Archives October 2025

ม.นเรศวร ร่วมขับเคลื่อนพลังงานสะอาดและโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะของประเทศ หนุนนโยบายพลังงานยั่งยืนระดับชาติ

วันอังคารที่ 21 ตุลาคม 2568 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยอดธง เม่นสิน รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เข้าร่วมเป็นวิทยากรผู้ทรงเกียรติในงานสัมมนาเชิงวิชาการ ณ โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพมหานคร

การสัมมนาเชิงวิชาการในครั้งนี้จัดขึ้นโดย สมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางด้านพลังงานสะอาด เทคโนโลยีการจัดเก็บพลังงาน และการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ เพื่อรองรับอนาคตของพลังงานที่ยั่งยืนของประเทศ

ภายในงานดังกล่าว ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยอดธง เม่นสิน ได้ขึ้นบรรยายในหัวข้อสำคัญเรื่อง “การบูรณาการพลังงานทดแทนร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน: นโยบาย การวางแผน ออกแบบ วิธีการแก้ปัญหา การปฏิบัติ และการควบคุม”

นอกจากนี้ ยังได้เจาะลึกการบรรยายในหัวข้อ “แนวคิดการออกแบบและประยุกต์ใช้งานระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ (BESS) กับพลังงานทดแทนสำหรับโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะของประเทศ” เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวทางปฏิบัติที่ทันสมัย

บทบาทสำคัญของมหาวิทยาลัยนเรศวรในเวทีวิชาการระดับชาตินี้ ยังสะท้อนถึงการทำงานเชิงรุกในการ ให้ข้อมูลหรือสนับสนุน ภาครัฐในการพัฒนานโยบายพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับระบบพลังงานของประเทศ

การขับเคลื่อนดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางการยกระดับความร่วมมือในทุกระดับ ทั้งในระดับท้องถิ่น ภูมิภาค และระดับประเทศ ตลอดจนความร่วมมือระดับสากล ผ่านกลไกการขับเคลื่อนนโยบายด้านพลังงานสะอาด (Clean energy policy development) และการส่งเสริมเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูง (Energy-efficient technology)

ความมุ่งมั่นของ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในการบูรณาการองค์ความรู้และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ (Local, regional, national and global cooperation) จึงเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสนับสนุนภาครัฐ พัฒนานโยบาย และขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านพลังงานและสภาพภูมิอากาศในระยะยาว

ม.นเรศวร พัฒนาศักยภาพทันตแพทย์ด้านการดูแลผู้มีภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ

วันอังคารที่ 28 ตุลาคม 2568 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ทันตแพทย์หญิงจิตติมา พุ่มกลิ่น พร้อมด้วยอาจารย์ทันตแพทย์หญิงธัญญพัทธ์ อิงบุญมีสกุล จากโรงพยาบาลทันตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมการอบรมเพื่อปรับปรุงองค์ความรู้กับสมาคมโรคจากการหลับแห่งประเทศไทย ณ วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

การอบรมจัดขึ้นในหัวข้อ “Better Breathing, Better Sleep with Oral Appliance Therapy” และการบรรยายพิเศษ “Beyond Smiles… Caring for Sleep” เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับบทบาทของทันตแพทย์ในการดูแลผู้มีปัญหาการนอนหลับ

เนื้อหาการอบรมมุ่งเน้นการดูแลผู้ที่มีภาวะนอนกรน และภาวะนอนกรนร่วมกับหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย หากไม่ได้รับการประเมินและดูแลอย่างเหมาะสม

องค์ความรู้สำคัญส่วนหนึ่งคือการใช้ Oral Appliance Therapy หรืออุปกรณ์ในช่องปากเพื่อช่วยปรับตำแหน่งขากรรไกรล่าง (Mandibular Advancement Device) ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งในการดูแลผู้ป่วยตามข้อบ่งชี้และดุลยพินิจของทีมผู้เชี่ยวชาญ

การดูแลผู้มีภาวะดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างทันตแพทย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคจากการหลับ และบุคลากรสหสาขาวิชาชีพ เพื่อประเมิน วางแผน และติดตามผลการดูแลอย่างครอบคลุม

การเข้าร่วมอบรมครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของโรงพยาบาลทันตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร ในการพัฒนาความรู้และทักษะของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำองค์ความรู้ที่ได้รับมาประยุกต์ใช้ในการให้บริการแก่ประชาชนอย่างมีคุณภาพ

ม.นเรศวร ลุยติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ มุ่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาดและลดก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน

วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม 2568 รองศาสตราจารย์ ดร.พนัส นัถฤทธิ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีสารสนเทศ พร้อมด้วย นายรุ่งรัตน์ พระนาค ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ และคณะ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) บริเวณดาดฟ้า หลังคาอาคาร และพื้นที่รอบสระสุริโยทัย ภายในมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อผลิตพลังงานสะอาดสำหรับใช้ภายในมหาวิทยาลัย

การดำเนินโครงการดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการส่งเสริมพลังงานสะอาดและพลังงานทดแทน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมยกระดับมหาวิทยาลัยสู่การเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว (Green University) และมหาวิทยาลัยที่ขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งภายในมหาวิทยาลัยจะช่วยเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนในการดำเนินงานขององค์กร สนับสนุนการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนด้านพลังงานไฟฟ้าในระยะยาว และเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานของมหาวิทยาลัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

นอกจากการใช้ประโยชน์ด้านพลังงานแล้ว โครงการยังมุ่งเน้นการ ปรับปรุงอาคารเดิม ให้มีประสิทธิภาพพลังงานสูงขึ้น เพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดสอดคล้องกับเกณฑ์การประหยัดพลังงาน และลดการสูญเสียพลังงานภายในอาคารอย่างเป็นรูปธรรม

โครงการนี้ยังทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานสะอาดและการจัดการสิ่งแวดล้อม สำหรับนิสิต คณาจารย์ และนักวิจัย โดยสามารถนำข้อมูลจากระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ในการศึกษา วิเคราะห์ และพัฒนาองค์ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน การอนุรักษ์พลังงาน และการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อยกระดับการเรียนการสอนและการวิจัยของมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังให้ความสำคัญกับการบูรณาการองค์ความรู้และการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายวิชาการ เพื่อแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี นวัตกรรม และแนวปฏิบัติที่ดีด้านพลังงานสะอาด ตลอดจนร่วมกันพัฒนาแนวทางการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

การขับเคลื่อนโครงการ พลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์ ของมหาวิทยาลัยนเรศวร แสดงให้เห็นถึงการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการพลังงาน ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสร้างต้นแบบมหาวิทยาลัยที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดเพื่อประโยชน์ของสังคมและประเทศในระยะยาว

ม.นเรศวร ขานรับนโยบายรัฐ เดินหน้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน มุ่งสู่ Net Zero 2050

วันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร ขานรับและยึดตามแนวนโยบายของรัฐบาลรวมถึง กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม อย่างเป็นรูปธรรม โดยเดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์องค์กรเพื่อตอบสนองต่อวาระแห่งชาติว่าด้วยการจัดการวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ทั้งนี้เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน

การขับเคลื่อนดังกล่าวสอดรับกับทิศทางการบริหารประเทศ ซึ่งระบุถึงมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เปิดเผยถึงการเห็นชอบต่อร่างเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด ฉบับที่ 2 หรือ NDC 3.0 นโยบายนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเร่งรัดเป้าหมาย Net Zero ให้สำเร็จเร็วขึ้นถึง 15 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับเส้นทางควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส ตามนโยบายข้อ 13 ของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ที่มุ่งเน้นการผลักดัน สังคมคาร์บอนต่ำ

เป้าหมายหลักของการยกระดับสู่ NDC 3.0 คือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ถึงร้อยละ 47 ภายในปี ค.ศ. 2035 เมื่อเทียบกับฐานปี ค.ศ. 2019 โดยครอบคลุมหลากหลายภาคส่วนที่ต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน ทั้งภาคพลังงาน ภาคการขนส่ง ภาคกระบวนการอุตสาหกรรม และภาคการจัดการของเสีย การกำหนดเป้าหมายที่ท้าทายนี้ตอกย้ำถึงความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อรับมือกับสภาวะโลกเดือดที่กำลังส่งผลกระทบในวงกว้าง

ในฐานะสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้บูรณาการเป้าหมายระดับชาติดังกล่าวเข้าสู่การบริหารจัดการภายในองค์กรอย่างเต็มรูปแบบ โดยให้ความสำคัญกับการจัดการทรัพยากรอย่างชาญฉลาด การเพิ่มพื้นที่สีเขียว และการบริหารจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ การดำเนินการเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นการสร้างต้นแบบ สถาบันการศึกษาสีเขียว ที่พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้และสร้างจิตสำนึกที่ดีให้แก่นิสิตและบุคลากร

ความสำเร็จในการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากปราศจาก เครือข่ายความร่วมมือ ที่แข็งแกร่ง จึงเกิดการทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนท้องถิ่น การผนึกกำลังในครั้งนี้มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนทรัพยากร นวัตกรรม และเทคโนโลยี เพื่อร่วมกันออกแบบทิศทางและแนวทางแก้ปัญหาที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ พร้อมทั้งนำไปปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม

สถาบันการศึกษายังคงมุ่งมั่นรับบทบาทสำคัญในการเป็นแหล่งบ่มเพาะนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยสนับสนุนให้เกิดการวิเคราะห์ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมเชิงลึก เพื่อนำมาตรการต่างๆ ไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนและการบริหารงาน พร้อมทั้งส่งเสริมต่อยอดสู่งานวิจัยเชิงพาณิชย์ เพื่อให้เกิดการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมเหล่านั้นไปสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ขับเคลื่อนธุรกิจยั่งยืน และสามารถนำไปใช้งานได้จริงในภาคอุตสาหกรรม

การก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นนี้ จะเป็นรากฐานสำคัญในการพลิกวิกฤตสิ่งแวดล้อมให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคม การตระหนักรู้และร่วมกันลงมือทำอย่างจริงจังของทุกภาคส่วนตั้งแต่วันนี้ จะช่วยปูทางให้ประเทศไทยสามารถเร่งขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ได้อย่างเต็มศักยภาพ พร้อมทั้งส่งมอบสภาพแวดล้อมที่สมดุลและคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่อนุชนรุ่นหลังต่อไป

ม.นเรศวร ต่อยอดกล้วยไข่ไทยสู่นวัตกรรม Nutricosmetics ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม Functional Food

มหาวิทยาลัยนเรศวร โดย ศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงจารุภา วิโยชน์ คณะเภสัชศาสตร์ พร้อมทีมวิจัย ร่วมกับ บริษัท เนเจอร์ พาวเวอร์ จำกัด พัฒนา “Banana Powder Shots Sun Protection” ผลิตภัณฑ์จากกล้วยไข่ไทยในกลุ่ม Nutricosmetics โดยได้รับการสนับสนุนทุนจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) เพื่อผลักดันงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

งานวิจัยนี้นำ กล้วยไข่ไทย ซึ่งเป็นผลผลิตทางการเกษตรของประเทศมาต่อยอดด้วยองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ โดยมุ่งศึกษาศักยภาพของเบต้าแคโรทีนในกล้วยไข่และการประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลผิวจากภายใน เป็นการเพิ่มทางเลือกในการแปรรูปผลผลิตให้มีคุณค่าและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค

ผลิตภัณฑ์ “Banana Powder Shots Sun Protection” พัฒนาขึ้นในรูปแบบผงสำหรับรับประทาน ภายใต้แนวคิด Nutricosmetics หรือผลิตภัณฑ์เสริมความงามจากภายใน โดยเชื่อมโยงงานวิจัยด้านวัตถุดิบกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมต่อการนำไปใช้ประโยชน์และการพัฒนาตลาด

ความร่วมมือระหว่างนักวิจัยและบริษัท เนเจอร์ พาวเวอร์ จำกัด เปิดโอกาสให้องค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยได้รับการพัฒนาร่วมกับมุมมองของภาคธุรกิจ ทั้งด้านรูปแบบผลิตภัณฑ์ ความต้องการของผู้บริโภค และความเป็นไปได้ในการผลิต เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการต่อยอดงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์

การสนับสนุนจาก บพข. มีบทบาทในการส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยและผู้ประกอบการ เพื่อ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม Functional Food ของไทยด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม พร้อมพัฒนาความสามารถในการสร้างผลิตภัณฑ์อาหารมูลค่าสูงจากวัตถุดิบภายในประเทศ

ในด้านการเกษตร การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากกล้วยไข่เป็นแนวทางเพิ่มมูลค่าผลผลิตและขยายโอกาสการใช้ประโยชน์จากพืชอาหารของไทย การเชื่อมโยงวัตถุดิบทางการเกษตรเข้ากับการแปรรูปและตลาดผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง จึงมีศักยภาพสนับสนุนโอกาสทางเศรษฐกิจของผู้เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่เกษตรกรจนถึงผู้ประกอบการ

สำหรับภาคอุตสาหกรรม ผลงานนี้แสดงถึงการนำความเชี่ยวชาญทางวิชาการมาพัฒนานวัตกรรมที่มีเป้าหมายการใช้ประโยชน์ชัดเจน และเป็นพื้นฐานสำหรับการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยมุ่งสร้างความแตกต่างให้ผลิตภัณฑ์ไทยด้วย องค์ความรู้ เทคโนโลยี และคุณค่าของวัตถุดิบท้องถิ่น พร้อมเตรียมโอกาสขยายตลาดในอนาคต

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพข่าวจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บทความ Banana Powder Shots Sun Protection

ม.นเรศวร ขับเคลื่อนพื้นที่เรียนรู้รักษ์โลก สู่สภาพแวดล้อมที่ยั่งยืน

วันพุธที่ 22 ตุลาคม 2568 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นำเสนอแนวคิด “พื้นที่เรียนรู้ที่ยั่งยืนและใส่ใจสิ่งแวดล้อม” ผ่านบทสัมภาษณ์ผู้บริหาร อาจารย์ และตัวแทนนิสิต เพื่อสะท้อนการร่วมกันสร้างพื้นที่สีเขียวแห่งการเรียนรู้ที่เอื้อต่อสุขภาวะของทุกคน

รองศาสตราจารย์ ดร.นิทรา กิจธีระวุฒิวงษ์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ ดร.สุดาวดี ยะสะกะ พร้อมด้วยนางสาวมานิตา สว่างแจ้ง และนางสาวธัญสุดา กระต่ายทอง ตัวแทนนิสิต ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของพื้นที่เรียนรู้ในการเชื่อมโยงการศึกษา สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม

บทสัมภาษณ์ดำเนินรายการโดยนายอดิเรก มีบุญ นักประชาสัมพันธ์ งานประชาสัมพันธ์ กองกลาง สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งช่วยถ่ายทอดแนวคิดและการดำเนินงานของคณะสาธารณสุขศาสตร์สู่ผู้รับชมในวงกว้าง

การพัฒนาพื้นที่สีเขียวและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้ ช่วยให้นิสิตและบุคลากรมีพื้นที่สำหรับทำกิจกรรม พักผ่อน และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน อันเป็นส่วนสำคัญของการส่งเสริมสุขภาวะทั้งทางกายและใจภายในมหาวิทยาลัย

การดูแลพื้นที่สีเขียวในมหาวิทยาลัยยังช่วยสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างเหมาะสม และสร้างพื้นที่ที่เอื้อต่อการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของพืชและสิ่งมีชีวิตในบริเวณมหาวิทยาลัย

การมีส่วนร่วมของนิสิตในกิจกรรมและการสื่อสารประเด็นสิ่งแวดล้อม ช่วยพัฒนาความรู้ ทักษะ และความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ทำให้นิสิตตระหนักถึงบทบาทของตนเองในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศในพื้นที่ใกล้ตัว

คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ส่งเสริมการขับเคลื่อนแนวคิด Green University & Sustainable Learning Space เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรกับโลก และปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้กับนิสิตและชุมชน ควบคู่กับการดูแลพื้นที่สีเขียวและระบบนิเวศบนบกอย่างต่อเนื่อง

ม.นเรศวร ขอเชิญนิสิตศึกษาข้อมูล “7 วิธีหลีกเลี่ยงหายนะจากการพนัน”

มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอเชิญนิสิต บุคลากร และประชาคมมหาวิทยาลัย ศึกษาข้อมูลจาก กรมสุขภาพจิต เรื่อง “7 วิธีหลีกเลี่ยงหายนะจากการพนัน” เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ ผลกระทบด้านลบของการพนัน และแนวทางในการป้องกันตนเอง พร้อมร่วมกัน สร้างสังคมที่ปลอดภัยห่างไกลการพนัน

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ออก ประกาศสำคัญ เรื่อง “ห้ามนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวรเกี่ยวข้องกับการพนันฟุตบอล” เพื่อย้ำเตือนและสร้างความตระหนักให้กับนิสิตทุกคนถึง โทษและผลกระทบจากการพนันในทุกรูปแบบ ตลอดจนเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีวินัย การเคารพกฎระเบียบ และการดำเนินชีวิตด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

การพนันเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อสุขภาพจิต ความสัมพันธ์ในครอบครัว และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การเข้าใจอันตรายของการพนันจึงเป็นก้าวแรกของการป้องกัน โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนที่อาจถูกชักจูงได้ง่าย หากขาดการดูแลเอาใจใส่จากครอบครัวและชุมชนที่เข้มแข็ง

กรมสุขภาพจิตได้เสนอแนวทาง “7 วิธีหลีกเลี่ยงหายนะจากการพนัน” เพื่อให้ทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันและลดปัจจัยเสี่ยงของการเล่นพนัน เช่น การสร้างความอบอุ่นในครอบครัว การช่วยกันแก้ปัญหาเมื่อลูกหลานมีพฤติกรรมเสี่ยง การส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์แทนการพนัน และการเข้ารับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญเมื่อจำเป็น

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการสร้าง สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมสุขภาวะทางกายและใจ โดยจัดกิจกรรมรณรงค์และให้ความรู้แก่นิสิตเกี่ยวกับโทษของการพนัน เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจอย่างมีเหตุผล และการรับผิดชอบต่อสังคม

สำหรับผู้ที่ประสบปัญหาหรือได้รับผลกระทบจากการพนัน สามารถขอรับคำปรึกษาได้จาก สายด่วนสุขภาพจิต โทร. 1323 ซึ่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตโดยตรง

มหาวิทยาลัยนเรศวรขอเชิญชวนทุกคนร่วมมือกันเรียนรู้ ทำความเข้าใจ และเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับผลกระทบของการพนัน เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่มี ความสุข ปลอดภัย และยั่งยืน ห่างไกลจากการพนัน

ม.นเรศวร จัดกิจกรรม “ใจแห่งการให้” น้อมรำลึกรัชกาลที่ 9 ส่งเสริมการแบ่งปันและรักษ์สิ่งแวดล้อม

วันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม “น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ รัชกาลที่ 9” ภายใต้ชื่อกิจกรรม “ใจแห่งการให้” เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ บริเวณหน้าอาคารขวัญเมือง มหาวิทยาลัยนเรศวร

ภายในกิจกรรมได้มีการจัดซุ้มแจกจ่ายอาหารเพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการแบ่งปัน โดยมีการแจก ข้าวไข่เจียว ส้มตำ ตลอดจนอาหารพร้อมเครื่องดื่มอื่น ๆ ให้กับนิสิตและบุคลากร ซึ่งเป็นการส่งเสริมการเข้าถึงอาหารและโภชนาการที่ดี ขจัดความหิวโหยและสร้างความมั่นคงทางอาหารให้เกิดขึ้นในระดับชุมชน

กิจกรรมในครั้งนี้เกิดจากพลังแห่งความสามัคคีและได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจาก สมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยนเรศวร คณาจารย์ บุคลากร และผู้มีจิตศรัทธา ที่ร่วมกันบริจาคข้าวสาร ไข่เจียว ไอศกรีม น้ำดื่ม และอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างพร้อมเพรียงและอบอุ่น

การร่วมแรงร่วมใจจัดเตรียมอาหารและส่งมอบสิ่งของเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งการให้และจิตอาสาของประชาคมมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อปลูกฝังคุณค่าความเอื้อเฟื้อ แบ่งปัน และส่งเสริมความมีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมสังคมให้เกิดความเกื้อกูลกันอย่างยั่งยืน

นอกจากการแบ่งปันอาหารแล้ว ภายในงานยังได้ส่งเสริมแนวคิด การใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการบริโภคที่รับผิดชอบ โดยคณะผู้จัดงานได้รณรงค์และเชิญชวนให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมนำภาชนะส่วนตัวมารับอาหารและเครื่องดื่ม

การรณรงค์ให้ใช้ภาชนะส่วนตัว ถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วย ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว และลดปริมาณขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นจากการจัดกิจกรรม ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนประชาคมให้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

กิจกรรม “ใจแห่งการให้” จึงไม่เพียงแต่เป็นเวทีแห่งการแสดงความจงรักภักดี แต่ยังเป็นการน้อมนำหลักปรัชญาการดำเนินชีวิตอย่างพอเพียงมาประยุกต์ใช้ ซึ่งเป็นแนวทางที่พระองค์ทรงสอนไว้ให้คนไทยดำเนินชีวิตอย่างสมดุล รักษ์โลก และดูแลสังคมสืบไป

ม.นเรศวร พัฒนา Banana Powder Shots Sun Protection ยกระดับกล้วยไข่ไทยสู่นวัตกรรมอาหารมูลค่าสูง

ตุลาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดย ศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงจารุภา วิโยชน์ อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ พร้อมคณะนักวิจัย ร่วมกับ บริษัท เนเจอร์ พาวเวอร์ จำกัด พัฒนาผลิตภัณฑ์ Banana Powder Shots Sun Protection จากกล้วยไข่ไทย โดยได้รับการสนับสนุนจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) เพื่อผลักดันงานวิจัยสู่ผลิตภัณฑ์อาหารมูลค่าสูงและการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์

งานวิจัยดังกล่าวต่อยอดจากการศึกษาคุณสมบัติของ กล้วยไข่ ซึ่งเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่สามารถปลูกได้ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยพบว่ากล้วยไข่มีปริมาณ เบต้าแคโรทีน สูง และมีศักยภาพในการนำมาพัฒนาเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์นิวทริคอสเมติกส์ หรือผลิตภัณฑ์อาหารที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพและความงามจากภายใน

ก่อนหน้านี้ คณะนักวิจัยได้พัฒนา ผลิตภัณฑ์นิวตราซูติคอลเม็ดเคี้ยวกล้วยไข่ผสมน้ำมันเมล็ดกัญชง โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) และนำองค์ความรู้จากผลิตภัณฑ์ต้นแบบมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบ Powder Shots ซึ่งรับประทานได้สะดวกและตอบสนองพฤติกรรมของผู้บริโภคมากขึ้น

การพัฒนา Banana Powder Shots Sun Protection ให้ความสำคัญกับการคัดเลือกวัตถุดิบ ตั้งแต่สายพันธุ์ของกล้วยไข่ ระดับความสุก ความหวาน และช่วงเวลาการเก็บเกี่ยว เพื่อให้ได้ปริมาณเบต้าแคโรทีนที่เหมาะสม รวมถึงการควบคุมแสงและความร้อนระหว่างกระบวนการผลิต เนื่องจากเบต้าแคโรทีนเป็นสารที่สลายตัวได้ง่าย

นอกจากนี้ ทีมนักวิจัยและภาคเอกชนยังร่วมกันพัฒนาคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ให้ผงกล้วยละลายในปากได้ดี ลดการติดค้างบริเวณฟันและช่องปาก และมีรสชาติเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค โดยมุ่งใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติและลดการใช้สารสังเคราะห์ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและเหมาะสมต่อการผลิตในระดับอุตสาหกรรม

โครงการอยู่ระหว่างการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบและการทดสอบการดูดซึมเบต้าแคโรทีน รวมถึงการทดสอบกับอาสาสมัคร การประเมินทางคลินิก และการทดสอบความพึงพอใจของผู้บริโภค ก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิตในระดับ Pilot Scale และการขอรับรองมาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการผลิตและวางจำหน่ายจริง

การใช้กล้วยไข่เป็นวัตถุดิบหลักช่วยสนับสนุน เกษตรกรและผลผลิตทางการเกษตรของไทย เพิ่มมูลค่าให้วัตถุดิบภายในประเทศ และสร้างโอกาสในการพัฒนากล้วยไข่เป็นวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ นอกจากนี้ หากผลิตภัณฑ์ได้รับการตอบรับที่ดี ยังสามารถพัฒนาเป็นวัตถุดิบสำหรับจำหน่ายให้แก่ผู้ประกอบการรายอื่น และขยายผลสู่อุตสาหกรรม Functional Food และ Nutricosmetics ได้

ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยนเรศวร บริษัท เนเจอร์ พาวเวอร์ จำกัด และ บพข. แสดงให้เห็นถึงบทบาทของเครือข่ายภาครัฐ มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน ในการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากห้องปฏิบัติการเข้าสู่กระบวนการผลิตจริง พร้อมเปิดโอกาสให้นักวิจัยนำข้อเสนอแนะจากผู้ประกอบการและผู้บริโภคมาปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ตลาดมากยิ่งขึ้น

การพัฒนา Banana Powder Shots Sun Protection จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการสร้างความมั่นคงและมูลค่าเพิ่มให้ระบบอาหารของประเทศ ผ่านการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร พร้อมทั้ง ส่งเสริมต่อยอดสู่งานวิจัยเชิงพาณิชย์ ยกระดับความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย และสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารมูลค่าสูงทั้งในประเทศและตลาดสากล

ที่มาภาพและข่าว: SALIKA

ม.นเรศวร ประกาศมาตรการเด็ดขาดงดใช้พลาสติกและโฟมทุกโรงอาหาร พร้อมขยายผลรณรงค์ในทุกกิจกรรมและอีเว้นท์ พลิกวิกฤตปิดบ่อขยะจังหวัดสู่ต้นแบบความยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวรประกาศมาตรการเชิงรุกครั้งสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายด้านการผลิตและการบริโภคที่รับผิดชอบและยั่งยืน เพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

สืบเนื่องจากสถานการณ์วิกฤตบ่อกำจัดขยะภายในจังหวัดพิษณุโลกได้ปิดให้บริการ ซึ่งได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบการจัดการขยะของมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงได้ยกระดับมาตรการบริหารจัดการทรัพยากร ด้วยการประกาศขอความร่วมมือและงดใช้ถุงพลาสติก กล่องพลาสติก และโฟม ทุกโรงอาหารภายในมหาวิทยาลัยอย่างจริงจัง

มาตรการดังกล่าวครอบคลุมถึงการลดสิ่งของใช้ครั้งเดียวทิ้งอย่างรอบด้าน มากกว่าเพียงแค่พลาสติกทั่วไป แต่ยังครอบคลุมถึงแก้วกระดาษ จาน ช้อน และบรรจุภัณฑ์ต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาที่ต้นทางและลดปริมาณขยะสะสมภายในสถาบันอย่างยั่งยืน

นอกจากมาตรการภายในโรงอาหารแล้ว ทางมหาวิทยาลัยยังได้ขยายผลการดำเนินงานไปยังกิจกรรมและอีเว้นท์ต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัย โดยมีการรณรงค์อย่างต่อเนื่องให้นิสิตและบุคลากรพกพาภาชนะส่วนตัวมาใช้ในทุกงานกิจกรรม เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกและสร้างแรงจูงใจให้กับประชาคม ทางมหาวิทยาลัยได้เชิญชวนให้ทุกท่านหันมาใช้ภาชนะของโรงอาหารสำหรับการรับประทานอาหารภายในพื้นที่ หรือพกพาภาชนะส่วนตัว เช่น กล่องใส่อาหาร ถุงผ้า และแก้วน้ำ มาใช้ในการบรรจุอาหารและเครื่องดื่มตามอัธยาศัย

ความสำเร็จของมาตรการนี้เกิดขึ้นได้จากพลังของความร่วมมือและการสร้างจิตสำนึกรักษ์โลกของทุกภาคส่วน ทั้งผู้ประกอบการ ร้านค้า ประชาคมมหาวิทยาลัย และชุมชนบริเวณรอบมหาวิทยาลัย ที่พร้อมใจกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดปริมาณขยะและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นอกจากนี้ ร้านค้าภายในโรงอาหารยังได้ร่วมมือกับนโยบายดังกล่าวผ่านกิจกรรมพิเศษ เช่น การให้ส่วนลดเงินสดทันที 2 บาท สำหรับผู้ที่นำภาชนะส่วนตัวมาเอง ซึ่งช่วยสร้างแรงจูงใจและกระตุ้นการมีส่วนร่วมของนิสิตและบุคลากรในชีวิตประจำวันได้อย่างยอดเยี่ยม

ความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและบริหารจัดการทรัพยากรภายใต้แนวคิดรักษ์โลกนี้ จึงเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนสถาบันสู่วิถีชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นต้นแบบในการสร้างความยั่งยืนให้กับสังคมในระยะยาว

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin