ม.นเรศวร จัดกิจกรรมนิทรรศการแนะแนวการศึกษาต่อและอาชีพ สร้างโอกาสสู่อนาคต

มหาวิทยาลัยนเรศวรมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการส่งเสริมการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพที่มีคุณค่า เพื่อให้นิสิตและเยาวชนสามารถเตรียมตัวเข้าสู่โลกการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและพร้อมสำหรับอนาคต ในวันที่ 7 กันยายน 2566 ดร.นิภารัตน์ อิ่มศิลป์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ พร้อมด้วยบุคลากรจากงานบริการการศึกษาและกิจการนิสิตคณะมนุษยศาสตร์ ได้เข้าร่วมกิจกรรมนิทรรศการแนะแนวการศึกษาต่อและอาชีพประจำปีการศึกษา 2566 ที่จัดขึ้น ณ โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี จังหวัดพิษณุโลก โดยมีนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ชั้นปีที่ 6 จำนวน 550 คนเข้าร่วม

ในกิจกรรมนี้ ทีมงานจากมหาวิทยาลัยนเรศวรได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรที่คณะมนุษยศาสตร์เปิดสอน พร้อมทั้งแนะนำแนวทางการศึกษาต่อและการขอทุนการศึกษาต่างๆ เพื่อช่วยให้นักเรียนสามารถวางแผนเส้นทางอาชีพได้อย่างเหมาะสม การจัดกิจกรรมเช่นนี้ช่วยให้เยาวชนมีความรู้และทักษะในการเตรียมตัวเข้าสู่โลกการศึกษาที่สูงขึ้นและโลกการทำงานที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งสร้างโอกาสในการเติบโตทางอาชีพและเศรษฐกิจในอนาคต สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 8) ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมการจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในระดับท้องถิ่นและระดับจังหวัด

ที่มา: คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร ต่อยอดสร้างอาชีพในชุมชน สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ผ้าที่ใช้วัสดุจากธรรมชาติ

เมื่อวันที่ 11-12 กันยายน 2566 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยกองส่งเสริมการบริการวิชาการ ได้จัดโครงการออกหน่วยบริการวิชาการเคลื่อนที่มหาวิทยาลัยนเรศวร (NU Mobile Unit) ประจำปี 2566 กิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการ “Eco print การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ผ้าที่ใช้วัสดุจากธรรมชาติ” ณ องค์การบริหารส่วนตำบลบึงพระ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก โดยมี นางสาววรรณชลี กุลศรีไชย ตำแหน่ง หัวหน้างานศิลปวัฒนธรรม กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร และคณะ เป็นวิทยากร เพื่อตอบสนองความต้องการของชุมชน ในเรียนรู้เทคนิค วิธีการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ผ้าที่ใช้วัสดุจากธรรมชาติ ทำให้เกิดสีและลวดลาย เป็นการพิมพ์ผ้า ด้วยใบไม้ ดอกไม้จากธรรมชาติ ถ่ายโอนสีและโครงสร้างจากใบไม้สู่ผ้าที่ผลิตจากเส้นใยธรรมชาติ Eco print

ที่มา: กองส่งเสริมการบริการวิชาการ ม.นเรศวร

ออกพื้นที่สัญจรเผยแพร่ความรู้พันธุ์สัตว์น้ำ ส่งเสริมการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา หลักสูตรวิทยาศาสตร์การประมง คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ร่วมกับคณะเกษตรศาสตร์จัดกิจกรรม “แนะแนวสัญจร” ณ โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี อ.เมือง จ.พิษณุโลก เพื่อให้ข้อมูลและแนะนำทางเลือกในการศึกษาต่อในสาขาวิทยาศาสตร์การประมงและการเกษตรแก่เยาวชนและนักเรียนในพื้นที่ การจัดกิจกรรมดังกล่าวเป็นการเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการอนุรักษ์และการจัดการทรัพยากรทางทะเลและน้ำจืด รวมถึงการส่งเสริมการพัฒนาอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการประมงอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับทั้ง SDGs 14 ที่มุ่งเน้นการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลและทางน้ำอย่างยั่งยืน และ SDGs 4 ที่มุ่งพัฒนาการศึกษาที่มีคุณภาพและเข้าถึงได้

การให้ความรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากร หนึ่งในวัตถุประสงค์หลักของกิจกรรมนี้ คือการให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำจืดและทรัพยากรทางทะเล รวมถึงการทำความเข้าใจถึงวิธีการจัดการทรัพยากรเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่ไม่ยั่งยืน และการฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลและน้ำจืดที่ถูกทำลายจากกิจกรรมที่ไม่ได้มีการวางแผนอย่างรอบคอบ โดยเป้าหมายหลักคือการส่งเสริมให้เยาวชนมีความรับผิดชอบในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสร้างสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรที่มีคุณค่าต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

กิจกรรมดังกล่าวได้สร้างความตระหนักให้กับนักเรียนเกี่ยวกับการปกป้องและการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการเรียนรู้กระบวนการจัดการทรัพยากรทางน้ำ การเพาะพันธุ์สัตว์น้ำอย่างยั่งยืน และการประมงที่ไม่เป็นภาระต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอาชีพในอุตสาหกรรมประมงที่สามารถนำไปสู่การสร้างรายได้ที่ยั่งยืนได้

เสริมสร้างความรู้ด้านการศึกษาที่ยั่งยืน การจัดกิจกรรมแนะแนวสัญจรครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เน้นที่การให้ข้อมูลการศึกษาต่อในสาขาวิทยาศาสตร์การประมงและการเกษตรเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างความตระหนักรู้ในด้านการศึกษาและการพัฒนาความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อ SDGs 4: การศึกษาที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะการสร้างโอกาสการศึกษาให้แก่เยาวชนในพื้นที่ห่างไกล โดยเปิดโอกาสให้พวกเขามีทางเลือกในการศึกษาต่อในสาขาที่สามารถสร้างอาชีพในอนาคต และยกระดับคุณภาพชีวิตของตนเองและชุมชน

หลักสูตรวิทยาศาสตร์การประมงของมหาวิทยาลัยนเรศวร จึงได้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการศึกษาในด้านนี้ ซึ่งไม่เพียงแค่การศึกษาเพื่อการเรียนรู้เท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปสู่การพัฒนาอาชีพที่ยั่งยืนและการทำวิจัยที่มุ่งมั่นในเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและน้ำจืด ตลอดจนการพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการจัดการและการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด

การสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน กิจกรรมแนะแนวสัญจรในครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเสริมสร้างความรู้และทักษะด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรเหล่านั้นอย่างยั่งยืน การร่วมมือกับคณะเกษตรศาสตร์และการจัดกิจกรรมในพื้นที่ชุมชนถือเป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและชุมชน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต

ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยนเรศวรและคณะเกษตรศาสตร์ยังเป็นการสร้างเสริมเครือข่ายการศึกษาและการวิจัยในระดับท้องถิ่นที่สามารถเชื่อมโยงความรู้ที่ได้รับจากสถาบันการศึกษาไปยังชุมชนได้จริง ผ่านการฝึกอบรมและการทำกิจกรรมในพื้นที่ โดยเฉพาะในการส่งเสริมการประมงที่ยั่งยืนและการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ ซึ่งจะมีผลในการพัฒนาผลผลิตจากทรัพยากรธรรมชาติและการป้องกันการใช้ทรัพยากรที่เกินความจำเป็น

การจัดกิจกรรมนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการประยุกต์ใช้ SDGs 14 ในระดับท้องถิ่น โดยการส่งเสริมให้เยาวชนมีความรู้และความเข้าใจในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและน้ำจืด โดยการให้ความรู้ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะส่งผลดีต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจในระยะยาว การส่งเสริมการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการประมงและการจัดการทรัพยากรทางน้ำอย่างยั่งยืนจะช่วยสร้างอาชีพที่มั่นคงให้แก่เยาวชนในพื้นที่ และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในชุมชน

การส่งเสริมให้เยาวชนและนักเรียนเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและน้ำจืดจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์การประมงและการเกษตรอย่างยั่งยืน ถือเป็นการพัฒนาภาคการศึกษาและการวิจัยที่ตอบสนองต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ

ที่มา: วิทยาศาสตร์การประมง มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร ยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่น และพัฒนาศักยภาพวิสาหกิจชุมชนขนาดย่อมและขนาดกลางจากทรัพยากรเชิงวัฒนธรรมสู่ระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2566 กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดอบรมพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเศษผ้าในโครงการยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่น และพัฒนาศักยภาพวิสาหกิจชุมชนขนาดย่อมและขนาดกลางจากทรัพยากรเชิงวัฒนธรรมสู่ระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้แก่กลุ่มผู้ประกอบการผลิตกระเป๋าแฮนด์เมด โดยนางสาววรรณชลี กุลศรีไชย หัวหน้างานศิลปวัฒนธรรม เป็นวิทยากรในการฝึกอบรมพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเศษผ้า เพื่อเป็นการสร้างมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ผ้า และพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย ตลอดจนเข้าถึงความต้องการของผู้บริโภค ณ ตำบลจอมทอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

ที่มา: กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร ผนึกกำลังพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนสู่ความยั่งยืน ผ่านโครงการ “ออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น”

ในวันที่ 12 กันยายน 2566, มหาวิทยาลัยนเรศวร ภายใต้การดำเนินงานของ อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดกิจกรรม พิธีนำเสนอผลสัมฤทธิ์โครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น ประจำปี 2566 ซึ่งมี ดร.ปัญญวัณ ลำเพาพงศ์ รองผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม โดยโครงการนี้มุ่งเน้นการเสริมสร้างการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนให้ก้าวสู่ความเข้มแข็งและยั่งยืน ผ่านการเรียนรู้และการประยุกต์ใช้ความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาในระดับท้องถิ่น โดยมีการนำเสนอนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาโดยนิสิตจากหลากหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย

การสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนและการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 1): โครงการ ออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น เป็นโครงการที่มีการสนับสนุนจาก ธนาคารออมสิน และมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่สามารถยกระดับเศรษฐกิจในชุมชนต่างๆ ให้เติบโตและยั่งยืน โดยมีการแบ่งการนำเสนอผลงานออกเป็น 5 ทีมจาก 5 ชุมชนทั่วประเทศ ผลิตภัณฑ์และบริการที่ถูกพัฒนามีทั้งในด้านการเกษตร การท่องเที่ยว และงานหัตถกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ท้องถิ่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของชุมชน ผ่านการสร้างรายได้และเสริมสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ในครั้งนี้สะท้อนถึงการมีส่วนร่วมของมหาวิทยาลัยในกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนตาม SDG 1 (การขจัดความยากจน) โดยตรง โดยช่วยให้ชุมชนสามารถสร้างรายได้จากทักษะและทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่น ทั้งนี้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นอย่างยั่งยืนถือเป็นการแก้ไขปัญหาความยากจนและพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ

การเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม (SDG 4): โครงการ ออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น ยังมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของนิสิตและประชาชนในชุมชน ผ่านการให้ความรู้ด้านการสร้างนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน การร่วมงานกับชุมชนในโครงการนี้ทำให้นิสิตมีโอกาสในการศึกษาและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ไม่เพียงแต่ส่งผลดีในเชิงเศรษฐกิจ แต่ยังช่วยในการเรียนรู้ด้านการจัดการทรัพยากร การพัฒนานวัตกรรม และการทำงานร่วมกับชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ

SDG 4 (การศึกษาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต) เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่โครงการนี้ตอบสนองโดยตรง เพราะนิสิตที่เข้าร่วมโครงการได้เรียนรู้และฝึกทักษะการทำงานในสถานการณ์จริง ซึ่งส่งเสริมให้พวกเขาพัฒนาในด้านการคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกับผู้อื่น สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยพัฒนาทักษะส่วนบุคคล แต่ยังเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้และการใช้ความรู้ที่มีคุณค่าในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม

การสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน (SDG 8): โครงการ ออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น นอกจากจะมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนแล้ว ยังมีการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนผ่านการสร้างนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่สามารถทำให้เศรษฐกิจท้องถิ่นเติบโตในระยะยาว โครงการนี้ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถสร้างงานและสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างต่อเนื่อง เช่น การพัฒนา กิมจิ@ร่องกล้า ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จาก วิสาหกิจชุมชนซากุระญี่ปุ่น ที่สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศในครั้งนี้ และจะได้เป็นตัวแทนจากธนาคารออมสิน ภาค 7 ไปแข่งขันในระดับประเทศต่อไป

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาดท้องถิ่นและตลาดต่างประเทศ ทำให้เกิดการสร้าง งาน และ อาชีพ อย่างยั่งยืน ส่งผลให้เกิดการสร้างรายได้และเสริมสร้างฐานเศรษฐกิจให้มั่นคงตามหลัก SDG 8 (การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและการทำงานที่ดี) ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาไม่เพียงแต่จะส่งผลดีต่อชุมชนที่เกี่ยวข้อง แต่ยังช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันของชุมชนในระดับที่กว้างขึ้น

ผลลัพธ์จากการประกวดและการพัฒนาผลิตภัณฑ์: ในปีนี้ ทีม SD ยุวพัฒน์@NU จาก คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ “กิมจิ@ร่องกล้า” สำหรับวิสาหกิจชุมชนซากุระญี่ปุ่น ได้รับรางวัลชนะเลิศ พร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท และจะได้เป็นตัวแทนจากธนาคารออมสิน ภาค 7 ไปแข่งขันในระดับประเทศ ในขณะเดียวกันทีม PolSci Connect และ พายใจไปล่องแก่งจินดา ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และ 2 ตามลำดับ ซึ่งการได้รับรางวัลเหล่านี้ไม่เพียงแค่ยืนยันถึงความสำเร็จของโครงการในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่า แต่ยังสะท้อนถึงการส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมที่สามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจในชุมชนได้จริง

บทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการขับเคลื่อน SDGs: มหาวิทยาลัยนเรศวรได้มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการศึกษา การวิจัย และการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนผ่านโครงการต่างๆ ที่สนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะการเชื่อมโยงกับ SDG 1 (การขจัดความยากจน), SDG 4 (การศึกษาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต), และ SDG 8 (การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและการทำงานที่ดี) โครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนในการสร้างโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะในด้านต่าง ๆ ของนิสิตและประชาชนในชุมชน

ที่มา: อุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร 

มอบทุนการศึกษาให้กับนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร จำนวนเงิน 125,000 บาท

สมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยนเรศวร และชมรมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดสุโขทัย มอบทุนการศึกษาให้กับนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นจำนวนเงิน 125,000 บาท จากการจัดกิจกรรมในรอบปีที่ผ่านมา

มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอขอบคุณสมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดยคุณจิตมากร รอบบรรเจิด นายกสมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมด้วยคณะกรรมการสมาคม ฯ และชมรมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดสุโขทัย นำโดย ดร.ถวิล น้อยเขียว ประธานชมรมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดสุโขทัย พร้อมด้วยคณะกรรมการ ฯ เข้ามอบทุนการศึกษาให้แก่นิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร จำนวนทั้งสิ้น 28 ทุน แบ่งเป็น
1. ทุนจากสมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยนเรศวร จำนวน 23 ทุน ๆ ละ 5,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 115,000 บาท ซึ่งทุนดังกล่าวมาจากการจัดคอนเสิร์ตคาราบาวของสมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยนเรศวร เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2565 โดยเปิดรับสมัครนิสิตที่ขาดแคลนทุนทรัพย์แต่เรียนดี จากทุกคณะ ทุกชั้นปี เพื่อเข้าสู่กระบวนการสัมภาษณ์และคัดเลือก จากสมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยนเรศวร
2. ทุนชมรมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดสุโขทัย จำนวน 5 ทุน ๆ ละ 2,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 10,000 บาท ซึ่งทุนดังกล่าวมาจากการจัดการแข่งขันวิ่ง NU ST RUN 2023 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม 2566 ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จังหวัดสุโขทัย โดยการคัดเลือกจากคณะกรรมการกลางสอบสัมภาษณ์นิสิตทุนการศึกษามหาวิทยาลัยนเรศวร ในระหว่าง 7 – 9 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ดร.จรัสดาว คงเมือง รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต ศิษย์เก่า และศิลปวัฒนธรรม ณ ห้องประชุมสุพรรณกัลยา 3 ชั้น 3 สำนักงานอธิการบดี

ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินสมทบเข้ากองทุนการศึกษาเพื่อนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร

**ผู้บริจาคขอหักลดหย่อนภาษีประจำปีได้ 2 เท่า**
สามารถดาวโหลดแบบฟอร์มการบริจาคได้ที่ bit.ly/3F2r0XC กองทุนการศึกษาเพื่อนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร

งานบริการสวัสดิการนิสิต กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบดูแลการจัดสรรทุนการศึกษาให้แก่นิสิตที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อน ให้สามารถใช้ชีวิต ในมหาวิทยาลัยได้อย่างมีความสุขและสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร รวมถึงการจัดหาแหล่งทุนการศึกษาให้กับนิสิต ควบคุมการเบิกจ่ายเงินทุนการศึกษา พร้อมทั้งให้คำปรึกษาด้านทุนการศึกษาแก่นิสิต และติดตามประเมินผลการศึกษานิสิตที่ได้รับทุนการศึกษาอย่างต่อเนื่อง

ติดต่อเพื่อบริจาคทุนการศึกษาได้ที่ กองกิจการนิสิต สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร 99 หมู่9 ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก 65000 งานบริการสวัสดิการนิสิต โทร. 0-5596-1216, 1211 งานศิษย์เก่าสัมพันธ์ โทร. 0-5596-1225

ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านนักศึกษาทุน กยศ. เสริมสร้างโอกาสการศึกษาและพัฒนาอนาคต

การติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของหลักสูตรผู้ช่วยพยาบาลภายใต้โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงในวันที่ 7-8 กันยายน 2566 ที่จัดขึ้นโดยคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการดำเนินงานที่สอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะ SDG 4: การศึกษาที่มีคุณภาพ, SDG 5: ความเท่าเทียมทางเพศ, และ SDG 8: การงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการส่งเสริมการศึกษาและการพัฒนาอาชีพที่ยั่งยืนให้กับนักศึกษาทุกคน

การดำเนินงานของโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงและหลักสูตรผู้ช่วยพยาบาลในคณะพยาบาลศาสตร์ มีการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพและความต้องการของตลาดแรงงาน ทั้งยังมีการสร้างโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกทักษะในด้านต่างๆ เช่น การดูแลความเป็นอยู่และสวัสดิภาพของนักศึกษา รวมถึงการจัดการเรียนการสอนที่ตอบโจทย์กับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งส่งผลต่อการเสริมสร้างทักษะและความรู้ที่จำเป็นสำหรับการประกอบอาชีพได้อย่างมีคุณภาพ

การติดตามและประเมินผลในครั้งนี้ช่วยให้คณะพยาบาลศาสตร์สามารถนำผลการประเมินมาใช้ในการปรับปรุงหลักสูตรให้เหมาะสมและทันสมัยยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้การศึกษาเป็นไปตามเป้าหมายของ SDG 4: การศึกษาที่มีคุณภาพ โดยมุ่งเน้นให้การเรียนการสอนเป็นไปในทิศทางที่ตอบสนองความต้องการของผู้เรียนและตลาดงานในอาชีพด้านการพยาบาลอย่างยั่งยืน

การให้โอกาสแก่ผู้เรียนในหลักสูตรผู้ช่วยพยาบาลทั้งในด้านการเรียนและการพัฒนาทักษะต่างๆ ถือเป็นการส่งเสริม SDG 5: ความเท่าเทียมทางเพศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวงการสาธารณสุขที่มักมีการจ้างงานในรูปแบบที่คำนึงถึงความเท่าเทียมและไม่แบ่งแยกทางเพศ การพัฒนาทักษะที่เหมาะสมกับงานในสายอาชีพนี้ ช่วยเสริมสร้างโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมสำหรับนักศึกษาทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเพศใด

การสัมภาษณ์และเยี่ยมบ้านนักศึกษาทุน กยศ. จำนวน 3 ราย ยังช่วยให้คณะพยาบาลศาสตร์ได้ทราบถึงสภาพความเป็นอยู่ของนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และสามารถพัฒนามาตรการสนับสนุนเพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาสำหรับนักศึกษาที่อาจประสบปัญหาทางการเงิน ส่งผลให้การศึกษามีความยั่งยืนและเท่าเทียมสำหรับทุกคน

การสร้างโอกาสการมีงานทำและการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นอีกหนึ่งจุดมุ่งหมายหลักของหลักสูตรผู้ช่วยพยาบาล ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง โดยการเชื่อมโยงการศึกษาและทักษะที่นักศึกษาได้รับกับการพัฒนาอาชีพในอนาคต นักศึกษาที่จบจากหลักสูตรนี้จะมีโอกาสในการหางานทำในสายงานพยาบาลหรือสาขาที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นการสนับสนุน SDG 8: การงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ การศึกษาที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงานและการสร้างทักษะทางอาชีพให้กับนักศึกษานั้นช่วยให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและช่วยลดปัญหาความยากจนในระยะยาว

การที่คณะพยาบาลศาสตร์มีการติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่องไม่เพียงแต่ช่วยในการพัฒนาหลักสูตรให้ตรงกับความต้องการของผู้เรียนและสถานประกอบการเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้าง วัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ ที่สามารถปรับตัวและพัฒนาได้ตามการเปลี่ยนแปลงของสังคมและตลาดแรงงาน การรับฟังความคิดเห็นจากนักศึกษาและอาจารย์ที่ปรึกษาผ่านการสัมภาษณ์และเยี่ยมบ้านช่วยให้คณะพยาบาลศาสตร์เข้าใจถึงปัญหาของนักศึกษาในเชิงลึก และสามารถออกแบบมาตรการสนับสนุนที่ตรงประเด็นได้

ที่มา: คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร ยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นมุ่งพัฒนาศักยภาพวิสาหกิจชุมชน

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2566 กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดอบรมพัฒนาออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ ครั้งที่ 2 ในโครงการยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่น และพัฒนาศักยภาพวิสาหกิจชุมชนขนาดย่อมและขนาดกลางจากทรัพยากรเชิงวัฒนธรรมสู่ระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยได้รับเกียรติจากผู้ช่วยศาสตราจารย์ ชโรธรณ์ ทิพย์อุปถัมภ์ อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ศิลปะและการออกแบบ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นวิทยากรในการฝึกอบรมพัฒนาออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ให้กับผู้ประกอบการ เพื่อสร้างบรรจุภัณฑ์ให้สามารถสื่อสาร และสร้างผลกระทบต่อผู้บริโภคโดยใช้ความรู้แขนงศิลปะเข้ามาสร้างคุณลักษณะ เช่น มีเอกลักษณ์ลักษณะพิเศษที่ดึงดูดและสร้างการจดจำ ตลอดจนเข้าถึงความหมายและคุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ ณ อาคารพิพิธภัณฑ์ผ้า มหาวิทยาลัยนเรศวร

ที่มา: กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร กระชับความร่วมมือทางวิชาการ 5 มหาวิทยาลัยจากญี่ปุ่น เพื่อส่งเสริมการศึกษาและการพัฒนาที่ยั่งยืน

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้เสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการกับ 5 มหาวิทยาลัยจากประเทศญี่ปุ่น ได้แก่ Aichi University, Iwate University, Kanazawa University, Shinshu University, และ Soka University โดยการจัดโครงการ “2023 NU Cultural Exchange Program” ซึ่งเป็นโครงการแลกเปลี่ยนนิสิตระยะสั้นเชิงวัฒนธรรมภาคฤดูร้อน ณ มหาวิทยาลัยนเรศวร ระหว่างวันที่ 20 สิงหาคม – 2 กันยายน 2566 โดยมีนิสิตจากประเทศญี่ปุ่นเข้าร่วมจำนวน 15 คน

กิจกรรมการแลกเปลี่ยนและการเรียนรู้ โครงการนี้มีระยะเวลา 14 วัน ซึ่งได้จัดกิจกรรมหลากหลายที่ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้และวัฒนธรรมระหว่างนิสิตจากทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะในด้าน SDG 4: การศึกษาที่มีคุณภาพ ที่มุ่งเน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ทั้งในด้านการใช้ชีวิตในประเทศไทย ศิลปวัฒนธรรม และการกีฬา ที่มีเอกลักษณ์และความแตกต่างจากประเทศญี่ปุ่น โดยนิสิตแลกเปลี่ยนได้มีโอกาสเรียนรู้และสัมผัสกิจกรรมต่างๆ เช่น

  • การทดลองทำอาหารไทย เช่น ส้มตำ และต้มยำกุ้ง
  • การประดิษฐ์ผ้าคล้องพวงกุญแจ
  • การตกแต่งกระเป๋าด้วยสีจากดอกไม้ธรรมชาติ
  • การประดิษฐ์เข็มกลัดจากแผ่นเงิน
  • การเรียนรู้การแต่งกายไทยและการฝึกเล่นดนตรีไทย
  • การฝึกนาฏศิลป์ไทยและมวยไทย

กิจกรรมทั้งหมดมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจในวัฒนธรรมไทยและส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้ผ่านประสบการณ์ตรง ทำให้นิสิตญี่ปุ่นได้สัมผัสถึงความเป็นเอกลักษณ์ของไทยในด้านต่างๆ ทั้งในแง่ของวัฒนธรรม การดำเนินชีวิต และกีฬา ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้.

การต้อนรับและการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ: ในวันที่ 21 สิงหาคม 2566 คณะนิสิตแลกเปลี่ยนชาวญี่ปุ่นได้เข้าพบผู้บริหารมหาวิทยาลัยนเรศวร ณ ห้องสุพรรณกัลยา 3 สำนักงานอธิการบดี โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี อธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ให้เกียรติเป็นผู้กล่าวต้อนรับและมอบของที่ระลึกให้กับคณะนิสิต พร้อมทั้งถ่ายรูปร่วมกันเพื่อเป็นที่ระลึกของการมาเยือนครั้งนี้.

การสร้างความร่วมมือทางวิชาการ (SDG 17): การดำเนินการจัดโครงการนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการขับเคลื่อน SDG 17: การสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมหาวิทยาลัยนเรศวรได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่นในการส่งเสริมและสร้างเครือข่ายการศึกษาและวิจัยข้ามประเทศผ่านกิจกรรมแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและการศึกษาผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นพัฒนาทักษะทั้งด้านวิชาการและการมีปฏิสัมพันธ์กับวัฒนธรรมที่แตกต่าง. การร่วมมือกันในโครงการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยไทยและญี่ปุ่น แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ทั้งนิสิตจากสองประเทศได้รับความรู้และประสบการณ์ที่หลากหลาย ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเข้าใจที่ดีระหว่างกัน และนำไปสู่การพัฒนาความร่วมมือทางวิชาการในอนาคต.

ความสำคัญของโครงการ: โครงการ “2023 NU Cultural Exchange Program” จึงถือเป็นการสนับสนุนการเรียนรู้และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งเป็นการสร้างความร่วมมือในระดับนานาชาติ ซึ่งสอดคล้องกับทั้ง SDG 4: การศึกษาที่มีคุณภาพ และ SDG 17: การสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงเป็นผู้นำในการจัดกิจกรรมที่ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มศักยภาพทางวิชาการให้กับนิสิต ยังเป็นการสร้างโอกาสในการพัฒนาทักษะการทำงานร่วมกับบุคคลจากหลายประเทศ เพื่อนำไปสู่การสร้างสังคมที่ยั่งยืนและเปิดกว้างสำหรับการเรียนรู้ในทุกมิติ.

ที่มา: กองพัฒนาภาษา และกิจการต่างประเทศ ม.นเรศวร

กิจกรรมให้ความรู้ “แนะนำอาหารตามวัย”

อีกหัวข้อในโครงการให้ความรู้เกี่ยวกับการสร้างเสริมสุขภาพในเด็ก ที่จัดขึ้น ณ คลินิกกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมี ผศ.พญ.ทิพยกาญจน์ มะโนประเสริฐกุล, ผศ.พญ.ศรัญญา ศรีจันท์ทองศิริ และพญ.จิตติมา มนต์วิรัตน์กุล เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาเกี่ยวกับเนื้อหาและความรู้ต่างๆ

ที่มา: ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin