ม.นเรศวร ขานรับนโยบายรัฐ เดินหน้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน มุ่งสู่ Net Zero 2050
มหาวิทยาลัยนเรศวร ขานรับและยึดตามแนวนโยบายของรัฐบาลรวมถึง กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม อย่างเป็นรูปธรรม โดยเดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์องค์กรเพื่อตอบสนองต่อวาระแห่งชาติว่าด้วยการจัดการวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ทั้งนี้เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน
การขับเคลื่อนดังกล่าวสอดรับกับทิศทางการบริหารประเทศ ดังรายละเอียดที่ปรากฏในไฟล์ Screenshot 2569-07-14 at 13.28.28.jpg ซึ่งระบุถึงมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เปิดเผยถึงการเห็นชอบต่อร่างเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด ฉบับที่ 2 หรือ NDC 3.0 นโยบายนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเร่งรัดเป้าหมาย Net Zero ให้สำเร็จเร็วขึ้นถึง 15 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับเส้นทางควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส ตามนโยบายข้อ 13 ของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ที่มุ่งเน้นการผลักดัน สังคมคาร์บอนต่ำ
เป้าหมายหลักของการยกระดับสู่ NDC 3.0 คือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ถึงร้อยละ 47 ภายในปี ค.ศ. 2035 เมื่อเทียบกับฐานปี ค.ศ. 2019 โดยครอบคลุมหลากหลายภาคส่วนที่ต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน ทั้งภาคพลังงาน ภาคการขนส่ง ภาคกระบวนการอุตสาหกรรม และภาคการจัดการของเสีย การกำหนดเป้าหมายที่ท้าทายนี้ตอกย้ำถึงความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อรับมือกับสภาวะโลกเดือดที่กำลังส่งผลกระทบในวงกว้าง
ในฐานะสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้บูรณาการเป้าหมายระดับชาติดังกล่าวเข้าสู่การบริหารจัดการภายในองค์กรอย่างเต็มรูปแบบ โดยให้ความสำคัญกับการจัดการทรัพยากรอย่างชาญฉลาด การเพิ่มพื้นที่สีเขียว และการบริหารจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ การดำเนินการเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นการสร้างต้นแบบ สถาบันการศึกษาสีเขียว ที่พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้และสร้างจิตสำนึกที่ดีให้แก่นิสิตและบุคลากร
ความสำเร็จในการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากปราศจาก เครือข่ายความร่วมมือ ที่แข็งแกร่ง จึงเกิดการทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนท้องถิ่น การผนึกกำลังในครั้งนี้มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนทรัพยากร นวัตกรรม และเทคโนโลยี เพื่อร่วมกันออกแบบทิศทางและแนวทางแก้ปัญหาที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ พร้อมทั้งนำไปปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม
สถาบันการศึกษายังคงมุ่งมั่นรับบทบาทสำคัญในการเป็นแหล่งบ่มเพาะนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยสนับสนุนให้เกิดการวิเคราะห์ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมเชิงลึก เพื่อนำมาตรการต่างๆ ไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนและการบริหารงาน พร้อมทั้งส่งเสริมต่อยอดสู่งานวิจัยเชิงพาณิชย์ เพื่อให้เกิดการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมเหล่านั้นไปสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ขับเคลื่อนธุรกิจยั่งยืน และสามารถนำไปใช้งานได้จริงในภาคอุตสาหกรรม
การก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นนี้ จะเป็นรากฐานสำคัญในการพลิกวิกฤตสิ่งแวดล้อมให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคม การตระหนักรู้และร่วมกันลงมือทำอย่างจริงจังของทุกภาคส่วนตั้งแต่วันนี้ จะช่วยปูทางให้ประเทศไทยสามารถเร่งขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ได้อย่างเต็มศักยภาพ พร้อมทั้งส่งมอบสภาพแวดล้อมที่สมดุลและคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่อนุชนรุ่นหลังต่อไป

