คณะศึกษาศาสตร์ ม.นเรศวร เดินหน้ารณรงค์ลดขยะ สร้างวัฒนธรรมสิ่งแวดล้อมยั่งยืน

คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอเชิญคณาจารย์ บุคลากร และนิสิต เข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์ลดปริมาณขยะภายในคณะฯ เพื่อร่วมกัน แก้ไขปัญหาขยะอย่างยั่งยืน และลดผลกระทบจากวิกฤติด้านการจัดการขยะในจังหวัดพิษณุโลก กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนแนวทางการพัฒนาที่มุ่งเน้นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการลดขยะในชีวิตประจำวัน เพื่อส่งเสริมให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการดูแลโลกอย่างยั่งยืน

การดำเนินโครงการดังกล่าวมีเป้าหมายหลักในการ ส่งเสริมการบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบ ภายในคณะศึกษาศาสตร์ พร้อมทั้งสร้างวินัยในการลดขยะให้แก่ทุกคนในชุมชนมหาวิทยาลัย โดยเน้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่นำไปสู่สังคมแห่งการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าและลดของเสียที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมอย่างถาวร

แนวทางการดำเนินการรณรงค์แบ่งออกเป็น 3 มาตรการสำคัญ ได้แก่ การลดการใช้พลาสติก การคัดแยกขยะ และการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรซ้ำ โดยเน้นรณรงค์ให้งดใช้กล่องโฟม ช้อนส้อมพลาสติก แก้วพลาสติก และถุงพลาสติก และหันมาใช้ภาชนะส่วนตัว เช่น แก้วน้ำ จาน ช้อนส้อม และถุงผ้าแทน เพื่อช่วยลดปริมาณขยะที่ไม่สามารถย่อยสลายได้และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการกำจัดขยะ

คณะศึกษาศาสตร์ได้จัดให้มี จุดทิ้งขยะที่แยกตามประเภทอย่างชัดเจน เพื่ออำนวยความสะดวกในการคัดแยกขยะก่อนทิ้ง และเพื่อให้สามารถนำขยะไปจัดการต่อได้อย่างถูกวิธีและมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการจัดทำป้ายสื่อประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับประเภทของขยะและแนวทางการจัดการที่ถูกต้อง เพื่อกระตุ้นให้ทุกคนเกิดความเข้าใจและมีส่วนร่วมในกระบวนการลดขยะอย่างต่อเนื่อง

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญของการรณรงค์ คือ การ ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของปัญหาขยะตกค้างและภาวะโลกร้อน คณะฯ จึงได้จัดกิจกรรมให้ความรู้และอบรมเกี่ยวกับผลกระทบของขยะต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้กับนิสิตและบุคลากร พร้อมแนะนำแนวทางการดำเนินชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น การพกถุงผ้า การใช้ขวดน้ำส่วนตัว และการหลีกเลี่ยงการบริโภคสินค้าที่มีบรรจุภัณฑ์เกินความจำเป็น

ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนภายในมหาวิทยาลัย ถือเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาขยะอย่างยั่งยืน โดยมีหน่วยงานภายใน ชมรมนิสิต และภาคีเครือข่ายร่วมกันจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อสร้างแรงจูงใจและส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมในวงกว้าง ทั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้นิสิตได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริงในโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมดังกล่าวไม่เพียงช่วยลดปริมาณขยะภายในคณะศึกษาศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเป็น แบบอย่างของการบริหารจัดการขยะอย่างยั่งยืน ที่สามารถขยายผลสู่ระดับมหาวิทยาลัยและชุมชนโดยรอบ เพื่อสร้างวัฒนธรรมการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนและเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งเป็นส่วนหนึ่งในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน

การรณรงค์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ต้องการเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืน ผ่านการร่วมมือ การเรียนรู้ และการลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม และร่วมกันสร้างโลกที่สะอาด ปลอดภัย และน่าอยู่สำหรับคนรุ่นต่อไป

ม.นเรศวร เดินหน้าสู่พลังงานสะอาด จับมือเอกชนติดตั้งระบบโซลาร์ 12 MWp หนุนเป้าหมายคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์

วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับ บริษัท เพาเวอร์ซิสเต็มส์แอนด์โซลูชั่นส์ จำกัด จัดพิธีลงนามสัญญาโครงการติดตั้งและให้บริการระบบผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับจำหน่ายกระแสไฟฟ้า โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมคณะผู้บริหาร และนายนครินทร์ ไทรงามสถิต กรรมการบริษัทฯ เข้าร่วมพิธี ณ ห้องนเรศวร 310 อาคารสำนักงานอธิการบดี ชั้น 3 มหาวิทยาลัยนเรศวร

โครงการดังกล่าวเป็นก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการขับเคลื่อนสู่การใช้ พลังงานสะอาด และ พลังงานยั่งยืน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อสนับสนุนนโยบายการใช้พลังงานทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลที่ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ตามสัญญา การติดตั้งระบบผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์มีขนาดกำลังติดตั้งรวม 12 MWp ซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 20 ล้านหน่วยต่อปี และคาดว่าจะช่วยมหาวิทยาลัยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานตลอดอายุสัญญาลงได้กว่า 395,100,919 บาท ถือเป็นการลงทุนที่ตอบโจทย์ทั้งด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม

บริษัท เพาเวอร์ซิสเต็มส์แอนด์โซลูชั่นส์ จำกัด จะเป็นผู้ดำเนินการสำรวจ ออกแบบ ติดตั้ง และบำรุงรักษาระบบผลิตไฟฟ้าตลอดระยะเวลาโครงการ 12 ปี เพื่อให้ระบบดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสูงสุด ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นในความมั่นคงทางพลังงานของมหาวิทยาลัย

การดำเนินโครงการนี้ไม่เพียงช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ยังเป็นส่วนสำคัญในการบรรลุเป้าหมายการเป็นมหาวิทยาลัยที่ใช้ พลังงานยั่งยืน และเดินหน้าสู่ความเป็น มหาวิทยาลัยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านพลังงานและการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

โครงการดังกล่าวยังเป็นตัวอย่างที่ดีของ การมีส่วนร่วม ระหว่างสถาบันการศึกษาและภาคเอกชน ในการบูรณาการความรู้ เทคโนโลยี และทรัพยากร เพื่อสร้างนวัตกรรมด้านพลังงานสะอาด ที่สามารถขยายผลและเป็นต้นแบบให้กับหน่วยงานอื่น ๆ ต่อไป

มหาวิทยาลัยนเรศวรตอกย้ำบทบาทในการเป็นผู้นำด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่านการลงทุนในระบบ พลังงานสะอาด และการสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย เพื่อผลักดันเป้าหมายการลดโลกร้อน และสร้างสังคมที่พร้อมปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต

ม.นเรศวร ปลูกต้นกล้ารักษ์โลก รณรงค์คิดก่อนทิ้ง คัดแยกขยะ สร้างสังคมการเรียนรู้และการบริโภคที่ยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 2 กันยายน 2567 โรงเรียนอนุบาลและประถมสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวร จัด กิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมชุมชน เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในการจัดการขยะอย่างถูกต้อง ภายใต้แนวคิด “คิดก่อนทิ้ง คัดแยกขยะให้ถูกต้อง” โดยมุ่งเน้นให้เยาวชนเรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมและเข้าใจความสำคัญของการลดขยะตั้งแต่ระดับปฐมวัย ผ่านการเรียนรู้เชิงปฏิบัติที่ช่วยปลูกฝังนิสัยการรักษ์สิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อสังคม

กิจกรรมดังกล่าวได้ถูก บูรณาการเข้ากับการเรียนการสอน ในรายวิชาต่าง ๆ เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวัน ครูผู้สอนได้นำแนวคิดการคัดแยกขยะมาใช้ในห้องเรียน โดยให้นักเรียนเรียนรู้การแยกขยะให้ถูกประเภท เช่น การพับกล่องนมก่อนทิ้ง การแยกหลอดออกจากกล่อง การทิ้งเศษอาหารในถังเฉพาะ และการจัดการขยะรีไซเคิลอย่างถูกวิธี แนวทางนี้ไม่เพียงช่วยลดขยะในโรงเรียน แต่ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน

นอกจากการเรียนรู้ในห้องเรียนแล้ว โรงเรียนยังจัดให้มีกิจกรรม ลงมือปฏิบัติจริงในพื้นที่ต่าง ๆ ภายในโรงเรียน เช่น โรงอาหาร สนามเด็กเล่น และบริเวณรอบอาคารเรียน เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกการคัดแยกขยะด้วยตนเอง สร้างการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง และส่งเสริมความเข้าใจด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างลึกซึ้ง ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนสามารถนำแนวทางนี้ไปประยุกต์ใช้ในครอบครัวและชุมชนของตนเอง

การฝึกให้นักเรียนคัดแยกขยะอย่างต่อเนื่อง ยังช่วย เสริมสร้างวินัย ความมีระเบียบ และความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ซึ่งถือเป็นคุณลักษณะสำคัญของพลเมืองที่มีจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม การเรียนรู้ในรูปแบบนี้จึงเป็นทั้งการฝึกทักษะชีวิตและการปลูกฝังคุณธรรมควบคู่กันไป โดยนักเรียนจะได้ตระหนักถึงผลกระทบของขยะต่อสิ่งแวดล้อม และเข้าใจถึงบทบาทของตนในการช่วยลดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

โรงเรียนอนุบาลและประถมสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการ ส่งเสริมการให้ความรู้เรื่องภาวะโลกร้อน ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกับการเรียนรู้ในชีวิตจริง เพื่อให้นักเรียนตระหนักถึงสาเหตุและผลกระทบของภาวะโลกร้อน รวมถึงแนวทางในการลดการใช้พลังงานและลดการปล่อยของเสีย เช่น การลดการใช้พลาสติก การประหยัดน้ำ และการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ซึ่งเป็นแนวทางที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

กิจกรรมนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิด “มหาวิทยาลัยนเรศวรปลูกต้นกล้ารักษ์โลก” ที่มุ่งสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตั้งแต่ระดับเยาวชน โดยส่งเสริมให้โรงเรียนในเครือมหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่เรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ผ่านการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมและการปฏิบัติจริง เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ยั่งยืนทั้งในระดับโรงเรียน ครอบครัว และชุมชน

กิจกรรม “คิดก่อนทิ้ง คัดแยกขยะให้ถูกต้อง” ของโรงเรียนอนุบาลและประถมสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวร จึงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการผสานการศึกษาเข้ากับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นการเรียนรู้เชิงรุกและการลงมือทำจริง สอดคล้องกับเป้าหมายของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ การบริโภคที่ยั่งยืน และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่สะอาด ปลอดภัย และสมดุลกับธรรมชาติ

ม.นเรศวร ขับเคลื่อนสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ เสริมพลังความร่วมมือสร้างมหาวิทยาลัยคาร์บอนเป็นกลาง

วันที่ 23 – 25 สิงหาคม 2567 รองศาสตราจารย์ ดร.ประพิธาริ์ ธนารักษ์ คณะทำงานโครงการฯ พร้อมด้วยนิสิตปัจจุบันและศิษย์เก่าของวิทยาลัยฯ เข้าร่วม กิจกรรมการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรท้องถิ่นเพื่อช่วย “ลด” และ “ชดเชย” (lower & offset) การปล่อยคาร์บอนจนเป็นกลาง ของเครือข่าย C-อพ.สธ. สำหรับสถาบันอุดมศึกษาภาคเหนือตอนล่าง เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนสู่การเป็น มหาวิทยาลัยแห่งความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral University) และมุ่งสู่เป้าหมาย การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ผ่านกระบวนการเรียนรู้และการทำงานร่วมกันอย่างยั่งยืน

กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเรื่อง ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และกระบวนการ ลดและชดเชยการปล่อยคาร์บอน (Carbon Offset) โดยเปิดโอกาสให้นิสิตและเครือข่ายได้เรียนรู้แนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมเชิงวิทยาศาสตร์ การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร การคำนวณปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศ และแนวทางการลดการปล่อยจากกิจกรรมต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัย เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ในการจัดการคาร์บอนอย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังได้เรียนรู้ผ่านการฝึกปฏิบัติจริงเกี่ยวกับ การวัดต้นไม้และการเก็บข้อมูลภาคสนาม เพื่อคำนวณการกักเก็บคาร์บอนของต้นไม้แต่ละชนิด รวมถึงการศึกษาความสามารถของระบบนิเวศป่าไม้และพื้นที่สีเขียวในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญในการลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อน และสร้างความเข้าใจในบทบาทของธรรมชาติในการฟื้นฟูสมดุลของสภาพภูมิอากาศ

โครงการนี้ยังเป็นตัวอย่างของ การบูรณาการเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศและเทคโนโลยีอวกาศ เพื่อสนับสนุนการเก็บข้อมูลและประเมินผลการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ โดยใช้ข้อมูลจากอากาศยานไร้คนขับ (Drone) และภาพถ่ายดาวเทียมในการวิเคราะห์มวลชีวภาพของพื้นที่ป่า การนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ช่วยให้สามารถติดตามผลได้อย่างต่อเนื่องและมีความแม่นยำทางวิชาการสูง

การดำเนินโครงการเกิดจาก ความร่วมมือของหลายหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้แก่ SGtech คณะเกษตรศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ สถานภูมิภาคเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศภาคเหนือตอนล่าง กองส่งเสริมการบริการวิชาการ กองพัฒนาคุณภาพการศึกษา กองอาคารสถานที่ และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) โดยมีเป้าหมายในการสร้างระบบบริหารจัดการคาร์บอนครบวงจร และเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในมหาวิทยาลัย

กิจกรรมดังกล่าวยังส่งเสริมให้เกิด ความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และภาคประชาสังคม ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสร้างนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ การรวมพลังความร่วมมือในลักษณะนี้เป็นรากฐานสำคัญของการสร้างเครือข่ายเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรท้องถิ่นเพื่อ “ลด” และ “ชดเชย” การปล่อยคาร์บอนในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการขับเคลื่อนเป้าหมาย ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ด้วยการผสานองค์ความรู้ เทคโนโลยี และพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อันจะนำไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำและอนาคตที่ยั่งยืนของประเทศ

ม.นเรศวร ส่งเสริมความรู้พื้นฐานการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม 2567 รองศาสตราจารย์ ดร.นิพนธ์ เกตุจ้อย ผู้อำนวยการวิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี (SGtech) มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เข้าร่วมเป็นวิทยากรในงานสัมมนาเชิงวิชาการระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) และบนพื้น (Solar Farm) จัดโดยสมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) ร่วมกับวิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี ณ โรงแรม เดอะ สุโศล กรุงเทพฯ

การบรรยายมุ่งเน้นที่ ความรู้พื้นฐานการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ครอบคลุมหัวข้อที่สำคัญ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์เบื้องต้น สมรรถนะของอุปกรณ์ เทคนิคการเลือกอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน รวมถึงแนวทางการออกแบบระบบผลิตไฟฟ้าทั้งแบบบนหลังคาและบนพื้น เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและเป็นระบบแก่ผู้เข้าร่วมสัมมนา

เนื้อหายังเน้นถึงบทบาทของพลังงานแสงอาทิตย์ในการสร้างระบบพลังงานที่ยั่งยืน ลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศให้ก้าวสู่ เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ถือเป็น พลังงานสะอาดที่ไม่สร้างมลภาวะ เนื่องจากไม่มีการเผาไหม้เชื้อเพลิงและไม่ก่อให้เกิดก๊าซพิษที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ทั้งยังมีส่วนสำคัญในการ ช่วยลดโลกร้อน ด้วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม

การสัมมนาครั้งนี้ยังให้ความสำคัญกับ มาตรฐานด้านเทคนิคและการออกแบบระบบ เพื่อให้การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์มีความปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และคุ้มค่าในเชิงเศรษฐศาสตร์ ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในอนาคต

นอกจากประเด็นทางเทคนิคแล้ว ยังมีการแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับ การติดตั้ง การดำเนินงาน และการบำรุงรักษา ระบบผลิตไฟฟ้า เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานและผู้ประกอบการมีความเข้าใจครบถ้วน สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง และช่วยผลักดันการลงทุนด้านพลังงานสะอาดในประเทศไทย

ท้ายที่สุด งานสัมมนานี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นศูนย์กลางความรู้ด้าน พลังงานสะอาดและการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยการส่งเสริมความรู้พื้นฐานการผลิตไฟฟ้า ควบคู่กับการพัฒนาทักษะบุคลากร เพื่อก้าวสู่อนาคตที่มั่นคงด้านพลังงาน ปลอดมลภาวะ และสังคมที่ลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อนอย่างแท้จริง

ม.นเรศวร จัดประชุมวิชาการ TNDR Conference เสริมความยืดหยุ่นรับภัยพิบัติ และสร้างความร่วมมือระดับเครือข่ายเพื่อสังคมที่ยั่งยืน

วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับมหาวิทยาลัยในเครือข่ายพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย จัดการประชุมวิชาการวิจัยระดับชาติและนานาชาติ The 2nd TNDR Conference (National & International) ภายใต้หัวข้อ “ความยืดหยุ่นรับภัยพิบัติเพื่อสังคมที่ดีขึ้น (Be Better: Disaster Resilience for Better Society)” ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการและการประชุมนเรศวรมหาราช (KNECC) โดยมี ดร.พิจิตต รัตตกุล ประธานเครือข่าย TNDR เป็นประธานเปิดงาน

การประชุมครั้งนี้ประกอบด้วยเวทีเสวนาที่หลากหลาย เริ่มจากประเด็น “ระบบนิเวศของการสนับสนุนการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์” โดยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายภาคส่วน ทั้งภาคการศึกษา ภาครัฐ และภาคเอกชน เช่น ดร.พิจิตต รัตตกุล, รศ.ดร.อภิชาต โสภาแดง, คุณเอกพงศ์ มุสิกะเจริญ และดร.ก่อศักดิ์ โตวรรธกวณิชย์ ซึ่งได้แลกเปลี่ยนมุมมองการนำองค์ความรู้ไปต่อยอดสู่การสร้างเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม

อีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับความสนใจคือการเสวนาเครือข่าย TNDR ในหัวข้อ “โลกเดือด-สุดขั้วภัยพิบัติ จัดการน้ำอย่างไรให้รอด!!!” โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำจากหลายองค์กร ทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจ เช่น สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์กรมหาชน) บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ และมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งร่วมกันแลกเปลี่ยนแนวทางการจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

นอกจากการเสวนาแล้ว ยังมีการนำเสนอผลงานวิจัยทั้งระดับชาติและนานาชาติ ที่สะท้อนถึงการสร้างองค์ความรู้ใหม่ในการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติ รวมถึงการจัดนิทรรศการโปสเตอร์และบูธจากเครือข่าย TNDR ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้และสร้างเครือข่ายวิชาการและวิชาชีพที่เข้มแข็ง

การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพด้าน การรับมือภัยพิบัติ โดยเชื่อมโยงงานวิจัยกับการปฏิบัติจริง และผลักดันให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเผชิญกับความท้าทายใหม่ ๆ จากวิกฤตสิ่งแวดล้อมและภัยธรรมชาติ

มหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะเจ้าภาพ ได้ตอกย้ำบทบาทของตนในการเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยไม่เพียงเน้นการผลิตงานวิจัยเชิงวิชาการ แต่ยังให้ความสำคัญกับการนำไปใช้ประโยชน์จริงในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจให้เข้มแข็งขึ้น

ความร่วมมือจากเครือข่าย TNDR ซึ่งประกอบด้วยมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน แสดงถึงพลังการทำงานร่วมกันที่เป็นรูปธรรม เพื่อพัฒนากลไกการจัดการภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพ และสร้างความยั่งยืนให้กับสังคมในระยะยาว

ท้ายที่สุด การประชุม TNDR Conference ครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการสร้างสังคมที่มีความยืดหยุ่นต่อภัยพิบัติ ควบคู่กับการสร้างความร่วมมือระดับเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของชุมชน เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต

การประชุมวิชาการวิจัยระดับชาติและนานาชาติ “ความยืดหยุ่นรับภัยพิบัติเพื่อสังคมที่ดีขึ้น

การประชุมวิชาการวิจัยระดับชาติและนานาชาติ:The 2nd TNDR Conference (National & International) “ความยืดหยุ่นรับภัยพิบัติเพื่อสังคมที่ดีขึ้น (Be Better: Disaster Resilience for Better Society)” จัดโดย มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับ มหาวิทยาลัยในเครือข่ายพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2567 ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการ การจัดประชุมนเรศวรมหาราช (KNECC) มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยได้รับเกียรติจากดร.พิจิตต รัตตกุล ประธานเครือข่ายพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย (TNDR) เป็นประธานในการเปิดการประชุม

หลังจากนั้นมีการเสวนาที่น่าสนใจ
1 ประเด็น “ระบบนิเวศของการสนับสนุนการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ “
1. ดร.พิจิตต รัตตกุล ประธานเครือข่ายพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย
2. รศ.ดร.อภิชาต โสภาแดง คณบดีวิทยาลัยพหุวิทยาการและสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
3. คุณเอกพงศ์ มุสิกะเจริญ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม (กปว.)
4. ดร.ก่อศักดิ์ โตวรรธกวณิชย์ ผู้จัดการแพล็ตฟอร์มสร้างธุรกิจนวัตกรรม ศูนย์ธุรกิจระหว่างประเทศ บจม.พีทีที โกลบอล เคมิคัล ผู้ดำเนินรายการ: ดร.พิสุทธิ์ อภิชยกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และการถ่ายทอดเทคโนโลยี

2. เสวนาเครือข่าย TNDR ประเด็น “โลกเดือด-สุดขั้วภัยพิบัติ จัดการน้ำอย่างไรให้รอด!!!”
1. คุณวรรธนศักดิ์ สุปะกิ่ง ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและสารสนเทศ ทรัพยากรน้ำ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์กรมหาชน)
2. คุณสุขธวัช พัทธวรากร ผู้อำนวยการทรัพยากรธรรมชาติและพันธกิจสังคม บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)
3. คุณวีฤทธิ กวยะปาณิก หัวหน้าศูนย์บริหารจัดการน้ำ องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่
4. รศ.ดร.เดช วัฒนชัยยิ่งเจริญ นักวิชาการด้านการบริหารจัดการน้ำ มหาวิทยาลัยนเรศวร ผู้ดำเนินรายการ: นายสมคิด สะเภาคำ ผู้อำนวยการศูนย์อุทกวิทยาชลประทานภาคเหนือตอนล่าง

นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ และนานาชาติ พร้อมทั้งนิทรรศการโปสเตอร์และบูธเครือข่าย TNDR

ม.นเรศวร ขับเคลื่อนขนส่งที่ยั่งยืน ด้วยรถไฟฟ้าและเทคโนโลยีอัจฉริยะภายในมหาวิทยาลัย

วันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดเทอมวันแรกด้วยบรรยากาศที่เต็มไปด้วยพลังของนิสิตใหม่ที่พร้อมเข้าสู่การเรียนรู้ โดยมหาวิทยาลัยได้จัดบริการ รถไฟฟ้าภายในมหาวิทยาลัย เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของนิสิต บุคลากร และประชาชนทั่วไป ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความพยายามในการสร้าง เมืองยั่งยืน และขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกในพื้นที่มหาวิทยาลัย

รถไฟฟ้าสีส้มที่วิ่งให้บริการรอบมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้กลายเป็นระบบขนส่งหลักที่ช่วยลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิง ลดมลพิษทางอากาศ และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้ใช้บริการ การส่งเสริมให้ประชาคมมหาวิทยาลัยเลือกใช้ระบบขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนี้ ยังเป็นส่วนสำคัญของการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่เป้าหมาย คาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ มหาวิทยาลัยนเรศวรยังได้พัฒนา Web Application การเดินรถไฟฟ้า ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบตำแหน่งของรถไฟฟ้าได้แบบ Real Time ผ่านเว็บไซต์ https://transit.nu.ac.th ทำให้ผู้โดยสารสามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างสะดวกและแม่นยำ ลดความจำเป็นในการใช้รถยนต์และจักรยานยนต์ส่วนบุคคล ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์

Web Application ดังกล่าวยังมีข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางการเดินรถ ทั้งสายสีเหลืองและสายสีแดงที่มหาวิทยาลัยเปิดให้บริการ เพื่อรองรับการเดินทางภายในมหาวิทยาลัยอย่างครอบคลุม ทั้งยังช่วยสร้างแรงจูงใจให้ผู้คนหันมาใช้ขนส่งสาธารณะภายในมหาวิทยาลัยมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ผู้ใช้งานยังสามารถใช้งานร่วมกับ NU Map ผ่าน https://numap.nu.ac.th เพื่อค้นหาตำแหน่งสถานที่ต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัยได้อย่างสะดวก ทำให้การเดินทางและการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยเป็นไปอย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะด้วยรถไฟฟ้าในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการตอบโจทย์การเดินทาง แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง เมืองยั่งยืน ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของคนในสังคม ตลอดจนเป็นแนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องกับเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

โครงการรถไฟฟ้าและการพัฒนาเทคโนโลยีสนับสนุนดังกล่าวยังสะท้อนให้เห็นถึง การมีส่วนร่วม ของมหาวิทยาลัยนเรศวรกับการพัฒนาสังคมในทุกมิติ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการยกระดับคุณภาพชีวิตของนิสิตและบุคลากร ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของการสร้างมหาวิทยาลัยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

ม.นเรศวร ร่วมเครือข่าย C-อพ.สธ. ขับเคลื่อนสู่มหาวิทยาลัยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์

วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร ในฐานะ สถาบันแม่ข่ายเครือข่ายภาคเหนือตอนล่าง เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการ “การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเครือข่ายเชิงประเด็นโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (C-อพ.สธ.)” ณ ราชาวดี รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล จังหวัดขอนแก่น จัดโดยมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อรวมพลังเครือข่าย 9 แห่งทั่วประเทศในการขับเคลื่อนสถาบันการศึกษาไทยสู่การเป็น มหาวิทยาลัยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์

การประชุมได้รับเกียรติจากนายพันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนและพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รักษาการที่ปรึกษาด้านพัฒนาการอุดมศึกษา เป็นประธานเปิดงาน พร้อมกล่าวถึงบทบาทสำคัญของมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ที่ต้องร่วมมือกันขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน และปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การประชุมครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้เครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาทั้ง 9 แห่ง ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ มหาวิทยาลัยนเรศวรได้เน้นย้ำถึงการสร้างระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการเป็น มหาวิทยาลัยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ที่สามารถวัดผลและขยายผลได้จริง

ในฐานะแม่ข่ายของภาคเหนือตอนล่าง มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงเดินหน้าสนับสนุนสถาบันการศึกษาและชุมชนในเครือข่ายให้ร่วมกันพัฒนาแนวทางที่เหมาะสมต่อการปรับตัว ทั้งในด้านวิถีชีวิต เศรษฐกิจ และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต่อวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การประชุม C-อพ.สธ. จึงไม่ใช่เพียงเวทีเชิงวิชาการ แต่ยังเป็นการเชื่อมโยงความร่วมมือของมหาวิทยาลัยกับภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชน เพื่อร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ช่วยลดคาร์บอน พร้อมสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

บทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งเป็นพลังสำคัญของประเทศในการขับเคลื่อนไปสู่การเป็น มหาวิทยาลัยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ และเป็นต้นแบบด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ

ม.นเรศวร จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ การจัดทำแผนที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมและการแพร่กระจายมลพิษทางอากาศฯ

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้จัด โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการบริหารจัดการชุมชนในประเด็นภัยพิบัติจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานในพิธีเปิด ทั้งนี้โครงการมุ่งเน้นการสร้างองค์ความรู้และทักษะให้แก่ผู้นำชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่นในการรับมือกับ ความเสี่ยงภัยน้ำท่วมและการแพร่กระจายมลพิษทางอากาศ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญจากการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศโลกในปัจจุบัน

โครงการดังกล่าวได้วางแนวทางในการจัดทำ แผนที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมและฝุ่นควัน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการตัดสินใจในการบริหารจัดการพื้นที่ชุมชน โดยมีผู้เข้าร่วมจากหลายจังหวัดในภาคเหนือตอนล่าง ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงพื้นที่และแนวทางลดผลกระทบจากภัยพิบัติ นอกจากนี้ยังมีการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ดร.พิจิตต รัตตกุล ประธานเครือข่ายพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย ได้กล่าวปฐมบทในหัวข้อ “บทบาทการใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศสำหรับพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย” โดยเน้นถึงความสำคัญของ เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ (GIS) ในการวิเคราะห์แนวโน้มความเสี่ยงภัยและการคาดการณ์สถานการณ์ในอนาคต ซึ่งช่วยให้หน่วยงานท้องถิ่นสามารถวางแผนรับมือและลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ยังมีการบรรยายและสาธิตโดย นายวรฤทธิ์ ประเสริฐ และ นางสาวกมลฉัตร ศรีจะตะ จากสถานภูมิภาคเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ภาคเหนือตอนล่าง (GISTNU) ซึ่งได้แนะนำการใช้ซอฟต์แวร์เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลพื้นที่เสี่ยง และการสร้างแบบจำลองข้อมูลเชิงพื้นที่ เพื่อให้ผู้นำชุมชนและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ของตนเองได้จริง

โครงการนี้เกิดจาก ความร่วมมือของหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ สถานวิจัยความเป็นเลิศทางวิชาการด้านเทคโนโลยีพลังงานและสิ่งแวดล้อม และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร รวมถึงการสนับสนุนจากโปรแกรม ERASMUS+ ของสหภาพยุโรป ผ่านโครงการ SECRA และ FOUNTAIN ซึ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานอย่างยั่งยืนในภูมิภาคเอเชีย

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมการพัฒนาสังคมให้มี ความต้านทานต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านการเสริมสร้างองค์ความรู้และการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยเน้นการบูรณาการข้อมูลวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อสร้างแนวทางการปรับตัวต่อสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและไม่แน่นอน

ผลลัพธ์จากโครงการสะท้อนถึง ความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวร ในการเป็นศูนย์กลางทางวิชาการที่ขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืน ผ่านการวิจัย การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางสิ่งแวดล้อมและลดผลกระทบจากภัยธรรมชาติในระยะยาว

การดำเนินงานเชิงรุกในครั้งนี้ไม่เพียงช่วยให้เกิดความรู้ความเข้าใจในระดับชุมชนเท่านั้น แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมที่สามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างสมดุล ลดความเสี่ยงจาก ภัยน้ำท่วม มลพิษทางอากาศ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อย่างยั่งยืนต่อไป

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin