ม.นเรศวร โดยกองอาคารสถานที่ จัดกิจกรรม “แบ่งปันความสดใส 36” ส่งต่อดอกไม้สร้างพื้นที่สีเขียว สู่การใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 2569 กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม “แบ่งปันความสดใส 36” เปิดโอกาสให้บุคลากร นิสิต และประชาคมมหาวิทยาลัย ร่วมกันนำดอกไม้นานาพันธุ์ที่ใช้ประดับในงานพิธีพระราชทานปริญญาบัตรกลับมาใช้ประโยชน์ โดยนำไปปลูกประดับสวนและพื้นที่สีเขียวภายในมหาวิทยาลัย เพื่อเพิ่มความร่มรื่น สร้างภูมิทัศน์ที่สวยงาม และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน

กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนแนวคิด การใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ผ่านการนำดอกไม้ที่ยังสามารถเจริญเติบโตต่อได้กลับมาใช้ประโยชน์ ลดการสูญเปล่าจากการจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ และยืดอายุการใช้ประโยชน์ของทรัพยากรชีวภาพให้เกิดคุณค่าสูงสุด ทั้งยังช่วยลดปริมาณของเสียและสร้างประโยชน์ให้กับพื้นที่ส่วนรวมของมหาวิทยาลัย

การนำดอกไม้ไปปลูกประดับในพื้นที่ต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยช่วยเพิ่ม พื้นที่สีเขียว และสร้างสภาพแวดล้อมที่ร่มรื่น เอื้อต่อการเรียนรู้ การทำงาน และการพักผ่อนของนิสิต บุคลากร และผู้มาเยือน อีกทั้งยังช่วยอนุรักษ์ความหลากหลายของพรรณไม้ และยกระดับภูมิทัศน์ของมหาวิทยาลัยให้มีความสวยงามและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

โครงการ “แบ่งปันความสดใส 36” ยังเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริม การมีส่วนร่วมของประชาคมมหาวิทยาลัย โดยเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนร่วมกันปลูก ดูแล และรักษาพื้นที่สีเขียว สร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และปลูกฝังแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบผ่านการลงมือปฏิบัติจริง

การดำเนินกิจกรรมครั้งนี้สอดคล้องกับแนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่มุ่งใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการนำวัสดุที่ยังสามารถใช้ประโยชน์ได้กลับเข้าสู่กระบวนการใช้งานอีกครั้ง ลดของเสีย ลดการใช้ทรัพยากรใหม่ และสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรที่มีอยู่ ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ กิจกรรมยังเป็นตัวอย่างของการบริหารจัดการทรัพยากรที่คำนึงถึงความคุ้มค่าและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการนำวัสดุที่ยังสามารถใช้ประโยชน์ได้กลับมาใช้ซ้ำ เพิ่มพื้นที่สีเขียว และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาคมมหาวิทยาลัยในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งช่วยยกระดับสภาพแวดล้อมภายในมหาวิทยาลัยให้มีความร่มรื่น น่าอยู่ และยั่งยืนในระยะยาว

การจัดกิจกรรม “แบ่งปันความสดใส 36” ของกองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ผ่านความร่วมมือของบุคลากร นิสิต และประชาคมมหาวิทยาลัยในการเปลี่ยนทรัพยากรที่ใช้ในวันสำคัญให้กลับมาสร้างคุณค่าอีกครั้ง อันเป็นการสร้างมหาวิทยาลัยที่น่าอยู่ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม

ม.นเรศวร เก็บเกี่ยวกะหล่ำปลีผลผลิตแรกจาก NU FARM ส่งเสริมเกษตรปลอดภัยและการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง

วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชนินทร์ อัมพรสถิร คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมเก็บเกี่ยวกะหล่ำปลีผลผลิตหัวแรกจากแปลง Wellness Veggie from NU FARM ณ วิชชาลัยข้าวและชาวนา มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สะท้อนการส่งเสริมการผลิตอาหารปลอดภัย ควบคู่กับการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของนิสิตผ่านการปฏิบัติจริง

โครงการ Wellness Veggie from NU FARM มุ่งผลิต ผักปลอดสารพิษ ที่มีคุณภาพ สดใหม่ และปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค โดยเปิดโอกาสให้นิสิตจากหลากหลายคณะได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้กระบวนการผลิตทางการเกษตร ตั้งแต่การวางแผน การเพาะปลูก การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว ไปจนถึงการจำหน่ายผลผลิต ซึ่งช่วยสร้างประสบการณ์ตรงควบคู่กับการเรียนในห้องเรียน

การดำเนินงานดังกล่าวเป็นการบูรณาการองค์ความรู้ด้าน การเกษตรยั่งยืน เข้ากับการเรียนการสอน โดยเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม การผลิตอาหารที่ปลอดภัย และการสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของระบบอาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งเสริมให้นิสิตพัฒนาทักษะด้านการเกษตร การบริหารจัดการ และการทำงานร่วมกัน

ผลผลิตจากโครงการได้รับการจำหน่ายโดยนิสิตในช่วงเย็นของทุกวัน ภายใต้แนวคิด “จากแปลงสู่จาน” เพื่อให้บุคลากร นิสิต และประชาชนสามารถเข้าถึงผักคุณภาพดีในราคาที่เหมาะสม สนับสนุนการบริโภคอาหารที่ปลอดภัย พร้อมสร้างรายได้และประสบการณ์ด้านการตลาดให้กับนิสิตผู้เข้าร่วมโครงการ

นอกจากการผลิตอาหารคุณภาพแล้ว โครงการยังส่งเสริม การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและการบริโภคอย่างรับผิดชอบ โดยให้ความสำคัญกับการลดการใช้สารเคมี การจัดการแปลงปลูกอย่างเหมาะสม และการผลิตที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งช่วยสร้างต้นแบบการผลิตอาหารที่สมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

การดำเนินงานของ Wellness Veggie from NU FARM ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรที่เปิดโอกาสให้คณาจารย์ นักวิจัย และนิสิตร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมการผลิตอาหารปลอดภัย พร้อมถ่ายทอดแนวทางการทำเกษตรที่ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดการใช้สารเคมี และส่งเสริมการบริโภคที่รับผิดชอบ เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน

กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสร้างแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรที่เชื่อมโยงการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการเข้าด้วยกัน ผ่านการผลิตอาหารปลอดภัย การพัฒนาศักยภาพของนิสิต และการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ เพื่อร่วมสร้างระบบอาหารที่มีคุณภาพ สนับสนุนสุขภาวะของผู้บริโภค และขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนของสังคม

ม.นเรศวร ส่งต่อครุภัณฑ์สร้างคุณค่า ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ขับเคลื่อนการบริหารด้วยธรรมาภิบาลและความร่วมมือ

วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดพิธีส่งมอบครุภัณฑ์ที่ไม่ใช้แล้วให้แก่หน่วยงานภาครัฐและสถานศึกษา เพื่อสนับสนุนการใช้ทรัพยากรของภาครัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด สอดคล้องกับนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินและการบริหารงานตามหลัก ธรรมาภิบาล ของมหาวิทยาลัย โดยพิธีจัดขึ้น ณ บริเวณหน้าอาคารเรียนรู้ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยนเรศวร

รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า การโอนครุภัณฑ์ที่ไม่ใช้แล้วให้แก่หน่วยงานที่มีความประสงค์รับโอน เป็นแนวทางที่ช่วยให้ทรัพยากรของภาครัฐได้รับการใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่อง ลดการสูญเสียจากการปล่อยให้ครุภัณฑ์ไม่ได้ใช้งาน และเป็นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับ ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

การดำเนินงานครั้งนี้สะท้อนการบริหารจัดการทรัพยากรภายใต้หลักธรรมาภิบาลในหลายมิติ ได้แก่ ความคุ้มค่า โดยช่วยลดความจำเป็นในการจัดซื้อครุภัณฑ์ใหม่และประหยัดงบประมาณของภาครัฐ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ด้วยการนำครุภัณฑ์ที่ยังอยู่ในสภาพดีหรือสามารถซ่อมแซมได้กลับมาใช้ประโยชน์ และ ความโปร่งใส ผ่านการดำเนินการตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง พร้อมมีหลักฐานการตรวจสอบและการส่งมอบอย่างครบถ้วน

ครุภัณฑ์ที่ส่งมอบในครั้งนี้ได้รับการจัดสรรให้แก่หน่วยงานและสถานศึกษาที่มีความประสงค์รับโอน ได้แก่ ศูนย์การศึกษาเขตการศึกษา 7 โรงเรียนวัดยางเอน (ประชานุเคราะห์) และ โรงเรียนเทศบาล 2 (วัดคูหาสวรรค์) เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านการศึกษา และเพิ่มโอกาสในการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง

นอกจากการส่งมอบครุภัณฑ์แล้ว สำนักหอสมุดยังมุ่งส่งเสริมแนวคิด การใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า โดยกำหนดการโอนครุภัณฑ์เป็นนโยบายสำคัญที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่าย เพื่อขยายโอกาสในการใช้ทรัพยากรร่วมกัน ลดการเกิดของเสีย และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรตามแนวทาง เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

การดำเนินงานดังกล่าวยังสะท้อนถึงการสร้าง เครือข่ายความร่วมมือ ระหว่างมหาวิทยาลัยกับหน่วยงานภาครัฐและสถานศึกษา เพื่อแลกเปลี่ยนและใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างเกิดประสิทธิภาพ ส่งเสริมการบริหารจัดการพัสดุที่คำนึงถึงความคุ้มค่า ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อสังคม อันเป็นแนวทางที่ช่วยลดการใช้ทรัพยากรใหม่และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรของภาครัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด

การส่งมอบครุภัณฑ์ของสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยนเรศวร ในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการบริหารจัดการทรัพยากรที่มุ่งเน้นความคุ้มค่า ความโปร่งใส และการสร้างประโยชน์ร่วมกับสังคม ผ่านการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การลดการใช้ทรัพยากรใหม่ และการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เพื่อร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมและการบริหารจัดการทรัพยากรของภาครัฐอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร ต้อนรับคณะศึกษาดูงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม เรียนรู้ระบบผลิตน้ำประปาและบำบัดน้ำเสียเพื่อการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน

วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม 2568 รองศาสตราจารย์ ดร.พนัส นัถฤทธิ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีสารสนเทศ พร้อมด้วย นายรุ่งรัตน์ พระนาค ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ และคณะ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการติดตั้ง ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) บริเวณดาดฟ้า หลังคาอาคาร และพื้นที่รอบสระสุริโยทัย ภายในมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อผลิตพลังงานสะอาดสำหรับใช้ภายในมหาวิทยาลัย อันเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การดำเนินโครงการดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการส่งเสริม พลังงานสะอาดและพลังงานทดแทน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมยกระดับมหาวิทยาลัยสู่การเป็น มหาวิทยาลัยสีเขียว (Green University) และมหาวิทยาลัยที่ขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งภายในมหาวิทยาลัยจะช่วยเพิ่มสัดส่วนการใช้ พลังงานหมุนเวียน ในการดำเนินงานขององค์กร สนับสนุนการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนด้านพลังงานไฟฟ้าในระยะยาว และเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานของมหาวิทยาลัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

นอกจากการใช้ประโยชน์ด้านพลังงานแล้ว โครงการยังเป็น แหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานสะอาดและการจัดการสิ่งแวดล้อม สำหรับนิสิต คณาจารย์ และนักวิจัย โดยสามารถนำข้อมูลจากระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ในการศึกษา วิเคราะห์ และพัฒนาองค์ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน การอนุรักษ์พลังงาน และการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อยกระดับการเรียนการสอนและการวิจัยของมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังให้ความสำคัญกับการบูรณาการองค์ความรู้และการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายวิชาการ เพื่อแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี นวัตกรรม และแนวปฏิบัติที่ดีด้านพลังงานสะอาด ตลอดจนร่วมกันพัฒนาแนวทางการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ยังช่วยสนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน เปิดโอกาสให้เกิดการศึกษาและติดตามประสิทธิภาพของระบบในสภาพแวดล้อมจริง รวมทั้งเป็นต้นแบบการบริหารจัดการพลังงานที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาอาคารและพื้นที่ของมหาวิทยาลัยให้มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

การขับเคลื่อนโครงการพลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์ของมหาวิทยาลัยนเรศวร แสดงให้เห็นถึงการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการพลังงาน ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสร้างต้นแบบมหาวิทยาลัยที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดเพื่อประโยชน์ของสังคมและประเทศในระยะยาว

ม.นเรศวร พัฒนานวัตกรรม I-Sec Technology ยกระดับโปรตีนทางเลือกจากแมงสะดิ้งและไก่ สู่การผลิตอาหารแห่งอนาคตอย่างยั่งยืน

วันพุธที่ 10 ธันวาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ขนิษฐา รุตรัตนมงคล ร่วมกับบริษัท ไทย เอนโท ฟู้ด จำกัด พัฒนา I-Sec Technology นวัตกรรมการสกัดโปรตีนจาก แมงสะดิ้ง (Acheta domesticus) และชิ้นส่วนไก่เหลือใช้ เพื่อเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบ ลดของเสียจากอุตสาหกรรมอาหาร และผลิตโปรตีนเข้มข้นที่มีความปลอดภัยและคุณค่าทางโภชนาการสูง รองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มแห่งอนาคต

การพัฒนานวัตกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้การสนับสนุนของ คณะกรรมการนโยบายและอำนวยการพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคงของชาติ (นพช.) โดยมีเป้าหมายในการยกระดับจิ้งหรีดและชิ้นส่วนไก่เหลือใช้ให้เป็น “Super Protein” ที่ได้มาตรฐานสากล สอดคล้องกับแนวคิด เศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) และสามารถตอบโจทย์ความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหารของโลกในอนาคต

หัวใจสำคัญของนวัตกรรมคือ I-Sec Technology ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแยกโปรตีนจากจิ้งหรีดและไก่แบบอัตโนมัติครบวงจรแห่งแรกของโลก สามารถควบคุมอุณหภูมิ อัตราการป้อนวัตถุดิบ และค่าการทำงานต่าง ๆ ได้แบบ Real-time ช่วยให้กระบวนการผลิตมีความแม่นยำ ลดความผิดพลาด และรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้มีความสม่ำเสมอ พร้อมทั้งใช้กระบวนการอุณหภูมิต่ำและสภาวะออกซิเจนต่ำเพื่อคงคุณค่าทางโภชนาการของโปรตีน

เทคโนโลยีดังกล่าวยังช่วยลดการใช้สารเคมี ประหยัดพลังงาน ลดระยะเวลาในการผลิต และใช้วัตถุดิบได้อย่างคุ้มค่าสูงสุด จนสามารถลดของเสียจากกระบวนการผลิตได้เกือบทั้งหมด สอดคล้องกับแนวคิด เทคโนโลยีสีเขียว และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเปลี่ยนวัตถุดิบที่เคยเป็นของเหลือให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร

ผลจากการพัฒนางานวิจัยได้นำไปสู่การสร้างผลิตภัณฑ์ Sixtein (ผงโปรตีนจิ้งหรีด) และ Chixtein (ผงโปรตีนไก่) ซึ่งเป็นวัตถุดิบโปรตีนทางเลือกที่สามารถนำไปต่อยอดในการผลิตอาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ รองรับความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับโภชนาการ ความปลอดภัย และความยั่งยืนของระบบอาหาร

รองศาสตราจารย์ ดร.ขนิษฐา รุตรัตนมงคล กล่าวว่า ประเทศไทยมีฟาร์มเลี้ยงแมลงมากกว่า 10,000 ฟาร์ม กระจายอยู่ทั่วประเทศ จึงมีศักยภาพในการพัฒนาจิ้งหรีดให้เป็นวัตถุดิบมูลค่าสูง โดยเลือกใช้ แมงสะดิ้ง หรือจิ้งหรีดสายพันธุ์ Acheta domesticus ซึ่งเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่ได้รับอนุญาตให้บริโภคในยุโรป ทำให้มีโอกาสต่อยอดสู่ตลาดสากล พร้อมทั้งใช้เทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) เพื่อยกระดับวัตถุดิบไทยให้สามารถแข่งขันในอุตสาหกรรมอาหารระดับโลก

ผลงานวิจัยดังกล่าวยังเป็นความสำเร็จของ รองศาสตราจารย์ ดร.ขนิษฐา รุตรัตนมงคล ในฐานะหนึ่งในนักวิจัยโครงการ RAN Top 100 ของเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (RUN Office) ซึ่งมุ่งผลักดันผลงานวิจัยที่มีศักยภาพให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง และยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมอาหารไทยผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมทั้ง ส่งเสริมต่อยอดสู่งานวิจัยเชิงพาณิชย์ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนำเทคโนโลยีไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ สร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมของประเทศอย่างยั่งยืน
ที่มาภาพและข่าว: ไทยโพสต์

ม.นเรศวร เปิดบริการรถไฟฟ้าภายในมหาวิทยาลัย ยกระดับการเดินทางสะดวก ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมเปิดให้บริการ รถไฟฟ้าภายในมหาวิทยาลัย เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ นิสิต บุคลากร ผู้มาติดต่อ และประชาชน ให้สามารถเดินทางระหว่างอาคารเรียน หน่วยงาน และพื้นที่สำคัญต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัยได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย พร้อมยกระดับคุณภาพการให้บริการด้านคมนาคมภายในมหาวิทยาลัย

การให้บริการรถไฟฟ้าภายในมหาวิทยาลัยเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเรียน การทำงาน และการใช้ชีวิตของประชาคมมหาวิทยาลัย โดยคำนึงถึงความสะดวกในการเข้าถึงพื้นที่ต่าง ๆ การลดระยะเวลาในการเดินทาง และการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแก่ผู้ใช้งานทุกกลุ่ม ทั้งนิสิต บุคลากร และผู้มาติดต่อราชการ

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้นำ ยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle: EV) มาใช้เป็นระบบขนส่งสาธารณะภายในมหาวิทยาลัย เพื่อช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ลดมลพิษทางอากาศ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อันเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนามหาวิทยาลัยสีเขียว และการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน มหาวิทยาลัยได้พัฒนา NU Transit Web Application ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบตำแหน่งรถแบบเรียลไทม์ ดูเส้นทาง จุดรับ–ส่ง และวางแผนการเดินทางล่วงหน้าได้อย่างสะดวกผ่านระบบออนไลน์ ช่วยลดระยะเวลาการรอคอยและเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทางภายในมหาวิทยาลัย

นอกจากนี้ ยังมีการจัดทำ Line Official Account และเผยแพร่ตารางเวลาเดินรถ เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถติดตามข้อมูล ข่าวสาร และการเปลี่ยนแปลงของเส้นทางหรือเวลาให้บริการได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้การบริหารจัดการระบบขนส่งภายในมหาวิทยาลัยมีความคล่องตัว และสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ ส่งเสริมการพัฒนาระบบขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศ และระบบบริการสาธารณะ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาคมมหาวิทยาลัย และสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่สะอาด ปลอดภัย และน่าอยู่

การเปิดให้บริการรถไฟฟ้าภายในมหาวิทยาลัยในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนาระบบคมนาคมที่มีประสิทธิภาพ สนับสนุนการเดินทางอย่างปลอดภัย ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การเป็น Green Campus ที่มีคุณภาพ พร้อมรองรับการเติบโตของประชาคมมหาวิทยาลัยและการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต

ม.นเรศวร เร่งจัดเตรียมชุดยาจำเป็นผ่านโครงการ PharmaSea Project ส่งช่วยผู้ประสบอุทกภัยหาดใหญ่

วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน 2568 คณาจารย์ บุคลากร และนิสิตคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกันคัดแยกและจัดเตรียมยาจำเป็น ภายใต้ โครงการจัดการยาเหลือใช้ (PharmaSea Project) เพื่อส่งมอบให้ผู้ประสบอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยการดำเนินงานครั้งนี้มุ่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้สามารถเข้าถึงยาที่จำเป็นได้อย่างทันท่วงที พร้อมส่งเสริมการใช้ทรัพยากรทางการแพทย์อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรดำรงศักดิ์ เป๊กทอง อาจารย์ประจำภาควิชาเภสัชกรรมปฏิบัติ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดเผยว่า โครงการได้ประสานข้อมูลกับทีมแพทย์ พยาบาล และหน่วยงานที่ดูแลผู้ประสบภัยในพื้นที่ เพื่อประเมินความต้องการด้านยาและเวชภัณฑ์ก่อนดำเนินการจัดส่ง โดยยาที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ได้แก่ ยากันน้ำกัดเท้า เบตาดีน แอลกอฮอล์ และผงเกลือแร่ รวมถึงยาประจำตัวของผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่จำเป็นต้องใช้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ที่พักอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงและไม่สามารถเดินทางกลับบ้านหรือเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลได้

การจัดเตรียมยาในครั้งนี้เป็นการนำ ยาเหลือใช้ที่ผ่านการคัดแยกและตรวจสอบคุณภาพ มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยดำเนินการภายใต้หลักการบริหารจัดการยาอย่างถูกต้องและปลอดภัย ช่วยให้ทรัพยากรทางการแพทย์ที่ยังสามารถใช้งานได้ถูกส่งต่อไปยังผู้ที่มีความจำเป็น ลดการสูญเสียทรัพยากร และลดปริมาณของเสียที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ตลอดระยะเวลากว่า 5 ปี โครงการ PharmaSea Project ได้ดำเนินการรวบรวมยาเหลือใช้จากประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ การรับบริจาคจากประชาชน การลงพื้นที่เก็บยาในชุมชนเพื่อสร้างความรู้ด้านการจัดการยาเหลือใช้ และการติดตั้งกล่องรับบริจาคตามโรงพยาบาล ก่อนนำยามาคัดแยก ตรวจสอบ และจัดเตรียมสำหรับส่งต่อไปยังพื้นที่ที่ขาดแคลนยาและเวชภัณฑ์

ที่ผ่านมา โครงการได้ส่งมอบยาไปช่วยเหลือโรงพยาบาลชายแดน ศูนย์อพยพ และพื้นที่ที่ประสบเหตุภัยพิบัติหลายแห่ง ความพร้อมของคลังยาที่ได้รับการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ทำให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเกิดเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ คณะเภสัชศาสตร์จึงสามารถจัดเตรียมยาและประสานการส่งมอบให้ตรงกับความต้องการของผู้ประสบภัยได้ในเวลาอันรวดเร็ว

การดำเนินงานของโครงการสะท้อนถึง ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย บุคลากรทางการแพทย์ หน่วยงานภาครัฐ จิตอาสา และประชาชน ในการบริหารจัดการยาเหลือใช้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งสนับสนุนการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของผู้ประสบภัย ลดการสูญเสียทรัพยากรทางการแพทย์ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อช่วยเหลือสังคมในสถานการณ์วิกฤติ

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอเชิญชวนประชาชนร่วม ส่งต่อพลังแห่งการแบ่งปัน ด้วยการบริจาคยาเหลือใช้ผ่าน โครงการ PharmaSea Project เพื่อรวบรวม คัดแยก และส่งต่อให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยและพื้นที่ขาดแคลนทั่วประเทศ โดยทุกการบริจาคมีส่วนช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงยาที่จำเป็น ลดการสูญเสียทรัพยากร และสร้างระบบการใช้ทรัพยากรทางการแพทย์ที่เกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างยั่งยืน

ผู้สนใจสามารถบริจาคยาเหลือใช้ได้ที่
โครงการ PharmaSea Project (รับบริจาคยาเหลือใช้)
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก 65000
โทรศัพท์ 0 5596 3747

ม.นเรศวร คว้ารางวัล 5 ดาว AUN-HPN ก้าวสู่ผู้นำมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพอาเซียน

วันพุธที่ 27 พฤศจิกายน 2568 รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เข้ารับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ “มหาวิทยาลัยอาเซียนด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ระดับ 5 ดาว” จากเครือข่ายมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพแห่งอาเซียน (AUN-HPN) ซึ่งเป็นผลสำเร็จสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาสภาพแวดล้อม ระบบสนับสนุน และการบริหารจัดการสุขภาวะให้มีประสิทธิภาพตามมาตรฐาน Healthy University Rating System (HURS) อันเป็นกรอบการประเมินที่ส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษาพัฒนาศักยภาพด้านสุขภาวะอย่างยั่งยืน

รางวัลระดับ 5 ดาวดังกล่าวเป็นหลักฐานที่แสดงถึงความก้าวหน้าของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการขับเคลื่อนแนวทางสร้างเสริมสุขภาพเชิงระบบ โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของบุคลากร นิสิต และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกระดับ ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การออกแบบบริการสนับสนุนสุขภาวะ และการขยายระบบบริหารจัดการที่เอื้อต่อคุณภาพชีวิตของสมาชิกในมหาวิทยาลัย ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี

พิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณจัดขึ้นโดยมีศาสตราจารย์ ดร.ฉัตรเฉลิม อิศรางกูร ณ อยุธยา ประธานคณะทำงานระบบ HURS เป็นผู้มอบรางวัล โดยในปี 2568 มีเพียง 4 มหาวิทยาลัยไทยที่ได้รับการประเมินในระดับสูงสุด 5 ดาว ได้แก่ มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งของระบบอุดมศึกษาไทยในการขับเคลื่อนประเด็นสุขภาวะและความยั่งยืนในระดับภูมิภาค

การได้รับรางวัลในครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการบูรณาการแนวคิดการสร้างเสริมสุขภาพกับการบริหารจัดการมหาวิทยาลัยอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการส่งเสริมสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ การบริหารจัดการความปลอดภัย การเข้าถึงบริการสุขภาพ และการพัฒนาทักษะด้านสุขภาวะสำหรับนิสิตและบุคลากร ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของมหาวิทยาลัยสุขภาวะแบบยั่งยืน

นอกจากการเข้ารับรางวัลแล้ว รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี ยังได้รับเชิญให้นำเสนอแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) ในเวทีเสวนานานาชาติของ AUN-HPN ในหัวข้อ “Sharing Best Practices among Healthy Universities Participating in HURS” ณ Hilton Manila Newport World Resorts สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ การนำเสนอในครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการเผยแพร่ประสบการณ์ของมหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ร่วมกับมหาวิทยาลัยในภูมิภาคอาเซียน เพื่อยกระดับการพัฒนามหาวิทยาลัยสุขภาวะในเชิงร่วมมือ

การได้รับเชิญในฐานะวิทยากรระดับนานาชาติ แสดงให้เห็นถึงการยอมรับในศักยภาพของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นต้นแบบด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ตลอดจนการสร้างเวทีการเรียนรู้ร่วมกันกับมหาวิทยาลัยพันธมิตรในอาเซียน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ในระดับภูมิภาค และสอดคล้องกับเป้าหมายด้านการสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นทั้งในระดับการประเมินและการเผยแพร่แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศในต่างประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนานโยบาย โครงสร้างพื้นฐาน และระบบบริหารจัดการที่สนับสนุนสุขภาวะอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยืนยันบทบาทของมหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันที่ให้ความสำคัญต่อสุขภาวะของทุกคน และการสร้างความร่วมมือทางวิชาการที่เข้มแข็งเพื่อผลักดันการพัฒนาในระดับภูมิภาค

ความก้าวหน้าดังกล่าวเป็นแรงขับเคลื่อนที่จะช่วยให้มหาวิทยาลัยนเรศวรสามารถต่อยอดแนวทางการพัฒนามหาวิทยาลัยสุขภาวะแบบองค์รวมให้มีความยั่งยืนยิ่งขึ้น ผ่านการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภายในและพันธมิตรภายนอก พร้อมขยายผลสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของนิสิต บุคลากร และชุมชนโดยรอบอย่างเป็นรูปธรรม

ม.นเรศวร ขับเคลื่อนโครงการเสริมสร้างขีดความสามารถผู้พิการ สู่การพัฒนาเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2568 คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายเชิงยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ ผ่านโครงการ “เสริมสร้างขีดความสามารถของผู้พิการ” โดยมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของกลุ่มเปราะบางให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณค่าและมีส่วนร่วมในสังคมอย่างเท่าเทียม ภายใต้แนวคิดการพัฒนาที่ครอบคลุมและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

การดำเนินงานดังกล่าวได้รับมอบหมายให้ รองศาสตราจารย์ ดร.พิษณุ อภิสมาจารโยธิน รักษาการในตำแหน่งรองคณบดีฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์เพื่อสังคม เป็นผู้แทนคณะเข้าพบและหารือร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 14 พฤศจิกายน 2568 เพื่อ รวบรวมข้อมูลเชิงลึก ด้านการดำเนินงานเกี่ยวกับผู้พิการและผู้สูงอายุ รวมถึงแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการในระดับพื้นที่

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้มีการหารือกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในเขตอำเภอบางระกำ ได้แก่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่านางงาม ชุมแสงสงคราม หนองกุลา บ่อทอง และบ้านปรือกระเทียม ตำบลบึงกอก โดยเน้นการรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับ ศักยภาพการให้บริการด้านสุขภาพและสังคม รวมถึงข้อจำกัดเชิงระบบที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้พิการในพื้นที่

นอกจากนี้ ยังได้ลงพื้นที่ในเขตอำเภอชาติตระการ เพื่อหารือกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านดง บ้านนาตาจูน ชาติตระการ บ่อภาค และบ้านนุชเทียน โดยมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้าน การพัฒนาระบบบริการและการดูแลแบบองค์รวม เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการเฉพาะของผู้พิการและผู้สูงอายุได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการนี้มีเป้าหมายสำคัญในการ ส่งเสริมศักยภาพและคุณภาพชีวิตของผู้พิการให้สามารถพึ่งพาตนเอง มีโอกาสเข้าถึงบริการพื้นฐานอย่างเท่าเทียม และสามารถมีบทบาทในสังคมได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยอาศัยความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายในพื้นที่เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน

ในมิติของการพัฒนาเชิงระบบ โครงการยังมุ่งเน้นการสร้าง นวัตกรรมทางสังคมและเครือข่ายความร่วมมือ ระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานสาธารณสุข และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อยกระดับการบริหารจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการแก่กลุ่มเป้าหมายอย่างยั่งยืน

การดำเนินงานครั้งนี้สะท้อนบทบาทของคณะสังคมศาสตร์ในการเป็น กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเชิงพื้นที่ ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการกับการปฏิบัติจริง อันนำไปสู่การสร้างสังคมแห่งโอกาส ความเท่าเทียม และการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว

ม.นเรศวร ร่วมจัดแสดงผลงานวิจัยและบริการวิชาการ ในงานประชุมวิชาการและนิทรรศการ อพ.สธ. ครั้งที่ 12 ส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรไทยอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน

วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ศูนย์ประสานงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (อพ.สธ.) มหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมจัดแสดงผลงานวิจัยและบริการวิชาการใน งานประชุมวิชาการและนิทรรศการ ครั้งที่ 12 “ทรัพยากรไทย : หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน” ระหว่างวันที่ 4–10 พฤศจิกายน 2568 ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแสดงศักยภาพของมหาวิทยาลัยในการขับเคลื่อนงานด้านการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรไทยอย่างเหมาะสม

การเข้าร่วมงานครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในการบูรณาการงานวิจัย งานบริการวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม เข้ากับการพัฒนาประเทศ โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างคณะ หน่วยงาน และเครือข่ายภาคี เพื่อ ส่งเสริมต่อการพัฒนาทรัพยากรไทยอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน ตลอดจนสร้างคุณค่าจากทรัพยากรท้องถิ่นผ่านองค์ความรู้และนวัตกรรม

ภายในงาน มหาวิทยาลัยนเรศวรนำผลงานเข้าร่วมจัดแสดงจำนวน 4 ผลงาน ประกอบด้วย การสืบสานและต่อยอดภูมิปัญญาทอผ้า โดยนายวชิรพงษ์ วงศ์ประสิทธิ์ และคณะทำงานจากกองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ซึ่งมุ่งอนุรักษ์และต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นให้สามารถสร้างคุณค่าในสังคมร่วมสมัย และ การต่อยอดทรัพยากรสัตว์: จิ้งหรีดสู่ภาคอุตสาหกรรม ภายใต้โครงการ I-SEC TECHNOLOGY โดยรองศาสตราจารย์ ดร.ขนิษฐา รุตรัตนมงคล และคณะ จากคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่นำทรัพยากรชีวภาพมาพัฒนาสู่การใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรม

อีกสองผลงานที่จัดแสดง ได้แก่ การวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่โครงการประตูระบายน้ำท่าแห จังหวัดพิจิตร โดยรองศาสตราจารย์ ดร.จรัณธร บุญญานุภาพ จากคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นการใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่เพื่อสนับสนุนการวางแผนการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม และ การถ่ายทอดประวัติพระพุทธชินราชในรูปแบบแอนิเมชัน โดยรองศาสตราจารย์ ดร.วิสิฐ จันมา และคณะนักวิจัย จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ศิลปะและการออกแบบ ร่วมกับคณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร เพื่อประยุกต์ใช้สื่อดิจิทัลในการเผยแพร่มรดกทางศิลปวัฒนธรรมสู่สาธารณชน

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีพิธีพระราชทานป้ายสนองพระราชดำริ โดย วิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ได้รับพระราชทานป้ายสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 โดย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นับเป็นความภาคภูมิใจของเครือข่ายสมาชิก อพ.สธ. และเป็นกำลังสำคัญในการสืบสานงานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศ

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังได้ประสานความร่วมมือกับสมาชิก อพ.สธ. ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อร่วมจัดแสดงนิทรรศการและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประกอบด้วย โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี จังหวัดพิษณุโลก โรงเรียนสตรีนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ โรงเรียนอุทัยวิทยาคม จังหวัดอุทัยธานี โรงเรียนทุ่งโพวิทยา จังหวัดอุทัยธานี วิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ และเทศบาลตำบลบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ ความร่วมมือดังกล่าวช่วยเสริมสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และชุมชน เพื่อร่วมกันอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรไทยอย่างมีคุณค่า

การเข้าร่วมงานประชุมวิชาการและนิทรรศการครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในการขับเคลื่อนงานวิจัย การบริการวิชาการ และการอนุรักษ์มรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรม ผ่านการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการพัฒนานวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง อันเป็นการส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรไทยอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน พร้อมสร้างคุณค่าร่วมให้แก่สังคม ชุมชน และประเทศในระยะยาว

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin