ม.นเรศวร ร่วมงาน FoodX 2025 เชื่อมงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

วันพุธที่ 3 ธันวาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดยศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงกรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วยนางเจนจิต นาคปรีชา ผู้อำนวยการกองการวิจัยและนวัตกรรม นายภวัต ภาชนะ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการกองการถ่ายทอดเทคโนโลยีและบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา และนักวิจัยมหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมงาน FoodX – Business of Food Forum – Premiumisation Day 2025 ณ ห้องบอลรูม ชั้น 1 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

งานดังกล่าวเป็นเวทีเสริมสร้างศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มสำเร็จรูปครบวงจร โดยถ่ายทอดกลยุทธ์ด้านการเพิ่มมูลค่าและความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่

กองการวิจัยและนวัตกรรมได้นำนักวิจัยมหาวิทยาลัยนเรศวรกว่า 13 คน เข้าร่วมกิจกรรม “Table Talk – R&D For Growth” เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และร่วมค้นหาแนวทางการพัฒนาระหว่างนักวิจัย ผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ภายในกิจกรรม มีนักวิจัยชั้นนำกว่า 100 คน จากเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัยชั้นนำ จำนวน 8 มหาวิทยาลัย ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ซึ่งช่วยเชื่อมโยงศักยภาพด้านการวิจัย เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมในระดับประเทศ

กองการถ่ายทอดเทคโนโลยีและบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมกับผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณิชากร คอนดี คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เจ้าของผลงาน “Biosurfactant สารลดแรงตึงผิวชีวภาพ” และบริษัท Origgin Ventures ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินงาน Venture Co-Creation ร่วมกับมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้หารือกับภาคเอกชนเกี่ยวกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ

การหารือกับคุณจิรศักดิ์ โรจนวงศ์ เจ้าของธุรกิจบริษัท นาโนโพลิส จำกัด และที่ปรึกษาด้านการจัดการนวัตกรรม มุ่งเน้นการนำผลิตภัณฑ์ต้นแบบไปทดสอบกับกลุ่มลูกค้า เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกัน ขณะเดียวกัน ได้หารือกับคุณวศิน รุ่งนิรันดรกุล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนา บริษัท นีโอ แฟคทอรี่ จำกัด และทีมงาน เกี่ยวกับการนำ Biosurfactant ไปทดสอบในผลิตภัณฑ์ของบริษัท

การเชื่อมโยงนักวิจัยกับภาคเอกชนในลักษณะดังกล่าวเป็นการเสริมสร้างระบบนิเวศนวัตกรรม ตั้งแต่การพัฒนาผลงานวิจัย การทดสอบต้นแบบ การรับฟังข้อมูลจากตลาด ไปจนถึงการต่อยอดสู่การผลิตและการใช้ประโยชน์จริง อันช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย

การเข้าร่วมงาน FoodX 2025 สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสร้างความร่วมมือระดับประเทศ เพื่อ ผลักดันงานวิจัยของไทยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างแท้จริง สนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านนวัตกรรมอาหาร การสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผลิตภัณฑ์ และการเติบโตของเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง

ม.นเรศวร พัฒนานวัตกรรม I-Sec Technology ยกระดับโปรตีนทางเลือกจากแมงสะดิ้งและไก่ สู่การผลิตอาหารแห่งอนาคตอย่างยั่งยืน

วันพุธที่ 10 ธันวาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ขนิษฐา รุตรัตนมงคล ร่วมกับบริษัท ไทย เอนโท ฟู้ด จำกัด พัฒนา I-Sec Technology นวัตกรรมการสกัดโปรตีนจาก แมงสะดิ้ง (Acheta domesticus) และชิ้นส่วนไก่เหลือใช้ เพื่อเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบ ลดของเสียจากอุตสาหกรรมอาหาร และผลิตโปรตีนเข้มข้นที่มีความปลอดภัยและคุณค่าทางโภชนาการสูง รองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มแห่งอนาคต

การพัฒนานวัตกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้การสนับสนุนของ คณะกรรมการนโยบายและอำนวยการพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคงของชาติ (นพช.) โดยมีเป้าหมายในการยกระดับจิ้งหรีดและชิ้นส่วนไก่เหลือใช้ให้เป็น “Super Protein” ที่ได้มาตรฐานสากล สอดคล้องกับแนวคิด เศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) และสามารถตอบโจทย์ความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหารของโลกในอนาคต

หัวใจสำคัญของนวัตกรรมคือ I-Sec Technology ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแยกโปรตีนจากจิ้งหรีดและไก่แบบอัตโนมัติครบวงจรแห่งแรกของโลก สามารถควบคุมอุณหภูมิ อัตราการป้อนวัตถุดิบ และค่าการทำงานต่าง ๆ ได้แบบ Real-time ช่วยให้กระบวนการผลิตมีความแม่นยำ ลดความผิดพลาด และรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้มีความสม่ำเสมอ พร้อมทั้งใช้กระบวนการอุณหภูมิต่ำและสภาวะออกซิเจนต่ำเพื่อคงคุณค่าทางโภชนาการของโปรตีน

เทคโนโลยีดังกล่าวยังช่วยลดการใช้สารเคมี ประหยัดพลังงาน ลดระยะเวลาในการผลิต และใช้วัตถุดิบได้อย่างคุ้มค่าสูงสุด จนสามารถลดของเสียจากกระบวนการผลิตได้เกือบทั้งหมด สอดคล้องกับแนวคิด เทคโนโลยีสีเขียว และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเปลี่ยนวัตถุดิบที่เคยเป็นของเหลือให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร

ผลจากการพัฒนางานวิจัยได้นำไปสู่การสร้างผลิตภัณฑ์ Sixtein (ผงโปรตีนจิ้งหรีด) และ Chixtein (ผงโปรตีนไก่) ซึ่งเป็นวัตถุดิบโปรตีนทางเลือกที่สามารถนำไปต่อยอดในการผลิตอาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ รองรับความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับโภชนาการ ความปลอดภัย และความยั่งยืนของระบบอาหาร

รองศาสตราจารย์ ดร.ขนิษฐา รุตรัตนมงคล กล่าวว่า ประเทศไทยมีฟาร์มเลี้ยงแมลงมากกว่า 10,000 ฟาร์ม กระจายอยู่ทั่วประเทศ จึงมีศักยภาพในการพัฒนาจิ้งหรีดให้เป็นวัตถุดิบมูลค่าสูง โดยเลือกใช้ แมงสะดิ้ง หรือจิ้งหรีดสายพันธุ์ Acheta domesticus ซึ่งเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่ได้รับอนุญาตให้บริโภคในยุโรป ทำให้มีโอกาสต่อยอดสู่ตลาดสากล พร้อมทั้งใช้เทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) เพื่อยกระดับวัตถุดิบไทยให้สามารถแข่งขันในอุตสาหกรรมอาหารระดับโลก

ผลงานวิจัยดังกล่าวยังเป็นความสำเร็จของ รองศาสตราจารย์ ดร.ขนิษฐา รุตรัตนมงคล ในฐานะหนึ่งในนักวิจัยโครงการ RAN Top 100 ของเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (RUN Office) ซึ่งมุ่งผลักดันผลงานวิจัยที่มีศักยภาพให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง และยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมอาหารไทยผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมทั้ง ส่งเสริมต่อยอดสู่งานวิจัยเชิงพาณิชย์ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนำเทคโนโลยีไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ สร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมของประเทศอย่างยั่งยืน
ที่มาภาพและข่าว: ไทยโพสต์

ม.นเรศวร ต่อยอดกล้วยไข่ไทยสู่นวัตกรรม Nutricosmetics ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม Functional Food

มหาวิทยาลัยนเรศวร โดย ศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงจารุภา วิโยชน์ คณะเภสัชศาสตร์ พร้อมทีมวิจัย ร่วมกับ บริษัท เนเจอร์ พาวเวอร์ จำกัด พัฒนา “Banana Powder Shots Sun Protection” ผลิตภัณฑ์จากกล้วยไข่ไทยในกลุ่ม Nutricosmetics โดยได้รับการสนับสนุนทุนจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) เพื่อผลักดันงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

งานวิจัยนี้นำ กล้วยไข่ไทย ซึ่งเป็นผลผลิตทางการเกษตรของประเทศมาต่อยอดด้วยองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ โดยมุ่งศึกษาศักยภาพของเบต้าแคโรทีนในกล้วยไข่และการประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลผิวจากภายใน เป็นการเพิ่มทางเลือกในการแปรรูปผลผลิตให้มีคุณค่าและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค

ผลิตภัณฑ์ “Banana Powder Shots Sun Protection” พัฒนาขึ้นในรูปแบบผงสำหรับรับประทาน ภายใต้แนวคิด Nutricosmetics หรือผลิตภัณฑ์เสริมความงามจากภายใน โดยเชื่อมโยงงานวิจัยด้านวัตถุดิบกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมต่อการนำไปใช้ประโยชน์และการพัฒนาตลาด

ความร่วมมือระหว่างนักวิจัยและบริษัท เนเจอร์ พาวเวอร์ จำกัด เปิดโอกาสให้องค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยได้รับการพัฒนาร่วมกับมุมมองของภาคธุรกิจ ทั้งด้านรูปแบบผลิตภัณฑ์ ความต้องการของผู้บริโภค และความเป็นไปได้ในการผลิต เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการต่อยอดงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์

การสนับสนุนจาก บพข. มีบทบาทในการส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยและผู้ประกอบการ เพื่อ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม Functional Food ของไทยด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม พร้อมพัฒนาความสามารถในการสร้างผลิตภัณฑ์อาหารมูลค่าสูงจากวัตถุดิบภายในประเทศ

ในด้านการเกษตร การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากกล้วยไข่เป็นแนวทางเพิ่มมูลค่าผลผลิตและขยายโอกาสการใช้ประโยชน์จากพืชอาหารของไทย การเชื่อมโยงวัตถุดิบทางการเกษตรเข้ากับการแปรรูปและตลาดผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง จึงมีศักยภาพสนับสนุนโอกาสทางเศรษฐกิจของผู้เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่เกษตรกรจนถึงผู้ประกอบการ

สำหรับภาคอุตสาหกรรม ผลงานนี้แสดงถึงการนำความเชี่ยวชาญทางวิชาการมาพัฒนานวัตกรรมที่มีเป้าหมายการใช้ประโยชน์ชัดเจน และเป็นพื้นฐานสำหรับการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยมุ่งสร้างความแตกต่างให้ผลิตภัณฑ์ไทยด้วย องค์ความรู้ เทคโนโลยี และคุณค่าของวัตถุดิบท้องถิ่น พร้อมเตรียมโอกาสขยายตลาดในอนาคต

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพข่าวจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บทความ Banana Powder Shots Sun Protection

ม.นเรศวร ชู 3 งานวิจัยเด่นเวที Talent Mobility Showcase มุ่งสานพลังอุตสาหกรรมและนวัตกรรมยั่งยืน

วันอังคารที่ 16 กันยายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดย อุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดย ดร.เศรษฐา ตั้งค้าวานิช รักษาการรองผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ฯ นำคณะผู้บริหารและนักวิจัยเข้าร่วมกิจกรรม Talent Mobility Showcase ณ ห้องประชุมพญาไท 1–2 โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท กรุงเทพมหานคร

การจัดกิจกรรมระดับชาตินี้ดำเนินการโดย สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งมีเป้าหมายหลักในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีและการวิจัยของประเทศ เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและอุตสาหกรรม ให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และทรัพยากรที่สามารถนำไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภายในงาน มหาวิทยาลัยนเรศวรได้คัดเลือกและนำเสนอผลงานวิจัยเด่นจำนวน 3 โครงการ เริ่มต้นด้วยโครงการ การพัฒนาคอนกรีตพิเศษสำหรับพื้นฟาร์มสุกร นำโดย รศ.ดร.พงษ์ธร จุฬพันธ์ทอง ซึ่งเป็นการพัฒนานวัตกรรมวัสดุก่อสร้างร่วมกับบริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) เพื่อยกระดับมาตรฐานโครงสร้างพื้นฐานในภาคปศุสัตว์ให้มีความแข็งแรงและทนทานต่อการใช้งานในระดับอุตสาหกรรม

โครงการที่สองคือ การพัฒนาชุดสับฟางข้าวสำหรับรถเกี่ยวนวดข้าว เพื่อลดการเผาฟางในนาข้าว โดย ผศ.ดร.รัตนา การุญบุญญานันท์ ซึ่งเป็นการวิจัยร่วมกับ บริษัท เกษตรพัฒนาอุตสาหกรรม จำกัด ผลงานนี้ถือเป็นนวัตกรรมที่สำคัญในการพัฒนากระบวนการผลิตทางการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยแก้ปัญหามลพิษทางอากาศจากภาคการเกษตร

โครงการที่สามได้แก่ การเพิ่มมูลค่าการใช้ประโยชน์ของเถ้าลอยชีวมวล เพื่อเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิตอ้อยและมันสำปะหลัง นำโดย รศ.ดร.จรัณธร บุญญานุภาพ ร่วมกับ บริษัท สหกรีน ฟอเรสท์ จำกัด ซึ่งเป็นการนำของเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิตมาหมุนเวียนใช้ประโยชน์ใหม่ สนับสนุนการลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่อุตสาหกรรมการเกษตร

นอกจากการนำเสนอผลงานวิจัยเชิงประจักษ์แล้ว ภายในงานยังมีการจัดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างนักวิจัยและผู้ประกอบการ รวมถึงการประชุมผู้บริหารเครือข่ายศูนย์อำนวยความสะดวกทั่วประเทศ เพื่อกำหนดทิศทางและนโยบายในการขับเคลื่อนงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริงในระบบเศรษฐกิจ

การเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการเป็นฟันเฟืองสำคัญเพื่อสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ตอบสนองต่อความต้องการของภาคเอกชน การผนึกกำลังอย่างใกล้ชิดระหว่างเครือข่ายพันธมิตรจะช่วยสร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง นำไปสู่การยกระดับขีดความสามารถทางอุตสาหกรรมของประเทศให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคงต่อไป

ม.นเรศวร ใช้เทคโนโลยีพิมพ์ไทเทเนียม 3 มิติ รักษาผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่แห่งแรกของไทย

วันพุธที่ 3 กันยายน 2568 ศูนย์พัฒนลักษณ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับบริษัท เมติคูลี่ จำกัด และเครือข่ายหน่วยงานภาครัฐในจังหวัดพิษณุโลก แถลงข่าวความสำเร็จการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยภาวะปากแหว่งเพดานโหว่วัยผู้ใหญ่ ด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ไทเทเนียมสามมิติออกแบบเฉพาะบุคคล นับเป็นแห่งแรกของประเทศไทย

ศูนย์พัฒนลักษณ์เป็นชื่อที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชทานแก่สถานรักษาแก้ไขภาวะปากแหว่งเพดานโหว่และความผิดปกติของศีรษะและใบหน้า มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีความหมายว่า “ศูนย์ซึ่งเสริมสร้างลักษณะอันเจริญ”

การรักษาใช้เทคโนโลยี Patient-specific 3D-printed titanium surgical guides and implants สำหรับการผ่าตัดศัลยกรรมกระดูกขากรรไกร หรือ Orthognathic surgery ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยทีมนักวิจัยจากศูนย์พัฒนลักษณ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับบริษัท เมติคูลี่ จำกัด

กระบวนการรักษาเริ่มจากการวางแผนร่วมกับทันตแพทย์จัดฟัน การถ่ายภาพรังสีเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สามมิติแบบเคลื่อนย้ายได้ MobiiScan เพื่อสร้างแบบจำลองกายวิภาคของผู้ป่วย ก่อนที่ทีมแพทย์และวิศวกรจะวางแผนการผ่าตัดด้วยระบบคอมพิวเตอร์

จากนั้น มีการออกแบบอุปกรณ์ให้เหมาะกับโครงสร้างขากรรไกรของผู้ป่วยแต่ละราย ได้แก่ แบบพิมพ์ตัดกระดูกและแผ่นยึดกระดูกไทเทเนียมเฉพาะบุคคล ก่อนผลิตด้วยเครื่องพิมพ์โลหะสามมิติทางการแพทย์ ทำให้อุปกรณ์มีความพอดีกับผู้ป่วยรายนั้นโดยเฉพาะ

อุปกรณ์ดังกล่าวช่วยเพิ่มความแม่นยำในการกำหนดตำแหน่งรอยตัดและการยึดกระดูกในตำแหน่งใหม่ตามแผนการรักษา ช่วยลดระยะเวลาการผ่าตัดและการดมยาสลบ รวมถึงลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน ปัจจุบัน การผ่าตัดด้วยวิธีนี้ประสบความสำเร็จแล้ว 9 ราย

ผลการรักษาช่วยปรับโครงสร้างใบหน้าและการสบฟันให้เหมาะสม ส่งเสริมการเคี้ยวอาหารและการพูด ตลอดจนช่วยเพิ่มความมั่นใจของผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของโครงสร้างใบหน้าจากภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ตั้งแต่กำเนิด

ความร่วมมือระหว่างทีมแพทย์ นักวิจัย วิศวกร และภาคเอกชน สะท้อนการนำองค์ความรู้และนวัตกรรมการผลิตขั้นสูงมาใช้พัฒนาการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อยกระดับมาตรฐานบริการสุขภาพและขีดความสามารถด้านนวัตกรรมทางการแพทย์ของประเทศ

ศูนย์พัฒนลักษณ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร มุ่ง “คืนรอยยิ้ม คืนคุณภาพชีวิตในผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่” ผ่านการรักษาที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ป่วยแต่ละราย ช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมั่นใจ

ม.นเรศวร โชว์นวัตกรรม NU Bio Bags พลิกโฉมวงการพลาสติกเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร นำเสนอนวัตกรรมรักษ์โลกที่มุ่งพลิกโฉมวงการพลาสติก ผ่านผลงานวิจัย NU Bio Bags ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ได้รับการพัฒนาขึ้นโดย ผศ.ดร.ศรารัตน์ มหาศรานนท์ รองคณบดีฝ่ายนวัตกรรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อตอบสนองต่อวิกฤตการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม

ผลงานวิจัยชิ้นนี้ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยมุ่งเน้นการสร้างสรรค์ ถุงพลาสติกชีวภาพที่ย่อยสลายได้ ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่ที่เข้ามาทดแทนการใช้พลาสติกแบบดั้งเดิมที่มักก่อให้เกิดปัญหาขยะตกค้างและสารปนเปื้อนในระบบนิเวศอย่างยาวนาน

การพัฒนานวัตกรรมดังกล่าวยังเป็นการตอกย้ำถึงความสำคัญของการผลิตและการบริโภคที่รับผิดชอบต่อสังคม โดยกระบวนการคิดค้นได้มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่สุด และลดการปล่อยมลพิษสู่ธรรมชาติ ถือเป็นการสนับสนุนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy ให้เกิดขึ้นจริงในระดับอุตสาหกรรม

ปัจจุบันปัญหาขยะพลาสติกเป็นความท้าทายระดับโลกที่ส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาวะของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม การนำงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน จึงเป็นการสร้างจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเพื่อรักษาความสมดุลทางธรรมชาติ และช่วยลดปริมาณขยะมูลฝอยได้อย่างเป็นรูปธรรม

เพื่อเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่สาธารณชน แนวคิดและเบื้องหลังความสำเร็จของการพัฒนา NU Bio Bags ได้รับการเชิญไปร่วมพูดคุยและนำเสนอผ่านรายการ JS100 Next ซึ่งเป็นเวทีที่ช่วยสื่อสารให้สังคมได้รับรู้ถึงศักยภาพของทีมนักวิจัยไทยในการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อโลก

ทางคณะผู้พัฒนาและมหาวิทยาลัยต้องขอขอบคุณ JS100 Radio OFFICIAL ที่ร่วมเปิดพื้นที่สื่อเพื่อแบ่งปันเรื่องราวของนวัตกรรมเปลี่ยนโลกในครั้งนี้ การสื่อสารวิทยาศาสตร์สู่สังคมวงกว้างถือเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนหันมาตระหนักและร่วมมือกันดูแลรักษาสภาพแวดล้อม

การสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง เพราะนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมคือรากฐานของอนาคตที่ยั่งยืน ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรับชมบทสัมภาษณ์สุดเข้มข้นย้อนหลังได้ผ่านช่องทาง YouTube (https://www.youtube.com/watch?v=nSPBirUMhsI) เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมต่อไป

ม.นเรศวร โดย NU SEED นำทัพผู้ประกอบการคว้ารางวัลสุดยอดนวัตกรรม 7 Innovation Award หนุนเศรษฐกิจเติบโตยั่งยืน

วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน 2568 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมลักษณ์ วรรณฤมล กีเยลาโรว่า ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร (NU SEED) นำทีมผู้ประกอบการและบุคลากรเข้าร่วมงาน Thailand Synergy ณ PIM Convention Hall สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์

การจัดงานในครั้งนี้มีการลงนามความร่วมมือสำคัญระหว่าง 11 องค์กรภายใต้ “โครงการความร่วมมือขับเคลื่อนนวัตกรรมสำหรับประเทศ” โดยบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันในการขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรมของประเทศ

ไฮไลต์สำคัญภายในงานคือพิธีประกาศผลและมอบรางวัล “สุดยอดนวัตกรรม 7 Innovation Award” ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จในการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและการสร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมที่มีคุณภาพสูงในระดับประเทศ

ในปีนี้ มีผู้ประกอบการที่ได้รับการคัดเลือกและส่งเข้าประกวดผ่านการสนับสนุนจาก NU SEED จนสามารถคว้ารางวัลอันทรงเกียรติได้ถึง 5 ราย ครอบคลุมหลากหลายมิติการพัฒนา

สำหรับผลงานที่ได้รับรางวัลใน Track ด้านสังคม ได้แก่ บริษัท วรรณาวีย์ จำกัด กับผลงาน PANDAN PANTONE ผงใบเตยพรีเมี่ยม, วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเย็บผ้าเครื่องนอนยางพาราเขาคีริส กับผลงาน เพียงใจไทยสปา, และบริษัท นวลอนันต์ จินเจอร์ ฟู้ด จำกัด กับผลงาน Miracle of Ginger: มหัศจรรย์ของขิง

ในส่วนของ Track ด้านเศรษฐกิจ ได้แก่ บริษัท พริกหอม อินเตอร์ฟู้ด จำกัด กับผลงาน กุยช่ายทอดอบกรอบ และ Track ด้านเทคโนโลยี ได้แก่ บริษัท นิวทริ อินโนฟู้ด กับผลงาน Better White โปรตีนไข่ขาวแท่งพร้อมทาน

ความสำเร็จครั้งนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ในการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง ครอบคลุม และยั่งยืน ผ่านการสร้าง เครือข่ายความร่วมมือ ระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs และ Startup ได้ทดสอบตลาดและต่อยอดนวัตกรรมสู่สากลอย่างแท้จริง

ม.นเรศวร ร่วมขับเคลื่อนเครือข่ายทรัพย์สินทางปัญญา มุ่งต่อยอดนวัตกรรมสู่สังคมอย่างยั่งยืน

วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤษภาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดย นายภวัต ภาชนะ รักษาการผู้อำนวยการกองการถ่ายทอดเทคโนโลยีและบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา (DTTIP@NU) ได้เดินทางเข้าร่วมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และขับเคลื่อนเครือข่ายหน่วยจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและถ่ายทอดเทคโนโลยี ณ โรงแรมบางแสน เฮอริเทจ จังหวัดชลบุรี

การประชุมสัมมนาดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้โครงการส่งเสริมศักยภาพบุคลากรและขับเคลื่อนเครือข่ายบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาของสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย ซึ่งเป็นผลจากการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้ช่วยปลัดกระทรวง อว. เป็นประธานในการกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย ศ.ดร.ศันสนีย์ ไชยโรจน์ ประธานคณะกรรมการบริหารโครงการส่งเสริมศักยภาพด้านการจัดการทรัพย์สินทางปัญญาในสถาบันอุดมศึกษา โดยมีคณะผู้บริหารและบุคลากรด้านทรัพย์สินทางปัญญาจากสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศเข้าร่วมกิจกรรม

การสัมมนาในครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนมุมมองและบูรณาการองค์ความรู้ระหว่างเครือข่ายสถาบันการศึกษา เพื่อเสริมสร้างการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นกลไกหลักในการเชื่อมโยงความร่วมมือระดับชาติเพื่อผลักดันการพัฒนาที่ยั่งยืน

การยกระดับระบบการจัดการทรัพย์สินทางปัญญา มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยส่งเสริมการลงทุนด้าน การวิจัยและพัฒนา (R&D) ตลอดจนการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสร้างความเข้มแข็งและขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ภาคอุตสาหกรรม

กระบวนการส่งเสริมศักยภาพเหล่านี้จะช่วยสร้างแรงจูงใจในการคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยี ตลอดจนผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการนำองค์ความรู้ทางวิชาการไปต่อยอดสู่การนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์จริง ทั้งในมิติของการสร้างมูลค่าเชิงธุรกิจและการพัฒนาคุณภาพชีวิตเชิงสังคม

การมีส่วนร่วมของมหาวิทยาลัยนเรศวรในเวทีระดับชาตินี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนางานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีขององค์กร ผู้ที่สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหว ข่าวสาร และการให้บริการได้ผ่านทางช่องทางสื่อสารทางการของ กองการถ่ายทอดเทคโนโลยีและบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งทางเว็บไซต์ หมายเลขโทรศัพท์ 0-5596-8727 และสื่อสังคมออนไลน์อย่างเป็นทางการของหน่วยงาน

ม.นเรศวร แถลงผลวิจัย “ข้าวพระองค์ขาว” นวัตกรรมข้าวสายพันธุ์ใหม่หนุนเกษตรกรสู่ความยั่งยืน

วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤษภาคม 2568 ณ แปลงวิจัยการปรับปรุงพันธุ์ข้าว วิชชาลัยข้าวและชาวนา มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดงานแถลงข่าวผลการวิจัยและพัฒนา ข้าวสายพันธุ์ใหม่ ผลผลิตสูง ภายใต้ชื่อ “ข้าวพระองค์ขาว” เพื่อนำเสนอนวัตกรรมทางการเกษตรที่ตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกรและชุมชน

การแถลงข่าวในครั้งนี้นำโดย ดร.ภาวัช วิจารัตน์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์การเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นนักวิจัยหลักของโครงการ โดยมี ผศ.ดร.อนุพงศ์ วงค์ตามี รองคณบดีฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศ และ รศ.ดร.รังสรรค์ เจริญสุข หัวหน้าภาควิชาวิทยาศาสตร์การเกษตร ร่วมให้การต้อนรับสื่อมวลชนและผู้เข้าร่วมงานอย่างอบอุ่น

สำหรับ ข้าวพระองค์ขาว ถือเป็นผลสำเร็จจากการบูรณาการองค์ความรู้และการพัฒนานวัตกรรมด้านการปรับปรุงพันธุ์พืช โดยเป็นการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างข้าวหอมสุโขทัย 4 และปทุมธานี 1 การส่งเสริมการวิจัยในลักษณะนี้สะท้อนถึงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการเกษตรไทยให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

ลักษณะเด่นของข้าวสายพันธุ์ดังกล่าวคือ มีความสามารถในการแตกกอได้ดีเยี่ยม และให้ผลผลิตเฉลี่ยสูงถึง 900–1,000 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับความมั่นคงทางอาหาร ช่วยขจัดความหิวโหย และสนับสนุนให้ประชาชนสามารถเข้าถึงผลผลิตที่มีคุณภาพและมีโภชนาการที่เหมาะสม

นอกจากการเพิ่มปริมาณผลผลิตแล้ว งานวิจัยชิ้นนี้ยังมุ่งเน้นการส่งเสริมรูปแบบการผลิตที่ยั่งยืน การเลือกใช้สายพันธุ์พืชที่ผ่านการปรับปรุงให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม จะช่วยให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า ลดการใช้ปัจจัยการผลิตที่เกินความจำเป็น และนำไปสู่วิถีเกษตรกรรมที่รับผิดชอบต่อระบบนิเวศ

การกระจายพันธุ์ข้าวคุณภาพดีสู่ชุมชน จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของผลผลิต และสร้างรากฐานที่มั่นคงให้แก่เศรษฐกิจระดับท้องถิ่น เพื่อให้ชุมชนเกษตรกรรมสามารถพึ่งพาตนเองและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงเดินหน้าสนับสนุนงานวิจัยที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง สำหรับเกษตรกรหรือหน่วยงานที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพันธุ์ข้าวและการเพาะปลูก สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 09-2551-6262 เพื่อนำไปต่อยอดและขยายผลในพื้นที่ทางการเกษตรต่อไป

ม.นเรศวร จับมือ depa ลงนาม MOU ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและ Soft Power ขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค

วันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2567 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วันสุรีย์ มาศกรัม รองคณบดีฝ่ายข้อมูลและนวัตกรรมดิจิทัล คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (Memorandum of Understanding : MOU) ระหว่างสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) และมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและ Soft Power ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระดับภูมิภาค

พิธีลงนามจัดขึ้น ณ อาคารสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สาขาภาคเหนือตอนล่าง จังหวัดพิษณุโลก โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากมหาวิทยาลัยนเรศวรเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน ได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภาณุ พุทธวงศ์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร ศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงกรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กำพล ทรัพย์สมบูรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยนเรศวร

ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการบูรณาการระหว่างสถาบันการศึกษาและหน่วยงานด้านเศรษฐกิจดิจิทัล โดยมีเป้าหมายในการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของสังคมในยุคดิจิทัลและการสร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจให้กับภูมิภาค

ภายในงานยังมีกิจกรรมบรรยายและเสวนาพิเศษในหัวข้อ “Digital Soft Power Forum” ที่มุ่งเน้นการใช้ Soft Power เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งได้รับความสนใจจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนท้องถิ่น

เวทีเสวนามีผู้เชี่ยวชาญจากหลายสาขาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง เช่น คุณสุวิตา จรัญวงศ์ CEO & Co-Founder ของ Tellscore Co., Ltd. คุณพนธ์ พิลา ผู้ก่อตั้ง PILA Farm Studio คุณธรรมสถิตย์ บูรณเขตต์ ผู้จัดการพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี รองศาสตราจารย์ ดร.ทิพรัตน์ สิทธิวงศ์ อาจารย์คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และคุณอ้วน เจ้าของเพจ “พิษณุโลกจัดเต็ม” ซึ่งนำเสนอแนวทางการผสานพลังระหว่างเทคโนโลยีและวัฒนธรรมท้องถิ่น

การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวคิดในครั้งนี้ไม่เพียงช่วยสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้เข้าร่วม แต่ยังเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการสร้างความร่วมมือ (Partnership) เพื่อขยายผลการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ Soft Power ไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในมิติเศรษฐกิจและสังคม

มหาวิทยาลัยนเรศวรและ depa จึงแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะเดินหน้าสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล การสร้างสรรค์นวัตกรรม และการใช้ Soft Power เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค เพื่อสร้างความเข้มแข็งและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคต

ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะสถาบันการศึกษาที่ไม่เพียงมุ่งเน้นด้านวิชาการ แต่ยังเป็นกำลังสำคัญในการ ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและ Soft Power ต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ เพื่อประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมในระดับภูมิภาคและระดับประเทศอย่างแท้จริง

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin