ม.นเรศวร มอบใบประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติบุคลากรที่ได้รับการแต่งตั้งทางวิชาการและวิชาชีพ พร้อมชูบทบาทสำคัญของผู้หญิงในการขับเคลื่อนความสำเร็จอย่างยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม 2568 รศ. ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานกล่าวเปิด โครงการประชุมรายงานความก้าวหน้ายกย่องเชิดชูเกียรติ และแสดงความยินดี กับบุคลากรที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ และดำรงตำแหน่งทางวิชาชีพ พร้อมทั้งให้เกียรติ มอบใบประกาศนียบัตรแสดงความยินดีกับบุคลากรที่ได้รับการแต่งตั้ง ณ ห้องประชุม 308 อาคารสำนักงานอธิการบดี ชั้น 3 มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่บุคลากรผู้ทุ่มเทปฏิบัติงานจนประสบความสำเร็จในเส้นทางวิชาชีพ

การจัดโครงการในครั้งนี้มีบุคลากรสายวิชาการที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 10 ท่าน และมีบุคลากรสายสนับสนุนที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาชีพในระดับที่สูงขึ้นเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 7 ท่าน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบุคลากรในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานและการจัดการศึกษาของสถาบันให้มีความเป็นเลิศในทุกๆ ด้านอย่างแท้จริง

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้เล็งเห็นถึงความสำคัญอย่างยิ่งในการสนับสนุนการขอตำแหน่งทางวิชาการของบุคลากรสายวิชาการและการขอตำแหน่งทางวิชาชีพของบุคลากรสายสนับสนุน ซึ่งถือเป็น ปัจจัยสำคัญของความสำเร็จในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา และการพัฒนาศักยภาพของมหาวิทยาลัยให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นในระดับสากล เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางการเจริญเติบโตและการแข่งขันทางวิชาการในยุคปัจจุบัน

จากความสำคัญดังกล่าว มหาวิทยาลัยจึงได้กำหนด นโยบายในการติดตามความก้าวหน้าการขอตำแหน่งทางวิชาการ ของบุคลากรสายวิชาการและการขอตำแหน่งทางวิชาชีพของบุคลากรสายสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การบริหารงานภายในองค์กรสอดคล้องกับวิสัยทัศน์และพันธกิจในด้านต่างๆ ของมหาวิทยาลัย พร้อมทั้งขับเคลื่อนสถาบันให้สามารถแข่งขันทางด้านวิชาการได้ทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติอย่างมั่นคง

การดำเนินงานและการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทุกกลุ่มยังเชื่อมโยงกับการขับเคลื่อนพันธกิจด้านความยั่งยืน โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับการจ้างงานที่มีคุณค่า การเติบโตทางเศรษฐกิจ และการสร้างความเท่าเทียม การส่งเสริมศักยภาพและการเปิดโอกาสให้บุคลากรทุกเพศสามารถเติบโตในสายอาชีพได้อย่างเท่าเทียม จึงเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งและการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับองค์กร

สอดคล้องกับข้อมูลสถิติด้านบุคลากรของมหาวิทยาลัยนเรศวร ทั้งในส่วนของผู้บริหารและบุคลากร ประจำปีการศึกษา 2568 ที่มีจำนวนบุคลากรทั้งสิ้น 5,028 คน (แบ่งเป็นบุคลากรหญิง 3,381 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 67.24 และบุคลากรชาย 1,647 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 32.76) ซึ่งในจำนวนนี้ประกอบด้วย บุคลากรสายวิชาการจำนวน 1,491 คน โดยมีผู้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ 828 คน และเมื่อเจาะลึกเฉพาะกลุ่มที่มีตำแหน่งทางวิชาการระดับ ศ., รศ., ผศ. พบว่าเป็น บุคลากรเพศหญิงจำนวน 473 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 54.8 ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึง บทบาทสำคัญของผู้หญิง ในการร่วมขับเคลื่อนภารกิจด้านวิชาการและการพัฒนาวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยให้บรรลุผลสำเร็จ

ความสำเร็จของบุคลากรทุกท่านในวันนี้ ไม่เพียงแต่เป็นความภาคภูมิใจส่วนบุคคลเท่านั้น แต่ยังตอกย้ำถึงศักยภาพอันทรงคุณค่าและการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท ซึ่งสะท้อนผ่าน บทบาทของบุคลากรหญิง ในการร่วมขับเคลื่อนภารกิจของมหาวิทยาลัยให้บรรลุผลสำเร็จตามวิสัยทัศน์และพันธกิจที่ได้วางไว้ในทุกมิติอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อร่วมกันพัฒนาสังคมอุตสาหกรรม การศึกษา และประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืนสืบไป

ม.นเรศวร โดยคณะมนุษยศาสตร์ ผนึกกำลังสโมสรซอนต้าพิษณุโลก จัดกิจกรรมรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี

วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน 2568 คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรอุษา สุวรรณประเทศ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์ พร้อมด้วย ดร.ภูริตา เรืองจิรยศ รองคณบดีฝ่ายกิจการนิสิตและศิษย์เก่าสัมพันธ์ ร่วมกับ สโมสรซอนต้าพิษณุโลก (Zonta) จัดกิจกรรมแสดงสัญลักษณ์รณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี ณ ห้องประชุม HU 2306 คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญระดับโลกที่รณรงค์ร่วมกันทั่วโลก ระหว่างวันที่ 25 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม ของทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้และกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนในสังคมเล็งเห็นถึงความสำคัญของการปกป้องสิทธิมนุษยชน

การดำเนินงานในครั้งนี้สะท้อนถึงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการ รวมพลัง…เพื่อยุติความรุนแรงในทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นในระดับครอบครัว สถานศึกษา หรือชุมชน เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงภัยและความสูญเสียอันเกิดจากความรุนแรงในรูปแบบต่าง ๆ

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความร่วมมือร่วมใจอย่างพร้อมเพรียง โดยมีคณาจารย์ บุคลากรสายสนับสนุน และสโมสรนิสิตคณะมนุษยศาสตร์เข้าร่วมงาน เพื่อแสดงพลังขับเคลื่อนสังคมที่ปลอดภัยและเท่าเทียมสำหรับทุกคน

ความร่วมมือในการจัดกิจกรรมครั้งนี้มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการส่งเสริมความเข้าใจด้าน การคุ้มครองสิทธิเด็กและสตรี (Child & Women Protection) ซึ่งเป็นกลไกหลักในการขจัดความเลือกปฏิบัติและการล่วงละเมิดทุกรูปแบบในสังคมไทย

นอกจากนี้ กิจกรรมดังกล่าวยังมุ่งเน้นการสร้าง การพัฒนาสังคมที่เป็นธรรม (Social Equity for All) ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อให้สังคมมีความสงบสุข เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และเติบโตอย่างมั่นคง

คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ยังคงมุ่งมั่นที่จะดำเนินกิจกรรมและโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นพลังสำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวก และร่วมสร้างสังคมที่ปราศจากความรุนแรงอย่างยั่งยืนต่อไป

ม.นเรศวร เสริมพลังบุคลากรหญิงที่เป็นนิสิตที่มีบุตร หนุนบริการช่วยดูแลเด็กช่วยให้ช่วงทำงานสร้างสมดุลชีวิตและครอบครัวอย่างยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 15 กันยายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร ย้ำจุดยืนในการเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคลากรและนิสิตอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะบุคลากรหญิงที่เป็นนิสิตที่มีบุตร ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัย ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ราชการและการศึกษาควบคู่ไปกับบทบาทสำคัญในการเป็นมารดาได้อย่างเต็มศักยภาพ ผ่านการดำเนินงานและจัดตั้งสวัสดิการสนับสนุนที่ครอบคลุม เพื่อลดภาระความเครียดและความกังวลในการใช้ชีวิตและการศึกษา

การดำเนินการนี้เป็นการยืนยันเจตนารมณ์ของมหาวิทยาลัยในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานและการเรียนรู้ที่เอื้ออาทรและสนับสนุนความมั่นคงในชีวิตของประชาคมชาวมหาวิทยาลัย โดยตระหนักดีว่ากลุ่มบุคลากรหญิงที่เป็นนิสิตที่มีบุตรซึ่งต้องแบ่งเวลามาศึกษา มักจะต้องเผชิญกับความท้าทายและความกดดันรอบด้าน การมีระบบสนับสนุนที่เข้มแข็งจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการช่วยแบ่งเบาภาระและสร้างขวัญกำลังใจให้สามารถก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ ไปได้ด้วยดี

ความเสมอภาคในการเข้าถึงสวัสดิการและการสนับสนุนนี้ ถือเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความผาสุกและสมดุลระหว่างชีวิตการทำงาน การเรียน และครอบครัว และยังสอดคล้องโดยตรงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในประเด็นการบรรลุความเสมอภาคทางเพศและการเสริมสร้างพลังให้แก่สตรี การเปิดโอกาสให้คุณแม่สามารถบริหารจัดการเวลาได้อย่างลงตัว จะช่วยส่งเสริมให้เกิดความเท่าเทียมในการพัฒนาตนเองและการเข้าถึงโอกาสทางสังคมอย่างแท้จริง

นอกเหนือจากการดูแลด้านเวลาแล้ว มหาวิทยาลัยนเรศวรยังก้าวไปอีกขั้นด้วยการสนับสนุนสวัสดิการเพื่อการเลี้ยงดูบุตรในระยะยาว ผ่านการจัดตั้ง ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัย คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ขึ้น เพื่อให้บริการดูแลเด็กอายุตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 3 ปี เพื่อเป็นสวัสดิการแก่บุคลากรของมหาวิทยาลัย และเปิดกว้างให้บุคลากรหญิงที่เป็นนิสิตที่มีบุตร สามารถนำบุตรหลานมาฝากดูแลเพื่อเสริมพัฒนาการได้อย่างปลอดภัยในระหว่างวัน

บริการช่วยดูแลเด็กช่วยให้บุคลากรหญิงที่เป็นนิสิตที่มีบุตรและอยู่ในช่วงทำงาน สามารถคลายความกังวลใจลงไปได้อย่างมาก ช่วยลดภาระและความเครียดที่ต้องแบกรับ ทำให้สามารถทุ่มเทสมาธิกับการปฏิบัติงานและการเรียนได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดทั้งในบทบาทของการเป็นผู้เรียน ผู้ปฏิบัติงาน และการเป็นมารดาที่ดีของครอบครัว

ที่สำคัญ ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งนี้ยังตั้งอยู่ภายในบริเวณมหาวิทยาลัย ทำให้คุณแม่สามารถเดินทางมาเยี่ยมหรือดูแลบุตรที่ศูนย์ฯ ได้อย่างสะดวกสบายในระหว่างวันทำงานหรือระหว่างพักการเรียน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนให้บุคลากรหญิงที่เป็นนิสิตที่มีบุตรสามารถเลี้ยงดูบุตรได้อย่างใกล้ชิด สอดคล้องกับแนวทางการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีและการสร้างสายสัมพันธ์อันอบอุ่นภายในครอบครัว

ศูนย์แห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นสวัสดิการที่ช่วยสร้างขวัญและกำลังใจแก่บุคลากรและนิสิตเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้และประโยชน์ทางวิชาการ ที่เอื้อต่อการศึกษาวิจัยและการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านการดูแลและการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีมาตรฐาน มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงมุ่งมั่นพัฒนามาตรการสนับสนุนและสวัสดิการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอกย้ำความเป็นสถาบันการศึกษาที่โอบรับความหลากหลายและดูแลประชาคมทุกคนอย่างเท่าเทียม

ม.นเรศวร ชูนวัตกรรมแผ่นประคบเต้านมสมุนไพรไทย ยกระดับคุณภาพชีวิตมารดาหลังคลอดอย่างยั่งยืน

วันอังคารที่ 19 สิงหาคม 2569 มหาวิทยาลัยนเรศวร นำเสนอความสำเร็จของ นวัตกรรมเพื่อคุณแม่หลังคลอด ผ่านผลงานการวิจัยและพัฒนาแผ่นประคบเต้านมสมุนไพรไทย ซึ่งเกิดจากความร่วมมือทางวิชาการและการแพทย์ระหว่างทีมคณาจารย์และพยาบาล จากคณะพยาบาลศาสตร์ และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ผลงานชิ้นนี้ได้รับการคิดค้นและพัฒนาขึ้นโดยทีมวิจัยผู้เชี่ยวชาญ ประกอบด้วย อาจารย์นราภรณ์ ขุนกําแหง อาจารย์สาขาการพยาบาลมารดาและทารก คณะพยาบาลศาสตร์ พร้อมด้วยทีมพยาบาลจากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้แก่ พว.รตีภัทร รัตนบวรวัฒ พว.พรนที ทองแพ นางสาวนิรินธนา แจ้งเปี่ยม และนางสาวอริษา จันทร์เจาะ

ความโดดเด่นและประโยชน์เชิงประจักษ์ของผลงานดังกล่าว ส่งผลให้ได้รับการคัดเลือกให้ออกอากาศในรายการวันใหม่วาไรตี้ ช่วงไทยประดิษฐ์คิดเก่ง ทางช่องไทยพีบีเอส ในฐานะต้นแบบนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาทางสังคม โดยเป็นการผสมผสานภูมิปัญญาไทยเข้ากับการแพทย์สมัยใหม่ได้อย่างลงตัวและเกิดประโยชน์สูงสุด

ปัญหาสำคัญประการหนึ่งที่คุณแม่หลังผ่าคลอดมักต้องเผชิญคือภาวะน้ำนมมาช้ากว่าปกติ ซึ่งส่งผลให้ทารกอาจได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วนในช่วงแรกเกิด สถานการณ์ดังกล่าวยังสร้างความกังวลใจและความเครียดให้กับมารดา ทำให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานและการส่งเสริมสุขภาพสตรีไม่ราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็น

เพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าว ทีมวิจัยจึงได้ประยุกต์ใช้สมุนไพรไทยในการพัฒนาแผ่นประคบเต้านม ซึ่งมีสรรพคุณทางยาช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ลดอาการคัดตึงเต้านม และส่งเสริมให้น้ำนมหลั่งมาได้เร็วขึ้น ถือเป็นการดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้หญิงหลังคลอดอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

นวัตกรรมชิ้นนี้ไม่เพียงแต่เป็นตัวช่วยสำคัญในการแก้ปัญหาสุขภาพ แต่ยังสะท้อนถึงรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ผ่านการเลือกใช้ทรัพยากรท้องถิ่นมาสร้างคุณค่าใหม่ ถือเป็นการลดการพึ่งพาสารเคมีหรือเครื่องมือทางการแพทย์แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่าสูงสุด

การส่งเสริมการใช้ภูมิปัญญาไทยอย่างสร้างสรรค์ในระบบสาธารณสุข เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมสร้างความเข้มแข็งให้แก่สถาบันครอบครัว สำหรับผู้ที่สนใจสามารถรับชมรายละเอียดของนวัตกรรมเพิ่มเติมได้ทางช่องทางออนไลน์ของรายการวันใหม่วาไรตี้ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนผลงานวิจัยที่มุ่งสร้างสุขภาวะที่ดีให้แก่สังคมต่อไป

ม.นเรศวร ขับเคลื่อนสิทธิ คลอดบุตร 90 วัน เสริมพลังแม่ทำงานสร้างสมดุลชีวิตและครอบครัวอย่างยั่งยืน

วันอังคารที่ 5 สิงหาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร ย้ำจุดยืนในการเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคลากรอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะบุคลากรหญิงซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัย ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ราชการควบคู่ไปกับบทบาทสำคัญในการเป็นมารดาได้อย่างเต็มศักยภาพ ผ่านการดำเนินการให้ สิทธิการลาคลอดบุตร เป็นระยะเวลา 90 วัน แก่บุคลากรทุกกลุ่ม ทั้งข้าราชการและพนักงานมหาวิทยาลัยอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน

การดำเนินการนี้เป็นการยืนยันเจตนารมณ์ของมหาวิทยาลัยในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้ออาทรและสนับสนุนความมั่นคงในชีวิตของบุคลากร โดยมหาวิทยาลัยได้ยึดถือปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ. 2555 ซึ่งกำหนดสิทธิการลาเพื่อคลอดบุตรไว้ไม่เกิน 90 วัน โดยไม่ต้องมีใบรับรองแพทย์ ซึ่งในส่วนของพนักงานมหาวิทยาลัยนั้น สิทธิประโยชน์นี้อิงร่วมกับ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน และสถานะการเป็นผู้ประกันตนในระบบกองทุนประกันสังคม

ความเสมอภาคในการได้รับสิทธิลาคลอดบุตร 90 วันนี้ ถือเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความผาสุกและสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและครอบครัวแก่บุคลากร และยังสอดคล้องโดยตรงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ หรือ SDG 5 (Gender Equality) ในประเด็นการบรรลุความเสมอภาคทางเพศและการเสริมสร้างพลังให้แก่สตรี โดยการเปิดโอกาสให้คุณแม่มีเวลาพักฟื้นร่างกายและดูแลบุตรในช่วงแรกเกิดอย่างเพียงพอ ซึ่งส่งผลดีโดยตรงต่อสุขภาพของทั้งแม่และเด็ก

การสนับสนุนของมหาวิทยาลัยยังสอดคล้องกับวาระสำคัญระดับโลกอย่าง วันสัปดาห์นมแม่โลก (World Breastfeeding Week) ซึ่งตรงกับวันที่ 1–7 สิงหาคม ของทุกปี เพื่อรณรงค์และสนับสนุนให้มารดาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือน และให้นมแม่ต่อเนื่องควบคู่อาหารตามวัยจนถึงอายุ 2 ปีหรือนานกว่านั้น การให้สิทธิลาคลอด 90 วัน จึงเป็นช่วงเวลาทองที่ช่วยให้คุณแม่สามารถเริ่มต้นและสร้างวินัยในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในช่วงเดือนแรกที่สำคัญที่สุดได้อย่างมั่นใจและสะดวกสบาย

นอกเหนือจากสิทธิในการลาหยุด มหาวิทยาลัยนเรศวรยังก้าวไปอีกขั้นด้วยการสนับสนุนสวัสดิการเพื่อการเลี้ยงดูบุตรในระยะยาว ผ่าน การจัดตั้ง ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัย คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ขึ้น เพื่อให้บริการดูแลเด็กอายุตั้งแต่ 3 เดือน – 3 ปี เพื่อเป็นสวัสดิการแก่บุคลากรของมหาวิทยาลัย ช่วยลดความกังวลใจในการปฏิบัติงานของผู้ปกครอง ทำให้บุคลากรสามารถทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ

ที่สำคัญ ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งนี้ ยังตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัย ทำให้บุคลากรสามารถ เอานมไปให้ บุตรที่ศูนย์ฯ ได้อย่างสะดวกสบายในระหว่างวันทำงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนให้แม่ทำงานยังคงสามารถให้ลูกได้รับนมแม่ได้อย่างต่อเนื่องและยาวนาน สอดคล้องกับแนวทางการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในที่ทำงาน

ศูนย์แห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นสวัสดิการที่ช่วยสร้างขวัญและกำลังใจแก่บุคลากร แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้และประโยชน์ทางวิชาการ ที่เอื้อต่อการศึกษาวิจัยและการเรียนการสอนของบุคลากรและนิสิต คณะพยาบาลศาสตร์ และสาขาที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านการดูแลและการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีมาตรฐานและเป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวมต่อไป

ม.นเรศวร จัดตลาดสุขเสลา “สุข อย่าง Pride” สร้างพื้นที่แห่งความหลากหลาย

วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยกองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม จัดกิจกรรม “ตลาดสุขเสลา” ภายใต้แนวคิด “สุข อย่าง Pride” ณ สวนเสลา หน้าอาคารวิสุทธิกษัตริย์ ระหว่างวันที่ 26–27 มิถุนายน 2568 เวลา 12.00–21.00 น.

กิจกรรมจัดขึ้นเพื่อ ฉลองเดือน Pride และเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้แสดงออกถึงความภาคภูมิใจในความหลากหลาย ภายใต้บรรยากาศแห่งรอยยิ้ม ความรัก ความเข้าใจ และการเคารพศักดิ์ศรีของทุกคน

ภายในงานมีร้านอาหารและ Food Truck งานคราฟต์ ผักและต้นไม้ รวมถึงกิจกรรมจากหน่วยงานและผู้ประกอบการหลากหลายกลุ่ม ช่วยสร้างบรรยากาศการพักผ่อนและการใช้เวลาร่วมกันอย่างสร้างสรรค์

กิจกรรม “สุข อย่าง Pride” ประกอบด้วยการเขียนโปสการ์ดส่งต่อความภาคภูมิใจในกิจกรรม Pride Beyond การวาดหินสีรุ้งแห่งความหลากหลาย และมุมถ่ายภาพ “Pride Wall” ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมถ่ายทอดมุมมองและเรื่องราวของตนเอง

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมดนตรีในสวนเพื่อสร้างความผ่อนคลาย และกิจกรรม Night at the Museum: งดงาม ซึ่งเชื่อมโยงการเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมเข้ากับพื้นที่สาธารณะของมหาวิทยาลัย

ตลาดสุขเสลาจึงเป็นอีกพื้นที่ที่ ส่งเสริมให้นิสิตใช้เวลาว่าง กับกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ ได้พักผ่อน พบปะ แลกเปลี่ยน และเรียนรู้การอยู่ร่วมกันบนพื้นฐานของการยอมรับความแตกต่าง

มหาวิทยาลัยนเรศวรสนับสนุนการสร้างพื้นที่ปลอดภัยและเป็นมิตรสำหรับทุกคน เพื่อส่งเสริมสุขภาวะทั้งกายและใจ ความเท่าเทียมระหว่างเพศ และสังคมมหาวิทยาลัยที่เคารพความหลากหลายอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร มุ่งมั่นขับเคลื่อนสังคมแห่งความเสมอภาค หนุนความหลากหลายทางเพศผ่านนโยบายการศึกษาที่เท่าเทียม

วันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร มุ่งมั่นขับเคลื่อนพันธกิจในการสร้างสรรค์สังคมแห่งความเสมอภาค พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับเทศกาลความหลากหลายทางเพศหรือ Pride Month ผ่านการยกย่องและให้ความสำคัญกับการอนุญาตประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของสถาบัน

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม 2552 ซึ่งทางมหาวิทยาลัยได้พิจารณาอนุมัติคำร้องขอแต่งกายด้วยชุดนิสิตหญิงเพื่อเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ประจำปีการศึกษา 2551 ให้แก่บัณฑิตสตรีข้ามเพศ หรือเจ้าของเพจ วีเจนมสด (นายทัฐสรางค์วอร มีสุข) ผู้สำเร็จการศึกษาด้วยเกียรตินิยมอันดับ 2 สาขาวิชาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์

การตัดสินใจในครั้งนั้นสะท้อนถึงบทบาทเชิงรุกและการทำหน้าที่ของสถาบันอุดมศึกษาในการเปิดกว้างรับฟังเสียงสะท้อนของนิสิต ผ่านกระบวนการพิจารณาด้วยความเข้าใจอันดีจากผู้บริหารและคณาจารย์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการและการให้คุณค่ากับความรู้ความสามารถของนิสิตอย่างเท่าเทียม

การอนุญาตดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการให้โอกาสแก่บัณฑิตผู้มีความมุ่งมั่นตั้งใจศึกษาเล่าเรียนเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนพันธกิจของมหาวิทยาลัย ในการสร้าง สังคมที่มีความเสมอภาค และลดข้อจำกัดทางเพศสภาพในระบบระเบียบราชการอย่างเป็นรูปธรรม

บทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในเหตุการณ์นี้ ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้าง พื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกความหลากหลายทางเพศ ซึ่งช่วยเปิดประตูโอกาสและสร้างบรรยากาศแห่งการยอมรับให้สตรีข้ามเพศรุ่นต่อ ๆ ได้รับสิทธิและการปฏิบัติที่เท่าเทียมกันในการเข้าร่วมพิธีสำคัญของชีวิต

การดำเนินงานเชิงนโยบายและการสร้างความเข้าใจในระดับสถาบัน ถือเป็นกลไกสำคัญที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ในการบรรลุความเสมอภาคระหว่างเพศ และการเสริมสร้างพลังให้กับกลุ่มผู้มีความหลากหลายในทุกมิติของสังคมอย่างแท้จริง

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงยึดมั่นในการทำหน้าที่ส่งเสริมสภาพแวดล้อมทางการศึกษาที่ปราศจากการกีดกัน พร้อมทั้งสนับสนุนสิทธิเสรีภาพและความเท่าเทียม เพื่อหล่อหลอมให้นิสิตทุกคนเติบโตขึ้นเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ ท่ามกลางสังคมที่โอบกอดทุกความแตกต่างด้วยความเคารพซึ่งกันและกันอย่างยั่งยืนสืบไป

ม.นเรศวร จัดกิจกรรม NU Pride & Rainbow Crossing ครั้งที่ 4 ทาสีทางม้าลายสายรุ้ง หนุนความเท่าเทียมและพื้นที่ปลอดภัย

วันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน 2568 รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บุคลากร และนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมมือร่วมใจกันดำเนินกิจกรรม “ทาสีม้าลายสายรุ้ง” บริเวณหน้าอาคารขวัญเมืองและหอพักนิสิต NU Dorm ภายใต้โครงการ NU Pride & Rainbow Crossing ครั้งที่ 4

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิดที่ว่าโลกนี้งดงามด้วยความหลากหลาย โดยมุ่งเน้นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อประกาศจุดยืนในการสนับสนุนสิทธิความเท่าเทียมทางเพศ และการสร้างสภาพแวดล้อมภายในสถาบันให้เป็น พื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกความหลากหลายทางเพศ อย่างแท้จริง

กิจกรรมการทาสีทางม้าลายสายรุ้งไม่เพียงแต่เป็นการสร้างสีสันให้กับภูมิทัศน์ภายในมหาวิทยาลัย แต่ยังเป็นกระบวนการสำคัญในการ ส่งเสริมการยอมรับและอยู่ร่วมกันอย่างเคารพและภาคภูมิใจ ระหว่างสมาชิกทุกกลุ่มในประชาคมมหาวิทยาลัยนเรศวร

การขับเคลื่อนสังคมภายในรั้วมหาวิทยาลัยให้มีความเท่าเทียม สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในการสร้างเมืองและชุมชนให้มีความครอบคลุม ปลอดภัย ยืดหยุ่น และยั่งยืน ซึ่งเริ่มต้นจากการสร้างความตระหนักรู้และการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างเสมอภาค

ทุกสีสันของสายรุ้งที่ถูกแต่งแต้มลงบนพื้นผิวถนน เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แทนพลังแห่งความหวังและการมองโลกในแง่บวก ที่เปิดกว้างรับทุกตัวตนและความแตกต่างของเพื่อนมนุษย์โดยไม่มีการกีดกันทางสังคม

ทุกย่างก้าวที่เดินข้ามทางม้าลายสายรุ้งแห่งนี้ จึงถือเป็นก้าวสำคัญของการเปลี่ยนแปลงทางความคิด ที่จะช่วยหล่อหลอมให้นิสิตและบุคลากรเติบโตเป็นพลเมืองที่มีความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจ และเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงมุ่งมั่นที่จะดำเนินกิจกรรมสร้างสรรค์สังคมในลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ของการเป็นมหาวิทยาลัยแห่งความสุข (Happy Campus Life) ที่โอบรับทุกความหลากหลาย และพร้อมก้าวไปข้างหน้าด้วยความสามัคคีและเท่าเทียมกันอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร เผยข้อมูลการรับเข้านิสิตปี 68 พร้อมใช้ระบบ AGM ติดตามความเสมอภาคทางการศึกษาของนิสิตหญิง

วันจันทร์ที่ 2 มิถุนายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดเผยข้อมูลสถิติจำนวนนิสิตที่เข้าศึกษาใหม่ประจำปีการศึกษา 2568 ทั้งสิ้น 7,602 คน ซึ่งประกอบด้วยนิสิตหญิงจำนวน 5,007 คน คิดเป็นร้อยละ 65.86 และนิสิตชายจำนวน 2,595 คน คิดเป็นร้อยละ 34.14 โดยบรรยากาศภายในมหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยความคึกคักและความอบอุ่นจากภาพบรรยากาศการรายงานตัวเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร ประจำปีการศึกษา 2568 ณ อาคารอุทยานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มหาวิทยาลัยนเรศวร ที่สะท้อนถึงรอยยิ้ม ความตื่นเต้น และความพร้อมของนิสิตใหม่ในการก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย พร้อมทั้งมุ่งมั่นในการดูแลและส่งเสริมให้นิสิตทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษาได้อย่างราบรื่น

เพื่อขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรม กองพัฒนาคุณภาพการศึกษา หรือ EQDD ได้พัฒนานวัตกรรมระบบติดตามข้อมูลที่มีชื่อว่า Access and Graduation Monitor หรือ AGM ขึ้นมา เพื่อใช้ในการติดตามอัตราการเข้าถึงและการสำเร็จการศึกษาของนิสิตภายในมหาวิทยาลัยอย่างใกล้ชิด ระบบดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อช่วยรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติ ทำให้มหาวิทยาลัยสามารถมองเห็นภาพรวมของการจัดการศึกษาและการกระจายตัวของนิสิตในแต่ละหลักสูตรได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ผู้สนใจสามารถเข้าชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ระบบ AGM มหาวิทยาลัยนเรศวร : https://www.qs.nu.ac.th/agm/

ระบบ AGM ดังกล่าวมีความสามารถในการติดตามข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับนิสิตหญิง รวมถึงการเจาะลึกไปยังกลุ่มสาขาวิชาที่มีสัดส่วนของนิสิตหญิงเรียนอยู่ค่อนข้างน้อย เพื่อให้มหาวิทยาลัยมองเห็นภาพรวมและแนวโน้มที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบความเท่าเทียมทางเพศในทุกหลักสูตร และช่วยป้องกันหรือแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการศึกษาได้อย่างทันท่วงที

การดำเนินงานด้านข้อมูลนี้อาศัยการบูรณาการทำงานร่วมกับกองบริการการศึกษา หรือ ACAD ในการเชื่อมโยงและประสานข้อมูลการรับเข้าศึกษาทั้งหมด นำมาประมวลผลเป็นผลลัพธ์และรายงานสถิติที่เป็นระบบ ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทั้งสองช่วยให้ฐานข้อมูลของมหาวิทยาลัยมีความสมบูรณ์ ครอบคลุม และพร้อมใช้งานสำหรับการตรวจสอบย้อนหลัง รวมถึงการนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาในระยะยาว

ข้อมูลและสถิติที่ได้จากระบบติดตามนี้ ถูกนำไปส่งต่อให้ผู้บริหารระดับมหาวิทยาลัยและคณะ ใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการประกอบการวางแผนพัฒนา และนำไปกำหนดแนวทางหรือกิจกรรมส่งเสริมที่เหมาะสมต่อไป การมีข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันช่วยให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจเชิงนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของนิสิตและสอดคล้องกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป

กระบวนการดำเนินงานทั้งหมดของสถาบันยึดมั่นภายใต้หลักการที่ว่า ผู้หญิงไม่เคยถูกเลือกปฏิบัติในกระบวนการรับสมัคร และมหาวิทยาลัยพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นการให้คำแนะนำ การดูแลช่วยเหลือ หรือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเอื้อต่อความสำเร็จ เพื่อให้มั่นใจว่านิสิตหญิงทุกคนจะได้รับโอกาสในการพัฒนาตนเองอย่างเต็มศักยภาพเทียบเท่ากับนิสิตทั่วไป

การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อตรวจสอบและส่งเสริมความหลากหลายทางเพศในครั้งนี้ สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในการสร้างความเสมอภาคระหว่างเพศ และการเสริมสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับผู้หญิงในทุกมิติอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงเดินหน้าพัฒนามาตรการและระบบสนับสนุนต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอกย้ำความเป็นสถาบันการศึกษาที่โอบรับความหลากหลายและให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของนิสิตทุกคนอย่างแท้จริง

ม.นเรศวร จัดโครงการบริหารจัดการธรรมาภิบาลและจริยธรรม ขับเคลื่อนองค์กรโปร่งใสควบคู่ความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางเพศ

วันศุกร์ที่ 28 มีนาคม 2568 งานบริหารความเสี่ยง สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัด โครงการบริหารจัดการธรรมาภิบาลและจริยธรรม ประจำปีงบประมาณ 2568 ขึ้น ณ ห้องประชุมมหาราช 1 ชั้น 2 ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) เพื่อมุ่งเน้นการส่งเสริมระบบบริหารจัดการภายในที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ตามหลักธรรมาภิบาลสากล พร้อมทั้งสร้างความตระหนักรู้ให้แก่บุคลากรทุกระดับในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม และยึดมั่นในคุณธรรมจริยธรรมอันดีงามอันจะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนในระยะยาว

พิธีเปิดโครงการในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จรูญ สารินทร์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ มาเป็นประธานกล่าวเปิดกิจกรรมอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งมอบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนองค์กรด้วยหลักธรรมาภิบาล เพื่อให้ผู้บริหารและบุคลากรผู้ปฏิบัติงานทุกหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยได้ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารงานด้วยความโปร่งใส ปราศจากการคอร์รัปชัน และมีความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างแท้จริง ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีงามและเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติงานร่วมกันในรั้วมหาวิทยาลัย

ภายในงานยังได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.นพ.วัชรพล ภูนวล มาเป็นผู้บรรยายพิเศษให้ความรู้ในหัวข้อสำคัญเรื่อง “การเสริมสร้างหลักธรรมาภิบาล จริยธรรม คุณธรรมและความโปร่งใส” โดยการบรรยายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่จำเป็นในการนำหลักธรรมาภิบาล จริยธรรม คุณธรรม และความโปร่งใส ไปประยุกต์ใช้จริงในการปฏิบัติงานประจำวันของบุคลากรทุกฝ่าย ซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานการทำงาน ป้องกันความเสี่ยงในการดำเนินงาน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัย

การจัดโครงการในครั้งนี้มีผู้บริหารและบุคลากรจากทุกหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยให้ความสนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมากถึง 300 คน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวและความร่วมมือร่วมใจของประชาคมชาวมหาวิทยาลัยนเรศวร ในการขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวไปสู่การเป็นหน่วยงานที่มีความโปร่งใส มีความรับผิดชอบ และมีความเป็นเลิศในการบริหารจัดการ พร้อมทั้งมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนเองและหน่วยงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์สังคมอุดมศึกษาที่เต็มไปด้วยคุณธรรมและธรรมาภิบาลอย่างยั่งยืนตลอดไป

นอกเหนือจากการมุ่งเน้นพัฒนาด้านธรรมาภิบาลและการบริหารงานด้วยความโปร่งใสแล้ว มหาวิทยาลัยนเรศวรยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับ ความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางเพศ ของผู้ปฏิบัติงานและบุคลากรในมหาวิทยาลัย โดยได้กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติที่ชัดเจนเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้านความเสมอภาคระหว่างเพศและการขจัดความเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย ให้เกียรติซึ่งกันและกัน และเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่โดยไม่มีข้อจำกัดทางเพศ

จากข้อมูลสถิติด้านบุคลากรของมหาวิทยาลัยนเรศวร ทั้งในส่วนของผู้บริหารและบุคลากร ประจำปีการศึกษา 2568 พบว่ามีจำนวนบุคลากรทั้งสิ้น 5,028 คน โดยแบ่งเป็น บุคลากรหญิงจำนวน 3,381 คน คิดเป็นร้อยละ 67.24 และบุคลากรชายจำนวน 1,647 คน คิดเป็นร้อยละ 32.76 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงบทบาทอันสำคัญยิ่งของผู้หญิงในการขับเคลื่อนภารกิจต่างๆ ของมหาวิทยาลัยให้บรรลุผลสำเร็จตามวิสัยทัศน์และพันธกิจที่ได้วางไว้ในทุกมิติอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ในส่วนของจำนวนนิสิตที่เข้าศึกษาใหม่ประจำปีการศึกษา 2568 มีจำนวนทั้งสิ้น 7,602 คน ซึ่งประกอบด้วยนิสิตหญิงจำนวน 5,007 คน คิดเป็นร้อยละ 65.86 และนิสิตชายจำนวน 2,595 คน คิดเป็นร้อยละ 34.14 ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของมหาวิทยาลัยในการเปิดกว้างทางการศึกษาและการให้โอกาสอย่างเท่าเทียมกันแก่เยาวชนทุกคน โดยไม่เลือกปฏิบัติ ควบคู่ไปกับการดำเนินงานภายใต้หลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใส เพื่อสร้างสรรค์สังคมอุดมศึกษาที่เท่าเทียมและยั่งยืนอย่างแท้จริง

การดำเนินงานและการขับเคลื่อนภารกิจต่างๆ ของมหาวิทยาลัยนเรศวร สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ในการบูรณาการหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และความรับผิดชอบ ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางเพศในการบริหารจัดการองค์กรและการจัดการศึกษาในทุกระดับ การที่มหาวิทยาลัยมีบุคลากรและนิสิตหญิงคิดเป็นสัดส่วนที่สูงและสะท้อนถึงการให้โอกาสอย่างเท่าเทียมโดยปราศจากการเลือกปฏิบัติ ไม่เพียงแต่ตอกย้ำถึงบทบาทอันทรงคุณค่าของผู้หญิงในการร่วมขับเคลื่อนความสำเร็จของสถาบันเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการสร้างสภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง ปลอดภัย และเอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรและนิสิตทุกคนอย่างเต็มกำลัง การผสานจุดสำคัญระหว่างการบริหารงานด้วยหลักคุณธรรมจริยธรรมตามหลักธรรมาภิบาลสากล กับการส่งเสริมความหลากหลายและความเสมอภาคทางเพศ จึงเป็นรากฐานอันมั่นคงที่จะช่วยยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยนเรศวรให้มีความเข้มแข็ง โปร่งใส และเป็นแบบอย่างที่ดีในการสร้างสรรค์สังคมอุดมศึกษาที่มีคุณภาพ เจริญก้าวหน้า พร้อมทั้งขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติของประเทศชาติสืบไปอย่างแท้จริง

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin