 กันยายน 2568 ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดโครงการสาระพัฒน์เพื่อสังคมที่ยั่งยืน ปีที่ 2 ภายใต้หัวข้อ “Next Gen Well-Being: สุขภาวะแห่งเจนเนอเรชันใหม่” ณ โถงกิจกรรมชั้น 1 อาคารคณะสังคมศาสตร์ เพื่อสร้างพื้นที่แห่งความคิดสร้างสรรค์และการเรียนรู้สำหรับนิสิตและผู้สนใจ

โครงการดำเนินงานโดยนิสิตสาขาวิชาพัฒนาสังคม ชั้นปีที่ 3 ซึ่งร่วมกันวางแผน ออกแบบ และบริหารกิจกรรมทุกขั้นตอน เป็นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติที่เชื่อมโยงองค์ความรู้จากห้องเรียนสู่การลงมือทำจริง พร้อมพัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีม การสื่อสาร และความรับผิดชอบต่อสังคม

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการประกวด Next Gen Speech for Well-being เปิดโอกาสให้นิสิตถ่ายทอดมุมมองและแนวคิดเกี่ยวกับการสร้างสุขภาวะ การบรรยายพิเศษหัวข้อ “น้ำแทนน้ำตาล ทางเลือกวัยรุ่นยุคใหม่” เพื่อให้ความรู้ด้านโภชนาการและการเลือกบริโภคเครื่องดื่มอย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ ยังมีการประกวด Healthy Beat Cover Dance ซึ่งผสานดนตรีเข้ากับการออกกำลังกาย การประกวด Well-Being Ambassador เพื่อค้นหาตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และบุคลิกภาพที่สะท้อนการมีสุขภาวะที่ดี รวมถึงนิทรรศการภาพวาด “สายเส้นบำบัด” ที่สื่อถึงบทบาทของศิลปะในการผ่อนคลายจิตใจและส่งเสริมสมาธิ

ผู้เข้าร่วมงานยังได้เรียนรู้ผ่านบูธกิจกรรมสร้างพลังบวก ได้แก่ บูธข้อความฮีลใจที่ส่งต่อกำลังใจแก่ผู้ร่วมงาน และบูธ DrinkWellU ที่ชวนทำเครื่องดื่มด้วยตนเอง ควบคู่กับการฝึกอ่านฉลากโภชนาการและการกำหนดเป้าหมายการดื่มเพื่อสุขภาพ

การจัดโครงการครั้งนี้ ส่งเสริมการดูแลสุขภาวะของคนรุ่นใหม่ในทุกมิติ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม โดยนำเสนอเนื้อหาในรูปแบบที่เข้าถึงได้ง่ายและสอดคล้องกับวิถีชีวิตของนิสิต ช่วยให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการดูแลตนเองในชีวิตประจำวัน

โครงการยังเปิดพื้นที่ให้นิสิตได้แสดงออกอย่างสร้างสรรค์ เคารพความหลากหลาย และเรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างเท่าเทียม อันเป็นพื้นฐานสำคัญของการอยู่ร่วมกันในสังคมที่ให้คุณค่ากับศักดิ์ศรีและโอกาสของทุกคน

มหาวิทยาลัยนเรศวรเดินหน้าสนับสนุนการเรียนรู้ที่พัฒนาผู้เรียนอย่างรอบด้าน ผ่านกิจกรรมที่บูรณาการความรู้ ทักษะชีวิต และความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพ มีสุขภาวะที่ดี และร่วมขับเคลื่อนสังคมอย่างสร้างสรรค์

ม.นเรศวร จัดกิจกรรม “PLANET LOVING ZONE” สร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน

วันศุกร์ที่ 26 กันยายน 2568 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม “PLANET LOVING ZONE พื้นที่นี้รักษ์โลก” เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างความตระหนักด้าน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ผ่านกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นิสิต บุคลากร และประชาชนทั่วไปได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ณ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ภายในงานมีการจัด นิทรรศการด้านโลกร้อนและสิ่งแวดล้อม ถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับสาเหตุ ผลกระทบ และแนวทางการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมนำเสนอแนวทางการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ทรัพยากรในชีวิตประจำวัน เพื่อสร้างความเข้าใจและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

กิจกรรมยังประกอบด้วย ร้านค้ากว่า 16 ร้าน ที่ร่วมสนับสนุนแนวคิดการบริโภคอย่างรับผิดชอบ โดยนำเสนอสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดการสร้างของเสีย และสนับสนุนการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยสร้างความตระหนักถึงบทบาทของผู้บริโภคในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการเลือกซื้อและการใช้สินค้าอย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเกมและกิจกรรมสร้างสรรค์ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ เสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการทรัพยากร การลดขยะ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการบูรณาการ องค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม การเรียนการสอน และการบริการวิชาการ เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างคณะ หน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย ภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน ในการร่วมกันพัฒนากิจกรรมและแนวปฏิบัติที่ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน และสร้างสังคมที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

กิจกรรม PLANET LOVING ZONE ยังเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นิสิต บุคลากร และผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างแรงบันดาลใจในการนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการลดของเสีย การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสร้าง สังคมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ผ่านการส่งเสริมความรู้ การมีส่วนร่วม และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านการบริโภคและการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ เพื่อร่วมกันลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ

ม.นเรศวร จัดกิจกรรม MS2O Organic Market ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ เชื่อมโยงผู้ผลิตสู่ผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

กันยายน 2568 คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม MS2O Organic Market ประจำเดือนกันยายน 2568 เพื่อส่งเสริมการบริโภคอาหารที่ปลอดภัย สนับสนุนสินค้าเกษตรอินทรีย์จากผู้ผลิตท้องถิ่น และสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้ผลิต ผู้บริโภค และชุมชน ภายใต้แนวคิดการพัฒนาระบบอาหารที่ยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

ภายในงานมีการจำหน่าย ผัก ผลไม้ ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ และอาหารคุณภาพ จากผู้ผลิตท้องถิ่นที่นำผลผลิตส่งตรงจากแหล่งผลิตถึงผู้บริโภค ช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้แก่เกษตรกร สร้างรายได้ให้ชุมชน และส่งเสริมให้ผู้บริโภคเข้าถึงอาหารที่ปลอดภัย สดใหม่ และมีคุณค่าทางโภชนาการ

กิจกรรมเด่นประจำเดือน คือ MINI Workshop “สบู่ใบฝรั่ง” โดย คุณณัฐวรารินทร์ เม่งมั่งมี จากณัฐวรารินทร์ฟาร์ม ซึ่งถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการผลิตสบู่จากวัตถุดิบธรรมชาติ พร้อมแบ่งปันแนวทางการนำทรัพยากรในท้องถิ่นมาเพิ่มมูลค่า และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อลดการใช้สารเคมีและส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การจัดเวิร์กชอปครั้งนี้ยังเป็นการเผยแพร่ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าร่วมเห็นคุณค่าของการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ผ่านการเรียนรู้จากผู้ผลิตโดยตรง ซึ่งสามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดในการดำเนินชีวิต การสร้างอาชีพ หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนได้ในอนาคต

นอกจากการเป็นตลาดจำหน่ายสินค้าแล้ว MS2O Organic Market ยังเป็นพื้นที่แห่งการสร้าง เครือข่ายความร่วมมือ ระหว่างมหาวิทยาลัย เกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค เพื่อสนับสนุนระบบอาหารที่ยั่งยืน ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการผลิต การแปรรูป และการบริโภคอย่างรับผิดชอบ ตลอดจนสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากของชุมชน

การดำเนินกิจกรรมดังกล่าวสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการส่งเสริม ความมั่นคงทางอาหาร การบริโภคและการผลิตอย่างรับผิดชอบ และการสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน โดยสนับสนุนเกษตรกรไทยให้มีช่องทางจำหน่ายผลผลิต เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ พร้อมสร้างความตระหนักแก่ผู้บริโภคในการเลือกใช้สินค้าเกษตรอินทรีย์และผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

กิจกรรม MS2O Organic Market เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่านการเชื่อมโยงผู้ผลิตกับผู้บริโภค การสนับสนุนเกษตรอินทรีย์ การส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ชุมชน และผู้ประกอบการ เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบอาหารที่ปลอดภัย สร้างรายได้ให้เกษตรกร และใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าเพื่อประโยชน์ของสังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

ม.นเรศวร จัดบรรยายพิเศษด้านการดำเนินคดีสิ่งแวดล้อม เสริมศักยภาพนักกฎหมายเพื่อความยั่งยืน

วันศุกร์ที่ 5 กันยายน 2568 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “การดำเนินคดีสิ่งแวดล้อมในศาลปกครอง” ให้แก่นิสิตหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต ชั้นปีที่ 4 เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะวิชาชีพทางกฎหมายที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

กิจกรรมทางวิชาการในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก ดร.ชาญวิทย์ ชัยกันย์ ตุลาการศาลปกครองระยอง มาเป็นวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในการบรรยายถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ตรง เพื่อเตรียมความพร้อมแก่นิสิตในการก้าวสู่การปฏิบัติงานจริง

การจัดบรรยายดังกล่าว เป็นส่วนสำคัญของการจัดการเรียนการสอนในรายวิชา กฎหมายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งมุ่งเน้นการบูรณาการความรู้ทางด้านทฤษฎีและแนวทางการปฏิบัติเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ

วัตถุประสงค์หลักของการจัดกิจกรรม มุ่งเน้นให้นิสิตได้ทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึง บทบาทของศาลปกครองในการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ตลอดจนกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นกลไกหลักในการสร้างสถาบันที่เข้มแข็ง โปร่งใส และตรวจสอบได้

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังได้เรียนรู้ แนวทางปฏิบัติจริงในการดำเนินคดี ที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อนำหลักกฎหมายไปใช้ในการสนับสนุนให้เกิดการบริหารจัดการและการใช้ทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบ

การบรรยายยังช่วยเสริมสร้างความตระหนักรู้ในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม โดยเน้นย้ำถึงสิทธิและหน้าที่ในการปกป้องระบบนิเวศ เพื่อป้องกันผลกระทบเชิงลบที่จะเกิดขึ้นต่อสุขภาพของประชาชนและชุมชนส่วนรวม

การเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญโดยตรงในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีในการพัฒนาศักยภาพนิสิตให้มีความพร้อมต่อการทำงานจริง และสามารถนำองค์ความรู้ทางกฎหมายไปประยุกต์ใช้เพื่อส่งเสริมการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน ต่อไปในอนาคต

ม.นเรศวร ชวนร่วมกิจกรรม “ทิ้งเทิร์นให้โลกจำ Upvel 3” ลดขยะพลาสติก สร้างมหาวิทยาลัยสีเขียวอย่างยั่งยืน

วันอังคารที่ 5 สิงหาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยศูนย์จิตอาสาและงานพัฒนานิสิต เชิญชวนนิสิตและบุคลากรเข้าร่วมกิจกรรม “ทิ้งเทิร์นให้โลกจำ Upvel 3” เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการจัดการขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการคัดแยกและส่งต่อขวดพลาสติกเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างถูกต้อง อันเป็นการสร้างวัฒนธรรมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและรับผิดชอบร่วมกันภายในมหาวิทยาลัย

กิจกรรมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมมีส่วนร่วมได้อย่างง่ายดาย โดยการถ่ายภาพขวดพลาสติกประเภท PET และ HDPE ที่แยกประเภทเรียบร้อย จากนั้นลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ พร้อมอัปโหลดภาพเข้าสู่แพลตฟอร์มของโครงการ ซึ่งระบบจะแสดงจำนวนขวดพลาสติกที่ผู้เข้าร่วมสามารถนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้ ช่วยให้ทุกคนเห็นผลลัพธ์ของการมีส่วนร่วมในการลดปริมาณขยะพลาสติกอย่างเป็นรูปธรรม

การคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางถือเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพของ เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัด ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในการผลิตวัสดุใหม่ และเพิ่มโอกาสในการนำพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์อีกครั้ง ซึ่งมีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิตและการกำจัดของเสีย รวมทั้งลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการพัฒนา มหาวิทยาลัยสีเขียว (Green University) โดยส่งเสริมการจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่นิสิตและบุคลากร ผ่านกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และร่วมกันลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว

นอกจากการรณรงค์ด้านการคัดแยกขยะแล้ว กิจกรรมยังเป็นเวทีในการสร้าง เครือข่ายความร่วมมือ ระหว่างมหาวิทยาลัย ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมกันผลักดันแนวทางการรีไซเคิล การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการพัฒนาระบบบริหารจัดการขยะที่สามารถขยายผลสู่ระดับชุมชนและสังคมได้อย่างยั่งยืน

ข้อมูลที่ได้จากการดำเนินกิจกรรมสามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมการคัดแยกขยะ ประเมินประสิทธิภาพของการจัดการของเสีย และใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนพัฒนาระบบบริหารจัดการขยะของมหาวิทยาลัย รวมทั้งสนับสนุนการกำหนดมาตรการและกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมที่ตอบโจทย์การลดของเสียและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

กิจกรรม “ทิ้งเทิร์นให้โลกจำ Upvel 3” จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสร้างการมีส่วนร่วมของนิสิตและบุคลากรมหาวิทยาลัยนเรศวรในการจัดการขยะพลาสติกอย่างเป็นระบบ ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และร่วมกันขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านการลงมือปฏิบัติที่สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

ม.นเรศวร จัดงานสัมมนา Planetary Health มุ่งขยายเครือข่ายความร่วมมือเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 14 กรกฎาคม 2568 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดงานสัมมนาวิชาการ PHNU 2nd Planetary Health Seminar 2025 ภายใต้แนวคิด “From Public Health to Planetary Health: Bridging Science and Society for a Sustainable Future” หรือ “จากการสาธารณสุขสู่สุขภาพพิภพโลก: สะพานเชื่อมระหว่างวิทยาศาสตร์และสังคมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน”

กิจกรรมทางวิชาการในครั้งนี้ได้เปิดมุมมองใหม่สู่การพัฒนาสุขภาพที่ครอบคลุมทั้งมนุษย์และโลกใบนี้ โดยมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพการศึกษาและการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ที่จำเป็นในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสุขภาวะของมวลมนุษยชาติ

ภายในงานเป็นการบูรณาการองค์ความรู้ข้ามศาสตร์อย่างแท้จริง โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรและผู้เข้าร่วมที่มาจากหลากหลายสาขาวิชาชีพ ทั้งด้านสาธารณสุข การออกแบบเมือง คณิตศาสตร์ ภูมิสารสนเทศ กฎหมายและการพัฒนาสังคม รวมถึงด้านสุขภาพโลกและสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนทรรศนะและนำเสนอทางออกที่สร้างสรรค์

ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ทางสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มลพิษทางอากาศ หรือการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ การทำความเข้าใจถึงความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพของมนุษย์และความสมบูรณ์ของระบบนิเวศจึงเป็นวาระเร่งด่วนที่ทุกภาคส่วนต้องให้ความสำคัญ

กิจกรรมไฮไลต์ที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือการเสวนาเข้มข้นว่าด้วยความท้าทายของ Planetary Health ซึ่งเป็นการนำเสนอข้อมูลเชิงลึกและแบ่งปันประสบการณ์จริงจากวิทยากร เพื่อร่วมกันวิเคราะห์และค้นหาแนวทางรับมือกับวิกฤตการณ์ทางสุขภาพและนิเวศวิทยาในปัจจุบันอย่างเป็นระบบ

ผู้เข้าร่วมงานยังได้ร่วมกันถกประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการสื่อสารวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญในการแปลงเนื้อหาเชิงวิชาการให้เข้าถึงง่าย อันจะนำไปสู่การมีส่วนร่วมของสังคมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ระดับชุมชนไปจนถึงระดับประเทศ รวมถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ การสัมมนายังเป็นเวทีสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของนิสิต นักวิชาการ และผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ให้มีทักษะความรู้ที่ทันสมัย สามารถนำแนวคิดด้านสุขภาพพิภพโลกไปประยุกต์ใช้ในการวางแผนนโยบาย หรือการดำเนินโครงการต่างๆ ที่ส่งเสริมสุขภาวะของคนในชุมชนควบคู่ไปกับการฟื้นฟูธรรมชาติ

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเวทีนี้ยังมุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือระหว่างภาคส่วน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขยายเครือข่ายพันธมิตรทั้งจากหน่วยงานวิชาการ ภาครัฐ และภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาความยั่งยืนให้เกิดขึ้นจริงอย่างเป็นรูปธรรมในทุกมิติ

ความสำเร็จของการจัดงานในวันนี้เกิดขึ้นจากการผนึกกำลังของทุกภาคส่วน โดยทางคณะผู้จัดงานหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การเชื่อมโยงระหว่างผู้คน องค์ความรู้ และโลกใบนี้ จะยังคงเติบโตและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นรากฐานในการสร้างสรรค์สังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนต่อไป

ม.นเรศวร โชว์นวัตกรรมสิ่งแวดล้อม ร่วมจัดงานวันสิ่งแวดล้อมโลก 2568 ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน

วันพฤหัสบดีที่ 5 มิถุนายน 2568 คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมจัดบูธนิทรรศการในงาน วันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2568 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พิษณุโลก

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้เป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญ โดยจัดร่วมกับ สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 3 พร้อมด้วยเครือข่ายความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชน โดยได้รับเกียรติจาก นายทรงพล วิชัยขัทคะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานเปิดงาน

ภายในงาน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รังสรรค์ เกตุอ๊อต หัวหน้าภาควิชาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เข้าร่วมเป็นผู้แทนของคณะฯ เพื่อร่วมถ่ายภาพหมู่ในพิธีเปิดงาน ซึ่งแสดงถึงพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนพันธกิจด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาเครือข่ายพันธมิตรที่ยั่งยืน

กิจกรรมที่น่าสนใจบนเวทีเสวนาหัวข้อ “พิษณุโลก เมืองนวัตกรรมเพื่อโลกสะอาด” ได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณิชากร คอนดี ผู้ช่วยคณบดี ร่วมเป็นวิทยากร โดยได้นำเสนอการขับเคลื่อนงานวิจัย นวัตกรรม และองค์ความรู้ทางวิชาการ เพื่อการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างบูรณาการ

นอกจากการเสวนาแล้ว ทางคณะฯ ยังได้นำเสนอผลงานวิจัยที่โดดเด่นด้าน การผลิตสารกำจัดวัชพืชชีวภาพจากวัสดุทางการเกษตร รวมถึงการจัดนิทรรศการ บริการตรวจวิเคราะห์สารตกค้างในผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ซึ่งเป็นการส่งเสริมรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ปลอดภัยและรับผิดชอบต่อระบบนิเวศ

กิจกรรมในครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อสร้างความตระหนักรู้และเผยแพร่ความรู้ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ให้ทุกภาคส่วนได้เข้าใจถึงวิธีการรับมือกับปัญหามลพิษ การคัดแยกขยะ และการดูแลทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นของตนเอง

การดำเนินงานดังกล่าวยังเป็นการเน้นย้ำถึงแนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน ที่มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดการเกิดของเสียและมลพิษ พร้อมทั้งผลักดันการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาสร้างมูลค่าใหม่ในระบบครบวงจร เพื่อมุ่งสู่ความสมดุลทางธรรมชาติอย่างยั่งยืนต่อไป

ม.นเรศวร จัดค่าย มอนอ อาร์ต แอนด์ คราฟต์ แคมป์ รุ่นที่ 1 ปลูกฝังศิลปะและสิ่งแวดล้อมแก่เยาวชน

วันจันทร์ที่ 31 มีนาคม 2568 กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม “มอนอ อาร์ต แอนด์ คราฟต์ แคมป์ | Mornor Art & Craft Camp” รุ่นที่ 1 สำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนปลายในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ณ หอศิลป์มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์

กิจกรรมเริ่มต้นด้วยการนำเยาวชนเข้าสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (องค์จำลอง) เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเข้าชมเส้นทางการเรียนรู้ที่หลากหลาย ซึ่งถือเป็นการส่งเสริม การศึกษาที่ครอบคลุมและมีคุณภาพ ผ่านการเปิดโลกทัศน์และประสบการณ์การเรียนรู้นอกห้องเรียนที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน

เยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการได้รับโอกาสพิเศษในการเข้าชม นิทรรศการแสดงผลงานศิลปนิพนธ์ประจำปีการศึกษา 2567 ของนิสิตชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาทัศนศิลป์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ศิลปะและการออกแบบ ซึ่งจัดขึ้นภายใต้คอนเซปท์ The Dawn of Aesthetic | รุ่งอรุณแห่งสุนทรียะ

นอกจากนี้ น้อง ๆ ยังได้เดินชม นิทรรศการเชิดชูศิลป์ศิลปินแห่งชาติ x มหาวิทยาลัยนเรศวร รวมไปถึงการจัดแสดงนิทรรศการ Special Event ในหัวข้อ “Falling in love รักคุณเข้าแล้ว” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและพัฒนาการรับรู้ทางด้านสุนทรียภาพทางศิลปะให้แก่เด็ก ๆ อย่างรอบด้าน

ในส่วนของกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ เยาวชนได้ร่วมสนุกกับการทำ กิจกรรมผ้าเช็ดหน้ามัดย้อมจากสีธรรมชาติ และ กิจกรรมประดิษฐ์ดอกไม้จากริบบิ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวทาง การบริโภคและการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน โดยเน้นการใช้วัสดุที่ปลอดภัยและลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ

การเลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติในกระบวนการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ไม่เพียงแต่ช่วยให้เด็ก ๆ ได้ปลดปล่อยจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์กันอย่างเต็มที่ แต่ยังเป็นการปลูกฝังเด็ก ๆ ให้เห็นถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม และสร้างความตระหนักรู้ถึงการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า

การจัดค่ายศิลปะในครั้งนี้จึงนับเป็นก้าวสำคัญที่ใช้ศิลปะและความสร้างสรรค์เป็นสื่อกลางในการเรียนรู้นอกห้องเรียน ซึ่งช่วยบ่มเพาะให้เยาวชนเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ มีจิตสำนึกที่ดีต่อสังคม และพร้อมมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนสืบไป

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin