ม.นเรศวร เก็บเกี่ยวกะหล่ำปลีผลผลิตแรกจาก NU FARM ส่งเสริมเกษตรปลอดภัยและการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง

วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชนินทร์ อัมพรสถิร คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมเก็บเกี่ยวกะหล่ำปลีผลผลิตหัวแรกจากแปลง Wellness Veggie from NU FARM ณ วิชชาลัยข้าวและชาวนา มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สะท้อนการส่งเสริมการผลิตอาหารปลอดภัย ควบคู่กับการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของนิสิตผ่านการปฏิบัติจริง

โครงการ Wellness Veggie from NU FARM มุ่งผลิต ผักปลอดสารพิษ ที่มีคุณภาพ สดใหม่ และปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค โดยเปิดโอกาสให้นิสิตจากหลากหลายคณะได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้กระบวนการผลิตทางการเกษตร ตั้งแต่การวางแผน การเพาะปลูก การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว ไปจนถึงการจำหน่ายผลผลิต ซึ่งช่วยสร้างประสบการณ์ตรงควบคู่กับการเรียนในห้องเรียน

การดำเนินงานดังกล่าวเป็นการบูรณาการองค์ความรู้ด้าน การเกษตรยั่งยืน เข้ากับการเรียนการสอน โดยเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม การผลิตอาหารที่ปลอดภัย และการสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของระบบอาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งเสริมให้นิสิตพัฒนาทักษะด้านการเกษตร การบริหารจัดการ และการทำงานร่วมกัน

ผลผลิตจากโครงการได้รับการจำหน่ายโดยนิสิตในช่วงเย็นของทุกวัน ภายใต้แนวคิด “จากแปลงสู่จาน” เพื่อให้บุคลากร นิสิต และประชาชนสามารถเข้าถึงผักคุณภาพดีในราคาที่เหมาะสม สนับสนุนการบริโภคอาหารที่ปลอดภัย พร้อมสร้างรายได้และประสบการณ์ด้านการตลาดให้กับนิสิตผู้เข้าร่วมโครงการ

นอกจากการผลิตอาหารคุณภาพแล้ว โครงการยังส่งเสริม การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและการบริโภคอย่างรับผิดชอบ โดยให้ความสำคัญกับการลดการใช้สารเคมี การจัดการแปลงปลูกอย่างเหมาะสม และการผลิตที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งช่วยสร้างต้นแบบการผลิตอาหารที่สมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

การดำเนินงานของ Wellness Veggie from NU FARM ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรที่เปิดโอกาสให้คณาจารย์ นักวิจัย และนิสิตร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมการผลิตอาหารปลอดภัย พร้อมถ่ายทอดแนวทางการทำเกษตรที่ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดการใช้สารเคมี และส่งเสริมการบริโภคที่รับผิดชอบ เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน

กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสร้างแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรที่เชื่อมโยงการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการเข้าด้วยกัน ผ่านการผลิตอาหารปลอดภัย การพัฒนาศักยภาพของนิสิต และการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ เพื่อร่วมสร้างระบบอาหารที่มีคุณภาพ สนับสนุนสุขภาวะของผู้บริโภค และขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนของสังคม

ม.นเรศวร พัฒนานวัตกรรม I-Sec Technology ยกระดับโปรตีนทางเลือกจากแมงสะดิ้งและไก่ สู่การผลิตอาหารแห่งอนาคตอย่างยั่งยืน

วันพุธที่ 10 ธันวาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ขนิษฐา รุตรัตนมงคล ร่วมกับบริษัท ไทย เอนโท ฟู้ด จำกัด พัฒนา I-Sec Technology นวัตกรรมการสกัดโปรตีนจาก แมงสะดิ้ง (Acheta domesticus) และชิ้นส่วนไก่เหลือใช้ เพื่อเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบ ลดของเสียจากอุตสาหกรรมอาหาร และผลิตโปรตีนเข้มข้นที่มีความปลอดภัยและคุณค่าทางโภชนาการสูง รองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มแห่งอนาคต

การพัฒนานวัตกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้การสนับสนุนของ คณะกรรมการนโยบายและอำนวยการพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคงของชาติ (นพช.) โดยมีเป้าหมายในการยกระดับจิ้งหรีดและชิ้นส่วนไก่เหลือใช้ให้เป็น “Super Protein” ที่ได้มาตรฐานสากล สอดคล้องกับแนวคิด เศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) และสามารถตอบโจทย์ความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหารของโลกในอนาคต

หัวใจสำคัญของนวัตกรรมคือ I-Sec Technology ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแยกโปรตีนจากจิ้งหรีดและไก่แบบอัตโนมัติครบวงจรแห่งแรกของโลก สามารถควบคุมอุณหภูมิ อัตราการป้อนวัตถุดิบ และค่าการทำงานต่าง ๆ ได้แบบ Real-time ช่วยให้กระบวนการผลิตมีความแม่นยำ ลดความผิดพลาด และรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้มีความสม่ำเสมอ พร้อมทั้งใช้กระบวนการอุณหภูมิต่ำและสภาวะออกซิเจนต่ำเพื่อคงคุณค่าทางโภชนาการของโปรตีน

เทคโนโลยีดังกล่าวยังช่วยลดการใช้สารเคมี ประหยัดพลังงาน ลดระยะเวลาในการผลิต และใช้วัตถุดิบได้อย่างคุ้มค่าสูงสุด จนสามารถลดของเสียจากกระบวนการผลิตได้เกือบทั้งหมด สอดคล้องกับแนวคิด เทคโนโลยีสีเขียว และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเปลี่ยนวัตถุดิบที่เคยเป็นของเหลือให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร

ผลจากการพัฒนางานวิจัยได้นำไปสู่การสร้างผลิตภัณฑ์ Sixtein (ผงโปรตีนจิ้งหรีด) และ Chixtein (ผงโปรตีนไก่) ซึ่งเป็นวัตถุดิบโปรตีนทางเลือกที่สามารถนำไปต่อยอดในการผลิตอาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ รองรับความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับโภชนาการ ความปลอดภัย และความยั่งยืนของระบบอาหาร

รองศาสตราจารย์ ดร.ขนิษฐา รุตรัตนมงคล กล่าวว่า ประเทศไทยมีฟาร์มเลี้ยงแมลงมากกว่า 10,000 ฟาร์ม กระจายอยู่ทั่วประเทศ จึงมีศักยภาพในการพัฒนาจิ้งหรีดให้เป็นวัตถุดิบมูลค่าสูง โดยเลือกใช้ แมงสะดิ้ง หรือจิ้งหรีดสายพันธุ์ Acheta domesticus ซึ่งเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่ได้รับอนุญาตให้บริโภคในยุโรป ทำให้มีโอกาสต่อยอดสู่ตลาดสากล พร้อมทั้งใช้เทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) เพื่อยกระดับวัตถุดิบไทยให้สามารถแข่งขันในอุตสาหกรรมอาหารระดับโลก

ผลงานวิจัยดังกล่าวยังเป็นความสำเร็จของ รองศาสตราจารย์ ดร.ขนิษฐา รุตรัตนมงคล ในฐานะหนึ่งในนักวิจัยโครงการ RAN Top 100 ของเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (RUN Office) ซึ่งมุ่งผลักดันผลงานวิจัยที่มีศักยภาพให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง และยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมอาหารไทยผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมทั้ง ส่งเสริมต่อยอดสู่งานวิจัยเชิงพาณิชย์ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนำเทคโนโลยีไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ สร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมของประเทศอย่างยั่งยืน
ที่มาภาพและข่าว: ไทยโพสต์

ม.นเรศวร พัฒนา Banana Powder Shots Sun Protection ยกระดับกล้วยไข่ไทยสู่นวัตกรรมอาหารมูลค่าสูง

ตุลาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดย ศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงจารุภา วิโยชน์ อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ พร้อมคณะนักวิจัย ร่วมกับ บริษัท เนเจอร์ พาวเวอร์ จำกัด พัฒนาผลิตภัณฑ์ Banana Powder Shots Sun Protection จากกล้วยไข่ไทย โดยได้รับการสนับสนุนจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) เพื่อผลักดันงานวิจัยสู่ผลิตภัณฑ์อาหารมูลค่าสูงและการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์

งานวิจัยดังกล่าวต่อยอดจากการศึกษาคุณสมบัติของ กล้วยไข่ ซึ่งเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่สามารถปลูกได้ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยพบว่ากล้วยไข่มีปริมาณ เบต้าแคโรทีน สูง และมีศักยภาพในการนำมาพัฒนาเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์นิวทริคอสเมติกส์ หรือผลิตภัณฑ์อาหารที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพและความงามจากภายใน

ก่อนหน้านี้ คณะนักวิจัยได้พัฒนา ผลิตภัณฑ์นิวตราซูติคอลเม็ดเคี้ยวกล้วยไข่ผสมน้ำมันเมล็ดกัญชง โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) และนำองค์ความรู้จากผลิตภัณฑ์ต้นแบบมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบ Powder Shots ซึ่งรับประทานได้สะดวกและตอบสนองพฤติกรรมของผู้บริโภคมากขึ้น

การพัฒนา Banana Powder Shots Sun Protection ให้ความสำคัญกับการคัดเลือกวัตถุดิบ ตั้งแต่สายพันธุ์ของกล้วยไข่ ระดับความสุก ความหวาน และช่วงเวลาการเก็บเกี่ยว เพื่อให้ได้ปริมาณเบต้าแคโรทีนที่เหมาะสม รวมถึงการควบคุมแสงและความร้อนระหว่างกระบวนการผลิต เนื่องจากเบต้าแคโรทีนเป็นสารที่สลายตัวได้ง่าย

นอกจากนี้ ทีมนักวิจัยและภาคเอกชนยังร่วมกันพัฒนาคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ให้ผงกล้วยละลายในปากได้ดี ลดการติดค้างบริเวณฟันและช่องปาก และมีรสชาติเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค โดยมุ่งใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติและลดการใช้สารสังเคราะห์ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและเหมาะสมต่อการผลิตในระดับอุตสาหกรรม

โครงการอยู่ระหว่างการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบและการทดสอบการดูดซึมเบต้าแคโรทีน รวมถึงการทดสอบกับอาสาสมัคร การประเมินทางคลินิก และการทดสอบความพึงพอใจของผู้บริโภค ก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิตในระดับ Pilot Scale และการขอรับรองมาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการผลิตและวางจำหน่ายจริง

การใช้กล้วยไข่เป็นวัตถุดิบหลักช่วยสนับสนุน เกษตรกรและผลผลิตทางการเกษตรของไทย เพิ่มมูลค่าให้วัตถุดิบภายในประเทศ และสร้างโอกาสในการพัฒนากล้วยไข่เป็นวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ นอกจากนี้ หากผลิตภัณฑ์ได้รับการตอบรับที่ดี ยังสามารถพัฒนาเป็นวัตถุดิบสำหรับจำหน่ายให้แก่ผู้ประกอบการรายอื่น และขยายผลสู่อุตสาหกรรม Functional Food และ Nutricosmetics ได้

ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยนเรศวร บริษัท เนเจอร์ พาวเวอร์ จำกัด และ บพข. แสดงให้เห็นถึงบทบาทของเครือข่ายภาครัฐ มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน ในการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากห้องปฏิบัติการเข้าสู่กระบวนการผลิตจริง พร้อมเปิดโอกาสให้นักวิจัยนำข้อเสนอแนะจากผู้ประกอบการและผู้บริโภคมาปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ตลาดมากยิ่งขึ้น

การพัฒนา Banana Powder Shots Sun Protection จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการสร้างความมั่นคงและมูลค่าเพิ่มให้ระบบอาหารของประเทศ ผ่านการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร พร้อมทั้ง ส่งเสริมต่อยอดสู่งานวิจัยเชิงพาณิชย์ ยกระดับความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย และสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารมูลค่าสูงทั้งในประเทศและตลาดสากล

ที่มาภาพและข่าว: SALIKA

ม.นเรศวร จัดกิจกรรม MS2O Organic Market ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ เชื่อมโยงผู้ผลิตสู่ผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

กันยายน 2568 คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม MS2O Organic Market ประจำเดือนกันยายน 2568 เพื่อส่งเสริมการบริโภคอาหารที่ปลอดภัย สนับสนุนสินค้าเกษตรอินทรีย์จากผู้ผลิตท้องถิ่น และสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้ผลิต ผู้บริโภค และชุมชน ภายใต้แนวคิดการพัฒนาระบบอาหารที่ยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

ภายในงานมีการจำหน่าย ผัก ผลไม้ ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ และอาหารคุณภาพ จากผู้ผลิตท้องถิ่นที่นำผลผลิตส่งตรงจากแหล่งผลิตถึงผู้บริโภค ช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้แก่เกษตรกร สร้างรายได้ให้ชุมชน และส่งเสริมให้ผู้บริโภคเข้าถึงอาหารที่ปลอดภัย สดใหม่ และมีคุณค่าทางโภชนาการ

กิจกรรมเด่นประจำเดือน คือ MINI Workshop “สบู่ใบฝรั่ง” โดย คุณณัฐวรารินทร์ เม่งมั่งมี จากณัฐวรารินทร์ฟาร์ม ซึ่งถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการผลิตสบู่จากวัตถุดิบธรรมชาติ พร้อมแบ่งปันแนวทางการนำทรัพยากรในท้องถิ่นมาเพิ่มมูลค่า และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อลดการใช้สารเคมีและส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การจัดเวิร์กชอปครั้งนี้ยังเป็นการเผยแพร่ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าร่วมเห็นคุณค่าของการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ผ่านการเรียนรู้จากผู้ผลิตโดยตรง ซึ่งสามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดในการดำเนินชีวิต การสร้างอาชีพ หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนได้ในอนาคต

นอกจากการเป็นตลาดจำหน่ายสินค้าแล้ว MS2O Organic Market ยังเป็นพื้นที่แห่งการสร้าง เครือข่ายความร่วมมือ ระหว่างมหาวิทยาลัย เกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค เพื่อสนับสนุนระบบอาหารที่ยั่งยืน ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการผลิต การแปรรูป และการบริโภคอย่างรับผิดชอบ ตลอดจนสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากของชุมชน

การดำเนินกิจกรรมดังกล่าวสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการส่งเสริม ความมั่นคงทางอาหาร การบริโภคและการผลิตอย่างรับผิดชอบ และการสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน โดยสนับสนุนเกษตรกรไทยให้มีช่องทางจำหน่ายผลผลิต เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ พร้อมสร้างความตระหนักแก่ผู้บริโภคในการเลือกใช้สินค้าเกษตรอินทรีย์และผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

กิจกรรม MS2O Organic Market เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่านการเชื่อมโยงผู้ผลิตกับผู้บริโภค การสนับสนุนเกษตรอินทรีย์ การส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ชุมชน และผู้ประกอบการ เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบอาหารที่ปลอดภัย สร้างรายได้ให้เกษตรกร และใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าเพื่อประโยชน์ของสังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

ม.นเรศวร จัดงานเกษตรนเรศวร ครั้งที่ 19 ส่งเสริมเกษตรยั่งยืนและการพัฒนาเมืองอย่างสมดุล

วันอังคารที่ 18 สิงหาคม 2568 คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดงาน งานเกษตรนเรศวร ครั้งที่ 19 ภายใต้แนวคิด “ผสานนวัตกรรม สร้างสรรค์โลกแห่งเกษตรดิจิทัล เพื่อความมั่งคั่ง ปลอดภัย และยั่งยืน” โดยมุ่งเน้นการสื่อสารองค์ความรู้ด้าน เกษตรยั่งยืน พร้อมเชื่อมโยงเทคโนโลยีสู่การพัฒนาชุมชนเกษตรในจังหวัดพิษณุโลกและพื้นที่ใกล้เคียง

ภายในงานมีการจัดแสดงผลผลิตทางการเกษตรจากเกษตรกรและผู้ประกอบการในท้องถิ่น ซึ่งรวมถึงต้นไม้หลากหลายพันธุ์ ไม้ยืนต้น พืชสวนครัว กล้วยไม้ รวมถึงสินค้าเกษตรคุณภาพ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของการผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงวิถีการปลูกพืชอย่างยั่งยืนในชีวิตประจำวัน

การจัดแสดงพืชและต้นไม้ชนิดต่าง ๆ ภายในพื้นที่ยังช่วยส่งเสริมให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการเพิ่มพื้นที่สีเขียวทั้งในบ้านและสถานที่ทำงาน อันเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาเมืองให้น่าอยู่ ช่วยลดความร้อนในเขตชุมชน ลดการใช้พลังงานในระบบปรับอากาศ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่ประชาชน

พื้นที่จำหน่ายสินค้าท้องถิ่น เสื้อผ้า งานหัตถกรรม อาหาร และสัตว์สวยงาม เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามผลักดันเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ช่วยเพิ่มช่องทางการตลาดให้เกษตรกรรายย่อย ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และสร้างโอกาสให้ผู้ผลิตท้องถิ่นได้เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง

นอกจากนี้ กิจกรรมยังมุ่งเน้นการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านนวัตกรรมเกษตรสมัยใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการพัฒนาภาคเกษตรให้สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ ความต้องการอาหารที่ปลอดภัย และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า อันเป็นหัวใจของการพัฒนาระบบอาหารที่ยั่งยืนในระยะยาว

การจัดงานในสถานที่ภายในมหาวิทยาลัยนเรศวรยังเป็นการใช้พื้นที่เพื่อสนับสนุนกิจกรรมที่สร้างคุณค่าให้ชุมชน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาเมืองและพื้นที่การศึกษาให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และพัฒนาอย่างสมดุล พร้อมสนับสนุนการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน

งานเกษตรนเรศวร ครั้งที่ 19 ครั้งนี้ เป็นส่วนสำคัญของกระบวนการสร้างความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา ชุมชน และภาคการผลิต โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการยกระดับภาคเกษตรของภูมิภาคให้มั่นคง มีคุณภาพ และสามารถพัฒนาไปสู่ระบบ เกษตรยั่งยืน ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านอาหาร ความเป็นอยู่ และการพัฒนาที่ยั่งยืนของเมืองและชุมชนในอนาคต

ม.นเรศวร ส่งเสริมเป็นมหาวิทยาลัยแนวหน้าด้านเทคโนโลยีการอาหาร

มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยหลักสูตรปริญญาตรี สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร ภาควิชาอุตสาหกรรมเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับการอนุมัติรับรองหลักสูตรมาตรฐานระดับนานาชาติจาก Institute of Food Technologists (IFT), USA ถือเป็นก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยไทยในการยกระดับคุณภาพการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหารสู่มาตรฐานสากล

การรับรองดังกล่าวมีผลระหว่างปี ค.ศ. 2025-2030 โดยหลักสูตรนี้เป็นหนึ่งในเพียง 4 สถาบันของประเทศไทยที่ผ่านเกณฑ์การรับรองจาก IFT ซึ่งเป็นองค์กรนานาชาติที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร รวมถึงการสร้างเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารทั่วโลก

หลักสูตรที่ได้รับการรับรองนี้สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพและมาตรฐานที่สูงของการเรียนการสอน และยังเป็นการยืนยันถึงศักยภาพของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้านวิทยาศาสตร์อาหาร ที่สามารถสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อ ส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร และความยั่งยืนในอนาคต

การเรียนการสอนในหลักสูตรเน้นการบูรณาการองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์การอาหารกับการประยุกต์ใช้จริง เพื่อให้นักศึกษามีทักษะพร้อมปฏิบัติ สามารถก้าวสู่ตลาดแรงงานทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติได้อย่างมั่นใจ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา การศึกษาที่มีคุณภาพ ให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงในระดับโลก

คณะกรรมการประเมินจาก IFT ได้ทำการตรวจสอบคุณภาพหลักสูตรในหลายมิติ ทั้งด้านโครงสร้างการเรียนการสอน การวิจัย การสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอก ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพของนักศึกษา ซึ่งผลลัพธ์สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มแข็งของหลักสูตรและการทำงานอย่างเป็นระบบของคณาจารย์และบุคลากร

ความสำเร็จครั้งนี้ยังเกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นคณาจารย์ พนักงาน ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน ผู้บริหารมหาวิทยาลัย รวมถึงหน่วยงานภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชน ที่มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนและผลักดันให้หลักสูตรมีความเข้มแข็งและสามารถแข่งขันได้ในระดับนานาชาติ

การได้รับการรับรองหลักสูตรในครั้งนี้ จึงไม่เพียงแต่เป็นความภาคภูมิใจของคณะเกษตรศาสตร์ฯ เท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ ส่งเสริมเป็นมหาวิทยาลัยแนวหน้าด้านเทคโนโลยีการอาหาร เพื่อสร้างกำลังคนที่สามารถตอบสนองต่อความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหาร และสนับสนุนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในอนาคต


ม.นเรศวร ร่วมสืบสานประเพณีปลูกข้าวชาวเทา–แสด สร้างความรู้และชุมชนยั่งยืน

วันอังคารที่ 26 พฤศจิกายน 2567 ดร.พิสุทธิ์ อภิชยกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และการถ่ายทอดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานกล่าวเปิดกิจกรรมลงแขกปลูกข้าวชาวเทา – แสด ณ วิชชาลัยข้าวและชาวนา มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 100 คน

กิจกรรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมจากหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย ประกอบด้วย ผู้บริหาร บุคลากร นิสิต คณะครู และนักเรียนชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนอนุบาลและประถมสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งมีส่วนร่วมในการลงมือปฏิบัติการปลูกข้าวอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ยังมีผู้เข้าร่วมจากภายนอกมหาวิทยาลัย ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลท่าโพธิ์ กลุ่มผู้สูงอายุ และชุมชนท้องถิ่น โดยกลุ่มผู้สูงอายุถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับประเพณีการปลูกข้าวและวิธีการดูแลข้าวตามแนวปฏิบัติของชาวเทา – แสด

กิจกรรมลงแขกปลูกข้าวครั้งนี้มุ่งเน้นการส่งเสริมความรู้เรื่องเกษตรกรรมแบบยั่งยืน การรักษาพันธุ์ข้าวพื้นเมือง และการสร้างความเข้าใจด้านความมั่นคงทางอาหารแก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป

นอกจากการปลูกข้าวแล้ว กิจกรรมยังจัดให้มีการเรียนรู้ขั้นตอนการเตรียมแปลง การหว่านเมล็ด การดูแลต้นกล้า และการเก็บเกี่ยว เพื่อให้นิสิตและเยาวชนสามารถเรียนรู้การเกษตรเชิงปฏิบัติอย่างครบวงจร

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ยังช่วยสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ชุมชน และหน่วยงานท้องถิ่น สร้างความสัมพันธ์ที่ดี และสนับสนุนการพัฒนาทักษะการทำงานร่วมกันของคนในชุมชน

สุดท้าย การลงแขกปลูกข้าวชาวเทา – แสด สะท้อนถึงความสำคัญของการอนุรักษ์วัฒนธรรมการเกษตร การรักษาพันธุ์ข้าวท้องถิ่น และการสร้างโอกาสทางการเรียนรู้แก่เยาวชนและประชากรทั่วไปอย่างยั่งยืน โดยใช้วิชาการและประสบการณ์จากรุ่นสู่รุ่นเป็นแนวทางในการพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่อง

ม.นเรศวร จับมือบริษัทน้ำตาลพิษณุโลก พัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลสู่ความยั่งยืน

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2567 รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมด้วยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรสิทธิ์ โทจำปา คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับบริษัท น้ำตาลพิษณุโลก จำกัด นำโดยนายเอกรัตน์ เตชะเวช กรรมการบริหารบริษัท ณ ห้องประชุมนเรศวร 304 ชั้น 3 อาคารสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษา วิจัย และพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลให้มีความยั่งยืน

ความร่วมมือเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล

รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการต่อยอดพันธกิจของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็น “มหาวิทยาลัยเพื่อสังคมของผู้ประกอบการ” โดยการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมให้เติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยมีผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาที่สามารถร่วมมือกับบริษัทน้ำตาลพิษณุโลกในการพัฒนางานวิจัย เทคโนโลยี และกระบวนการผลิตอ้อยและน้ำตาล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ลดการเผาอ้อย ส่งเสริมเกษตรยั่งยืน

บริษัทน้ำตาลพิษณุโลกมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยนเรศวรมากว่า 10 ปี โดยมีการต่ออายุข้อตกลงทุก 5 ปี เพื่อพัฒนาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างกัน ซึ่งส่งผลให้การผลิตอ้อยสดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปัจจุบันบริษัทสามารถลดการเผาอ้อยลงจนเหลือเพียง 3% จากทั้งหมด และตั้งเป้าให้การผลิตอ้อยในอนาคตเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

พัฒนาเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์จากอ้อย

นายเอกรัตน์ เตชะเวช กรรมการบริหารบริษัทน้ำตาลพิษณุโลก กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตอ้อยและน้ำตาลรายใหญ่อันดับสองของโลก กลุ่มไทยรุ่งเรืองอุตสาหกรรม ซึ่งบริษัทน้ำตาลพิษณุโลกเป็นส่วนหนึ่ง มุ่งมั่นยกระดับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลสู่ความยั่งยืน ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต การทดสอบพันธุ์อ้อยใหม่ การบริหารจัดการไร่อ้อย และการใช้ของเหลือจากกระบวนการผลิต เช่น กากอ้อย เพื่อนำไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม เช่น ภาชนะจากกากอ้อย ไบโอพลาสติก และอาหารสัตว์

สอดคล้องกับเป้าหมาย SDGs

ความร่วมมือครั้งนี้ดำเนินการภายใต้กรอบของ SDG2 (การยุติความหิวโหย) โดยการพัฒนาเทคโนโลยีและความรู้เพื่อเพิ่มผลผลิตและสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับชาวไร่อ้อย อีกทั้งยังสนับสนุน SDG17 (หุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน) ผ่านการทำงานร่วมกันระหว่างภาคการศึกษาและภาคเอกชนเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน

วิจัยและพัฒนาต่อเนื่องเพื่อเศรษฐกิจไทย

มหาวิทยาลัยนเรศวรและบริษัทน้ำตาลพิษณุโลกจะดำเนินโครงการวิจัยและพัฒนาต่อเนื่องในหลายด้าน เช่น วิทยาศาสตร์การเกษตร วิศวกรรมศาสตร์ อุตสาหกรรมเกษตร เศรษฐศาสตร์ และสังคมศาสตร์ เพื่อให้เกิดนวัตกรรมที่ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลในประเทศไทย และส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งเกษตรกร ภาคอุตสาหกรรม และเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

ที่มา: ข่าว/ภาพ พิษณุโลกฮอตนิวส์

ม.นเรศวร เปิดรับนิสิตลงทะเบียนเรียนรายวิชาศึกษาทั่วไป เสริมทักษะเกษตรและอาหารอย่างยั่งยืน

คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ประกาศเปิดรับนิสิตลงทะเบียนเรียน รายวิชาศึกษาทั่วไป (GE) ประจำภาคเรียนที่ 2/2567 โดยมีจุดมุ่งหมายในการเสริมสร้างความรู้ด้านเกษตร อาหาร และวิถีชีวิตอย่างยั่งยืน

สำหรับภาคเรียนนี้ คณะเกษตรศาสตร์ฯ ได้แนะนำ รายวิชาใหม่ 002314 ทักษะผู้ประกอบการและนวัตกรด้านอาหาร เพื่อให้นิสิตได้เรียนรู้ทักษะการเป็นผู้ประกอบการด้านอาหาร ทั้งกระบวนการคิดสร้างสรรค์ และแนวทางการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลก พร้อมสร้างประสบการณ์จริงและกิจกรรมการเรียนรู้ที่สนุกสนาน

นอกจากนี้ยังเปิดให้ลงทะเบียนอีก 3 รายวิชา ได้แก่ 002211 วิถีชีวิตตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในศตวรรษที่ 21 ที่มุ่งเน้นความรู้ด้านการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางสิ่งแวดล้อม

รายวิชา 002404 อาหารและวิถีชีวิต เปิดโอกาสให้นิสิตศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างอาหารและวัฒนธรรม วิถีชีวิตชุมชน และผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความเข้าใจด้านความมั่นคงอาหารและโภชนาการ

อีกหนึ่งรายวิชา 002206 แอนโทรโปซีน ช่วยให้นิสิตเข้าใจการเปลี่ยนแปลงทางสิ่งแวดล้อมและผลกระทบต่อวิถีชีวิตมนุษย์ สอดคล้องกับแนวคิดความยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

นิสิตที่สนใจสามารถลงทะเบียนเรียนผ่านระบบ www.reg.nu.ac.th ตามช่วงเวลาที่มหาวิทยาลัยกำหนด เพื่อวางแผนการเรียนรู้และเสริมสร้างทักษะด้านเกษตร อาหาร และสิ่งแวดล้อมอย่างครบวงจร

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ งานบริการการศึกษา สำนักงานเลขานุการคณะเกษตรศาสตร์ฯ อาคาร 2 หรือโทร 055-962707 เพื่อรับคำแนะนำเกี่ยวกับรายวิชาและแนวทางการลงทะเบียนเรียน

กิจกรรมการเรียนการสอนของคณะเกษตรศาสตร์ฯ ในภาคเรียนนี้ มุ่งเน้นการสร้างองค์ความรู้ที่ใช้งานได้จริง ส่งเสริมการเรียนรู้แบบบูรณาการ และสนับสนุนการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการเป็นผู้ประกอบการและนักนวัตกรรมด้านอาหารในอนาคต

ม.นเรศวร ชวนร่วมกิจกรรมสุขเสลา มาร์เก็ต “สุข สุก ศุกร์” ส่งเสริมการเรียนรู้และการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน

วันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคม 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรมสุขเสลา มาร์เก็ต Season “สุข สุก ศุกร์” ณ สวนเสลา หน้าอาคารวิสุทธิกษัตริย์ เพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์กิจกรรมทางวัฒนธรรมและการตลาดแบบยั่งยืนให้กับนักศึกษา บุคลากร และประชาชนทั่วไป

กิจกรรมครั้งนี้เปิดตัวเสื้อสุขเสลาสุดคิ้วท์ สำหรับผู้เข้าร่วมงานทุกคน สามารถเลือกซื้อในราคาย่อมเยา พร้อมส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบผ่านโปรโมชั่นลดทันที 5 บาท สำหรับผู้ที่นำแก้วหรือภาชนะส่วนตัวมาใช้ เพื่อสนับสนุนแนวคิดลดขยะและป้องกันการใช้พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง

นอกจากนี้ยังมีเวิร์กชอป DIY งานไวนิลถุงตาข่ายใส่แก้วน้ำให้ผู้เข้าร่วมเรียนรู้และสร้างสรรค์งานด้วยตนเองฟรี เพื่อส่งเสริมทักษะการใช้วัสดุอย่างคุ้มค่าและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสิ่งของที่มีอยู่แล้ว

กิจกรรม “How to แยก” ให้ความรู้เกี่ยวกับการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธีแก่ผู้เข้าร่วมงาน เพื่อสร้างความตระหนักในการจัดการขยะ ลดปริมาณขยะ และสนับสนุนการนำวัสดุกลับมาใช้ซ้ำ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการบริโภคอย่างยั่งยืน

ช่วงเย็นมีการจัดนิทรรศการ Night at the Museum เรื่อง Halloween: Thai Ghost ให้ผู้เข้าร่วมงานเรียนรู้และเพลิดเพลินไปกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทย พร้อมกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และการเรียนรู้เชิงประสบการณ์

กิจกรรมแต่งผีเดินเล่นภายในงานสุขเสลา มาร์เก็ต มีการมอบคูปองแทนเงินสด 20 บาท สำหรับผู้เข้าร่วมที่แต่งกายสร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมความสนุกสนานและการมีส่วนร่วมของผู้เข้าร่วมทุกเพศทุกวัย

มหาวิทยาลัยนเรศวรมุ่งเน้นการจัดกิจกรรมสุขเสลา มาร์เก็ตให้เป็นพื้นที่เรียนรู้ สร้างสรรค์ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างนักศึกษา ชุมชน และผู้ประกอบการรายย่อย พร้อมส่งเสริมแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน การใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ และการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin