นิสิต ม.นเรศวร คว้า 3 รางวัล “เหรียญเงิน” การประกวดนวัตกรรมสายอุดมศึกษา จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

กองการวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมแสดงความยินดีกับนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้แก่มหาวิทยาลัยด้วยการคว้ารางวัล “เหรียญเงิน” จำนวน 3 รางวัล จากการประกวดผลงานนวัตกรรมสายอุดมศึกษา จัดโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

หนึ่งในผลงานที่ได้รับรางวัล คือ “สารสกัดที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพจากกะลาแมคคาเดเมีย เพื่อใช้ประโยชน์ในการพัฒนายาและเครื่องสำอาง” ผลงานของนายเขมชาติ ปานสุขสาร นิสิตคณะเภสัชศาสตร์ ภายใต้การดูแลของทีมอาจารย์ที่ปรึกษา ได้แก่ ผศ.ดร.ภญ.สุภาวดี พาหิระ, รศ.ดร.ปิยะรัตน์ ศรีสว่าง, ผศ.ดร.นารีลักษณ์ นาแก้ว และผศ.ดร.ภก.ดำรงศักดิ์ เป๊กทอง

อีกหนึ่งผลงานที่ได้รับรางวัล “เหรียญเงิน” คือ “การพัฒนาสารสกัดจากเปลือกต้นรักเพื่อใช้เป็นสมุนไพรการแพทย์ทางเลือกในการป้องกันการเกิดมะเร็งตับ” โดยนายเสกสรรค์ โป้เปิด นิสิตคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ ภายใต้การดูแลของทีมอาจารย์ที่ปรึกษา รศ.ดร.ปิยะรัตน์ ศรีสว่าง, ผศ.ดร.ภญ.สุภาวดี พาหิระ, ผศ.พญ.จุลินทร สำราญ และผศ.ดร.ภก.ดำรงศักดิ์ เป๊กทอง

ขณะเดียวกันยังมีผลงานจากนิสิตคณะสหเวชศาสตร์ ที่คว้ารางวัลในหัวข้อ “การพัฒนามอร์ตาร์ป้องกันรังสีแบบใหม่สำหรับใช้ในทางการแพทย์” โดยนางสาวเจนจิรา เก่งกล้า นายปุณยวิษณ์ ทุนอินทร์ และนางสาวกฤษณา กันทะวงค์ ที่นำเสนอแนวทางใหม่ในการพัฒนาวัสดุเพื่อการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย

ความสำเร็จของนิสิตทั้ง 3 ทีมสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพด้านการวิจัยและความคิดสร้างสรรค์ในการนำองค์ความรู้มาต่อยอดเป็นนวัตกรรม ซึ่งไม่เพียงเป็นประโยชน์ต่อวงการการแพทย์และสุขภาพ แต่ยังสามารถต่อยอดไปสู่เชิงพาณิชย์และสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจในอนาคต

การได้รับรางวัลในครั้งนี้ยังเป็นผลลัพธ์จากการบูรณาการระหว่างการเรียนการสอนและการวิจัยที่เข้มแข็งของมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่มุ่งเน้นให้นิสิตได้ฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการสร้างผลงานที่มีคุณค่าทางวิชาการและสามารถนำไปใช้ได้จริง

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการ ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ เพื่อสนับสนุนให้ผลงานวิจัยของนิสิตและคณาจารย์ก้าวข้ามขีดจำกัดจากห้องแล็บไปสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ด้วยผลงานที่ได้รับการยอมรับในระดับประเทศในครั้งนี้ มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงตอกย้ำพันธกิจในการเป็นศูนย์กลางการวิจัยและนวัตกรรม ที่พร้อมผลักดันเยาวชนไทยให้ก้าวสู่การเป็นนักวิจัยและนักนวัตกรรมรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพและสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล

ม.นเรศวร ผนึกกำลังเครือข่าย RUN ร่วมจัดแสดงผลงานวิจัยในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2567

วันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.กรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย ดร.ยุทธพงษ์ ทองพบ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม ผู้อำนวยการกองการวิจัยและนวัตกรรม หัวหน้างานเผยแพร่และสื่อสารการวิจัย บุคลากร นักวิจัย และนิสิต เข้าร่วมพิธีเปิดบูธนิทรรศการของเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (Research University Network, RUN) ในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2567” ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

เครือข่าย RUN ประกอบด้วยมหาวิทยาลัยชั้นนำ 8 แห่ง ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม “RUN TOWARDS IMPACT” เพื่อตอกย้ำบทบาทงานวิจัยที่สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้นำผลงานวิจัยที่มีความโดดเด่นเข้าร่วมจัดแสดงในบูธนิทรรศการ RUN โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มธีมสำคัญ ได้แก่ Health and Well-Being, Food for Future และ Soft Power เพื่อสะท้อนถึงการพัฒนางานวิจัยที่ตอบโจทย์อนาคตอย่างรอบด้าน

ในกลุ่ม Health and Well-Being ม.นเรศวรนำเสนอผลงานวิจัยเรื่อง เม็ดเคี้ยวผลกล้วยไข่ผสมน้ำมันเมล็ดกัญชง เพื่อป้องกันผิวหนังเสื่อมสภาพจากแสงแดด โดย ศาสตราจารย์ ดร.จารุภา วิโยชน์ และคณะ จากคณะเภสัชศาสตร์ ซึ่งเป็นการพัฒนานวัตกรรมที่ผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นกับองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์

สำหรับกลุ่ม Food for Future ได้จัดแสดงผลงานวิจัย I-Sec Technology: เทคโนโลยีการสกัดโปรตีนจากจิ้งหรีดแบบอัตโนมัติในระดับอุตสาหกรรมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ขนิษฐา รุตรัตนมงคล จากคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตอบสนองต่อความมั่นคงทางอาหารในอนาคตและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

ในด้าน Soft Power ได้นำเสนอผลงาน “ย่านเก่าเล่าเรื่อง” เมืองเรียนรู้ตลอดชีวิต เทศบาลนครพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก โดย อาจารย์ธนวัฒน์ ขวัญบุญ และคณะ จากคณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร ที่เน้นการใช้พลังวัฒนธรรมและพื้นที่ชุมชนเป็นเครื่องมือในการสร้างเมืองแห่งการเรียนรู้

การเข้าร่วมงานในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ ส่งเสริมความร่วมมือด้านการวิจัย ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ โดยการเชื่อมโยงองค์ความรู้และทรัพยากรระหว่างมหาวิทยาลัยพันธมิตรเพื่อสร้างผลงานวิจัยที่มีคุณค่าและสามารถนำไปใช้ได้จริง

ด้วยการผนึกกำลังของ RUN งานวิจัยที่เกิดขึ้นไม่เพียงเป็นการขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางวิชาการ แต่ยังเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศในมิติของนวัตกรรมและการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษา

NU Hackathon 2024 เสริมศักยภาพนิสิตด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย

วันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม 2567 อุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร (NU SciPark) จัดกิจกรรม BOOTCAMP ภายใต้โครงการ “NU Hackathon 2024” เพื่อพัฒนาเครื่องมือ Performance Test โดยใช้เทคโนโลยี Cloud, AI และ Machine Learning ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นจากการบูรณาการของคณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร กองกิจการนิสิต กองกลาง และอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร

กิจกรรมได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมลักษณ์ วรรณฤมล กีเยลาโรว่า ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานเปิดงาน และคุณณัฐพล กล้าหาญ ผู้บริหารบริษัทเอ็กช์โตซอฟท์ จำกัด กล่าวต้อนรับนิสิต พร้อมทั้งมีผู้บริหารจากหลายคณะและหน่วยงานร่วมพิธีเปิด ณ ห้อง SC5-213 อาคารภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

การจัด BOOTCAMP ในครั้งนี้ มุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะการปฏิบัติจริงให้แก่นิสิต ผ่านการอบรมเชิงลึกกับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากบริษัท EXTOSOFT โดยครอบคลุมทั้งแนวคิดการทดสอบซอฟต์แวร์ การใช้เครื่องมือ JMeter การประยุกต์ AI และ Machine Learning ในการตรวจสอบและพยากรณ์ระบบโครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงเทคโนโลยี Docker และการนำเสนอผลงานด้วย Pitch Desk Template

เวิร์กชอปแต่ละหัวข้อถูกออกแบบให้ตอบโจทย์ทักษะที่จำเป็นในโลกเทคโนโลยีปัจจุบัน โดยเฉพาะการนำ AI มาใช้ในการตรวจสอบประสิทธิภาพและคาดการณ์โครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเป็นทักษะที่ภาคอุตสาหกรรมต้องการ และช่วยให้นิสิตสามารถพัฒนาความรู้สู่การประยุกต์ใช้จริง

นอกจากการพัฒนาทักษะเฉพาะทางแล้ว กิจกรรมยังเน้นกระบวนการ Hackathon ที่ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม การคิดวิเคราะห์ปัญหา และการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ ๆ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้นิสิตก้าวสู่การเป็นกำลังคนคุณภาพในอนาคต

ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับบริษัทเอกชนครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงการบูรณาการองค์ความรู้และประสบการณ์จากทั้งสองภาคส่วน อันจะนำไปสู่การสร้างระบบนิเวศด้านนวัตกรรมที่เข้มแข็ง และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีศักยภาพตอบโจทย์อุตสาหกรรมยุคดิจิทัล

การจัดงาน NU Hackathon 2024 จึงไม่เพียงเป็นเวทีการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยี แต่ยังเป็นก้าวสำคัญของการส่งเสริมทักษะด้านการคิดค้นนวัตกรรมของนิสิต ที่สามารถต่อยอดเป็นผลงานจริงและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

มหาวิทยาลัยนเรศวร โดย NU SciPark ยังคงเดินหน้าสนับสนุนกิจกรรมลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ ทักษะ และความสามารถด้านเทคโนโลยี พร้อมทั้งเป็นสะพานเชื่อมความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้างสังคมแห่งนวัตกรรมในอนาคต

ม.นเรศวร จัดประชุมวิจัยนานาชาติ เสริมพัฒนาอุตสาหกรรมและความยืดหยุ่นรับภัยพิบัติ

มหาวิทยาลัยนเรศวรมุ่งมั่นในการพัฒนาและส่งเสริมการวิจัยด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะในด้านการส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรม (SDG 9) ด้วยการสร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและองค์กรระดับนานาชาติ เพื่อพัฒนานวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรมและการสร้างความยืดหยุ่นต่อภัยพิบัติ

หนึ่งในกิจกรรมที่สำคัญในการส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยนเรศวร คือการจัดการประชุมวิชาการวิจัยระดับชาติและนานาชาติ “The 2nd TNDR Conference (National & International)” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 12 กรกฎาคม 2567 ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการการจัดประชุมนเรศวรมหาราช (KNECC) มหาวิทยาลัยนเรศวร งานนี้จัดขึ้นร่วมกับมหาวิทยาลัยในเครือข่ายพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย (TNDR) และได้รับเกียรติจากดร.พิจิตต รัตตกุล ประธานเครือข่าย TNDR เป็นประธานในการเปิดการประชุม

การประชุมครั้งนี้จะมีเสวนาที่น่าสนใจหลายหัวข้อ โดยเฉพาะประเด็นที่สำคัญ เช่น “ระบบนิเวศของการสนับสนุนการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์” ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญจากหลายองค์กรและสถาบันเข้าร่วมการเสวนา รวมถึงประเด็น “โลกเดือด-สุดขั้วภัยพิบัติ จัดการน้ำอย่างไรให้รอด” ที่จะนำเสนอแนวทางการจัดการทรัพยากรน้ำในสถานการณ์ภัยพิบัติและวิกฤติการณ์ต่างๆ

ในงานนี้ยังมีการนำเสนอผลงานวิจัยระดับชาติและนานาชาติ พร้อมทั้งการจัดนิทรรศการโปสเตอร์และบูธจากเครือข่าย TNDR เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเรียนรู้จากผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการบริหารจัดการภัยพิบัติ

การประชุมนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความร่วมมือที่สำคัญระหว่างมหาวิทยาลัยนเรศวรและองค์กรต่างๆ เพื่อส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาอุตสาหกรรม และการสร้างความยืดหยุ่นต่อภัยพิบัติ ซึ่งสอดคล้องกับ SDG 9 ในการสร้างความสามารถทางนวัตกรรมและอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน โดยมุ่งหวังที่จะสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว

มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดการประชุมวิชาการระดับชาติ “นเรศวรวิจัยและนวัตกรรม” ครั้งที่ 20

วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวรได้จัดการประชุมวิชาการระดับชาติ “นเรศวรวิจัยและนวัตกรรม” ครั้งที่ 20 ภายใต้หัวข้อ Innovation & Technology for Sustainable Society ณ อาคารศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) มหาวิทยาลัยนเรศวร

การประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวต้อนรับ และ ศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงกรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม กล่าวรายงานการจัดงาน

ตลอดการประชุม มีการนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่ครอบคลุมหลายสาขา ทั้งวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิศวกรรมศาสตร์ เกษตรกรรม ดิจิทัล และสังคมศาสตร์ โดยมีผู้เข้าร่วมจากหลากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ นักวิจัย และนิสิตนักศึกษาจากทั่วประเทศ

นอกจากการนำเสนอผลงานในรูปแบบ Oral และ Poster Presentation แล้ว ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการและออกบูธจากหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อสื่อสารองค์ความรู้และนวัตกรรมไปสู่สาธารณชน สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐ เอกชน และชุมชนวิชาการ

การประชุม “นเรศวรวิจัยและนวัตกรรม” ครั้งที่ 20 ยังเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้นักวิจัยรุ่นใหม่ได้เรียนรู้และแสดงศักยภาพ ผ่านการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ทรงคุณวุฒิทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ สอดคล้องกับการ ส่งเสริมด้านการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์สังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง

การประชุมครั้งนี้ไม่เพียงช่วยยกระดับคุณภาพงานวิจัย แต่ยังสร้างเครือข่ายความร่วมมือในระดับสากล เชื่อมโยงองค์ความรู้ไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และเชิงสังคม ซึ่งจะช่วยผลักดันให้มหาวิทยาลัยนเรศวรและพันธมิตรทางวิชาการ ก้าวสู่การเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

คณะวิศวกรรมศาสตร์ร่วมงานประชุมวิชาการ “นเรศวรวิจัยและนวัตกรรม” ครั้งที่ 20

วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม 2567 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กำพล ทรัพย์สมบูรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร อาจารย์ และเจ้าหน้าที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เข้าร่วมการประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ “นเรศวรวิจัยและนวัตกรรม” ครั้งที่ 20 ภายใต้หัวข้อ “Innovation & Technology for Sustainable Society” ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) มหาวิทยาลัยนเรศวร

การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-12 กรกฎาคม 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมระดับชาติและนานาชาติ อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้นักวิจัย อาจารย์ นิสิต และผู้ประกอบการ ได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อสังคมได้อย่างแท้จริง

ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมหลากหลาย เช่น การปาฐกถาพิเศษ การบรรยายจากผู้ทรงคุณวุฒิทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการเสวนาวิชาการที่มุ่งเน้นประเด็นด้านการพัฒนานวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน ตลอดจนเป็นเวทีสำคัญในการสร้างความร่วมมือทางวิชาการและการวิจัยในระดับสากล

นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอผลงานวิจัยในรูปแบบ Oral และ Poster Presentation ที่เปิดโอกาสให้นักวิจัยและนิสิตได้แสดงศักยภาพการทำงานวิจัยอย่างสร้างสรรค์ รวมถึงการจัดนิทรรศการที่นำเสนอผลงานเด่นของคณะวิศวกรรมศาสตร์และหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อสื่อสารผลการดำเนินงานสู่สาธารณชน

ในพิธีมอบรางวัลด้านการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปี 2567 ของมหาวิทยาลัยนเรศวร ยังสะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับการ ส่งเสริมด้านการวิจัยและนวัตกรรม ที่สามารถนำไปต่อยอดเชิงพาณิชย์และสังคม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานความรู้

การเข้าร่วมของคณะวิศวกรรมศาสตร์ในครั้งนี้ยังเป็นการแสดงศักยภาพของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนางานวิจัยที่สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยผลงานที่จัดแสดงมีทั้งด้านวิศวกรรม เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม

การประชุมวิชาการ “นเรศวรวิจัยและนวัตกรรม” ครั้งที่ 20 จึงไม่เพียงเป็นเวทีในการนำเสนอผลงาน แต่ยังเป็นพื้นที่สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างนักวิจัย สถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อร่วมกัน ส่งเสริมด้านการวิจัยและนวัตกรรม ที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่สังคมที่มั่นคงและยั่งยืน

ม.นเรศวร โชว์นวัตกรรมไม้เทียมรักษ์โลกจากกากกาแฟและเปลือกไข่ ต่อยอดสู่การวิจัยเชิงพาณิชย์

วันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน 2567 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรารัตน์ มหาศรานนท์ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้นำเสนอผลงานนวัตกรรม “ไม้เทียมรักษ์โลกจากกากกาแฟและเปลือกไข่ (Eco Wood)” ในรายการ “สาระน่ารู้กับช่อง NBT ข่าวภาคเหนือ” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงถึงการวิจัยเชิงสร้างสรรค์เพื่อตอบโจทย์ความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม

นวัตกรรมไม้เทียมรักษ์โลกนี้ เป็นการนำวัสดุเหลือทิ้งทางชีวมวลอย่างกากกาแฟและเปลือกไข่มาผสมผสานกับพลาสติกรีไซเคิลเพื่อสร้างวัสดุทดแทนไม้จริง ผลงานนี้มีจุดเด่นที่ช่วยลดปริมาณการตัดไม้ ลดปริมาณขยะพลาสติก และยังช่วยประหยัดพลังงานในการผลิตเมื่อเทียบกับกระบวนการผลิตไม้เทียมทั่วไป

การพัฒนาไม้เทียมจากวัสดุเหลือทิ้งไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นตัวอย่างของการนำงานวิจัยมาต่อยอดสู่การประยุกต์ใช้จริงในอุตสาหกรรม นับเป็นการสร้างนวัตกรรมที่สามารถขับเคลื่อนสังคมสู่แนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้อย่างชัดเจน

โครงการนี้ยังเปิดโอกาสให้เห็นศักยภาพของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นแหล่งบ่มเพาะความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาแนวทางใหม่ในการจัดการของเหลือทิ้งที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมในระดับประเทศ

การต่อยอดผลงานไม้เทียมรักษ์โลกยังสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุที่เคยถูกมองว่าไร้ค่า และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับอุตสาหกรรมที่ต้องการวัสดุทดแทนไม้จริงในเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนและสนับสนุนอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ ความร่วมมือระหว่างนักวิจัย มหาวิทยาลัย และภาคอุตสาหกรรมยังเป็นหัวใจสำคัญในการผลักดันให้ผลงานวิจัยสามารถพัฒนาต่อไปจนถึงขั้นการผลิตเชิงพาณิชย์ ซึ่งไม่เพียงตอบโจทย์การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่ยังช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ที่แข่งขันได้ในระดับสากล

ผลงานไม้เทียมรักษ์โลกจากกากกาแฟและเปลือกไข่ จึงถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่แสดงให้เห็นถึงการสร้างนวัตกรรมจากองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ควบคู่ไปกับการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการ ส่งเสริมต่อยอดสู่งานวิจัยเชิงพาณิชย์

สามารถรับชมรายการย้อนหลังได้ที่ NBT News: Eco Wood Innovation

คณะเกษตรฯ ม.นเรศวร ร่วมงานแถลงข่าวครบรอบ 34 ปี แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัย พร้อมนำเสนอศักยภาพ “ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีฯ”

วันอังคารที่ 11 มิถุนายน 2567 คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดยผู้บริหารคณะ เข้าร่วมงานแถลงข่าวครบรอบ 34 ปีแห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดี เป็นประธานเปิดงาน พร้อมนำเสนอผลการดำเนินงานที่ผ่านมาและกิจกรรมที่จะจัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระสำคัญนี้

ภายในงาน คณะเกษตรศาสตร์ฯ ได้แสดงศักยภาพด้านการให้บริการและการวิจัยผ่าน “ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีการแปรรูปผลผลิตการเกษตรและอาหาร” ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการแปรรูปผลผลิต เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ยืดอายุการเก็บรักษา ออกแบบบรรจุภัณฑ์ วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ตลอดจนตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร โดยมุ่งตอบโจทย์ทั้งภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และชุมชน

ศูนย์ฯ ยังทำหน้าที่เป็นแหล่งพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านอุตสาหกรรมเกษตรครบวงจร ตั้งแต่การวิจัยเชิงลึก การพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ ไปจนถึงการสร้างแบรนด์และการตลาด เพื่อผลักดันสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชนเข้าสู่ตลาดที่กว้างขึ้น รองรับการแข่งขันในระดับประเทศและระดับสากล

อีกหนึ่งหน่วยงานสำคัญภายใต้คณะเกษตรศาสตร์ฯ คือ สถานพัฒนามาตรฐานและเฝ้าระวังการปนเปื้อนสารเคมีในผลิตภัณฑ์เกษตรและอาหารอินทรีย์ ซึ่งมีความพร้อมในการตรวจวิเคราะห์สารพิษตกค้างและปัจจัยการผลิตทางการเกษตร โดยใช้ห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน ISO/IEC 17025 เพื่อสร้างความมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้า

การให้บริการของสถานพัฒนาฯ ครอบคลุมทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ด้านเคมี (การตรวจสารกำจัดศัตรูพืชตกค้างและสารสำคัญในกัญชา-กัญชง) ด้านเคมีสิ่งแวดล้อม (ตรวจดิน น้ำ ปุ๋ย และโลหะหนักตกค้าง) และด้านเทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตร (ตรวจจุลชีววิทยา อณูพันธุศาสตร์ และสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม) ซึ่งเป็นระบบการให้บริการที่ทันสมัยและครอบคลุมความต้องการของผู้ใช้บริการทุกระดับ

นอกจากนี้ ศูนย์ยังได้รับรองมาตรฐานการตรวจวิเคราะห์ TOC ในน้ำทิ้งและแหล่งน้ำผิวดิน รวมถึงการตรวจวิเคราะห์จุลินทรีย์ในผักและผลไม้ ขณะเดียวกันการตรวจวิเคราะห์สารกำจัดศัตรูพืชตกค้างในผลไม้ และการตรวจวิเคราะห์โลหะหนักในดิน ก็กำลังอยู่ในขั้นตอนการขอมาตรฐาน ISO/IEC 17025 เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและยกระดับคุณภาพการบริการ

งานแถลงข่าวครั้งนี้มีสื่อมวลชนจากหลายแขนงเข้าร่วมกว่า 40 คน ณ หอประชุมมหาราช อาคารอุทยานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มหาวิทยาลัยนเรศวร ถือเป็นโอกาสสำคัญในการสื่อสารและเผยแพร่บทบาทของมหาวิทยาลัยในฐานะศูนย์กลางองค์ความรู้ ที่มุ่งใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ พร้อมทั้งสร้างระบบนิเวศการเกษตรที่ยั่งยืน

การนำเสนอผลงานและบริการในครั้งนี้จึงสะท้อนถึงพันธกิจของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการบูรณาการงานวิจัยและการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่สังคม โดยมี “ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยี” เป็นกลไกหลักที่ช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการและอุตสาหกรรมเกษตร ควบคู่ไปกับการ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อการพัฒนาที่มั่นคงและยั่งยืน

ผลงานนวัตกรรม “ChixTein” ม.นเรศวร คว้าสุดยอดนวัตกรรมอาหารบนเวทีโลก

วันพุธที่ 12 มิถุนายน 2567 ผลงานนวัตกรรม ChixTein ของนักวิจัยมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 10 สุดยอดนวัตกรรมอาหาร ตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมเวที Thailand’s Taste of Tomorrow 2024 ณ Riverside Studios กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ นับเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนศักยภาพของงานวิจัยไทยสู่ระดับโลก และเป็นการส่งเสริมสุดยอดนวัตกรรมอาหารที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนและตลาดโลกในอนาคต

ผลงาน ChixTein เกิดจากความร่วมมือระหว่าง รองศาสตราจารย์ ดร.ขนิษฐา รุตรัตนมงคล อาจารย์ประจำภาควิชาอุตสาหกรรมเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร และ บริษัท ไทย เอนโท ฟู้ด จำกัด โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์โปรตีนไก่เข้มข้นคุณภาพสูงในรูปแบบผงโปรตีนที่สามารถใช้ได้หลากหลาย ทั้งในอาหาร เครื่องดื่ม อาหารเสริม และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์

ผลิตภัณฑ์ ChixTein มีแนวคิดสำคัญคือการใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพสูง ผ่านกระบวนการผลิตที่สะอาดและปลอดภัย ปราศจากสารสังเคราะห์ สารกันบูด และสารเติมแต่ง เพื่อสร้างโปรตีนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการพึ่งพากระบวนการผลิตที่ส่งผลกระทบต่อธรรมชาติ อีกทั้งยังเป็นโปรตีนที่มีรสชาติธรรมชาติจากเนื้อไก่ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในหลายอุตสาหกรรม

การคัดเลือก ChixTein เข้าสู่เวทีระดับโลกในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Food Innovation Global Market Launchpad ที่มุ่งผลักดันธุรกิจนวัตกรรมอาหารของไทยสู่การเติบโตในตลาดสากล โดยมีการจัดกิจกรรมเสวนาและบรรยายภายใต้หัวข้อ “Thailand’s Taste of Tomorrow: Fostering the Future of Food, Faith, and Flavours” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) และ Food Innopolis

สำหรับเอกลักษณ์ของงาน Thailand’s Taste of Tomorrow 2024 ได้รับแรงบันดาลใจจาก “วารีกุญชร” สัตว์ป่าหิมพานต์ในตำนาน โดยมีช้างสีม่วงพร้อมหู หาง และครีบสีชมพู ใช้เป็นสัญลักษณ์สะท้อนถึงยานพาหนะทางวัฒนธรรมที่จะนำพา FoodTech Startups ฝ่าฟัน Valley of Death และก้าวสู่ความสำเร็จในตลาดโลกด้วยพลังความร่วมมือจากทุกฝ่าย

บริษัท ไทย เอนโท ฟู้ด จำกัด ถือเป็น บริษัท Spin Off 100% จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีพันธกิจสำคัญคือ Feed the World with Sustainable Protein มุ่งสร้างนวัตกรรมโปรตีนคุณภาพสูงจากทรัพยากรที่ประเทศไทยมีศักยภาพ พร้อมทั้งใช้เทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Technology) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่เวทีโลก

การเข้าร่วมเวทีในครั้งนี้นับเป็นประสบการณ์ใหม่ที่สะท้อนให้เห็นถึงการผสมผสานความเป็นไทยเข้ากับเทคโนโลยีได้อย่างลงตัว ไม่เพียงนำเสนอผลิตภัณฑ์อาหารแห่งอนาคต แต่ยังถ่ายทอดอัตลักษณ์ไทยที่โดดเด่น แตกต่างจากประเทศอื่น ๆ กลายเป็นจุดขายที่ดึงดูดความสนใจของนานาชาติ และทำให้ผู้เข้าร่วมงานเห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในฐานะผู้พัฒนานวัตกรรมอาหารสู่ตลาดโลก

ChixTein จึงไม่ใช่เพียงผลิตภัณฑ์อาหาร แต่เป็นนวัตกรรมที่สะท้อนความสามารถด้านงานวิจัยและการสร้างธุรกิจเชิงนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยไทย อันจะเป็นกำลังสำคัญในการยกระดับประเทศ และเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการส่งเสริมสุดยอดนวัตกรรมอาหารเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

ขอบคุณภาพจาก: www.innolifethailand.com

ม.นเรศวร คว้ารางวัลเหรียญเงินจากเวทีนวัตกรรมนานาชาติ ณ เจนีวา

คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอแสดงความยินดีกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สนธยา นุ่มท้วม อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์การเกษตร และ ดร.เสาวลักษณ์ รุ่งแจ้ง อาจารย์ประจำภาควิชาอุตสาหกรรมเกษตร พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.สุดารัตน์ เจียมยั่งยืน จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในนามทีม “BetterWhite” ที่ได้รับรางวัลเหรียญเงิน จากผลงานนวัตกรรมอาหารโปรตีนสูงจากไข่ขาว 100% ในงาน The 49th International Exhibition of Inventions Geneva ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส

การประกวดนวัตกรรมระดับนานาชาติครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 – 21 เมษายน 2567 โดยมีผลงานจากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ทั้งจากยุโรป เอเชีย และอเมริกา เข้าร่วมมากกว่า 1,000 ผลงาน ซึ่งนับเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทยได้แสดงศักยภาพด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีคุณภาพสู่สายตาชาวโลก

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ทำหน้าที่เป็นผู้คัดเลือกและสนับสนุนผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาของไทย จำนวน 37 แห่ง เพื่อเข้าร่วมประกวดในเวทีครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จที่ตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในการพัฒนางานวิจัยที่สามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์เชิงอุตสาหกรรมได้จริง

ผลงานนวัตกรรมอาหารโปรตีนสูงจากไข่ขาว 100% ของทีม BetterWhite มีแนวคิดหลักในการใช้วัตถุดิบที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และผ่านกระบวนการวิจัยเพื่อเพิ่มมูลค่า สอดคล้องกับความต้องการของตลาดอาหารเพื่อสุขภาพที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ

การได้รับรางวัลจากเวทีระดับโลกครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการยกระดับคุณภาพของงานวิจัยมหาวิทยาลัยนเรศวรเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการบูรณาการองค์ความรู้ด้านเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นเลิศทั้งด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการตอบโจทย์สังคม

นอกจากนี้ การเข้าร่วมเวทีเจนีวา ยังเปิดโอกาสให้นักวิจัยได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมกับผู้เชี่ยวชาญจากนานาประเทศ ซึ่งช่วยขยายเครือข่ายความร่วมมือด้านวิจัย และเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์สากล

ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ ส่งเสริมนวัตกรรมการวิจัยสู่ภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าและสามารถแข่งขันได้ในเวทีนานาชาติ พร้อมทั้งสนับสนุนการพัฒนาประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมอย่างแท้จริง

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin