ม.นเรศวร ส่งต่อรอยยิ้มสู่ชุมชน นำนิสิตทันตแพทย์ลงพื้นที่โรงเรียนบ้านมุงเพื่อความยั่งยืน

วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม 2568 นิสิตคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อเข้าร่วม กิจกรรมชุมชนสัมพันธ์สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โดยดำเนินการให้บริการด้านสุขภาพช่องปากและฟันแก่ประชาชนในระดับชุมชน

การออกหน่วยให้บริการในครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้การดำเนินงานของ โครงการค่ายบูรณาการ 6 ณ โรงเรียนบ้านมุง อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายในการกระจายโอกาสการเข้าถึงบริการสาธารณสุขเชิงรุก

กิจกรรมดังกล่าวเปิดโอกาสให้นิสิตได้นำองค์ความรู้ทางวิชาชีพมาปฏิบัติจริง เพื่อดูแลสุขภาพและสวัสดิภาพของคนในท้องถิ่น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างชุมชนที่มีสุขภาวะที่ดีและมีคุณภาพชีวิตที่สมบูรณ์

การกระจายการบริการทางการแพทย์และการให้ความรู้สู่พื้นที่ห่างไกล ถือเป็นกลไกสำคัญเพื่อส่งเสริมสุขภาวะและลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพช่องปากอย่างยั่งยืน ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการดูแลรักษาที่มีมาตรฐานได้อย่างเท่าเทียมกัน

การดำเนินโครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของ โรงเรียนทันตแพทย์เพื่อตอบสนองความต้องการของสังคม ที่สนับสนุนให้นิสิตเรียนรู้ผ่านการลงพื้นที่จริง เพื่อทำความเข้าใจบริบทและช่วยบรรเทาปัญหาของชุมชน

นอกเหนือจากการให้บริการทางทันตกรรม นิสิตที่เข้าร่วมกิจกรรมยังได้รับการปลูกฝังจิตสำนึกสาธารณะ การเสียสละ และทักษะการทำงานร่วมกับชุมชน ซึ่งเป็นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของบุคลากรทางการแพทย์

คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จะยังคงสานต่อภารกิจด้านการบริการวิชาการแก่สังคมต่อไป เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการยกระดับมาตรฐานระบบสาธารณสุข และร่วมสร้างสังคมที่ทุกคนมีสุขภาพช่องปากที่ดีควบคู่ไปกับการพัฒนาประเทศอย่างมั่นคง

ม.นเรศวร จัดกิจกรรมจิตอาสาคัดแยกยาส่งต่อความช่วยเหลือผู้ประสบภัยชายแดนไทย–กัมพูชา

วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม 2568 คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดยผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากร ได้ร่วมแรงร่วมใจดำเนินกิจกรรมจิตอาสาคัดแยกยาเหลือใช้ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์อย่างสูงสุด

การดำเนินงานในครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อรวบรวมและจัดหมวดหมู่เวชภัณฑ์ที่ยังมีคุณภาพดี เพื่อเตรียมนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งกำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักและต้องอพยพหนีภัยการสู้รบออกจากที่อยู่อาศัย

เวชภัณฑ์ที่ผ่านกระบวนการคัดกรองอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ จะถูกนำไปมอบให้กับศูนย์พักพิงชั่วคราวในเขตพื้นที่ จังหวัดศรีสะเกษ โดยได้รับการสนับสนุนจาก ทีมงานอาสาเมืองสองแคว ที่ให้ความอนุเคราะห์เป็นตัวแทนในการขนส่งทรัพยากรไปยังพื้นที่เป้าหมาย

การปฏิบัติภารกิจนี้ถือเป็นการสนับสนุนระบบสาธารณสุขเชิงรุก เพื่อสร้างหลักประกันว่าประชาชนที่อยู่ในภาวะวิกฤตจะสามารถเข้าถึงยารักษาโรคที่จำเป็น อันเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและส่งเสริมสุขภาวะที่ดีให้แก่ผู้ประสบภัย

พร้อมกันนี้ การกระจายทรัพยากรทางการแพทย์สู่พื้นที่ห่างไกลยังเป็นกลไกสำคัญในการลดช่องว่างด้านสาธารณสุข ทำให้กลุ่มผู้เปราะบางและผู้อพยพได้รับการดูแลรักษาสุขภาพขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียมและเหมาะสมตามหลักมนุษยธรรม

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองในการส่งมอบกำลังใจและความช่วยเหลือสู่สังคม โดยมุ่งเน้นการใช้ความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพมาบูรณาการเป็นพันธกิจบริการวิชาการ เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินของประเทศ

การหลอมรวมพลังความสามัคคีในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงปณิธานอันแน่วแน่ของหน่วยงาน ที่พร้อมขับเคลื่อนเจตนารมณ์ “เภสัชกรรมเพื่อสังคม ห่วงใย เคียงข้าง ในทุกวิกฤต” เพื่อสร้างความยั่งยืนด้านสุขภาพให้แก่ประชาชนต่อไป

ม.นเรศวร ส่งนิสิตทันตแพทย์ลงพื้นที่ส่งเสริมสุขภาพช่องปากแก่ชุมชน

วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม 2568 นิสิตคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมกิจกรรม ชุมชนสัมพันธ์สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ภายใต้โครงการค่ายบูรณาการ 6 ณ โรงเรียนบ้านมุง อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก เพื่อให้บริการด้านสุขภาพช่องปากแก่ประชาชนในพื้นที่

กิจกรรมดังกล่าวมุ่งให้นิสิตได้นำความรู้และทักษะทางทันตแพทยศาสตร์ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานจริง ร่วมเรียนรู้บริบทของชุมชน และสร้างความเข้าใจถึงปัจจัยที่มีผลต่อสุขภาพช่องปากของประชาชนในแต่ละพื้นที่

การลงพื้นที่ให้บริการสุขภาพช่องปากช่วยสนับสนุนให้ประชาชนได้รับคำแนะนำและการดูแลสุขภาพเบื้องต้นอย่างเหมาะสม รวมทั้งสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลช่องปาก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการมีสุขภาพที่ดีในระยะยาว

โครงการค่ายบูรณาการ 6 ยังเปิดโอกาสให้นิสิตได้พัฒนาทักษะการสื่อสาร การทำงานเป็นทีม และความรับผิดชอบต่อสังคม ผ่านการทำงานร่วมกับชุมชนและหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

การดำเนินกิจกรรมสะท้อนแนวทางของ โรงเรียนทันตแพทย์เพื่อตอบสนองความต้องการของสังคม ที่มุ่งนำองค์ความรู้และทรัพยากรของมหาวิทยาลัยไปสนับสนุนการดูแลสุขภาพของประชาชน โดยคำนึงถึงความต้องการและบริบทของชุมชนเป็นสำคัญ

นอกจากนี้ การเข้าถึงบริการและความรู้ด้านสุขภาพช่องปากในพื้นที่ชุมชน ยังเป็นการสร้างโอกาสให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง ลดข้อจำกัดด้านการเข้าถึงบริการสุขภาพ และส่งเสริมการป้องกันปัญหาสุขภาพช่องปากตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

กิจกรรมครั้งนี้จึงเป็นอีกส่วนสำคัญในการ ส่งเสริมสุขภาวะและลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพช่องปากอย่างยั่งยืน พร้อมปลูกฝังให้นิสิตมีจิตสำนึกในการใช้ความรู้วิชาชีพเพื่อประโยชน์ของสังคมและชุมชนต่อไป

ม.นเรศวร ส่งต่อยาเหลือใช้ช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ สนับสนุนการเข้าถึงยาและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

วันพุธที่ 26 พฤศจิกายน 2568 คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ส่งต่อ ยาเหลือใช้และผลิตภัณฑ์นิวทริโฟล ภายใต้โครงการ PharmaSea ผ่านทีมงานจิตอาสา “ไอ้เข้สองแคว” เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ และสนับสนุนการดูแลสุขภาพของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยพิบัติ

ต่อมาในวันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ยาและผลิตภัณฑ์ทั้งหมดได้ส่งถึง คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเรียบร้อยแล้ว เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ต่อไป

การส่งมอบครั้งนี้มุ่งสนับสนุน โอกาสในการเข้าถึงยาและสิ่งของจำเป็นของผู้ประสบภัย โดยอาศัยการประสานงานระหว่างมหาวิทยาลัยและเครือข่ายจิตอาสาในการนำทรัพยากรไปยังหน่วยงานปลายทางที่ดำเนินงานช่วยเหลือในพื้นที่ เป็นส่วนหนึ่งของการบรรเทาความเดือดร้อนและดูแลผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในภาวะฉุกเฉิน

การดำเนินงานผ่านโครงการ PharmaSea ให้ความสำคัญกับ การส่งต่อยาเหลือใช้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ โดยเชื่อมโยงการจัดการยาเหลือใช้กับการสนับสนุนงานช่วยเหลือสังคม ทั้งนี้ การนำยาไปใช้ประโยชน์ต้องคำนึงถึงคุณภาพและความเหมาะสมเป็นสำคัญ

ในด้านการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ การจัดการยาเหลือใช้ที่ยังเหมาะสมต่อการใช้ประโยชน์เป็นแนวทางหนึ่งในการ ลดการสูญเสียทรัพยากรและลดของเสียจากยา พร้อมส่งเสริมให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการจัดการยาอย่างเหมาะสม ไม่ปล่อยให้ทรัพยากรที่มีคุณค่าสูญเปล่า

ความช่วยเหลือครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก ประชาชน บริษัท และภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงทีมงานจิตอาสาที่ทำหน้าที่ขนส่ง และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งเป็นหน่วยงานรับมอบ ความร่วมมือดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการแบ่งปันทรัพยากรและความรับผิดชอบร่วมกันในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยข้ามพื้นที่

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอขอบคุณผู้สนับสนุนและผู้ร่วมดำเนินงานทุกฝ่ายที่ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสังคมที่ห่วงใยและยั่งยืน ผ่านการส่งต่อความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบอุทกภัย โดยให้ความสำคัญกับการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงทรัพยากรจำเป็น และการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างคุ้มค่า

ม.นเรศวร ขับเคลื่อนโครงการเสริมสร้างขีดความสามารถผู้พิการ สู่การพัฒนาเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2568 คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายเชิงยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ ผ่านโครงการ “เสริมสร้างขีดความสามารถของผู้พิการ” โดยมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของกลุ่มเปราะบางให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณค่าและมีส่วนร่วมในสังคมอย่างเท่าเทียม ภายใต้แนวคิดการพัฒนาที่ครอบคลุมและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

การดำเนินงานดังกล่าวได้รับมอบหมายให้ รองศาสตราจารย์ ดร.พิษณุ อภิสมาจารโยธิน รักษาการในตำแหน่งรองคณบดีฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์เพื่อสังคม เป็นผู้แทนคณะเข้าพบและหารือร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 14 พฤศจิกายน 2568 เพื่อ รวบรวมข้อมูลเชิงลึก ด้านการดำเนินงานเกี่ยวกับผู้พิการและผู้สูงอายุ รวมถึงแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการในระดับพื้นที่

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้มีการหารือกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในเขตอำเภอบางระกำ ได้แก่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่านางงาม ชุมแสงสงคราม หนองกุลา บ่อทอง และบ้านปรือกระเทียม ตำบลบึงกอก โดยเน้นการรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับ ศักยภาพการให้บริการด้านสุขภาพและสังคม รวมถึงข้อจำกัดเชิงระบบที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้พิการในพื้นที่

นอกจากนี้ ยังได้ลงพื้นที่ในเขตอำเภอชาติตระการ เพื่อหารือกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านดง บ้านนาตาจูน ชาติตระการ บ่อภาค และบ้านนุชเทียน โดยมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้าน การพัฒนาระบบบริการและการดูแลแบบองค์รวม เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการเฉพาะของผู้พิการและผู้สูงอายุได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการนี้มีเป้าหมายสำคัญในการ ส่งเสริมศักยภาพและคุณภาพชีวิตของผู้พิการให้สามารถพึ่งพาตนเอง มีโอกาสเข้าถึงบริการพื้นฐานอย่างเท่าเทียม และสามารถมีบทบาทในสังคมได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยอาศัยความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายในพื้นที่เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน

ในมิติของการพัฒนาเชิงระบบ โครงการยังมุ่งเน้นการสร้าง นวัตกรรมทางสังคมและเครือข่ายความร่วมมือ ระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานสาธารณสุข และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อยกระดับการบริหารจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการแก่กลุ่มเป้าหมายอย่างยั่งยืน

การดำเนินงานครั้งนี้สะท้อนบทบาทของคณะสังคมศาสตร์ในการเป็น กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเชิงพื้นที่ ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการกับการปฏิบัติจริง อันนำไปสู่การสร้างสังคมแห่งโอกาส ความเท่าเทียม และการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว

ม.นเรศวร นำเสนอนวัตกรรมชุดสอนแปรงฟันสำหรับผู้บกพร่องทางการมองเห็น

วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2568 คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นำผลงานอนุสิทธิบัตร “ชุดสอนแปรงฟันสำหรับผู้บกพร่องทางการมองเห็น” เข้าร่วมจัดแสดงในงานการประชุมสามัญที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย และสมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 5/2568 ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) มหาวิทยาลัยนเรศวร

ผลงานดังกล่าวเป็นผลงานของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทันตแพทย์หญิงประวีณา โสภาพรอมร คณะทันตแพทยศาสตร์ ร่วมกับว่าที่ร้อยตรีธานี โกสุม คณะวิศวกรรมศาสตร์ สะท้อนการบูรณาการองค์ความรู้ด้านทันตแพทยศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์เพื่อพัฒนาสื่อการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้

ชุดสอนแปรงฟันสำหรับผู้บกพร่องทางการมองเห็น ได้รับการออกแบบเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ทักษะการดูแลสุขภาพช่องปากให้เหมาะกับผู้มีข้อจำกัดด้านการมองเห็น ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเรียนรู้และฝึกปฏิบัติการแปรงฟันได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น

การดูแลช่องปากอย่างถูกวิธีเป็นพื้นฐานสำคัญของสุขภาพโดยรวม นวัตกรรมนี้จึงมีส่วนช่วยให้ผู้บกพร่องทางการมองเห็นเข้าถึงองค์ความรู้ด้านสุขภาพที่จำเป็นได้อย่างเหมาะสม และสนับสนุนการดูแลตนเองในชีวิตประจำวัน

การนำผลงานมาจัดแสดงในเวทีระดับประเทศเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้สนใจ อันจะนำไปสู่การต่อยอดการใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยเพื่อสังคมในวงกว้าง

ผลงานนี้ยังแสดงถึงความสำคัญของการออกแบบนวัตกรรมที่คำนึงถึงความแตกต่างของผู้ใช้ ลดข้อจำกัดในการเข้าถึงข้อมูลและบริการด้านสุขภาพ และสร้างโอกาสให้ทุกคนได้รับการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างเท่าเทียม

คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร มุ่งขับเคลื่อน นวัตกรรมสู่สังคม เพื่อส่งเสริมสุขภาพช่องปากอย่างทั่วถึง และสนับสนุนสังคมที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ผ่านการพัฒนานวัตกรรมที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง

ม.นเรศวร เข้าร่วมสัมมนาวิชาการระดับชาติด้านคนพิการ ครั้งที่ 17 เสริมโอกาสทางการศึกษาและอาชีพอย่างยั่งยืน

วันอังคารที่ 22 กันยายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดย ดร.จรัสดาว คงเมือง รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต ศิษย์เก่า และศิลปวัฒนธรรม เข้าร่วม สัมมนาวิชาการระดับชาติด้านคนพิการ ครั้งที่ 17 ณ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีในการพัฒนาศักยภาพของคนพิการในมิติการศึกษาและการประกอบอาชีพอย่างยั่งยืน

การจัดงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ภายใต้หัวข้อ “แนวปฏิบัติที่ดีและนวัตกรรมในการสร้างโอกาสทางการศึกษาและอาชีพสำหรับคนพิการ” ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างพื้นที่ทางวิชาการสำหรับการนำเสนอผลงาน วิจัย และนวัตกรรมที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม

ภายในงานมีการนำเสนอแนวคิดและกรณีศึกษาที่สะท้อนถึง การเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม รวมถึงการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในยุคปัจจุบัน โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ของคนพิการอย่างมีประสิทธิภาพ

ในโอกาสนี้ นายกัณต์กวี วิมุติ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการกองกิจการนิสิตและบุคลากร ได้นำนิสิตพิการของมหาวิทยาลัยนเรศวรเข้าร่วมกิจกรรม ประกอบด้วย นางสาวสิริยากร หมันบุญ นายอภิชาต เจริญสุบรุ่งเรียน และนายนนทวัฒน์ ขันทอง เพื่อเปิดโอกาสในการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกับเครือข่ายระดับประเทศ

การมีส่วนร่วมของนิสิตในเวทีดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการ พัฒนาศักยภาพผู้เรียนทุกกลุ่มอย่างครอบคลุม พร้อมทั้งสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับสิทธิ ความเสมอภาค และบทบาทของคนพิการในสังคมและตลาดแรงงาน

นอกจากนี้ ภายในพิธีเปิดได้รับเกียรติจากนายโชคชัย วิเชียรชัยยะ อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นประธานในพิธี ซึ่งได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ สร้างอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

การเข้าร่วมสัมมนาครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการขับเคลื่อน การศึกษาเพื่อทุกคน การจ้างงานที่มีคุณค่า และการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ผ่านการสร้างเครือข่ายความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในระดับชาติ

ม.นเรศวร จัดกิจกรรม Social Entrepreneurship for Change ปั้นไอเดียสร้างอาชีพผู้พิการและผู้สูงอายุสู่ความยั่งยืน

วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2568 คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรมโครงการ “Social Entrepreneurship for Change: ปั้นไอเดียสร้างอาชีพคนพิการ ผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และคนดูแล” ณ โรงละคร อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษาบรมราชินีนาถ โดยมีเป้าหมายในการขับเคลื่อนการพัฒนาเชิงเศรษฐกิจและสังคมผ่านแนวคิดผู้ประกอบการทางสังคม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบางในจังหวัดพิษณุโลก

กิจกรรมนี้มุ่งเน้นการ ส่งเสริมและสนับสนุนการจ้างงาน การสร้างอาชีพ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้พิการและผู้สูงอายุ รวมถึงการพัฒนาศักยภาพของผู้ดูแลให้สามารถมีบทบาทในการสร้างรายได้และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ อันเป็นกลไกสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสทางอาชีพอย่างเท่าเทียม

ในช่วงเช้า ได้มีการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “แนวทางการทำงานกับผู้พิการฯ ในชุมชน” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ธีรพงษ์ บัวหล้า ซึ่งได้ถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการทำงานร่วมกับผู้พิการในมิติของชุมชน เน้นการสร้างการมีส่วนร่วม การพัฒนาเครือข่าย และการออกแบบกิจกรรมที่ตอบโจทย์บริบทพื้นที่อย่างยั่งยืน

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับความรู้และแนวคิดที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาโครงการหรือกิจกรรมในชุมชน โดยเฉพาะการสร้าง ระบบสนับสนุนทางสังคมและเศรษฐกิจ ที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตของผู้พิการและครอบครัว พร้อมทั้งเปิดโอกาสในการต่อยอดสู่การพัฒนาอาชีพและธุรกิจเพื่อสังคม

ช่วงสำคัญของงานคือการนำเสนอผลงาน Pitching จาก 6 ทีมสุดท้าย ที่ผ่านการคัดเลือกจากทั้งหมด 59 กลุ่ม โดยนำเสนอแนวคิดนวัตกรรมที่สามารถพัฒนาเป็นอาชีพจริงและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ภายใต้การพิจารณาของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่ายในพื้นที่

ทีมที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ได้แก่ “แก้วกัลยา – ขนมหินฝนทอง” “หมอนหลอดหอมสมุนไพรเพื่อสุขภาพ สร้างอาชีพอย่างยั่งยืน” “หมอนสมุนไพรเปลี่ยนเสียง” “Punch for Hope ปักความหวัง สร้างอนาคต” “ร้านค้าไร้เสียง” และ “น้ำพริกครัวหลังบ้าน: โครงการพัฒนาอาชีพสร้างรายได้เพื่อคนพิการและผู้สูงอายุ” ซึ่งล้วนสะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์และศักยภาพของนิสิตในการออกแบบนวัตกรรมเพื่อสังคม

ผลการตัดสินปรากฏว่า ทีม “แก้วกัลยา – ขนมหินฝนทอง” ได้รับรางวัลชนะเลิศ รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ “หมอนหลอดหอมสมุนไพรเพื่อสุขภาพ สร้างอาชีพอย่างยั่งยืน” และรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ “น้ำพริกครัวหลังบ้าน: โครงการพัฒนาอาชีพสร้างรายได้เพื่อคนพิการและผู้สูงอายุ” ซึ่งเป็นตัวอย่างของการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยในการเป็น พื้นที่บ่มเพาะนวัตกรรมทางสังคม และสร้างโอกาสให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างนิสิต ชุมชน และหน่วยงานภายนอก เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วม อันนำไปสู่การสร้างความมั่นคงทางอาชีพ ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พิการและผู้สูงอายุในระยะยาว

ม.นเรศวร ร่วมพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุและผู้พิการ สู่ชุมชนท่าโพธิ์ที่เท่าเทียม

วันพุธที่ 30 กรกฎาคม 2568 คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลท่าโพธิ์ จัดกิจกรรมเชิงพื้นที่หัวข้อ “การพัฒนาศักยภาพผู้พิการเพื่อส่งเสริมสุขภาวะและคุณภาพชีวิตผ่านการประกอบการทางสังคม” ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าโพธิ์และพื้นที่ชุมชนตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

กิจกรรมนี้สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในการนำองค์ความรู้ไปเชื่อมโยงกับการพัฒนาชุมชน โดยมุ่งสร้างโอกาสให้ผู้สูงอายุและผู้พิการเข้าถึงการสนับสนุนที่สอดคล้องกับความต้องการและบริบทชีวิตของแต่ละกลุ่ม

ภายในงานมีการบรรยายและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง โดย รศ.ดร.พิษนุ อภิสมาจารโยธิน ได้นำเสนอแนวคิดและบทบาทของมหาวิทยาลัยในการขับเคลื่อนการพัฒนาเชิงพื้นที่อย่างมีส่วนร่วม

นายกษิดิศ ม่วงทอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าโพธิ์ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองด้านความร่วมมือระหว่างหน่วยงานสุขภาพ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชน เพื่อให้การดูแลและการสนับสนุนผู้สูงอายุและผู้พิการเกิดความต่อเนื่อง

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ลงพื้นที่ดำเนินการศึกษานำร่อง เพื่อสำรวจความต้องการ ปัญหา และศักยภาพของผู้พิการและผู้สูงอายุในชุมชน ข้อมูลที่ได้จะเป็นฐานสำคัญสำหรับออกแบบแนวทางสนับสนุนที่ตรงจุดและเหมาะสมกับพื้นที่

การพัฒนาทักษะของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและหน่วยงานท้องถิ่น ช่วยเสริมความเข้มแข็งของเครือข่ายชุมชนในการดูแลสุขภาวะ รวมถึงต่อยอดแนวคิด การประกอบการทางสังคม เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและการพึ่งพาตนเองอย่างมีศักดิ์ศรี

คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุและผู้พิการในตำบลท่าโพธิ์ ผ่านความร่วมมือกับภาคีในพื้นที่ โดยยึดแนวคิด ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วมในชุมชน เข้าถึงโอกาสด้านสุขภาพ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร ขับเคลื่อนโครงการ PharmaSea Project จัดการยาเหลือใช้ในชุมชนอย่างเป็นระบบ

วันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน 2568 คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม “การจัดการยาเหลือใช้ในชุมชนอย่างเป็นระบบ (PharmaSea Project)” ณ เทศบาลตำบลวัดโบสถ์ อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่

การดำเนินโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างความตระหนักรู้เรื่องการกำจัดยาอย่างถูกวิธี ลดปัญหายาเหลือใช้ในครัวเรือน และส่งเสริมความปลอดภัยด้านสุขภาพของประชาชน ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการดูแลสุขภาวะของชุมชนให้มีความเข้มแข็ง

ปัญหาการทิ้งยาอย่างไม่ถูกต้องส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อมและอาจก่อให้เกิดสารปนเปื้อนในระบบนิเวศ โครงการนี้จึงมุ่งเน้นการจัดการขยะอันตรายอย่างยั่งยืน และรณรงค์ให้เกิดรูปแบบการบริโภคและการใช้ยาอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม

ภายในงานได้มีการจัดกิจกรรมเชิงรุกที่มุ่งหวังให้เกิดการเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม โดยมีการรับคืนยาเหลือใช้จากชาวบ้าน และการลงพื้นที่เยี่ยมบ้านผู้ป่วยเพื่อมอบของใช้จำเป็น ซึ่งถือเป็นการช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการด้านการดูแลสุขภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตในระดับชุมชน

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพต่าง ๆ ที่ช่วยสนับสนุนให้คนในชุมชนมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลตนเอง การดำเนินงานในครั้งนี้ถือเป็นการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานวิชาการ หน่วยงานรัฐ และภาคประชาชน เพื่อสร้างเกราะป้องกันด้านสุขอนามัยที่ดีให้แก่สังคม

กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ภญ.รัตติมา จีนาพงษา คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภก.ดำรงศักดิ์ เป๊กทอง หัวหน้าโครงการ ตลอดจนคณาจารย์ นิสิต และบุคลากร เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง โดยมี นายพิสิษฐ์ วิระขันคำ นายอำเภอวัดโบสถ์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน

ความสำเร็จของการจัดกิจกรรมเกิดจากความร่วมมืออย่างดียิ่งจาก พ.ต.อ.วิสุทธิ์ คล้ายแสง สภ.วัดโบสถ์ คุณอรพินท์ กันไทย โรงพยาบาลวัดโบสถ์ ตลอดจนเจ้าหน้าที่เทศบาล อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และเครือข่ายจิตอาสากว่า 100 คน ที่ร่วมกันสะท้อนพลังความสามัคคีในการดูแลสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างยั่งยืน

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin