Archives April 2025

ม.นเรศวร เปิด Gear Station สถานีชาร์จรถไฟฟ้าแห่งแรก มุ่งสู่มหาวิทยาลัยพลังงานสะอาดและการพัฒนาที่ยั่งยืน

วันพุธที่ 30 เมษายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดพิธีเปิด Gear Station สถานีบริการชาร์จแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าแห่งแรกของมหาวิทยาลัยนเรศวร ณ ลานอาคารเรียนรวม (EN) คณะวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าภายในมหาวิทยาลัย และสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการเปลี่ยนผ่านจากการใช้พลังงานเชื้อเพลิงแบบเดิมไปสู่การใช้พลังงานไฟฟ้าในภาคการขนส่ง โดยสถานีดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การเป็นพื้นที่ต้นแบบด้านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการพัฒนาที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม

การจัดตั้ง Gear Station สะท้อนแนวทางของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้สอดรับกับบริบทด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยยานยนต์ไฟฟ้าเป็นทางเลือกหนึ่งที่สามารถช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลในภาคการขนส่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในภาคส่วนที่มีการใช้พลังงานและก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การมีสถานีชาร์จภายในมหาวิทยาลัยจึงช่วยสนับสนุนให้บุคลากร นิสิต และผู้ใช้บริการที่มีรถยนต์ไฟฟ้าสามารถเข้าถึงระบบชาร์จได้สะดวกมากขึ้น และส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทางในระยะยาว

สถานีบริการชาร์จแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ยังมีบทบาทในการสร้างระบบนิเวศด้านการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายในพื้นที่มหาวิทยาลัย เพราะการเพิ่มจุดให้บริการชาร์จช่วยลดข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า และสร้างความพร้อมรองรับจำนวนยานยนต์ไฟฟ้าที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น การพัฒนาสถานีชาร์จจึงไม่ได้เป็นเพียงการติดตั้งอุปกรณ์สำหรับเติมพลังงานให้กับยานพาหนะ แต่เป็นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้พลังงานและการเดินทางอย่างเป็นระบบ

ในมิติด้านสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ามีส่วนช่วย ลดการปล่อยมลพิษจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงโดยตรงจากยานพาหนะ โดยเฉพาะมลพิษทางอากาศที่เกิดขึ้นจากเครื่องยนต์สันดาปภายใน ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบขนส่งที่ใช้พลังงานไฟฟ้ายังเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการขนส่ง ทั้งนี้ ผลด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาพรวมจะขึ้นอยู่กับแหล่งที่มาของไฟฟ้าที่นำมาใช้ในการชาร์จด้วย จึงเป็นประเด็นที่สามารถต่อยอดไปสู่การบริหารจัดการพลังงานสะอาดภายในมหาวิทยาลัยได้ในอนาคต

Gear Station ยังสามารถเป็นพื้นที่สำหรับการเรียนรู้และต่อยอดองค์ความรู้ด้านพลังงาน เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า และวิศวกรรมที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเมื่อสถานีตั้งอยู่ภายในพื้นที่ของ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งมีศักยภาพในการนำโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวมาใช้เป็นกรณีศึกษาในด้านการออกแบบระบบพลังงาน การจัดการสถานีชาร์จ การวิเคราะห์การใช้ไฟฟ้า ตลอดจนการพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้าและระบบพลังงานอัจฉริยะ การเชื่อมโยงระหว่างโครงสร้างพื้นฐานจริงกับการเรียนรู้จึงช่วยสร้างประสบการณ์ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการพัฒนาเมืองและชุมชนในอนาคต

การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางการ ลดการใช้พลังงานจากฟอสซิล และเพิ่มทางเลือกในการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคการขนส่ง ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานในชีวิตประจำวัน การส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จ จะช่วยสร้างความพร้อมให้กับผู้ใช้งานและสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงระบบพลังงานในระดับองค์กร ทั้งยังสามารถนำข้อมูลจากการใช้งานสถานีมาวิเคราะห์เพื่อวางแผนการใช้พลังงานและบริหารจัดการทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ การมีสถานีชาร์จรถไฟฟ้าภายในมหาวิทยาลัยยังสามารถเชื่อมโยงกับการพัฒนาระบบ มหาวิทยาลัยสีเขียวและพื้นที่การเรียนรู้ด้านความยั่งยืน โดยเปิดโอกาสให้บุคลากร นิสิต และผู้เกี่ยวข้องได้เห็นตัวอย่างของการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม การดำเนินงานสามารถต่อยอดไปสู่การเก็บข้อมูลการใช้พลังงาน การประเมินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการวางแผนเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาด เช่น การเชื่อมโยงสถานีชาร์จกับระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในระยะยาว

การเปิด Gear Station จึงเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของมหาวิทยาลัยนเรศวรให้รองรับการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานและการเดินทาง พร้อมสร้างโอกาสในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม สถานีชาร์จรถไฟฟ้าแห่งนี้สามารถทำหน้าที่ทั้งในฐานะโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการเดินทางและพื้นที่เรียนรู้ด้านพลังงาน เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเป็นองค์ประกอบหนึ่งของการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการใช้พลังงานจากฟอสซิล ลดการปล่อยมลพิษ และส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน ในระดับมหาวิทยาลัยและสังคมโดยรอบ

ม.นเรศวร ถ่ายทอดความรู้การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 28 เมษายน 2568 รองศาสตราจารย์ ดร.นิพนธ์ เกตุจ้อย ผู้อำนวยการวิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี (SGtech) มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นวิทยากรบรรยายหัวข้อ “ความรู้พื้นฐานการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา” ณ โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพมหานคร ภายในงานสัมมนาเชิงวิชาการด้านระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ การบรรยายครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการถ่ายทอดองค์ความรู้ทางวิชาการสู่ผู้เข้าร่วมสัมมนา เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ผลิตไฟฟ้า และเป็นพื้นฐานสำหรับการพิจารณาประยุกต์ใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนอย่างเหมาะสม โดยเชื่อมโยงความรู้ด้านพลังงานกับการใช้ประโยชน์จากพื้นที่อาคารและการวางแผนใช้ทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพ

การสัมมนาจัดโดย สมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) [IEEE Power & Energy Society (Thailand)] ร่วมกับวิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนเรศวร ภายใต้หัวข้อ “ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) และบนพื้น (Solar Farm): นโยบาย ข้อกำหนด การออกแบบ การติดตั้ง การดำเนินงาน การบำรุงรักษา และการประเมินทางเศรษฐศาสตร์” ซึ่งครอบคลุมประเด็นสำคัญตั้งแต่การวางแผนจนถึงการดูแลระบบตลอดการใช้งาน การนำองค์ความรู้หลายด้านมาประกอบกันช่วยให้การพิจารณาพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้ามีความรอบด้าน ทั้งด้านความเหมาะสมทางเทคนิค การปฏิบัติตามข้อกำหนด และความคุ้มค่าในการลงทุน อันเป็นพื้นฐานของ การพัฒนาพลังงานสะอาดอย่างมีประสิทธิภาพ

หัวข้อ ความรู้พื้นฐานการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา มีความสำคัญต่อการสร้างความเข้าใจก่อนตัดสินใจนำระบบมาใช้งาน เนื่องจากการพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าควรเริ่มจากการพิจารณาความเหมาะสมของพื้นที่ควบคู่กับความต้องการใช้พลังงาน การมีพื้นฐานความรู้ที่ถูกต้องช่วยให้ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและหารือกับผู้เชี่ยวชาญได้อย่างตรงประเด็น รวมถึงพิจารณาทางเลือกที่สอดคล้องกับลักษณะอาคารและวัตถุประสงค์การใช้งาน การถ่ายทอดองค์ความรู้ในหัวข้อนี้จึงสนับสนุนการเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทน และช่วยให้การวางแผนใช้ พลังงานแสงอาทิตย์ คำนึงถึงประโยชน์ในระยะยาว ทั้งด้านการจัดการพลังงาน การใช้ทรัพยากร และความเหมาะสมของการลงทุน

ในด้านการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา เป็นแนวทางหนึ่งในการใช้ประโยชน์จากพื้นที่อาคารที่มีอยู่เพื่อผลิตพลังงาน โดยการพิจารณานำระบบมาใช้ควรเชื่อมโยงกับการวางแผนจัดการพลังงานของอาคารอย่างเป็นระบบ ทั้งการสำรวจความต้องการใช้ไฟฟ้า การพิจารณาศักยภาพของพื้นที่ และการกำหนดแนวทางดูแลระบบ การส่งเสริมความรู้จึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าใจว่าการพัฒนาพลังงานสะอาดต้องอาศัยการเตรียมความพร้อมหลายด้านควบคู่กัน เพื่อให้การใช้พื้นที่และทรัพยากรเกิดประโยชน์อย่างเหมาะสม และสนับสนุน การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ตามบริบทและข้อจำกัดของแต่ละอาคาร

ประเด็น การออกแบบ การติดตั้ง การดำเนินงาน และการบำรุงรักษา ที่ปรากฏในกรอบการสัมมนา สะท้อนความสำคัญของการพิจารณาระบบผลิตไฟฟ้าตลอดระยะเวลาการใช้งาน การส่งเสริมพลังงานทดแทนจึงควรให้ความสำคัญกับคุณภาพของการดำเนินงานในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การศึกษาข้อมูลก่อนติดตั้ง การเลือกแนวทางที่เหมาะสม ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมในการดูแลรักษา ทั้งนี้ ความรู้ด้านนโยบายและข้อกำหนดยังเป็นองค์ประกอบที่ช่วยให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าใจเงื่อนไขในการพัฒนาโครงการ การเรียนรู้ประเด็นเหล่านี้ร่วมกันเป็นพื้นฐานสำหรับการวางแผนระบบพลังงานที่คำนึงถึง ความปลอดภัย ความเหมาะสมทางเทคนิค และการใช้งานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล้วนเกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของการลงทุนด้านพลังงาน

สำหรับ การประเมินทางเศรษฐศาสตร์ เป็นอีกประเด็นสำคัญที่ช่วยประกอบการตัดสินใจพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ โดยควรพิจารณาค่าใช้จ่ายและประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับให้สอดคล้องกับเงื่อนไขการใช้งานจริง การประเมินความคุ้มค่าอย่างรอบด้านช่วยให้ผู้สนใจมีข้อมูลสำหรับเปรียบเทียบทางเลือกและวางแผนงบประมาณได้เหมาะสม รวมถึงคำนึงถึงภาระการดูแลรักษาระบบในระยะยาว การเชื่อมโยงความรู้ทางเทคนิคกับมิติทางเศรษฐศาสตร์จึงสนับสนุน การตัดสินใจลงทุนบนพื้นฐานข้อมูล และการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ อันเป็นส่วนสำคัญของการขยายการใช้พลังงานสะอาดให้เหมาะสมกับศักยภาพของผู้ใช้งานและบริบทของแต่ละโครงการ

การร่วมจัดสัมมนาและการเป็นวิทยากรของผู้อำนวยการ SGtech ในครั้งนี้ แสดงถึงบทบาทของ มหาวิทยาลัยนเรศวรในการบริการวิชาการและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านพลังงานทดแทน ผ่านความร่วมมือกับองค์กรวิชาชีพด้านไฟฟ้าและพลังงาน การเผยแพร่ความรู้พื้นฐานควบคู่กับประเด็นการพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าอย่างรอบด้าน เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ไปใช้ประกอบการศึกษาและวางแผนด้านพลังงานตามบริบทของตนเอง อีกทั้งยังสนับสนุนการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับทางเลือกในการใช้พลังงานสะอาด การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการพัฒนาโครงการที่คำนึงถึงการดำเนินงานในระยะยาว เพื่อเป็นพื้นฐานของ การพัฒนาพลังงานอย่างยั่งยืน และการนำองค์ความรู้ทางวิชาการไปใช้ประโยชน์ในสังคม

ม.นเรศวร เผยแผนพัฒนาสถานีวิจัยและฝึกอบรมบึงราชนก มุ่งสู่ศูนย์กลางการศึกษาและการเกษตรยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 28 เมษายน 2568 รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดี พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิริชัย ตันรัตนวงศ์ รองอธิการบดีฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีสารสนเทศ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชนินทร์ อัมพรสถิร รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานอธิการบดี ได้เดินทางไปร่วมประชุมปรึกษาหารือกับผู้บริหารคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ณ สถานีวิจัยและฝึกอบรมบึงราชนก

การประชุมในครั้งนี้มีคณะผู้บริหารและคณาจารย์จากคณะเกษตรศาสตร์ฯ นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรสิทธิ์ โทจำปา และทีมผู้บริหาร ให้การต้อนรับและร่วมหารือ เพื่อกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนพื้นที่ตามแผนยุทธศาสตร์ที่สำคัญ

การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับแผนการพัฒนาพื้นที่สถานีวิจัยและฝึกอบรมบึงราชนก ภายใต้กรอบระยะเวลา พ.ศ. 2567–2573 ในหัวข้อ “การเตรียมความพร้อมสู่การเติบโตและความยั่งยืนของการศึกษา การวิจัย และการบริการวิชาการทางการเกษตร” ของคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร

เป้าหมายสำคัญของการหารือคือการพัฒนาสถานีวิจัยฯ ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่ครบวงจร รองรับการเรียนการสอนด้านการเกษตร สัตวศาสตร์ และการประมง โดยมุ่งเน้นการบูรณาการองค์ความรู้เพื่อสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้ของนิสิต และผลิตนิสิตเพื่อเป็นผู้นำด้านเกษตรยั่งยืน

การยกระดับพื้นที่ดังกล่าวให้เกิดประโยชน์สูงสุด จำเป็นต้องมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและความจำเป็นพื้นฐานที่สำคัญ ได้แก่ การปรับปรุงถนนโดยรอบสถานี การอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางและขนส่งเพื่อให้นิสิตสามารถเข้ามาใช้งานพื้นที่ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ทั้ง ระบบน้ำ และไฟฟ้า ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักในการทำวิจัยและการจัดการฟาร์ม เพื่อสนับสนุนกระบวนการผลิตและการบริโภคที่รับผิดชอบต่อทรัพยากรในระบบนิเวศ

การบริหารจัดการพื้นที่เพื่อการเรียนรู้ด้านการประมงและสัตวศาสตร์ภายในสถานีวิจัย จะต้องคำนึงถึงความสมดุลทางธรรมชาติและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางน้ำ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศรอบข้าง ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ม.นเรศวร ขับเคลื่อนการจัดการของเสียอันตรายและบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน มุ่งสร้างมาตรฐานสิ่งแวดล้อมตามนโยบายมหาวิทยาลัย

วันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน 2568 นายรุ่งรัตน์ พระนาค ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ ได้เป็นประธานกล่าวเปิดโครงการจัดการมลพิษและของเสีย ณ ห้องประชุมชั้น 2 กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของสถาบัน

มหาวิทยาลัยนเรศวร มุ่งสร้างหลักประกันให้มีรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ผ่านการขับเคลื่อนนโยบายด้านการผลิตและการบริโภคที่รับผิดชอบและยั่งยืน (Responsible Consumption and Production) ซึ่งให้ความสำคัญกับการมีระบบบริหารจัดการ วัดปริมาณขยะและขยะรีไซเคิลที่เกิดขึ้น เพื่อวางแนวทางลดปริมาณขยะและผลักดันการหมุนเวียนนำกลับมาใช้ใหม่

การจัดโครงการในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความตื่นตัวและเปิดโอกาสให้บุคลากรจากทุกหน่วยงานในมหาวิทยาลัยเข้ามามีส่วนร่วม โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 80 ชีวิต ประกอบด้วยบุคลากรกองอาคารสถานที่และเครือข่ายตัวแทนด้านอาคารสถานที่จากทุกคณะและหน่วยงาน มาร่วมขับเคลื่อนแผนการดำเนินงานด้านการจัดการของเสียภายในหน่วยงานให้เป็นรูปธรรมและมีทิศทางเดียวกัน

กระบวนการเรียนรู้มุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมทุกหน่วยงานเจาะลึกรายละเอียดเกี่ยวกับนโยบายและคู่มือจัดการของเสียอันตราย เพื่อร่วมกันลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษและของเสียในรูปแบบที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน พร้อมทั้งสร้างความตระหนักในการจัดการสารเคมีและของเสียทุกชนิดให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นางสาวกฤติกา กิตติวิโรจน์ ผู้อำนวยการส่วนสิ่งแวดล้อม สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพิษณุโลก มาทำหน้าที่เป็นวิทยากรบรรยายและนำฝึกปฏิบัติจริง เพื่อถ่ายทอดทักษะกระบวนการทำงานภาคสนามให้แก่ผู้แทนจากทุกหน่วยงานสามารถนำกลับไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง

การฝึกอบรมได้เผยถึงขั้นตอนการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนคัดแยก จัดเก็บ ขนส่งและกำจัด ของเสียอันตรายตามหลักวิชาการ เพื่อให้ทุกหน่วยงานสามารถนำไปปรับใช้ในการบริหารจัดการหน้างานได้อย่างปลอดภัย ลดความเสี่ยง และมีประสิทธิภาพสูงสุด

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin