เรียนรู้วิถีเกษตรกร ในกิจกรรมสืบสานประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าว

ในวันอังคารที่ 25 กรกฎาคม 2566 รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมสืบสานประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าว ณ แปลงทดลองวิชชาลัยข้าวและชาวนา มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และอนุรักษ์วิถีเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ศิษฐ์ภัณฑ์ แคนลา ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการบริการวิชาการ และนายรุ่งรัตน์ พระนาค ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ รวมถึงบุคลากร ผู้บริหาร นักเรียนจากโรงเรียนอนุบาลและโรงเรียนประถมสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมกิจกรรมอย่างอบอุ่น

กิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้วิถีชีวิตของเกษตรกรและกระบวนการเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าว รวมถึงการสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการผลิตอาหารที่ยั่งยืน เพื่อรองรับความต้องการของประชากรโลกในอนาคต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 2) “การขจัดความหิวโหย” โดยการส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับการผลิตอาหารและการบริโภคอย่างมีคุณค่า เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับระบบการเกษตรและการจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืนในอนาคต

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสร้างการเรียนรู้ที่มีความยั่งยืนในด้านการเกษตรและการบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบ โดยการมีส่วนร่วมของผู้บริหารและนักเรียนจากหลากหลายระดับการศึกษา ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนและมหาวิทยาลัย และเป็นการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมในการเกษตรกรรมที่สำคัญของชาติ

ที่มา: กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร ร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดพิษณุโลกและองค์กรภาคีเครือข่าย จัดงาน ‘เกษตรนเรศวรเอ็กซ์โป 2023’ แสดงนวัตกรรมและความรู้เพื่อพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน

ระหว่างวันที่ 3-9 กรกฎาคม 2566 คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดงาน “เกษตรนเรศวรเอ็กซ์โป 2023” ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีการก่อตั้งคณะ โดยในปีนี้ งานได้รับการยกระดับจากการจัดงานเกษตรประจำปีให้เป็นงาน ระดับเอ็กซ์โป ที่มุ่งเน้นการแสดงสินค้า นวัตกรรม และกิจกรรมหลากหลายด้านการเกษตร เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

การจัดงานในปีนี้มุ่งเน้นให้เกษตรกร นักวิชาการ และผู้ประกอบการทางธุรกิจเกษตรได้มีโอกาสเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ และเกษตรกรตัวอย่างในการใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และกระบวนการที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และพัฒนาธุรกิจเกษตรอย่างยั่งยืน พร้อมการสนับสนุนให้เกิดการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาการเกษตรทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ

งาน “เกษตรนเรศวรเอ็กซ์โป 2023” ได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายต่างๆ เช่น สภาอุตสาหกรรมจังหวัดพิษณุโลก และองค์กรต่างๆ ที่มุ่งมั่นในการสร้างสรรค์และสนับสนุนการพัฒนาการเกษตรในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ทั้งนี้ การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้เข้าชมได้มีโอกาสสัมผัสกับนวัตกรรมการเกษตรและการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติของอุตสาหกรรมการเกษตร

สิ่งที่น่าสนใจในงาน ได้แก่:

  1. การแสดงสินค้าและนวัตกรรมการเกษตร เช่น เทคโนโลยีการเกษตรอัจฉริยะ ระบบเกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture) เครื่องจักรกลการเกษตรใหม่ๆ ที่ช่วยลดแรงงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต
  2. การสัมมนาและการบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญ เกี่ยวกับการพัฒนาเกษตรกรรมในยุคดิจิทัล การจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน การใช้พลังงานทดแทนในการเกษตร
  3. กิจกรรมฝึกอบรมและเวิร์กช็อป ในการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ การปลูกพืชที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาธุรกิจเกษตรที่เน้นการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสนับสนุน SDG 2 (การขจัดความหิวโหยและส่งเสริมการเกษตรอย่างยั่งยืน) และ SDG 12 (การบริโภคและการผลิตอย่างยั่งยืน) ซึ่งมีเป้าหมายในการส่งเสริมการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสามารถลดผลกระทบจากการผลิตที่ไม่ยั่งยืน

ข้อมูลเพิ่มเติม: ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร โทรศัพท์ 0 5596 2718 หรือที่ https://www.naiexpo.agi.nu.ac.th

4o mini

เกษตรนเรศวรเอ็กซ์โป ที่ NAI EXPO 2023

งาน เกษตรนเรศวร เอ็กซ์โป (NAI EXPO 2023) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 – 9 กรกฎาคม 2566 ที่ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมฯ พิษณุโลก (KNECC) โดยมหาวิทยาลัยนเรศวรมุ่งมั่นในการส่งเสริมการเกษตรที่ยั่งยืนและการใช้เทคโนโลยีในการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ตามเป้าหมาย SDG2 (การสร้างความมั่นคงทางอาหาร) ให้กับชุมชนและสังคม

งานนี้มีหลากหลายกิจกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งสายคนรักต้นไม้, สายรักสัตว์, สายเทคโนโลยี, สายโดรน, สายกิน, สายช็อป และสายเต้น พร้อมต้อนรับทุกคนในครอบครัว งานนี้จัดขึ้นเพื่อให้ความรู้ด้านการเกษตรที่ทันสมัย เช่น การดูแลดินและบำรุงดินให้เหมาะสมกับการเพาะปลูก พร้อมทั้งนำเสนอการเกษตรแบบยั่งยืนครบวงจรที่สามารถนำไปใช้ในการผลิตและการบริโภค

นอกจากนี้ยังมีการจัดฝึกอบรมที่หลากหลายเพื่อเปลี่ยนมุมมองและสร้างอาชีพในด้านการเกษตร รวมถึงการประกวดแข่งขันไก่ สุนัข ปลากัด ชิงถ้วยพระราชทาน และการพบกับนวัตกรรมด้านการเกษตรที่ใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและสังคม

ผู้เข้าร่วมงานยังสามารถเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมกลางคืนที่จัดให้มีการเต้นและฟังเพลงจากศิลปิน พร้อมทั้งลุ้นรับของแจกฟรี 7,000 ชิ้น และอิ่มอร่อยกับเมนูหลากหลายจากร้านค้ากว่า 200 ร้าน

งาน NAI EXPO 2023 เป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารและการเกษตรที่ยั่งยืนตามเป้าหมาย SDG2 ในการพัฒนาชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืน

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ NAI EXPO 2023 หรือ TikTok NAI EXPO.

ม.นเรศวร โชว์นวัตกรรมอาหาร “เต้าหู้ก้อนไข่ขาว” คว้ารางวัลชนะเลิศ Food Innopolis 2022

บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอเชิญรับชมผลงานนวัตกรรมนิสิตบัณฑิตศึกษา ภายใต้โครงการส่งเสริมนวัตกรรมอาหาร โดยนำเสนอผลงาน “เต้าหู้ก้อนไข่ขาว” ในน้ำพะโล้ ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศ Champion ในการแข่งขัน Food Innopolis Innovation Contest 2022

ผลงานดังกล่าวจัดทำโดยนิสิตบัณฑิตศึกษาและคณาจารย์จากคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

โครงการนี้เน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารที่ใช้วัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรทางการเกษตรอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางเกษตรและชุมชน

“เต้าหู้ก้อนไข่ขาว” ในน้ำพะโล้ ถือเป็นตัวอย่างของการบูรณาการความรู้ด้านวิทยาศาสตร์อาหารและเทคโนโลยีการผลิตอาหาร สอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์และนวัตกรรมที่สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้

ผลงานนี้ยังช่วยเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการผลิตอาหารปลอดภัย การจัดการคุณภาพ และการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคสมัยใหม่

มหาวิทยาลัยนเรศวรมีเป้าหมายในการส่งเสริมนิสิตให้มีทักษะด้านนวัตกรรมอาหาร สามารถต่อยอดงานวิจัยไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจชุมชน

ผู้สนใจสามารถรับชมผลงานนวัตกรรมอาหาร “เต้าหู้ก้อนไข่ขาว” ในน้ำพะโล้ ผ่านลิงก์ https://youtu.be/WQFxr-oa5wg เพื่อเรียนรู้แนวคิดและวิธีการพัฒนานวัตกรรมอาหารที่ตอบโจทย์ทั้งคุณค่าโภชนาการและความยั่งยืนของทรัพยากร

ม.นเรศวร ให้ความรู้และประโยชน์ของต้นไม้ในชุมชนสู่การบริโภคอย่างยั่งยืน

วันพุธที่ 21 มิถุนายน 2566 รองศาสตราจารย์ ดร.มัทนี สงวนเสริมศรี และ นายเกดิษฐ กว้างตระกูล อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับ “ตะขบ” แก่ครูและนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1–6 โรงเรียนบ้านดงยาง อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 50 คน เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์และการใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นอย่างคุ้มค่า

กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพจากลูกตะขบและพัฒนายุวนวัตกรสำหรับอุตสาหกรรมอาหารเชิงหน้าที่ (Functional Food) ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากหน่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อสังคม โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างองค์ความรู้ด้านการแปรรูปอาหารและการพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ยั่งยืน

ภายในกิจกรรม นักเรียนได้ร่วมกันทำกิจกรรมแข่งขันตอบคำถาม ฝึกการคิดวิเคราะห์และทำงานเป็นทีม เพื่อให้เกิดการเรียนรู้เชิงบูรณาการ และปลูกฝังแนวคิดการใช้ประโยชน์จาก ตะขบซึ่งเป็นพืชท้องถิ่นที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง แต่ยังไม่ถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างแพร่หลาย พร้อมทั้งปลูกต้นตะขบ แค และมะละกอในบริเวณโรงเรียน เพื่อศึกษาการเจริญเติบโตและเรียนรู้การดูแลพืชอย่างถูกวิธี

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนถึงการ ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (STI) ผ่านการมีส่วนร่วมของเยาวชนในชุมชน เพื่อพัฒนาแนวคิดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน และต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในอนาคต

นอกจากนี้ โครงการยังเป็นเวทีสำคัญในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัย โรงเรียน และชุมชน เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการผลิตและการแปรรูปอาหาร สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาในภาคเกษตรกรรมเชิงนวัตกรรม และส่งเสริมการประยุกต์ใช้ผลการวิจัยเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าเชิงพาณิชย์

กิจกรรมยังมุ่งเน้นให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ถึงกระบวนการพัฒนาแนวคิดนวัตกรรม ตั้งแต่การใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นจนถึงการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นแนวทางในการพัฒนาเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์และการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศ

โครงการนี้สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ ส่งเสริมสนับสนุนความมั่นคงด้านอาหาร ผ่านการพัฒนาองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมอาหาร รวมถึงการสร้างพันธมิตรความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษา และชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมในระดับภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง

ที่มา: คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศว

ม.นเรศวร เปิดวิชชาลัยข้าวและชาวนา เพื่อเป็นแหล่งถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการผลิตและแปรรูปข้าวอย่างยั่งยืน

วันเสาร์ที่ 24 มิถุนายน 2566 ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา นายกสภามหาวิทยาลัย ประธานในพิธีเปิดวิชชาลัยข้าวและชาวนา มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดี และคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยนเรศวรให้การต้อนรับ

วิชชาลัยข้าวและชาวนา มหาวิทยาลัยนเรศวร ก่อตั้งขึ้นในรูปแบบกิจกรรมการเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมทางด้านข้าว โดยมีจุดกำเนิดในรูปแบบกิจกรรม “วิชชาลัยชาวนา” ตั้งแต่ พ.ศ. 2553 โดย ดร.ภาวัช วิจารัตน์ ดำเนินการวิจัยการปรับปรุงพันธุ์ข้าว การรวบรวมและอนุรักษ์พันธุกรรมข้าวพื้นเมือง การศึกษาคุณค่าทางโภชนาการและโภชนเภสัชสารในข้าว การฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าวปลอดภัย และการจัดการการผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทานให้แก่ชาวนา การจัดทำแปลงสาธิตการผลิตข้าวสำหรับสอนนิสิตและเกษตรกร รวมทั้งการจัดกิจกรรมทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมทางด้านข้าว

อีกทั้ง วิชชาลัยข้าวและชาวนามหาวิทยาลัยนเรศวรสำเร็จได้ด้วยความร่วมมือจาก นายธวัช สิงห์เดช นายกองค์การบริหาส่วนตำบลท่าโพธิ์ ประชาชนโดยรอบมหาวิทยาลัยและหน่วยงานต่างๆ ภายในมหาวิทยาลันเรศวร อาทิ สำนักงานอธิการบดี กองบริการวิชาการ กองอาคารสถานที่ และกองกลาง ที่จับมือทำงานร่วมกันในการขับเคลื่อนการจัดตั้งวิชชาลัยข้าวและชาวนาแห่งนี้จนสำเร็จลุล่วงได้ดี

ที่มา: งานประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร ขยายพันธุ์ทุเรียนด้วยเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ หนุนเกษตรกรสร้างรายได้

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้กลุ่มสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ นำสื่อมวลชนเยี่ยมชมโครงการวิจัยของ “รศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท” และคณะ แห่งคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ได้ดำเนินงานวิจัยซึ่งได้รับการสนับสนุนโดย วช. ภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) ในการศึกษาการขยายพันธุ์ทุเรียนในสภาพปลอดเชื้อด้วยเทคนิคการเพาะ เลี้ยงเนื้อเยื่อ เพื่อให้ได้ทุเรียนที่มีลักษณะตรงตามสายพันธุ์ 100% สามารถให้ผลผลิตที่มีคุณภาพตามต้นแม่พันธุ์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขยายพันธุ์ทุเรียนในอนาคต และได้คุณภาพด้านรสชาติที่ตรงตามความต้องการผู้บริโภค

รศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท แห่งคณะเกษตรศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยนเรศวร หัวหน้าโครงการฯ กล่าวว่า คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับการสนับสนุนทุนจาก วช. ในการศึกษาวิจัยการขยายพันธุ์ทุเรียนในสภาพปลอดเชื้อด้วยเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) เพื่อการอนุรักษ์พันธุกรรมทุเรียนหลงลับแล หลินลับแล และพื้นเมืองคุณภาพดีในเขตภาคเหนือตอนล่าง เริ่มจากการคัดเลือกสายพันธุ์ทุเรียนที่มีอัตลักษณ์ในแต่ละพื้นที่ พันธุ์ทุเรียนที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจในอนาคต รวมถึงพันธุ์การค้าที่มีชื่อเสียง โดยทุเรียนที่ทำการทดลองมี 3 สายพันธุ์ ได้แก่ หลงลับแล หลินลับแล และพันธุ์พื้นเมือง และคุณลักษณะทางการเกษตรที่ดีและเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค เพื่อนำมาขยายพันธุ์ด้วยเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช ทำให้สามารถเพิ่มปริมาณได้อย่างทวีคูณ ซึ่งจะส่งผลให้ทุเรียนมีคุณภาพดีสม่ำเสมอ เกษตรผู้ปลูกและผู้ประกอบการได้รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้นอีกด้วย

สำหรับประโยชน์ที่เกษตรกรหรือผู้ประกอบการจะได้รับในการขยายพันธุ์ทุเรียนด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ได้แก่ 1. ได้ทุเรียนที่มีลักษณะตรงตามสายพันธุ์ 100% ที่ให้ผลผลิตที่มีคุณภาพตามต้นแม่พันธุ์ เช่น ลักษณะของเนื้อ รสชาติ คงอัตลักษณ์ทุเรียนชนิดนั้น ๆ เป็นต้น 2. สามารถตอบสนองความต้องการของเกษตรกรที่มีความต้องการเพาะปลูกทุเรียนที่มีปริมาณมากในท้องตลาดได้ 3. ส่งเสริมภาคธุรกิจทุเรียนของที่มีอัตลักษณ์ในแต่ละพื้นที่ ให้มีการเติบโตมากขึ้นกว่าเดิม และ 4. สามารถสร้างผลิตผลของทุเรียนได้ตรงตามสายพันธุ์และได้คุณภาพด้านรสชาติที่ตรงตามความต้องการผู้บริโภค

ในโอกาสนี้ คณะนักวิจัยได้นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่สวนประภาพรรณ ตำบลบ้านแยง อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก เพื่อเยี่ยมผลผลิตที่ได้จากโครงการฯ โดยมี คุณเนาวรัตน์ มะลิวรรณ เกษตรกรเจ้าของสวนฯ ให้การต้อนรับและให้ความรู้เกี่ยวกับทุเรียนแก่คณะสื่อมวลชนอีกด้วย

คุณเนาวรัตน์ มะลิวรรณ เจ้าของสวนประภาพรรณ เปิดเผยว่า ในนามของสวนประภาพรรณ ต้องขอขอบคุณทาง วช. และ รศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท แห่งมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ได้นำองค์ความรู้จากงานวิจัยมาถ่ายทอดให้กับเกษตรกร ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ซึ่งงานวิจัยจาก ม.นเรศวร ได้มีส่วนช่วยให้การทำสวนทุเรียนประสบความสำเร็จ มีผลผลิตที่ดีขึ้น และสวนประภาพรรณจะเป็นต้นแบบให้กับสวนทุเรียนบริเวณใกล้เคียงได้มาศึกษาความสำเร็จจากการทำสวนทุเรียนตามแนวทางการวิจัยต่อไป

ที่มา: กองการวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร

มน. ร่วมลงนาม “บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) แนวทางบูรณาการแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.)”

สืบเนื่องจากการที่ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ได้ร่วมลงนาม “บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) แนวทางบูรณาการแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.)” เชิงพื้นที่เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมเชิงพื้นที่ โดยมุ่งเน้นนำองค์ความรู้จากวิทยาศาสตร์ ผลงานวิจัย และผลผลิตที่เป็นนวัตกรรมมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการพลิกโฉมประเทศ ในการพัฒนาพื้นที่ พัฒนาจังหวัด และกลุ่มจังหวัด อีกทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความสุขอย่างยั่งยืน อันจะเป็นทางเลือก และทางรอดสำหรับอนาคต

วันที่ 3 พฤษภาคม 2566 นายภูสิต สมจิตต์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก จึงได้ร่วมทำการหารือกับ รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวรพร้อมคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยนเรศวร ณ อาคารอุทยานองค์สมเด็จพระนเรศวร มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อร่วมหาแนวทางการพัฒนาเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ โดยใช้งานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ โดยมหาวิทยาลัยนเรศวรพร้อมเป็นแหล่งข้อมูลองค์ความรู้ วิชาการ วิจัยและนวัตกรรม และสนับสนุนทรัพยากรบุคคลทางด้านวิชาการ วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมที่สำคัญของประเทศที่สามารถตอบโจทย์ แก้ไข ปัญหาในพื้นที่ และจะร่วมพัฒนาความร่วมมือกับจังหวัดพิษณุโลกในลำดับถัดไป

ที่มา: กองการวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยวิทยาลัยนเรศวร

ตลาดสีเขียวคณะเกษตรศาสตร์ฯ มาแล้วจ้าา

ตลาดสีเขียว “Green and Clean Market” ณ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาอย่างยั่งยืนและสนับสนุนการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยตลาดนี้จัดขึ้นทุกวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 12.00 – 16.30 น. ที่ลานจอดรถด้านหน้าคณะเกษตรศาสตร์ฯ

ในวันที่ 26 เมษายน 2566 แม้จะมีฝนตก ตลาดสีเขียวยังคงเปิดให้บริการตามปกติ เพื่อให้ผู้บริโภคได้มาเลือกซื้อสินค้าคุณภาพดีจากเกษตรกรท้องถิ่น สินค้าที่จำหน่ายในตลาดประกอบไปด้วยผักปลอดสารพิษ ผักอินทรีย์ และผักไฮโดรโปนิกส์ ซึ่งเป็นผักที่ปลูกโดยไม่ใช้สารเคมี มีความปลอดภัยสูง พร้อมทั้งยังมีผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ เช่น ปลาแดดเดียว ไข่ไก่ราคาถูก และปลาสวยงามที่มีคุณภาพจากเกษตรกรในพื้นที่ ทั้งจากกลุ่มเกษตรกรพันเสา เกษตรกรบึงพระ และเกษตรกรจากบางระกำ รวมถึงผลิตภัณฑ์จากนิสิตของคณะเกษตรศาสตร์ฯ ที่นำมาจำหน่ายอีกด้วย

การจัดตลาดสีเขียวนี้ไม่เพียงแต่ช่วยส่งเสริมการบริโภคสินค้าเกษตรที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ แต่ยังเป็นการสนับสนุนเกษตรกรท้องถิ่นและเสริมสร้างโอกาสในการพัฒนาธุรกิจเกษตรกรรมที่ยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 2) ของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการขจัดความหิวโหยและส่งเสริมการเกษตรที่ยั่งยืน โดยตลาดนี้เป็นเวทีให้เกษตรกรและนิสิตได้แสดงศักยภาพของตน และสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการเลือกซื้อสินค้าที่ยั่งยืนและดีต่อสุขภาพแก่ผู้บริโภคในชุมชนได้เป็นอย่างดี

ที่มา: คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

เตรียมความพร้อมการจัด “งานเกษตรนเรศวรเอ็กซ์โป 2023” มหกรรมงานเกษตรภาคเหนือตอนล่าง ครั้งที่ 18

วันที่ 7 เมษายน 2566 นายภูสิต สมจิตต์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานการประชุมหารือเตรียมความพร้อมการจัด “งานเกษตรนเรศวรเอ็กซ์โป 2023” มหกรรมงานเกษตรภาคเหนือตอนล่าง ครั้งที่ 18 ซึ่งกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 3-9 กรกฎาคม 2566 ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการและจัดการประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มหาวิทยาลัยนเรศวร

ในการนี้ โดยมี ผศ.ดร.วรสิทธิ์ โทจำปา คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ฯ รศ.ดร.ธนัชสัณห์ พูนไพบูลย์พิพัฒน์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและประกันคุณภาพ ดร.เจษฎา วิชาพร รองคณบดีฝ่ายบริการวิชาการและสื่อสารองค์กร ดร.อนุพงศ์ วงค์ตามี รองคณบดีฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศ คุณอ้อย ประยูรคำ หัวหน้าสำนักงานเลขานุการ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ของจังหวัดพิษณุโลก เข้าร่วมประชุมหารือดังกล่าว ณ ห้องประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก

ที่มา: คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ม.นเรศวร

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin