การแต่งกายชุดนิสิตตามเพศสภาพคือการแสดงออกถึงเสรีภาพขั้นพื้นฐาน

มหาวิทยาลัยนเรศวร ให้ความสำคัญกับสิทธิและความเสมอภาคในการแต่งกายของนิสิตตามเพศสภาพ อาจารย์ต๊อก ดร.จรัสดาว คงเมือง รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต ศิษย์เก่าและศิลปวัฒนธรรม ระบุว่าการแต่งกายชุดนิสิตตามเพศสภาพเป็นการแสดงออกถึง เสรีภาพ และ ความเสมอภาคขั้นพื้นฐาน

การเคารพและให้คุณค่าต่อความหลากหลายในการแต่งกายสะท้อนถึง ความเข้าใจและการยอมรับความแตกต่าง ของนิสิตในมหาวิทยาลัย พร้อมส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้างและเป็นมิตรต่อทุกคน

กิจกรรมและนโยบายที่สนับสนุนการแต่งกายตามเพศสภาพช่วยให้นิสิตมี อิสระในการแสดงออก และสร้างความรู้สึก เท่าเทียมและเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยนเรศวรมุ่งมั่นที่จะปลูกฝัง ค่านิยมของความเคารพและยอมรับความแตกต่าง ผ่านการเรียนการสอน กิจกรรมพัฒนานิสิต และการสนับสนุนด้านสิทธิขั้นพื้นฐาน

นโยบายนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสังคมการศึกษา ที่หลากหลายและยั่งยืน ซึ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ ความมั่นใจ และความรับผิดชอบต่อสังคมของนิสิต

นิสิตที่ได้รับการสนับสนุนสามารถมี ส่วนร่วมในกิจกรรมและโครงการต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย ได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ถูกจำกัดด้วยรูปแบบการแต่งกาย

มหาวิทยาลัยนเรศวรมุ่งเน้นการสร้าง พื้นที่ปลอดภัยและสร้างแรงบันดาลใจ ให้ทุกคนสามารถแสดงออกถึงตัวตนที่แท้จริงอย่างภาคภูมิใจ พร้อมสร้างสังคมที่เท่าเทียมและยั่งยืนต่อไป

แนะนำคณะผู้บริหารคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการบริหารงานที่เน้น ความเสมอภาคทางเพศ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการส่งเสริมบทบาทของสตรีในด้านการศึกษา การบริหาร และการพัฒนาสังคม เพื่อสร้างสังคมที่ทุกคนมี โอกาสเท่าเทียมกัน

ทีมผู้บริหารคณะมนุษยศาสตร์ นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรอุษา สุวรรณประเทศ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์ พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์วรารัชต์ มหามนตรี รองคณบดีฝ่ายบริหาร, ดร.นิภารัตน์ อิ่มศิลป์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ, ดร.ณัฐพร ไข่มุกข์ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และ ดร.ภูริตา เรืองจิรยศ รองคณบดีฝ่ายกิจการนิสิตและศิษย์เก่าสัมพันธ์ มุ่งเน้นการสร้าง สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานของสตรี และเปิดโอกาสให้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่

คณะมนุษยศาสตร์ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพทางวิชาการ การสร้างองค์ความรู้ และการให้บริการวิชาการแก่สังคม โดยคำนึงถึง ความเท่าเทียมและโอกาสที่ทั่วถึง ทั้งนี้ยังมีโครงการส่งเสริมบทบาทของสตรีในการขับเคลื่อนสังคมทั้งด้านการศึกษา การบริหาร และการพัฒนาชุมชน

การพัฒนานิสิตเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญ คณะสนับสนุนทั้งด้านวิชาการ การวิจัย และการเสริมสร้าง ทักษะชีวิต เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต พร้อมเน้นความร่วมมือกับ เครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาและการทำงานที่เท่าเทียม

มหาวิทยาลัยและคณะมนุษยศาสตร์ยังดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนสังคมสู่ ความเป็นธรรมและความยั่งยืน โดยสนับสนุนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และส่งเสริมการสร้างสังคมแห่งความเสมอภาค

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยมุ่งเน้นให้สตรีมี บทบาทสำคัญในทุกระดับของสังคม ทั้งในเวทีท้องถิ่นและระดับสากล เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนและแท้จริง

การดำเนินงานเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสร้าง สังคมที่เท่าเทียมและครอบคลุมทุกกลุ่ม พร้อมเสริมสร้างโอกาสให้ทุกคนสามารถแสดงศักยภาพและพัฒนาตนเองอย่างเต็มที่

ม.นเรศวร สร้างพื้นที่ปลอดภัย NU Pride ให้นิสิตแสดงความเป็นตัวตนอย่างภาคภูมิใจ

กิจกรรมเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวรได้เน้นประเด็น NU Pride เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับนิสิตทุกคน โดยสื่อสารถึงข้อความสำคัญว่า “LGBTQIA+ have the freedom to live their truth without fear!” เพื่อให้นิสิตสามารถแสดงออกถึงความเป็นตัวตนของตนเองอย่างภาคภูมิใจและใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยอย่างมีความสุข

กิจกรรมนี้ได้รับการสนับสนุนและผลักดันอย่างต่อเนื่องจาก ศาสตราจารย์ ดร.สุจินต์ จินายน อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร และ รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ให้ความสำคัญและมีส่วนในการขับเคลื่อนนโยบายนี้อย่างต่อเนื่อง

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้จัดทำ ข้อบังคับว่าด้วยเครื่องแต่งกายของนิสิตขั้นปริญญาตรี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2561 ซึ่งระบุว่านิสิตสามารถเลือกแต่งกายตามเพศสภาพได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายของมหาวิทยาลัย นับเป็นมาตรการที่สะท้อนถึงการเคารพ เสรีภาพและความหลากหลายทางเพศ

ในปีการศึกษานี้ มหาวิทยาลัยได้จัดกิจกรรม NU Pride & Rainbow Crossing หรือการสร้างทางม้าลายสายรุ้งบริเวณหน้าหอพักนิสิต ซึ่งเป็นกิจกรรมครั้งที่ 3 ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง นิสิต คณาจารย์ และบุคลากร ของมหาวิทยาลัย เพื่อเป็นสัญลักษณ์แสดงความเป็นตัวตนและการยอมรับความหลากหลายทางเพศ

กิจกรรมนี้ช่วยให้นิสิตสามารถ ก้าวเดินอย่างภาคภูมิใจ สะท้อนถึงความหลากหลายและการยอมรับซึ่งกันและกันในสถาบันการศึกษา อีกทั้งยังเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะชีวิตอย่างมีคุณค่า

มหาวิทยาลัยยังเน้นการสร้างความตระหนักในเรื่อง ความเสมอภาคทางเพศและสิทธิพื้นฐาน ให้แก่นิสิตและบุคลากร โดยใช้กิจกรรมเชิงสัญลักษณ์และการสื่อสารสาธารณะ เพื่อสร้างวัฒนธรรมที่ยอมรับความหลากหลายและเคารพความแตกต่างในสังคม

สุดท้าย กิจกรรม NU Pride ของมหาวิทยาลัยนเรศวรสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้าง สังคมที่เท่าเทียมและครอบคลุมทุกกลุ่ม สนับสนุนให้นิสิตทุกคนสามารถใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยได้อย่างเต็มที่ ภาคภูมิใจในตัวเอง และมีความสุขในการเรียนรู้และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างสงบสุข

ทาสีถนนทางม้าลายสายรุ้ง

เชิญร่วมกิจกรรม Pride month : ทาสีถนนทางม้าลายสายรุ้ง วันที่ 10 มิถุนายน 2567 เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป ณ บริเวณหน้าอาคารขวัญเมือง (หอใน)

เพื่อส่งเสริมและให้ความสำคัญด้านความเท่าเทียมและความเสมอภาคภายในมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เป็นพื้นที่ในการแสดงออกด้านความหลากหลายทางเพศอย่างแท้จริง โดยมีคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย อาจารย์ บุคลากร และนิสิตทำกิจกรรมร่วมกัน

ม.นเรศวร จับมือ สมาคมวิศวกรหญิงไทย (TWEA) จัดงานเสวนา TWEA สัญจร “เตรียมพร้อมทำงานในโลกวิศวกรรมยุคใหม่”

มหาวิทยาลัยนเรศวร มีความมุ่งมั่นในการสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) โดยเฉพาะในด้านการเสริมสร้างความเท่าเทียมทางเพศ (SDG 5) และการสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDG 17) ซึ่งสะท้อนผ่านกิจกรรมที่จัดขึ้นในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2566 โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ ร่วมกับ สมาคมวิศวกรหญิงไทย (TWEA) จัดงาน TWEA สัญจร ในหัวข้อ “เตรียมพร้อมทำงานในโลกวิศวกรรมยุคใหม่” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาทักษะวิศวกรรมและการสร้างโอกาสให้กับผู้หญิงในสาขาวิศวกรรมศาสตร์ รวมถึงการเตรียมความพร้อมให้กับนิสิตในการเข้าสู่การทำงานในอุตสาหกรรมวิศวกรรมสมัยใหม่

งานนี้ได้รับเกียรติจากหลายบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในวงการวิศวกรรมและการพัฒนาที่ยั่งยืน เช่น รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร, ดร. ปิยพรรณ หันนาคินทร์ ประธานกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยนเรศวร และ นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย นายกสมาคมวิศวกรหญิงไทย ซึ่งได้ร่วมเสวนาและถ่ายทอดประสบการณ์ในการทำงานและการพัฒนาอาชีพให้กับนิสิตและนักศึกษา โดยเฉพาะในการเตรียมความพร้อมในการทำงานในโลกวิศวกรรมยุคใหม่

การจัดงานนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างทักษะทางวิศวกรรมให้กับนิสิตเท่านั้น แต่ยังเป็นการสนับสนุนการเสริมสร้างความเท่าเทียมทางเพศ (SDG 5) โดยการส่งเสริมให้ผู้หญิงมีบทบาทในสาขาวิศวกรรมศาสตร์ และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับสากล (SDG 17) ผ่านการสร้างความร่วมมือกับองค์กรต่างๆ เช่น สมาคมวิศวกรหญิงไทย ที่มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างโอกาสและการสนับสนุนผู้หญิงในวงการวิศวกรรม

โดยในงานนี้ นิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยนเรศวรได้รับความรู้และแรงบันดาลใจจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม รวมถึงการพัฒนาเครือข่ายกับองค์กรต่างๆ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในการเติบโตทางวิศวกรรมในอนาคต งานนี้จัดขึ้นที่ห้อง 301 อาคารเอกาทศรถ ชั้น 3 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีนิสิตเข้าร่วมมากกว่า 300 คน

การดำเนินงานเช่นนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งในด้านการพัฒนาทักษะให้กับนักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์และการเสริมสร้างความเท่าเทียมทางเพศในอาชีพวิศวกรรม ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับสังคมและโลกใบนี้

ที่มา: งานประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร บทบาทสตรีที่มีความเท่าเทียม

วันที่ 7 กันยายน 2566 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยุวยงค์ จันทรวิจิตร คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เข้ามอบแจกันดอกไม้แสดงความยินดีกับ รองศาสตราจารย์ ทันตแพทย์หญิง ดร.พีรยา ภูอภิชาติดำรง ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งคณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ณ อาคารบริหาร คณะทันตแพทยศาสตร์

ที่มา: คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

สัมมนานักวิชาการระดับนานาชาติ SOFT POWER: THE CULTURAL DIPOMACY

การสัมมนานักวิชาการระดับนานาชาติด้านอารยธรรมศึกษา ซึ่งจัดขึ้นโดย วารสารอารยธรรมศึกษา โขง-สาละวิน ร่วมกับ กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นเวทีสำคัญในการ ส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการ และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับนานาชาติ กิจกรรมนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการขับเคลื่อนสังคมด้วยพลังแห่งความรู้และความเข้าใจระหว่างวัฒนธรรม เพื่อสร้างความเท่าเทียม ความอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และการพัฒนาที่ยั่งยืนของสังคมโลก

การสัมมนาครั้งนี้มีหัวข้อการนำเสนอที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งมิติของวัฒนธรรม ศิลปะ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เช่น “Process of Korean Wave Development as a Key Driver for Economic Growth” และ “Music for Healing Society” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการใช้พลังของศิลปะและวัฒนธรรมในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน การเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมจากหลากหลายสาขาได้แลกเปลี่ยนมุมมองจึงเป็นการสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่สามารถนำไปต่อยอดในระดับท้องถิ่นและนานาชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หัวข้อ “The Transformative Potential of Small-Scale Community Events: an LGBTQIA+ Perspective” โดย Dr. Williem Coetzee จาก Western Sydney University, Australia เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการสร้างสังคมที่เท่าเทียมและยอมรับความหลากหลาย ผ่านการศึกษาบทบาทของกิจกรรมชุมชนขนาดเล็กในมิติของกลุ่ม LGBTQIA+ การนำเสนอหัวข้อนี้ช่วยให้เกิดความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นต่อประเด็นความเสมอภาคทางสังคม ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของการลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติของสังคม

นอกจากนี้ การสัมมนายังเปิดเวทีให้กับหัวข้อ “Local Food on Global Stages” โดย อาจารย์อนุวัต เชื้อเย็น จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ที่มุ่งเน้นการเผยแพร่วัฒนธรรมอาหารท้องถิ่นสู่เวทีโลก การนำเสนอเรื่องนี้ไม่เพียงช่วย สร้างอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมแต่ยังเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนผ่านการท่องเที่ยวและการบริโภคอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญของการบริโภคและการผลิตที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม

การจัดกิจกรรมในลักษณะนี้ยังเป็นการ ส่งเสริมการเข้าถึงองค์ความรู้ของทุกกลุ่มคนอย่างเท่าเทียม โดยไม่จำกัดเฉพาะนักวิชาการระดับสูง แต่เปิดโอกาสให้กับนิสิตและบุคลากรในสถาบันการศึกษาได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะด้านการวิจัย การนำเสนอผลงาน และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเวทีระดับนานาชาติ อันเป็นการยกระดับคุณภาพการศึกษาและสร้างฐานความรู้ที่มั่นคงในระยะยาว

อีกประการหนึ่ง การสัมมนาครั้งนี้เป็นตัวอย่างของ การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและรับผิดชอบ ทั้งในด้านการจัดการกิจกรรมและการเผยแพร่ผลลัพธ์ในรูปแบบดิจิทัล ซึ่งช่วยลดการใช้ทรัพยากรทางกายภาพและสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนในมิติสิ่งแวดล้อม การดำเนินงานเช่นนี้แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในทุกขั้นตอนของการสร้างความรู้และการจัดกิจกรรมทางวิชาการ

โดยสรุป การสัมมนานักวิชาการระดับนานาชาติด้านอารยธรรมศึกษาครั้งนี้เป็นเวทีที่รวมพลังของนักวิชาการจากหลายประเทศ เพื่อสร้างความเข้าใจระหว่างวัฒนธรรมและเสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการอย่างยั่งยืน การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในด้านศิลปะ วัฒนธรรม และสังคม ไม่เพียงช่วยลดความเหลื่อมล้ำ แต่ยังสนับสนุนแนวทางการบริโภคและการพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นการขับเคลื่อนสังคมไปสู่อนาคตที่เท่าเทียม มีคุณภาพ และยั่งยืนอย่างแท้จริง

ที่มา: กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร

รายการ รักไม่รู้โรย เรื่องการเก็บรักษานมแม่

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้มุ่งมั่นในการสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะในด้านความเท่าเทียมทางเพศ (SDG 5) ผ่านการส่งเสริมบทบาทของสตรีและการดูแลสุขภาพที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญในการส่งเสริมความเสมอภาคและการให้โอกาสในการดูแลสุขภาพของเด็กและแม่ทุกคน

หนึ่งในกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ดำเนินการเพื่อเสริมสร้างความรู้และสร้างความเข้าใจในเรื่องนี้ คือรายการ “รักไม่รู้โรย เรื่องการเก็บรักษานมแม่” ซึ่งดำเนินรายการโดยอาจารย์นิตยา ศรีบัวรมย์ อาจารย์ประจำคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร รายการดังกล่าวได้มีการพูดคุยและให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการเก็บรักษานมแม่อย่างถูกวิธี ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพของทารกและช่วยเพิ่มโอกาสให้เด็กได้รับสารอาหารที่ดีที่สุดจากนมแม่

รายการนี้มีการพูดถึงเทคนิคและแนวทางในการเก็บรักษานมแม่ที่ถูกสุขลักษณะเพื่อให้คงคุณค่าทางโภชนาการและคุณภาพของนมแม่ในระยะยาว อีกทั้งยังส่งเสริมให้สตรีและแม่ในชุมชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งแม่และเด็ก โดยเน้นการสร้างความเข้าใจในเรื่องการเสริมสร้างสุขภาพที่ดีผ่านการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากการให้ความรู้เกี่ยวกับการเก็บรักษานมแม่แล้ว รายการนี้ยังสร้างพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญในด้านการพยาบาลและสุขภาพ ซึ่งช่วยกระตุ้นให้สตรีและแม่ในชุมชนตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลตนเองและการให้ความสำคัญกับบทบาทของตนในการสร้างความยั่งยืนให้กับการเลี้ยงดูและการพัฒนาสุขภาพของเด็ก

กิจกรรมดังกล่าวมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความเข้าใจในเรื่องความเสมอภาคทางเพศและการเสริมพลังให้กับสตรี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 5) ของมหาวิทยาลัยนเรศวร นอกจากนี้ยังเป็นตัวอย่างที่ดีของการนำความรู้ในด้านการพยาบาลและสุขภาพมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความยั่งยืนในสังคมอย่างแท้จริง

ที่มา: สถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยนเรศวร NUradio Naresuan

https://youtu.be/iGwzo_0qo3I

NU Art & Craft Fun Fair 2023: ม.นเรศวร ส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ พร้อมสร้างสรรค์โลกยั่งยืน

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะในด้านการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ (SDG 5) และการสนับสนุนความหลากหลายในทุกมิติของสังคม ซึ่งได้สะท้อนผ่านกิจกรรม “NU Art & Craft Fun Fair 2023” เทศกาลความบันเทิงพร้อมรักษ์โลกแบบยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “MO(RE)DERN” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-8 กรกฎาคม 2566 เวลา 16.00 – 23.00 น. ณ อาคารอเนกประสงค์ และอาคารวิสุทธิกษัตริย์

กิจกรรมนี้มุ่งเน้นการส่งเสริมการแสดงออกของนิสิตและบุคลากรในมหาวิทยาลัย ผ่านงานศิลปะและงานฝีมือที่สะท้อนความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) และการสนับสนุนความเท่าเทียมในทุกเพศ โดยยังคงเน้นย้ำเรื่องความยั่งยืนและการรักษาสิ่งแวดล้อม ภายในงานมีการจัดนิทรรศการ การแสดงดนตรีสด และกิจกรรมสร้างสรรค์ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้และแสดงออกถึงตัวตน

“NU Art & Craft Fun Fair 2023” ไม่เพียงสร้างพื้นที่สำหรับการแสดงออกเชิงสร้างสรรค์และการเฉลิมฉลองความหลากหลาย แต่ยังเป็นการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความเท่าเทียมทางเพศในสังคม ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสนับสนุน SDG 5 ผ่านกิจกรรมที่สร้างสรรค์และยั่งยืน.

บทบาทสตรี ความเท่าเทียมในรั้วมหาวิทยาลัยนเรศวร

คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอแสดงความยินดีกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรอุษา สุวรรณประเทศ ในโอกาสได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง #คณบดีคณะมนุษยศาสตร์ ตั้งแต่ วันที่ 26 กรกฎาคม 2566 เป็นต้นไป

ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงการให้ความสำคัญต่อบทบาทสตรีในมหาวิทยาลัยนเรศวร ในโอกาสได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บริหารหน่วยงานระดับคณะวิชา

ที่มา: คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin