Archives March 2025

ม.นเรศวร จัดค่าย มอนอ อาร์ต แอนด์ คราฟต์ แคมป์ รุ่นที่ 1 ปลูกฝังศิลปะและสิ่งแวดล้อมแก่เยาวชน

วันจันทร์ที่ 31 มีนาคม 2568 กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม “มอนอ อาร์ต แอนด์ คราฟต์ แคมป์ | Mornor Art & Craft Camp” รุ่นที่ 1 สำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนปลายในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ณ หอศิลป์มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์

กิจกรรมเริ่มต้นด้วยการนำเยาวชนเข้าสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (องค์จำลอง) เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเข้าชมเส้นทางการเรียนรู้ที่หลากหลาย ซึ่งถือเป็นการส่งเสริม การศึกษาที่ครอบคลุมและมีคุณภาพ ผ่านการเปิดโลกทัศน์และประสบการณ์การเรียนรู้นอกห้องเรียนที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน

เยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการได้รับโอกาสพิเศษในการเข้าชม นิทรรศการแสดงผลงานศิลปนิพนธ์ประจำปีการศึกษา 2567 ของนิสิตชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาทัศนศิลป์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ศิลปะและการออกแบบ ซึ่งจัดขึ้นภายใต้คอนเซปท์ The Dawn of Aesthetic | รุ่งอรุณแห่งสุนทรียะ

นอกจากนี้ น้อง ๆ ยังได้เดินชม นิทรรศการเชิดชูศิลป์ศิลปินแห่งชาติ x มหาวิทยาลัยนเรศวร รวมไปถึงการจัดแสดงนิทรรศการ Special Event ในหัวข้อ “Falling in love รักคุณเข้าแล้ว” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและพัฒนาการรับรู้ทางด้านสุนทรียภาพทางศิลปะให้แก่เด็ก ๆ อย่างรอบด้าน

ในส่วนของกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ เยาวชนได้ร่วมสนุกกับการทำ กิจกรรมผ้าเช็ดหน้ามัดย้อมจากสีธรรมชาติ และ กิจกรรมประดิษฐ์ดอกไม้จากริบบิ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวทาง การบริโภคและการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน โดยเน้นการใช้วัสดุที่ปลอดภัยและลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ

การเลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติในกระบวนการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ไม่เพียงแต่ช่วยให้เด็ก ๆ ได้ปลดปล่อยจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์กันอย่างเต็มที่ แต่ยังเป็นการปลูกฝังเด็ก ๆ ให้เห็นถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม และสร้างความตระหนักรู้ถึงการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า

การจัดค่ายศิลปะในครั้งนี้จึงนับเป็นก้าวสำคัญที่ใช้ศิลปะและความสร้างสรรค์เป็นสื่อกลางในการเรียนรู้นอกห้องเรียน ซึ่งช่วยบ่มเพาะให้เยาวชนเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ มีจิตสำนึกที่ดีต่อสังคม และพร้อมมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนสืบไป

ม.นเรศวร จัดโครงการบริหารจัดการธรรมาภิบาลและจริยธรรม ขับเคลื่อนองค์กรโปร่งใสควบคู่ความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางเพศ

วันศุกร์ที่ 28 มีนาคม 2568 งานบริหารความเสี่ยง สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัด โครงการบริหารจัดการธรรมาภิบาลและจริยธรรม ประจำปีงบประมาณ 2568 ขึ้น ณ ห้องประชุมมหาราช 1 ชั้น 2 ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) เพื่อมุ่งเน้นการส่งเสริมระบบบริหารจัดการภายในที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ตามหลักธรรมาภิบาลสากล พร้อมทั้งสร้างความตระหนักรู้ให้แก่บุคลากรทุกระดับในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม และยึดมั่นในคุณธรรมจริยธรรมอันดีงามอันจะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนในระยะยาว

พิธีเปิดโครงการในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จรูญ สารินทร์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ มาเป็นประธานกล่าวเปิดกิจกรรมอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งมอบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนองค์กรด้วยหลักธรรมาภิบาล เพื่อให้ผู้บริหารและบุคลากรผู้ปฏิบัติงานทุกหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยได้ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารงานด้วยความโปร่งใส ปราศจากการคอร์รัปชัน และมีความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างแท้จริง ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีงามและเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติงานร่วมกันในรั้วมหาวิทยาลัย

ภายในงานยังได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.นพ.วัชรพล ภูนวล มาเป็นผู้บรรยายพิเศษให้ความรู้ในหัวข้อสำคัญเรื่อง “การเสริมสร้างหลักธรรมาภิบาล จริยธรรม คุณธรรมและความโปร่งใส” โดยการบรรยายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่จำเป็นในการนำหลักธรรมาภิบาล จริยธรรม คุณธรรม และความโปร่งใส ไปประยุกต์ใช้จริงในการปฏิบัติงานประจำวันของบุคลากรทุกฝ่าย ซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานการทำงาน ป้องกันความเสี่ยงในการดำเนินงาน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัย

การจัดโครงการในครั้งนี้มีผู้บริหารและบุคลากรจากทุกหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยให้ความสนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมากถึง 300 คน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวและความร่วมมือร่วมใจของประชาคมชาวมหาวิทยาลัยนเรศวร ในการขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวไปสู่การเป็นหน่วยงานที่มีความโปร่งใส มีความรับผิดชอบ และมีความเป็นเลิศในการบริหารจัดการ พร้อมทั้งมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนเองและหน่วยงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์สังคมอุดมศึกษาที่เต็มไปด้วยคุณธรรมและธรรมาภิบาลอย่างยั่งยืนตลอดไป

นอกเหนือจากการมุ่งเน้นพัฒนาด้านธรรมาภิบาลและการบริหารงานด้วยความโปร่งใสแล้ว มหาวิทยาลัยนเรศวรยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับ ความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางเพศ ของผู้ปฏิบัติงานและบุคลากรในมหาวิทยาลัย โดยได้กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติที่ชัดเจนเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้านความเสมอภาคระหว่างเพศและการขจัดความเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย ให้เกียรติซึ่งกันและกัน และเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่โดยไม่มีข้อจำกัดทางเพศ

จากข้อมูลสถิติด้านบุคลากรของมหาวิทยาลัยนเรศวร ทั้งในส่วนของผู้บริหารและบุคลากร ประจำปีการศึกษา 2568 พบว่ามีจำนวนบุคลากรทั้งสิ้น 5,028 คน โดยแบ่งเป็น บุคลากรหญิงจำนวน 3,381 คน คิดเป็นร้อยละ 67.24 และบุคลากรชายจำนวน 1,647 คน คิดเป็นร้อยละ 32.76 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงบทบาทอันสำคัญยิ่งของผู้หญิงในการขับเคลื่อนภารกิจต่างๆ ของมหาวิทยาลัยให้บรรลุผลสำเร็จตามวิสัยทัศน์และพันธกิจที่ได้วางไว้ในทุกมิติอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ในส่วนของจำนวนนิสิตที่เข้าศึกษาใหม่ประจำปีการศึกษา 2568 มีจำนวนทั้งสิ้น 7,602 คน ซึ่งประกอบด้วยนิสิตหญิงจำนวน 5,007 คน คิดเป็นร้อยละ 65.86 และนิสิตชายจำนวน 2,595 คน คิดเป็นร้อยละ 34.14 ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของมหาวิทยาลัยในการเปิดกว้างทางการศึกษาและการให้โอกาสอย่างเท่าเทียมกันแก่เยาวชนทุกคน โดยไม่เลือกปฏิบัติ ควบคู่ไปกับการดำเนินงานภายใต้หลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใส เพื่อสร้างสรรค์สังคมอุดมศึกษาที่เท่าเทียมและยั่งยืนอย่างแท้จริง

การดำเนินงานและการขับเคลื่อนภารกิจต่างๆ ของมหาวิทยาลัยนเรศวร สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ในการบูรณาการหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และความรับผิดชอบ ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางเพศในการบริหารจัดการองค์กรและการจัดการศึกษาในทุกระดับ การที่มหาวิทยาลัยมีบุคลากรและนิสิตหญิงคิดเป็นสัดส่วนที่สูงและสะท้อนถึงการให้โอกาสอย่างเท่าเทียมโดยปราศจากการเลือกปฏิบัติ ไม่เพียงแต่ตอกย้ำถึงบทบาทอันทรงคุณค่าของผู้หญิงในการร่วมขับเคลื่อนความสำเร็จของสถาบันเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการสร้างสภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง ปลอดภัย และเอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรและนิสิตทุกคนอย่างเต็มกำลัง การผสานจุดสำคัญระหว่างการบริหารงานด้วยหลักคุณธรรมจริยธรรมตามหลักธรรมาภิบาลสากล กับการส่งเสริมความหลากหลายและความเสมอภาคทางเพศ จึงเป็นรากฐานอันมั่นคงที่จะช่วยยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยนเรศวรให้มีความเข้มแข็ง โปร่งใส และเป็นแบบอย่างที่ดีในการสร้างสรรค์สังคมอุดมศึกษาที่มีคุณภาพ เจริญก้าวหน้า พร้อมทั้งขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติของประเทศชาติสืบไปอย่างแท้จริง

ม.นเรศวร พัฒนาสารกำจัดวัชพืชชีวภาพจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร ยกระดับนวัตกรรมสีเขียวสู่เกษตรกรรมอย่างยั่งยืน

ดร.ณิชากร คอนดี อาจารย์ประจำภาควิชาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร พัฒนานวัตกรรม สารกำจัดวัชพืชชีวภาพ (Bioherbicide) จากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรโดยใช้แบคทีเรียเป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการผลิต เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ในการจัดการวัชพืชที่มีความปลอดภัย ลดการใช้สารเคมี และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน

งานวิจัยดังกล่าวเป็นผลจากความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยนเรศวรกับภาคอุตสาหกรรมเกษตรที่ดำเนินการต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2561 โดยมุ่งนำ วัสดุเหลือทิ้งและผลพลอยได้จากการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เช่น กากสับปะรด กากถั่วเหลือง เปลือกทุเรียน กากมะพร้าว กากบีบน้ำมันมะพร้าว และกากบีบน้ำมันรำข้าว มาใช้เป็นแหล่งอาหารและพลังงานสำหรับการเพาะเลี้ยงแบคทีเรีย เพื่อผลิตสารลดแรงตึงผิวชีวภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นวัตกรรมนี้ช่วยเปลี่ยนวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรให้กลายเป็น ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม ลดปริมาณของเสียที่ต้องนำไปเผาหรือฝังกลบ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมทั้งสนับสนุนแนวทางการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากภาคการเกษตร โดยสอดคล้องกับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Greenhouse Gas Emissions)

สารกำจัดวัชพืชชีวภาพที่พัฒนาขึ้นอยู่ในรูป ไมโครอิมัลชันระดับนาโน ซึ่งช่วยให้สารสำคัญกระจายตัวได้ดี ลดมุมสัมผัสเมื่อพ่นบนใบวัชพืช ทำให้สารเกาะติดและซึมผ่านเข้าสู่เนื้อเยื่อพืชได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้มีประสิทธิภาพในการควบคุมวัชพืชใกล้เคียงกับสารกำจัดวัชพืชเคมีที่ใช้ในปัจจุบัน อีกทั้งยังสามารถทำงานได้ภายใต้สภาวะที่มีค่าความเป็นกรด-ด่าง อุณหภูมิ และความเค็มที่หลากหลาย

จุดเด่นของเทคโนโลยีนี้คือการใช้ แบคทีเรีย ซึ่งมีอัตราการเจริญเติบโตสูง สามารถเพาะเลี้ยงได้รวดเร็ว และใช้วัสดุเหลือทิ้งต้นทุนต่ำเป็นวัตถุดิบในการผลิต จึงช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และลดการพึ่งพาสารลดแรงตึงผิวที่ผลิตจากปิโตรเลียมหรือสารเคมีสังเคราะห์ ซึ่งอาจก่อให้เกิดการตกค้างในสิ่งแวดล้อมและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ใช้และผู้บริโภค

การพัฒนาสารกำจัดวัชพืชชีวภาพครั้งนี้เป็นตัวอย่างของการบูรณาการองค์ความรู้ด้าน เทคโนโลยีชีวภาพ วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม และนวัตกรรมการเกษตร เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การเกษตรสมัยใหม่ ลดการใช้สารเคมี ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และเพิ่มมูลค่าให้วัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร อันเป็นการสนับสนุนการผลิตที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ปัจจุบัน สารกำจัดวัชพืชชีวภาพ (Bioherbicide) มีศักยภาพในการพัฒนาสู่การใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตรและพร้อม ส่งเสริมต่อยอดสู่งานวิจัยเชิงพาณิชย์ เพื่อขยายผลสู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรมและสร้างนวัตกรรมที่สามารถแข่งขันได้ในตลาด ทั้งยังช่วยยกระดับอุตสาหกรรมเกษตรของประเทศสู่การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน

ที่มาภาพและข่าว: สถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยนเรศวร FM 107.25 MHz

ม.นเรศวร จัดอบรมเสริมธรรมาภิบาล ยกระดับคุณธรรม โปร่งใส และนโยบาย No Gift Policy

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2568 งานบริหารความเสี่ยง สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดกิจกรรมอบรมเพื่อยกระดับผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมุ่งหวังให้ผู้บริหารและบุคลากรมหาวิทยาลัยนเรศวรมีความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินงานด้วยความซื่อสัตย์และยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาองค์กรให้เป็นแบบอย่างที่ดีในด้านคุณธรรมและจริยธรรม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการเสริมสร้างสังคมที่โปร่งใสและเป็นธรรม

การอบรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานในพิธีเปิดและบรรยายในหัวข้อ “นโยบายและมาตรการป้องกันการทุจริต” และ “นโยบาย No Gift Policy” ณ ห้อง 301 อาคารเอกาทศรถ มหาวิทยาลัยนเรศวร การบรรยายดังกล่าวเน้นถึงแนวทางป้องกันการทุจริตในภาครัฐ การส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่มีความโปร่งใส และการสร้างจิตสำนึกให้บุคลากรทุกระดับมีความรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมทั้งสนับสนุนแนวทางปฏิบัติที่ช่วยลดโอกาสในการเกิดพฤติกรรมที่ขัดต่อจริยธรรม

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์กรที่มีความหลากหลายทางความคิด เปิดโอกาสให้บุคลากรทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างมีคุณค่าและยั่งยืน โดยการเน้นย้ำถึงหลักความเคารพและความเสมอภาคในที่ทำงาน การให้ความสำคัญกับความคิดเห็นที่แตกต่างอย่างสร้างสรรค์ และการดำเนินงานโดยยึดมั่นในคุณธรรม เพื่อสร้างบรรยากาศการทำงานที่ส่งเสริมศักยภาพของบุคลากรทุกคนอย่างเต็มที่

นอกจากนี้ การเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยุติธรรมเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่มหาวิทยาลัยนเรศวรมุ่งมั่นดำเนินการ โดยส่งเสริมให้เกิดการบริหารจัดการที่เป็นธรรม ปราศจากอคติ และเคารพสิทธิของทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน รวมถึงการดำเนินงานที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นพื้นฐานที่นำไปสู่การสร้างสังคมที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

การจัดกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนาองค์กรให้เป็นแบบอย่างของความซื่อสัตย์ ความโปร่งใส และความยุติธรรม ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อบุคลากรภายในมหาวิทยาลัย แต่ยังเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติในระยะยาว มหาวิทยาลัยนเรศวรจะยังคงเดินหน้าส่งเสริมคุณค่าทางจริยธรรมและยกระดับมาตรฐานการบริหารงานเพื่อสร้างองค์กรที่มีคุณภาพและความยั่งยืนในอนาคต

ม.นเรศวร คว้ารางวัล G-Green ระดับประเทศ ตอกย้ำการบริหารจัดการที่ส่งเสริมความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

วันพุธที่ 26 มีนาคม 2568 นายรุ่งรัตน์ พระนาค ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นผู้แทนมหาวิทยาลัยเข้ารับ รางวัลตราสัญลักษณ์ G-Green ระดับประเทศ ภายหลังมหาวิทยาลัยผ่านการประเมินรับรอง Green Office ระดับดีเยี่ยม (ทอง) ประจำปี 2567 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของการประเมินด้านการบริหารสำนักงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จัดโดย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาระบบบริหารจัดการที่ ส่งเสริมความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

พิธีมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร โดยมี นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธี เพื่อเชิดชูหน่วยงานที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการบริหารจัดการองค์กรตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน

การได้รับ รางวัล G-Green เป็นผลจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการยกระดับ สำนักงานสีเขียว (Green Office) ผ่านการบริหารจัดการที่ครอบคลุมทั้งการใช้พลังงาน การใช้น้ำ การจัดการของเสีย การจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การควบคุมมลพิษ ตลอดจนการสร้างความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมแก่บุคลากรและนิสิตภายในมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการ ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านมาตรการต่าง ๆ เช่น การลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว การคัดแยกและจัดการขยะอย่างเป็นระบบ การประหยัดพลังงานและน้ำ รวมถึงการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน เพื่อสร้างรูปแบบการดำเนินงานที่สามารถลดการใช้ทรัพยากรและลดการปล่อยของเสียได้อย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากการบริหารจัดการภายในองค์กรแล้ว มหาวิทยาลัยยังบูรณาการแนวคิดด้าน ความยั่งยืน เข้ากับการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการ เพื่อสร้างองค์ความรู้และปลูกฝังจิตสำนึกในการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ ส่งเสริมให้บุคลากร นิสิต และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและร่วมกันสร้างสังคมที่ยั่งยืน

ความสำเร็จครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความร่วมมือของทุกหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย ที่ร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การกำหนดมาตรการ การปฏิบัติตามแนวทาง Green Office ไปจนถึงการติดตามและพัฒนาผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการองค์กรให้เป็นต้นแบบด้าน การบริโภคและการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ

การได้รับรางวัลในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัยนเรศวร และเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาองค์กรควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยยึดหลักการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และ ส่งเสริมความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างมหาวิทยาลัยที่เติบโตอย่างสมดุล พร้อมรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคต

ที่มา: กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin