Archives November 2025

ม.นเรศวร ส่งเสริมสุขภาพบุคลากรวัยทำงาน ลดความเสี่ยงโรค NCDs

วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.00 น. คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดโครงการ “วัยทำงานปลอดภัย ไร้โรค NCDs” กิจกรรมที่ 1 อบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ร่วมกับกิจกรรมวันเบาหวานโลก ในหัวข้อ “ทำงานสุข ลดทุกความเสี่ยง สุขภาพดี เริ่มที่ทำงาน” ณ ลานกิจกรรมสวนสุภรณ์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์รวิสุต เดียวอิศเรศ รองคณบดีฝ่ายกิจการนิสิต เป็นประธานเปิดโครงการ พร้อมด้วยผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงแพรว สุวรรณศรีสุข กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดโครงการ ซึ่งมุ่งเสริมสร้างความรู้และพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมแก่บุคลากรและผู้สนใจ

ภายในงานมีการอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้เกี่ยวกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงศรินยา สัทธานนท์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงแพรว สุวรรณศรีสุข เพื่อให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจปัจจัยเสี่ยง แนวทางป้องกันโรค และการดูแลสุขภาพของตนเองอย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ งานบริการปฐมภูมิและสร้างเสริมสุขภาพได้จัดเสวนาเรื่อง “ทำงานสุข ลดทุกความเสี่ยง สุขภาพดี เริ่มที่ทำงาน” เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางการสร้างเสริมสุขภาวะในสถานที่ทำงานอย่างรอบด้าน

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เรียนรู้ผ่านฐานกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ การใช้แอปพลิเคชันด้านสุขภาพ การนับปริมาณแป้งและพลังงานในอาหาร การสังเกตปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่ม และคำแนะนำในการเลือกผลไม้ให้เหมาะสม เพื่อส่งเสริมการตัดสินใจด้านสุขภาพในชีวิตประจำวัน

กิจกรรมยังประกอบด้วยการบริหารร่างกาย Wake Up & Work Smart และกิจกรรมสะท้อนคิด Reflection & Check in ซึ่งช่วยกระตุ้นให้บุคลากรตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจ ควบคู่กับการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

การจัดโครงการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง สนับสนุนให้บุคลากรสามารถดูแลสุขภาพของตนเอง เพื่อนร่วมงาน และครอบครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้ง ส่งเสริมการปรับสมดุลชีวิตการทำงาน เพื่อนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดี การทำงานอย่างปลอดภัย และความเข้มแข็งขององค์กรอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร มอบทุนขับขี่ปลอดภัย ส่งเสริมวินัยจราจรในรั้วมหาวิทยาลัย

วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร ประกาศรายชื่อผู้ได้รับ “ทุนขับขี่ปลอดภัย” ประจำเดือนพฤศจิกายน 2568 ภายใต้กิจกรรม “ขับขี่ปลอดภัย แค่ใส่หมวกกันน็อก = เท่ + ปลอดภัย + มีลุ้นรับรางวัล” เพื่อยกย่องนิสิตต้นแบบที่สวมหมวกกันน็อกและปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างมีวินัย

กิจกรรมดังกล่าวมุ่งสร้างความตระหนักรู้ให้แก่นิสิตว่า การสวมหมวกกันน็อกทุกครั้งที่ขับขี่เป็นการป้องกันความสูญเสีย และเป็นความรับผิดชอบต่อตนเอง เพื่อนร่วมทาง และส่วนรวม

ผู้ได้รับทุนขับขี่ปลอดภัย จำนวน 4 รางวัล รางวัลละ 500 บาท ได้แก่ รถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน 1 กถ 8663 เพชรบูรณ์, 8 กฐ 260 กรุงเทพมหานคร, 2 กฮ 2475 อุบลราชธานี และ 1 กณ 1119 พิจิตร

ผู้ได้รับรางวัลสามารถติดต่อรับทุนได้ ณ งานพัฒนานิสิต กองกิจการนิสิต อาคารขวัญเมือง ตั้งแต่วันที่ประกาศผลถึงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 โดยจัดเตรียมสำเนาบัตรประชาชน สำเนาบัตรนิสิตหรือเอกสารลงทะเบียนเรียน และสำเนาหน้าบัญชีธนาคารที่เป็นชื่อตนเอง พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง

การมอบทุนเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างแรงจูงใจเชิงบวก เพื่อสนับสนุนให้นิสิตปฏิบัติตนตามหลักความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างต่อเนื่อง และร่วมกันสร้างวัฒนธรรมการเดินทางที่เคารพกฎจราจร

มหาวิทยาลัยนเรศวร ส่งเสริมการขับขี่ปลอดภัย เน้นรณรงค์เชิงรุก ผ่านการสื่อสารและกิจกรรมที่เข้าถึงนิสิต เพื่อให้การสวมหมวกกันน็อกเป็นพฤติกรรมปกติในการใช้รถจักรยานยนต์ภายในมหาวิทยาลัย

การมีวินัยจราจรและขับขี่ด้วยความระมัดระวังช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ สร้างความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ถนนทุกคน และสนับสนุนสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่น่าอยู่และยั่งยืน

ม.นเรศวร เร่งจัดเตรียมชุดยาจำเป็นผ่านโครงการ PharmaSea Project ส่งช่วยผู้ประสบอุทกภัยหาดใหญ่

วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน 2568 คณาจารย์ บุคลากร และนิสิตคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกันคัดแยกและจัดเตรียมยาจำเป็น ภายใต้ โครงการจัดการยาเหลือใช้ (PharmaSea Project) เพื่อส่งมอบให้ผู้ประสบอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยการดำเนินงานครั้งนี้มุ่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้สามารถเข้าถึงยาที่จำเป็นได้อย่างทันท่วงที พร้อมส่งเสริมการใช้ทรัพยากรทางการแพทย์อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรดำรงศักดิ์ เป๊กทอง อาจารย์ประจำภาควิชาเภสัชกรรมปฏิบัติ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดเผยว่า โครงการได้ประสานข้อมูลกับทีมแพทย์ พยาบาล และหน่วยงานที่ดูแลผู้ประสบภัยในพื้นที่ เพื่อประเมินความต้องการด้านยาและเวชภัณฑ์ก่อนดำเนินการจัดส่ง โดยยาที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ได้แก่ ยากันน้ำกัดเท้า เบตาดีน แอลกอฮอล์ และผงเกลือแร่ รวมถึงยาประจำตัวของผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่จำเป็นต้องใช้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ที่พักอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงและไม่สามารถเดินทางกลับบ้านหรือเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลได้

การจัดเตรียมยาในครั้งนี้เป็นการนำ ยาเหลือใช้ที่ผ่านการคัดแยกและตรวจสอบคุณภาพ มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยดำเนินการภายใต้หลักการบริหารจัดการยาอย่างถูกต้องและปลอดภัย ช่วยให้ทรัพยากรทางการแพทย์ที่ยังสามารถใช้งานได้ถูกส่งต่อไปยังผู้ที่มีความจำเป็น ลดการสูญเสียทรัพยากร และลดปริมาณของเสียที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ตลอดระยะเวลากว่า 5 ปี โครงการ PharmaSea Project ได้ดำเนินการรวบรวมยาเหลือใช้จากประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ การรับบริจาคจากประชาชน การลงพื้นที่เก็บยาในชุมชนเพื่อสร้างความรู้ด้านการจัดการยาเหลือใช้ และการติดตั้งกล่องรับบริจาคตามโรงพยาบาล ก่อนนำยามาคัดแยก ตรวจสอบ และจัดเตรียมสำหรับส่งต่อไปยังพื้นที่ที่ขาดแคลนยาและเวชภัณฑ์

ที่ผ่านมา โครงการได้ส่งมอบยาไปช่วยเหลือโรงพยาบาลชายแดน ศูนย์อพยพ และพื้นที่ที่ประสบเหตุภัยพิบัติหลายแห่ง ความพร้อมของคลังยาที่ได้รับการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ทำให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเกิดเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ คณะเภสัชศาสตร์จึงสามารถจัดเตรียมยาและประสานการส่งมอบให้ตรงกับความต้องการของผู้ประสบภัยได้ในเวลาอันรวดเร็ว

การดำเนินงานของโครงการสะท้อนถึง ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย บุคลากรทางการแพทย์ หน่วยงานภาครัฐ จิตอาสา และประชาชน ในการบริหารจัดการยาเหลือใช้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งสนับสนุนการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของผู้ประสบภัย ลดการสูญเสียทรัพยากรทางการแพทย์ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อช่วยเหลือสังคมในสถานการณ์วิกฤติ

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอเชิญชวนประชาชนร่วม ส่งต่อพลังแห่งการแบ่งปัน ด้วยการบริจาคยาเหลือใช้ผ่าน โครงการ PharmaSea Project เพื่อรวบรวม คัดแยก และส่งต่อให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยและพื้นที่ขาดแคลนทั่วประเทศ โดยทุกการบริจาคมีส่วนช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงยาที่จำเป็น ลดการสูญเสียทรัพยากร และสร้างระบบการใช้ทรัพยากรทางการแพทย์ที่เกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างยั่งยืน

ผู้สนใจสามารถบริจาคยาเหลือใช้ได้ที่
โครงการ PharmaSea Project (รับบริจาคยาเหลือใช้)
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก 65000
โทรศัพท์ 0 5596 3747

ม.นเรศวร ส่งต่อยาเหลือใช้ช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ สนับสนุนการเข้าถึงยาและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

วันพุธที่ 26 พฤศจิกายน 2568 คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ส่งต่อ ยาเหลือใช้และผลิตภัณฑ์นิวทริโฟล ภายใต้โครงการ PharmaSea ผ่านทีมงานจิตอาสา “ไอ้เข้สองแคว” เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ และสนับสนุนการดูแลสุขภาพของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยพิบัติ

ต่อมาในวันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ยาและผลิตภัณฑ์ทั้งหมดได้ส่งถึง คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเรียบร้อยแล้ว เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ต่อไป

การส่งมอบครั้งนี้มุ่งสนับสนุน โอกาสในการเข้าถึงยาและสิ่งของจำเป็นของผู้ประสบภัย โดยอาศัยการประสานงานระหว่างมหาวิทยาลัยและเครือข่ายจิตอาสาในการนำทรัพยากรไปยังหน่วยงานปลายทางที่ดำเนินงานช่วยเหลือในพื้นที่ เป็นส่วนหนึ่งของการบรรเทาความเดือดร้อนและดูแลผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในภาวะฉุกเฉิน

การดำเนินงานผ่านโครงการ PharmaSea ให้ความสำคัญกับ การส่งต่อยาเหลือใช้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ โดยเชื่อมโยงการจัดการยาเหลือใช้กับการสนับสนุนงานช่วยเหลือสังคม ทั้งนี้ การนำยาไปใช้ประโยชน์ต้องคำนึงถึงคุณภาพและความเหมาะสมเป็นสำคัญ

ในด้านการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ การจัดการยาเหลือใช้ที่ยังเหมาะสมต่อการใช้ประโยชน์เป็นแนวทางหนึ่งในการ ลดการสูญเสียทรัพยากรและลดของเสียจากยา พร้อมส่งเสริมให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการจัดการยาอย่างเหมาะสม ไม่ปล่อยให้ทรัพยากรที่มีคุณค่าสูญเปล่า

ความช่วยเหลือครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก ประชาชน บริษัท และภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงทีมงานจิตอาสาที่ทำหน้าที่ขนส่ง และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งเป็นหน่วยงานรับมอบ ความร่วมมือดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการแบ่งปันทรัพยากรและความรับผิดชอบร่วมกันในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยข้ามพื้นที่

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอขอบคุณผู้สนับสนุนและผู้ร่วมดำเนินงานทุกฝ่ายที่ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสังคมที่ห่วงใยและยั่งยืน ผ่านการส่งต่อความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบอุทกภัย โดยให้ความสำคัญกับการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงทรัพยากรจำเป็น และการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างคุ้มค่า

ม.นเรศวร ขับเคลื่อนต้นแบบการระวังสุขภาพจิตในสถานศึกษา สร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับนิสิต

วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน 2568 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดโครงการ “สุขเสลา: ต้นแบบการระวังสุขภาพจิตในสถานศึกษา” ณ ห้อง PHL 203 อาคารปฏิบัติการ เพื่อร่วมสร้างสังคมการศึกษาที่ใส่ใจสุขภาพจิต และสนับสนุนการดูแลนิสิตอย่างเหมาะสม

โครงการมุ่งสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพใจในชีวิตประจำวัน เปิดโอกาสให้นิสิตได้เรียนรู้การสังเกตอารมณ์ ความคิด และความรู้สึกของตนเอง รวมทั้งตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาวะใจควบคู่กับการเรียนและการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย

กิจกรรมภายในโครงการได้รับการออกแบบ เพื่อเสริมสร้างการตระหนักรู้ด้านสุขภาพใจ ผ่านรูปแบบการเรียนรู้ที่เข้าถึงได้ง่ายและเป็นมิตร ช่วยให้นิสิตสามารถทบทวนตนเอง แลกเปลี่ยนมุมมอง และเห็นแนวทางดูแลใจของตนในสถานการณ์ต่าง ๆ

กิจกรรม “สำรวจใจผ่านปลายปากกา” เป็นกิจกรรมสำคัญที่เปิดพื้นที่ให้นิสิตได้ถ่ายทอดและทบทวนความคิดความรู้สึกผ่านการเขียน ภายใต้บรรยากาศที่ปลอดภัย เป็นกันเอง และเคารพความแตกต่างของแต่ละบุคคล

การมีพื้นที่ให้ผู้เรียนได้สื่อสารกับตนเองอย่างสร้างสรรค์ ช่วยส่งเสริมทักษะการรู้เท่าทันอารมณ์ การจัดการความรู้สึก และการขอความช่วยเหลือเมื่อจำเป็น อันเป็นพื้นฐานสำคัญของการใช้ชีวิตและการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ

โครงการดังกล่าวสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในการสร้าง สภาพแวดล้อมการศึกษาที่ปลอดภัยและเอื้อต่อสุขภาวะ โดยให้ความสำคัญกับการป้องกัน การเฝ้าระวัง และการดูแลสุขภาพจิตของนิสิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกคนสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงทั้งด้านการศึกษาและชีวิตส่วนตัว

การขับเคลื่อนกิจกรรมด้านสุขภาพจิตเช่นนี้ช่วยเสริมความเข้มแข็งของชุมชนมหาวิทยาลัย ส่งเสริมความเข้าใจ ความเอื้ออาทร และการอยู่ร่วมกันอย่างเคารพซึ่งกันและกัน นำไปสู่สังคมการศึกษาที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และน่าอยู่สำหรับทุกคน

ม.นเรศวร คว้ารางวัล 5 ดาว AUN-HPN ก้าวสู่ผู้นำมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพอาเซียน

วันพุธที่ 27 พฤศจิกายน 2568 รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เข้ารับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ “มหาวิทยาลัยอาเซียนด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ระดับ 5 ดาว” จากเครือข่ายมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพแห่งอาเซียน (AUN-HPN) ซึ่งเป็นผลสำเร็จสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาสภาพแวดล้อม ระบบสนับสนุน และการบริหารจัดการสุขภาวะให้มีประสิทธิภาพตามมาตรฐาน Healthy University Rating System (HURS) อันเป็นกรอบการประเมินที่ส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษาพัฒนาศักยภาพด้านสุขภาวะอย่างยั่งยืน

รางวัลระดับ 5 ดาวดังกล่าวเป็นหลักฐานที่แสดงถึงความก้าวหน้าของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการขับเคลื่อนแนวทางสร้างเสริมสุขภาพเชิงระบบ โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของบุคลากร นิสิต และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกระดับ ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การออกแบบบริการสนับสนุนสุขภาวะ และการขยายระบบบริหารจัดการที่เอื้อต่อคุณภาพชีวิตของสมาชิกในมหาวิทยาลัย ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี

พิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณจัดขึ้นโดยมีศาสตราจารย์ ดร.ฉัตรเฉลิม อิศรางกูร ณ อยุธยา ประธานคณะทำงานระบบ HURS เป็นผู้มอบรางวัล โดยในปี 2568 มีเพียง 4 มหาวิทยาลัยไทยที่ได้รับการประเมินในระดับสูงสุด 5 ดาว ได้แก่ มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งของระบบอุดมศึกษาไทยในการขับเคลื่อนประเด็นสุขภาวะและความยั่งยืนในระดับภูมิภาค

การได้รับรางวัลในครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการบูรณาการแนวคิดการสร้างเสริมสุขภาพกับการบริหารจัดการมหาวิทยาลัยอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการส่งเสริมสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ การบริหารจัดการความปลอดภัย การเข้าถึงบริการสุขภาพ และการพัฒนาทักษะด้านสุขภาวะสำหรับนิสิตและบุคลากร ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของมหาวิทยาลัยสุขภาวะแบบยั่งยืน

นอกจากการเข้ารับรางวัลแล้ว รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี ยังได้รับเชิญให้นำเสนอแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) ในเวทีเสวนานานาชาติของ AUN-HPN ในหัวข้อ “Sharing Best Practices among Healthy Universities Participating in HURS” ณ Hilton Manila Newport World Resorts สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ การนำเสนอในครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการเผยแพร่ประสบการณ์ของมหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ร่วมกับมหาวิทยาลัยในภูมิภาคอาเซียน เพื่อยกระดับการพัฒนามหาวิทยาลัยสุขภาวะในเชิงร่วมมือ

การได้รับเชิญในฐานะวิทยากรระดับนานาชาติ แสดงให้เห็นถึงการยอมรับในศักยภาพของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นต้นแบบด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ตลอดจนการสร้างเวทีการเรียนรู้ร่วมกันกับมหาวิทยาลัยพันธมิตรในอาเซียน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ในระดับภูมิภาค และสอดคล้องกับเป้าหมายด้านการสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นทั้งในระดับการประเมินและการเผยแพร่แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศในต่างประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนานโยบาย โครงสร้างพื้นฐาน และระบบบริหารจัดการที่สนับสนุนสุขภาวะอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยืนยันบทบาทของมหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันที่ให้ความสำคัญต่อสุขภาวะของทุกคน และการสร้างความร่วมมือทางวิชาการที่เข้มแข็งเพื่อผลักดันการพัฒนาในระดับภูมิภาค

ความก้าวหน้าดังกล่าวเป็นแรงขับเคลื่อนที่จะช่วยให้มหาวิทยาลัยนเรศวรสามารถต่อยอดแนวทางการพัฒนามหาวิทยาลัยสุขภาวะแบบองค์รวมให้มีความยั่งยืนยิ่งขึ้น ผ่านการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภายในและพันธมิตรภายนอก พร้อมขยายผลสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของนิสิต บุคลากร และชุมชนโดยรอบอย่างเป็นรูปธรรม

ม.นเรศวร ขับเคลื่อนโครงการเสริมสร้างขีดความสามารถผู้พิการ สู่การพัฒนาเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2568 คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายเชิงยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ ผ่านโครงการ “เสริมสร้างขีดความสามารถของผู้พิการ” โดยมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของกลุ่มเปราะบางให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณค่าและมีส่วนร่วมในสังคมอย่างเท่าเทียม ภายใต้แนวคิดการพัฒนาที่ครอบคลุมและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

การดำเนินงานดังกล่าวได้รับมอบหมายให้ รองศาสตราจารย์ ดร.พิษณุ อภิสมาจารโยธิน รักษาการในตำแหน่งรองคณบดีฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์เพื่อสังคม เป็นผู้แทนคณะเข้าพบและหารือร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 14 พฤศจิกายน 2568 เพื่อ รวบรวมข้อมูลเชิงลึก ด้านการดำเนินงานเกี่ยวกับผู้พิการและผู้สูงอายุ รวมถึงแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการในระดับพื้นที่

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้มีการหารือกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในเขตอำเภอบางระกำ ได้แก่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่านางงาม ชุมแสงสงคราม หนองกุลา บ่อทอง และบ้านปรือกระเทียม ตำบลบึงกอก โดยเน้นการรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับ ศักยภาพการให้บริการด้านสุขภาพและสังคม รวมถึงข้อจำกัดเชิงระบบที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้พิการในพื้นที่

นอกจากนี้ ยังได้ลงพื้นที่ในเขตอำเภอชาติตระการ เพื่อหารือกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านดง บ้านนาตาจูน ชาติตระการ บ่อภาค และบ้านนุชเทียน โดยมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้าน การพัฒนาระบบบริการและการดูแลแบบองค์รวม เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการเฉพาะของผู้พิการและผู้สูงอายุได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการนี้มีเป้าหมายสำคัญในการ ส่งเสริมศักยภาพและคุณภาพชีวิตของผู้พิการให้สามารถพึ่งพาตนเอง มีโอกาสเข้าถึงบริการพื้นฐานอย่างเท่าเทียม และสามารถมีบทบาทในสังคมได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยอาศัยความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายในพื้นที่เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน

ในมิติของการพัฒนาเชิงระบบ โครงการยังมุ่งเน้นการสร้าง นวัตกรรมทางสังคมและเครือข่ายความร่วมมือ ระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานสาธารณสุข และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อยกระดับการบริหารจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการแก่กลุ่มเป้าหมายอย่างยั่งยืน

การดำเนินงานครั้งนี้สะท้อนบทบาทของคณะสังคมศาสตร์ในการเป็น กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเชิงพื้นที่ ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการกับการปฏิบัติจริง อันนำไปสู่การสร้างสังคมแห่งโอกาส ความเท่าเทียม และการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว

ม.นเรศวร ร่วมประชุมวิชาการ APACPH ครั้งที่ 56 ณ เชียงราย แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระดับนานาชาติ

ระหว่างวันที่ 5–7 พฤศจิกายน 2568 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติ The 56th Asia Pacific Academic Consortium for Public Health Conference (APACPH) ซึ่งจัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

การเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.นิทรา กิจธีระวุฒิวงษ์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และนิสิตของคณะฯ ซึ่งได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเวทีวิชาการระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ตัวแทนจาก มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เข้าร่วมฟังการบรรยาย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ รวมถึงได้รับเกียรติให้ร่วมเป็นกรรมการตัดสินผลงานวิจัยที่นำเสนอภายในงาน ซึ่งถือเป็นการแสดงศักยภาพทางวิชาการและบทบาทผู้นำด้านสาธารณสุขในระดับนานาชาติ

การประชุม APACPH ครั้งที่ 56 จัดขึ้นภายใต้หัวข้อหลัก “Public Health Challenges in a Disruptive World” โดยได้รับความสนใจอย่างคับคั่ง มีผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย และผู้แทนจากสถาบันการศึกษา รวมไปถึงองค์กรภาครัฐและเอกชนที่ดำเนินงานด้านสาธารณสุขเข้าร่วมกว่า 600 คน จากทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

เวทีนี้นับเป็นโอกาสสำคัญยิ่งในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่ทันสมัย นำเสนอผลงานวิจัยนวัตกรรม และหารือแนวทางในการพัฒนาระบบสุขภาพอย่างยั่งยืน เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านสาธารณสุขในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และมุ่งเน้นการส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน

การเข้าร่วมประชุมของคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นการตอกย้ำพันธกิจด้านการสร้างเครือข่ายวิชาการและการวิจัยระดับนานาชาติ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความร่วมมือด้าน Global Health และผนึกกำลังภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนงานด้านสาธารณสุขสู่อนาคต

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงมุ่งมั่นที่จะนำองค์ความรู้และเครือข่ายความร่วมมือที่ได้รับ มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การวิจัย และการบริการวิชาการ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาวะที่ดีอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ควบคู่ไปกับการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบสาธารณสุขทั้งในระดับประเทศและระดับสากลต่อไป

ม.นเรศวร โชว์นวัตกรรม “มีตาพยากรณ์โรค” ในงานวันเบาหวานโลก 2025 มุ่งสร้างสังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน 2568 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยงานบริการปฐมภูมิและสร้างเสริมสุขภาพ เข้าร่วมกิจกรรม “วันเบาหวานโลก 2025 (World Diabetes Day 2025)” ณ ชั้น 1 และ ชั้น 9 อาคาร Siam Scape ภายใต้แนวคิด “Diabetes & Well-being in the Workplace – ทำงานสุข ลดทุกความเสี่ยง สุขภาพดีเริ่มที่ทำงาน” จัดโดยสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

กิจกรรมภายในงานมุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพและการมีภาวะความเป็นอยู่ที่ดี (Well-being) ในสถานที่ทำงาน โดยมีกิจกรรมที่หลากหลาย ประกอบด้วยการเสวนาทางวิชาการ การแนะนำเมนูอาหารสุขภาพ กิจกรรมออกกำลังกาย และนิทรรศการตรวจสุขภาพเบื้องต้น พร้อมให้ความรู้ในการดูแลตนเองเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

ในโอกาสนี้ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้นำนวัตกรรม “มีตาพยากรณ์โรค” (Mee-Ta Predictive Health) ซึ่งเป็น Web Application สำหรับประเมินและพยากรณ์ความเสี่ยงด้านสุขภาพ มาร่วมจัดแสดงและแลกเปลี่ยนในเวทีเสวนา ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากผู้เข้าร่วมงานและหน่วยงานภาคีเครือข่าย

การนำเสนอนวัตกรรมดังกล่าว สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ที่มุ่งมั่นในการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อสร้าง “สังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืน” โดยเริ่มต้นจากการดูแลสุขภาพของบุคลากรภายในองค์กร เพื่อเป็นต้นแบบและขยายผลความรู้ไปสู่ระดับชุมชนและสังคมในวงกว้าง

สำหรับนวัตกรรม “มีตาพยากรณ์โรค” ถือเป็นต้นแบบนวัตกรรมด้านสุขภาพที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ได้รับการันตีด้วยรางวัลระดับประเทศ อาทิ รางวัล Healthy Organization Award ประเภทนวัตกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ ระดับยอดเยี่ยม และ รางวัล Top Performance 2024 จากเครือข่ายคนไทยไร้พุง และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของเครื่องมือในการส่งเสริมสุขภาพเชิงรุก

ความสำเร็จของนวัตกรรมนี้ ยังปรากฏให้เห็นจากการที่หลายหน่วยงานได้นำไปต่อยอดและใช้งานจริงจนถึงปัจจุบัน ถือเป็นก้าวสำคัญในการสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคอย่างเป็นรูปธรรม โดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็นเครื่องมือช่วยในการตัดสินใจและวางแผนดูแลสุขภาพ

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอขอบคุณสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ ที่ให้โอกาสและมอบพื้นที่ในการเผยแพร่นวัตกรรม “มีตาพยากรณ์โรค” เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการผนึกกำลังระหว่างองค์กรภาคีเครือข่าย ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ สังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืน ต่อไป

ม.นเรศวร ร่วมจัดแสดงผลงานวิจัยและบริการวิชาการ ในงานประชุมวิชาการและนิทรรศการ อพ.สธ. ครั้งที่ 12 ส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรไทยอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน

วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ศูนย์ประสานงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (อพ.สธ.) มหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมจัดแสดงผลงานวิจัยและบริการวิชาการใน งานประชุมวิชาการและนิทรรศการ ครั้งที่ 12 “ทรัพยากรไทย : หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน” ระหว่างวันที่ 4–10 พฤศจิกายน 2568 ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแสดงศักยภาพของมหาวิทยาลัยในการขับเคลื่อนงานด้านการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรไทยอย่างเหมาะสม

การเข้าร่วมงานครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในการบูรณาการงานวิจัย งานบริการวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม เข้ากับการพัฒนาประเทศ โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างคณะ หน่วยงาน และเครือข่ายภาคี เพื่อ ส่งเสริมต่อการพัฒนาทรัพยากรไทยอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน ตลอดจนสร้างคุณค่าจากทรัพยากรท้องถิ่นผ่านองค์ความรู้และนวัตกรรม

ภายในงาน มหาวิทยาลัยนเรศวรนำผลงานเข้าร่วมจัดแสดงจำนวน 4 ผลงาน ประกอบด้วย การสืบสานและต่อยอดภูมิปัญญาทอผ้า โดยนายวชิรพงษ์ วงศ์ประสิทธิ์ และคณะทำงานจากกองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ซึ่งมุ่งอนุรักษ์และต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นให้สามารถสร้างคุณค่าในสังคมร่วมสมัย และ การต่อยอดทรัพยากรสัตว์: จิ้งหรีดสู่ภาคอุตสาหกรรม ภายใต้โครงการ I-SEC TECHNOLOGY โดยรองศาสตราจารย์ ดร.ขนิษฐา รุตรัตนมงคล และคณะ จากคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่นำทรัพยากรชีวภาพมาพัฒนาสู่การใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรม

อีกสองผลงานที่จัดแสดง ได้แก่ การวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่โครงการประตูระบายน้ำท่าแห จังหวัดพิจิตร โดยรองศาสตราจารย์ ดร.จรัณธร บุญญานุภาพ จากคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นการใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่เพื่อสนับสนุนการวางแผนการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม และ การถ่ายทอดประวัติพระพุทธชินราชในรูปแบบแอนิเมชัน โดยรองศาสตราจารย์ ดร.วิสิฐ จันมา และคณะนักวิจัย จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ศิลปะและการออกแบบ ร่วมกับคณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร เพื่อประยุกต์ใช้สื่อดิจิทัลในการเผยแพร่มรดกทางศิลปวัฒนธรรมสู่สาธารณชน

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีพิธีพระราชทานป้ายสนองพระราชดำริ โดย วิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ได้รับพระราชทานป้ายสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 โดย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นับเป็นความภาคภูมิใจของเครือข่ายสมาชิก อพ.สธ. และเป็นกำลังสำคัญในการสืบสานงานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศ

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังได้ประสานความร่วมมือกับสมาชิก อพ.สธ. ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อร่วมจัดแสดงนิทรรศการและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประกอบด้วย โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี จังหวัดพิษณุโลก โรงเรียนสตรีนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ โรงเรียนอุทัยวิทยาคม จังหวัดอุทัยธานี โรงเรียนทุ่งโพวิทยา จังหวัดอุทัยธานี วิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ และเทศบาลตำบลบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ ความร่วมมือดังกล่าวช่วยเสริมสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และชุมชน เพื่อร่วมกันอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรไทยอย่างมีคุณค่า

การเข้าร่วมงานประชุมวิชาการและนิทรรศการครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในการขับเคลื่อนงานวิจัย การบริการวิชาการ และการอนุรักษ์มรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรม ผ่านการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการพัฒนานวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง อันเป็นการส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรไทยอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน พร้อมสร้างคุณค่าร่วมให้แก่สังคม ชุมชน และประเทศในระยะยาว

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin