ม.นเรศวร เปิด NU FRIENDZONE CLINIC พื้นที่ดูแลสุขภาวะจิตใจนิสิต

วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม 2568 คลินิกเพื่อการประเมินและให้คำปรึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดให้บริการ NU FRIENDZONE CLINIC เพื่อเป็นพื้นที่ให้คำปรึกษาและดูแลสุขภาวะจิตใจของนิสิตอย่างเป็นมิตรและเข้าถึงได้

NU FRIENDZONE CLINIC ให้บริการทั้งรูปแบบพบหน้าและออนไลน์ เพื่อให้นิสิตสามารถเลือกช่องทางที่เหมาะสมกับความสะดวกและสถานการณ์ของตนเอง โดยมุ่งให้การรับฟังและคำปรึกษาด้วยความเข้าใจ

บริการแบบพบหน้าเปิดให้บริการในวันอังคารและวันพุธ เวลา 09.00–16.00 น. ณ ชั้น 4 ห้องปฏิบัติการทางจิตวิทยา คณะสังคมศาสตร์ ขณะที่บริการออนไลน์เปิดให้บริการวันอังคาร–วันศุกร์

นิสิตสามารถติดต่อขอรับคำปรึกษาผ่านช่องทางออนไลน์ได้ รวมถึงส่งข้อความผ่าน Inbox Facebook นอกเวลาทำการ เพื่อให้การเข้าถึงความช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตมีความต่อเนื่องและเหมาะสมกับวิถีชีวิตของนิสิต

การให้บริการผ่านระบบออนไลน์ช่วยลดข้อจำกัดด้านเวลาและการเดินทาง ทำให้นิสิตสามารถเข้าถึงบริการได้สะดวกขึ้น อีกทั้งช่วยลดการใช้ทรัพยากรและสนับสนุนการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยอย่างคุ้มค่า

คลินิกมุ่งเน้น ส่งเสริมการมีสุขภาวะที่ดี การสร้างเสริมสุขภาพ (Health Promotion) กายและใจ ควบคู่กับการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการดูแลตนเอง เพื่อให้นิสิตมีความพร้อมในการเรียน การใช้ชีวิต และการอยู่ร่วมกับผู้อื่น

การเปิด NU FRIENDZONE CLINIC สะท้อนความตั้งใจของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย อบอุ่น และเอื้อต่อการเรียนรู้ โดยยึดหลักว่า ทุกปัญหาของนิสิตได้รับการดูแลด้วยใจ

ม.นเรศวร จับมือ สสปท. สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย มุ่งลดอุบัติเหตุจากการทำงานอย่างยั่งยืน

วันพุธที่ 23 กรกฎาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จรูญ สารินทร์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ ได้ให้การต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน “ความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในส่วนภูมิภาค จังหวัดพิษณุโลก ประจำปี 2568” พร้อมเปิดกิจกรรม “วันความปลอดภัยมหาวิทยาลัยนเรศวร ครั้งที่ 3 (NU Safety Day 2025)”

การจัดงานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.นันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (องค์การมหาชน) หรือ สสปท. เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ซึ่งนับเป็นปีแรกที่มหาวิทยาลัยได้ร่วมมือกับ สสปท. อย่างเป็นทางการ

ความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อผลักดันแนวทางการพัฒนาองค์ความรู้ ทักษะ ตลอดจนสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย มุ่งลดอุบัติเหตุจากการทำงานอย่างยั่งยืน ให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมในทุกภาคส่วน

การส่งเสริมความปลอดภัยและอาชีวอนามัย เป็นกลไกสำคัญในการดูแลสุขภาพและสวัสดิภาพของบุคลากร ซึ่งช่วยป้องกันการบาดเจ็บและลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วยที่เกิดจากการทำงาน เพื่อรับประกันว่าผู้ปฏิบัติงานทุกคนจะมีสุขภาวะที่ดีและปลอดภัยในทุกขั้นตอน

นอกจากการดูแลในระดับบุคคล กิจกรรมนี้ยังมุ่งสร้างความตระหนักรู้แก่กลุ่มแรงงาน ผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในภาคเหนือ เพื่อร่วมกันพัฒนาสภาพแวดล้อมในสถานที่ทำงานให้มีความปลอดภัย ครอบคลุม และพร้อมรับมือกับความเสี่ยง ซึ่งเป็นรากฐานของการสร้างสังคมการทำงานที่เข้มแข็ง

ภายในงานซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 – 24 กรกฎาคม 2568 ได้จัดให้มีกิจกรรมที่หลากหลาย ประกอบด้วย นิทรรศการความปลอดภัย การเสวนา การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ และการสาธิตอุปกรณ์ความปลอดภัย เพื่อสร้างจิตสำนึกในรูปแบบที่เข้าถึงง่ายและสามารถนำไปประยุกต์ใช้จริงในสถานประกอบการทุกระดับ

การขับเคลื่อนนโยบายด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นการสนับสนุนเป้าหมายหลักของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการก้าวสู่การเป็น “มหาวิทยาลัยเพื่อสังคมของผู้ประกอบการ” (University for Entrepreneurial Society) ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและมาตรฐานการทำงานของสังคมส่วนรวมให้ดียิ่งขึ้น

ม.นเรศวร ขับเคลื่อนโครงการ “ชาวท่าโพธิ์ ร่วมใจ สู่ชุมชนห่างไกลไข้เลือดออก”

วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม 2568 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ดำเนินการจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการภายใต้โครงการ “ชาวท่าโพธิ์ ร่วมใจ สู่ชุมชนห่างไกลไข้เลือดออก” กิจกรรมที่ 2 ณ ห้องปฏิบัติการอนามัยชุมชน ชั้น 2 อาคารปฏิบัติการ คณะสาธารณสุขศาสตร์ เพื่อมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาด้านสาธารณสุขในระดับท้องถิ่น

การดำเนินโครงการในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.นิทรา กิจธีระวุฒิวงษ์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ เป็นประธานในการเปิดโครงการและกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมการอบรม พร้อมด้วย อาจารย์สมเกียรติ ศรประสิทธิ์ ประธานหลักสูตรสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาอนามัยชุมชน เป็นผู้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานที่มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่

ภายในงานมีกลุ่มเป้าหมายหลักประกอบด้วย ผู้นำชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุข และประชาชนในพื้นที่ตำบลท่าโพธิ์ เข้าร่วมรับการถ่ายทอดองค์ความรู้ ทั้งในรูปแบบของการบรรยายทางวิชาการและการฝึกปฏิบัติจริง จากทีมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญของคณะสาธารณสุขศาสตร์อย่างพร้อมเพรียง

เป้าหมายสำคัญของการอบรมคือการเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจ ทักษะ และศักยภาพในการ ป้องกัน ควบคุม และเฝ้าระวังโรคไข้เลือดออก อย่างมีประสิทธิภาพ การส่งเสริมความรู้ด้านสาธารณสุขมูลฐานอย่างถูกวิธีนี้ เป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยดูแลสวัสดิภาพของคนในท้องถิ่น เพื่อให้ชุมชนมีสุขภาพดี และปลอดภัยจากโรคติดต่อที่มียุงลายเป็นพาหะ

นอกจากการดูแลสุขภาพในระดับบุคคลแล้ว โครงการดังกล่าวยังมุ่งหวังให้เกิดการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้และขยายผลการปฏิบัติจากระดับครัวเรือน ไปสู่ระดับชุมชน และเครือข่ายสุขภาพในวงกว้าง เพื่อร่วมกันจัดการสภาพแวดล้อมในพื้นที่ให้สะอาด ปลอดภัย ซึ่งเป็นรากฐานของการสร้างชุมชนที่น่าอยู่และยั่งยืน

การขับเคลื่อนความสำเร็จของกิจกรรมนี้ สะท้อนให้เห็นถึงพลังของ ความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ อย่างแท้จริง โดยเกิดจากการบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็งระหว่างสถาบันอุดมศึกษา หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ ซึ่งการผนึกกำลังจากทุกภาคส่วนคือเครือข่ายสำคัญในการแก้ไขปัญหาและลดอัตราการป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกในระยะยาว

การลงพื้นที่ปฏิบัติงานในครั้งนี้ยังตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัย ในการทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้เพื่อสังคม ที่พร้อมนำวิชาการและงานวิจัยลงสู่การปฏิบัติจริง เพื่อ เสริมสร้างศักยภาพชุมชนอย่างรอบด้าน สอดคล้องกับแนวทางการขับเคลื่อนสังคมให้เข้มแข็งและสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร จัดประกวดดาวรุ่งลูกทุ่งนเรศวร ครั้งที่ 15 สืบสานศิลปวัฒนธรรมไทย

วันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม 2568 กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดโครงการประกวดวงดนตรีลูกทุ่งพร้อมหางเครื่อง “ดาวรุ่งลูกทุ่งนเรศวร” ครั้งที่ 15 ชิงถ้วยพระราชทานระดับประเทศ ณ อาคารอเนกประสงค์ (โดม) มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีดร.จรัสดาว คงเมือง รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต ศิษย์เก่า และศิลปวัฒนธรรม เป็นประธาน

กิจกรรมจัดขึ้นเพื่ออนุรักษ์ สืบสาน และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่น ผ่านการแสดงดนตรีลูกทุ่งและศิลปะการแสดงร่วมสมัย อีกทั้งเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 35 ปี มหาวิทยาลัยนเรศวร

การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศมีทีมที่ผ่านเข้ารอบจำนวน 8 ทีม จากสถานศึกษาหลายพื้นที่ของประเทศ เปิดเวทีให้เยาวชนแสดงศักยภาพด้านการร้อง การบรรเลงดนตรี และการแสดงหางเครื่อง พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนจากต่างภูมิภาค

ผลการแข่งขันรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ นนทบุรี จังหวัดนนทบุรี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ โรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ กรุงเทพมหานคร และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ โรงเรียนจอมสุรางค์อุปถัมภ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

รางวัลชมเชย ได้แก่ โรงเรียนเมืองพัทยา 11 (มัธยมสาธิตพัทยา) จังหวัดชลบุรี โรงเรียนศรีกระนวนวิทยาคม จังหวัดขอนแก่น โรงเรียนราชดำริ กรุงเทพมหานคร โรงเรียนอุทัยธรรมานุวัตรวิทยา จังหวัดอุทัยธานี และโรงเรียนแม่วงก์พิทยาคม จังหวัดนครสวรรค์

สำหรับรางวัลพิเศษ นักร้องยอดเยี่ยมและดนตรียอดเยี่ยม ได้แก่ โรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ กรุงเทพมหานคร ขณะที่รางวัลหางเครื่องยอดเยี่ยม ได้แก่ โรงเรียนเมืองพัทยา 11 จังหวัดชลบุรี

การประกวดครั้งนี้ช่วยให้เยาวชนได้ใช้เวลาว่างอย่างมีคุณค่า ฝึกความรับผิดชอบ การทำงานเป็นทีม และการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ ขณะเดียวกันยังเป็นพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าร่วมพัฒนาความสามารถของตนเองผ่านดนตรีและศิลปวัฒนธรรม

กิจกรรมยังสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย สถานศึกษา ครู ผู้ปกครอง และเยาวชนจากทั่วประเทศ ในการร่วมอนุรักษ์และถ่ายทอดคุณค่าของดนตรีลูกทุ่งไทย สู่การเป็นเครือข่ายการเรียนรู้และพัฒนาเยาวชนอย่างต่อเนื่อง

มหาวิทยาลัยนเรศวรมุ่ง ส่งเสริมการมีสุขภาวะที่ดี การสร้างเสริมสุขภาพ (Health Promotion) กายและใจ ใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ และสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชน ผ่านกิจกรรมดนตรีและศิลปวัฒนธรรม ควบคู่กับการสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายสถานศึกษาทั่วประเทศ เพื่อพัฒนาศักยภาพเยาวชนและรักษาคุณค่าทางวัฒนธรรมของสังคม

ม.นเรศวร ส่งความห่วงใย คณะเภสัชศาสตร์มอบเวชภัณฑ์ช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคเหนือ

วันพุธที่ 30 กรกฎาคม 2568 คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดย รศ.ดร.ภญ.รัตติมา จีนาพงษา คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและบุคลากร ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อปฏิบัติภารกิจเพื่อสังคม โดยการนำสิ่งของบรรเทาทุกข์และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ไปมอบให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกระจายความช่วยเหลือ

การเดินทางในครั้งนี้มีจุดหมาย ณ มณฑลทหารบกที่ 39 เพื่อดำเนินการร่วมส่งมอบน้ำใจและอุปกรณ์ที่จำเป็น ให้แก่หน่วยงานทหารสำหรับนำไปช่วยเหลือและแจกจ่ายสู่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ โดยมี พลตรี ปฐวี ศรีสุข ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 และคณะ เป็นผู้ให้เกียรติรับมอบ

สำหรับสิ่งของที่นำไปสนับสนุนภารกิจบรรเทาทุกข์ในครั้งนี้ ประกอบด้วยเวชภัณฑ์พื้นฐานที่จำเป็นต่อการดูแลรักษาสุขภาพในสภาวะน้ำท่วมขัง ได้แก่ แป้งสำหรับทาผิว จำนวน 50 โหล ซึ่งมีสรรพคุณในการช่วยลดความอับชื้นและป้องกันผดผื่นคันที่มักเกิดขึ้นกับผู้ประสบภัยที่ต้องแช่น้ำเป็นเวลานาน

นอกจากนี้ยังมีการส่งมอบ น้ำเกลืออเนกประสงค์ ขนาด 200 มิลลิลิตร จำนวน 20 โหล สำหรับใช้ทำความสะอาดบาดแผลหรือชำระล้างสิ่งสกปรกเพื่อป้องกันการติดเชื้อ รวมถึง ยาแก้ท้องเสีย จำนวน 10 กล่อง ซึ่งเป็นยาสามัญประจำบ้านที่จำเป็นอย่างยิ่งในการรับมือกับโรคระบบทางเดินอาหารที่มักระบาดในช่วงที่มีน้ำหลาก

การมอบเวชภัณฑ์ดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีและสร้างหลักประกันด้านสุขภาวะที่ครอบคลุม การดูแลสุขภาพเบื้องต้นในสถานการณ์วิกฤตถือเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันการลุกลามของโรคติดต่อ และสนับสนุนให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการดูแลรักษาสุขภาพได้อย่างเท่าเทียมและทันท่วงที

การประสานความร่วมมือกับมณฑลทหารบกที่ 39 ยังเป็นการบูรณาการความช่วยเหลือเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบ การฟื้นฟูสภาพความเป็นอยู่และบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จะช่วยให้สังคมสามารถรับมือและฟื้นตัวจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ นำไปสู่การสร้างเมืองและชุมชนที่มีความปลอดภัยและยั่งยืน

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอส่งพลังใจและความห่วงใยไปยังผู้ประสบอุทกภัยทุกท่าน พร้อมยืนหยัดเคียงข้างพี่น้องประชาชนในยามยากลำบาก และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์ในพื้นที่ภาคเหนือจะคลี่คลายและทุกคนสามารถก้าวผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้อย่างปลอดภัยในเร็ววัน

ม.นเรศวร รณรงค์ความรู้เรื่องบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ผ่านกิจกรรม NU Playground Event

วันจันทร์ที่ 14 กรกฎาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม NU Playground Event: ตลาดนัดหน้าหอใน ระหว่างวันที่ 14–16 กรกฎาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ณ ลานกิจกรรมหน้าหอพักนิสิต (NU DORM) เนื่องในโอกาสครบรอบ 35 ปี แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยนเรศวร

กิจกรรมจัดขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่พักผ่อนและสร้างสรรค์สำหรับนิสิตหลังเลิกเรียน ควบคู่กับการสื่อสารความรู้เกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ให้เข้าถึงนิสิตในบรรยากาศที่เป็นกันเอง

เนื้อหาการรณรงค์มุ่งให้ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าต่อสุขภาพ ตลอดจนชวนให้นิสิตตระหนักถึงความสำคัญของการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง และการร่วมกันดูแลพื้นที่ส่วนรวมให้ปลอดจากควันบุหรี่

การสื่อสารผ่านกิจกรรมในพื้นที่หอพักช่วยให้ข้อมูลด้านสุขภาพเข้าถึงกลุ่มนิสิตได้ใกล้ชิด โดยเป็นการสร้างความเข้าใจที่สามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจดูแลสุขภาพของตนเองและเพื่อนรอบข้างได้

ภายในงาน นิสิตสามารถเดินเล่นตลาดนัด เลือกซื้ออาหารและสินค้าหลากหลาย รวมทั้งพักผ่อนกับการแสดง Mini Concert ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลายและความสัมพันธ์ที่ดีในชุมชนหอพัก

กิจกรรมดังกล่าวจึงเป็น พื้นที่แห่งความสุข พักผ่อน อิ่มท้อง ได้ความรู้ ที่เชื่อมโยงการใช้ชีวิตประจำวันของนิสิตเข้ากับการเรียนรู้ด้านสุขภาพ และสร้างทางเลือกในการใช้เวลาหลังเลิกเรียนอย่างเหมาะสม

มหาวิทยาลัยนเรศวรมุ่ง ส่งเสริมการมีสุขภาวะที่ดี การสร้างเสริมสุขภาพ (Health Promotion) กายและใจ ใช้เวลาว่าง ผ่านกิจกรรมที่สร้างสรรค์และเข้าถึงนิสิตได้อย่างใกล้ชิด เพื่อสนับสนุนชุมชนมหาวิทยาลัยที่ปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างต่อเนื่อง

ม.นเรศวร ชวนชมนิทรรศการ “How to ทิ้ง(ยา)” มุ่งสร้างความตระหนักรู้จัดการยาเหลือใช้เพื่อสิ่งแวดล้อมยั่งยืน

วันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน 2568 คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดนิทรรศการให้ความรู้ภายใต้ชื่อโครงการ “How to ทิ้ง(ยา)” ณ หอศิลป์มหาวิทยาลัยนเรศวร อาคารวิสุทธิกษัตริย์ ชั้น 2 เพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่สังคมเกี่ยวกับการจัดการเวชภัณฑ์อย่างถูกต้อง

กิจกรรมดังกล่าวเปิดโอกาสให้นิสิต บุคลากร และประชาชนทั่วไป ได้เข้ามาสัมผัสบรรยากาศสบาย ๆ ในช่วงปิดเทอม โดยผู้เข้าร่วมสามารถเดินชมการจัดแสดงเนื้อหา ถ่ายภาพกับมุมต่าง ๆ ที่สวยงาม พร้อมทั้งเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับ ยาเหลือใช้ ที่หลายคนอาจมองข้ามไปในชีวิตประจำวัน

ปัจจุบัน ปัญหาขยะทางการแพทย์ในระดับครัวเรือนกำลังเป็นประเด็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เนื่องจากการกำจัดยาเหลือใช้ที่ไม่ถูกวิธี อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพโดยไม่รู้ตัว ซึ่งสารเคมีจากยาที่เสื่อมสภาพเมื่อปนเปื้อนลงสู่ผืนดินและแหล่งน้ำจะสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศในระยะยาว

การจัดแสดงเนื้อหาภายในงานจึงมุ่งเน้นการให้สาระความรู้ควบคู่ไปกับความสนุกสนาน เพื่อส่งเสริม รูปแบบการบริโภคและการจัดการผลิตภัณฑ์อย่างมีความรับผิดชอบ การสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการคัดแยกขยะอันตราย ถือเป็นรากฐานของการลดปริมาณของเสียตั้งแต่ต้นทางและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

การจัดการยาเหลือใช้อย่างเป็นระบบยังช่วยยกระดับความปลอดภัยให้แก่ส่วนรวม การลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนของสารเคมีในสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย เป็นกลไกสำคัญในการผลักดันให้เกิด เมืองและชุมชนที่ปลอดภัย มีสภาพแวดล้อมที่ดี และมีความสามารถในการรับมือกับมลพิษทางสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน

โครงการรณรงค์และนิทรรศการนี้ขับเคลื่อนโดยความมุ่งมั่นของทีมนิสิตและคณาจารย์ นำโดย นิสิตเภสัชศาสตร์ ประภาศิริ ทีอุทิศ ประธานโครงการ พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภก. ดำรงศักดิ์ เป๊กทอง อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ ที่ร่วมกันสร้างสรรค์พื้นที่แห่งการเรียนรู้เพื่อรณรงค์ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในสังคม

ผู้ที่สนใจสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงเพื่อรักษ์โลกนี้ได้ โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางการจัดการยาที่ถูกต้องผ่านทางอินสตาแกรม psat.pharmasea เพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในการดูแลสุขภาพและสิ่งแวดล้อมระดับครัวเรือนให้เกิดความยั่งยืนต่อไป

ม.นเรศวร แลกเปลี่ยนเรียนรู้การขอรับรองมาตรฐานสำนักงานสีเขียว

วันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน 2568 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถ่ายทอดประสบการณ์การขอรับรองมาตรฐานสำนักงานสีเขียว แก่เจ้าหน้าที่สำนักงานเลขานุการคณะสาธารณสุขศาสตร์ ณ ห้องจัดกิจกรรม ชั้น 3 อาคารสุขวิทยาสถิตย์

รองศาสตราจารย์ ดร.นิทรา กิจธีระวุฒิวงษ์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ เป็นประธานกล่าวต้อนรับทีมวิทยากรและเปิดกิจกรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมบุคลากรในการดำเนินงานตามแนวทางมาตรฐานสำนักงานสีเขียว

ในการนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อนุพงศ์ วงค์ตามี รองคณบดีฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศ คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ร่วมบรรยายและถ่ายทอดประสบการณ์เกี่ยวกับการวางระบบงานและการบริหารจัดการสำนักงาน

คุณรุ่งรัตน์ พระนาค ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ พร้อมทีมบุคลากรกองอาคารสถานที่ ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับการจัดการอาคารสถานที่ การปรับปรุงภูมิทัศน์ และการเตรียมสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการดำเนินงานของหน่วยงาน

กิจกรรมครอบคลุมแนวทางการจัดเตรียมเอกสารและหลักฐานประกอบการตรวจประเมิน เพื่อให้บุคลากรสามารถนำความรู้ไปใช้ในการวางแผน กำหนดผู้รับผิดชอบ และติดตามผลการดำเนินงานได้อย่างเป็นระบบ

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งนี้ช่วยเสริมสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การดูแลพื้นที่ปฏิบัติงาน และการจัดการสำนักงานที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อันเป็นส่วนสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่น่าอยู่

คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จะนำแนวทางที่ได้รับไปประกอบการวางแผนและกำหนดนโยบาย เพื่อ ส่งเสริมมาตรฐานสำนักงานสีเขียวอย่างยั่งยืน และพัฒนาการดำเนินงานของหน่วยงานให้เกิดประโยชน์ต่อบุคลากรและสังคมโดยรวม

ม.นเรศวร รณรงค์เขตปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า 100%

วันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม 2568 งานกิจการนิสิตและศิษย์เก่าสัมพันธ์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมรณรงค์เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก โดยขอความร่วมมือประชาคมมหาวิทยาลัยปฏิบัติตามมาตรการ เขตปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า 100% เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน

วันงดสูบบุหรี่โลกตรงกับวันที่ 31 พฤษภาคมของทุกปี เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้ถึงผลกระทบของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าต่อสุขภาพของผู้สูบ ผู้ที่ได้รับควันบุหรี่มือสอง รวมถึงบุคคลในพื้นที่โดยรอบ

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการจัดสภาพแวดล้อมภายในมหาวิทยาลัยที่เอื้อต่อการเรียนรู้ การทำงาน และการใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย โดยส่งเสริมให้บุคลากร นิสิต และผู้มาติดต่อร่วมกันเคารพสิทธิของผู้อื่น

การงดสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าภายในพื้นที่มหาวิทยาลัย ช่วยลดความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจากควันบุหรี่และสารเคมี ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันโรคที่เกี่ยวเนื่องกับการสูบบุหรี่ในระยะยาว

มาตรการดังกล่าวยังช่วยพัฒนาพื้นที่มหาวิทยาลัยให้มีความสะอาด ปลอดภัย และน่าอยู่ ลดผลกระทบต่อคุณภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม อันเป็นพื้นฐานของการสร้างชุมชนการศึกษาที่มีคุณภาพ

ผู้ฝ่าฝืนการสูบบุหรี่ในเขตปลอดบุหรี่มีโทษปรับตามกฎหมายไม่เกิน 5,000 บาท จึงขอความร่วมมือทุกภาคส่วนปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบของมหาวิทยาลัยอย่างเคร่งครัด

การรณรงค์ครั้งนี้สะท้อนความร่วมมือของประชาคมมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ ส่งเสริมสุขภาวะที่ดี และร่วมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่ปลอดภัย น่าอยู่ และยั่งยืนสำหรับทุกคน

ม.นเรศวร จัดอบรมปฐมพยาบาลและ CPR ยกระดับความปลอดภัยชุมชน

วันอังคารที่ 20 พฤษภาคม 2568 ภาควิชาเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอก คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ่อทอง อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ดำเนินการจัดกิจกรรมสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ภายใต้ โครงการการป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนนในชุมชนตำบลบ่อทอง ปีงบประมาณ 2568 โดยมีผู้นำชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ตำบลบ่อทองเข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยบนท้องถนน และเพิ่มความพร้อมในการช่วยเหลือเบื้องต้นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันและลดความรุนแรงจากการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุจราจรในชีวิตประจำวันของคนในท้องถิ่น

ภายในงานได้มีการจัดการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับ การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีความเข้าใจที่ถูกต้องในการประเมินสถานการณ์ การป้องกันอันตรายซ้ำซ้อน และการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ณ จุดเกิดเหตุ ก่อนที่ระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินจะเดินทางมาถึง

นอกจากการให้ความรู้ทางทฤษฎีแล้ว ยังมีการสาธิตและฝึกปฏิบัติจริงในเรื่อง การช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) อย่างถูกวิธี โดยผู้เข้าร่วมโครงการทุกคนได้มีโอกาสลงมือปฏิบัติเพื่อฝึกทักษะกับหุ่นจำลอง เป็นการสร้างความมั่นใจและความชำนาญในการนำไปประยุกต์ใช้ช่วยเหลือผู้อื่นในยามวิกฤตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กิจกรรมดังกล่าวเป็นการขับเคลื่อนที่สอดคล้องกับการส่งเสริม การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของทุกคน โดยมุ่งเน้นการสร้างภูมิคุ้มกันทางความรู้ด้านสุขภาพและการแพทย์ฉุกเฉินให้แก่ประชาชน เพื่อให้ชุมชนสามารถดูแลรักษาสุขภาพและรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้อย่างทันท่วงที

พร้อมกันนี้ การรณรงค์เรื่องความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ยังเป็นการสนับสนุนการสร้าง เมืองและชุมชนที่ปลอดภัยและยั่งยืน โดยเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม สร้างจิตสำนึกที่ดีระดับบุคคล ขยายผลไปสู่การจัดการสภาพแวดล้อมบนท้องถนนในท้องถิ่นให้มีความปลอดภัยสำหรับผู้สัญจรทุกคน

ความสำเร็จของการดำเนินงานในระดับชุมชนเกิดจากการบูรณาการความรู้และทรัพยากร สร้างเครือข่าย ความร่วมมือเพื่อการพัฒนา ระหว่างสถาบันการศึกษาและหน่วยบริการสุขภาพในพื้นที่ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในสังคมให้มีความมั่นคงและปลอดภัยอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin