Archives 2025

ม.นเรศวร เสริมพลังใจบุคลากรคณะทันตแพทยศาสตร์ สร้างองค์กรแห่งความสุขอย่างยั่งยืน

วันอังคารที่ 23 ธันวาคม 2568 คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมกิจกรรมภายใต้โครงการ “อยู่ดี มีสุขร่วมกัน : เสริมพลังใจบุคลากร เพื่อดูแลสุขภาพจิตนิสิตและเพื่อนร่วมงาน” ณ โรงแรมเรือนแพ รอยัล ปาร์ค พิษณุโลก

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อส่งเสริมบรรยากาศการทำงานที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนของบุคลากร ถือเป็นการสร้างรากฐานด้านสุขภาวะที่เข้มแข็ง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนให้ผู้ปฏิบัติงานมีสุขภาพกายและใจที่สมบูรณ์พร้อม

ภายในงานได้รับความอนุเคราะห์จากทีมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจาก ศูนย์สุขภาพจิตที่ 2 กรมสุขภาพจิต ที่ให้เกียรติมาบรรยายวิชาการและนำผู้เข้าร่วมทำกิจกรรมฝึกปฏิบัติ เพื่อมอบเครื่องมือทางจิตวิทยาในการดูแลตนเองและเพื่อนร่วมงานในสภาพแวดล้อมการทำงานจริง

หัวข้อการอบรมที่สำคัญประกอบด้วย การสื่อสารเชิงบวกในที่ทำงาน ซึ่งช่วยสร้างความเข้าใจและลดความขัดแย้งในองค์กร ควบคู่ไปกับ การสร้างพลังใจและสมดุลชีวิต เพื่อให้บุคลากรสามารถบริหารจัดการเวลาส่วนตัวและหน้าที่การงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมยังได้เรียนรู้เรื่อง ลักษณะนิสัยตามบุคลิกภาพ เพื่อทำความเข้าใจความแตกต่างของแต่ละบุคคลอย่างลึกซึ้ง รวมถึงได้รับการฝึกฝน การรู้จักชื่นชมตนเองและผู้อื่น ซึ่งเป็นกลไกเชิงบวกในการสร้างกำลังใจและเสริมสร้างความผูกพันอันดีในทีมงาน

กิจกรรมดังกล่าวเชื่อมโยงกับแนวทางการพัฒนาที่คำนึงถึงความเป็นอยู่ที่ดีของทุกคน โดยมุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมและชุมชนภายในสถานที่ทำงานให้มีความปลอดภัย เอื้ออาทร และสนับสนุนเกื้อกูลกัน เพื่อยกระดับสังคมการทำงานให้น่าอยู่

การให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตของทีมงาน สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ โรงเรียนทันตแพทย์เพื่อตอบสนองความต้องการของสังคม ที่พร้อมดูแลบุคลากรให้มีความสุข เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่และส่งมอบบริการด้านสาธารณสุขแก่ประชาชนได้อย่างเต็มกำลังความสามารถ

ม.นเรศวร ส่งต่อรอยยิ้มสู่ชุมชน นำนิสิตทันตแพทย์ลงพื้นที่โรงเรียนบ้านมุงเพื่อความยั่งยืน

วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม 2568 นิสิตคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อเข้าร่วม กิจกรรมชุมชนสัมพันธ์สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โดยดำเนินการให้บริการด้านสุขภาพช่องปากและฟันแก่ประชาชนในระดับชุมชน

การออกหน่วยให้บริการในครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้การดำเนินงานของ โครงการค่ายบูรณาการ 6โรงเรียนบ้านมุง อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายในการกระจายโอกาสการเข้าถึงบริการสาธารณสุขเชิงรุก

กิจกรรมดังกล่าวเปิดโอกาสให้นิสิตได้นำองค์ความรู้ทางวิชาชีพมาปฏิบัติจริง เพื่อดูแลสุขภาพและสวัสดิภาพของคนในท้องถิ่น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างชุมชนที่มีสุขภาวะที่ดีและมีคุณภาพชีวิตที่สมบูรณ์

การกระจายการบริการทางการแพทย์และการให้ความรู้สู่พื้นที่ห่างไกล ถือเป็นกลไกสำคัญเพื่อส่งเสริมสุขภาวะและลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพช่องปากอย่างยั่งยืน ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการดูแลรักษาที่มีมาตรฐานได้อย่างเท่าเทียมกัน

การดำเนินโครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของ โรงเรียนทันตแพทย์เพื่อตอบสนองความต้องการของสังคม ที่สนับสนุนให้นิสิตเรียนรู้ผ่านการลงพื้นที่จริง เพื่อทำความเข้าใจบริบทและช่วยบรรเทาปัญหาของชุมชน

นอกเหนือจากการให้บริการทางทันตกรรม นิสิตที่เข้าร่วมกิจกรรมยังได้รับการปลูกฝังจิตสำนึกสาธารณะ การเสียสละ และทักษะการทำงานร่วมกับชุมชน ซึ่งเป็นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของบุคลากรทางการแพทย์

คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จะยังคงสานต่อภารกิจด้านการบริการวิชาการแก่สังคมต่อไป เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการยกระดับมาตรฐานระบบสาธารณสุข และร่วมสร้างสังคมที่ทุกคนมีสุขภาพช่องปากที่ดีควบคู่ไปกับการพัฒนาประเทศอย่างมั่นคง

ม.นเรศวร ซ้อมแผนรับอุบัติภัยหมู่ เสริมความพร้อมรับเหตุฉุกเฉินช่วงเทศกาล

วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม 2568 เวลา 14.00 น. โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร จัดการจำลองสถานการณ์อุบัติภัยหมู่แบบเสมือนจริง ณ แผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน เพื่อทดสอบความพร้อมของระบบรับผู้ป่วยฉุกเฉินและการปฏิบัติงานของทีมที่เกี่ยวข้อง

การซ้อมแผนจัดขึ้นเพื่อ ส่งเสริมความพร้อมของบุคลากรทางการแพทย์ในการรับมือเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเทศกาล รวมทั้งทบทวนบทบาท หน้าที่ และแนวทางปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อเกิดเหตุอุบัติภัยหมู่

บุคลากรจากหน่วยงานต่าง ๆ ได้ฝึกปฏิบัติตามบทบาทในสถานการณ์จำลอง ตั้งแต่การคัดแยกผู้ป่วย การดูแลรักษาเบื้องต้น และการจัดระบบบริการ เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบเหตุเป็นไปอย่างรวดเร็วและทันท่วงที

การฝึกซ้อมยังครอบคลุมการเตรียมเครื่องมือ เวชภัณฑ์ และยา ตลอดจนการบริหารจัดการทรัพยากรทางการแพทย์ให้เพียงพอและเหมาะสมกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีผู้ได้รับผลกระทบจำนวนมาก

นอกจากนี้ ยังเน้นการติดต่อสื่อสารและการประสานงานระหว่างทีมภายในโรงพยาบาลกับเครือข่ายภายนอก รวมถึงทีมกู้ชีพฉุกเฉิน เพื่อให้การส่งต่อและช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติภัยดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ

การจำลองสถานการณ์ช่วยเสริมทักษะ ความมั่นใจ และความแม่นยำในการตัดสินใจของบุคลากร เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องตามขั้นตอนและมาตรฐานเมื่อเกิดเหตุการณ์จริง

การซ้อมแผนครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวรในการยกระดับความปลอดภัยด้านสุขภาพ สร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายบริการฉุกเฉิน และให้ประชาชนได้รับบริการที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ

ม.นเรศวร จัดกิจกรรมจิตอาสาคัดแยกยาส่งต่อความช่วยเหลือผู้ประสบภัยชายแดนไทย–กัมพูชา

วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม 2568 คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดยผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากร ได้ร่วมแรงร่วมใจดำเนินกิจกรรมจิตอาสาคัดแยกยาเหลือใช้ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์อย่างสูงสุด

การดำเนินงานในครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อรวบรวมและจัดหมวดหมู่เวชภัณฑ์ที่ยังมีคุณภาพดี เพื่อเตรียมนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งกำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักและต้องอพยพหนีภัยการสู้รบออกจากที่อยู่อาศัย

เวชภัณฑ์ที่ผ่านกระบวนการคัดกรองอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ จะถูกนำไปมอบให้กับศูนย์พักพิงชั่วคราวในเขตพื้นที่ จังหวัดศรีสะเกษ โดยได้รับการสนับสนุนจาก ทีมงานอาสาเมืองสองแคว ที่ให้ความอนุเคราะห์เป็นตัวแทนในการขนส่งทรัพยากรไปยังพื้นที่เป้าหมาย

การปฏิบัติภารกิจนี้ถือเป็นการสนับสนุนระบบสาธารณสุขเชิงรุก เพื่อสร้างหลักประกันว่าประชาชนที่อยู่ในภาวะวิกฤตจะสามารถเข้าถึงยารักษาโรคที่จำเป็น อันเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและส่งเสริมสุขภาวะที่ดีให้แก่ผู้ประสบภัย

พร้อมกันนี้ การกระจายทรัพยากรทางการแพทย์สู่พื้นที่ห่างไกลยังเป็นกลไกสำคัญในการลดช่องว่างด้านสาธารณสุข ทำให้กลุ่มผู้เปราะบางและผู้อพยพได้รับการดูแลรักษาสุขภาพขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียมและเหมาะสมตามหลักมนุษยธรรม

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองในการส่งมอบกำลังใจและความช่วยเหลือสู่สังคม โดยมุ่งเน้นการใช้ความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพมาบูรณาการเป็นพันธกิจบริการวิชาการ เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินของประเทศ

การหลอมรวมพลังความสามัคคีในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงปณิธานอันแน่วแน่ของหน่วยงาน ที่พร้อมขับเคลื่อนเจตนารมณ์ “เภสัชกรรมเพื่อสังคม ห่วงใย เคียงข้าง ในทุกวิกฤต” เพื่อสร้างความยั่งยืนด้านสุขภาพให้แก่ประชาชนต่อไป

ม.นเรศวร ส่งนิสิตทันตแพทย์ลงพื้นที่ส่งเสริมสุขภาพช่องปากแก่ชุมชน

วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม 2568 นิสิตคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมกิจกรรม ชุมชนสัมพันธ์สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ภายใต้โครงการค่ายบูรณาการ 6 ณ โรงเรียนบ้านมุง อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก เพื่อให้บริการด้านสุขภาพช่องปากแก่ประชาชนในพื้นที่

กิจกรรมดังกล่าวมุ่งให้นิสิตได้นำความรู้และทักษะทางทันตแพทยศาสตร์ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานจริง ร่วมเรียนรู้บริบทของชุมชน และสร้างความเข้าใจถึงปัจจัยที่มีผลต่อสุขภาพช่องปากของประชาชนในแต่ละพื้นที่

การลงพื้นที่ให้บริการสุขภาพช่องปากช่วยสนับสนุนให้ประชาชนได้รับคำแนะนำและการดูแลสุขภาพเบื้องต้นอย่างเหมาะสม รวมทั้งสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลช่องปาก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการมีสุขภาพที่ดีในระยะยาว

โครงการค่ายบูรณาการ 6 ยังเปิดโอกาสให้นิสิตได้พัฒนาทักษะการสื่อสาร การทำงานเป็นทีม และความรับผิดชอบต่อสังคม ผ่านการทำงานร่วมกับชุมชนและหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

การดำเนินกิจกรรมสะท้อนแนวทางของ โรงเรียนทันตแพทย์เพื่อตอบสนองความต้องการของสังคม ที่มุ่งนำองค์ความรู้และทรัพยากรของมหาวิทยาลัยไปสนับสนุนการดูแลสุขภาพของประชาชน โดยคำนึงถึงความต้องการและบริบทของชุมชนเป็นสำคัญ

นอกจากนี้ การเข้าถึงบริการและความรู้ด้านสุขภาพช่องปากในพื้นที่ชุมชน ยังเป็นการสร้างโอกาสให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง ลดข้อจำกัดด้านการเข้าถึงบริการสุขภาพ และส่งเสริมการป้องกันปัญหาสุขภาพช่องปากตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

กิจกรรมครั้งนี้จึงเป็นอีกส่วนสำคัญในการ ส่งเสริมสุขภาวะและลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพช่องปากอย่างยั่งยืน พร้อมปลูกฝังให้นิสิตมีจิตสำนึกในการใช้ความรู้วิชาชีพเพื่อประโยชน์ของสังคมและชุมชนต่อไป

ม.นเรศวร จับมือภาคีเครือข่ายสาธารณสุข วางแนวทางดูแลสุขภาพจิตนิสิต มุ่งสร้างสังคมแห่งสุขภาวะที่ยั่งยืน

วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม 2569 กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก และ ศูนย์สุขภาพจิตที่ 2 จัดการประชุมหารือเพื่อกำหนดแนวทางการดูแลสุขภาพจิตของนิสิตอย่างบูรณาการ โดยมี นายกัณต์กวี วิมุติ รักษาการผู้อำนวยการกองกิจการนิสิต เป็นประธานการประชุม ณ ห้องประชุมนเรศวร 301 อาคารสำนักงานอธิการบดี

การประชุมในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายสำคัญเพื่อวางระบบการดูแลสวัสดิภาพทางอารมณ์และจิตใจของนักศึกษาให้มีประสิทธิภาพและครอบคลุมในทุกมิติ ซึ่งสอดคล้องกับการส่งเสริม การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของทุกคน โดยให้ความสำคัญกับการจัดการความเครียดและปัญหาสุขภาพจิตที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการศึกษา

แนวทางการดำเนินงานที่ได้หารือร่วมกันนั้น ครอบคลุมตั้งแต่ การดูแลเชิงป้องกัน ซึ่งเป็นการสร้างความตระหนักรู้และเตรียมความพร้อมให้แก่นิสิตในการรับมือกับสภาวะความกดดันต่าง ๆ ก่อนที่จะลุกลามเป็นปัญหาด้านสุขภาพจิตที่รุนแรง

นอกจากนี้ยังมุ่งเน้น การส่งเสริมสุขภาพและทักษะการจัดการอารมณ์ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจให้แก่นิสิต สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัย และมีภูมิคุ้มกันในการเผชิญกับความท้าทายทั้งในด้านการเรียนและการใช้ชีวิตประจำวัน

ในส่วนของการช่วยเหลือเมื่อเกิดวิกฤต ที่ประชุมได้วางมาตรการด้าน การให้คำปรึกษาและช่วยเหลือด้านจิตวิทยา โดยมุ่งเน้นการสร้าง สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและครอบคลุม ภายในสถานศึกษา เพื่อให้นิสิตทุกคนสามารถเข้าถึงแหล่งสนับสนุนทางอารมณ์และเครือข่ายวิชาชีพด้านสุขภาพจิตได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างมหาวิทยาลัยและหน่วยงานสาธารณสุขระดับจังหวัดในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เรียน เพื่อรับประกันว่านิสิตจะสามารถใช้ชีวิตและเรียนรู้ได้อย่างมีคุณภาพ ภายใต้การดูแลที่เหมาะสมและได้มาตรฐานจากผู้เชี่ยวชาญ

การบูรณาการความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของมหาวิทยาลัยนเรศวร ในการดูแลสวัสดิภาพของนิสิตอย่างรอบด้าน พร้อมทั้งเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้เกิดระบบสนับสนุนด้านสุขภาพจิตที่ยั่งยืน เพื่อสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ที่มีความสุขและพร้อมเติบโตเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพของสังคมต่อไป

ม.นเรศวร ต้อนรับนิสิตสาธารณสุขศาสตร์ ศึกษาดูงานระบบจัดการน้ำ ยกระดับอนามัยสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

วันพุธที่ 17 ธันวาคม 2568 กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ให้การต้อนรับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธนัช กนกเทศ อาจารย์ผู้รับผิดชอบรายวิชา 551161 อนามัยสิ่งแวดล้อมในงานสาธารณสุข พร้อมด้วยนิสิตสาขาอนามัยชุมชน ชั้นปีที่ 1 คณะสาธารณสุขศาสตร์ รวมจำนวน 175 คน ในการเข้าศึกษาดูงานภายในมหาวิทยาลัย

การศึกษาดูงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านการจัดการทรัพยากรน้ำและสุขาภิบาล ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญในการสร้างเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของทุกคนในสังคม การมีน้ำอุปโภคบริโภคที่ปลอดภัยและการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ได้มาตรฐานคือรากฐานของการป้องกันโรคและยกระดับคุณภาพชีวิต

คณะศึกษาดูงานได้เข้าเยี่ยมชมและศึกษาขั้นตอนการดำเนินงานของระบบสาธารณูปโภคภายในมหาวิทยาลัย โดยเริ่มต้นจากการเรียนรู้ เทคโนโลยีการผลิตน้ำประปาของมหาวิทยาลัย เพื่อทำความเข้าใจกระบวนการปรับปรุงคุณภาพน้ำดิบให้กลายเป็นน้ำประปาที่สะอาด ปลอดภัย และได้มาตรฐานสำหรับการใช้งานของบุคลากรและนิสิต

จากนั้น นิสิตได้ลงพื้นที่ศึกษาการทำงานของ สถานีบำบัดน้ำเสียและระบบจัดการคุณภาพน้ำ ซึ่งมหาวิทยาลัยได้ให้ความสำคัญกับการบำบัดน้ำทิ้งอย่างเป็นระบบก่อนปล่อยคืนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติหรือนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและดูแลสุขอนามัยของชุมชนโดยรอบ

ภายในกิจกรรมได้มีการร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้าน การบริหารจัดการน้ำสะอาดและน้ำเสีย ระหว่างวิทยากรประจำหน่วยงานและกลุ่มนิสิต เพื่อให้เกิดความเข้าใจเชิงปฏิบัติอย่างถ่องแท้ และสามารถนำทฤษฎีในห้องเรียนมาเชื่อมโยงกับกระบวนการทำงานจริงในระดับองค์กร

การลงพื้นที่ปฏิบัติการจริงในครั้งนี้ ช่วยยกระดับทักษะด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้านให้แก่นิสิตสาขาอนามัยชุมชน ซึ่งจะเป็นการเตรียมความพร้อมและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นิสิตในการเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนงานด้านสาธารณสุขของประเทศในอนาคต

กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอขอบคุณคณาจารย์และนิสิตที่ให้เกียรติเข้าศึกษาดูงาน พร้อมทั้งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากการเยี่ยมชมระบบปฏิบัติการจริง จะเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้และการพัฒนาวิชาชีพด้านสาธารณสุขต่อไป

ม.นเรศวร ต้อนรับคณะศึกษาดูงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม เรียนรู้ระบบผลิตน้ำประปาและบำบัดน้ำเสียเพื่อการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน

วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม 2568 รองศาสตราจารย์ ดร.พนัส นัถฤทธิ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีสารสนเทศ พร้อมด้วย นายรุ่งรัตน์ พระนาค ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ และคณะ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการติดตั้ง ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) บริเวณดาดฟ้า หลังคาอาคาร และพื้นที่รอบสระสุริโยทัย ภายในมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อผลิตพลังงานสะอาดสำหรับใช้ภายในมหาวิทยาลัย อันเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การดำเนินโครงการดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการส่งเสริม พลังงานสะอาดและพลังงานทดแทน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมยกระดับมหาวิทยาลัยสู่การเป็น มหาวิทยาลัยสีเขียว (Green University) และมหาวิทยาลัยที่ขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งภายในมหาวิทยาลัยจะช่วยเพิ่มสัดส่วนการใช้ พลังงานหมุนเวียน ในการดำเนินงานขององค์กร สนับสนุนการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนด้านพลังงานไฟฟ้าในระยะยาว และเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานของมหาวิทยาลัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

นอกจากการใช้ประโยชน์ด้านพลังงานแล้ว โครงการยังเป็น แหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานสะอาดและการจัดการสิ่งแวดล้อม สำหรับนิสิต คณาจารย์ และนักวิจัย โดยสามารถนำข้อมูลจากระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ในการศึกษา วิเคราะห์ และพัฒนาองค์ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน การอนุรักษ์พลังงาน และการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อยกระดับการเรียนการสอนและการวิจัยของมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังให้ความสำคัญกับการบูรณาการองค์ความรู้และการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายวิชาการ เพื่อแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี นวัตกรรม และแนวปฏิบัติที่ดีด้านพลังงานสะอาด ตลอดจนร่วมกันพัฒนาแนวทางการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ยังช่วยสนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน เปิดโอกาสให้เกิดการศึกษาและติดตามประสิทธิภาพของระบบในสภาพแวดล้อมจริง รวมทั้งเป็นต้นแบบการบริหารจัดการพลังงานที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาอาคารและพื้นที่ของมหาวิทยาลัยให้มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

การขับเคลื่อนโครงการพลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์ของมหาวิทยาลัยนเรศวร แสดงให้เห็นถึงการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการพลังงาน ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสร้างต้นแบบมหาวิทยาลัยที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดเพื่อประโยชน์ของสังคมและประเทศในระยะยาว

ม.นเรศวร จัดโครงการ World Stroke Day 2025 มุ่งยกระดับระบบบริการสุขภาพสู่ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองครบวงจร

วันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม 2568 คณะแพทยศาสตร์ และ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร จัดโครงการ World Stroke Day 2025 รุ่นที่ 1 ภายใต้หัวข้อ “Think Fast, Act Smart” เพื่อเสริมศักยภาพการดูแลผู้ป่วย Stroke ให้แก่ทีมสหสาขาวิชาชีพ บุคลากรทางการแพทย์ นิสิตแพทย์ และผู้สนใจ เพื่อขับเคลื่อนการดูแลผู้ป่วยอย่างมีคุณภาพ

การดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ผศ.พญ.พิริยา นฤขัตรพิชัย คณบดีคณะแพทยศาสตร์ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย ผศ.พญ.ดวงนภารุ่งพิบูลย์โสภิษฐ์ หัวหน้าสาขาวิชาประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ ณ ห้องประชุมเอกาทศรถ 9 ชั้น 3 อาคารสิรินธร โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร

โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีโดยคณะกรรมการสหสาขาวิชาชีพโรคหลอดเลือดสมอง และสาขาวิชาประสาทวิทยา เพื่อให้บุคลากรได้รับองค์ความรู้ใหม่ที่ทันสมัยเกี่ยวกับการวินิจฉัยและการดูแลรักษา ซึ่งเป็นการสนับสนุนการสร้างหลักประกันการมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนเพื่อลดความสูญเสียด้านสาธารณสุข

กิจกรรมมุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพบุคลากรให้สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ภายใต้แนวคิด Think Fast เพื่อให้สามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างรวดเร็ว และ Act Smart เพื่อให้บริการตามระบบ Stroke Fast Track อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งกลไกเหล่านี้ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตและความพิการในผู้ป่วยอย่างยั่งยืน

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับรางวัลทั้งระดับชาติและนานาชาติจากความสำเร็จในการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง โดยมีความพร้อมของทีมอาจารย์แพทย์และทีมสหสาขาวิชาชีพที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ส่งผลให้ระบบการให้บริการมีความครอบคลุมและเกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อคนไข้

ปัจจุบัน โรงพยาบาลได้ยกระดับความสามารถด้านการรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยมีประสาทศัลยแพทย์อนุสาขารังสีร่วมรักษาเข้าร่วมทีม ช่วยเพิ่มศักยภาพในการให้บริการ Thrombectomy ทำให้โรงพยาบาลมีความพร้อมก้าวสู่การเป็น ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองครบวงจร ตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข ผ่านความร่วมมือของเครือข่ายสหสาขาวิชาชีพเพื่อรองรับผู้ป่วยในระดับภูมิภาค

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวกำหนดจัดขึ้นจำนวน 2 รุ่น โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมโครงการ World Stroke Day 2025 รุ่นที่ 2 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 22 ธันวาคม 2568 ถือเป็นการขยายผลการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและการผนึกกำลังเครือข่ายวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์ระบบสาธารณสุขให้มีความมั่นคงต่อไป

ม.นเรศวร ร่วมงาน FoodX 2025 เชื่อมงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

วันพุธที่ 3 ธันวาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดยศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงกรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วยนางเจนจิต นาคปรีชา ผู้อำนวยการกองการวิจัยและนวัตกรรม นายภวัต ภาชนะ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการกองการถ่ายทอดเทคโนโลยีและบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา และนักวิจัยมหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมงาน FoodX – Business of Food Forum – Premiumisation Day 2025 ณ ห้องบอลรูม ชั้น 1 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

งานดังกล่าวเป็นเวทีเสริมสร้างศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มสำเร็จรูปครบวงจร โดยถ่ายทอดกลยุทธ์ด้านการเพิ่มมูลค่าและความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่

กองการวิจัยและนวัตกรรมได้นำนักวิจัยมหาวิทยาลัยนเรศวรกว่า 13 คน เข้าร่วมกิจกรรม “Table Talk – R&D For Growth” เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และร่วมค้นหาแนวทางการพัฒนาระหว่างนักวิจัย ผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ภายในกิจกรรม มีนักวิจัยชั้นนำกว่า 100 คน จากเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัยชั้นนำ จำนวน 8 มหาวิทยาลัย ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ซึ่งช่วยเชื่อมโยงศักยภาพด้านการวิจัย เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมในระดับประเทศ

กองการถ่ายทอดเทคโนโลยีและบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมกับผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณิชากร คอนดี คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เจ้าของผลงาน “Biosurfactant สารลดแรงตึงผิวชีวภาพ” และบริษัท Origgin Ventures ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินงาน Venture Co-Creation ร่วมกับมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้หารือกับภาคเอกชนเกี่ยวกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ

การหารือกับคุณจิรศักดิ์ โรจนวงศ์ เจ้าของธุรกิจบริษัท นาโนโพลิส จำกัด และที่ปรึกษาด้านการจัดการนวัตกรรม มุ่งเน้นการนำผลิตภัณฑ์ต้นแบบไปทดสอบกับกลุ่มลูกค้า เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกัน ขณะเดียวกัน ได้หารือกับคุณวศิน รุ่งนิรันดรกุล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนา บริษัท นีโอ แฟคทอรี่ จำกัด และทีมงาน เกี่ยวกับการนำ Biosurfactant ไปทดสอบในผลิตภัณฑ์ของบริษัท

การเชื่อมโยงนักวิจัยกับภาคเอกชนในลักษณะดังกล่าวเป็นการเสริมสร้างระบบนิเวศนวัตกรรม ตั้งแต่การพัฒนาผลงานวิจัย การทดสอบต้นแบบ การรับฟังข้อมูลจากตลาด ไปจนถึงการต่อยอดสู่การผลิตและการใช้ประโยชน์จริง อันช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย

การเข้าร่วมงาน FoodX 2025 สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสร้างความร่วมมือระดับประเทศ เพื่อ ผลักดันงานวิจัยของไทยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างแท้จริง สนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านนวัตกรรมอาหาร การสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผลิตภัณฑ์ และการเติบโตของเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin