ม.นเรศวร จัดงานเกษตรนเรศวร ครั้งที่ 19 ส่งเสริมเกษตรยั่งยืนและการพัฒนาเมืองอย่างสมดุล

วันอังคารที่ 18 สิงหาคม 2568 คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดงาน งานเกษตรนเรศวร ครั้งที่ 19 ภายใต้แนวคิด “ผสานนวัตกรรม สร้างสรรค์โลกแห่งเกษตรดิจิทัล เพื่อความมั่งคั่ง ปลอดภัย และยั่งยืน” โดยมุ่งเน้นการสื่อสารองค์ความรู้ด้าน เกษตรยั่งยืน พร้อมเชื่อมโยงเทคโนโลยีสู่การพัฒนาชุมชนเกษตรในจังหวัดพิษณุโลกและพื้นที่ใกล้เคียง

ภายในงานมีการจัดแสดงผลผลิตทางการเกษตรจากเกษตรกรและผู้ประกอบการในท้องถิ่น ซึ่งรวมถึงต้นไม้หลากหลายพันธุ์ ไม้ยืนต้น พืชสวนครัว กล้วยไม้ รวมถึงสินค้าเกษตรคุณภาพ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของการผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงวิถีการปลูกพืชอย่างยั่งยืนในชีวิตประจำวัน

การจัดแสดงพืชและต้นไม้ชนิดต่าง ๆ ภายในพื้นที่ยังช่วยส่งเสริมให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการเพิ่มพื้นที่สีเขียวทั้งในบ้านและสถานที่ทำงาน อันเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาเมืองให้น่าอยู่ ช่วยลดความร้อนในเขตชุมชน ลดการใช้พลังงานในระบบปรับอากาศ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่ประชาชน

พื้นที่จำหน่ายสินค้าท้องถิ่น เสื้อผ้า งานหัตถกรรม อาหาร และสัตว์สวยงาม เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามผลักดันเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ช่วยเพิ่มช่องทางการตลาดให้เกษตรกรรายย่อย ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และสร้างโอกาสให้ผู้ผลิตท้องถิ่นได้เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง

นอกจากนี้ กิจกรรมยังมุ่งเน้นการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านนวัตกรรมเกษตรสมัยใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการพัฒนาภาคเกษตรให้สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ ความต้องการอาหารที่ปลอดภัย และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า อันเป็นหัวใจของการพัฒนาระบบอาหารที่ยั่งยืนในระยะยาว

การจัดงานในสถานที่ภายในมหาวิทยาลัยนเรศวรยังเป็นการใช้พื้นที่เพื่อสนับสนุนกิจกรรมที่สร้างคุณค่าให้ชุมชน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาเมืองและพื้นที่การศึกษาให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และพัฒนาอย่างสมดุล พร้อมสนับสนุนการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน

งานเกษตรนเรศวร ครั้งที่ 19 ครั้งนี้ เป็นส่วนสำคัญของกระบวนการสร้างความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา ชุมชน และภาคการผลิต โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการยกระดับภาคเกษตรของภูมิภาคให้มั่นคง มีคุณภาพ และสามารถพัฒนาไปสู่ระบบ เกษตรยั่งยืน ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านอาหาร ความเป็นอยู่ และการพัฒนาที่ยั่งยืนของเมืองและชุมชนในอนาคต

NU Art & Craft Fun Fair 2025: เทศกาลแห่งศิลปะ ความรัก และกลิ่นหอมของกาแฟ

มหาวิทยาลัยนเรศวรจัดงาน “NU Art & Craft Fun Fair 2025” ซึ่งเป็นโครงการที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ภายใต้แนวคิดที่เชื่อมโยงกันระหว่าง เทศกาลแห่งความรัก ผู้คน ดนตรี และกลิ่นหอมของกาแฟ โดยมี ดร.พิสุทธิ์ อภิชยกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และการถ่ายทอดเทคโนโลยี เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย เพื่อทำให้มหาวิทยาลัยนเรศวรเป็น Creative Art Space ที่สำคัญของเมืองพิษณุโลกและเป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับการแสดงออกด้านศิลปวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์

ในปีนี้ งาน NU Art & Craft Fun Fair 2025 ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรหลายภาคส่วน เช่น วิทยาลัยเพื่อการค้นคว้าระดับรากฐาน ตลาดประชารัฐ กลุ่มผู้ประกอบการร้านกาแฟ และศิลปินผู้สร้างสรรค์งานคราฟท์จากจังหวัดสุโขทัยและพิษณุโลก โดยมีการจัดกิจกรรมหลากหลายที่สะท้อนถึงศิลปะ วัฒนธรรม และความยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็น การแสดง Lanna Fashion โดยนิสิตชมรมสืบสานล้านนา ที่นำเสนอความหลากหลายของอัตลักษณ์การแต่งกายกลุ่มชาติพันธุ์ล้านนา ภายใต้แนวคิด “Flower of ล้านนา” และ การแสดง Upcycled Fashion ที่มุ่งเน้นการออกแบบร่วมสมัยด้วยวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่เศรษฐกิจแบบยั่งยืน

อีกหนึ่งไฮไลต์ของงานคือ การแสดงดนตรีและศิลปะที่ผสานกันอย่างลงตัว เช่น การแสดง Art & Craft NU Dance โดยนิสิตโครงการลูกพระฆเนศ NU Band และ การแสดง Fingerstyle Guitar x Coffee Painting โดย อาจารย์กวิน ภูศรีเทศ แชมป์ Overdrive Acoustic Guitar Contest 2020 และ คุณพัชรพล เสริมสุข ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่เต็มไปด้วยอารมณ์และพลัง นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการศิลปะยามค่ำคืน การแสดงดนตรี และกิจกรรมนันทนาการที่เปิดโอกาสให้นิสิตและประชาชนทั่วไปได้มีส่วนร่วมในบรรยากาศแห่งศิลปะและความสุข

วันสุดท้ายของงาน นับเป็นช่วงเวลาที่เปี่ยมไปด้วยบรรยากาศในฝันของใครหลายคน ลานด้านหน้าหอศิลป์มหาวิทยาลัยนเรศวร กลายเป็นพื้นที่ที่ผสมผสาน ความคิดสร้างสรรค์และอิสระ อย่างลงตัว ภายใต้คอนเซ็ปต์ “กาแฟกับงานฝีมือ” ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้เข้าร่วมเป็นอย่างมาก ที่นี่เป็นจุดรวมตัวของ ชุมชนศิลปะและงานฝีมือ ที่เปิดโอกาสให้ชาวบ้านจากหลากหลายพื้นที่เข้ามาสอนทักษะศิลปะประดิษฐ์ เช่น การเย็บย่าม เย็บตุ๊กตา และงานวาดภาพ ซึ่งช่วยส่งต่อองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น พร้อมทั้งเปิดพื้นที่ให้นิสิตและประชาชนทั่วไปได้เรียนรู้และฝึกฝนฝีมือ

งานนี้ยังเชื่อมโยง ชุมชนกับศิลปะ ผ่านบรรยากาศสบายๆ ที่มี นักดนตรีอาสามาขับกล่อม ควบคู่กับ บูธร้านอาหารและกาแฟจากผู้ประกอบการท้องถิ่น ที่มาประชันรสชาติจากเวทีแข่งขันระดับประเทศ นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้เยาวชน ครอบครัว และตัวแทนชุมชนได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างสรรค์ผลงานร่วมกัน รวมถึงการสนับสนุน พ่อค้าแม่ค้ารุ่นใหม่ ที่ต้องการอวดฝีมือด้านอาหารและเครื่องดื่มแปลกใหม่

NU Art & Craft Fun Fair 2025 ไม่เพียงเป็นงานที่มอบความสนุกและแรงบันดาลใจ แต่ยังเป็น ต้นแบบของพื้นที่สร้างสรรค์ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงออกอย่างเสมอภาค สอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 5) ที่ส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศและการมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมกัน นอกจากนี้ยังตอบโจทย์ SDG 11 ที่ส่งเสริมให้เมืองและชุมชนมีความยั่งยืนผ่านศิลปะ วัฒนธรรม และการมีส่วนร่วมของประชาชน

ที่มา: กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร ส่งเสริมการสร้างสังคมผู้สูงอายุสุขภาพดี ชราอย่างมีคุณค่าและดำรงชีวิตอย่างสมศักดิ์ศรี

มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ศิษฐ์ภัณฑ์ แคนลา รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการกองส่งเสริมการบริการวิชาการ มอบหมายให้บุคลากรกองส่งเสริมการบริการวิชาการ เข้าร่วมกิจกรรม “โครงการชมรมผู้สูงอายุตำบลท่าโพธิ์เคลื่อนที่ ครั้งที่ 1” ซึ่งจัดขึ้น ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าโพธิ์ จังหวัดพิษณุโลก โดยมีนายธวัช สิงหเดช นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าโพธิ์ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม เพื่อส่งเสริมการสร้างสังคมผู้สูงอายุสุขภาพดี ชราอย่างมีคุณค่าและดำรงชีวิตอย่างสมศักดิ์ศรี

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในชุมชน มุ่งเน้นให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ มหาวิทยาลัย และชุมชน โดยมหาวิทยาลัยนเรศวรมีบทบาทสำคัญในการบูรณาการองค์ความรู้ด้านสุขภาพและการแพทย์ เพื่อยกระดับสังคมไทยให้พร้อมต่อการก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ

ภายในกิจกรรม ผศ.ดร.ทพญ.สุภาพร แสงอ่วม จากโรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และทีมงานวิทยากรนำโดย ผศ.ดร.ทพ.อริยะ จันทรมณี ได้ให้ความรู้เรื่อง “การดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ” เน้นให้ผู้สูงอายุเห็นความสำคัญของการดูแลช่องปาก เนื่องจากสุขภาพช่องปากมีผลต่อการรับประทานอาหาร การสื่อสาร และคุณภาพชีวิตในระยะยาว

นอกจากนี้ยังมีการบรรยายโดย อ.ดร.ทพ.กิตติชัย สิรีรัตน์ ในหัวข้อ “การใช้ยาให้ปลอดภัยในผู้สูงวัย” เพื่อให้ผู้สูงอายุเข้าใจหลักการใช้ยาอย่างถูกต้อง ลดความเสี่ยงจากการใช้ยาซ้ำซ้อน หรือการใช้ยาที่อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียง พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สอบถามข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพและการใช้ยาอย่างปลอดภัย

บรรยากาศในกิจกรรมเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง มีสมาชิกชมรมผู้สูงอายุตำบลท่าโพธิ์จากหมู่ 1, 2 และ 3 เข้าร่วมกว่า 70 คน ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ก่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกันในการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

โครงการนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจมหาวิทยาลัยนเรศวรในการส่งเสริมสุขภาวะและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรที่มีความสำคัญต่อสังคม การดำเนินโครงการลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาองค์ความรู้และบริการวิชาการเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของสังคมอย่างแท้จริง

นอกจากการให้ความรู้ด้านสุขภาพแล้ว โครงการยังมุ่งสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้สูงอายุสามารถดูแลตนเองได้อย่างต่อเนื่อง มีส่วนร่วมในกิจกรรมชุมชน และมีความสุขในการดำรงชีวิต ส่งผลให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างวัย ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในพื้นที่ต่าง ๆ ต่อไป โดยใช้แนวทางการทำงานแบบมีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ทั้งในด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคม พร้อมต่อยอดสู่เป้าหมายของการสร้าง “สังคมผู้สูงอายุสุขภาพดี ชราอย่างมีคุณค่าและดำรงชีวิตอย่างสมศักดิ์ศรี” อย่างแท้จริง

ม.นเรศวร จับมือ WelO เดินหน้าระบบขนส่งสีเขียว หนุนเมืองยั่งยืน ลดโลกร้อน

วันพุธที่ 18 ธันวาคม 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร จับมือกับ WelO แพลตฟอร์มมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสาธารณะ เปิดให้บริการยานพาหนะทางเลือกเพื่อสิ่งแวดล้อมภายในมหาวิทยาลัย โดยมุ่งเน้นการเดินทางที่ ไม่สร้างมลพิษ ลดการพึ่งพารถยนต์และจักรยานยนต์ส่วนบุคคล พร้อมทั้งวางเป้าหมายสู่การเป็น เมืองยั่งยืน ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

บริการมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า WelO เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง รองรับการใช้งานของนิสิต บุคลากร และประชาชนทั่วไป จุดเด่นสำคัญคือความสะดวกสบาย ไม่ต้องกังวลเรื่องการเติมน้ำมันหรือการชาร์จแบตเตอรี่เอง โดยมี จุดจอดมากกว่า 300 จุด ครอบคลุมพื้นที่ในมหาวิทยาลัย รองรับการเดินทางที่สะดวกและรวดเร็ว

นอกจากจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการเดินทางแล้ว บริการ WelO ยังช่วย ลดค่าใช้จ่าย ในชีวิตประจำวันของผู้ใช้งาน และมีส่วนสำคัญในการ ลดโลกร้อน เนื่องจากลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 การใช้พลังงานไฟฟ้าแทนน้ำมันจึงเป็นการเดินทางที่ทั้งคุ้มค่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การนำมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า WelO มาให้บริการยังสอดคล้องกับแนวทางของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ ลดพื้นที่จอดรถส่วนบุคคล ภายในมหาวิทยาลัย เพื่อลดจำนวนการใช้รถยนต์และจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมัน และปรับสมดุลการใช้พื้นที่ให้เหมาะสมต่อการเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว

ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยนเรศวรกับ WelO ยังเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของ การมีส่วนร่วม ระหว่างภาคการศึกษาและภาคเอกชน ในการพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ความยั่งยืน ไม่เพียงเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน แต่ยังสามารถต่อยอดไปสู่การขยายผลในระดับชุมชนและเมือง

โครงการนี้ยังเป็นการสร้างวัฒนธรรมใหม่ของการเดินทางที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมในหมู่นิสิตและบุคลากร โดยการเลือกใช้ยานพาหนะที่สะอาดและปลอดภัย สะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ด้วยระบบขนส่งที่ไม่สร้างมลพิษ บวกกับการจัดการพื้นที่ภายในที่สอดคล้องกับแนวคิดสีเขียว มหาวิทยาลัยนเรศวรตอกย้ำบทบาทของตนในการเป็นมหาวิทยาลัยต้นแบบด้านการพัฒนา เมืองยั่งยืน ลดโลกร้อน และส่งเสริมความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่ออนาคตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

ม.นเรศวร จัดประชุมวิชาการเครือข่ายปรัชญาสังคมศาสตร์ไทย ครั้งที่ 2

วันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม 2567 ภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับเครือข่ายปรัชญาสังคมศาสตร์ไทย (Thai Network for the Philosophy of Social Sciences: TNPOSS) ได้จัดการประชุมวิชาการเครือข่ายปรัชญาสังคมศาสตร์ไทย ครั้งที่ 2 ภายใต้หัวข้อ “ปรัชญาสำหรับสังคมศาสตร์และสังคมศาสตร์สำหรับปรัชญา” ณ ห้อง Main Conferences อาคารกองบริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก

เครือข่ายปรัชญาสังคมศาสตร์ไทยถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการศึกษาและการวิจัยด้านปรัชญาสังคมศาสตร์ในประเทศไทย โดยมุ่งเสริมสร้างความเข้าใจที่ลึกซึ้งในประเด็นสังคม การเมือง และเศรษฐกิจ ผ่านมุมมองทางปรัชญา และเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างนักวิชาการทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งช่วยขยายความร่วมมือและสร้างเครือข่ายวิชาการที่แข็งแกร่ง

การจัดประชุมครั้งนี้มีรูปแบบที่หลากหลาย ทั้งการสัมมนา การบรรยาย และการนำเสนอผลงานวิจัย โดยเปิดโอกาสให้นักวิจัย นิสิตระดับบัณฑิตศึกษา และผู้สนใจ ได้ร่วมเสนอผลงานบทความวิชาการ ซึ่งช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงวิพากษ์และมุมมองใหม่ ๆ อันเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาความรู้ด้านสังคมศาสตร์

ภายในงานยังมีการปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Organisations as Actors: Microfoundations of Organisational Intentionality” โดย Professor Daniel Little จาก University of Michigan-Dearborn ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้อธิบายถึงบทบาทขององค์กรที่เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันของบุคคลภายใน ผ่านกระบวนการที่เรียกว่าพื้นฐานระดับจุลภาค (Microfoundations) โดยเน้นว่าการตัดสินใจขององค์กรล้วนต้องอาศัยการเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ และการกำหนดเป้าหมายเพื่อให้บรรลุภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การประชุมครั้งนี้ยังนำเสนอผลงานที่น่าสนใจจากนักวิชาการและนิสิตระดับบัณฑิตศึกษาจากหลายสถาบันทั่วประเทศ หัวข้อที่หลากหลายครอบคลุมทั้งด้านปรัชญาสังคมศาสตร์ ประเด็นร่วมสมัย และการประยุกต์ใช้แนวคิดปรัชญาในการแก้ปัญหาสังคมที่ซับซ้อน ซึ่งทำให้เกิดองค์ความรู้ใหม่และการแลกเปลี่ยนมุมมองในวงกว้าง

การประชุมวิชาการดังกล่าวถือเป็นเวทีสำคัญในการขยายเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระดับชาติและนานาชาติ ซึ่งสอดคล้องกับการสร้าง สังคมที่ยั่งยืน ผ่านการส่งเสริมองค์ความรู้ การพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางวิชาการ และการเชื่อมโยงประเด็นทางสังคมศาสตร์กับการพัฒนาประเทศ

นอกจากนี้ การจัดงานยังสะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการสร้างเวทีวิชาการที่สามารถตอบสนองต่อความท้าทายของโลกยุคปัจจุบัน พร้อมทั้งสร้างแรงบันดาลใจให้นักวิจัยรุ่นใหม่มุ่งมั่นพัฒนาความรู้เพื่อสังคมที่เป็นธรรม ครอบคลุม และยั่งยืน

ม.นเรศวร จัดกิจกรรม Night at the Museum เติมเต็มประสบการณ์แห่งศิลปะและวัฒนธรรม

หอศิลป์มหาวิทยาลัยนเรศวรได้จัดกิจกรรม Night at the Museum เปิดพื้นที่หอศิลป์ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสกับผลงานศิลปะหลากหลายมิติ จนถึงเวลา 21.00 น. โดยมีนิทรรศการและกิจกรรมที่ออกแบบเพื่อสร้างความสุขและแรงบันดาลใจแก่นิสิต บุคลากร และประชาชนทั่วไป

ภายในงาน ชั้น 1 มีการจัดแสดงนิทรรศการ “Seasons Change : ฤดูกาลแห่งความสุข” ที่สะท้อนถึงความงดงามของธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงในแต่ละฤดู รวมถึงการตกแต่ง ต้นคริสต์มาสดอกไม้พันดวง ซึ่งผสมผสานสองวัฒนธรรมให้กลายเป็นหนึ่งเดียวอย่างลงตัว

ในส่วนของชั้น 2 ผู้เข้าชมสามารถสัมผัสกับบรรยากาศที่แตกต่างผ่านนิทรรศการ “หลอน : Thai Ghost” ถ่ายทอดเสียงและบรรยากาศที่ชวนสะพรึง พร้อมกับการจัดแสดง ผลงานศิลปินแห่งชาติ ที่สะท้อนคุณค่าของศิลปะไทย และสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ด้านศิลปะสมัยใหม่และดั้งเดิม

สำหรับชั้น 4 เป็นพื้นที่ที่จัดขึ้นเพื่อการ สักการะองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยมีการประดิษฐานพระบัลลังก์ไม้โบราณ อันเป็นสัญลักษณ์แห่งศรัทธา ความเคารพ และการสืบสานประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับรากเหง้าทางวัฒนธรรมของชุมชน

การจัดงาน Night at the Museum ครั้งนี้ สะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนา พื้นที่ทางวัฒนธรรมที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน ซึ่งช่วยเชื่อมโยงผู้คนกับศิลปะ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์อย่างรอบด้าน ตลอดจนเปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเต็มที่

กิจกรรมดังกล่าวยังเป็นเวทีที่สร้างบรรยากาศของ ชุมชนแห่งการเรียนรู้ โดยผู้เข้าชมสามารถเรียนรู้จากนิทรรศการ พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และซึมซับแรงบันดาลใจ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชนโดยรอบในระยะยาว

การจัดงานลักษณะนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงออกถึงความหลากหลายทางศิลปะและวัฒนธรรม แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเมืองและชุมชนให้น่าอยู่ โดยการใช้พื้นที่ของมหาวิทยาลัยเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ที่เปิดกว้างให้กับทุกคน

มหาวิทยาลัยนเรศวรส่งเสริมการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ ผ่านกิจกรรมศิลปะและวัฒนธรรมที่เข้าถึงง่ายและมีคุณค่า เพื่อปลูกฝังความรักในการเรียนรู้และส่งเสริมให้ศิลปะเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

คณะสาธารณสุขศาสตร์ ม.นเรศวร เปิดโครงการฝึกประสบการณ์วิชาชีพสาธารณสุขชุมชน ปี 2567 เตรียมนิสิตสู่การทำงานในชุมชน

ในวันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดการประชุมครูพี่เลี้ยง โครงการฝึกประสบการณ์วิชาชีพสาธารณสุขชุมชน สำหรับนิสิตหลักสูตรสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาอนามัยชุมชน ชั้นปีที่ 4 โดยมี ผศ.ดร.กานต์พิชชา เกียรติกิจโรจน์ รองคณบดีฝ่ายบริหารและวางแผน เป็นประธานในพิธีเปิดงานและกล่าวต้อนรับ พร้อมทั้งให้โอวาทแก่นิสิตที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว โดยมี ผศ.ดร.ธนัช กนกเทศ ประธานหลักสูตรสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาอนามัยชุมชน เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการ และ รศ.ดร.ณรงค์ศักดิ์ หนูสอน หัวหน้าสาขาวิชาอนามัยชุมชน เป็นผู้กล่าวชี้แจงรายละเอียดและแนวทางการปฏิบัติให้แก่ครูพี่เลี้ยงจากสถานที่ฝึกปฏิบัติงานทั่วประเทศ.

วัตถุประสงค์ของโครงการ โครงการฝึกประสบการณ์วิชาชีพสาธารณสุขชุมชนมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมให้นิสิตได้ลงมือปฏิบัติงานจริงในพื้นที่ชุมชนและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ซึ่งเป็นการพัฒนาทักษะและความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพในระดับปฐมภูมิ การจัดการระบบสุขภาพในชุมชน และการทำงานร่วมกับครูพี่เลี้ยงที่มีประสบการณ์ในการให้บริการสุขภาพในพื้นที่ชุมชน.

การฝึกประสบการณ์นี้จะช่วยให้นิสิตได้ฝึกฝนทักษะในด้านการวางแผนและการบริหารจัดการด้านสุขภาพชุมชน รวมทั้งทำความเข้าใจในบทบาทของสาธารณสุขในระดับท้องถิ่น การทำงานร่วมกับชุมชนเพื่อส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคให้กับประชาชน รวมถึงการเข้าใจถึงความท้าทายที่เกิดขึ้นในการปฏิบัติงานจริง.

การฝึกงานที่สำคัญและความร่วมมือกับครูพี่เลี้ยง การประชุมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักในการ ชี้แจงแนวทางการปฏิบัติ การ ปฏิบัติตัว และการ ให้ข้อมูลกฎระเบียบต่าง ๆ สำหรับนิสิตที่กำลังจะเริ่มต้นฝึกงานในพื้นที่จริง ซึ่งครูพี่เลี้ยงจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) จะช่วยแนะนำและคอยดูแลนักศึกษาในการปฏิบัติงานในพื้นที่ชุมชน.

นิสิตจะได้มีโอกาส พบปะ และ พูดคุย กับครูพี่เลี้ยงและอาจารย์ผู้ดูแลโครงการ เพื่อ สอบถามปัญหาหรืออุปสรรค ที่อาจเกิดขึ้นในการฝึกงานและการให้บริการสุขภาพในชุมชน รวมถึงการได้รับคำแนะนำในการพัฒนาตนเองในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานจริง.

การพบปะนี้ยังเป็นโอกาสที่นิสิตจะได้ เรียนรู้จากประสบการณ์จริง และสามารถนำความรู้ที่ได้รับจากการเรียนในห้องเรียนมาประยุกต์ใช้ในการทำงานในชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการเสริมสร้างความมั่นใจในการทำงานร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้องในระบบสุขภาพชุมชน.

การฝึกประสบการณ์วิชาชีพสาธารณสุขชุมชนนี้สอดคล้องกับ เป้าหมายที่ 3 (Good Health and Well-being) และ เป้าหมายที่ 11 (Sustainable Cities and Communities) ของการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยมุ่งเน้นการสร้างระบบสุขภาพที่มีประสิทธิภาพและสามารถเข้าถึงได้สำหรับทุกคนในชุมชน.

โดยเฉพาะในส่วนของ SDGs 3 ที่เน้นการ ส่งเสริมสุขภาพที่ดี และการ ลดความเหลื่อมล้ำ ในการเข้าถึงบริการสุขภาพ โครงการฝึกประสบการณ์นี้จะช่วยเตรียมทักษะและความรู้ในการให้บริการสุขภาพในชุมชนให้แก่ผู้ที่จำเป็นต้องการดูแลในด้านการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคอย่างยั่งยืน.

ส่วนในด้าน SDGs 11 โครงการนี้ช่วยส่งเสริม การพัฒนาชุมชนที่ยั่งยืน โดยการเตรียมผู้ที่มีความรู้ในด้านการดูแลสุขภาพให้สามารถทำงานร่วมกับชุมชนเพื่อสร้างระบบสุขภาพที่เหมาะสมกับความต้องการและสภาพแวดล้อมของแต่ละพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ.

การเตรียมตัวและความพร้อมก่อนการลงพื้นที่ นิสิตทุกคนที่เข้าร่วมโครงการจะได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ กระบวนการปฏิบัติงาน และ แนวทางการดูแลสุขภาพ ในพื้นที่ชุมชนอย่างละเอียดจากครูพี่เลี้ยง ซึ่งจะช่วยให้พวกเขามีความมั่นใจในการลงพื้นที่และสามารถ ประยุกต์ใช้ความรู้ จากการเรียนในห้องเรียนเข้าสู่การปฏิบัติในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ.

การจัดกิจกรรมนี้จึงเป็นการเตรียมความพร้อมให้นิสิตได้ฝึกทักษะที่จำเป็นต่อการ พัฒนาสังคมและชุมชน และช่วยสร้าง ระบบสุขภาพที่ยั่งยืน โดยการฝึกปฏิบัติในพื้นที่จริงซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในอนาคตเพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนได้อย่างยั่งยืน.

โครงการฝึกประสบการณ์วิชาชีพสาธารณสุขชุมชนประจำปีการศึกษา 2567 ของคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นโครงการที่สำคัญในการเตรียมความพร้อมให้กับนิสิตในการทำงานจริงในชุมชน โดยการสร้างความรู้และทักษะในการให้บริการสุขภาพและการบริหารจัดการระบบสุขภาพในพื้นที่ พร้อมทั้งเป็นการสอดคล้องกับการพัฒนาที่ยั่งยืนในด้านสุขภาพและการพัฒนาชุมชน โดยการร่วมมือกับครูพี่เลี้ยงจากโรงพยาบาลและสถานบริการสาธารณสุขต่างๆ.

ที่มา: คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร สร้างความปลอดภัยให้นักเรียนด้วยทักษะการใช้บริการรถโดยสาร

วันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2567 โรงเรียนมัธยมสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรมเพิ่มพูนความรู้และทักษะพื้นฐานนอกห้องเรียนให้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยมุ่งเน้นการสร้างความปลอดภัยในการใช้บริการรถบัสหรือรถโดยสารสาธารณะ เพื่อส่งเสริมทักษะชีวิตที่ยั่งยืนและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG3 ด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี และ SDG11 ด้านความปลอดภัยและความยั่งยืนของเมืองและชุมชน

กิจกรรมครั้งนี้ดำเนินการโดย นายวารินทร์ ทรัพย์เขต และนายพนม ศรีดี บุคลากรหน่วยยานพาหนะ งานกิจการทั่วไป โรงเรียนมัธยมสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งเป็นผู้บรรยายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยพื้นฐาน และการปฏิบัติตนอย่างถูกต้องเมื่อต้องใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ

การบรรยายครอบคลุมการตรวจสอบความพร้อมของยานพาหนะ และการระบุจุดติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัย เช่น ถังดับเพลิง ค้อนทุบกระจก ประตูทางออกฉุกเฉิน ตลอดจนวิธีการใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจและสามารถปฏิบัติตนได้อย่างปลอดภัยเมื่อเกิดสถานการณ์ไม่คาดคิด

นอกจากนี้ ยังมีการสาธิตปฏิบัติเบื้องต้นเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือและการอพยพฉุกเฉิน ทำให้นักเรียนเกิดความตระหนักและสามารถป้องกันตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับเป้าหมาย SDG3 และ SDG11 ที่มุ่งสร้างความปลอดภัยในชีวิตประจำวันและชุมชน

กิจกรรมครั้งนี้ช่วยส่งเสริมความรับผิดชอบต่อชีวิตตนเองและเพื่อนร่วมทาง สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการความเสี่ยงและการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยภายในโรงเรียนและชุมชน

การจัดอบรมยังช่วยให้นักเรียนมีความพร้อมทางร่างกายและจิตใจ สามารถปรับตัวและตัดสินใจอย่างปลอดภัยในสถานการณ์จริง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของมหาวิทยาลัยในการพัฒนานักเรียนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ความเป็นอยู่ที่ยั่งยืน และสามารถใช้ชีวิตในสังคมอย่างปลอดภัย

โรงเรียนมัธยมสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวร มุ่งหวังว่ากิจกรรมนี้จะช่วยป้องปรามอุบัติเหตุร้ายแรง สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในการใช้บริการรถโดยสารสาธารณะให้แก่นักเรียนอย่างยั่งยืน และสามารถนำความรู้และทักษะไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงส่งต่อความปลอดภัยสู่ชุมชนและสังคมต่อไป

ชมรมอาสาพัฒนา ม.นเรศวร จัดค่ายหมอกล้อมฝัน เติมเต็มความสุขให้กับเยาวชนและชุมชน

วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน 2567 ชมรมอาสาพัฒนา มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดกิจกรรม “ค่ายหมอกล้อมฝัน ในอ้อมกอดที่ปลายฝน” ณ โรงเรียนชุมชน 17 บ้านนาตาดี ตำบลบ่อโพธ์ อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก โดยมีนิสิตอาสาสมัครเข้าร่วมทำกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่โรงเรียนและชุมชนในพื้นที่

กิจกรรมแรกที่ชมรมดำเนินการคือ การปรับปรุงสนามเด็กเล่น พร้อมทั้งทาสีและซ่อมแซมอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อสร้างพื้นที่การเรียนรู้และการเล่นที่ปลอดภัยและเหมาะสมสำหรับเด็ก ๆ ในโรงเรียน อันเป็นการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และเสริมสร้างพัฒนาการของเยาวชน

นอกจากนี้ยังมีการทำ แปลงเกษตรและบ่อเลี้ยงปลาในโรงเรียน เพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมและการจัดการอาหารของนักเรียน โดยมุ่งหวังให้เยาวชนได้เรียนรู้ทักษะที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตจริง รวมถึงเป็นตัวอย่างของการพึ่งพาตนเองและการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน

กิจกรรมยังได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนที่มอบผลิตภัณฑ์ เช่น นมแลคตาซอยและน้ำดื่มสิงห์ เพื่อแจกจ่ายให้นักเรียนและผู้เข้าร่วมงาน แสดงถึงความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ชุมชน และภาคเอกชน ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสุขภาพของเยาวชนในท้องถิ่น

นอกจากกิจกรรมเชิงพัฒนาแล้ว ยังมีการจัด กิจกรรมสันทนาการร่วมกับนักเรียน เพื่อสร้างรอยยิ้มและความสุข ตลอดจนเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวรกับน้อง ๆ นักเรียน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพลังของการมีส่วนร่วมและการแบ่งปันในสังคม

โครงการครั้งนี้ยังช่วยเสริมสร้างความสามัคคีและทักษะการทำงานเป็นทีมของนิสิตชมรมอาสาพัฒนา ผ่านการลงพื้นที่จริง ร่วมกันวางแผน และปฏิบัติงานจนเกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจน เป็นการเรียนรู้นอกห้องเรียนที่ทรงคุณค่าและช่วยพัฒนาทั้งผู้ให้และผู้รับ

กิจกรรม ค่ายหมอกล้อมฝัน จึงเป็นอีกตัวอย่างที่สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ ส่งเสริมการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้และสร้างสังคมแห่งความสุข ผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งมหาวิทยาลัย ภาคเอกชน โรงเรียน และชุมชน เพื่อสร้างสังคมที่ยั่งยืนและเกื้อกูลกัน

ม.นเรศวร จัดงาน “สุขเสลา มาร์เก็ต” เติมเต็มความสุขและการเรียนรู้ของชุมชนมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้จัดกิจกรรม สุขเสลา มาร์เก็ต ณ สวนเสลา หน้าอาคารวิสุทธิกษัตริย์ โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นเป็นประจำทุกวันศุกร์สัปดาห์สุดท้ายของเดือน เพื่อเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้แก่นิสิต บุคลากร และชุมชนได้มาพบปะ แลกเปลี่ยน และร่วมกันสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ภายในมหาวิทยาลัย

กิจกรรมในงานเริ่มต้นด้วยการ เปิดตัวเมนู “รสเสลา” ที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยชาวสุขสะเลี่ยน เพื่อเป็นเอกลักษณ์และจุดเด่นของตลาด พร้อมบรรยากาศการดื่มกาแฟจาก TUCK CUP Slowbar Coffee ที่มอบรสชาติกลมกล่อมและประสบการณ์การดื่มกาแฟที่ละเมียดละไมให้กับผู้ร่วมงาน

อีกหนึ่งแนวทางที่สะท้อนการพัฒนาที่ยั่งยืนคือมาตรการ ลดทันที 5 บาท สำหรับผู้ที่นำแก้วหรือภาชนะมาเอง ซึ่งช่วยกระตุ้นให้เกิดการลดขยะพลาสติกและสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้กับผู้เข้าร่วมงานทุกคน

นอกจากนี้ ยังมีการเชื่อมโยงกิจกรรมกับ Night at the Museum : Seasons Change ที่จัดขึ้นที่หอศิลป์ฯ โดยเปิดให้ผู้สนใจได้เข้าชมผลงานศิลปะร่วมสมัยและศิลปกรรมหลากหลายรูปแบบ สร้างบรรยากาศการเรียนรู้และแรงบันดาลใจไปพร้อมกับการพักผ่อน

ภายในงานยังมี Heal Jai Corner ที่เปิดให้ทุกคนได้เข้าร่วมกิจกรรมฟรีตั้งแต่ช่วงเย็น ไม่ว่าจะเป็น D.I.Y Hammer Flower Art, การรู้จักตนเองผ่านไพ่ทาโรห์ และเวิร์กช็อปทำภาพระบายสีจากดอกไม้และสร้างลวดลายบนกระเป๋าผ้า ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ช่วยเสริมทักษะความคิดสร้างสรรค์และการใช้ศิลปะบำบัดจิตใจ

อีกหนึ่งไฮไลท์ของงานคือบูทจำหน่ายอาหาร ขนม และผลไม้จากผู้ประกอบการในพื้นที่ ซึ่งไม่เพียงสร้างรายได้ให้กับชุมชน แต่ยังเป็นพื้นที่ให้นิสิตได้มีโอกาสเปิดร้านค้าขายสินค้า เพื่อฝึกทักษะการเป็นผู้ประกอบการและเรียนรู้การทำธุรกิจจริงในบรรยากาศที่เป็นมิตร

งาน สุขเสลา มาร์เก็ต ถือเป็นกิจกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยในการสร้างพื้นที่แห่งความสุขที่เกื้อหนุนต่อการเรียนรู้ ศิลปะ วัฒนธรรม และการสร้างรายได้ชุมชนอย่างสมดุล

มหาวิทยาลัยนเรศวรส่งเสริมการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้และสร้างความสุข ผ่านกิจกรรมที่หลากหลายและยั่งยืน เพื่อให้มหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่กลางที่เชื่อมโยงคนรุ่นใหม่กับชุมชน สร้างคุณภาพชีวิตที่ดี และยกระดับการพัฒนาสังคมในระยะยาว

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin