ม.นเรศวร ต้อนรับคณะศึกษาดูงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม เรียนรู้ระบบผลิตน้ำประปาและบำบัดน้ำเสียเพื่อการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน

วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม 2568 รองศาสตราจารย์ ดร.พนัส นัถฤทธิ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีสารสนเทศ พร้อมด้วย นายรุ่งรัตน์ พระนาค ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ และคณะ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการติดตั้ง ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) บริเวณดาดฟ้า หลังคาอาคาร และพื้นที่รอบสระสุริโยทัย ภายในมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อผลิตพลังงานสะอาดสำหรับใช้ภายในมหาวิทยาลัย อันเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การดำเนินโครงการดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการส่งเสริม พลังงานสะอาดและพลังงานทดแทน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมยกระดับมหาวิทยาลัยสู่การเป็น มหาวิทยาลัยสีเขียว (Green University) และมหาวิทยาลัยที่ขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งภายในมหาวิทยาลัยจะช่วยเพิ่มสัดส่วนการใช้ พลังงานหมุนเวียน ในการดำเนินงานขององค์กร สนับสนุนการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนด้านพลังงานไฟฟ้าในระยะยาว และเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานของมหาวิทยาลัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

นอกจากการใช้ประโยชน์ด้านพลังงานแล้ว โครงการยังเป็น แหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานสะอาดและการจัดการสิ่งแวดล้อม สำหรับนิสิต คณาจารย์ และนักวิจัย โดยสามารถนำข้อมูลจากระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ในการศึกษา วิเคราะห์ และพัฒนาองค์ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน การอนุรักษ์พลังงาน และการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อยกระดับการเรียนการสอนและการวิจัยของมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังให้ความสำคัญกับการบูรณาการองค์ความรู้และการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายวิชาการ เพื่อแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี นวัตกรรม และแนวปฏิบัติที่ดีด้านพลังงานสะอาด ตลอดจนร่วมกันพัฒนาแนวทางการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ยังช่วยสนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน เปิดโอกาสให้เกิดการศึกษาและติดตามประสิทธิภาพของระบบในสภาพแวดล้อมจริง รวมทั้งเป็นต้นแบบการบริหารจัดการพลังงานที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาอาคารและพื้นที่ของมหาวิทยาลัยให้มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

การขับเคลื่อนโครงการพลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์ของมหาวิทยาลัยนเรศวร แสดงให้เห็นถึงการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการพลังงาน ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสร้างต้นแบบมหาวิทยาลัยที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดเพื่อประโยชน์ของสังคมและประเทศในระยะยาว

ม.นเรศวร ต้อนรับคณะศึกษาดูงานด้านการจัดการน้ำเสีย เสริมสร้างการเรียนรู้ระบบบำบัดน้ำเสียเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

วันอังคารที่ 8 ตุลาคม 2568 กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร ให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หลักสูตรวิทยาศาสตร์การประมง ภาควิชาวิทยาศาสตร์การเกษตร นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุพัฒน์ พลซา รองคณบดีฝ่ายวิชาการและประกันคุณภาพ ปฏิบัติราชการแทนคณบดี พร้อมด้วยอาจารย์ผู้สอนรายวิชา 122354 เทคโนโลยีการจัดการของเสียทางการประมง และนิสิตจำนวน 30 คน เข้าศึกษาดูงาน ณ สถานีบำบัดน้ำเสียส่วนกลาง มหาวิทยาลัยนเรศวร

การศึกษาดูงานครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “ระบบการบำบัดน้ำเสียทางกายภาพ เคมี และชีวภาพ” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นิสิตได้เรียนรู้หลักการ กระบวนการ และเทคโนโลยีที่ใช้ในการบำบัดน้ำเสียอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การรวบรวมน้ำเสีย การบำบัดในแต่ละขั้นตอน ไปจนถึงการควบคุมคุณภาพน้ำก่อนปล่อยกลับคืนสู่สิ่งแวดล้อม

ภายในกิจกรรม คณะศึกษาดูงานได้เยี่ยมชมการดำเนินงานของ สถานีบำบัดน้ำเสียส่วนกลาง พร้อมรับฟังการบรรยายเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้กระบวนการบำบัดน้ำเสียทางกายภาพ เคมี และชีวภาพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกำจัดมลพิษ ลดผลกระทบต่อแหล่งน้ำ และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างคุ้มค่าและมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีแล้ว ยังมีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับ การบริหารจัดการสถานีบำบัดน้ำเสีย การติดตามคุณภาพน้ำ การบริหารระบบสาธารณูปโภคด้านสิ่งแวดล้อม และแนวทางการพัฒนาระบบให้รองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ซึ่งช่วยให้นิสิตได้เห็นการเชื่อมโยงระหว่างองค์ความรู้ทางวิชาการกับการปฏิบัติงานจริง

กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริม การเรียนรู้นอกห้องเรียน ที่เปิดโอกาสให้นิสิตได้ศึกษาจากสถานที่ปฏิบัติงานจริง เรียนรู้จากผู้ปฏิบัติงาน และพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ไขปัญหา และการประยุกต์ใช้ความรู้ด้านการจัดการของเสียและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการประกอบวิชาชีพในอนาคต

การศึกษาดูงานครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่าง กองอาคารสถานที่ และ คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการบูรณาการการเรียนการสอนกับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมของมหาวิทยาลัย ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการจัดการน้ำเสีย การใช้เทคโนโลยีการบำบัดน้ำ และการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ เพื่อเสริมสร้างความรู้และประสบการณ์ให้แก่นิสิตจากสถานการณ์จริง

การดำเนินกิจกรรมของกองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในการเป็นแหล่งเรียนรู้และศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของนิสิตผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง สร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และร่วมขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ม.นเรศวร เปิดสถานีบำบัดน้ำเสียต้อนรับคณะศึกษาดูงาน เสริมสร้างการเรียนรู้การจัดการน้ำเสียอย่างยั่งยืน

วันพุธที่ 1 ตุลาคม 2568 กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร ให้การต้อนรับ ดร.ศิริวัฒน์ คูเจริญไพบูลย์ อาจารย์ประจำภาควิชาจุลชีววิทยาสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนิสิตคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ จำนวน 30 คน เข้าศึกษาดูงานระบบบำบัดน้ำเสียส่วนกลางของมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อเรียนรู้กระบวนการบริหารจัดการน้ำเสียและการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำจากการดำเนินงานจริง

การศึกษาดูงานครั้งนี้มุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับ ระบบบำบัดน้ำเสีย ตั้งแต่กระบวนการรวบรวมน้ำเสีย การบำบัด การควบคุมคุณภาพน้ำ และการบริหารจัดการระบบให้เป็นไปตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้นิสิตได้เข้าใจหลักการจัดการน้ำเสียที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการเรียนและการปฏิบัติงานด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมและสาธารณสุข

ภายในกิจกรรม คณะศึกษาดูงานได้เยี่ยมชมกระบวนการทำงานของสถานีบำบัดน้ำเสียส่วนกลาง พร้อมรับฟังการบรรยายเกี่ยวกับเทคโนโลยีและแนวทางการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยในการจัดการน้ำเสียอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรน้ำอย่างคุ้มค่า และการรักษาคุณภาพของแหล่งน้ำภายในมหาวิทยาลัย

นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างบุคลากรกองอาคารสถานที่ คณาจารย์ และนิสิต ในประเด็นด้าน การบริหารจัดการน้ำเสียอย่างยั่งยืน การติดตามคุณภาพน้ำ และบทบาทของระบบบำบัดน้ำเสีย ในการสนับสนุนการพัฒนามหาวิทยาลัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเข้าใจเชิงปฏิบัติและมุมมองด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างรอบด้าน

กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริม การเรียนรู้จากสถานที่ปฏิบัติงานจริง ที่เปิดโอกาสให้นิสิตได้สัมผัสกระบวนการดำเนินงานของระบบสาธารณูปโภคด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การประยุกต์ใช้ความรู้ทางวิชาการ และการเรียนรู้ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้และเตรียมความพร้อมสู่การประกอบวิชาชีพในอนาคต

การศึกษาดูงานครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่าง กองอาคารสถานที่ และ คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ ในการบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิชาการกับการปฏิบัติงานจริง สร้างเครือข่ายการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรน้ำ พร้อมทั้งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสีย การจัดการคุณภาพน้ำ และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

การดำเนินงานของกองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร แสดงให้เห็นถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยในการเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เชื่อมโยงการเรียนการสอน การบริการวิชาการ และความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เพื่อพัฒนาศักยภาพของนิสิต สร้างองค์ความรู้ด้านการจัดการทรัพยากรน้ำ และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร ต้อนรับคณะศึกษาดูงานด้านเทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสีย เสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

วันอังคารที่ 23 กันยายน 2568 กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร ให้การต้อนรับนิสิตชั้นปีที่ 3 คณะเกษตรศาสตร์ ภาควิชาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 32 คน เข้าศึกษาดูงาน ณ สถานีบำบัดน้ำเสียส่วนกลาง มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณิชากร คอนดี อาจารย์ผู้รับผิดชอบรายวิชา 118305 เทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสีย พร้อมด้วย นางสาวพรสวรรค์ กลมกลิ้ง นักวิทยาศาสตร์ นำคณะเข้าร่วมกิจกรรม

การศึกษาดูงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นิสิตได้เรียนรู้ กระบวนการจัดการน้ำเสียและเทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสีย จากการดำเนินงานจริงของมหาวิทยาลัย โดยเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางทฤษฎีกับการปฏิบัติ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจด้านการจัดการทรัพยากรน้ำและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ

ภายในกิจกรรม คณะศึกษาดูงานได้เยี่ยมชมกระบวนการทำงานของสถานีบำบัดน้ำเสีย ตั้งแต่การรวบรวมน้ำเสีย การบำบัดในแต่ละขั้นตอน การควบคุมคุณภาพน้ำ และการติดตามประสิทธิภาพของระบบ เพื่อให้การบำบัดน้ำเสียเป็นไปตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม และลดผลกระทบต่อแหล่งน้ำและระบบนิเวศโดยรอบ

นอกจากนี้ นิสิตยังได้เรียนรู้การประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อม ในการบริหารจัดการน้ำเสีย รวมถึงการนำข้อมูลจากการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำมาใช้ประกอบการวางแผนและพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

กิจกรรมดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างบุคลากรกองอาคารสถานที่ คณาจารย์ และนิสิต ผ่านการอภิปรายและซักถามเกี่ยวกับการออกแบบ การบริหารจัดการ และการพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสีย ช่วยเสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้จากสถานที่ปฏิบัติงานจริง และพัฒนาทักษะด้านวิชาชีพของนิสิตให้พร้อมต่อการทำงานในอนาคต

การศึกษาดูงานครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่าง กองอาคารสถานที่ และ คณะเกษตรศาสตร์ ภาควิชาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการบูรณาการการเรียนการสอนกับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมของมหาวิทยาลัย ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ พร้อมทั้งเสริมสร้างความเข้าใจด้านการจัดการทรัพยากรน้ำ การบำบัดน้ำเสีย และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมบนพื้นฐานของการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง

การดำเนินกิจกรรมของกองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร แสดงให้เห็นถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยในการเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการจัดการน้ำและสิ่งแวดล้อม ที่สนับสนุนการเรียนการสอน การบริการวิชาการ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เพื่อพัฒนาศักยภาพของนิสิต บุคลากร และสังคม พร้อมร่วมขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ม.นเรศวร ศึกษาการสะสมของโลหะหนักในปลาแม่น้ำกก สนับสนุนการบริหารจัดการคุณภาพน้ำและทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 2 มิถุนายน 2568 รองศาสตราจารย์ ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมคณะนักวิจัย ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำ ตะกอน และปลา จากแม่น้ำกก เพื่อนำไปวิเคราะห์การสะสมของโลหะหนักในห้องปฏิบัติการ โดยมีเป้าหมายเพื่อศึกษาสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติบนพื้นฐานของข้อมูลทางวิทยาศาสตร์

การศึกษาครั้งนี้มุ่งเน้นการตรวจสอบการสะสมของโลหะหนักในสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิต โดยใช้การวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำ ตะกอน และปลา เพื่อประเมินระดับการปนเปื้อนและความเชื่อมโยงของสารมลพิษในระบบนิเวศ ข้อมูลที่ได้จะช่วยสะท้อนสถานะของคุณภาพน้ำและความสมบูรณ์ของระบบนิเวศในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่น้ำกก

นอกจากการประเมินการสะสมของโลหะหนักแล้ว คณะนักวิจัยยังดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของแหล่งกำเนิดมลพิษ โดยตรวจสอบข้อมูลที่อาจบ่งชี้ถึงแหล่งกำเนิดมลพิษ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับกิจกรรมการทำเหมืองทองและเหมืองแรร์เอิร์ธในพื้นที่ต้นน้ำ ทั้งนี้ ผลการศึกษาจะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อม การติดตามการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ และการกำหนดมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างเหมาะสม

การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการนำองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม การวิเคราะห์คุณภาพน้ำ และการตรวจสอบสารปนเปื้อน มาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ผ่านการวิจัยภาคสนามควบคู่กับการวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ เพื่อสร้างฐานข้อมูลที่มีความถูกต้อง น่าเชื่อถือ และสามารถใช้สนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลการศึกษาจะเป็นประโยชน์ต่อการติดตามคุณภาพแหล่งน้ำ การอนุรักษ์ระบบนิเวศ และการคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพของแม่น้ำกก ตลอดจนช่วยประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อประชาชนและชุมชนที่พึ่งพาทรัพยากรน้ำและสัตว์น้ำในการดำรงชีวิต โดยอาศัยข้อมูลเชิงประจักษ์เป็นพื้นฐานในการวางแผนจัดการด้านสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ การบูรณาการองค์ความรู้จากภาควิชาวิศวกรรมโยธาเข้ากับการวิจัยด้านคุณภาพน้ำและการจัดการมลพิษ ยังช่วยยกระดับศักยภาพด้านการวิจัยของมหาวิทยาลัย และสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อร่วมกันเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อม พัฒนาองค์ความรู้ และสนับสนุนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

การศึกษาของทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำองค์ความรู้ทางวิชาการมาสนับสนุนการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการสร้างข้อมูลด้านคุณภาพน้ำ การติดตามการสะสมของโลหะหนักในระบบนิเวศ และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำอย่างสมดุล ควบคู่กับการรักษาความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศในระยะยาว โดยผลการดำเนินงานดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ผ่านรายการข่าวค่ำ สถานีโทรทัศน์ Thai PBS เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2568

ม.นเรศวร ส่งเสริมกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้น้ำแก่นักศึกษาและชุมชน

วันพุธที่ 18 ธันวาคม 2567 บุคลากรกองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากนิสิตคณะสาธารณสุขศาสตร์ ชั้นปีที่ 1 นำโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เสน่ห์ แสงเงิน อาจารย์ผู้รับผิดชอบรายวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อมในงานสาธารณสุข เพื่อเข้าศึกษาดูงานระบบการผลิตน้ำประปาและการบำบัดน้ำเสียของมหาวิทยาลัยนเรศวร

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อ ส่งเสริมกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้น้ำแก่นักศึกษาและชุมชน โดยให้นิสิตได้เรียนรู้กระบวนการผลิตน้ำประปาที่สะอาดและปลอดภัยต่อสุขภาพ รวมถึงการบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยกลับคืนสู่สิ่งแวดล้อมอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน

ภายในกิจกรรม มีการบรรยายและสาธิตกระบวนการผลิตน้ำประปา ตั้งแต่การรับน้ำดิบเข้าสู่ระบบ การกรอง การฆ่าเชื้อ ไปจนถึงการกระจายน้ำสะอาดไปใช้ในพื้นที่มหาวิทยาลัย เพื่อให้นักศึกษาเห็นภาพรวมของการบริหารจัดการน้ำที่มีคุณภาพและปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน

นอกจากนี้ยังได้พาเยี่ยมชม สถานีบำบัดน้ำเสียส่วนกลาง ซึ่งทำหน้าที่สำคัญในการจัดการน้ำทิ้งจากอาคารและกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัย โดยผ่านกระบวนการบำบัดที่ทันสมัย ช่วยลดมลพิษและฟื้นฟูคุณภาพน้ำให้สามารถกลับคืนสู่ธรรมชาติได้อย่างปลอดภัย

กิจกรรมดังกล่าวไม่เพียงแต่เพิ่มพูนความรู้ด้านวิชาการแก่นักศึกษาเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์น้ำและสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมให้ตระหนักถึงคุณค่าของน้ำในฐานะทรัพยากรที่มีจำกัดและจำเป็นต่อการดำรงชีวิต

ในมิติด้านความยั่งยืน การจัดการระบบน้ำประปาและน้ำเสียของมหาวิทยาลัยนเรศวรถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการจัดการน้ำในระดับชุมชน ที่สามารถปรับใช้ในพื้นที่อื่น ๆ เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงน้ำสะอาดและการจัดการสุขาภิบาลที่ดี

การเรียนรู้ครั้งนี้ยังช่วยต่อยอดองค์ความรู้ของนิสิตด้านสาธารณสุขศาสตร์ ให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานจริงในอนาคต ทั้งในด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การป้องกันโรคที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำ และการส่งเสริมสุขภาพชุมชนอย่างยั่งยืน

บรรยากาศการศึกษาดูงานเต็มไปด้วยความน่ารักและความอบอุ่น สะท้อนถึงความตั้งใจของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรน้ำที่มีคุณภาพ เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่ตระหนักถึงความสำคัญของน้ำและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

ม.นเรศวร ติดตั้งมาตรวัดน้ำครอบคลุมทุกอาคารภายในมหาวิทยาลัย ขับเคลื่อนการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน

มหาวิทยาลัยนเรศวร ดำเนินการติดตั้ง มาตรวัดน้ำประปา จำนวน 108 จุด ครอบคลุมทุกอาคารภายในมหาวิทยาลัย เพื่อใช้ในการ ติดตามและรายงานปริมาณการใช้น้ำ อย่างเป็นระบบ ซึ่งข้อมูลที่ได้จะถูกนำมาประกอบการวางแผนการใช้น้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และ ส่งเสริมการใช้น้ำประปาให้เกิดประโยชน์คุ้มค่า ตามแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนของมหาวิทยาลัย

โครงการนี้จัดทำขึ้นภายใต้นโยบายของมหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นการเป็น มหาวิทยาลัยที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม (Green University) โดยเฉพาะในด้านการจัดการน้ำ ซึ่งถือเป็นทรัพยากรสำคัญต่อการดำเนินกิจกรรมทางการศึกษา การวิจัย และการใช้ชีวิตประจำวันของนิสิตและบุคลากร การติดตั้งมาตรวัดน้ำในทุกอาคารช่วยให้สามารถ ตรวจสอบและควบคุมการใช้น้ำได้อย่างแม่นยำ ลดการสูญเสียน้ำจากการรั่วไหลหรือใช้อย่างสิ้นเปลือง

นอกจากการติดตั้งมาตรวัดน้ำแล้ว มหาวิทยาลัยยังได้พัฒนาระบบ ฐานข้อมูลกลางสำหรับการรายงานผลการใช้น้ำแบบเรียลไทม์ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถติดตามสถิติการใช้น้ำได้อย่างต่อเนื่อง และนำข้อมูลไปใช้ในการวิเคราะห์แนวโน้มการใช้น้ำของแต่ละพื้นที่ในมหาวิทยาลัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังเป็นข้อมูลสำคัญในการวางแผน การอนุรักษ์น้ำในระยะยาว

การดำเนินงานนี้ยังช่วยให้มหาวิทยาลัยสามารถบริหารงบประมาณด้านค่าน้ำประปาได้อย่างคุ้มค่า โดยการระบุจุดที่มีการใช้น้ำสูงผิดปกติหรือเกิดการรั่วซึม เพื่อให้สามารถเข้าดำเนินการแก้ไขได้ทันท่วงที ซึ่งเป็นการ ลดการสูญเสียทรัพยากรน้ำและลดค่าใช้จ่ายขององค์กร ไปพร้อมกัน ถือเป็นการผสานแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ

ในมิติด้านการเรียนรู้และการวิจัย มหาวิทยาลัยนเรศวรมีแนวทางในการนำข้อมูลจากการติดตามการใช้น้ำไปใช้ในการพัฒนานวัตกรรมด้าน ระบบตรวจวัดและบริหารจัดการน้ำอัจฉริยะ (Smart Water Management) ซึ่งจะช่วยให้นิสิตและนักวิจัยสามารถเรียนรู้จากข้อมูลจริง และนำไปต่อยอดในงานวิจัยเพื่อการอนุรักษ์น้ำและพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

โครงการติดตั้งมาตรวัดน้ำในครั้งนี้ยังส่งเสริมให้เกิด การมีส่วนร่วมของบุคลากรและนิสิต ในการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ผ่านกิจกรรมและการรณรงค์ลดการใช้น้ำในชีวิตประจำวัน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของการสร้าง วัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และความรับผิดชอบต่อสังคม

การบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนถือเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของมหาวิทยาลัยนเรศวร การดำเนินการติดตั้งมาตรวัดน้ำทั่วพื้นที่มหาวิทยาลัยไม่เพียงช่วยให้การจัดการทรัพยากรน้ำมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การเป็นต้นแบบของสถาบันการศึกษาที่มี การจัดการน้ำอย่างชาญฉลาดและยั่งยืน เพื่อรองรับการเติบโตของสังคมและสิ่งแวดล้อมในอนาคต

30

ม.นเรศวร ติดตั้งกังหันพลังงานแสงอาทิตย์ บำบัดน้ำเสีย ลดใช้พลังงานไฟฟ้า

วันที่ 22 สิงหาคม 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยมุ่งเน้นการจัดการน้ำสะอาดและสุขาภิบาล ตามเป้าหมาย SDG 6 ขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในพันธกิจสำคัญที่มหาวิทยาลัยมุ่งมั่นดำเนินการเพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนและปลอดภัย

โครงการเครื่องเติมอากาศกังหันตีน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar-Powered Aerator) เป็นหนึ่งในโครงการเด่นที่สะท้อนความมุ่งมั่นนี้ กองอาคารสถานที่ของมหาวิทยาลัยนเรศวรได้ติดตั้งเครื่องเติมอากาศที่ใช้พลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์ เพื่อเพิ่มออกซิเจนในน้ำ บำบัดน้ำเสีย และลดปัญหาน้ำเน่าเสียภายในพื้นที่มหาวิทยาลัย

เครื่องเติมอากาศพลังงานแสงอาทิตย์ใช้แทนมอเตอร์ AC 2 แรงม้า ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดวัน ช่วยลดต้นทุนพลังงานได้อย่างชัดเจน หากเปรียบเทียบกับการใช้มอเตอร์ AC วันละ 5-7 ชั่วโมง เครื่องเติมอากาศพลังงานแสงอาทิตย์สามารถช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้ประมาณ 9,000 – 12,000 บาทต่อปีต่อเครื่อง

ปัจจุบันมีการติดตั้งเครื่องเติมอากาศทั้งหมด 16 เครื่อง ครอบคลุมพื้นที่น้ำสำคัญ ได้แก่ สระสองกษัตริย์ สระบรมดิลก สระเอกกษัตริย์ สระมณีรัตนา และสระน้ำประตู 6 ซึ่งช่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำและสร้างระบบนิเวศน้ำที่สมดุลภายในมหาวิทยาลัย

โครงการนี้ไม่เพียงช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน แต่ยังเสริมสร้างความตระหนักถึงการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน แสดงให้เห็นถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสีเขียวในภาคการศึกษา และเป็นตัวอย่างที่ดีของการพัฒนาสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการเรียนการสอน

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังมุ่งเน้นการสร้างความรู้ความเข้าใจให้บุคลากรและนิสิตเห็นคุณค่าของการอนุรักษ์น้ำและพลังงาน พร้อมสนับสนุนให้เกิดการมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่สร้างเสริมความยั่งยืน ทั้งในด้านการจัดการน้ำสะอาด การประหยัดพลังงาน และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

การดำเนินโครงการเครื่องเติมอากาศพลังงานแสงอาทิตย์เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืนและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องในอนาคต

ม.นเรศวร นำน้ำเสียหมุนเวียน ลดการใช้น้ำใหม่ สนับสนุนอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ยั่งยืนในด้านการจัดการน้ำ (Sustainable Development Goal 6: Clean Water and Sanitation) โดยเฉพาะการนำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่ผ่านระบบน้ำหมุนเวียน (Water Recycling) เพื่อลดการใช้น้ำใหม่และสนับสนุนการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ

พื้นที่ทั้งหมดของมหาวิทยาลัยครอบคลุมกว่า 2,167,624 ตารางเมตร โดยมีพื้นที่สีเขียวคิดเป็น 55.35% ของพื้นที่รวม ซึ่งประกอบด้วยสนามหญ้า สวนดอกไม้ ต้นไม้ และพื้นที่ป่า พื้นที่เหล่านี้ต้องการการดูแลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการใช้น้ำในการรดต้นไม้และบำรุงรักษา

เพื่อให้การดูแลพื้นที่สีเขียวเป็นไปอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยได้ดำเนินการระบบบำบัดน้ำเสียและนำกลับมาใช้ใหม่ โดยในแต่ละปีมหาวิทยาลัยผลิตน้ำเสียประมาณ 1,090,752 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้วถึง 72% หรือประมาณ 783,996 ลูกบาศก์เมตร ถูกนำกลับมาใช้เพื่อดูแลพื้นที่สีเขียวของมหาวิทยาลัย

ผลลัพธ์และความยั่งยืน การนำน้ำหมุนเวียนกลับมาใช้ในระบบนอกจากจะช่วยลดการใช้น้ำประปาใหม่แล้ว ยังช่วยลดต้นทุนในการจัดหาน้ำ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว มหาวิทยาลัยนเรศวรแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำในการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสนับสนุนแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนตามเป้าหมาย SDG 6

โครงการน้ำหมุนเวียนนี้ยังเป็นตัวอย่างที่ดีในการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างชาญฉลาดในภาคการศึกษา และส่งเสริมการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการจัดการทรัพยากรน้ำในกลุ่มนักศึกษา บุคลากร และชุมชนโดยรอบ เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน

ม.นเรศวร จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ การจัดทำแผนที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมและการแพร่กระจายมลพิษทางอากาศฯ

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้จัด โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการบริหารจัดการชุมชนในประเด็นภัยพิบัติจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานในพิธีเปิด ทั้งนี้โครงการมุ่งเน้นการสร้างองค์ความรู้และทักษะให้แก่ผู้นำชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่นในการรับมือกับ ความเสี่ยงภัยน้ำท่วมและการแพร่กระจายมลพิษทางอากาศ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญจากการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศโลกในปัจจุบัน

โครงการดังกล่าวได้วางแนวทางในการจัดทำ แผนที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมและฝุ่นควัน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการตัดสินใจในการบริหารจัดการพื้นที่ชุมชน โดยมีผู้เข้าร่วมจากหลายจังหวัดในภาคเหนือตอนล่าง ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงพื้นที่และแนวทางลดผลกระทบจากภัยพิบัติ นอกจากนี้ยังมีการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ดร.พิจิตต รัตตกุล ประธานเครือข่ายพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย ได้กล่าวปฐมบทในหัวข้อ “บทบาทการใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศสำหรับพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย” โดยเน้นถึงความสำคัญของ เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ (GIS) ในการวิเคราะห์แนวโน้มความเสี่ยงภัยและการคาดการณ์สถานการณ์ในอนาคต ซึ่งช่วยให้หน่วยงานท้องถิ่นสามารถวางแผนรับมือและลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ยังมีการบรรยายและสาธิตโดย นายวรฤทธิ์ ประเสริฐ และ นางสาวกมลฉัตร ศรีจะตะ จากสถานภูมิภาคเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ภาคเหนือตอนล่าง (GISTNU) ซึ่งได้แนะนำการใช้ซอฟต์แวร์เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลพื้นที่เสี่ยง และการสร้างแบบจำลองข้อมูลเชิงพื้นที่ เพื่อให้ผู้นำชุมชนและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ของตนเองได้จริง

โครงการนี้เกิดจาก ความร่วมมือของหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ สถานวิจัยความเป็นเลิศทางวิชาการด้านเทคโนโลยีพลังงานและสิ่งแวดล้อม และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร รวมถึงการสนับสนุนจากโปรแกรม ERASMUS+ ของสหภาพยุโรป ผ่านโครงการ SECRA และ FOUNTAIN ซึ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานอย่างยั่งยืนในภูมิภาคเอเชีย

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมการพัฒนาสังคมให้มี ความต้านทานต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านการเสริมสร้างองค์ความรู้และการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยเน้นการบูรณาการข้อมูลวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อสร้างแนวทางการปรับตัวต่อสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและไม่แน่นอน

ผลลัพธ์จากโครงการสะท้อนถึง ความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวร ในการเป็นศูนย์กลางทางวิชาการที่ขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืน ผ่านการวิจัย การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางสิ่งแวดล้อมและลดผลกระทบจากภัยธรรมชาติในระยะยาว

การดำเนินงานเชิงรุกในครั้งนี้ไม่เพียงช่วยให้เกิดความรู้ความเข้าใจในระดับชุมชนเท่านั้น แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมที่สามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างสมดุล ลดความเสี่ยงจาก ภัยน้ำท่วม มลพิษทางอากาศ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อย่างยั่งยืนต่อไป

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin