ม.นเรศวร เปิดบริการรถไฟฟ้าภายในมหาวิทยาลัย ยกระดับการเดินทางสะดวก ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมเปิดให้บริการ รถไฟฟ้าภายในมหาวิทยาลัย เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ นิสิต บุคลากร ผู้มาติดต่อ และประชาชน ให้สามารถเดินทางระหว่างอาคารเรียน หน่วยงาน และพื้นที่สำคัญต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัยได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย พร้อมยกระดับคุณภาพการให้บริการด้านคมนาคมภายในมหาวิทยาลัย

การให้บริการรถไฟฟ้าภายในมหาวิทยาลัยเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเรียน การทำงาน และการใช้ชีวิตของประชาคมมหาวิทยาลัย โดยคำนึงถึงความสะดวกในการเข้าถึงพื้นที่ต่าง ๆ การลดระยะเวลาในการเดินทาง และการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแก่ผู้ใช้งานทุกกลุ่ม ทั้งนิสิต บุคลากร และผู้มาติดต่อราชการ

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้นำ ยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle: EV) มาใช้เป็นระบบขนส่งสาธารณะภายในมหาวิทยาลัย เพื่อช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ลดมลพิษทางอากาศ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อันเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนามหาวิทยาลัยสีเขียว และการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน มหาวิทยาลัยได้พัฒนา NU Transit Web Application ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบตำแหน่งรถแบบเรียลไทม์ ดูเส้นทาง จุดรับ–ส่ง และวางแผนการเดินทางล่วงหน้าได้อย่างสะดวกผ่านระบบออนไลน์ ช่วยลดระยะเวลาการรอคอยและเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทางภายในมหาวิทยาลัย

นอกจากนี้ ยังมีการจัดทำ Line Official Account และเผยแพร่ตารางเวลาเดินรถ เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถติดตามข้อมูล ข่าวสาร และการเปลี่ยนแปลงของเส้นทางหรือเวลาให้บริการได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้การบริหารจัดการระบบขนส่งภายในมหาวิทยาลัยมีความคล่องตัว และสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ ส่งเสริมการพัฒนาระบบขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีสารสนเทศ และระบบบริการสาธารณะ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาคมมหาวิทยาลัย และสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่สะอาด ปลอดภัย และน่าอยู่

การเปิดให้บริการรถไฟฟ้าภายในมหาวิทยาลัยในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนาระบบคมนาคมที่มีประสิทธิภาพ สนับสนุนการเดินทางอย่างปลอดภัย ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การเป็น Green Campus ที่มีคุณภาพ พร้อมรองรับการเติบโตของประชาคมมหาวิทยาลัยและการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต

ม.นเรศวร ขานรับนโยบายรัฐ เดินหน้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน มุ่งสู่ Net Zero 2050

มหาวิทยาลัยนเรศวร ขานรับและยึดตามแนวนโยบายของรัฐบาลรวมถึง กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม อย่างเป็นรูปธรรม โดยเดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์องค์กรเพื่อตอบสนองต่อวาระแห่งชาติว่าด้วยการจัดการวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ทั้งนี้เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน

การขับเคลื่อนดังกล่าวสอดรับกับทิศทางการบริหารประเทศ ดังรายละเอียดที่ปรากฏในไฟล์ Screenshot 2569-07-14 at 13.28.28.jpg ซึ่งระบุถึงมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เปิดเผยถึงการเห็นชอบต่อร่างเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด ฉบับที่ 2 หรือ NDC 3.0 นโยบายนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเร่งรัดเป้าหมาย Net Zero ให้สำเร็จเร็วขึ้นถึง 15 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับเส้นทางควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส ตามนโยบายข้อ 13 ของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ที่มุ่งเน้นการผลักดัน สังคมคาร์บอนต่ำ

เป้าหมายหลักของการยกระดับสู่ NDC 3.0 คือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ถึงร้อยละ 47 ภายในปี ค.ศ. 2035 เมื่อเทียบกับฐานปี ค.ศ. 2019 โดยครอบคลุมหลากหลายภาคส่วนที่ต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน ทั้งภาคพลังงาน ภาคการขนส่ง ภาคกระบวนการอุตสาหกรรม และภาคการจัดการของเสีย การกำหนดเป้าหมายที่ท้าทายนี้ตอกย้ำถึงความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อรับมือกับสภาวะโลกเดือดที่กำลังส่งผลกระทบในวงกว้าง

ในฐานะสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้บูรณาการเป้าหมายระดับชาติดังกล่าวเข้าสู่การบริหารจัดการภายในองค์กรอย่างเต็มรูปแบบ โดยให้ความสำคัญกับการจัดการทรัพยากรอย่างชาญฉลาด การเพิ่มพื้นที่สีเขียว และการบริหารจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ การดำเนินการเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นการสร้างต้นแบบ สถาบันการศึกษาสีเขียว ที่พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้และสร้างจิตสำนึกที่ดีให้แก่นิสิตและบุคลากร

ความสำเร็จในการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากปราศจาก เครือข่ายความร่วมมือ ที่แข็งแกร่ง จึงเกิดการทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนท้องถิ่น การผนึกกำลังในครั้งนี้มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนทรัพยากร นวัตกรรม และเทคโนโลยี เพื่อร่วมกันออกแบบทิศทางและแนวทางแก้ปัญหาที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ พร้อมทั้งนำไปปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม

สถาบันการศึกษายังคงมุ่งมั่นรับบทบาทสำคัญในการเป็นแหล่งบ่มเพาะนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยสนับสนุนให้เกิดการวิเคราะห์ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมเชิงลึก เพื่อนำมาตรการต่างๆ ไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนและการบริหารงาน พร้อมทั้งส่งเสริมต่อยอดสู่งานวิจัยเชิงพาณิชย์ เพื่อให้เกิดการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมเหล่านั้นไปสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ขับเคลื่อนธุรกิจยั่งยืน และสามารถนำไปใช้งานได้จริงในภาคอุตสาหกรรม

การก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นนี้ จะเป็นรากฐานสำคัญในการพลิกวิกฤตสิ่งแวดล้อมให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคม การตระหนักรู้และร่วมกันลงมือทำอย่างจริงจังของทุกภาคส่วนตั้งแต่วันนี้ จะช่วยปูทางให้ประเทศไทยสามารถเร่งขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ได้อย่างเต็มศักยภาพ พร้อมทั้งส่งมอบสภาพแวดล้อมที่สมดุลและคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่อนุชนรุ่นหลังต่อไป

ม.นเรศวร เดินหน้าผลิตพลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์ ขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่ความยั่งยืน

วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม 2568 รองศาสตราจารย์ ดร.พนัส นัถฤทธิ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีสารสนเทศ พร้อมด้วย นายรุ่งรัตน์ พระนาค ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ และคณะ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการติดตั้ง ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) บริเวณดาดฟ้า หลังคาอาคาร และพื้นที่รอบสระสุริโยทัย ภายในมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อผลิตพลังงานสะอาดสำหรับใช้ภายในมหาวิทยาลัย อันเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การดำเนินโครงการดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการส่งเสริม พลังงานสะอาดและพลังงานทดแทน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมยกระดับมหาวิทยาลัยสู่การเป็น มหาวิทยาลัยสีเขียว (Green University) และมหาวิทยาลัยที่ขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งภายในมหาวิทยาลัยจะช่วยเพิ่มสัดส่วนการใช้ พลังงานหมุนเวียน ในการดำเนินงานขององค์กร สนับสนุนการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนด้านพลังงานไฟฟ้าในระยะยาว และเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานของมหาวิทยาลัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

นอกจากการใช้ประโยชน์ด้านพลังงานแล้ว โครงการยังเป็น แหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานสะอาดและการจัดการสิ่งแวดล้อม สำหรับนิสิต คณาจารย์ และนักวิจัย โดยสามารถนำข้อมูลจากระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ในการศึกษา วิเคราะห์ และพัฒนาองค์ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน การอนุรักษ์พลังงาน และการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อยกระดับการเรียนการสอนและการวิจัยของมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังให้ความสำคัญกับการบูรณาการองค์ความรู้และการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายวิชาการ เพื่อแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี นวัตกรรม และแนวปฏิบัติที่ดีด้านพลังงานสะอาด ตลอดจนร่วมกันพัฒนาแนวทางการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ยังช่วยสนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน เปิดโอกาสให้เกิดการศึกษาและติดตามประสิทธิภาพของระบบในสภาพแวดล้อมจริง รวมทั้งเป็นต้นแบบการบริหารจัดการพลังงานที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาอาคารและพื้นที่ของมหาวิทยาลัยให้มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

การขับเคลื่อนโครงการพลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์ของมหาวิทยาลัยนเรศวร แสดงให้เห็นถึงการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการพลังงาน ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสร้างต้นแบบมหาวิทยาลัยที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดเพื่อประโยชน์ของสังคมและประเทศในระยะยาว

ม.นเรศวร จัดกิจกรรม “PLANET LOVING ZONE” สร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน

วันศุกร์ที่ 26 กันยายน 2568 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม “PLANET LOVING ZONE พื้นที่นี้รักษ์โลก” เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างความตระหนักด้าน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ผ่านกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นิสิต บุคลากร และประชาชนทั่วไปได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ณ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ภายในงานมีการจัด นิทรรศการด้านโลกร้อนและสิ่งแวดล้อม ถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับสาเหตุ ผลกระทบ และแนวทางการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมนำเสนอแนวทางการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ทรัพยากรในชีวิตประจำวัน เพื่อสร้างความเข้าใจและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

กิจกรรมยังประกอบด้วย ร้านค้ากว่า 16 ร้าน ที่ร่วมสนับสนุนแนวคิดการบริโภคอย่างรับผิดชอบ โดยนำเสนอสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดการสร้างของเสีย และสนับสนุนการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยสร้างความตระหนักถึงบทบาทของผู้บริโภคในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการเลือกซื้อและการใช้สินค้าอย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเกมและกิจกรรมสร้างสรรค์ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ เสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการทรัพยากร การลดขยะ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการบูรณาการ องค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม การเรียนการสอน และการบริการวิชาการ เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างคณะ หน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย ภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน ในการร่วมกันพัฒนากิจกรรมและแนวปฏิบัติที่ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน และสร้างสังคมที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

กิจกรรม PLANET LOVING ZONE ยังเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นิสิต บุคลากร และผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างแรงบันดาลใจในการนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการลดของเสีย การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสร้าง สังคมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ผ่านการส่งเสริมความรู้ การมีส่วนร่วม และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านการบริโภคและการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ เพื่อร่วมกันลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ

ม.นเรศวร จัดบรรยายพิเศษกฎหมายสิ่งแวดล้อม มุ่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

วันพุธที่ 17 กันยายน 2568 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรมบรรยายพิเศษ หัวข้อ “กฎหมายสิ่งแวดล้อมกับการพัฒนาที่ยั่งยืน : กรณีศึกษามาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า” ณ ห้อง 2-311 อาคารเรียนปราบไตรจักร 2 มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และเปิดมุมมองด้านกฎหมายสิ่งแวดล้อมให้แก่นิสิตหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต ชั้นปีที่ 4

การบรรยายครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.สุรศักดิ์ บุญเรือง อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง เป็นวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ โดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการเรียนการสอนในรายวิชา กฎหมายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่มุ่งบูรณาการองค์ความรู้ทางกฎหมายเข้ากับสถานการณ์และประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน

เนื้อหาการบรรยายให้ความสำคัญกับการรับมือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านบทบาทของกฎหมายและนโยบายสาธารณะ โดยยกกรณีศึกษา อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด ซึ่งมีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของมาตรการทางกฎหมายในการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจที่ควบคู่กับการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม

อีกประเด็นสำคัญคือการสร้าง สถาบันที่เข้มแข็ง และกระบวนการยุติธรรมที่มีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ การออกแบบกฎหมายและมาตรการกำกับดูแลจำเป็นต้องมีความโปร่งใส เป็นธรรม และสามารถบังคับใช้ได้จริง เพื่อคุ้มครองสิทธิของทุกภาคส่วน ทั้งภาคธุรกิจ ประชาชน และสังคมโดยรวม

นอกจากการเรียนรู้หลักนิติธรรมแล้ว กิจกรรมยังเปิดโอกาสให้นิสิตได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและวิเคราะห์บทบาทของกฎหมายในการกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศ พร้อมทั้งทำความเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างกฎหมาย สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และนโยบายสาธารณะ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต

การบรรยายครั้งนี้ช่วยเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์และการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ทางกฎหมาย เพื่อให้นิสิตสามารถประเมินผลกระทบของมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและนโยบายภาครัฐได้อย่างรอบด้าน ตระหนักถึงบทบาทของนักกฎหมายในการสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม และการสร้างความเป็นธรรมให้แก่สังคม

การดำเนินกิจกรรมของคณะนิติศาสตร์ในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ ความรับผิดชอบต่อสังคม และตระหนักถึงความสำคัญของกฎหมายในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างสมดุล โดยใช้องค์ความรู้ทางกฎหมายเป็นเครื่องมือสนับสนุนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม และการสร้างสังคมที่ยั่งยืนสำหรับคนรุ่นปัจจุบันและอนาคต

ม.นเรศวร จัดโครงการ “Plane Loving Zone พื้นที่นี้รักษ์โลก” ปลูกจิตสำนึกการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและใส่ใจสิ่งแวดล้อม

วันศุกร์ที่ 26 กันยายน 2568 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดโครงการ “Plane Loving Zone พื้นที่นี้รักษ์โลก” โดยได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.นิทรา กิจธีระวุฒิวงษ์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม ซึ่งจัดขึ้น ณ โถงสโมสรนิสิต คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสร้างจิตสำนึกด้านการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบให้แก่นิสิต

โครงการดังกล่าวจัดขึ้นโดย นิสิตสาขาอนามัยสิ่งแวดล้อม ชั้นปีที่ 3 ภายใต้แนวคิดการสร้างพฤติกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมผ่านกิจกรรมที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยมุ่งเน้นการสร้างความตระหนักถึงบทบาทของทุกคนในการร่วมดูแลทรัพยากรธรรมชาติและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ภายในกิจกรรมมีการให้ความรู้เกี่ยวกับ การลดการใช้พลังงาน การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการลดการเกิดของเสีย เพื่อส่งเสริมให้นิสิตเห็นความสำคัญของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน อันเป็นจุดเริ่มต้นของการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

กิจกรรมยังเปิดโอกาสให้นิสิตได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเรียนรู้แนวทางการจัดการสิ่งแวดล้อมร่วมกัน ผ่านการมีส่วนร่วมในการเสนอแนวคิดและแนวปฏิบัติที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ทั้งในมหาวิทยาลัยและในชีวิตประจำวัน ซึ่งช่วยเสริมสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

การดำเนินโครงการครั้งนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของคณะสาธารณสุขศาสตร์ที่มุ่งเป็น สถาบันการศึกษาด้านสาธารณสุขชั้นนำ ที่นำความรู้สู่การพัฒนาสุขภาวะชุมชน และขับเคลื่อนการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยบูรณาการองค์ความรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมเข้ากับการพัฒนาพฤติกรรมและการมีส่วนร่วมของนิสิตในการดูแลสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ โครงการยังสะท้อนถึงการสร้าง วัฒนธรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ภายในมหาวิทยาลัย ผ่านความร่วมมือระหว่างคณาจารย์ บุคลากร และนิสิต ในการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า การลดการใช้พลังงาน และการลดปริมาณของเสีย ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การจัดโครงการ “Plane Loving Zone พื้นที่นี้รักษ์โลก” แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่นิสิต ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ และสร้างการมีส่วนร่วมในการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดของเสีย และลดการใช้พลังงาน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การเป็นองค์กรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร ชวนร่วมกิจกรรม “ทิ้งเทิร์นให้โลกจำ Upvel 3” ลดขยะพลาสติก สร้างมหาวิทยาลัยสีเขียวอย่างยั่งยืน

มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยศูนย์จิตอาสาและงานพัฒนานิสิต เชิญชวนนิสิตและบุคลากรเข้าร่วมกิจกรรม “ทิ้งเทิร์นให้โลกจำ Upvel 3” เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการจัดการขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการคัดแยกและส่งต่อขวดพลาสติกเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างถูกต้อง อันเป็นการสร้างวัฒนธรรมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและรับผิดชอบร่วมกันภายในมหาวิทยาลัย

กิจกรรมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมมีส่วนร่วมได้อย่างง่ายดาย โดยการถ่ายภาพขวดพลาสติกประเภท PET และ HDPE ที่แยกประเภทเรียบร้อย จากนั้นลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ พร้อมอัปโหลดภาพเข้าสู่แพลตฟอร์มของโครงการ ซึ่งระบบจะแสดงจำนวนขวดพลาสติกที่ผู้เข้าร่วมสามารถนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้ ช่วยให้ทุกคนเห็นผลลัพธ์ของการมีส่วนร่วมในการลดปริมาณขยะพลาสติกอย่างเป็นรูปธรรม

การคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางถือเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพของ เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัด ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในการผลิตวัสดุใหม่ และเพิ่มโอกาสในการนำพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์อีกครั้ง ซึ่งมีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิตและการกำจัดของเสีย รวมทั้งลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการพัฒนา มหาวิทยาลัยสีเขียว (Green University) โดยส่งเสริมการจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่นิสิตและบุคลากร ผ่านกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และร่วมกันลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว

นอกจากการรณรงค์ด้านการคัดแยกขยะแล้ว กิจกรรมยังเป็นเวทีในการสร้าง เครือข่ายความร่วมมือ ระหว่างมหาวิทยาลัย ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมกันผลักดันแนวทางการรีไซเคิล การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการพัฒนาระบบบริหารจัดการขยะที่สามารถขยายผลสู่ระดับชุมชนและสังคมได้อย่างยั่งยืน

ข้อมูลที่ได้จากการดำเนินกิจกรรมสามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมการคัดแยกขยะ ประเมินประสิทธิภาพของการจัดการของเสีย และใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนพัฒนาระบบบริหารจัดการขยะของมหาวิทยาลัย รวมทั้งสนับสนุนการกำหนดมาตรการและกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมที่ตอบโจทย์การลดของเสียและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

กิจกรรม “ทิ้งเทิร์นให้โลกจำ Upvel 3” จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสร้างการมีส่วนร่วมของนิสิตและบุคลากรมหาวิทยาลัยนเรศวรในการจัดการขยะพลาสติกอย่างเป็นระบบ ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และร่วมกันขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านการลงมือปฏิบัติที่สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

ม.นเรศวร พัฒนาสารกำจัดวัชพืชชีวภาพจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร ยกระดับนวัตกรรมสีเขียวสู่เกษตรกรรมอย่างยั่งยืน

ดร.ณิชากร คอนดี อาจารย์ประจำภาควิชาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร พัฒนานวัตกรรม สารกำจัดวัชพืชชีวภาพ (Bioherbicide) จากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรโดยใช้แบคทีเรียเป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการผลิต เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ในการจัดการวัชพืชที่มีความปลอดภัย ลดการใช้สารเคมี และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน

งานวิจัยดังกล่าวเป็นผลจากความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยนเรศวรกับภาคอุตสาหกรรมเกษตรที่ดำเนินการต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2561 โดยมุ่งนำ วัสดุเหลือทิ้งและผลพลอยได้จากการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เช่น กากสับปะรด กากถั่วเหลือง เปลือกทุเรียน กากมะพร้าว กากบีบน้ำมันมะพร้าว และกากบีบน้ำมันรำข้าว มาใช้เป็นแหล่งอาหารและพลังงานสำหรับการเพาะเลี้ยงแบคทีเรีย เพื่อผลิตสารลดแรงตึงผิวชีวภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นวัตกรรมนี้ช่วยเปลี่ยนวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรให้กลายเป็น ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม ลดปริมาณของเสียที่ต้องนำไปเผาหรือฝังกลบ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมทั้งสนับสนุนแนวทางการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากภาคการเกษตร โดยสอดคล้องกับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Greenhouse Gas Emissions)

สารกำจัดวัชพืชชีวภาพที่พัฒนาขึ้นอยู่ในรูป ไมโครอิมัลชันระดับนาโน ซึ่งช่วยให้สารสำคัญกระจายตัวได้ดี ลดมุมสัมผัสเมื่อพ่นบนใบวัชพืช ทำให้สารเกาะติดและซึมผ่านเข้าสู่เนื้อเยื่อพืชได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้มีประสิทธิภาพในการควบคุมวัชพืชใกล้เคียงกับสารกำจัดวัชพืชเคมีที่ใช้ในปัจจุบัน อีกทั้งยังสามารถทำงานได้ภายใต้สภาวะที่มีค่าความเป็นกรด-ด่าง อุณหภูมิ และความเค็มที่หลากหลาย

จุดเด่นของเทคโนโลยีนี้คือการใช้ แบคทีเรีย ซึ่งมีอัตราการเจริญเติบโตสูง สามารถเพาะเลี้ยงได้รวดเร็ว และใช้วัสดุเหลือทิ้งต้นทุนต่ำเป็นวัตถุดิบในการผลิต จึงช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และลดการพึ่งพาสารลดแรงตึงผิวที่ผลิตจากปิโตรเลียมหรือสารเคมีสังเคราะห์ ซึ่งอาจก่อให้เกิดการตกค้างในสิ่งแวดล้อมและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ใช้และผู้บริโภค

การพัฒนาสารกำจัดวัชพืชชีวภาพครั้งนี้เป็นตัวอย่างของการบูรณาการองค์ความรู้ด้าน เทคโนโลยีชีวภาพ วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม และนวัตกรรมการเกษตร เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การเกษตรสมัยใหม่ ลดการใช้สารเคมี ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และเพิ่มมูลค่าให้วัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร อันเป็นการสนับสนุนการผลิตที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ปัจจุบัน สารกำจัดวัชพืชชีวภาพ (Bioherbicide) มีศักยภาพในการพัฒนาสู่การใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตรและพร้อม ส่งเสริมต่อยอดสู่งานวิจัยเชิงพาณิชย์ เพื่อขยายผลสู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรมและสร้างนวัตกรรมที่สามารถแข่งขันได้ในตลาด ทั้งยังช่วยยกระดับอุตสาหกรรมเกษตรของประเทศสู่การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน

ที่มาภาพและข่าว: สถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยนเรศวร FM 107.25 MHz

ม.นเรศวร จัดนิทรรศการ “เปลี่ยนโลก เปลี่ยนอนาคต” ชูนวัตกรรมและเครือข่ายความร่วมมือเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

วันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดนิทรรศการ “เปลี่ยนโลก เปลี่ยนอนาคต” ภายใต้รายวิชา การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพ โดยได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พันธ์ทิพย์ หินหุ้มเพ็ชร รองคณบดีฝ่ายวิชาการและประกันคุณภาพการศึกษา เป็นผู้แทนคณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์กล่าวเปิดงาน ณ โถงชั้น 1 อาคารเรียนรวมคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อสร้างการเรียนรู้และความตระหนักด้าน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และผลกระทบต่อสุขภาพผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ

นิทรรศการครั้งนี้มุ่งส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วม ซึ่งประกอบด้วย คณาจารย์ นักวิทยาศาสตร์ และนิสิต ได้เชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการกับสถานการณ์จริง โดยนำเสนอผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีต่อสุขภาพของมนุษย์ ทั้งในระดับบุคคล ชุมชน และสังคม พร้อมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อสภาพภูมิอากาศ และแนวทางการปรับตัวที่เหมาะสมในบริบทของสังคมปัจจุบัน

ภายในงานประกอบด้วย นิทรรศการวิชาการ การจัดแสดงผลงานสิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ การนำเสนอผลงานโปสเตอร์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลก และกิจกรรม Workshop ที่เปิดโอกาสให้นิสิตได้แสดงศักยภาพด้านการคิดวิเคราะห์ การออกแบบนวัตกรรม และการประยุกต์ใช้ความรู้เพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างสร้างสรรค์ ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในการสนับสนุน นวัตกรรม การวิจัย และการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน โดยส่งเสริมให้นิสิตพัฒนาผลงานจากองค์ความรู้ในห้องเรียนสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมที่สามารถตอบโจทย์ปัญหาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของสังคม พร้อมทั้งสร้างทักษะด้านการคิดเชิงระบบ การแก้ปัญหา และการสื่อสารผลงานทางวิชาการ

นอกจากนี้ กิจกรรมยังเป็นเวทีสำคัญในการสร้าง เครือข่ายความร่วมมือ ระหว่างคณาจารย์ นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ และนิสิต เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวคิดด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการพัฒนานวัตกรรมที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ร่วมกันในอนาคต อันเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการบูรณาการ การเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการ เพื่อสร้างองค์ความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพ พร้อมส่งเสริมการประยุกต์ใช้ความรู้และนวัตกรรมในการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสร้างความร่วมมือในการพัฒนาสังคมที่มีความยั่งยืน

การจัดนิทรรศการ “เปลี่ยนโลก เปลี่ยนอนาคต” นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สะท้อนความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนาบัณฑิตและสร้างองค์ความรู้ที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ ผ่านการสร้างนวัตกรรม การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสังคมสู่การพัฒนาที่สมดุล เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยั่งยืนในระยะยาว

ม.นเรศวร จัดประกวดผลงานการพัฒนา “นวัตกรรมรักษ์โลก”

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 กองบริการการศึกษา โดยงานจัดการวิชาศึกษาทั่วไป ร่วมกับคณาจารย์วิชาวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน ได้จัดการประกวดผลงานการพัฒนา “นวัตกรรมรักษ์โลก” เพื่อส่งเสริมให้นิสิตได้ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในการคิดค้นนวัตกรรมที่ช่วยลดผลกระทบต่อโลกอย่างยั่งยืน ลดขยะ ลดการสูญเปล่า และช่วยบรรเทาภาวะโลกร้อน

กิจกรรมนี้มุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้แนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผ่านการแสดงทางวิทยาศาสตร์และกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ ซึ่งช่วยให้เกิดการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์พลังงาน การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการลดของเสียที่เกิดจากการบริโภคเกินความจำเป็น ในปีนี้มีนิสิตเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 779 คน และส่งผลงานเข้าประกวดทั้งหมด 29 ผลงาน ณ โถงชั้น 1 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บรมราชินีนาถ มหาวิทยาลัยนเรศวร

มหาวิทยาลัยนเรศวรขอแสดงความยินดีกับนิสิตที่ได้รับรางวัลในการประกวดนวัตกรรมรักษ์โลก ดังนี้
🥇 รางวัลชนะเลิศ: ผลงาน “บ่อดักไขมัน 2 in1” ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ช่วยลดการปล่อยไขมันลงสู่แหล่งน้ำ ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมทางน้ำให้สะอาดขึ้น
🥈 รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1: ผลงาน “Pure Flow ไหลสะอาด ไร้ไขมัน” ที่ออกแบบระบบกรองน้ำมันจากครัวเรือนก่อนปล่อยลงท่อน้ำเสีย ช่วยลดมลพิษทางน้ำ
🥉 รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2: ผลงาน “ถนนชาร์ทรถ EV ด้วยระบบโซล่าเซลล์” ที่นำพลังงานสะอาดมาใช้ในการขับเคลื่อนรถยนต์ไฟฟ้า สนับสนุนการลดการใช้พลังงานฟอสซิล และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
🎖 รางวัลชมเชย:

  • “Second Life จากของเหลือใช้” นำวัสดุเหลือใช้มาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ลดขยะ ลดการสูญเปล่า และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน
  • “บ้านที่หายใจได้” ออกแบบบ้านที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของอากาศ ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าและปรับอากาศตามธรรมชาติ ช่วยลดการใช้ทรัพยากรที่ไม่จำเป็น
  • “กิ๊ฟเซ็ตกระเป๋ารักษ์โลก และเครื่องประดับจากขวดพลาสติก” เปลี่ยนขยะพลาสติกให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่า ช่วยลดปัญหาขยะพลาสติก ลดการสูญเปล่า และส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน

กิจกรรมนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างสรรค์แนวทางใหม่ ๆ ในการดูแลรักษาโลกของเรา ตอกย้ำแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืนผ่านนวัตกรรมที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ลดขยะ ลดการสูญเปล่า และช่วยบรรเทาภาวะโลกร้อน เพื่ออนาคตที่ดียิ่งขึ้นของโลกเรา

ที่มา: งานประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin