ม.นเรศวร ขอเชิญนิสิตศึกษาข้อมูล “7 วิธีหลีกเลี่ยงหายนะจากการพนัน”

มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอเชิญนิสิต บุคลากร และประชาคมมหาวิทยาลัย ศึกษาข้อมูลจาก กรมสุขภาพจิต เรื่อง “7 วิธีหลีกเลี่ยงหายนะจากการพนัน” เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ ผลกระทบด้านลบของการพนัน และแนวทางในการป้องกันตนเอง พร้อมร่วมกัน สร้างสังคมที่ปลอดภัยห่างไกลการพนัน

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ออก ประกาศสำคัญ เรื่อง “ห้ามนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวรเกี่ยวข้องกับการพนันฟุตบอล” เพื่อย้ำเตือนและสร้างความตระหนักให้กับนิสิตทุกคนถึง โทษและผลกระทบจากการพนันในทุกรูปแบบ ตลอดจนเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีวินัย การเคารพกฎระเบียบ และการดำเนินชีวิตด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

การพนันเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อสุขภาพจิต ความสัมพันธ์ในครอบครัว และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การเข้าใจอันตรายของการพนันจึงเป็นก้าวแรกของการป้องกัน โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนที่อาจถูกชักจูงได้ง่าย หากขาดการดูแลเอาใจใส่จากครอบครัวและชุมชนที่เข้มแข็ง

กรมสุขภาพจิตได้เสนอแนวทาง “7 วิธีหลีกเลี่ยงหายนะจากการพนัน” เพื่อให้ทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันและลดปัจจัยเสี่ยงของการเล่นพนัน เช่น การสร้างความอบอุ่นในครอบครัว การช่วยกันแก้ปัญหาเมื่อลูกหลานมีพฤติกรรมเสี่ยง การส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์แทนการพนัน และการเข้ารับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญเมื่อจำเป็น

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการสร้าง สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมสุขภาวะทางกายและใจ โดยจัดกิจกรรมรณรงค์และให้ความรู้แก่นิสิตเกี่ยวกับโทษของการพนัน เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจอย่างมีเหตุผล และการรับผิดชอบต่อสังคม

สำหรับผู้ที่ประสบปัญหาหรือได้รับผลกระทบจากการพนัน สามารถขอรับคำปรึกษาได้จาก สายด่วนสุขภาพจิต โทร. 1323 ซึ่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตโดยตรง

มหาวิทยาลัยนเรศวรขอเชิญชวนทุกคนร่วมมือกันเรียนรู้ ทำความเข้าใจ และเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับผลกระทบของการพนัน เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่มี ความสุข ปลอดภัย และยั่งยืน ห่างไกลจากการพนัน

ม.นเรศวร จัดบรรยายพิเศษกฎหมายสิ่งแวดล้อม มุ่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

วันพุธที่ 17 กันยายน 2568 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรมบรรยายพิเศษ หัวข้อ “กฎหมายสิ่งแวดล้อมกับการพัฒนาที่ยั่งยืน : กรณีศึกษามาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า” ณ ห้อง 2-311 อาคารเรียนปราบไตรจักร 2 มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และเปิดมุมมองด้านกฎหมายสิ่งแวดล้อมให้แก่นิสิตหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต ชั้นปีที่ 4

การบรรยายครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.สุรศักดิ์ บุญเรือง อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง เป็นวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ โดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการเรียนการสอนในรายวิชา กฎหมายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่มุ่งบูรณาการองค์ความรู้ทางกฎหมายเข้ากับสถานการณ์และประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน

เนื้อหาการบรรยายให้ความสำคัญกับการรับมือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านบทบาทของกฎหมายและนโยบายสาธารณะ โดยยกกรณีศึกษา อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด ซึ่งมีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของมาตรการทางกฎหมายในการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจที่ควบคู่กับการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม

อีกประเด็นสำคัญคือการสร้าง สถาบันที่เข้มแข็ง และกระบวนการยุติธรรมที่มีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ การออกแบบกฎหมายและมาตรการกำกับดูแลจำเป็นต้องมีความโปร่งใส เป็นธรรม และสามารถบังคับใช้ได้จริง เพื่อคุ้มครองสิทธิของทุกภาคส่วน ทั้งภาคธุรกิจ ประชาชน และสังคมโดยรวม

นอกจากการเรียนรู้หลักนิติธรรมแล้ว กิจกรรมยังเปิดโอกาสให้นิสิตได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและวิเคราะห์บทบาทของกฎหมายในการกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศ พร้อมทั้งทำความเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างกฎหมาย สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และนโยบายสาธารณะ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต

การบรรยายครั้งนี้ช่วยเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์และการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ทางกฎหมาย เพื่อให้นิสิตสามารถประเมินผลกระทบของมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและนโยบายภาครัฐได้อย่างรอบด้าน ตระหนักถึงบทบาทของนักกฎหมายในการสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม และการสร้างความเป็นธรรมให้แก่สังคม

การดำเนินกิจกรรมของคณะนิติศาสตร์ในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ ความรับผิดชอบต่อสังคม และตระหนักถึงความสำคัญของกฎหมายในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างสมดุล โดยใช้องค์ความรู้ทางกฎหมายเป็นเครื่องมือสนับสนุนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม และการสร้างสังคมที่ยั่งยืนสำหรับคนรุ่นปัจจุบันและอนาคต

ม.นเรศวร เดินหน้า “STOP VIOLENCE” สร้างสถานพยาบาลปลอดภัย ยกระดับวัฒนธรรมองค์กรที่มีคุณธรรมและเคารพสิทธิทุกคน

วันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน 2568 เวลา 08.30–12.00 น. คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม “ผู้บริหารพบปะบุคลากรคณะแพทยศาสตร์” ณ ห้องประชุมเอกาทศรถ 9 ชั้น 3 อาคารสิรินธร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อขับเคลื่อนการสร้าง วัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใส มีคุณธรรม และปลอดภัย พร้อมส่งเสริมการป้องกันความรุนแรงในสถานพยาบาล และยกระดับคุณภาพการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์

กิจกรรมเริ่มต้นด้วยการกล่าวเปิดงานและประกาศนโยบาย Code of Conduct “องค์กรจริยธรรม” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงพิริยา นฤขัตรพิชัย คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ซึ่งได้แสดงวิสัยทัศน์ในการพัฒนาคณะสู่การเป็นองค์กรที่ยึดมั่นในหลักจริยธรรม ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมเน้นย้ำการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เคารพศักดิ์ศรีของบุคลากรทุกคน และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของทั้งผู้ปฏิบัติงานและผู้รับบริการ

ภายในงานมีการจัดพิธีมอบธง “STOP VIOLENCE” เพื่อแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการต่อต้านความรุนแรงในสถานพยาบาล โดยมีคณะผู้บริหารเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ประกอบด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงพิริยา นฤขัตรพิชัย คณบดีคณะแพทยศาสตร์ นพ.พิเชษฐ์ วัฒนไพโรจน์รัตน์ รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ.พีระพงศ์ เธียราวัฒน์ รองคณบดีฝ่ายบริหารและประกันคุณภาพ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ.จตุวิทย์ หอวรรณภากร รองคณบดีฝ่ายคุณภาพและวิจัย ตลอดจนหัวหน้าภาควิชาและผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ

จากนั้นมีการบรรยายหัวข้อ “Unethical Behaviour, Harassment และ Violence” เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม การล่วงละเมิด และความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นในสถานพยาบาล พร้อมแนะนำ Line Official Account (Line OA) ซึ่งเป็นช่องทางรายงานเหตุการณ์ที่มีความปลอดภัย รักษาความลับ และสามารถเข้าถึงได้สะดวก เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการเหตุการณ์อย่างเป็นระบบและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่บุคลากรในการแจ้งเหตุ

นอกจากนี้ ยังจัดกิจกรรม “Assertive Communication” สำหรับหัวหน้าหน่วยและหัวหน้างาน เพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารอย่างมั่นใจ เคารพซึ่งกันและกัน และไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง อันเป็นทักษะสำคัญในการบริหารทีม การแก้ไขปัญหา และการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วม ความไว้วางใจ และการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างพื้นที่ทำงานที่ปลอดภัย เป็นธรรม และน่าอยู่สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ทุกคน

ในช่วงบ่าย เวลา 13.00–15.30 น. โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดการ ซ้อมแผนระงับเหตุร้ายในสถานพยาบาล โดยจำลองสถานการณ์ ณ หน่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน (ER) ได้รับเกียรติจาก พ.ต.ท. บารมี จงแจ้ง รองผู้กำกับการจราจร สภ.เมืองพิษณุโลก เป็นวิทยากรและร่วมสังเกตการณ์ เพื่อฝึกทบทวนบทบาทหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในการรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉิน เสริมสร้างความพร้อมด้านความปลอดภัย และเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วยและบุคลากรในสถานการณ์วิกฤต โดยภายหลังการฝึกซ้อมได้มีการสรุปบทเรียนและแลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยง การจัดระบบเตือนภัย และการสื่อสารภายในทีม

การดำเนินงานครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในการพัฒนา สถานพยาบาลที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน ภายใต้แนวคิด “STOP VIOLENCE – หยุดความรุนแรงในสถานพยาบาล” ผ่านการบูรณาการนโยบายด้านจริยธรรม การพัฒนาศักยภาพบุคลากร การบริหารจัดการความเสี่ยง และความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการทางการแพทย์ สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้รับบริการ และวางรากฐานวัฒนธรรมองค์กรที่เคารพสิทธิมนุษยชน มีธรรมาภิบาล และยั่งยืนในระยะยาว

ม.นเรศวร จัดอบรมเสริมธรรมาภิบาล ยกระดับคุณธรรม โปร่งใส และนโยบาย No Gift Policy

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2568 งานบริหารความเสี่ยง สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดกิจกรรมอบรมเพื่อยกระดับผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมุ่งหวังให้ผู้บริหารและบุคลากรมหาวิทยาลัยนเรศวรมีความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินงานด้วยความซื่อสัตย์และยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาองค์กรให้เป็นแบบอย่างที่ดีในด้านคุณธรรมและจริยธรรม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการเสริมสร้างสังคมที่โปร่งใสและเป็นธรรม

การอบรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานในพิธีเปิดและบรรยายในหัวข้อ “นโยบายและมาตรการป้องกันการทุจริต” และ “นโยบาย No Gift Policy” ณ ห้อง 301 อาคารเอกาทศรถ มหาวิทยาลัยนเรศวร การบรรยายดังกล่าวเน้นถึงแนวทางป้องกันการทุจริตในภาครัฐ การส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่มีความโปร่งใส และการสร้างจิตสำนึกให้บุคลากรทุกระดับมีความรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมทั้งสนับสนุนแนวทางปฏิบัติที่ช่วยลดโอกาสในการเกิดพฤติกรรมที่ขัดต่อจริยธรรม

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์กรที่มีความหลากหลายทางความคิด เปิดโอกาสให้บุคลากรทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างมีคุณค่าและยั่งยืน โดยการเน้นย้ำถึงหลักความเคารพและความเสมอภาคในที่ทำงาน การให้ความสำคัญกับความคิดเห็นที่แตกต่างอย่างสร้างสรรค์ และการดำเนินงานโดยยึดมั่นในคุณธรรม เพื่อสร้างบรรยากาศการทำงานที่ส่งเสริมศักยภาพของบุคลากรทุกคนอย่างเต็มที่

นอกจากนี้ การเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยุติธรรมเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่มหาวิทยาลัยนเรศวรมุ่งมั่นดำเนินการ โดยส่งเสริมให้เกิดการบริหารจัดการที่เป็นธรรม ปราศจากอคติ และเคารพสิทธิของทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน รวมถึงการดำเนินงานที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นพื้นฐานที่นำไปสู่การสร้างสังคมที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

การจัดกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนาองค์กรให้เป็นแบบอย่างของความซื่อสัตย์ ความโปร่งใส และความยุติธรรม ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อบุคลากรภายในมหาวิทยาลัย แต่ยังเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติในระยะยาว มหาวิทยาลัยนเรศวรจะยังคงเดินหน้าส่งเสริมคุณค่าทางจริยธรรมและยกระดับมาตรฐานการบริหารงานเพื่อสร้างองค์กรที่มีคุณภาพและความยั่งยืนในอนาคต

ม.เรศวร ร่วมเสริมสร้างความยุติธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ และส่งเสริมการเข้าถึงกระบวนการกฎหมาย

มหาวิทยาลัยนเรศวร ตระหนักถึงบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะ เป้าหมายที่ 16 ซึ่งมุ่งเน้นการส่งเสริมสังคมที่สงบสุข ยุติธรรม และมีสถาบันที่โปร่งใสและเข้มแข็ง ในฐานะมหาวิทยาลัยเพื่อสังคม คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ริเริ่มกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของประชาชน รวมถึงการเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจด้านกฎหมาย โดยกิจกรรมล่าสุดคือ “การให้คำปรึกษากฎหมายเบื้องต้นแก่ประชาชน” ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสังคมที่มีความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำในกระบวนการยุติธรรม

  1. หัวข้อและวัตถุประสงค์ของกิจกรรม
    • กิจกรรมนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “ทำอย่างไรเมื่อจะฟ้อง หรือถูกฟ้อง”
    • มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ
      • กระบวนการทางกฎหมายในกรณีฟ้องร้อง
      • การเตรียมเอกสารที่จำเป็น
      • ขั้นตอนและวิธีการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดี
    • ให้บริการ คำปรึกษากฎหมายเบื้องต้น แก่ประชาชน บุคลากร และนิสิต โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
  2. ผู้ร่วมดำเนินกิจกรรม
    • ความร่วมมือระหว่าง คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และ สภาทนายความภาค 6
    • การผนึกกำลังนี้สะท้อนถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างสถาบันการศึกษาและหน่วยงานด้านกฎหมาย
  3. กลุ่มเป้าหมาย
    • ประชาชนในพื้นที่ ตำบลท่าโพธิ์
    • บุคลากร และนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร
    • ประชาชนทั่วไปที่สนใจ
  4. วัน เวลา และสถานที่จัดกิจกรรม
    • วัน: อังคารที่ 3 ธันวาคม 2567
    • เวลา: 08.30 – 12.00 น.
    • สถานที่: บริเวณโถงชั้น 1 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
  5. การลงทะเบียน
    • ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าผ่าน QR Code หรือลิงก์ที่ระบุในประกาศ

กิจกรรมนี้มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม โดยมีผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมในหลากหลายมิติ ได้แก่

  • การลดความเหลื่อมล้ำ: ช่วยให้ประชาชนที่ขาดโอกาสสามารถเข้าถึงข้อมูลและคำปรึกษาด้านกฎหมาย
  • การเสริมสร้างความรู้: ส่งเสริมความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม
  • การเพิ่มความเข้มแข็งของชุมชน: สนับสนุนให้ชุมชนมีศักยภาพในการแก้ไขปัญหากฎหมายด้วยตัวเอง

การดำเนินงานของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ภายใต้กรอบเป้าหมาย SDG 16 สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคมผ่านการส่งเสริมความยุติธรรมและการให้ความรู้แก่ประชาชนในวงกว้าง กิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำของมหาวิทยาลัยในการสนับสนุนสังคมที่ยุติธรรมและยั่งยืน นอกจากนี้ยัง สะท้อนถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและองค์กรวิชาชีพ โดย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ร่วมมือกับ สภาทนายความภาค 6 ซึ่งเป็นพันธมิตรหลักในการขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสังคม ความร่วมมือนี้แสดงให้เห็นถึงพลังของการทำงานร่วมกันระหว่างภาคการศึกษาและวิชาชีพ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย SDG 17: เครือข่ายความร่วมมือเพื่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม

ม.นเรศวรจัดกิจกรรมอ่านสารสันติภาพและสงบนิ่งร่วมจิตอธิษฐาน เนื่องในวันสันติภาพสากล 2567

วันศุกร์ที่ 20 กันยายน 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวรจัดกิจกรรมอ่านสารสันติภาพพร้อมทั้งสงบนิ่งร่วมจิตอธิษฐานเนื่องในวันสันติภาพสากล 2567 โดยมีนางศิริมาศ เสนารักษ์ ผู้อำนวยการกองกลาง ผู้แทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยบุคลากรและนิสิตเข้าร่วมกว่า 60 คน ณ ห้องปราบไตรจักร 12 อาคารเรียนรวมปราบไตรจักร ชั้น 2 มหาวิทยาลัยนเรศวร

กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อเน้นย้ำความสำคัญของ “สันติภาพ” ในฐานะรากฐานสำคัญของการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข และเป็นโอกาสให้สังคมได้ตระหนักถึงการสร้างวัฒนธรรมที่ปราศจากความรุนแรง การส่งเสริมให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างบรรยากาศแห่งความเข้าใจอันดี ถือเป็นภารกิจสำคัญที่มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ วันที่ 21 กันยายนของทุกปี องค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้เป็น “วันสันติภาพสากล” โดยมีการจัดกิจกรรมอ่านสารสันติภาพและยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการรวมพลังร่วมกันของประชาคมโลกในการสร้างสรรค์สังคมที่สงบสุขและปลอดภัย

สำหรับในปี 2567 ยังมีความพิเศษ เนื่องจากเป็นปีครบรอบ 25 ปี ที่สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติได้มีมติรับรองปฏิญญาและแผนปฏิบัติการเกี่ยวกับ “วัฒนธรรมแห่งสันติภาพ” โดยหัวข้อการจัดงานในปีนี้ คือ “การปลูกฝังวัฒนธรรมแห่งสันติภาพ (Cultivating a Culture of Peace)” ซึ่งเป็นการเชิญชวนให้ทุกฝ่ายร่วมตระหนักและปฏิบัติจริงเพื่อสร้างสังคมที่มีความเข้าใจและเคารพในความหลากหลาย

แนวทางดังกล่าวสะท้อนถึงการส่งเสริมค่านิยมที่ยึดหลักการอยู่ร่วมกันอย่างเคารพซึ่งกันและกัน ทั้งในด้านความเชื่อ ค่านิยม พฤติกรรม และรูปแบบการจัดการสถาบัน การปลูกฝังวัฒนธรรมแห่งสันติภาพยังมุ่งเน้นการดูแลซึ่งกันและกัน ความเสมอภาค และการแบ่งปันทรัพยากรอย่างเท่าเทียมกัน

นอกจากนี้ กิจกรรมยังตอกย้ำถึงความสำคัญของการสร้างความปลอดภัยร่วมกัน ไม่ว่าจะในระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน สังคม ประเทศ หรือแม้กระทั่งในระดับโลก ความร่วมมือและการลดการใช้ความรุนแรงถือเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาสันติสุขอย่างยั่งยืน

มหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะสถาบันการศึกษา ตระหนักถึงบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดและปลูกฝังค่านิยมแห่งสันติภาพสู่เยาวชนและสังคม ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของนิสิตและบุคลากร ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี แต่ยังเป็นการสร้างสังคมแห่งความเข้าใจและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน

กิจกรรมวันสันติภาพสากล 2567 จึงไม่เพียงเป็นการรำลึกถึงความสำคัญของสันติภาพในระดับนานาชาติ แต่ยังเป็นการปฏิบัติที่สะท้อนถึงการพัฒนาที่ยั่งยืนของสังคมไทย ที่มุ่งเน้นความสงบเรียบร้อย ความยุติธรรม และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เพื่อเป็นรากฐานของความมั่นคงในปัจจุบันและอนาคต

ม.นเรศวร จัดเวทีผู้บริหารพบประชาคม ครั้งที่ 2 ส่งเสริมความโปร่งใส สื่อสารสู่องค์กรยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 9 กรกฎาคม 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวรได้จัดกิจกรรม เวทีผู้บริหารพบประชาคม ครั้งที่ 2 โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดี พร้อมด้วยรองอธิการบดีทั้ง 6 ท่าน ร่วมรายงานผลการดำเนินงานในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา และเปิดเผยแผนงานในอนาคตต่อประชาคมมหาวิทยาลัย โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 1,000 คน ทั้งแบบออนไลน์และเข้าร่วมในหอประชุมมหาราช

เนื้อหาการรายงานครอบคลุมพันธกิจหลักของมหาวิทยาลัย ได้แก่ การจัดการศึกษา การวิจัย การบริการวิชาการ การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม และการบริหารจัดการองค์กร ซึ่งสะท้อนถึงการพัฒนามหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเป็นโอกาสในการสื่อสารองค์กรและรับฟังความคิดเห็นจากผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้การดำเนินงานเกิดประสิทธิภาพและตอบโจทย์สังคม

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกนำเสนอ คือ แผนการประหยัดพลังงาน และการเสริมสร้างระบบสวัสดิการบุคลากร ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนการบริหารจัดการ แต่ยังเป็นการดำเนินการที่สอดคล้องกับแนวคิดความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของบุคลากรในระยะยาว

นอกจากนี้ กิจกรรมดังกล่าวยังมีเป้าหมายในการ ส่งเสริมความโปร่งใส ในการบริหารจัดการ โดยการเปิดเผยข้อมูลการดำเนินงานและผลการปฏิบัติให้ประชาคมได้รับรู้ ตลอดจนการเปิดพื้นที่ให้บุคลากรได้มีส่วนร่วมในการเสนอความคิดเห็นและแนวทางแก้ไขปัญหา ซึ่งถือเป็นการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม

กิจกรรมเวทีผู้บริหารพบประชาคมจึงเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้าง การมีส่วนร่วม และสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างผู้บริหารและบุคลากรทุกภาคส่วน ทำให้เกิดการทำงานอย่างสอดประสานและมุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกัน คือการพัฒนามหาวิทยาลัยให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคง

ปีนี้ยังนับเป็นโอกาสพิเศษ เนื่องจากในเดือนกรกฎาคม มหาวิทยาลัยนเรศวรจะครบรอบ 34 ปีแห่งการก่อตั้ง ซึ่งกิจกรรมนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างพลังบวกและขับเคลื่อนองค์กรเข้าสู่ปีที่ 35 ด้วยความเข้มแข็ง โปร่งใส และยั่งยืน

ท้ายที่สุด การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความสำเร็จที่ผ่านมา แต่ยังเป็นเวทีในการประกาศเจตนารมณ์ของมหาวิทยาลัยในการดำเนินงานอย่างมี ธรรมาภิบาล เปิดโอกาสให้บุคลากรมีส่วนร่วม และส่งต่อพลังความคิดสร้างสรรค์เพื่ออนาคตของมหาวิทยาลัยและสังคมไทยโดยรวม

ม.นเรศวร ผนึกกำลังเครือข่าย RUN ร่วมจัดแสดงผลงานวิจัยในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2567

วันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.กรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย ดร.ยุทธพงษ์ ทองพบ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม ผู้อำนวยการกองการวิจัยและนวัตกรรม หัวหน้างานเผยแพร่และสื่อสารการวิจัย บุคลากร นักวิจัย และนิสิต เข้าร่วมพิธีเปิดบูธนิทรรศการของเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (Research University Network, RUN) ในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2567” ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

เครือข่าย RUN ประกอบด้วยมหาวิทยาลัยชั้นนำ 8 แห่ง ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม “RUN TOWARDS IMPACT” เพื่อตอกย้ำบทบาทงานวิจัยที่สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้นำผลงานวิจัยที่มีความโดดเด่นเข้าร่วมจัดแสดงในบูธนิทรรศการ RUN โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มธีมสำคัญ ได้แก่ Health and Well-Being, Food for Future และ Soft Power เพื่อสะท้อนถึงการพัฒนางานวิจัยที่ตอบโจทย์อนาคตอย่างรอบด้าน

ในกลุ่ม Health and Well-Being ม.นเรศวรนำเสนอผลงานวิจัยเรื่อง เม็ดเคี้ยวผลกล้วยไข่ผสมน้ำมันเมล็ดกัญชง เพื่อป้องกันผิวหนังเสื่อมสภาพจากแสงแดด โดย ศาสตราจารย์ ดร.จารุภา วิโยชน์ และคณะ จากคณะเภสัชศาสตร์ ซึ่งเป็นการพัฒนานวัตกรรมที่ผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นกับองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์

สำหรับกลุ่ม Food for Future ได้จัดแสดงผลงานวิจัย I-Sec Technology: เทคโนโลยีการสกัดโปรตีนจากจิ้งหรีดแบบอัตโนมัติในระดับอุตสาหกรรมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ขนิษฐา รุตรัตนมงคล จากคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตอบสนองต่อความมั่นคงทางอาหารในอนาคตและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

ในด้าน Soft Power ได้นำเสนอผลงาน “ย่านเก่าเล่าเรื่อง” เมืองเรียนรู้ตลอดชีวิต เทศบาลนครพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก โดย อาจารย์ธนวัฒน์ ขวัญบุญ และคณะ จากคณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร ที่เน้นการใช้พลังวัฒนธรรมและพื้นที่ชุมชนเป็นเครื่องมือในการสร้างเมืองแห่งการเรียนรู้

การเข้าร่วมงานในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ ส่งเสริมความร่วมมือด้านการวิจัย ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ โดยการเชื่อมโยงองค์ความรู้และทรัพยากรระหว่างมหาวิทยาลัยพันธมิตรเพื่อสร้างผลงานวิจัยที่มีคุณค่าและสามารถนำไปใช้ได้จริง

ด้วยการผนึกกำลังของ RUN งานวิจัยที่เกิดขึ้นไม่เพียงเป็นการขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางวิชาการ แต่ยังเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศในมิติของนวัตกรรมและการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษา

ม.นเรศวร จัดโครงการอบรมคุณธรรมจริยธรรม ส่งเสริมความโปร่งใสสู่องค์กรที่เข้มแข็ง

วันศุกร์ที่ 16 สิงหาคม 2567 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จรูญ สารินทร์ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการอบรมคุณธรรมจริยธรรม หลักธรรมาภิบาล และการปฏิบัติตามจรรยาบรรณของบุคลากร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ภายใต้หัวข้อ “จริยธรรม จรรยาบรรณ ในการทำงานสู่องค์กรที่เข้มแข็ง” ณ มหาวิทยาลัยนเรศวร

การอบรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้บุคลากรของมหาวิทยาลัยนเรศวร ทั้งสายวิชาการและสายสนับสนุน ได้รับความรู้ความเข้าใจในด้านคุณธรรม จริยธรรม หลักธรรมาภิบาล และความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานอย่างถูกต้องและเหมาะสม

การบรรยายพิเศษจัดขึ้นโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.นพ.วัชรพล ภูนวล ผู้อำนวยการศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ ซึ่งได้ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ด้านการประยุกต์ใช้คุณธรรมและจริยธรรมในการทำงาน เพื่อสร้างมาตรฐานการทำงานที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้

เนื้อหาการอบรมมุ่งเน้นให้บุคลากรตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อหน้าที่ และตระหนักถึงผลลัพธ์ของการทำงานที่มีต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งในระดับมหาวิทยาลัยและสังคมวงกว้าง การยึดถือหลักจรรยาบรรณในการปฏิบัติงานจึงถือเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างองค์กรที่เข้มแข็ง

นอกจากนี้ยังเป็นการปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรที่เน้นความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการทำงานอย่างมีธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นหัวใจของการพัฒนาองค์กรให้มีความยั่งยืน สามารถตอบสนองต่อความท้าทายทางสังคมและเศรษฐกิจได้อย่างมั่นคง

โครงการดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนาบุคลากรให้เป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม และซื่อสัตย์สุจริตในการปฏิบัติงาน สอดคล้องกับพันธกิจของสถาบันในการสร้างบัณฑิตที่มีคุณภาพ และมีความรับผิดชอบต่อสังคม

การอบรมในครั้งนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นการถ่ายทอดความรู้ แต่ยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนให้แก่บุคลากรทุกระดับ เพื่อก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นแบบอย่างของ องค์กรที่เข้มแข็ง อย่างแท้จริง

ม.นเรศวร ส่งเสริมสังคมโปร่งใสและเป็นธรรม ผลักดันนิสิตคว้ารางวัลนวัตกรรมต่อต้านการทุจริต

วันพุธที่ 28 สิงหาคม 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร แสดงบทบาทเชิงรุกในการ ส่งเสริมสังคมที่โปร่งใสและเป็นธรรม โดยการผลักดันนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์เข้าร่วมการประกวดนวัตกรรมต่อต้านการทุจริต ภายในงานสัมมนา “เยาวชนกับอนาคตสังคมไทยปลอดการทุจริตและประพฤติมิชอบ” (Global Citizen Forum 2024) จัดขึ้นโดยคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 2 อาคาร 50 ปี

ทีมตัวแทนนิสิตจากมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้แก่ นายณัฐวุฒิ ทาก๋า นายธีรวัฒน์ อาสาเหลา นางสาวกนกดารินทร์ ธนะพัฒน์ นายภัทรชาติ กลิ่นชิด และนางสาวศศิวิมล คำพิสมัย สามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จากการนำเสนอนวัตกรรมที่มุ่งแก้ไขปัญหาการทุจริตอย่างสร้างสรรค์และเป็นรูปธรรม

การประกวดครั้งนี้มีสถาบันการศึกษาหลายแห่งจากทั่วประเทศเข้าร่วมแข่งขัน ส่งผลงานนวัตกรรมที่สะท้อนถึงความตั้งใจของเยาวชนไทยในการเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมที่โปร่งใส ยุติธรรม และมีธรรมาภิบาล

ผลงานของนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวรไม่เพียงแสดงศักยภาพทางวิชาการ แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของสถาบันในการ ผลักดันบัณฑิตที่มีทั้งความรู้ ความสามารถ และคุณธรรม เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสังคมที่ไร้การคอร์รัปชัน

ภายในงานสัมมนายังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้แนวทางการเสริมสร้างธรรมาภิบาล การมีส่วนร่วมของเยาวชนในกระบวนการตรวจสอบ และการสร้างเครือข่ายเพื่อป้องกันการทุจริต ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาสังคมที่ยั่งยืน

รางวัลครั้งนี้จึงเป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนถึงความสำเร็จของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนานิสิตทั้งด้านวิชาการและจริยธรรม พร้อมทั้งย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันการศึกษาที่มุ่งมั่นสร้างสังคมที่โปร่งใสและเป็นธรรม

ความสำเร็จดังกล่าวยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับนิสิตรุ่นต่อไปของมหาวิทยาลัยนเรศวร ในการร่วมกันพัฒนาและขับเคลื่อนนวัตกรรมที่มีคุณธรรม เพื่อสังคมไทยที่เข้มแข็งและปราศจากการทุจริตอย่างแท้จริง

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin