NU SciPark พาผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ ยกระดับธุรกิจและเสริมแกร่งวิสาหกิจชุมชน ผ้าตัดเย็บสนามคลี

อุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร (NU SciPark) ร่วมกับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจัดกิจกรรมยกระดับธุรกิจสำหรับวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตภัณฑ์ตัดเย็บผ้า ตำบลสนามคลี อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก ภายใต้แผนงาน Regional Entrepreneur Upgrade เพื่อสร้างโอกาสและเสริมศักยภาพธุรกิจในภูมิภาคให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยการถ่ายทอดความรู้และทักษะทางด้านการผลิตที่เน้นการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์และการบริหารจัดการธุรกิจในระดับท้องถิ่น.

กิจกรรมที่จัดขึ้นในวันที่ 9 และ 11 กรกฎาคม 2566 มีการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับกระบวนการทำผ้าพิมพ์ลายใบไม้ (Eco Printing) และเทคนิคการห่มสี ซึ่งเป็นการนำแนวคิดด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาประยุกต์ใช้ในงานฝีมือของชุมชน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าชุมชน โดยวิทยากรจากงานศิลปวัฒนธรรม กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมได้นำเสนอเทคนิคการพิมพ์ลายใบไม้และการผสมผสานเทคนิคการทำผ้ามัดย้อมเพื่อเพิ่มความหลากหลายและความน่าสนใจให้กับผลิตภัณฑ์ผ้าตัดเย็บ ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าชุมชนและสร้างความแตกต่างในตลาด.

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการยกระดับความพร้อมของเทคโนโลยีและส่งเสริมระบบนิเวศสำหรับสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ภายใต้ความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมและการส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น การเข้าถึงผลประโยชน์จากงานวิจัย โครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงการบริการด้านเทคโนโลยีที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาธุรกิจได้จริง.

ในอนาคตอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นแหล่งสนับสนุนผู้ประกอบการให้ได้รับโอกาสทางธุรกิจและสามารถพัฒนาเทคโนโลยีได้อย่างต่อเนื่อง โดยการสร้างความร่วมมือกับชุมชนและผู้ประกอบการในทุกระดับ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับท้องถิ่นและในภูมิภาค.

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการต่าง ๆ ของอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร สามารถติดต่อได้ที่ https://linktr.ee/sciparkcontent โทร: 0 5596 8755

ม.นเรศวร ร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดพิษณุโลกและองค์กรภาคีเครือข่าย จัดงาน ‘เกษตรนเรศวรเอ็กซ์โป 2023’ แสดงนวัตกรรมและความรู้เพื่อพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน

ระหว่างวันที่ 3-9 กรกฎาคม 2566 คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดงาน “เกษตรนเรศวรเอ็กซ์โป 2023” ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีการก่อตั้งคณะ โดยในปีนี้ งานได้รับการยกระดับจากการจัดงานเกษตรประจำปีให้เป็นงาน ระดับเอ็กซ์โป ที่มุ่งเน้นการแสดงสินค้า นวัตกรรม และกิจกรรมหลากหลายด้านการเกษตร เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

การจัดงานในปีนี้มุ่งเน้นให้เกษตรกร นักวิชาการ และผู้ประกอบการทางธุรกิจเกษตรได้มีโอกาสเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ และเกษตรกรตัวอย่างในการใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และกระบวนการที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และพัฒนาธุรกิจเกษตรอย่างยั่งยืน พร้อมการสนับสนุนให้เกิดการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาการเกษตรทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ

งาน “เกษตรนเรศวรเอ็กซ์โป 2023” ได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายต่างๆ เช่น สภาอุตสาหกรรมจังหวัดพิษณุโลก และองค์กรต่างๆ ที่มุ่งมั่นในการสร้างสรรค์และสนับสนุนการพัฒนาการเกษตรในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ทั้งนี้ การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้เข้าชมได้มีโอกาสสัมผัสกับนวัตกรรมการเกษตรและการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติของอุตสาหกรรมการเกษตร

สิ่งที่น่าสนใจในงาน ได้แก่:

  1. การแสดงสินค้าและนวัตกรรมการเกษตร เช่น เทคโนโลยีการเกษตรอัจฉริยะ ระบบเกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture) เครื่องจักรกลการเกษตรใหม่ๆ ที่ช่วยลดแรงงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต
  2. การสัมมนาและการบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญ เกี่ยวกับการพัฒนาเกษตรกรรมในยุคดิจิทัล การจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน การใช้พลังงานทดแทนในการเกษตร
  3. กิจกรรมฝึกอบรมและเวิร์กช็อป ในการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ การปลูกพืชที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาธุรกิจเกษตรที่เน้นการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสนับสนุน SDG 2 (การขจัดความหิวโหยและส่งเสริมการเกษตรอย่างยั่งยืน) และ SDG 12 (การบริโภคและการผลิตอย่างยั่งยืน) ซึ่งมีเป้าหมายในการส่งเสริมการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสามารถลดผลกระทบจากการผลิตที่ไม่ยั่งยืน

ข้อมูลเพิ่มเติม: ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร โทรศัพท์ 0 5596 2718 หรือที่ https://www.naiexpo.agi.nu.ac.th

4o mini

คณะนิติศาสตร์ จัดพิธีมอบทุน ให้กับนิสิตที่มีผลการเรียนดี มีความประพฤติดี มีจิตสาธารณะ

วันที่ 30 มิถุนายน 2566 คณะนิติศาสตร์ จัดพิธีมอบทุนหนังสือจากบริษัท สำนักพิมพ์วิญญูชน จำกัด ให้กับนิสิตคณะนิติศาสตร์ ที่มีผลการเรียนดี มีความประพฤติดี มีจิตสาธารณะ และยังต้องการทุนทรัพย์ทางการศึกษาเพิ่มเติม โดยได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.บุญญรัตน์ โชคบันดาลชัย คณบดีคณะนิติศาสตร์ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์จรรยารักษ์ สุวพันธ์ รองคณบดีคณะนิติศาสตร์ ให้การต้อนรับคุณปพิชญา จันทะเสน ผู้แทนจากบริษัท สำนักพิมพ์วิญญูชน จำกัด ณ ห้องรับรอง ชั้น 3 คณะนิติศาสตร์

ที่มา: คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร ถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์

เมื่อวันที่ 24-25 มิถุนายน 2566 นางนิพัทธ์ เกษาพร ผู้อำนวยการกองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มอบหมายให้ นางสาววรรณชลี กุลศรีไชย หัวหน้างานศิลปวัฒนธรรม เป็นวิทยากรในโครงการพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์/บริการ ภายใต้แผนงานยกระดับธุรกิจภูมิภาค (Regional Entrepreneur Upgrade) เพื่อยกระดับผู้ประกอบการธุรกิจภูมิภาคทุกกลุ่มที่เป็นฐานสำคัญของเศรษฐกิจภูมิภาค (Regional Economy) และนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และงานวิจัย มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผู้ประกอบการในภูมิภาค ณ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตภัณฑ์ตัดเย็บ ตำบลสนามคลี จังหวัดพิษณุโลก

ที่มา: กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร เข้าร่วมการสัมมนาพหุภาคี “สู้ชนะความจน”

วันจันทร์ที่ 26 มิถุนายน 2566 ศาสตราจารย์ ดร.จิรวัฒน์ พิระสันต์ และคณะทำงานโครงการวิจัยฯ เข้าร่วมการสัมมนาพหุภาคี “สู้ชนะความจน : บนฐานพลังความรู้ พลังภาคี” ภายใต้แผนงานแพลตฟอร์มขจัดความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำระดับจังหวัดของหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยมีศาสตราจารย์ (พิเศษ) เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเป็นประธานในพิธีฯในการสัมมนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานวิจัยและนำไปสู่การขับเคลื่อนขยายผลและกลยุทธ์การขับเคลื่อนพื้นที่จังหวัด SRA แบบบูรณาการ ณ ห้องวิภาวดีบอลรูม บี โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซาลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

ที่มา: คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ศิลปะและการออกแบบ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวรร่วมสัมมนา Textile Talk เชื่อมโยงเศรษฐกิจวัฒนธรรมและหัตถกรรมสุโขทัย

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาค โดยใช้องค์ความรู้และนวัตกรรมเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคม ผ่านความร่วมมือระหว่างเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์และภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของท้องถิ่นให้มีความโดดเด่น สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล และช่วยส่งเสริมรายได้ให้กับชุมชน

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2566 มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้มอบหมายให้ ดร.จารุวรรณ แดงบุบผา ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต พร้อมด้วย นางนิพัทธ์ เกษาพร ผู้อำนวยการกองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม และบุคลากร เข้าร่วมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านผ้าทอและวัฒนธรรม (Textile Talk) ในพื้นที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยวเครือข่ายระเบียงเศรษฐกิจ LIMECโรงแรมสุทัยเทรชเชอร์ รีสอร์ท แอนด์ สปา จังหวัดสุโขทัย

การสัมมนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจวัฒนธรรมผ่านการท่องเที่ยว ตลอดจนการพัฒนาแนวทางในการส่งเสริมงานหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน โดยเน้นการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมกับนวัตกรรมสมัยใหม่ เพื่อสร้างคุณค่าและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของสินค้าทางวัฒนธรรม นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมการสร้างอาชีพให้กับคนในชุมชน เพิ่มมูลค่าสินค้าหัตถกรรม และช่วยลดปัญหาความยากจนในระดับท้องถิ่น

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างเมืองในเครือข่าย LIMEC เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและสังคมในระดับภูมิภาค โดยมุ่งหวังให้เศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาเมืองและชุมชนอย่างยั่งยืน ตลอดจนขยายโอกาสทางการตลาดให้กับผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน เพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว

มหาวิทยาลัยนเรศวรจะเดินหน้าส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจผ่านองค์ความรู้และนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของพื้นที่ ส่งเสริมรายได้ สร้างมูลค่าสินค้า และพัฒนาอาชีพให้กับชุมชน อันเป็นแนวทางสำคัญในการแก้ปัญหาความยากจนในระดับท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

มน. ร่วมลงนาม “บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) แนวทางบูรณาการแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.)”

สืบเนื่องจากการที่ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ได้ร่วมลงนาม “บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) แนวทางบูรณาการแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.)” เชิงพื้นที่เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมเชิงพื้นที่ โดยมุ่งเน้นนำองค์ความรู้จากวิทยาศาสตร์ ผลงานวิจัย และผลผลิตที่เป็นนวัตกรรมมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการพลิกโฉมประเทศ ในการพัฒนาพื้นที่ พัฒนาจังหวัด และกลุ่มจังหวัด อีกทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความสุขอย่างยั่งยืน อันจะเป็นทางเลือก และทางรอดสำหรับอนาคต

วันที่ 3 พฤษภาคม 2566 นายภูสิต สมจิตต์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก จึงได้ร่วมทำการหารือกับ รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวรพร้อมคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยนเรศวร ณ อาคารอุทยานองค์สมเด็จพระนเรศวร มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อร่วมหาแนวทางการพัฒนาเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ โดยใช้งานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ โดยมหาวิทยาลัยนเรศวรพร้อมเป็นแหล่งข้อมูลองค์ความรู้ วิชาการ วิจัยและนวัตกรรม และสนับสนุนทรัพยากรบุคคลทางด้านวิชาการ วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมที่สำคัญของประเทศที่สามารถตอบโจทย์ แก้ไข ปัญหาในพื้นที่ และจะร่วมพัฒนาความร่วมมือกับจังหวัดพิษณุโลกในลำดับถัดไป

ที่มา: กองการวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยวิทยาลัยนเรศวร

การพัฒนานวัตกรรมที่เกิดจากชุมชนอย่างแท้จริง จึงจะเกิดความยั่งยืนและความเข้มแข็งของชุมชน

การลงชุมชน มิใช่การนำนวัตกรรมไปให้แล้วจบ หรือการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ไปให้แล้วจบ แต่คือการสร้างจุดร่วม แนวคิด เป้าหมายในการพัฒนานวัตกรรมที่เกิดจากชุมชนอย่างแท้จริง จึงจะเกิดความยั่งยืนและความเข้มแข็งของชุมชน ผู้นำมีส่วนสำคัญในการนำพา ที่ใดผู้นำมีวิสัยทัศน์ มีความคิดสร้างสรรค์ เห็นประโยชน์คนอื่นมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว ชุมชนจะเกิดความร่วมมือร่วมแรงเพื่อประโยชน์ของชุมชนเอง คำถามคือ เกิดยากมัย บอกเลย ยากมาก จะเกิดเมื่อไหร่ เมื่อเราลงพื้นที่แล้วเกิดความไว้วางใจ เกิดการทำงานร่วมกันจริงๆ ไม่ใช่ไปเพียง 1-2 ครั้งแล้วบอกว่านั้นคือการลงชุมชน มิใช่เลย… ขอบคุณ สำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และนำพาไปสู่ความร่วมมือกันในอนาคตเพื่อพัฒนาชุมชนอย่างแท้จริง

*ภาคการศึกษา คือส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนชุมชน การตัดตอนความไม่รู้ ตัดช่วงของความจน (วงจรคนจนข้ามรุ่น) เพื่อก่อเกิดนวัตกรรมใหม่ในชุมชนแห่งการเรียนรู้

ม.นเรศวร ร่วมสัมมนา ‘Textile Talk’ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์และท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในเขต LIMEC ยกระดับศักยภาพสุโขทัย สร้างรายได้และอาชีพยั่งยืน

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2566, มหาวิทยาลัยนเรศวร ภายใต้การนำของ ดร.จารุวรรณ แดงบุบผา ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต และ นางนิพัทธ์ เกษาพร ผู้อำนวยการกองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ร่วมกับบุคลากรจากมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เข้าร่วมการสัมมนา “Textile Talk” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเสริมสร้างความร่วมมือด้านการพัฒนาศักยภาพของอุตสาหกรรมผ้าทอและวัฒนธรรมในพื้นที่ โดยมีการเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวในเครือข่ายระเบียงเศรษฐกิจ LIMEC (Lower Mekong Subregion Economic Corridor)โรงแรมสุทัยเทรชเชอร์ รีสอร์ท แอนด์ สปา จังหวัดสุโขทัย

1. การส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจท้องถิ่นผ่านวัฒนธรรมและหัตถกรรม: การสัมมนาครั้งนี้มีจุดประสงค์หลักในการส่งเสริมการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านเศรษฐกิจวัฒนธรรม ผ่านการท่องเที่ยว โดยมุ่งเน้นการยกระดับ เมืองสุโขทัย ให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ที่มีศักยภาพด้านงานหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน สถานที่นี้ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม รวมถึงการพัฒนาความร่วมมือระหว่างพื้นที่ในเขตระเบียงเศรษฐกิจ LIMEC ซึ่งประกอบด้วยหลายประเทศในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่าง ภาครัฐ, ภาคเอกชน, และ ภาคประชาชน ในการพัฒนาเศรษฐกิจของพื้นที่จังหวัดสุโขทัยและพื้นที่โดยรอบ ผ่านการสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เน้นการเชื่อมโยงกับ งานหัตถกรรมพื้นบ้าน อันเป็นเอกลักษณ์ท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการที่มีในพื้นที่ พร้อมทั้งสร้างโอกาสในการพัฒนาการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน

2. การสร้างงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจ (SDG 8): การพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและงานหัตถกรรมในพื้นที่ภาคเหนือ เช่น งานทอผ้าและศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน นอกจากจะช่วยยกระดับการท่องเที่ยวแล้วยังมีผลต่อการ สร้างงาน และ สร้างอาชีพ ในท้องถิ่น การฝึกอบรมและพัฒนาทักษะในการทำงานหัตถกรรมทำให้ชุมชนมีโอกาสในการสร้างรายได้จากกิจกรรมเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว

การพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวที่เน้น เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เป็นแนวทางสำคัญในการส่งเสริม SDG 8 (การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและการทำงานที่ดี) ซึ่งจะช่วยให้ชุมชนในพื้นที่สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ลดการพึ่งพาการท่องเที่ยวที่เกิดจากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างไม่ยั่งยืน หรือการลงทุนภายนอกที่ไม่เกิดประโยชน์กับชุมชนอย่างแท้จริง

3. การส่งเสริมการพัฒนาเมืองและชุมชนที่ยั่งยืน (SDG 11): การสัมมนาครั้งนี้ยังเชื่อมโยงกับ SDG 11 (เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน) โดยการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ผสมผสานกับการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมท้องถิ่น และการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ผ่านการส่งเสริม การท่องเที่ยวที่ยั่งยืน การใช้วัฒนธรรมท้องถิ่นและงานหัตถกรรมเป็นสินค้าทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่า ไม่เพียงแต่ช่วยสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน แต่ยังช่วยในการสร้างความรู้สึกภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมของชุมชน

การส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ยังทำให้เมืองสุโขทัยมีโอกาสในการเติบโตในฐานะ เมืองสร้างสรรค์ ซึ่งมีการใช้ศิลปะและวัฒนธรรมเป็นเครื่องมือในการพัฒนาเมืองให้มีความเป็นเอกลักษณ์และดึงดูดนักท่องเที่ยวในระยะยาว การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่และสร้างความเชื่อมโยงกับการพัฒนาระยะยาวของเมืองให้ยั่งยืน ถือเป็นการขับเคลื่อน SDG 11 อย่างมีประสิทธิภาพ

4. บทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนาที่ยั่งยืน: มหาวิทยาลัยนเรศวรได้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาชุมชนและเศรษฐกิจท้องถิ่นผ่านการสนับสนุนและการเชื่อมโยงเครือข่ายต่าง ๆ โดยเฉพาะในด้านการท่องเที่ยวและศิลปะท้องถิ่น ซึ่งเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ มหาวิทยาลัยได้ร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อสร้าง พันธมิตร ที่มุ่งเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืนและขยายผลการพัฒนาไปสู่พื้นที่อื่น ๆ ภายในเขตระเบียงเศรษฐกิจ LIMEC

การส่งเสริมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยเฉพาะงานหัตถกรรม เช่น การทอผ้า ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่โดยการสร้าง งาน และ อาชีพ ให้กับชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับทั้ง SDG 1 (การขจัดความยากจน) และ SDG 8 (การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน) รวมถึง SDG 11 ที่เน้นการพัฒนาเมืองและชุมชนให้มีความยั่งยืน

ที่มา: กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร

ตลาดสีเขียวคณะเกษตรศาสตร์ฯ มาแล้วจ้าา

ตลาดสีเขียว “Green and Clean Market” ณ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาอย่างยั่งยืนและสนับสนุนการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยตลาดนี้จัดขึ้นทุกวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 12.00 – 16.30 น. ที่ลานจอดรถด้านหน้าคณะเกษตรศาสตร์ฯ

ในวันที่ 26 เมษายน 2566 แม้จะมีฝนตก ตลาดสีเขียวยังคงเปิดให้บริการตามปกติ เพื่อให้ผู้บริโภคได้มาเลือกซื้อสินค้าคุณภาพดีจากเกษตรกรท้องถิ่น สินค้าที่จำหน่ายในตลาดประกอบไปด้วยผักปลอดสารพิษ ผักอินทรีย์ และผักไฮโดรโปนิกส์ ซึ่งเป็นผักที่ปลูกโดยไม่ใช้สารเคมี มีความปลอดภัยสูง พร้อมทั้งยังมีผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ เช่น ปลาแดดเดียว ไข่ไก่ราคาถูก และปลาสวยงามที่มีคุณภาพจากเกษตรกรในพื้นที่ ทั้งจากกลุ่มเกษตรกรพันเสา เกษตรกรบึงพระ และเกษตรกรจากบางระกำ รวมถึงผลิตภัณฑ์จากนิสิตของคณะเกษตรศาสตร์ฯ ที่นำมาจำหน่ายอีกด้วย

การจัดตลาดสีเขียวนี้ไม่เพียงแต่ช่วยส่งเสริมการบริโภคสินค้าเกษตรที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ แต่ยังเป็นการสนับสนุนเกษตรกรท้องถิ่นและเสริมสร้างโอกาสในการพัฒนาธุรกิจเกษตรกรรมที่ยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 2) ของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการขจัดความหิวโหยและส่งเสริมการเกษตรที่ยั่งยืน โดยตลาดนี้เป็นเวทีให้เกษตรกรและนิสิตได้แสดงศักยภาพของตน และสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการเลือกซื้อสินค้าที่ยั่งยืนและดีต่อสุขภาพแก่ผู้บริโภคในชุมชนได้เป็นอย่างดี

ที่มา: คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin