


คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดย ผศ.ดร.ธีรวุฒิ บุญยศักดิ์เสรี และ ผศ.ดร.จรัญญา พหลเทพ ได้เชิญน้องทาม นิสิตพิการด้านร่างกาย พร้อมคุณแม่ มาทดสอบอุปกรณ์การเรียนภายในคณะ โดยมีการทดลองใช้งานเก้าอี้ในห้องคอมพิวเตอร์ ห้องเลคเชอร์ ห้องเรียนภาคปฏิบัติ (สเก็ตรูปภาพ) เก้าอี้นั่งที่โรงอาหาร และการเข้าถึงห้องน้ำในชั้นต่างๆ พร้อมทั้งมีนายช่างเข้ามาวัดและเก็บรายละเอียดเพื่อออกแบบอุปกรณ์การเรียนและการใช้ชีวิตที่เหมาะสมและสะดวกมากขึ้น
การดำเนินงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางการศึกษาให้เหมาะสมกับนิสิตพิการ โดยเฉพาะการออกแบบเก้าอี้เลคเชอร์ เก้าอี้วาดรูป อ่างล้างหน้า และโต๊ะทานอาหาร ที่จะช่วยให้น้องทามและนิสิตพิการคนอื่นๆ สามารถเข้าถึงและใช้งานได้จริงอย่างสะดวกและปลอดภัย ตอบโจทย์แนวทางการ ส่งเสริมการเข้าถึงความสะดวกในการศึกษาภายในมหาวิทยาลัยอย่างเท่าเทียม
การมีส่วนร่วมของอาจารย์และบุคลากรในคณะสะท้อนถึงความใส่ใจในการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ซึ่งไม่เพียงเป็นการช่วยเหลือนิสิตที่มีความพิการ แต่ยังเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมที่คำนึงถึงการใช้งานของทุกคนอย่างเท่าเทียม
กิจกรรมการทดสอบและเก็บข้อมูลจริงในครั้งนี้ ยังเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้เชิงปฏิบัติที่สามารถนำผลไปพัฒนาการออกแบบเพื่อใช้งานจริงได้ทันช่วงเปิดภาคการศึกษา ซึ่งถือเป็นการบูรณาการทั้งด้านวิชาการและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของนิสิตอย่างเป็นรูปธรรม
การปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางการศึกษาครั้งนี้ยังช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษา เพราะนิสิตพิการจะสามารถเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนการสอนได้เหมือนกับเพื่อนนิสิตทั่วไป ทั้งในห้องเรียน โรงอาหาร และพื้นที่ส่วนกลางอื่นๆ ซึ่งเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับการสร้างสังคมแห่งความเท่าเทียม
ความร่วมมือจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ฯ ยังสะท้อนถึงบทบาทสำคัญของสถาบันการศึกษาในการสนับสนุนให้นิสิตทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่มีข้อจำกัดทางร่างกาย ได้รับสิทธิในการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการใช้งานของทุกคนจึงเป็นรากฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืน
การลงพื้นที่ทดสอบอุปกรณ์จริงกับน้องทามและคุณแม่ นับเป็นตัวอย่างของการรับฟังเสียงผู้ใช้งานโดยตรง เพื่อออกแบบสภาพแวดล้อมการศึกษาและชีวิตความเป็นอยู่ที่เหมาะสม การดำเนินงานในครั้งนี้ไม่เพียงช่วย อำนวยความสะดวกให้แก่นิสิตที่มีความพิการทางร่างกาย แต่ยังเป็นการยืนยันถึงพันธกิจของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสร้างสังคมที่เปิดโอกาสและเท่าเทียมสำหรับทุกคน
ที่มา: งานประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

วันที่ 13 มิถุนายน 2566 ตามที่ น้องทาม ได้เป็นนิสิตใหม่ที่มีความบกพร่องทางร่างกาย ประจำปีการศึกษา 2566 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ฯ นั้น ในการนี้ รศ.ดร.ภญ.รัตติมา จีนาพงษา ผู้อำนวยการสำนักหอสมุด และทีมงาน ได้เล็งเห็นความสำคัญของการสร้าง ห้องสมุด ที่เท่าเทียมสำหรับนิสิตทุกคน จึงได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและสภาพแวดล้อมการเรียนรู้เพื่อร่วมให้คำปรึกษาและวางแผนการพัฒนาพื้นที่
เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2566 สำนักหอสมุดได้เชิญ ผศ.ดร.ธีรวุฒิ บุญยศักดิ์เสรี และ ผศ.ดร.จรัญญา พหลเทพ อาจารย์จากภาควิชาศิลปะและการออกแบบ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ฯ มาให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงสถานที่และการจัดสรรสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อให้การบริการด้านการศึกษาครอบคลุมและเข้าถึงได้สำหรับทุกคน
การดำเนินการปรับปรุงครอบคลุมตั้งแต่ ประตูทางเข้า ลิฟต์โดยสาร ห้องน้ำสำหรับผู้พิการ จุดสืบค้นคอมพิวเตอร์ ห้องศึกษาค้นคว้ากลุ่ม และโต๊ะอ่านหนังสือ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อลดข้อจำกัดทางกายภาพที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้และการเข้าถึงข้อมูล
นอกจากการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานแล้ว สำนักหอสมุดยังเน้นการพัฒนาบริการที่ตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลายของนิสิต เช่น การออกแบบพื้นที่เรียนรู้แบบยืดหยุ่น การจัดโต๊ะเรียนที่สามารถปรับระดับได้ การติดตั้งเทคโนโลยีสนับสนุนสำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางการมองเห็นหรือการได้ยิน และการขยายบริการข้อมูลออนไลน์ให้เข้าถึงได้สะดวกและเท่าเทียม
แนวทางการพัฒนาครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการ ส่งเสริมการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาอย่างเสมอภาค ทั้งในด้านกายภาพและดิจิทัล ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างสังคมการเรียนรู้ที่ไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ความร่วมมือระหว่างคณาจารย์และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ ยังช่วยเสริมสร้างแนวคิดใหม่ในการจัดสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้บริการอย่างแท้จริง การบูรณาการองค์ความรู้ข้ามสาขานี้ช่วยให้ห้องสมุดก้าวขึ้นเป็น ต้นแบบด้านความเท่าเทียมทางการศึกษา ที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน
โครงการนี้ไม่เพียงช่วยให้นิสิตที่มีความบกพร่องทางร่างกายสามารถใช้ชีวิตและเรียนรู้ในรั้วมหาวิทยาลัยได้อย่างสะดวกและมีศักดิ์ศรี แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่ครอบคลุมทุกมิติ และเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการ ส่งเสริมการเข้าถึงความสะดวกในการศึกษาภายในมหาวิทยาลัยอย่างเท่าเทียม
ที่มา: สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยนเรศวร

ในปีการศึกษา 2566 มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้พิจารณาให้นายวรรธณะ คำอินทร์ หรือน้องทาม มีความพิการทางด้านร่างกาย ไม่มีแขนทั้งสองข้าง เข้าศึกษาต่อในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ศิลปะและการออกแบบ
และเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2566 นำโดยคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ฯ พาน้องทาม เข้าเยี่ยมชมหอพักที่จะใช้พักอาศัยและใช้ชีวิตอยู่ในระหว่างการศึกษา และทดลองการใช้บริการต่าง ๆ ในหอพัก อาทิ การขึ้นลงบันได การเปิดห้องห้องพัก เป็นต้น รวมทั้งได้อธิบายการใช้ห้องส่วนรวมต่างๆ อุปกรณ์เครื่องใช้ ภายในหอพักให้ทางน้องทามทราบ ในเบื้องต้นแล้ว
ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยนเรศวร มีศูนย์บริการนิสิตพิการมหาวิทยาลัยนเรศวร (NU DSS) อยู่ในการดูแลของกองกิจการนิสิต จะช่วยส่งเสริม สนับสนุนให้นิสิตพิการหรือมีความบกพร่อง สามารถเข้าถึงระบบการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยได้อย่างเท่าเทียมกับนิสิตทั่วไป โดยจัดหาบริการสนับสนุน เพื่อช่วยให้นิสิตพิการสามารถบรรลุเป้าหมายทางการศึกษาได้
ขอบคุณภาพและข้อมูล จาก Paul wonder กองกิจการนิสิต และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์

วันที่ 19 เมษายน 2566 หน่วยทันตกรรมพระราชทานฯ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ออกให้บริการทางทันตกรรมให้กับประชาชนทั่วไป จำนวน 237 ราย
โดยแบ่งเป็น อุดฟัน 44 ราย ขูดหินปูน 102 ราย และ ถอนฟัน 91 ราย
ณ องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านดง อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก
ที่มา: คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ผศ.ดร. ธนะธร พ่อค้า (ผู้ช่วยคณบดีด้านนวัตกรรมการเรียนรู้ คณะวิทยาศาสตร์) ดร.ณัฐพล คุ้มใหญ่โต ,ผศ.ดร.วินัย วงษ์ไทย และทีมนักวิจัย คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมพิธีลงนาม บันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาระบบการดูแล ช่วยเหลือเด็กเยาวชนด้อยโอกาส เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาและสังคม โดยมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมีระบบย่อยคือ ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินทางสังคม Emergency Social Services หรือ ESS Help Me ที่จะเปิดใช้งานทั่วประเทศ ในวันที่ 5 เมษายน 2566
โดย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เตรียมจัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือในการพัฒนาระบบแจ้งเหตุ ESS ร่วมกับ
– สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
– สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
– กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
– กองทุนเสมอภาคทางการศึกษา
โดยในวันอังคารที่ 14 มีนาคม 2566 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ได้นำเสนอระบบดังกล่าวต่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ระบบแจ้งเหตุ ESS จะเริ่มเปิดใช้ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2566 เป็นต้นไป และเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 เมษายน 2566 ณ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ กทม. ภายในงานวันผู้สูงอายุแห่งชาติ และวันแห่งครอบครัว ประจำปี 2566
ที่มา: คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

วันที่ 28-30 มีนาคม 2566 หน่วยทันตกรรมพระราชทาน มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดย รศ.ทพ.ดร.อนุพันธ์ สิทธิโชคชัยวุฒิ คณบดี และประธานหน่วยทันตกรรมพระราชทาน คณะทันตแพทย์ ม.นเรศวร และทีมงานอาจารย์ทันตแพทย์ นิสิตทันตแพทย์สาขาทันตกรรมประดิษฐ์ ผู้ช่วยทันตแพทย์ ช่างทันตกรรม รวมทันตแพทย์ศิษย์เก่าในพื้นที่กว่า 30 คน ลงพื้นที่ไปใส่ฟันเทียมพระราชทานชนิดฟันเทียมทั้งปากให้กับผู้สูงอายุในพื้นที่ อ.หนองหาน จ.อุดรธานี รวมทั้งหมด 35 ราย
ซึ่งการออกหน่วยครั้งนี้ถือว่าเป็นการออกหน่วยครั้งแรกในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องด้วยทาง รพ.หนองหาน ซึ่งมีศิษย์เก่า ม.นเรศวร เป็นทันตแพทย์ประจำโรงพยาบาล ทำหนังสือถึงคณะทันตแพทยศาสตร์ ม.นเรศวร ขอความอนุเคราะห์หน่วยทันตกรรมพระราชทาน เพื่อใส่ฟันเทียมทั้งปากแก่ประชาชนในพื้นที่ เนื่องด้วยทางโรงพยาบาลมีคนไข้ฟันเทียมทั้งปากมารอรับการบริการจำนวนมาก ทันแพทย์มีจำนวนจำกัด เพื่อบรรเทาปัญหานี้ จึงขอความอนุเคราะห์มาทางหน่วยทันตกรรมพระราชทานฯ
ซึ่งการออกหน่วยครั้งนี้ได้ให้การรักษาแก่ผู้ป่วยฟันเทียมทั้งปาก ชาวอำเภอหนองหาน เป็นจำนวนทั้งสิ้น 35 ราย โดยคุณลุง คุณป้า ต่างปลาบปลื้มยินดีในพระมหากรุณาธิคุณฯ ที่ทรงห่วงใยประชาชน และทรงมองเห็นความสำคัญของสุขภาพฟันและช่องปาก
ทางทีมงานต้องขอขอบคุณ ท่านผู้อำนวยการ รพ. หนองหาน หัวหน้ากลุ่มงานทันตกรรม และ ทันตแพทย์ผู้ประสานงาน ทพ.จักษวัชร์ เจริญบุตรานนท์ (ศิษย์เก่า ม.น. รุ่น 12) และ ทพ.นววิธ สิริขจรเดชสกุล (ศิษย์เก่า ม.น. รุ่น 4) ทันตแพทย์ในพื้นที่ ที่ให้การต้อนรับดูแลอำนวยความสะดวกต่างๆ ในการออกหน่วยครั้งนี้เป็นอย่างดี
และขอขอบคุณทีมทันตแพทย์ ที่มาช่วยสมทบในการออกหน่วยครั้งนี้ คุณหมอกำพล คุณหมอลูกปลา คุณหมอสายใจ โดยเฉพาะทันตแพทย์ศิษย์เก่า (MS prosth รุ่น1) ของเรา คุณหมอทักษิญา และ คุณหมอสามขวัญ และยังมีคุณหมอศิษย์เก่าในพื้นใกล้เคียง คุณกมลชนก คุณหมออรุโณทัย ที่สละเวลา มาร่วมออกหน่วยครั้งนี้ หวังว่าโอกาสหน้าคงได้ไปร่วมออกหน่วยกันอีก
สุดท้ายต้องขอชื่นชมและขอบคุณทีมงานทุกคน ทันตแพทย์ ผู้ช่วยฯ ช่างทันตกรรม เจ้าหน้าที่ และนิสิต ป.โท ทุกคน ที่ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ ปฏิบัติหน้าที่จนสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ซึ่งการออกหน่วยรอบนี้เราสามารถเพิ่มจำนวนเคสได้มากถึง 35 เคส ซึ่งถือว่าเยอะที่สุด ในการออกหน่วยที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้น ระบบการจัดการต่างๆ ที่ดีขึ้น
ทุกคนในทีมถึงแม้จะเหนื่อย ทุกวันเริ่มงาน 7.00 น. เลิกงาน 20.00 น. ทานข้าวเที่ยงกัน 10 นาที แต่พวกเราทุกคนก็เต็มที่และเต็มใจทำ ยิ่งการที่พวกเราได้เห็นรอยยิ้ม คุณลุงคุณป้า ที่รอคิวทำฟันเทียมมานานกว่าปี เพื่อที่จะได้ใส่ฟันวันนี้ ทำให้เราทุกคนหายเหนื่อยมีกำลังใจ สร้างรอยยิ้มให้แก่ผู้ด้อยโอกาสต่อไป…
ทีมหน่วยใส่ฟันเทียมพระราชทาน
ที่มา: หน่วยทันตกรรมพระราชทาน มหาวิทยาลัยนเรศวร

กองกิจการนิสิต ได้จัด โครงการอบรมเสริมสร้างทัศนคติ การใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าของนิสิตพิการ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในระหว่างวันที่ 25 – 26 มีนาคม 2566 ณ วนธาราเฮลท์ รีสอร์ท แอนด์ สปา อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นิสิตพิการเกิดความภาคภูมิใจทางการศึกษาของตนเอง และเกิดความมุ่งมั่นทางการศึกษา อีกทั้งยังทำให้เปิดใจที่จะเรียนรู้และอยู่ในสังคมขณะศึกษาได้อย่างมีความสุข โดยมีเพื่อนสนิท นิสิตที่เป็นตัวแทนขององค์กรกิจกรรมนิสิตเข้าร่วมเพื่อกระตุ้นให้นิสิตพิการเกิดกระบวนการเรียนรู้ในการใช้ชีวิตทางการศึกษา และนิสิตที่เป็นแกนนำอาสาสมัครสร้างสุขจะส่งพลังบวกเสริมสร้างกำลังใจความมั่นใจและช่วยผลักดันการใช้ชีวิตและการศึกษาได้ โดยได้รับเกียรติจาก ผู้อำนวยการกองกิจการนิสิต นางศิริวรรณ กมลพัฒนะ เป็นประธานเปิดโครงการ พร้อมด้วย หัวหน้างานบริการสวัสดิการนิสิต นางพรธิดา บุญยะโรจน์ กล่าวต้อนรับและให้กำลังใจน้องๆ นิสิตพิการผู้เข้าร่วมโครงการฯ ดังกล่าว ทั้งนี้ ศูนย์บริการนิสิตพิการได้มีนิสิตที่มีความพิการ จำนวน 20 ราย โดยมีรายละเอียดความพิการ ดังนี้
1. ทางสายตา จำนวน 3 คน ตาเลื่อนลาง
2. ทางร่างกาย จำนวน 15 คน
3. ทางการได้ยิน จำนวน 1 คน หูหนวก
4. ทางการเรียนรู้ จำนวน 1 คน LD (บกพร่องทางการเรียนรู้)
และในปีการศึกษา 2565 นี้ จะมีนิสิตในศูนย์บริการนิสิตพิการ จบการศึกษา จำนวน 10 ราย
ที่มา: คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

วันที่ 13-15 มีนาคม 2566 ผู้ช่วยศาสตาจารย์ ดร.ศศิณัฐ พงษ์นิล ผู้ช่วยคณบดี และ อาจารย์ภูมินทร์ ภูมิรัตน์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาดุริยางคศาสตร์ตะวันตก คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับเชิญเป็นวิทยากรอบรมวิชาดนตรีสร้างแรงบันดาลใจ เพลงประสานเสียง ภายใต้โครงการอบรมโปรแกรมการป้องกันการกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขัง เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันทางจิตใจและพัฒนาศักยภาพให้แก่ผู้ต้องขังชาย จำนวน 50 คน ณ เรือนจำกลางพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก
ที่มา: คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

สถานะคนไร้รัฐไร้สัญชาติที่เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชนในประเทศเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แม้จะมีความพยายามร่วมมือจากหลายภาคส่วนเพื่อแก้ไขปัญหานี้ โดยมีแนวนโยบายและกฎหมายที่ครอบคลุม แต่ปัญหาในทางปฏิบัติยังคงเป็นสาเหตุหลักที่ยังไม่สามารถยุติวงจรไร้สัญชาติได้อย่างเด็ดขาดส่งผลให้ยังมีเด็กที่อยู่ในสถานะไร้รัฐ ไร้สัญชาติอยู่นับแสนๆคน ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย
ดังนั้น มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยคณะนิติศาสตร์ จึงให้ความสำคัญในการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ผู้มีปัญหาทางสถานะบุคคลและสิทธิ จึงได้จัดตั้ง “คลินิกกฎหมายนเรศวรเพื่อสิทธิมนุษยชน” มุ่งแก้ปัญหาคนไร้สัญชาติทั่วประเทศ
โดย งานประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดให้มีงานแถลงข่าวสื่อมวลชน ในประเด็น “คลินิกกฎหมายนเรศวรเพื่อสิทธิมนุษยชน ความหวัง ของคนไร้สัญชาติ” โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ กิติวรญา รัตนมณี และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ฉัตรพร หาระบุตร อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมด้วย นางสาวอลิษา นิสิตไร้สัญชาติ ปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นผู้แถลงข่าว ณ อาคารสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร
ด้าน ผศ.กิติวรญา รัตนมณี อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดเผยว่า จากข้อมูลจำนวนราษฎรของสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 พบว่าในประเทศไทยมีประชากรที่ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งได้รับการบันทึกในทะเบียนราษฎร 973,656 คน จากประชากรในทะเบียนราษฎรทั้งหมด 66,171,439 คน คิดเป็นร้อยละ 1.47 ซึ่งภาวะไร้สัญชาติทำให้เด็กเข้าไม่ถึงสิทธิขั้นพื้นฐานที่จำเป็นหลายประการ เช่น สิทธิในการรักษาพยาบาล สิทธิในการศึกษา สิทธิในการเดินทาง รวมถึงสวัสดิการต่างๆจากรัฐ นำไปสู่การขาดโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของตน การถูกเลือกปฏิบัติ และการถูกกีดกันจากการมีส่วนร่วมในสังคม ดังนั้น เด็กไร้สัญชาติจึงถือเป็นประชากรกลุ่มเปราะบางซึ่งต้องการความคุ้มครองทางสังคม
ที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2553-ปัจจุบัน คลินิกกฎหมายนเรศวรเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้ให้ความช่วยเหลือในการให้คำปรึกษาแก่นิสิตไร้สัญชาติในมหาวิทยาลัยนเรศวรทั้งสิ้นประมาณ 27 คน จากคณะสาธารณสุขศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะมนุษยศาสตร์ นิสิตจบการศึกษาแล้ว 17 คน (มีสัญชาติไทย 13 คน ไร้สัญชาติ 4 คน) และกำลังศึกษาอยู่ 10 คน (ไร้สัญชาติทั้ง 10 คน) ช่วยเหลือบุคคลไร้รัฐไร้สัญชาติในพิษณุโลกและจังหวัดอื่นๆกว่า 200 คน และช่วยให้บุคคลไร้ที่พึ่งในสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งวังทอง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก 322 คน ได้รับการถ่ายบัตรประจำตัว ได้รับการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ทั้งนี้เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมาสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งวังทองได้จัดทำโครงการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลและจัดทำบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อขจัดปัญหาความไร้รัฐทั้งหมด จึงกล่าวได้ว่าปัจจุบันสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งวังทองเหลือเพียงปัญหาความไร้สัญชาติซึ่งยังต้องได้รับการแก้ไขปัญหาและขับเคลื่อนต่อไป
นอกเหนือจากงานให้บริการทางวิชาการ ที่สำคัญ “คลินิกกฎหมายนเรศวรเพื่อสิทธิมนุษยชน” เป็นกิจกรรมเสริมหลักสูตรในการจัดการเรียนการสอนวิชากฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล วิชาวิจัยทางกฎหมาย และวิชากฎหมายสิทธิมนุษยชน ที่บูรณาการการบริการวิชาการ การเรียนการสอน และการวิจัยเข้าด้วยกัน
ด้าน นางสาวอลิษา นิสิตไร้สัญชาติ ปริญญาโท คณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เปิดเผยถึงความลำบากและปัญหาในการไม่มีสัญชาติไทย ว่า “การขอทุนการศึกษา เพื่อศึกษาในระดับปริญญาโทไม่สามารถทำได้ และการเดินทางมาเรียนคนที่ไม่ได้ถือสัญชาติไทยจะต้องขอใบอนุญาตออกนอกพื้นที่ ซึ่งในการไปขอแต่ละครั้งมีความยุ่งยากมาก ซึ่งมีสัญญาเพียง 1 ปี เมื่อครบสัญญาก็ต้องไปต่อใหม่ และที่สำคัญมากคือเรื่องโอกาสในการสอบบรรจุเป็นข้าราชการครู ปัญหาตรงนี้ทำให้ไม่มีโอกาสแม้กระทั่งสมัครสอบ ก.พ. เนื่องจากไม่มีสัญชาติไทย”
ในส่วน นางสาวสุขฤทัย อุ้มอารีกุล บัณฑิตเกียรตินิยมอันดับ 1 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดเผยความรู้สึกหลังจากที่ได้รับสัญชาติไทยว่า “ขอบคุณทุกๆท่านที่มีส่วนช่วยเหลือให้ได้มีวันนี้ หลังจากที่ใช้บัตรบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนมาจนถึงอายุ 25 ปี 5 เดือน การดำเนินกระบวนการที่ยาวนานกว่า 6 ปี เริ่มตั้งเเต่เรียนอยู่ชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยนเรศวร ปี 2556 โดย ศ.ดร.วิทยา จันทร์ศิลา อดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร พาไปพบกับ ผศ.กิติวรญา รัตนมณี จึงได้เริ่มต้นดำเนินการให้คำเเนะนำ และเริ่มดำเนินการจริงจังเมื่อ 21กุมภาพันธ์ 2560 โดยความช่วยเหลือของ 3 คณะทำงาน คือ 1.คลินิกกฎหมายนเรศวรเพื่อสิทธิมนุษยชน มหาวิทยาลัยนเรศวร 2.คณะทำงานของบางกอกคลินิก และ3.คลินิกกฎหมายโรงพยาบาลอุ้มผาง ซึ่งหนูรอคอยวันนี้มานานแสนนาน หนูอยากมีนามสกุล อยากมีสัญชาติไทย และหนูดีใจมากๆ ค่ะ หนูจะตั้งใจทำสิ่งดีๆ เพื่อเมืองไทยต่อไปค่ะ หลังจากได้รับการรับรองสิทธิในสัญชาติไทย หนูก็ได้รับโอกาสดีเข้ามา โดยเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 ได้รับบรรจุเป็นข้าราชการ ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจในชีวิตของการทำงาน ในฐานะนักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ ”
มหาวิทยาลัยนเรศวร ให้ความสำคัญการเป็น พลโลก/พลเมืองโลก หรือ Global Citizenship เพราะปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโลกเรานี้มีความเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน อีกทั้งยังส่งผลต่อการใช้ชีวิตของมนุษย์ การเป็นพลโลกไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นคนชาติใด อาศัยอยู่ที่ไหน ประเทศไหน ปัญหาสำคัญคือทุกคนไม่ได้เกิดมาอย่างเท่าเทียมกัน จึงเป็นความท้าทายของเราในฐานะสถาบันการศึกษาในการจัดเตรียมผู้คนให้มีประสิทธิภาพ และสามารถมีโอกาสที่จะทำงานหรือใช้ชีวิตร่วมกันบนโลกใบนี้ได้ เราจะผลิตบัณฑิตเพื่อประเทศใดประเทศหนึ่งไม่ได้อีกต่อไป แต่ต้องผลิตบัณฑิตที่มีความเป็น “พลโลก” เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน หรือทำงานร่วมกันได้ ซึ่งท้ายที่สุดจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งนี้ผู้ที่สนใจ หรือมีปัญหาสถานะไร้รัฐ ไร้สัญชาติ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook page ‘คลินิกกฎหมายนเรศวรเพื่อสิทธิมนุษยชน Naresuan Legal Clinic’ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลันเรศวร เบอร์โทรศัพท์ 055-961739 ในวันและเวลาราชการ
ที่มา: งานประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
Sustainability