ม.นเรศวร เสริมศักยภาพนิสิตสู่ผู้นำการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง มุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ 14 (SDG 14) “การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมหาสมุทร ทะเล และทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน” ผ่านกิจกรรมศึกษาดูงานของนิสิตในสาขาวิทยาศาสตร์การประมง คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

เมื่อเร็ว ๆ นี้ นิสิตชั้นปีที่ 2 และ 3 ได้เดินทางไปยัง ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.จันทบุรี เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งทะเล รวมถึงวิธีการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีกิจกรรมที่เน้นด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนดังนี้:

  1. การบริหารจัดการทรัพยากรชายฝั่ง SEP for SDGs
    นิสิตได้เรียนรู้การประยุกต์ใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง (SEP) ในการบริหารจัดการทรัพยากรชายฝั่ง เช่น การจัดสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์และการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว
  2. การอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าไม้ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าคุ้งกระเบน
    เรียนรู้เกี่ยวกับบทบาทของป่าไม้ชายฝั่งในการสนับสนุนความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเล เช่น การเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ การลดผลกระทบจากการกัดเซาะชายฝั่ง และการกักเก็บคาร์บอนในระบบนิเวศ
  3. การอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนตามแนวพระราชดำริ
    กิจกรรมปลูกป่าชายเลนช่วยสร้างความเข้าใจถึงความสำคัญของป่าชายเลนที่มีต่อระบบนิเวศทางทะเล โดยเฉพาะการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งและการเป็นแหล่งอนุบาลของสัตว์น้ำ

บทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการส่งเสริม SDG 14 กิจกรรมดังกล่าวไม่เพียงมุ่งเน้นการสร้างความรู้และทักษะเชิงวิชาการให้กับนิสิต แต่ยังสะท้อนถึงความตั้งใจของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนผ่านการศึกษาและการปฏิบัติจริงในพื้นที่ นิสิตได้รับโอกาสในการทำความเข้าใจบทบาทของทรัพยากรทางทะเลที่มีต่อชุมชนและเศรษฐกิจ พร้อมทั้งเรียนรู้แนวทางในการลดผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล

ส่งเสริมความรู้คู่การอนุรักษ์ มหาวิทยาลัยนเรศวรมุ่งมั่นที่จะสร้างนักวิชาการรุ่นใหม่ที่มีความเข้าใจถึงความสำคัญของทรัพยากรทางทะเลในบริบทที่กว้างขวางขึ้น เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญในการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากรทางทะเลอย่างสมดุลและยั่งยืนในอนาคต

ที่มา: ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ม.นเรศวรเดินหน้าส่งเสริมการบริหารจัดการของเสียอย่างยั่งยืน ผ่านโครงการ “NU Zero Waste”

วันอาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม 2567 กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดโครงการ NU Zero Waste ซึ่งมุ่งเน้นการส่งเสริมกิจกรรมตามหลัก 3Rs คือ Reduce, Reuse และ Recycle เพื่อสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจในการ จัดการขยะอย่างเป็นระบบ ให้กับนิสิต โดยได้รับเกียรติจากคุณสมหมาย แก้วเกตุศรี ผู้จัดการวงศ์พานิชย์ สาขาย่อย มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมทีมงาน มาบรรยายให้ความรู้ในหัวข้อ “Go Zero Waste” และนำการลงภาคปฏิบัติการเรื่องการคัดแยกขยะเพื่อช่วยโลก

ในภาคเช้า กิจกรรมเน้นการสร้างความเข้าใจด้านทฤษฎี พร้อมแนะนำแนวทางการจัดการขยะที่ถูกต้อง ตั้งแต่การคัดแยกขยะที่ต้นทาง ไปจนถึงการนำกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งถือเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วย ลดขยะ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของนิสิตและบุคลากร

ช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรารัตน์ มหาศรานนท์ พร้อมทีมงาน ได้มาบรรยายในหัวข้อ “ลดขยะ ลดโลกร้อนด้วยนวัตกรรม Recycle” โดยเน้นถึงบทบาทของเทคโนโลยีและนวัตกรรมรีไซเคิล ที่สามารถนำวัสดุเหลือใช้กลับมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ได้อย่างคุ้มค่า ช่วยลดผลกระทบจากการกำจัดขยะด้วยวิธีฝังกลบและเผา ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมตามมา

โครงการ NU Zero Waste ได้รับความสนใจจากนิสิตเป็นจำนวนมาก โดยมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 200 คน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนาและส่งเสริมการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน การผสมผสานทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ทำให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้จริงในชีวิตประจำวัน

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้น ณ ห้องล้อบบี้ ชั้น 2 อาคารขวัญเมือง โดยเป็นการสร้างพื้นที่เรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นนิสิตจิตอาสา สโมสร ชมรม และหน่วยงานต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย ซึ่งการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางนี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

โครงการนี้ยังสะท้อนถึงแนวทางการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบ ไม่เพียงช่วย จัดการขยะอย่างเป็นระบบ แต่ยังเป็นกลไกในการสร้างแรงบันดาลใจให้กับนิสิตและบุคลากรในการร่วมกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งขยายผลไปสู่การสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนทั้งในระดับมหาวิทยาลัยและชุมชนโดยรอบ

ท้ายที่สุด NU Zero Waste ไม่ใช่เพียงกิจกรรมการเรียนรู้ แต่เป็นการจุดประกายให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการบริโภคและการใช้ทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบ ก่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นมหาวิทยาลัยที่มุ่งสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง

ม.นเรศวร รณรงค์วันงดสูบบุหรี่โลก 2567 ปกป้องสุขภาพ สร้างเมืองและชุมชนที่ยั่งยืน

วันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม 2567 เป็นวันงดสูบบุหรี่โลก (World No Tobacco Day) ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นภายใต้คำขวัญ “ร่วมปกป้องเด็กและเยาวชนจากบุหรี่ไฟฟ้า” มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ร่วมรณรงค์และจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึง โทษของการสูบบุหรี่ต่อสุขภาพของบุคคลและสังคม พร้อมเชิญชวนให้นิสิต บุคลากร และประชาชนทั่วไปหันมาตระหนักถึงอันตรายและร่วมกันลด ละ เลิกบุหรี่ เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคน

การจัดกิจกรรมในปีนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญในการลดผลกระทบที่เกิดจากการสูบบุหรี่ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคร้ายแรง เช่น มะเร็งปอด โรคหัวใจ และโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) รวมถึงโรคอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ การสูบบุหรี่ไม่เพียงแต่เป็นอันตรายต่อผู้สูบเอง แต่ยังส่งผลกระทบต่อคนรอบข้างจากควันบุหรี่มือสองและมือสามที่ตกค้างในสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้จัดให้มี กิจกรรมรณรงค์และประชาสัมพันธ์ ผ่านสื่อหลากหลายรูปแบบ เช่น แผ่นป้ายและโปสเตอร์ เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า พร้อมทั้งให้คำแนะนำวิธีการเลิกสูบบุหรี่อย่างถูกวิธี เพื่อช่วยเสริมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและลดการเริ่มต้นสูบในกลุ่มเยาวชนและนิสิต

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม เดินรณรงค์ภายในมหาวิทยาลัย โดยมีนิสิตจิตอาสาเข้าร่วมในการเผยแพร่ข้อมูลแก่เพื่อนนิสิตและบุคลากร เพื่อสร้างบรรยากาศของการมีส่วนร่วมและเป็นแบบอย่างที่ดีในการเลือกวิถีชีวิตที่ปราศจากบุหรี่ ตลอดจนการจัดเวทีสัมมนาและการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่อย่างจริงจัง

โทษของบุหรี่ไม่เพียงแต่ทำลายสุขภาพของบุคคล แต่ยังสร้างภาระต่อระบบสาธารณสุขและเศรษฐกิจของสังคม การส่งเสริมการเลิกบุหรี่จึงเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการรักษาโรค เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของประชากร และสนับสนุนให้เกิด สิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย สำหรับทุกคน

การรณรงค์งดสูบบุหรี่ในวันงดสูบบุหรี่โลกยังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน เพราะการลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ช่วยลดมลพิษทางอากาศ ลดขยะจากก้นบุหรี่ และช่วยรักษาความสะอาดของพื้นที่สาธารณะ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนในชุมชนและการพัฒนาสังคมโดยรวม

กิจกรรมวันงดสูบบุหรี่โลกของมหาวิทยาลัยนเรศวรในปีนี้ แสดงให้เห็นถึง ความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรอย่างต่อเนื่อง ต่อการสร้างความตระหนักรู้ถึงโทษของการสูบบุหรี่ต่อสุขภาพของบุคคลและสังคม พร้อมทั้งตอกย้ำถึงความตั้งใจในการส่งเสริมสุขภาพที่ดีของนิสิต บุคลากร และสังคมโดยรอบ หากต้องการเลิกสูบบุหรี่ สามารถขอคำปรึกษาได้ที่ ร้านยาคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร หรือสายด่วนเลิกบุหรี่ 1600

NU_Giftgang: พัฒนาทักษะนิสิต สร้างคุณค่าเพื่อสังคม สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

มหาวิทยาลัยนเรศวร (ม.นเรศวร) ดำเนินโครงการ #NU_Giftgang เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและพัฒนาทักษะเชิงสร้างสรรค์ของนิสิต ควบคู่กับการสร้างคุณค่าทางสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โครงการนี้สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันแห่งการเรียนรู้ที่มุ่งพัฒนาคนให้มีทั้งความรู้ ความสามารถ และจิตสาธารณะ ตอบสนองต่อแนวคิด ส่งเสริมแหล่งความรู้สาธารณะเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต

กิจกรรม #NU_Giftgang มีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาทักษะงานฝีมือของนิสิตให้เกิดคุณค่าและสามารถสร้างประโยชน์กลับคืนสู่สังคม โดยเน้นการออกแบบและผลิตของขวัญจาก วัสดุธรรมชาติ และการ ลดการใช้พลาสติก เพื่อสนับสนุนแนวทางการผลิตอย่างยั่งยืนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนของมหาวิทยาลัย

นิสิตที่เข้าร่วมกิจกรรมได้รับโอกาสในการฝึกฝนทักษะเชิงปฏิบัติจริง ทั้งด้านการออกแบบ การสร้างสรรค์ และการทำงานร่วมกันภายใต้บรรยากาศแห่งการเรียนรู้ นอกจากนี้ รายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายชิ้นงานจะถูกนำไปมอบเป็น ทุนการศึกษาเพื่อช่วยเหลือนิสิตที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เป็นการผสานการเรียนรู้เข้ากับการสร้างประโยชน์ให้กับสังคมอย่างแท้จริง

กิจกรรมนี้จึงเป็นเวทีแห่งการเรียนรู้ในสามมิติ ได้แก่

  • คนทำ ได้เรียนรู้ทักษะใหม่ ฝึกความคิดสร้างสรรค์ และได้ประสบการณ์การทำงานจริง
  • คนซื้อ ได้รับชิ้นงานที่มีคุณค่า พร้อมโอกาสในการร่วมสนับสนุนการศึกษา
  • คนรับ ได้รับแรงสนับสนุนทางการศึกษาและแรงบันดาลใจในการพัฒนาตนเอง

ชิ้นงานทั้งหมดผลิตภายใน ศูนย์สุขภาวะนิสิต (ห้องขวัญ 3) อาคารขวัญเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่แห่งการพัฒนาและส่งเสริมสุขภาวะทั้งกายและใจของนิสิต อีกทั้งยังเปิดให้บุคคลทั่วไปได้มีส่วนร่วมสนับสนุนโดยสามารถเลือกซื้อสินค้าที่จุดจำหน่ายสองแห่ง ได้แก่ กองกิจการนิสิต อาคารขวัญเมือง และ ห้องประชาสัมพันธ์ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร

โครงการ #NU_Giftgang จึงไม่เพียงเป็นกิจกรรมฝึกทักษะเชิงอาชีพ แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของนิสิตและชุมชนในการสร้างคุณค่าเชิงสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

การดำเนินกิจกรรมในลักษณะนี้ช่วยสะท้อนให้เห็นถึงแนวทางของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนานิสิตให้เป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต ที่มีความรู้คู่คุณธรรม และพร้อมเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคม ด้วยการเชื่อมโยงการเรียนรู้ในห้องเรียนกับประสบการณ์จริงในชีวิตประจำวัน ผ่านการ ส่งเสริมแหล่งความรู้สาธารณะเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต

“พกภาชนะ ลดขยะ สร้างสังคมยั่งยืน” ม.นเรศวร ขับเคลื่อนการผลิตและบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบ

มหาวิทยาลัยนเรศวรเดินหน้าสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals – SDG) โดยเฉพาะ SDG 12: การผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน ผ่านโครงการส่งเสริมจิตสำนึกในการจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการรณรงค์ให้ชุมชนในมหาวิทยาลัยมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่สร้างความเปลี่ยนแปลง

พกภาชนะมาเอง ลดพลาสติกครั้งเดียวทิ้ง
มหาวิทยาลัยนเรศวรสนับสนุนให้ทั้งนิสิตและบุคลากรพกพาภาชนะส่วนตัวมาใช้ในโรงอาหาร NU Canteen เพื่อช่วยลดปริมาณขยะพลาสติก โดยร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการจะมอบส่วนลดพิเศษ 2-5 บาท ให้แก่ผู้ที่นำภาชนะมาเอง ความร่วมมือนี้ไม่เพียงช่วยลดการใช้ทรัพยากรสิ้นเปลือง แต่ยังสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในทุกมื้ออาหาร

จัดการเศษอาหารอย่างสร้างสรรค์
มหาวิทยาลัยยังตระหนักถึงปัญหาการสูญเสียอาหารและขยะอินทรีย์ในโรงอาหาร จึงได้ดำเนินโครงการ คัดแยกเศษอาหาร จากร้านค้าที่เข้าร่วม เพื่อนำไปใช้เป็นอาหารสัตว์และผลิตปุ๋ยอินทรีย์ การดำเนินงานนี้ช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องกำจัด พร้อมทั้งสร้างประโยชน์ต่อชุมชนและเกษตรกรในพื้นที่

ความร่วมมือเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน
มหาวิทยาลัยนเรศวรขอขอบคุณนิสิตและบุคลากรที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น การพกภาชนะมาเอง และการ จัดการเศษอาหาร อย่างเหมาะสม กิจกรรมเหล่านี้เป็นตัวอย่างที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของชุมชนมหาวิทยาลัยในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม

เพราะอนาคตที่ยั่งยืนเริ่มต้นที่ตัวเรา
ร่วมกันสร้างสรรค์มหาวิทยาลัยสีเขียวเพื่ออนาคตที่ดีของทุกคน พร้อมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมด้านสิ่งแวดล้อมและการใช้วัสดุที่ยั่งยืนด้วยความร่วมมือจาก นิสิตที่สนใจ, นิสิตจิตอาสา, สโมสร, ชมรม และหน่วยงานต่าง ๆ ทั้ง บุคลากรและนิสิต

เพราะอนาคตที่ยั่งยืนเริ่มต้นที่ตัวเรา ร่วมกันสร้างสรรค์มหาวิทยาลัยสีเขียวเพื่ออนาคตที่ดีของทุกคน

ม.นเรศวร มุ่งอนุรักษ์แหล่งน้ำและความหลากหลายทางชีวภาพ

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญต่อแนวทางการจัดการและอนุรักษ์แหล่งน้ำภายในมหาวิทยาลัย โดยตระหนักถึงความสำคัญของน้ำในฐานะทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นหัวใจสำคัญของชีวิตและสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการพื้นที่แหล่งน้ำในมหาวิทยาลัยนเรศวรถือเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการสร้างมหาวิทยาลัยสีเขียว (Green University)

มหาวิทยาลัยนเรศวรมีพื้นที่แหล่งน้ำกว่า 225 ไร่ คิดเป็น 16.24% ของพื้นที่ทั้งหมด การดูแลและอนุรักษ์พื้นที่เหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างความร่มรื่นและความสวยงาม แต่ยังเป็นแหล่งพักผ่อนและสถานที่ออกกำลังกายของนิสิต บุคลากร และประชาชนโดยรอบ อีกทั้งยังเป็นที่อยู่อาศัยของนกอพยพและสิ่งมีชีวิตน้ำหลายชนิด ซึ่งช่วยเสริมสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ

เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มหาวิทยาลัยได้ตั้งชื่อแหล่งน้ำภายในพื้นที่ให้มีความหมายและสอดคล้องกับประวัติศาสตร์และพระราชวงศ์ ได้แก่

  1. สระเอกกษัตรี (ข้างอาคารจอดรถ ซ้ายมือทางเข้าหอสมุด)
  2. สระมณีรัตนา (บริเวณเทเลทับบี้ ตรงข้ามอาคารเอกประสงค์)
  3. สระบรมดิลก (ตรงข้ามคณะแพทยศาสตร์)
  4. สระสุริโยทัย (พื้นที่หอพักนิสิต NU Dorm)
  5. สระสองกษัตริย์ (บริเวณหอพระเทพรัตน์)
  6. สระสุพรรณกัลยา (ข้างสระว่ายน้ำสุพรรณกัลยา)

การตั้งชื่อดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการเทิดพระเกียรติและเชิดชูพระราชประวัติของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและพระราชวงศ์ แต่ยังช่วยสร้างความตระหนักรู้แก่สังคมและผู้ใช้พื้นที่ถึงคุณค่าของน้ำและความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ

นอกจากการอนุรักษ์แหล่งน้ำแล้ว มหาวิทยาลัยนเรศวรยังดำเนินการปลูกต้นไม้และดูแลพันธุ์ไม้หลากหลายชนิดในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง การสร้างพื้นที่สีเขียวช่วยลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพิ่มคุณภาพอากาศ และสร้างบรรยากาศที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้ รวมถึงสนับสนุนสุขภาพที่ดีของนิสิตและบุคลากร

การดำเนินงานดังกล่าวยังสอดคล้องกับการส่งเสริมการอนุรักษ์แหล่งน้ำในด้านวิชาการ โดยมหาวิทยาลัยนำองค์ความรู้จากงานวิจัยมาประยุกต์ใช้เพื่อดูแลคุณภาพน้ำและระบบนิเวศ ตลอดจนจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจแก่นิสิต เยาวชน และชุมชนในเรื่องความสำคัญของน้ำและสิ่งแวดล้อม

ในเชิงปฏิบัติ มหาวิทยาลัยนเรศวรได้จัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่เปิดโอกาสให้นิสิตและบุคลากรเข้ามามีส่วนร่วม เช่น การปลูกต้นไม้ การดูแลพื้นที่รอบแหล่งน้ำ และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งเหล่านี้ช่วยให้เกิดการบูรณาการระหว่างการเรียนการสอน งานวิจัย และกิจกรรมเพื่อสังคม

มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงไม่เพียงเป็นสถาบันการศึกษาที่มุ่งเน้นด้านวิชาการ แต่ยังเป็นต้นแบบในการสร้างความตระหนักรู้และการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพในท้องถิ่น โดยการบูรณาการแนวคิดพัฒนาที่ยั่งยืน

ม.นเรศวร จัดกิจกรรมวันรักต้นไม้ สนับสนุนการอนุรักษ์และใช้ทรัพยากรดินอย่างยั่งยืน

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้แสดงความมุ่งมั่นในการส่งเสริม เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 15) ซึ่งมุ่งเน้นการอนุรักษ์และใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ผ่านการจัดกิจกรรม วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ 2566 เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2566 โดยกิจกรรมนี้จัดขึ้นโดย กองอาคารสถานที่ และได้รับการนำโดย นายรุ่งรัตน์ พระนาค ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ ซึ่งเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม

ภายในกิจกรรมนี้ บุคลากรจากกองอาคารสถานที่ ได้ร่วมมือกันในการดูแลและบำรุงพื้นที่สีเขียวบริเวณด้านหลังอาคารอุทยานองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งมีการทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การพรวนดิน, การใส่ปุ๋ย, การรดน้ำ, การตัดแต่งกิ่งไม้, และ การกำจัดวัชพืช โดยเฉพาะ ปุ๋ยอินทรีย์ ที่ใช้ในกิจกรรมนี้ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ใบไม้, กิ่งไม้ และผสมกับ ถ่านชีวภาพ (Biochar) ซึ่งไม่เพียงช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับดิน แต่ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและส่งเสริมการหมุนเวียนทรัพยากรในพื้นที่อย่างยั่งยืน

กิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวและเสริมสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ แต่ยังสะท้อนถึงความตั้งใจของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นตัวอย่างที่ดีด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว นอกจากนี้ กิจกรรมดังกล่าวยังได้ สร้างการมีส่วนร่วมด้านสิ่งแวดล้อม และการใช้วัสดุที่ยั่งยืนจากความร่วมมือของ บุคลากรทุกหน่วยงาน, นิสิตที่สนใจ, นิสิตจิตอาสา, สโมสร และ ชมรม

ม.นเรศวร ส่งเสริมเกษตรยั่งยืนผ่านกิจกรรมดำนา ปลูกข้าว วิชชาลัยข้าวและชาวนา

มหาวิทยาลัยนเรศวรจัดกิจกรรม “ร่วมแรงร่วมใจ ดำนา ปลูกข้าว วิชชาลัยข้าวและชาวนา” เพื่อส่งเสริมความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับ วิถีเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม ควบคู่ไปกับ การพัฒนาเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน ภายในมหาวิทยาลัย กิจกรรมนี้มีเป้าหมายในการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับ ความสำคัญของการผลิตอาหารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการบริหารจัดการทรัพยากรดินและน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ประกอบด้วย นักศึกษา บุคลากร และชุมชนท้องถิ่น ได้มีโอกาสเรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริงในกระบวนการ ปลูกข้าวแบบดั้งเดิม ตั้งแต่ การเตรียมดิน, การดำนา, และการดูแลรักษานาข้าว โดยใช้แนวทางที่ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การลดการใช้สารเคมีทางการเกษตร และ การบำรุงดินด้วยปุ๋ยธรรมชาติ ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศและส่งเสริมความสมดุลทางธรรมชาติ

กิจกรรมดังกล่าวไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้าง ความเข้าใจเกี่ยวกับการผลิตอาหารที่ยั่งยืน และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่เท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้ทุกคนตระหนักถึง บทบาทสำคัญของเกษตรกร ในระบบเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม การเรียนรู้จากประสบการณ์จริงนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้นำ องค์ความรู้และแนวคิดการเกษตรพอเพียง ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงปลูกฝังแนวคิด เศรษฐกิจพอเพียง ให้แพร่หลายมากขึ้น

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงมุ่งมั่นพัฒนาระบบอาหารภายในมหาวิทยาลัยให้ ปลอดภัยและยั่งยืน โดยนำผลผลิตจากโครงการนี้ไปสนับสนุน โครงการอาหารปลอดภัย พร้อมทั้งขยายแนวคิด การพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ให้ครอบคลุมในระดับชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

กิจกรรมนี้ยังเป็นเวทีสำหรับการมีส่วนร่วมของบุคลากรทุกหน่วยงาน นิสิตที่สนใจ นิสิตจิตอาสา สโมสร และชมรมต่าง ๆ ในการร่วมกัน อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน โดยมหาวิทยาลัยนเรศวรมุ่งมั่นที่จะเป็นต้นแบบของสถาบันการศึกษาที่ให้ความสำคัญกับ ความสมดุลระหว่างการพัฒนา การศึกษา และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับสังคม

ที่มา: กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร ส่งเสริมการเรียนรู้นอกห้องเรียน ปลูกฝังการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดย รศ.ดร.สิทธิชัย ชูสำโรง รองคณบดีฝ่ายสารสนเทศและกิจการนิสิต และ ดร.อนุพงศ์ วงค์ตามี รองคณบดีฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศ พร้อมด้วยทีมคณาจารย์ บุคลากร และนิสิต ให้การต้อนรับคณะครู บุคลากร และนักเรียนระดับชั้นอนุบาล 1-3 จากโรงเรียนอนุบาลและประถมสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวร จำนวน 164 คน เพื่อเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้นอกห้องเรียน

กิจกรรมที่จัดขึ้นเน้นการเสริมสร้างความรู้และทักษะในหัวข้อ “ฐานจำลองสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติและวัฏจักรชีวิตพืช” ซึ่งประกอบด้วยการจำลองสถานการณ์เกี่ยวกับเทคโนโลยีการเกษตร การรีดนมวัว การปลูกพืชในโรงเรือน และกิจกรรมปลูกพืชจริง โดยมีคณาจารย์จากหลายสาขาวิชาเป็นผู้ให้ความรู้

กิจกรรมดังกล่าวช่วยปลูกฝังพื้นฐานการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้กับเด็ก ๆ รวมถึงส่งเสริมพัฒนาการทักษะรอบด้าน เช่น การสังเกต การเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ และการรู้จักใช้ประโยชน์จากสิ่งรอบตัวอย่างสร้างสรรค์

ทั้งนี้ คณาจารย์ผู้ร่วมดำเนินงานประกอบด้วย ผศ.ดร.เทพสุดา รุ่งรัตน์, ดร.กัลย์กนิต พิสมยรมย์, ผศ.ดร.ภัทรียา พลซา, ผศ.ดร.สุพรรณิกา อินต๊ะนนท์, ผศ.ดร.วิภา หอมหวล, ผศ.ดร.ปาณิสรา เทพกุศล และ ดร.นุชนาฎ ภักดี ร่วมกันผลักดันการเรียนรู้เชิงบูรณาการให้กับเยาวชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ที่มา: คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ม.นเรศวร

ม.นเรศวร ส่งเสริมสร้างมูลค่าจากขยะ ผ่านการประกวดนวัตกรรม “ขยะทำเงิน”

วันอังคารที่ 10 ตุลาคม 2566 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยรายวิชาศึกษาทั่วไป วิชา 001279 วิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน ได้จัดโครงการประกวดผลงานการพัฒนานวัตกรรม “ขยะทำเงิน” ณ โถง ชั้น 1 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บรมราชินีนาถ กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการบูรณาการองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมเข้าสู่การเรียนการสอน เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องการจัดการขยะและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้นิสิตได้เรียนรู้แนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ผ่านการพัฒนานวัตกรรมที่สามารถเปลี่ยนขยะให้กลายเป็นสิ่งที่มีมูลค่า ทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม นิสิตได้ฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์และความคิดสร้างสรรค์ โดยนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์หรือวิธีการจัดการขยะที่เป็นมิตรต่อโลก

การจัดประกวด “ขยะทำเงิน” ยังเป็นเวทีสำหรับการแสดงออกของนิสิตในเชิงสร้างสรรค์ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้บุคลากร สโมสร และชมรมต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัย เข้ามามีส่วนร่วม แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและองค์ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาที่ยั่งยืน นับเป็นอีกหนึ่งการเรียนรู้ที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดความตระหนักถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในทุกมิติ

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องต่อการพัฒนานวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็น ต้นแบบของการจัดการปัญหาขยะอย่างเป็นระบบ และส่งเสริมให้นิสิตมีบทบาทสำคัญในการสร้างสังคมที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปเผยแพร่สู่ชุมชนและสังคมรอบข้าง

กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการผลักดันแนวคิด “มหาวิทยาลัยสีเขียว” (Green University) โดยเน้นการลดของเสีย การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการสร้างนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและการสร้างพลเมืองที่มีจิตสำนึกต่อโลกใบนี้

นอกจากนี้ กิจกรรมยังสะท้อนถึงการบูรณาการการเรียนรู้เข้ากับการปฏิบัติจริง นิสิตได้ฝึกฝนการทำงานร่วมกัน การนำเสนอผลงาน และการสร้างคุณค่าใหม่จากวัสดุเหลือใช้ สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงพัฒนาทักษะในเชิงวิชาการ แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นและความภาคภูมิใจในบทบาทของตนเองที่มีต่อการแก้ปัญหาสังคม

โครงการประกวดผลงานนวัตกรรม “ขยะทำเงิน” จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ช่วย ส่งเสริมสร้างมูลค่าจากขยะ พร้อมทั้งสร้างการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ ตอกย้ำพันธกิจของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการบูรณาการการศึกษา การวิจัย และการพัฒนาสังคม สู่การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ที่มา: กองบริการการศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin