ม.นเรศวร พัฒนานวัตกรรมตรวจเศษซากโควิดจากน้ำเสีย ส่งเสริมเพื่อเตือนภัยล่วงหน้าการระบาดในชุมชน

วันศุกร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 สถานวิจัยเพื่อความเป็นเลิศเพื่อความยั่งยืนด้านสุขภาวะ สิ่งแวดล้อมและอุตสาหกรรม (SHEI) คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ พร้อมด้วยคณะนักวิจัยจากคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ วิทยาลัยนานาชาติ และบริษัท อิเลคทรอนิกส์ เชลล์ จำกัด นำเสนอสิ่งประดิษฐ์ “RE-Secure: COVID-19 Early Warning. V1” ในงาน “วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2567 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ

โครงการดังกล่าวเป็นการต่อยอดงานวิจัยจากการตรวจหาเศษซากไวรัสโควิด-19 ในน้ำเสีย โดยได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในปีงบประมาณ 2564 และ 2565 เพื่อพัฒนานวัตกรรมที่สามารถเฝ้าระวังการแพร่ระบาดในระดับชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางจากนักเรียน นิสิต ประชาชน ภาครัฐ และภาคเอกชนที่เข้าร่วมชมงาน

นวัตกรรม “RE-Secure: COVID-19 Early Warning. V1” พัฒนาขึ้นจากเทคนิค Aptamer ทำให้สามารถตรวจสอบเศษซากไวรัสในน้ำเสียได้อย่างแม่นยำ โดยไม่จำเป็นต้องสกัดตัวอย่างหรือใช้ห้องปฏิบัติการที่มีค่าใช้จ่ายสูง เช่น ห้องปฏิบัติการ BSL-2 enhanced ที่มักใช้ในการตรวจ RT-qPCR จึงช่วยลดขั้นตอนและต้นทุนการตรวจสอบได้อย่างมาก

นอกจากนั้น ทีมวิจัยยังได้พัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อประมวลผลจากชุดตรวจเคลื่อนที่ ทำให้สามารถตรวจจับการติดเชื้อในอาคาร โรงเรียน โรงงาน หรือชุมชนได้ก่อนที่จะเกิดการแพร่ระบาดจริงประมาณ 7-14 วัน ช่วยเพิ่มโอกาสในการจัดการควบคุมโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้นได้อย่างทันท่วงที

ผลงานนี้ยังสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการเฝ้าระวังโรคระบาดได้มากกว่า 90% เมื่อเทียบกับวิธีการเดิม จึงถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อสนับสนุนระบบสาธารณสุขและการบริหารจัดการภัยสุขภาพในระดับชุมชนอย่างยั่งยืน

การพัฒนานวัตกรรมตรวจเศษซากไวรัสในน้ำเสียยังเป็นแนวทางสำคัญที่สอดคล้องกับการจัดการทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากช่วยให้สามารถใช้ระบบน้ำเสียเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการติดตามการแพร่ระบาดของเชื้อโรคได้แบบไม่รุกรานและครอบคลุมพื้นที่ในวงกว้าง

สิ่งประดิษฐ์ “RE-Secure: COVID-19 Early Warning. V1” ยังได้รับการเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนหลายแขนง รวมถึงรายการข่าวสามมิติ ช่อง 3 เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 ตอกย้ำถึงความสำคัญของงานวิจัยนี้ต่อการสร้างระบบเตือนภัยล่วงหน้าการระบาดในชุมชน และเป็นแรงผลักดันให้ทีมวิจัยพัฒนานวัตกรรมต่อยอดในอนาคต

การทำงานครั้งนี้เป็นภาพสะท้อนของความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ภาคเอกชน และหน่วยงานภาครัฐ ที่ช่วยกันขับเคลื่อนการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งสร้างแนวทางใหม่ในการ ส่งเสริมเพื่อเตือนภัยล่วงหน้าการระบาดในชุมชน และเพิ่มขีดความสามารถของประเทศในการรับมือกับโรคอุบัติใหม่

ม.นเรศวร พานิสิตเรียนรู้นอกห้องเรียน สำรวจระบบนิเวศน้ำจืดท้ายเขื่อนสิริกิติ์

ภาควิชาวิทยาศาสตร์การประมง คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดกิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียนสำหรับนิสิตในรายวิชา สัตว์พื้นท้องน้ำ แพลงก์ตอนวิทยา และสาหร่ายและพรรณไม้น้ำทางการประมง ณ บริเวณท้ายเขื่อนสิริกิติ์ อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์

กิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นิสิตได้เรียนรู้ระบบนิเวศตามธรรมชาติ ผ่านการเก็บตัวอย่างและการวิเคราะห์ในภาคสนาม โดยเน้นการฝึกทักษะการสังเกต สะท้อนถึงการเรียนรู้ที่ผสมผสานระหว่างทฤษฎีและการปฏิบัติจริง ถือเป็นการ ส่งเสริมการเรียนรู้นอกห้องเรียนและปลูกฝังจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ระบบนิเวศ

นิสิตได้ลงพื้นที่เพื่อศึกษา สัตว์พื้นท้องน้ำ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความสมบูรณ์ของแหล่งน้ำ เน้นการจำแนกชนิดและการวิเคราะห์โครงสร้างของชุมชนสัตว์น้ำที่มีบทบาทสำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพ

นอกจากนี้ยังได้ทำการเก็บตัวอย่าง แพลงก์ตอน และทำการตรวจวิเคราะห์ในเบื้องต้น เพื่อศึกษาประเภทและความหนาแน่นของแพลงก์ตอนที่มีผลต่อห่วงโซ่อาหารในระบบนิเวศน้ำจืด รวมถึงการเรียนรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างแพลงก์ตอนกับคุณภาพน้ำ

กิจกรรมยังครอบคลุมถึงการเก็บตัวอย่าง สาหร่ายและพรรณไม้น้ำทางการประมง ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศ และเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่มีบทบาทในระบบอาหารของสัตว์น้ำ

การตรวจวัด ค่าคุณภาพน้ำ เช่น ค่าออกซิเจนละลายน้ำ ค่า pH และความขุ่นใส เป็นส่วนสำคัญในการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของแหล่งน้ำ โดยนิสิตได้เรียนรู้วิธีการเก็บข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการอนุรักษ์และการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน

การเรียนรู้ในพื้นที่จริงครั้งนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มพูนทักษะทางวิชาการ แต่ยังเป็นการปลูกฝังความตระหนักรู้ให้นิสิตเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์แหล่งน้ำและระบบนิเวศทางน้ำ ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับการพัฒนาที่ยั่งยืนและการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม

มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงมุ่งมั่นที่จะผลักดันกิจกรรมลักษณะนี้ต่อไป เพื่อให้นิสิตมีโอกาสเรียนรู้จากธรรมชาติจริง และสร้างแรงบันดาลใจในการมีส่วนร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรทางน้ำเพื่อประโยชน์ของชุมชนและสังคมในอนาคต

นิสิตจากคณะสาธารณสุขศาสตร์ ศึกษาดูงานเทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสียที่สถานีบำบัดน้ำเสีย

เมื่อวันจันทร์ที่ 25 ธันวาคม 2566 เวลา 15.00 น. บุคลากรกองอาคารสถานที่ของมหาวิทยาลัยนเรศวรได้ให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงานนิสิตจากคณะสาธารณสุขศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม จำนวน 67 คน พร้อมด้วย ดร.กนกทิพย์ จักษุ ที่ได้เข้ามาศึกษาดูงานในรายวิชา “เทคโนโลยีการบำบัดและการจัดการน้ำเสีย” ที่สถานีบำบัดน้ำเสียส่วนกลางของมหาวิทยาลัยนเรศวร

กิจกรรมในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่คณะนิสิตเกี่ยวกับการจัดการน้ำเสียและการบำบัดน้ำเสียในระดับมหาวิทยาลัย โดยที่สถานีบำบัดน้ำเสียส่วนกลางของมหาวิทยาลัยนเรศวรถือเป็นต้นแบบที่สำคัญในการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการจัดการน้ำเสียอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 6) ที่มหาวิทยาลัยนเรศวรมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

การศึกษาดูงานในครั้งนี้นิสิตได้เรียนรู้กระบวนการต่าง ๆ ในการบำบัดน้ำเสีย ตั้งแต่ขั้นตอนการเก็บรวบรวมน้ำเสีย การกรอง การบำบัดทางชีวภาพไปจนถึงกระบวนการที่ช่วยในการผลิตน้ำสะอาดที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ในกิจกรรมต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรที่ดูแลระบบบำบัดน้ำเสีย ซึ่งช่วยให้คณะนิสิตมีความเข้าใจในเชิงลึกเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

บรรยากาศของการศึกษาดูงานในครั้งนี้เต็มไปด้วยความอบอุ่นและน่ารัก โดยบุคลากรกองอาคารสถานที่ได้อธิบายและให้ข้อมูลอย่างละเอียดเพื่อให้คณะนิสิตสามารถเข้าใจถึงกระบวนการที่ซับซ้อนในการบำบัดน้ำเสีย และการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการจัดการน้ำเสีย ซึ่งเป็นการส่งเสริมการจัดการทรัพยากรน้ำที่ยั่งยืนตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 6) ของมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านการจัดการทรัพยากรน้ำ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการให้ความรู้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องในด้านนี้ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต

ม.นเรศวร มุ่งอนุรักษ์แหล่งน้ำและความหลากหลายทางชีวภาพ

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญต่อแนวทางการจัดการและอนุรักษ์แหล่งน้ำภายในมหาวิทยาลัย โดยตระหนักถึงความสำคัญของน้ำในฐานะทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นหัวใจสำคัญของชีวิตและสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการพื้นที่แหล่งน้ำในมหาวิทยาลัยนเรศวรถือเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการสร้างมหาวิทยาลัยสีเขียว (Green University)

มหาวิทยาลัยนเรศวรมีพื้นที่แหล่งน้ำกว่า 225 ไร่ คิดเป็น 16.24% ของพื้นที่ทั้งหมด การดูแลและอนุรักษ์พื้นที่เหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างความร่มรื่นและความสวยงาม แต่ยังเป็นแหล่งพักผ่อนและสถานที่ออกกำลังกายของนิสิต บุคลากร และประชาชนโดยรอบ อีกทั้งยังเป็นที่อยู่อาศัยของนกอพยพและสิ่งมีชีวิตน้ำหลายชนิด ซึ่งช่วยเสริมสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ

เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มหาวิทยาลัยได้ตั้งชื่อแหล่งน้ำภายในพื้นที่ให้มีความหมายและสอดคล้องกับประวัติศาสตร์และพระราชวงศ์ ได้แก่

  1. สระเอกกษัตรี (ข้างอาคารจอดรถ ซ้ายมือทางเข้าหอสมุด)
  2. สระมณีรัตนา (บริเวณเทเลทับบี้ ตรงข้ามอาคารเอกประสงค์)
  3. สระบรมดิลก (ตรงข้ามคณะแพทยศาสตร์)
  4. สระสุริโยทัย (พื้นที่หอพักนิสิต NU Dorm)
  5. สระสองกษัตริย์ (บริเวณหอพระเทพรัตน์)
  6. สระสุพรรณกัลยา (ข้างสระว่ายน้ำสุพรรณกัลยา)

การตั้งชื่อดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการเทิดพระเกียรติและเชิดชูพระราชประวัติของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและพระราชวงศ์ แต่ยังช่วยสร้างความตระหนักรู้แก่สังคมและผู้ใช้พื้นที่ถึงคุณค่าของน้ำและความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ

นอกจากการอนุรักษ์แหล่งน้ำแล้ว มหาวิทยาลัยนเรศวรยังดำเนินการปลูกต้นไม้และดูแลพันธุ์ไม้หลากหลายชนิดในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง การสร้างพื้นที่สีเขียวช่วยลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพิ่มคุณภาพอากาศ และสร้างบรรยากาศที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้ รวมถึงสนับสนุนสุขภาพที่ดีของนิสิตและบุคลากร

การดำเนินงานดังกล่าวยังสอดคล้องกับการส่งเสริมการอนุรักษ์แหล่งน้ำในด้านวิชาการ โดยมหาวิทยาลัยนำองค์ความรู้จากงานวิจัยมาประยุกต์ใช้เพื่อดูแลคุณภาพน้ำและระบบนิเวศ ตลอดจนจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจแก่นิสิต เยาวชน และชุมชนในเรื่องความสำคัญของน้ำและสิ่งแวดล้อม

ในเชิงปฏิบัติ มหาวิทยาลัยนเรศวรได้จัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่เปิดโอกาสให้นิสิตและบุคลากรเข้ามามีส่วนร่วม เช่น การปลูกต้นไม้ การดูแลพื้นที่รอบแหล่งน้ำ และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งเหล่านี้ช่วยให้เกิดการบูรณาการระหว่างการเรียนการสอน งานวิจัย และกิจกรรมเพื่อสังคม

มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงไม่เพียงเป็นสถาบันการศึกษาที่มุ่งเน้นด้านวิชาการ แต่ยังเป็นต้นแบบในการสร้างความตระหนักรู้และการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพในท้องถิ่น โดยการบูรณาการแนวคิดพัฒนาที่ยั่งยืน

ม.นเรศวรใส่ใจนิสิต ติดตั้งเครื่องกรองน้ำในหอพัก บริการน้ำดื่มฟรี

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ รวมถึงด้าน SDG 6: การจัดการน้ำและสุขาภิบาลที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงน้ำสะอาดและการจัดการด้านสุขาภิบาลอย่างมีคุณภาพสำหรับทุกคน หนึ่งในโครงการสำคัญที่แสดงถึงความมุ่งมั่นนี้ คือ โครงการติดตั้งเครื่องกรองน้ำในหอพักนิสิต

รายละเอียดโครงการติดตั้งเครื่องกรองน้ำในหอพักนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ติดตั้งเครื่องกรองน้ำให้บริการนิสิตใหม่ในทุกอาคารหอพัก รวมจำนวนทั้งสิ้น 30 เครื่อง โครงการนี้เกิดจากความใส่ใจในคุณภาพชีวิตของนิสิตนอกห้องเรียน โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อให้นิสิตสามารถเข้าถึงน้ำดื่มที่สะอาดและปลอดภัยได้อย่างเท่าเทียม

วัตถุประสงค์ของโครงการ
  1. ส่งเสริมสุขภาพของนิสิต การมีน้ำดื่มสะอาดในพื้นที่อยู่อาศัยช่วยลดความเสี่ยงจากโรคที่เกี่ยวข้องกับน้ำไม่สะอาด เช่น โรคทางเดินอาหาร หรือการปนเปื้อนจากสารเคมี
  2. ลดต้นทุนและสนับสนุนความยั่งยืน นิสิตไม่จำเป็นต้องซื้อน้ำดื่มบรรจุขวด ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายและลดปริมาณขยะพลาสติกในพื้นที่
  3. สร้างความเท่าเทียมในด้านการเข้าถึงทรัพยากรพื้นฐาน การติดตั้งเครื่องกรองน้ำในทุกอาคารของหอพัก ช่วยให้นิสิตทุกคนสามารถใช้งานได้อย่างทั่วถึง
ผลกระทบเชิงบวกต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
  1. สนับสนุนการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เครื่องกรองน้ำที่ติดตั้งช่วยให้สามารถใช้น้ำอย่างประหยัดและลดการสูญเปล่า น้ำดื่มสะอาดช่วยลดการพึ่งพาน้ำดื่มบรรจุขวด ซึ่งส่งผลดีต่อระบบนิเวศในระยะยาว
  2. ลดปริมาณขยะพลาสติก การส่งเสริมนิสิตใช้น้ำดื่มจากเครื่องกรองน้ำในหอพัก แทนการใช้น้ำดื่มบรรจุขวด ลดปริมาณขยะพลาสติกที่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยและชุมชนโดยรอบ
  3. เสริมสร้างสุขภาวะที่ดี (SDG 3) น้ำสะอาดเป็นพื้นฐานสำคัญของการมีสุขภาพที่ดี ซึ่งช่วยสนับสนุนเป้าหมาย SDG 3: การส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี

กระบวนการดำเนินงาน มหาวิทยาลัยได้ดำเนินงานอย่างรอบคอบในทุกขั้นตอน เพื่อให้โครงการนี้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของนิสิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ:

  1. สำรวจความต้องการ
    สำรวจความคิดเห็นของนิสิตและตรวจสอบสภาพความพร้อมของหอพัก เพื่อกำหนดจำนวนและตำแหน่งการติดตั้งเครื่องกรองน้ำ
  2. คัดเลือกเครื่องกรองน้ำคุณภาพสูง
    เลือกใช้เครื่องกรองน้ำที่ได้รับมาตรฐาน และมีประสิทธิภาพในการกรองสิ่งปนเปื้อน เช่น สารเคมี โลหะหนัก และจุลินทรีย์
  3. ติดตั้งและดูแลรักษา
    มีการติดตั้งในจุดที่สะดวกต่อการใช้งาน พร้อมทั้งจัดให้มีการดูแลรักษาและเปลี่ยนไส้กรองน้ำอย่างสม่ำเสมอ

ความมุ่งมั่นในอนาคต มหาวิทยาลัยมีแผนจะขยายโครงการด้านการจัดการน้ำไปยังพื้นที่อื่น เช่น อาคารเรียน โรงอาหาร และศูนย์กีฬาของมหาวิทยาลัย รวมถึงการสร้างความตระหนักรู้ในหมู่นิสิตและบุคลากรเกี่ยวกับการใช้น้ำอย่างประหยัดและยั่งยืน

โครงการติดตั้งเครื่องกรองน้ำในหอพักนิสิตของมหาวิทยาลัยนเรศวรสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพชีวิตนิสิต พร้อมทั้งสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนด้าน SDG 6 และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในมหาวิทยาลัย ด้วยแนวทางที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และพันธกิจของมหาวิทยาลัยในการเป็นสถาบันที่ใส่ใจและพัฒนาชุมชนในทุกมิติ

ม.นเรศวร ดูแลจัดการทรัพยากรน้ำและบำบัดน้ำเสียอย่างยั่งยืน ด้วยเครื่องเติมอากาศกังหันตีน้ำพลังงานแสงอาทิตย์

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ดำเนินการตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 6) โดยมุ่งเน้นการดูแลจัดการทรัพยากรน้ำและการบำบัดน้ำเสียอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดปัญหาน้ำเน่าเสียและเพิ่มความสะอาดของแหล่งน้ำ โดยหนึ่งในกิจกรรมสำคัญคือการบำรุงรักษาเครื่องเติมอากาศกังหันตีน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ (โซล่าเซลล์) ที่ใช้พลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์ในการทำงาน

ในวันที่อากาศร้อนแรง บุคลากรกองอาคารสถานที่ของมหาวิทยาลัยได้ออกมาดูแลทำความสะอาดเครื่องเติมอากาศกังหันตีน้ำ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มออกซิเจนในน้ำ เพื่อส่งเสริมกระบวนการบำบัดน้ำและลดการเกิดน้ำเน่าเสีย การทำความสะอาดแผงโซล่าเซลล์อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้แผงโซล่าเซลล์สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและประหยัดพลังงานในการขับเคลื่อนเครื่องเติมอากาศกังหันตีน้ำ โดยการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงานหลักที่สะอาดและยั่งยืน

การดำเนินงานในลักษณะนี้ไม่เพียงแต่สนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 6) ในการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน แต่ยังช่วยสร้างความตระหนักถึงการใช้พลังงานทดแทนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยมหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน.

ที่มา: ที่มา: กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร บริการน้ำดื่มฟรี

หอพักนิสิต มีจุดบริการน้ำดื่มฟรีที่ผ่านขั้นตอนการกรองน้ำอย่างมีคุณภาพ โดยมีการเปลี่ยนไส้กรองน้ำใหม่เพื่อสุขอนามัยของทุกคน ดื่มน้ำสะอาดพร้อมติดตั้งบนเครื่องทำน้ำร้อน น้ำเย็น เพื่อให้บริการแก่นิสิตในหอพักมหาวิทยาลัยนเรศวร

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญต่อการบริการนิสิตในมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีจุดบริการน้ำดื่มฟรีที่ถูกสุขอนามัย บริการทั้งในส่วนอาคารเรียนต่างๆ และหอพักนิสิต รวมถึงบุคลากร ให้เข้าถึงบริการน้ำดื่มที่สะอาด ปลอดภัยถูกหลักสุขอนามัยโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ที่มา: หอพักนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร NU Dorm

“NU Going Green” เปลี่ยนขวดพลาสติกเป็นภาชนะปลูกต้นไม้ สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ดำเนินงานที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 12: การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ผ่านโครงการ “NU Going Green” ที่มุ่งเน้นการจัดการทรัพยากรและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในด้านต่างๆ โดยตัวอย่างหนึ่งที่แสดงถึงความมุ่งมั่นในเป้าหมายนี้ คือการเปลี่ยนขยะพลาสติกให้กลายเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า

เปลี่ยนขวดพลาสติกให้กลายเป็นภาชนะเพาะชำ บุคลากรกองอาคารสถานที่ของมหาวิทยาลัย ได้ริเริ่มโครงการที่สร้างสรรค์โดยนำขวดพลาสติกที่ไม่ได้ใช้งาน มาประยุกต์เป็นภาชนะเพาะชำสำหรับปลูกถั่วบราซิลและพืชประดับต่างๆ ทดแทนการใช้ถุงเพาะชำพลาสติกทั่วไป วิธีนี้ไม่เพียงช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกในมหาวิทยาลัย แต่ยังส่งเสริมการใช้งานวัสดุอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

เพิ่มพื้นที่สีเขียวและจุดพักผ่อน พื้นที่บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจที่มีความร่มรื่น โดยมีการปลูก ถั่วบราซิล (Arachis pintoi) ซึ่งเป็นพืชที่เหมาะสมกับการคลุมดิน เนื่องจากมีอัตราการเจริญเติบโตที่เร็วและสามารถป้องกันการชะล้างหน้าดินได้ดี นอกจากนี้ ยังมีการปลูกไม้ประดับอื่นๆ เพิ่มเติมเพื่อเสริมความสวยงามและเพิ่มความหลากหลายของพืชในพื้นที่

การใช้น้ำจากระบบบำบัด อีกหนึ่งแนวทางที่สำคัญของโครงการนี้คือการใช้น้ำที่ผ่านกระบวนการบำบัดแล้วมารดน้ำต้นไม้ในพื้นที่ การนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ช่วยลดการสิ้นเปลืองทรัพยากรน้ำ และยังเป็นตัวอย่างที่ดีของการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพในบริบทของการพัฒนาสีเขียว

ลักษณะและประโยชน์ของถั่วบราซิล ถั่วบราซิลเป็นไม้ล้มลุกที่มีอายุหลายปี ลำต้นทอดเลื้อยคลุมดิน มีลักษณะใบประกอบแบบขนนก ใบย่อยมีขนาดเล็กและดอกสีเหลืองสดใสที่ออกดอกตลอดปี จึงเหมาะสำหรับการปลูกเป็นพืชคลุมดินเพื่อเพิ่มความเขียวขจีในพื้นที่ ข้อดีที่สำคัญของถั่วบราซิลคือการเจริญเติบโตที่เร็ว และสามารถขยายพันธุ์ง่ายด้วยวิธีการปักชำ นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันการพังทลายของดินและเพิ่มความชุ่มชื้นในพื้นที่

บทบาทของมหาวิทยาลัยในด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน โครงการ “NU Going Green” เป็นตัวอย่างที่ดีของการประยุกต์ใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนและการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยนเรศวรได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม และยังเป็นแบบอย่างที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับสถาบันอื่นๆ ในการมีส่วนร่วมในการบรรลุเป้าหมาย SDGs อย่างยั่งยืน.

การผลิตน้ำประปา การจัดหาน้ำสะอาดและการจัดการคุณภาพน้ำของมหาวิทยาลัยนเรศวร

วันพฤหัสบดีที่ 9 มีนาคม 2566 เวลา 14.00 น. บุคลากรกองอาคารสถานที่ ให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงานนิสิตคณะสาธารณสุขศาสตร์ สาขาวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม ชั้นปีที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2565 จำนวน 67 คน อาจารย์ ณัฐพงศ์ โปรยสุรินทร์ พร้อมด้วยคณาจารย์ เพื่อเข้ามาศึกษาดูงานการผลิตน้ำประปา การจัดหาน้ำสะอาดและการจัดการคุณภาพน้ำของมหาวิทยาลัยนเรศวร บรรยากาศเป็นไปด้วยน่ารักและความอบอุ่น ณ โรงผลิตน้ำประปา มหาวิทยาลัยนเรศวร

ที่มา: กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร ตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างรู้คุณค่า

วันอนุรักษ์น้ำโลก หรือ World Water Day ตรงกับวันที่ 22 มีนาคม ของทุกปี ซึ่งถือเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของมวลมนุษยชาติเลยทีเดียว เพราะมนุษย์เราต้องใช้ทรัพยากรน้ำในการดำรงชีวิต

วันอนุรักษ์น้ำโลก มีจุดเริ่มต้นจากการประชุมเรื่องสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ที่เมืองริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล ในวันที่ 22 มีนาคม ปี 1992 ที่มีเนื้อหาสำคัญโดยตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรน้ำของมนุษย์ จึงมีแนวคิดที่จะจัดกิจกรรมที่จะเป็นแผนแม่บทให้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกได้เฝ้าระวังทรัพยากรน้ำในประเทศนั้น ๆ และในวันนั้นเองสมัชชาทั่วไปแห่งสหประชาชาติก็ได้ออกประกาศให้วันที่ 22 มีนาคม ของทุกปี เป็นวัน World Water Day หรือ วันอนุรักษ์น้ำโลก

โดยทางองค์การสหประชาชาติจะกำหนดธีม หรือหัวข้อประเด็นของวันอนุรักษ์น้ำโลกในแต่ละปีแตกต่างกันออกไป ซึ่งแม้การรณรงค์ในวันน้ำโลกจะไม่สามารถประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาได้ แต่การกำหนดหัวข้อของวันน้ำโลกในแต่ละปีนั้นถือเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงประเด็นปัญหาสำคัญเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำที่เชื่อมโยงกับประชากรโลกได้เป็นอย่างดี และในปี 2023 ได้กำหนดธีมรณรงค์ไว้ คือ Partnerships and Cooperation for Water

มหาวิทยาลัยนเรศวร เล็งเห็นถึงความสำคัญในการมีส่วนร่วมการอนุรักษ์น้ำ และตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างรู้คุณค่า มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการแหล่งน้ำภายในมหาวิทยาลัย หมุนเวียนการใช้น้ำเพื่อลดการใช้อย่างศูนย์เปล่าโดยการนำน้ำเสียจากชุมชนรอบมหาวิทยาลัยเข้าสู่ระบบบำบัดน้ำเสียของมหาวิทยาลัย ก่อนปล่อยสู่ธรรมชาติหรือนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป เช่น รดน้ำต้นไม้ นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญในเรื่องการใช้น้ำอย่างประหยัด ใช้สุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ การรณรงค์ร่วมมือกันประหยัดน้ำ โดยมี อาจารย์ บุคลากร และนิสิต เข้ามามีส่วนร่วม “รู้คุณค่า และใช้น้ำให้เกิดประประโยชน์”

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญต่อการบริการนิสิตในมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีจุดบริการน้ำดื่มฟรีที่ถูกสุขอนามัย บริการทั้งในส่วนอาคารเรียนต่างๆ และหอพักนิสิต รวมถึงบุคลากร ให้เข้าถึงบริการน้ำดื่มที่สะอาด ปลอดภัยถูกหลักสุขอนามัยโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และให้ความรู้ในด้านการบริหารจัดการน้ำ ทั้งน้ำสะอาดและน้ำเสีย ให้ความรู้กับหน่วยงาน นิสิต และภาคประชาชนที่สนใจ เพื่อนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อหน่วยงานและชุมชน รวมถึงมีส่วนร่วมในการช่วยแก้ไขกฤติเกี่ยวกับแหน่งน้ำ หรือโรคที่มากับน้ำ ผ่านความร่วมมือและงานวิจัย เป็นต้น

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin