Archives 2025

ม.นเรศวร คว้ารางวัล 5 ดาว AUN-HPN ก้าวสู่ผู้นำมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพอาเซียน

วันพุธที่ 27 พฤศจิกายน 2568 รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เข้ารับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ “มหาวิทยาลัยอาเซียนด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ระดับ 5 ดาว” จากเครือข่ายมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพแห่งอาเซียน (AUN-HPN) ซึ่งเป็นผลสำเร็จสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาสภาพแวดล้อม ระบบสนับสนุน และการบริหารจัดการสุขภาวะให้มีประสิทธิภาพตามมาตรฐาน Healthy University Rating System (HURS) อันเป็นกรอบการประเมินที่ส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษาพัฒนาศักยภาพด้านสุขภาวะอย่างยั่งยืน

รางวัลระดับ 5 ดาวดังกล่าวเป็นหลักฐานที่แสดงถึงความก้าวหน้าของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการขับเคลื่อนแนวทางสร้างเสริมสุขภาพเชิงระบบ โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของบุคลากร นิสิต และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกระดับ ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การออกแบบบริการสนับสนุนสุขภาวะ และการขยายระบบบริหารจัดการที่เอื้อต่อคุณภาพชีวิตของสมาชิกในมหาวิทยาลัย ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี

พิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณจัดขึ้นโดยมีศาสตราจารย์ ดร.ฉัตรเฉลิม อิศรางกูร ณ อยุธยา ประธานคณะทำงานระบบ HURS เป็นผู้มอบรางวัล โดยในปี 2568 มีเพียง 4 มหาวิทยาลัยไทยที่ได้รับการประเมินในระดับสูงสุด 5 ดาว ได้แก่ มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งของระบบอุดมศึกษาไทยในการขับเคลื่อนประเด็นสุขภาวะและความยั่งยืนในระดับภูมิภาค

การได้รับรางวัลในครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการบูรณาการแนวคิดการสร้างเสริมสุขภาพกับการบริหารจัดการมหาวิทยาลัยอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการส่งเสริมสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ การบริหารจัดการความปลอดภัย การเข้าถึงบริการสุขภาพ และการพัฒนาทักษะด้านสุขภาวะสำหรับนิสิตและบุคลากร ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของมหาวิทยาลัยสุขภาวะแบบยั่งยืน

นอกจากการเข้ารับรางวัลแล้ว รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี ยังได้รับเชิญให้นำเสนอแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) ในเวทีเสวนานานาชาติของ AUN-HPN ในหัวข้อ “Sharing Best Practices among Healthy Universities Participating in HURS” ณ Hilton Manila Newport World Resorts สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ การนำเสนอในครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการเผยแพร่ประสบการณ์ของมหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ร่วมกับมหาวิทยาลัยในภูมิภาคอาเซียน เพื่อยกระดับการพัฒนามหาวิทยาลัยสุขภาวะในเชิงร่วมมือ

การได้รับเชิญในฐานะวิทยากรระดับนานาชาติ แสดงให้เห็นถึงการยอมรับในศักยภาพของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นต้นแบบด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ตลอดจนการสร้างเวทีการเรียนรู้ร่วมกันกับมหาวิทยาลัยพันธมิตรในอาเซียน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ในระดับภูมิภาค และสอดคล้องกับเป้าหมายด้านการสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นทั้งในระดับการประเมินและการเผยแพร่แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศในต่างประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนานโยบาย โครงสร้างพื้นฐาน และระบบบริหารจัดการที่สนับสนุนสุขภาวะอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยืนยันบทบาทของมหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันที่ให้ความสำคัญต่อสุขภาวะของทุกคน และการสร้างความร่วมมือทางวิชาการที่เข้มแข็งเพื่อผลักดันการพัฒนาในระดับภูมิภาค

ความก้าวหน้าดังกล่าวเป็นแรงขับเคลื่อนที่จะช่วยให้มหาวิทยาลัยนเรศวรสามารถต่อยอดแนวทางการพัฒนามหาวิทยาลัยสุขภาวะแบบองค์รวมให้มีความยั่งยืนยิ่งขึ้น ผ่านการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภายในและพันธมิตรภายนอก พร้อมขยายผลสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของนิสิต บุคลากร และชุมชนโดยรอบอย่างเป็นรูปธรรม

ม.นเรศวร ขับเคลื่อนโครงการเสริมสร้างขีดความสามารถผู้พิการ สู่การพัฒนาเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2568 คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายเชิงยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ ผ่านโครงการ “เสริมสร้างขีดความสามารถของผู้พิการ” โดยมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของกลุ่มเปราะบางให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณค่าและมีส่วนร่วมในสังคมอย่างเท่าเทียม ภายใต้แนวคิดการพัฒนาที่ครอบคลุมและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

การดำเนินงานดังกล่าวได้รับมอบหมายให้ รองศาสตราจารย์ ดร.พิษณุ อภิสมาจารโยธิน รักษาการในตำแหน่งรองคณบดีฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์เพื่อสังคม เป็นผู้แทนคณะเข้าพบและหารือร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 14 พฤศจิกายน 2568 เพื่อ รวบรวมข้อมูลเชิงลึก ด้านการดำเนินงานเกี่ยวกับผู้พิการและผู้สูงอายุ รวมถึงแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการในระดับพื้นที่

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้มีการหารือกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในเขตอำเภอบางระกำ ได้แก่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่านางงาม ชุมแสงสงคราม หนองกุลา บ่อทอง และบ้านปรือกระเทียม ตำบลบึงกอก โดยเน้นการรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับ ศักยภาพการให้บริการด้านสุขภาพและสังคม รวมถึงข้อจำกัดเชิงระบบที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้พิการในพื้นที่

นอกจากนี้ ยังได้ลงพื้นที่ในเขตอำเภอชาติตระการ เพื่อหารือกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านดง บ้านนาตาจูน ชาติตระการ บ่อภาค และบ้านนุชเทียน โดยมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้าน การพัฒนาระบบบริการและการดูแลแบบองค์รวม เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการเฉพาะของผู้พิการและผู้สูงอายุได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการนี้มีเป้าหมายสำคัญในการ ส่งเสริมศักยภาพและคุณภาพชีวิตของผู้พิการให้สามารถพึ่งพาตนเอง มีโอกาสเข้าถึงบริการพื้นฐานอย่างเท่าเทียม และสามารถมีบทบาทในสังคมได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยอาศัยความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายในพื้นที่เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน

ในมิติของการพัฒนาเชิงระบบ โครงการยังมุ่งเน้นการสร้าง นวัตกรรมทางสังคมและเครือข่ายความร่วมมือ ระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานสาธารณสุข และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อยกระดับการบริหารจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการแก่กลุ่มเป้าหมายอย่างยั่งยืน

การดำเนินงานครั้งนี้สะท้อนบทบาทของคณะสังคมศาสตร์ในการเป็น กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเชิงพื้นที่ ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการกับการปฏิบัติจริง อันนำไปสู่การสร้างสังคมแห่งโอกาส ความเท่าเทียม และการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว

ม.นเรศวร เดินหน้ารณรงค์สังคมปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ผ่านกิจกรรม NU Playground Event เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะและความร่วมมืออย่างยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร ในฐานะ สถาบันการศึกษาที่ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ได้จัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับ โทษของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ภายในงาน NU Playground Event ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 17 – 19 พฤศจิกายน 2568 เวลา 17.00 – 21.00 น. เพื่อเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับ พิษภัยของการสูบบุหรี่ และสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่ม เยาวชนและนิสิต ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการเริ่มต้นใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบรูปแบบใหม่

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ประกาศจุดยืนในการ ต่อต้านการใช้บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึง คัดค้านข้อเสนอการยกเลิกการแบนบุหรี่ไฟฟ้า เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงให้ประชาชน โดยเฉพาะเยาวชน เข้าถึงผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อ สุขภาพระยะยาว และขัดต่อเป้าหมายการลดปัจจัยเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อร้ายแรง อาทิ โรคหัวใจ โรคปอด และโรคมะเร็ง

บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าเป็น ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ที่กระทบต่อสุขภาพของประชาชน แม้จะมีการนำเสนอว่าบุหรี่ไฟฟ้ามี ความปลอดภัยมากกว่า แต่ผลการวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่าบุหรี่ไฟฟ้า มีสารเคมีอันตราย ที่ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ เพิ่มความเสี่ยงต่อ โรคมะเร็งปอด และสร้างการเสพติด โดยเฉพาะในกลุ่ม วัยรุ่น ซึ่งอยู่ในช่วงการพัฒนาทางร่างกายและสติปัญญา ทำให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็น ภัยสุขภาพสมัยใหม่ ที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว

นอกเหนือจากผลกระทบต่อสุขภาพ การยกเลิกการแบนบุหรี่ไฟฟ้ายังอาจทำให้ภาระของระบบ สาธารณสุข เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากจะมีผู้ป่วยจากโรคที่ป้องกันได้เพิ่มสูงขึ้น มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงย้ำถึงความจำเป็นในการ รักษามาตรการควบคุมยาสูบอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของผลิตภัณฑ์ยาสูบชนิดใหม่ในกลุ่มเยาวชน และเพื่อสนับสนุนการสร้าง สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ

การลดการบริโภคยาสูบจำเป็นอย่างยิ่งต้องอาศัย ความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม สถาบันการศึกษา และประชาชนทั่วไป มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อผลักดัน มาตรการควบคุมยาสูบ และจัดกิจกรรม รณรงค์ให้ความรู้ ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหลากหลาย พร้อมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนเข้าใจผลกระทบและความเสี่ยงจากผลิตภัณฑ์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

หนึ่งในจุดเด่นของกิจกรรมภายใน NU Playground Event คือการมีส่วนร่วมของ นิสิตชมรมอาสา ซึ่งได้จัดบูธให้ความรู้ พูดคุย ชี้แจงข้อมูล และแจกสื่อความรู้เกี่ยวกับ พิษภัยของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ให้แก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป การมีส่วนร่วมของนิสิตช่วยเสริมสร้าง บทบาทพลเมือง วิชาการเพื่อสังคม และการพัฒนาทักษะการสื่อสารสาธารณะ ตลอดจนช่วยสร้าง เครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและชุมชน

กิจกรรมดังกล่าวยังสอดคล้องกับ นโยบายมหาวิทยาลัยที่มุ่งเป็นสถาบันตัวอย่างในการส่งเสริมสุขภาพ ผ่านการทำงานแบบบูรณาการ ทั้งการวิจัย งานวิชาการ การให้บริการสุขภาพ และการให้คำปรึกษาด้านการเลิกบุหรี่ การดำเนินการในลักษณะนี้เป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาสังคมที่ เข้มแข็ง ยั่งยืน และปราศจากปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรค

ม.นเรศวร ขอเชิญนิสิตศึกษาข้อมูล “7 วิธีหลีกเลี่ยงหายนะจากการพนัน”

มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอเชิญนิสิต บุคลากร และประชาคมมหาวิทยาลัย ศึกษาข้อมูลจาก กรมสุขภาพจิต เรื่อง “7 วิธีหลีกเลี่ยงหายนะจากการพนัน” เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ ผลกระทบด้านลบของการพนัน และแนวทางในการป้องกันตนเอง พร้อมร่วมกัน สร้างสังคมที่ปลอดภัยห่างไกลการพนัน

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ออก ประกาศสำคัญ เรื่อง “ห้ามนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวรเกี่ยวข้องกับการพนันฟุตบอล” เพื่อย้ำเตือนและสร้างความตระหนักให้กับนิสิตทุกคนถึง โทษและผลกระทบจากการพนันในทุกรูปแบบ ตลอดจนเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีวินัย การเคารพกฎระเบียบ และการดำเนินชีวิตด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

การพนันเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อสุขภาพจิต ความสัมพันธ์ในครอบครัว และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การเข้าใจอันตรายของการพนันจึงเป็นก้าวแรกของการป้องกัน โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนที่อาจถูกชักจูงได้ง่าย หากขาดการดูแลเอาใจใส่จากครอบครัวและชุมชนที่เข้มแข็ง

กรมสุขภาพจิตได้เสนอแนวทาง “7 วิธีหลีกเลี่ยงหายนะจากการพนัน” เพื่อให้ทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันและลดปัจจัยเสี่ยงของการเล่นพนัน เช่น การสร้างความอบอุ่นในครอบครัว การช่วยกันแก้ปัญหาเมื่อลูกหลานมีพฤติกรรมเสี่ยง การส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์แทนการพนัน และการเข้ารับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญเมื่อจำเป็น

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการสร้าง สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมสุขภาวะทางกายและใจ โดยจัดกิจกรรมรณรงค์และให้ความรู้แก่นิสิตเกี่ยวกับโทษของการพนัน เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจอย่างมีเหตุผล และการรับผิดชอบต่อสังคม

สำหรับผู้ที่ประสบปัญหาหรือได้รับผลกระทบจากการพนัน สามารถขอรับคำปรึกษาได้จาก สายด่วนสุขภาพจิต โทร. 1323 ซึ่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตโดยตรง

มหาวิทยาลัยนเรศวรขอเชิญชวนทุกคนร่วมมือกันเรียนรู้ ทำความเข้าใจ และเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับผลกระทบของการพนัน เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่มี ความสุข ปลอดภัย และยั่งยืน ห่างไกลจากการพนัน

ม.นเรศวร เข้าร่วมสัมมนาวิชาการระดับชาติด้านคนพิการ ครั้งที่ 17 เสริมโอกาสทางการศึกษาและอาชีพอย่างยั่งยืน

วันอังคารที่ 22 กันยายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดย ดร.จรัสดาว คงเมือง รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต ศิษย์เก่า และศิลปวัฒนธรรม เข้าร่วม สัมมนาวิชาการระดับชาติด้านคนพิการ ครั้งที่ 17 ณ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีในการพัฒนาศักยภาพของคนพิการในมิติการศึกษาและการประกอบอาชีพอย่างยั่งยืน

การจัดงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ภายใต้หัวข้อ “แนวปฏิบัติที่ดีและนวัตกรรมในการสร้างโอกาสทางการศึกษาและอาชีพสำหรับคนพิการ” ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างพื้นที่ทางวิชาการสำหรับการนำเสนอผลงาน วิจัย และนวัตกรรมที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม

ภายในงานมีการนำเสนอแนวคิดและกรณีศึกษาที่สะท้อนถึง การเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม รวมถึงการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในยุคปัจจุบัน โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ของคนพิการอย่างมีประสิทธิภาพ

ในโอกาสนี้ นายกัณต์กวี วิมุติ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการกองกิจการนิสิตและบุคลากร ได้นำนิสิตพิการของมหาวิทยาลัยนเรศวรเข้าร่วมกิจกรรม ประกอบด้วย นางสาวสิริยากร หมันบุญ นายอภิชาต เจริญสุบรุ่งเรียน และนายนนทวัฒน์ ขันทอง เพื่อเปิดโอกาสในการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกับเครือข่ายระดับประเทศ

การมีส่วนร่วมของนิสิตในเวทีดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการ พัฒนาศักยภาพผู้เรียนทุกกลุ่มอย่างครอบคลุม พร้อมทั้งสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับสิทธิ ความเสมอภาค และบทบาทของคนพิการในสังคมและตลาดแรงงาน

นอกจากนี้ ภายในพิธีเปิดได้รับเกียรติจากนายโชคชัย วิเชียรชัยยะ อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นประธานในพิธี ซึ่งได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ สร้างอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

การเข้าร่วมสัมมนาครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการขับเคลื่อน การศึกษาเพื่อทุกคน การจ้างงานที่มีคุณค่า และการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ผ่านการสร้างเครือข่ายความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในระดับชาติ

ม.นเรศวร จัดกิจกรรม Social Entrepreneurship for Change ปั้นไอเดียสร้างอาชีพผู้พิการและผู้สูงอายุสู่ความยั่งยืน

วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2568 คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรมโครงการ “Social Entrepreneurship for Change: ปั้นไอเดียสร้างอาชีพคนพิการ ผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และคนดูแล” ณ โรงละคร อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษาบรมราชินีนาถ โดยมีเป้าหมายในการขับเคลื่อนการพัฒนาเชิงเศรษฐกิจและสังคมผ่านแนวคิดผู้ประกอบการทางสังคม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบางในจังหวัดพิษณุโลก

กิจกรรมนี้มุ่งเน้นการ ส่งเสริมและสนับสนุนการจ้างงาน การสร้างอาชีพ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้พิการและผู้สูงอายุ รวมถึงการพัฒนาศักยภาพของผู้ดูแลให้สามารถมีบทบาทในการสร้างรายได้และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ อันเป็นกลไกสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสทางอาชีพอย่างเท่าเทียม

ในช่วงเช้า ได้มีการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “แนวทางการทำงานกับผู้พิการฯ ในชุมชน” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ธีรพงษ์ บัวหล้า ซึ่งได้ถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการทำงานร่วมกับผู้พิการในมิติของชุมชน เน้นการสร้างการมีส่วนร่วม การพัฒนาเครือข่าย และการออกแบบกิจกรรมที่ตอบโจทย์บริบทพื้นที่อย่างยั่งยืน

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับความรู้และแนวคิดที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาโครงการหรือกิจกรรมในชุมชน โดยเฉพาะการสร้าง ระบบสนับสนุนทางสังคมและเศรษฐกิจ ที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตของผู้พิการและครอบครัว พร้อมทั้งเปิดโอกาสในการต่อยอดสู่การพัฒนาอาชีพและธุรกิจเพื่อสังคม

ช่วงสำคัญของงานคือการนำเสนอผลงาน Pitching จาก 6 ทีมสุดท้าย ที่ผ่านการคัดเลือกจากทั้งหมด 59 กลุ่ม โดยนำเสนอแนวคิดนวัตกรรมที่สามารถพัฒนาเป็นอาชีพจริงและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ภายใต้การพิจารณาของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่ายในพื้นที่

ทีมที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ได้แก่ “แก้วกัลยา – ขนมหินฝนทอง” “หมอนหลอดหอมสมุนไพรเพื่อสุขภาพ สร้างอาชีพอย่างยั่งยืน” “หมอนสมุนไพรเปลี่ยนเสียง” “Punch for Hope ปักความหวัง สร้างอนาคต” “ร้านค้าไร้เสียง” และ “น้ำพริกครัวหลังบ้าน: โครงการพัฒนาอาชีพสร้างรายได้เพื่อคนพิการและผู้สูงอายุ” ซึ่งล้วนสะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์และศักยภาพของนิสิตในการออกแบบนวัตกรรมเพื่อสังคม

ผลการตัดสินปรากฏว่า ทีม “แก้วกัลยา – ขนมหินฝนทอง” ได้รับรางวัลชนะเลิศ รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ “หมอนหลอดหอมสมุนไพรเพื่อสุขภาพ สร้างอาชีพอย่างยั่งยืน” และรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ “น้ำพริกครัวหลังบ้าน: โครงการพัฒนาอาชีพสร้างรายได้เพื่อคนพิการและผู้สูงอายุ” ซึ่งเป็นตัวอย่างของการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยในการเป็น พื้นที่บ่มเพาะนวัตกรรมทางสังคม และสร้างโอกาสให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างนิสิต ชุมชน และหน่วยงานภายนอก เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วม อันนำไปสู่การสร้างความมั่นคงทางอาชีพ ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พิการและผู้สูงอายุในระยะยาว

ม.นเรศวร เจ้าภาพจัดประชุมวิชาการ CGCM ด้านการแพทย์แผนจีนครั้งแรกในประเทศไทย ส่งเสริมสุขภาพและความร่วมมือวิจัยระดับโลก

วันอังคารที่ 19 สิงหาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดการประชุมวิชาการนานาชาติ The 21st CGCM Meeting ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 19 – 21 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) จังหวัดพิษณุโลก โดยมีศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงกรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวต้อนรับ และศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงจารุภา วิโยชน์ เลขาธิการฝ่ายจัดงาน กล่าวรายงานต่อ Prof. Dr. Yung-Chi Cheng ประธาน Consortium for Globalization of Chinese Medicine (CGCM) ผู้กล่าวเปิดการประชุมอย่างเป็นทางการ

การประชุม CGCM เป็นเวทีระดับนานาชาติที่สำคัญในการ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และงานวิจัยด้านการแพทย์แผนจีน (Traditional Chinese Medicine: TCM) โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนายาสมุนไพรจีนและผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อมนุษยชาติ องค์กร CGCM ซึ่งก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 2003 ปัจจุบันมีสมาชิก 166 สถาบัน และภาคอุตสาหกรรมที่ร่วมเครือข่าย 29 แห่งจากทั่วโลก สะท้อนถึงพลังของความร่วมมือที่ครอบคลุมทั้งสถาบันการศึกษา หน่วยงานกำกับดูแล และอุตสาหกรรม

สำหรับการประชุมในครั้งนี้ มีการนำเสนอหัวข้อที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้ง การฝังเข็ม ชีวสารสนเทศศาสตร์ การวิจัยทางคลินิก ทรัพยากรยาสมุนไพร ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ กลไกทางเคมี กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และความร่วมมือระหว่างภูมิภาค โดยเน้นย้ำการประยุกต์ใช้ความรู้ร่วมกันระหว่างภาควิชาการและภาคอุตสาหกรรม อันจะนำไปสู่การสร้างมาตรฐานและการพัฒนาที่ตอบสนองต่อปัญหาสุขภาพระดับโลก

การประชุมยังเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ นักวิชาการ นักวิจัย และนิสิตนักศึกษา ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกกับผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายประเทศ สร้างเครือข่ายการวิจัยใหม่ ๆ ที่สามารถนำไปต่อยอดในด้านการแพทย์แผนจีน การแพทย์พื้นบ้าน และผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยขยายโอกาสของการทำงานร่วมกันในระดับนานาชาติ

นอกจากการนำเสนอผลงานวิจัยแล้ว การประชุมครั้งนี้ยังมีความสำคัญในมิติของ การพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์และสุขภาพ ทั้งในด้านวิชาการและการปฏิบัติจริง ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการส่งเสริมสุขภาพของประชาชนในสังคม ผ่านการประยุกต์ใช้องค์ความรู้และนวัตกรรมให้เกิดประโยชน์เชิงปฏิบัติ

มหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะเจ้าภาพหลัก ได้แสดงบทบาทสำคัญในการผลักดันความร่วมมือระดับโลกด้านการแพทย์และการวิจัย เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่และเสริมสร้างศักยภาพของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ ตอกย้ำพันธกิจของมหาวิทยาลัยในการเชื่อมโยง งานวิจัยกับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม

ท้ายที่สุด การประชุมวิชาการ CGCM Meeting ครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ไม่เพียงแต่สนับสนุนการวิจัยด้านการแพทย์แผนจีน แต่ยังสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับโลก อันจะช่วยเสริมสร้างสังคมที่เข้มแข็งในการรับมือความท้าทายด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การพัฒนาที่มั่นคงและยั่งยืนในอนาคต

ม.นเรศวร ชวนใช้สิทธิประกันสังคมด้านทันตกรรม ก่อนสิ้นปี 2567

วันอังคารที่ 4 ธันวาคม 2567 คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอเชิญผู้ประกันตนทุกท่านมาใช้สิทธิประกันสังคมด้านทันตกรรม ก่อนสิ้นปี 2567 โดยสามารถเข้ารับบริการโดย ไม่ต้องสำรองจ่าย เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างเท่าเทียม และลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน

บริการทันตกรรม ที่สามารถใช้สิทธิ ได้แก่ ถอนฟัน ผ่าฟันคุด ขูดหินปูน และอุดฟัน ซึ่งล้วนเป็นการรักษาสำคัญที่ช่วยป้องกันโรคในช่องปากระยะยาว และสอดคล้องกับแนวทางการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคตาม เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 3) ที่มุ่งสร้างหลักประกันด้านสุขภาพที่ครอบคลุมและทั่วถึง

การเปิดให้บริการโดย โรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ยังสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในการทำหน้าที่เพื่อสังคม ผ่านการสนับสนุนให้ประชาชนมีโอกาสได้รับการดูแลสุขภาพที่ได้มาตรฐาน โดยไม่ถูกจำกัดด้วยข้อจำกัดทางเศรษฐกิจหรือสังคม

สิทธิประโยชน์นี้สามารถใช้ได้ ถึงวันที่ 27 ธันวาคม 2567 เท่านั้น ผู้ประกันตนจึงควรตรวจสอบสิทธิและเข้ารับบริการก่อนหมดกำหนด เพื่อให้ไม่สูญเสียโอกาสในการดูแลสุขภาพช่องปาก และลดความเสี่ยงต่อโรคในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับการสร้างสุขภาวะที่ยั่งยืนในชุมชน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 0 5596 7462 และ 0 5596 7481 เพื่อยืนยันสิทธิและวางแผนการเข้ารับบริการอย่างเหมาะสม

ม.นเรศวร จัดงานเกษตรนเรศวร ครั้งที่ 19 ส่งเสริมเกษตรยั่งยืนและการพัฒนาเมืองอย่างสมดุล

วันอังคารที่ 18 สิงหาคม 2568 คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดงาน งานเกษตรนเรศวร ครั้งที่ 19 ภายใต้แนวคิด “ผสานนวัตกรรม สร้างสรรค์โลกแห่งเกษตรดิจิทัล เพื่อความมั่งคั่ง ปลอดภัย และยั่งยืน” โดยมุ่งเน้นการสื่อสารองค์ความรู้ด้าน เกษตรยั่งยืน พร้อมเชื่อมโยงเทคโนโลยีสู่การพัฒนาชุมชนเกษตรในจังหวัดพิษณุโลกและพื้นที่ใกล้เคียง

ภายในงานมีการจัดแสดงผลผลิตทางการเกษตรจากเกษตรกรและผู้ประกอบการในท้องถิ่น ซึ่งรวมถึงต้นไม้หลากหลายพันธุ์ ไม้ยืนต้น พืชสวนครัว กล้วยไม้ รวมถึงสินค้าเกษตรคุณภาพ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของการผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงวิถีการปลูกพืชอย่างยั่งยืนในชีวิตประจำวัน

การจัดแสดงพืชและต้นไม้ชนิดต่าง ๆ ภายในพื้นที่ยังช่วยส่งเสริมให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการเพิ่มพื้นที่สีเขียวทั้งในบ้านและสถานที่ทำงาน อันเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาเมืองให้น่าอยู่ ช่วยลดความร้อนในเขตชุมชน ลดการใช้พลังงานในระบบปรับอากาศ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่ประชาชน

พื้นที่จำหน่ายสินค้าท้องถิ่น เสื้อผ้า งานหัตถกรรม อาหาร และสัตว์สวยงาม เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามผลักดันเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ช่วยเพิ่มช่องทางการตลาดให้เกษตรกรรายย่อย ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และสร้างโอกาสให้ผู้ผลิตท้องถิ่นได้เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง

นอกจากนี้ กิจกรรมยังมุ่งเน้นการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านนวัตกรรมเกษตรสมัยใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการพัฒนาภาคเกษตรให้สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ ความต้องการอาหารที่ปลอดภัย และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า อันเป็นหัวใจของการพัฒนาระบบอาหารที่ยั่งยืนในระยะยาว

การจัดงานในสถานที่ภายในมหาวิทยาลัยนเรศวรยังเป็นการใช้พื้นที่เพื่อสนับสนุนกิจกรรมที่สร้างคุณค่าให้ชุมชน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาเมืองและพื้นที่การศึกษาให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และพัฒนาอย่างสมดุล พร้อมสนับสนุนการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน

งานเกษตรนเรศวร ครั้งที่ 19 ครั้งนี้ เป็นส่วนสำคัญของกระบวนการสร้างความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา ชุมชน และภาคการผลิต โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการยกระดับภาคเกษตรของภูมิภาคให้มั่นคง มีคุณภาพ และสามารถพัฒนาไปสู่ระบบ เกษตรยั่งยืน ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านอาหาร ความเป็นอยู่ และการพัฒนาที่ยั่งยืนของเมืองและชุมชนในอนาคต

ม.นเรศวร ยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพการนอนหลับ สู่ศูนย์ตรวจการนอนหลับแห่งแรกในภาคเหนือตอนล่างที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับประเทศ

ศูนย์ตรวจการนอนหลับ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับการรับรองมาตรฐานอย่างเป็นทางการจากสมาคมโรคนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับแห่งประเทศไทย (Accredited Sleep Center) และราชวิทยาลัยโสต ศอ นาสิกแพทย์แห่งประเทศไทย นับเป็นศูนย์ตรวจการนอนหลับแห่งแรกในภาคเหนือตอนล่างที่ผ่านการรับรองคุณภาพระดับประเทศ สะท้อนถึงความพร้อมและศักยภาพของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในการยกระดับบริการด้านสุขภาพการนอนหลับให้ได้มาตรฐานสากล

ศูนย์ตรวจการนอนหลับแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเพื่อรองรับผู้ป่วยที่มีภาวะผิดปกติของการนอน เช่น โรคนอนกรน ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ และปัญหาคุณภาพการนอนหลับอื่น ๆ โดยมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโสต ศอ นาสิกวิทยา แพทย์เฉพาะทางด้านการนอนหลับ และบุคลากรสหสาขาวิชาชีพที่ผ่านการอบรมเฉพาะทาง เพื่อให้การดูแล วินิจฉัย และรักษาเป็นไปตามมาตรฐานทางการแพทย์อย่างครบวงจร

ในโอกาสนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงมัณฑนา ประกาศสัจธรรม และแพทย์หญิงอริสา ด่วนทวีสุข อาจารย์ประจำภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นผู้แทนศูนย์ฯ เข้ารับใบประกาศนียบัตรรับรองคุณภาพ (Certificate) ภายในงานประชุมวิชาการสมาคมโรคนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ ประจำปี 2568 ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2568 ซึ่งเป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยด้านการนอนหลับจากทั่วประเทศ

ความสำเร็จในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการพัฒนาศักยภาพทางการแพทย์และการบริการสุขภาพของมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ไม่เพียงแต่ให้การรักษาเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นการส่งเสริมโปรแกรมด้านการนอนหลับ และสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการนอนหลับที่มีคุณภาพในกลุ่มบุคลากรและประชาชนทั่วไป เพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และเสริมสร้างสุขภาพกายใจที่ดีในระยะยาว

การดำเนินงานของศูนย์ตรวจการนอนหลับ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสุขภาพ โดยเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตผ่านการดูแลสุขภาวะการนอนอย่างมีระบบ และการให้คำปรึกษาที่ครอบคลุมทั้งการรักษา การป้องกัน และการปรับพฤติกรรมการนอนที่เหมาะสม ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ เบาหวาน และภาวะซึมเศร้าที่มักเกิดจากการนอนหลับไม่เพียงพอ

นอกจากนี้ ศูนย์ฯ ยังมุ่งเน้นการเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ ผ่านการจัดอบรม เวิร์กช็อป และการให้คำแนะนำเชิงป้องกันในชุมชน เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาการนอนและแนวทางการปรับพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง โดยส่งเสริมให้การนอนหลับและการฝึกสติ (Mindfulness) เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตที่สมดุล

ด้วยความมุ่งมั่นและการทำงานอย่างต่อเนื่อง ศูนย์ตรวจการนอนหลับ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร จึงเป็นต้นแบบของการให้บริการสุขภาพแบบองค์รวม ที่ผสมผสานองค์ความรู้ทางการแพทย์เข้ากับการส่งเสริมสุขภาวะด้านจิตใจ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่สังคมไทยอย่างยั่งยืน

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ยังคงยึดมั่นในพันธกิจ “โรงเรียนแพทย์ระดับโลก เพื่อสร้างสังคมที่มีสุขภาพที่ดี” พร้อมเดินหน้าพัฒนาองค์ความรู้ด้านสุขภาพ การวิจัย และการบริการทางการแพทย์ เพื่อยกระดับสุขภาวะของประชาชนในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin