ม.นเรศวร สร้างพื้นที่ปลอดภัย NU Pride ให้นิสิตแสดงความเป็นตัวตนอย่างภาคภูมิใจ

กิจกรรมเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวรได้เน้นประเด็น NU Pride เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับนิสิตทุกคน โดยสื่อสารถึงข้อความสำคัญว่า “LGBTQIA+ have the freedom to live their truth without fear!” เพื่อให้นิสิตสามารถแสดงออกถึงความเป็นตัวตนของตนเองอย่างภาคภูมิใจและใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยอย่างมีความสุข

กิจกรรมนี้ได้รับการสนับสนุนและผลักดันอย่างต่อเนื่องจาก ศาสตราจารย์ ดร.สุจินต์ จินายน อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร และ รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ให้ความสำคัญและมีส่วนในการขับเคลื่อนนโยบายนี้อย่างต่อเนื่อง

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้จัดทำ ข้อบังคับว่าด้วยเครื่องแต่งกายของนิสิตขั้นปริญญาตรี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2561 ซึ่งระบุว่านิสิตสามารถเลือกแต่งกายตามเพศสภาพได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายของมหาวิทยาลัย นับเป็นมาตรการที่สะท้อนถึงการเคารพ เสรีภาพและความหลากหลายทางเพศ

ในปีการศึกษานี้ มหาวิทยาลัยได้จัดกิจกรรม NU Pride & Rainbow Crossing หรือการสร้างทางม้าลายสายรุ้งบริเวณหน้าหอพักนิสิต ซึ่งเป็นกิจกรรมครั้งที่ 3 ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง นิสิต คณาจารย์ และบุคลากร ของมหาวิทยาลัย เพื่อเป็นสัญลักษณ์แสดงความเป็นตัวตนและการยอมรับความหลากหลายทางเพศ

กิจกรรมนี้ช่วยให้นิสิตสามารถ ก้าวเดินอย่างภาคภูมิใจ สะท้อนถึงความหลากหลายและการยอมรับซึ่งกันและกันในสถาบันการศึกษา อีกทั้งยังเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะชีวิตอย่างมีคุณค่า

มหาวิทยาลัยยังเน้นการสร้างความตระหนักในเรื่อง ความเสมอภาคทางเพศและสิทธิพื้นฐาน ให้แก่นิสิตและบุคลากร โดยใช้กิจกรรมเชิงสัญลักษณ์และการสื่อสารสาธารณะ เพื่อสร้างวัฒนธรรมที่ยอมรับความหลากหลายและเคารพความแตกต่างในสังคม

สุดท้าย กิจกรรม NU Pride ของมหาวิทยาลัยนเรศวรสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้าง สังคมที่เท่าเทียมและครอบคลุมทุกกลุ่ม สนับสนุนให้นิสิตทุกคนสามารถใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยได้อย่างเต็มที่ ภาคภูมิใจในตัวเอง และมีความสุขในการเรียนรู้และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างสงบสุข

ทาสีถนนทางม้าลายสายรุ้ง

เชิญร่วมกิจกรรม Pride month : ทาสีถนนทางม้าลายสายรุ้ง วันที่ 10 มิถุนายน 2567 เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป ณ บริเวณหน้าอาคารขวัญเมือง (หอใน)

เพื่อส่งเสริมและให้ความสำคัญด้านความเท่าเทียมและความเสมอภาคภายในมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เป็นพื้นที่ในการแสดงออกด้านความหลากหลายทางเพศอย่างแท้จริง โดยมีคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย อาจารย์ บุคลากร และนิสิตทำกิจกรรมร่วมกัน

ม.นเรศวร จับมือ สมาคมวิศวกรหญิงไทย (TWEA) จัดงานเสวนา TWEA สัญจร “เตรียมพร้อมทำงานในโลกวิศวกรรมยุคใหม่”

มหาวิทยาลัยนเรศวร มีความมุ่งมั่นในการสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) โดยเฉพาะในด้านการเสริมสร้างความเท่าเทียมทางเพศ (SDG 5) และการสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDG 17) ซึ่งสะท้อนผ่านกิจกรรมที่จัดขึ้นในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2566 โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ ร่วมกับ สมาคมวิศวกรหญิงไทย (TWEA) จัดงาน TWEA สัญจร ในหัวข้อ “เตรียมพร้อมทำงานในโลกวิศวกรรมยุคใหม่” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาทักษะวิศวกรรมและการสร้างโอกาสให้กับผู้หญิงในสาขาวิศวกรรมศาสตร์ รวมถึงการเตรียมความพร้อมให้กับนิสิตในการเข้าสู่การทำงานในอุตสาหกรรมวิศวกรรมสมัยใหม่

งานนี้ได้รับเกียรติจากหลายบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในวงการวิศวกรรมและการพัฒนาที่ยั่งยืน เช่น รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร, ดร. ปิยพรรณ หันนาคินทร์ ประธานกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยนเรศวร และ นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย นายกสมาคมวิศวกรหญิงไทย ซึ่งได้ร่วมเสวนาและถ่ายทอดประสบการณ์ในการทำงานและการพัฒนาอาชีพให้กับนิสิตและนักศึกษา โดยเฉพาะในการเตรียมความพร้อมในการทำงานในโลกวิศวกรรมยุคใหม่

การจัดงานนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างทักษะทางวิศวกรรมให้กับนิสิตเท่านั้น แต่ยังเป็นการสนับสนุนการเสริมสร้างความเท่าเทียมทางเพศ (SDG 5) โดยการส่งเสริมให้ผู้หญิงมีบทบาทในสาขาวิศวกรรมศาสตร์ และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับสากล (SDG 17) ผ่านการสร้างความร่วมมือกับองค์กรต่างๆ เช่น สมาคมวิศวกรหญิงไทย ที่มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างโอกาสและการสนับสนุนผู้หญิงในวงการวิศวกรรม

โดยในงานนี้ นิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยนเรศวรได้รับความรู้และแรงบันดาลใจจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม รวมถึงการพัฒนาเครือข่ายกับองค์กรต่างๆ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในการเติบโตทางวิศวกรรมในอนาคต งานนี้จัดขึ้นที่ห้อง 301 อาคารเอกาทศรถ ชั้น 3 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีนิสิตเข้าร่วมมากกว่า 300 คน

การดำเนินงานเช่นนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งในด้านการพัฒนาทักษะให้กับนักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์และการเสริมสร้างความเท่าเทียมทางเพศในอาชีพวิศวกรรม ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับสังคมและโลกใบนี้

ที่มา: งานประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร บทบาทสตรีที่มีความเท่าเทียม

วันที่ 7 กันยายน 2566 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยุวยงค์ จันทรวิจิตร คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เข้ามอบแจกันดอกไม้แสดงความยินดีกับ รองศาสตราจารย์ ทันตแพทย์หญิง ดร.พีรยา ภูอภิชาติดำรง ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งคณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ณ อาคารบริหาร คณะทันตแพทยศาสตร์

ที่มา: คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

สัมมนานักวิชาการระดับนานาชาติ SOFT POWER: THE CULTURAL DIPOMACY

การสัมมนานักวิชาการระดับนานาชาติด้านอารยธรรมศึกษา ซึ่งจัดขึ้นโดย วารสารอารยธรรมศึกษา โขง-สาละวิน ร่วมกับ กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นเวทีสำคัญในการ ส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการ และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับนานาชาติ กิจกรรมนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการขับเคลื่อนสังคมด้วยพลังแห่งความรู้และความเข้าใจระหว่างวัฒนธรรม เพื่อสร้างความเท่าเทียม ความอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และการพัฒนาที่ยั่งยืนของสังคมโลก

การสัมมนาครั้งนี้มีหัวข้อการนำเสนอที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งมิติของวัฒนธรรม ศิลปะ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เช่น “Process of Korean Wave Development as a Key Driver for Economic Growth” และ “Music for Healing Society” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการใช้พลังของศิลปะและวัฒนธรรมในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน การเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมจากหลากหลายสาขาได้แลกเปลี่ยนมุมมองจึงเป็นการสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่สามารถนำไปต่อยอดในระดับท้องถิ่นและนานาชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หัวข้อ “The Transformative Potential of Small-Scale Community Events: an LGBTQIA+ Perspective” โดย Dr. Williem Coetzee จาก Western Sydney University, Australia เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการสร้างสังคมที่เท่าเทียมและยอมรับความหลากหลาย ผ่านการศึกษาบทบาทของกิจกรรมชุมชนขนาดเล็กในมิติของกลุ่ม LGBTQIA+ การนำเสนอหัวข้อนี้ช่วยให้เกิดความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นต่อประเด็นความเสมอภาคทางสังคม ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของการลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติของสังคม

นอกจากนี้ การสัมมนายังเปิดเวทีให้กับหัวข้อ “Local Food on Global Stages” โดย อาจารย์อนุวัต เชื้อเย็น จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ที่มุ่งเน้นการเผยแพร่วัฒนธรรมอาหารท้องถิ่นสู่เวทีโลก การนำเสนอเรื่องนี้ไม่เพียงช่วย สร้างอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมแต่ยังเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนผ่านการท่องเที่ยวและการบริโภคอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญของการบริโภคและการผลิตที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม

การจัดกิจกรรมในลักษณะนี้ยังเป็นการ ส่งเสริมการเข้าถึงองค์ความรู้ของทุกกลุ่มคนอย่างเท่าเทียม โดยไม่จำกัดเฉพาะนักวิชาการระดับสูง แต่เปิดโอกาสให้กับนิสิตและบุคลากรในสถาบันการศึกษาได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะด้านการวิจัย การนำเสนอผลงาน และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเวทีระดับนานาชาติ อันเป็นการยกระดับคุณภาพการศึกษาและสร้างฐานความรู้ที่มั่นคงในระยะยาว

อีกประการหนึ่ง การสัมมนาครั้งนี้เป็นตัวอย่างของ การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและรับผิดชอบ ทั้งในด้านการจัดการกิจกรรมและการเผยแพร่ผลลัพธ์ในรูปแบบดิจิทัล ซึ่งช่วยลดการใช้ทรัพยากรทางกายภาพและสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนในมิติสิ่งแวดล้อม การดำเนินงานเช่นนี้แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในทุกขั้นตอนของการสร้างความรู้และการจัดกิจกรรมทางวิชาการ

โดยสรุป การสัมมนานักวิชาการระดับนานาชาติด้านอารยธรรมศึกษาครั้งนี้เป็นเวทีที่รวมพลังของนักวิชาการจากหลายประเทศ เพื่อสร้างความเข้าใจระหว่างวัฒนธรรมและเสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการอย่างยั่งยืน การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในด้านศิลปะ วัฒนธรรม และสังคม ไม่เพียงช่วยลดความเหลื่อมล้ำ แต่ยังสนับสนุนแนวทางการบริโภคและการพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นการขับเคลื่อนสังคมไปสู่อนาคตที่เท่าเทียม มีคุณภาพ และยั่งยืนอย่างแท้จริง

ที่มา: กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร

รายการ รักไม่รู้โรย เรื่องการเก็บรักษานมแม่

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้มุ่งมั่นในการสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะในด้านความเท่าเทียมทางเพศ (SDG 5) ผ่านการส่งเสริมบทบาทของสตรีและการดูแลสุขภาพที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญในการส่งเสริมความเสมอภาคและการให้โอกาสในการดูแลสุขภาพของเด็กและแม่ทุกคน

หนึ่งในกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ดำเนินการเพื่อเสริมสร้างความรู้และสร้างความเข้าใจในเรื่องนี้ คือรายการ “รักไม่รู้โรย เรื่องการเก็บรักษานมแม่” ซึ่งดำเนินรายการโดยอาจารย์นิตยา ศรีบัวรมย์ อาจารย์ประจำคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร รายการดังกล่าวได้มีการพูดคุยและให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการเก็บรักษานมแม่อย่างถูกวิธี ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพของทารกและช่วยเพิ่มโอกาสให้เด็กได้รับสารอาหารที่ดีที่สุดจากนมแม่

รายการนี้มีการพูดถึงเทคนิคและแนวทางในการเก็บรักษานมแม่ที่ถูกสุขลักษณะเพื่อให้คงคุณค่าทางโภชนาการและคุณภาพของนมแม่ในระยะยาว อีกทั้งยังส่งเสริมให้สตรีและแม่ในชุมชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งแม่และเด็ก โดยเน้นการสร้างความเข้าใจในเรื่องการเสริมสร้างสุขภาพที่ดีผ่านการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากการให้ความรู้เกี่ยวกับการเก็บรักษานมแม่แล้ว รายการนี้ยังสร้างพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญในด้านการพยาบาลและสุขภาพ ซึ่งช่วยกระตุ้นให้สตรีและแม่ในชุมชนตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลตนเองและการให้ความสำคัญกับบทบาทของตนในการสร้างความยั่งยืนให้กับการเลี้ยงดูและการพัฒนาสุขภาพของเด็ก

กิจกรรมดังกล่าวมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความเข้าใจในเรื่องความเสมอภาคทางเพศและการเสริมพลังให้กับสตรี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 5) ของมหาวิทยาลัยนเรศวร นอกจากนี้ยังเป็นตัวอย่างที่ดีของการนำความรู้ในด้านการพยาบาลและสุขภาพมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความยั่งยืนในสังคมอย่างแท้จริง

ที่มา: สถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยนเรศวร NUradio Naresuan

https://youtu.be/iGwzo_0qo3I

NU Art & Craft Fun Fair 2023: ม.นเรศวร ส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ พร้อมสร้างสรรค์โลกยั่งยืน

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะในด้านการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ (SDG 5) และการสนับสนุนความหลากหลายในทุกมิติของสังคม ซึ่งได้สะท้อนผ่านกิจกรรม “NU Art & Craft Fun Fair 2023” เทศกาลความบันเทิงพร้อมรักษ์โลกแบบยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “MO(RE)DERN” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-8 กรกฎาคม 2566 เวลา 16.00 – 23.00 น. ณ อาคารอเนกประสงค์ และอาคารวิสุทธิกษัตริย์

กิจกรรมนี้มุ่งเน้นการส่งเสริมการแสดงออกของนิสิตและบุคลากรในมหาวิทยาลัย ผ่านงานศิลปะและงานฝีมือที่สะท้อนความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) และการสนับสนุนความเท่าเทียมในทุกเพศ โดยยังคงเน้นย้ำเรื่องความยั่งยืนและการรักษาสิ่งแวดล้อม ภายในงานมีการจัดนิทรรศการ การแสดงดนตรีสด และกิจกรรมสร้างสรรค์ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้และแสดงออกถึงตัวตน

“NU Art & Craft Fun Fair 2023” ไม่เพียงสร้างพื้นที่สำหรับการแสดงออกเชิงสร้างสรรค์และการเฉลิมฉลองความหลากหลาย แต่ยังเป็นการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความเท่าเทียมทางเพศในสังคม ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสนับสนุน SDG 5 ผ่านกิจกรรมที่สร้างสรรค์และยั่งยืน.

บทบาทสตรี ความเท่าเทียมในรั้วมหาวิทยาลัยนเรศวร

คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอแสดงความยินดีกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรอุษา สุวรรณประเทศ ในโอกาสได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง #คณบดีคณะมนุษยศาสตร์ ตั้งแต่ วันที่ 26 กรกฎาคม 2566 เป็นต้นไป

ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงการให้ความสำคัญต่อบทบาทสตรีในมหาวิทยาลัยนเรศวร ในโอกาสได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บริหารหน่วยงานระดับคณะวิชา

ที่มา: คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ NU Pride เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมและความหลากหลายทางเพศ

มหาวิทยาลัยนเรศวรมีความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะในด้านการเสริมสร้างความเท่าเทียมทางเพศ (SDG 5) ผ่านกิจกรรมที่ส่งเสริมความหลากหลายทางเพศและความเสมอภาคในทุกมิติของสังคม หนึ่งในกิจกรรมที่โดดเด่นคือการจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ NU Pride🏳️‍🌈 ในวันที่ 13 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมและสนับสนุนสิทธิของกลุ่ม LGBTQ+ โดยมหาวิทยาลัยได้มีการจัดกิจกรรมที่เปิดกว้างและเป็นมิตรสำหรับทุกคน

กิจกรรมนี้จัดขึ้นบริเวณด้านหน้าอาคารขวัญเมือง และโครงการหอพักนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร (หอใน) โดยมีผู้บริหาร อาจารย์ บุคลากร และนิสิตจากคณะต่างๆ รวมถึงองค์การนิสิต สภานิสิต และจิตอาสาเข้าร่วมอย่างคับคั่ง เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์ทางม้าลายสีสดใส ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการยอมรับความหลากหลายทางเพศและการต้อนรับน้องใหม่มหาวิทยาลัยนเรศวรในปีการศึกษา 2566

การจัดกิจกรรม NU Pride นี้ไม่เพียงแต่เป็นการเฉลิมฉลองความหลากหลายทางเพศ แต่ยังเป็นการส่งเสริมการรับรู้และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับความเท่าเทียมในสังคม ซึ่งถือเป็นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG 5 โดยเน้นความเสมอภาคและสิทธิของทุกคนในสังคม รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้างและไม่เลือกปฏิบัติในมหาวิทยาลัยนเรศวร.

ที่มา: งานประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

Love Alarm – เวลาแห่งความรักและความสุขที่ ม.นเรศวร

Love Alarm – เวลาแห่งความรักและความสุข โปรเจกต์วันแห่งความรักของกองกิจการนิสิต ที่ได้จัดให้ลานกิจกรรม NU Playground กลายเป็นสถานที่ที่อบอวลไปด้วยความรักของทุกความสัมพันธ์ ทุกสิ่งในงานล้วนแต่สีชมพู รวมถึงสีท้องฟ้าที่เป็นใจให้กับงานของเราด้วย

ในกิจกรรมนี้เราได้เชิญคู่รัก 2 คู่ที่เป็นศิษย์เก่าของเรา และจุดเริ่มต้นของความรักทั้ง 2 คู่เกิดขึ้นที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร

เริ่มต้นที่คู่แรก พี่พล เฉลิมพล รัตนชาญชัย ศิษย์เก่ารหัส 45 และพี่ออย เกษราภรณ์ รัตนชาญชัย ศิษย์เก่ารหัส 46
คู่รักศิษย์เก่าแห่งร้าน X-cite T-Shirt ที่คอยดูแลและผลิตเสื้อให้กับกิจกรรมของนิสิตในมหาวิทยาลัย จุดเริ่มต้นความรักทั้งคู่เกิดขึ้นบ่มเพาะ และเติบโตไปพร้อมๆ กันกับมหาวิทยาลัยจริงๆ เลยสำหรับคู่นี้ และยังทำให้ผู้ที่มาเข้าร่วมในงานได้เรียนรู้มุมมองของความรักสำหรับผู้ใหญ่ ที่ต้องอาศัยความเข้าใจและการให้อภัยซึ่งกันและกัน

ต่อกันเลยสำหรับคู่รัก LGBTQ คู่รักวัยแรกแย้ม กับน้องฟลุ๊ค ชรินทร์ ระวังทรัพย์ ศิษย์เก่ารหัส 58 และน้องฟลุ๊ค เกริกเกียรติ ต่อเขต ศิษย์เก่ารหัส 59 ต้องขอบคุณน้องทั้ง 2 คนที่มาเล่าประสบการณ์ตั้งแต่เริ่ม Callout กับครอบครัว การเริ่มต้นความรักของทั้งคู่ รวมถึงการมีรักในวัยเรียน ถ้าได้ยินคำนี้รู้สึกยังไงบ้าง ซึ่งน้องฟลุ๊ค ชรินทร์ ระวังทรัพย์ ได้ให้ข้อคิดที่สำหรับสำหรับการมีความรักในวัยเรียน มีได้แต่ต้องรู้จักป้องกัน ต้องขอนับถือในตัวของทั้งสองคนที่ออกมาเล่าประสบการณ์นี้ให้กับผู้เข้าร่วมงานได้เรียนรู้ไปพร้อมๆกัน

ทางเราต้องขอชื่นชมและยินดีกับความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น ที่รั้วแห่งมหาวิทยาลัยนเรศวร เชื่อว่ามีศิษย์เก่าอีกหลายคู่เลยที่ความรักเริ่มต้น และเติบโตที่ที่แห่งนี้ เราขอเป็นกำลังใจให้กับทุกความสัมพันธ์ ท้ายนี้ขอขอบคุณศิษย์เก่าทุกคนที่ยังรัก และกลับมาหา กลับมาช่วยกันพัฒนามหาวิทยาลัยรอชมการเติบโตของทุกคนตลอดไป…. เพราะศิษย์เก่า คือ ทรัพยากรที่มีค่าของมหาวิทยาลัยนเรศวร

ที่มา: กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin