ม.นเรศวร ขับเคลื่อนสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ เสริมพลังความร่วมมือสร้างมหาวิทยาลัยคาร์บอนเป็นกลาง

วันที่ 23 – 25 สิงหาคม 2567 รองศาสตราจารย์ ดร.ประพิธาริ์ ธนารักษ์ คณะทำงานโครงการฯ พร้อมด้วยนิสิตปัจจุบันและศิษย์เก่าของวิทยาลัยฯ เข้าร่วม กิจกรรมการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรท้องถิ่นเพื่อช่วย “ลด” และ “ชดเชย” (lower & offset) การปล่อยคาร์บอนจนเป็นกลาง ของเครือข่าย C-อพ.สธ. สำหรับสถาบันอุดมศึกษาภาคเหนือตอนล่าง เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนสู่การเป็น มหาวิทยาลัยแห่งความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral University) และมุ่งสู่เป้าหมาย การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ผ่านกระบวนการเรียนรู้และการทำงานร่วมกันอย่างยั่งยืน

กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเรื่อง ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และกระบวนการ ลดและชดเชยการปล่อยคาร์บอน (Carbon Offset) โดยเปิดโอกาสให้นิสิตและเครือข่ายได้เรียนรู้แนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมเชิงวิทยาศาสตร์ การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร การคำนวณปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศ และแนวทางการลดการปล่อยจากกิจกรรมต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัย เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ในการจัดการคาร์บอนอย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังได้เรียนรู้ผ่านการฝึกปฏิบัติจริงเกี่ยวกับ การวัดต้นไม้และการเก็บข้อมูลภาคสนาม เพื่อคำนวณการกักเก็บคาร์บอนของต้นไม้แต่ละชนิด รวมถึงการศึกษาความสามารถของระบบนิเวศป่าไม้และพื้นที่สีเขียวในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญในการลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อน และสร้างความเข้าใจในบทบาทของธรรมชาติในการฟื้นฟูสมดุลของสภาพภูมิอากาศ

โครงการนี้ยังเป็นตัวอย่างของ การบูรณาการเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศและเทคโนโลยีอวกาศ เพื่อสนับสนุนการเก็บข้อมูลและประเมินผลการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ โดยใช้ข้อมูลจากอากาศยานไร้คนขับ (Drone) และภาพถ่ายดาวเทียมในการวิเคราะห์มวลชีวภาพของพื้นที่ป่า การนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ช่วยให้สามารถติดตามผลได้อย่างต่อเนื่องและมีความแม่นยำทางวิชาการสูง

การดำเนินโครงการเกิดจาก ความร่วมมือของหลายหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้แก่ SGtech คณะเกษตรศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ สถานภูมิภาคเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศภาคเหนือตอนล่าง กองส่งเสริมการบริการวิชาการ กองพัฒนาคุณภาพการศึกษา กองอาคารสถานที่ และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) โดยมีเป้าหมายในการสร้างระบบบริหารจัดการคาร์บอนครบวงจร และเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในมหาวิทยาลัย

กิจกรรมดังกล่าวยังส่งเสริมให้เกิด ความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และภาคประชาสังคม ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสร้างนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ การรวมพลังความร่วมมือในลักษณะนี้เป็นรากฐานสำคัญของการสร้างเครือข่ายเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรท้องถิ่นเพื่อ “ลด” และ “ชดเชย” การปล่อยคาร์บอนในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการขับเคลื่อนเป้าหมาย ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ด้วยการผสานองค์ความรู้ เทคโนโลยี และพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อันจะนำไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำและอนาคตที่ยั่งยืนของประเทศ

ม.นเรศวร ส่งเสริมความรู้พื้นฐานการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม 2567 รองศาสตราจารย์ ดร.นิพนธ์ เกตุจ้อย ผู้อำนวยการวิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี (SGtech) มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เข้าร่วมเป็นวิทยากรในงานสัมมนาเชิงวิชาการระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) และบนพื้น (Solar Farm) จัดโดยสมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) ร่วมกับวิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี ณ โรงแรม เดอะ สุโศล กรุงเทพฯ

การบรรยายมุ่งเน้นที่ ความรู้พื้นฐานการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ครอบคลุมหัวข้อที่สำคัญ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์เบื้องต้น สมรรถนะของอุปกรณ์ เทคนิคการเลือกอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน รวมถึงแนวทางการออกแบบระบบผลิตไฟฟ้าทั้งแบบบนหลังคาและบนพื้น เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและเป็นระบบแก่ผู้เข้าร่วมสัมมนา

เนื้อหายังเน้นถึงบทบาทของพลังงานแสงอาทิตย์ในการสร้างระบบพลังงานที่ยั่งยืน ลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศให้ก้าวสู่ เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ถือเป็น พลังงานสะอาดที่ไม่สร้างมลภาวะ เนื่องจากไม่มีการเผาไหม้เชื้อเพลิงและไม่ก่อให้เกิดก๊าซพิษที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ทั้งยังมีส่วนสำคัญในการ ช่วยลดโลกร้อน ด้วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม

การสัมมนาครั้งนี้ยังให้ความสำคัญกับ มาตรฐานด้านเทคนิคและการออกแบบระบบ เพื่อให้การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์มีความปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และคุ้มค่าในเชิงเศรษฐศาสตร์ ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในอนาคต

นอกจากประเด็นทางเทคนิคแล้ว ยังมีการแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับ การติดตั้ง การดำเนินงาน และการบำรุงรักษา ระบบผลิตไฟฟ้า เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานและผู้ประกอบการมีความเข้าใจครบถ้วน สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง และช่วยผลักดันการลงทุนด้านพลังงานสะอาดในประเทศไทย

ท้ายที่สุด งานสัมมนานี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นศูนย์กลางความรู้ด้าน พลังงานสะอาดและการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยการส่งเสริมความรู้พื้นฐานการผลิตไฟฟ้า ควบคู่กับการพัฒนาทักษะบุคลากร เพื่อก้าวสู่อนาคตที่มั่นคงด้านพลังงาน ปลอดมลภาวะ และสังคมที่ลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อนอย่างแท้จริง

ม.นเรศวร จัดประชุมวิชาการ TNDR Conference เสริมความยืดหยุ่นรับภัยพิบัติ และสร้างความร่วมมือระดับเครือข่ายเพื่อสังคมที่ยั่งยืน

วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับมหาวิทยาลัยในเครือข่ายพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย จัดการประชุมวิชาการวิจัยระดับชาติและนานาชาติ The 2nd TNDR Conference (National & International) ภายใต้หัวข้อ “ความยืดหยุ่นรับภัยพิบัติเพื่อสังคมที่ดีขึ้น (Be Better: Disaster Resilience for Better Society)” ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการและการประชุมนเรศวรมหาราช (KNECC) โดยมี ดร.พิจิตต รัตตกุล ประธานเครือข่าย TNDR เป็นประธานเปิดงาน

การประชุมครั้งนี้ประกอบด้วยเวทีเสวนาที่หลากหลาย เริ่มจากประเด็น “ระบบนิเวศของการสนับสนุนการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์” โดยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายภาคส่วน ทั้งภาคการศึกษา ภาครัฐ และภาคเอกชน เช่น ดร.พิจิตต รัตตกุล, รศ.ดร.อภิชาต โสภาแดง, คุณเอกพงศ์ มุสิกะเจริญ และดร.ก่อศักดิ์ โตวรรธกวณิชย์ ซึ่งได้แลกเปลี่ยนมุมมองการนำองค์ความรู้ไปต่อยอดสู่การสร้างเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม

อีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับความสนใจคือการเสวนาเครือข่าย TNDR ในหัวข้อ “โลกเดือด-สุดขั้วภัยพิบัติ จัดการน้ำอย่างไรให้รอด!!!” โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำจากหลายองค์กร ทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจ เช่น สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์กรมหาชน) บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ และมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งร่วมกันแลกเปลี่ยนแนวทางการจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

นอกจากการเสวนาแล้ว ยังมีการนำเสนอผลงานวิจัยทั้งระดับชาติและนานาชาติ ที่สะท้อนถึงการสร้างองค์ความรู้ใหม่ในการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติ รวมถึงการจัดนิทรรศการโปสเตอร์และบูธจากเครือข่าย TNDR ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้และสร้างเครือข่ายวิชาการและวิชาชีพที่เข้มแข็ง

การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพด้าน การรับมือภัยพิบัติ โดยเชื่อมโยงงานวิจัยกับการปฏิบัติจริง และผลักดันให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเผชิญกับความท้าทายใหม่ ๆ จากวิกฤตสิ่งแวดล้อมและภัยธรรมชาติ

มหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะเจ้าภาพ ได้ตอกย้ำบทบาทของตนในการเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยไม่เพียงเน้นการผลิตงานวิจัยเชิงวิชาการ แต่ยังให้ความสำคัญกับการนำไปใช้ประโยชน์จริงในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจให้เข้มแข็งขึ้น

ความร่วมมือจากเครือข่าย TNDR ซึ่งประกอบด้วยมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน แสดงถึงพลังการทำงานร่วมกันที่เป็นรูปธรรม เพื่อพัฒนากลไกการจัดการภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพ และสร้างความยั่งยืนให้กับสังคมในระยะยาว

ท้ายที่สุด การประชุม TNDR Conference ครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการสร้างสังคมที่มีความยืดหยุ่นต่อภัยพิบัติ ควบคู่กับการสร้างความร่วมมือระดับเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของชุมชน เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต

การประชุมวิชาการวิจัยระดับชาติและนานาชาติ “ความยืดหยุ่นรับภัยพิบัติเพื่อสังคมที่ดีขึ้น

การประชุมวิชาการวิจัยระดับชาติและนานาชาติ:The 2nd TNDR Conference (National & International) “ความยืดหยุ่นรับภัยพิบัติเพื่อสังคมที่ดีขึ้น (Be Better: Disaster Resilience for Better Society)” จัดโดย มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับ มหาวิทยาลัยในเครือข่ายพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2567 ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการ การจัดประชุมนเรศวรมหาราช (KNECC) มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยได้รับเกียรติจากดร.พิจิตต รัตตกุล ประธานเครือข่ายพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย (TNDR) เป็นประธานในการเปิดการประชุม

หลังจากนั้นมีการเสวนาที่น่าสนใจ
1 ประเด็น “ระบบนิเวศของการสนับสนุนการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ “
1. ดร.พิจิตต รัตตกุล ประธานเครือข่ายพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย
2. รศ.ดร.อภิชาต โสภาแดง คณบดีวิทยาลัยพหุวิทยาการและสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
3. คุณเอกพงศ์ มุสิกะเจริญ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม (กปว.)
4. ดร.ก่อศักดิ์ โตวรรธกวณิชย์ ผู้จัดการแพล็ตฟอร์มสร้างธุรกิจนวัตกรรม ศูนย์ธุรกิจระหว่างประเทศ บจม.พีทีที โกลบอล เคมิคัล ผู้ดำเนินรายการ: ดร.พิสุทธิ์ อภิชยกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และการถ่ายทอดเทคโนโลยี

2. เสวนาเครือข่าย TNDR ประเด็น “โลกเดือด-สุดขั้วภัยพิบัติ จัดการน้ำอย่างไรให้รอด!!!”
1. คุณวรรธนศักดิ์ สุปะกิ่ง ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและสารสนเทศ ทรัพยากรน้ำ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์กรมหาชน)
2. คุณสุขธวัช พัทธวรากร ผู้อำนวยการทรัพยากรธรรมชาติและพันธกิจสังคม บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)
3. คุณวีฤทธิ กวยะปาณิก หัวหน้าศูนย์บริหารจัดการน้ำ องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่
4. รศ.ดร.เดช วัฒนชัยยิ่งเจริญ นักวิชาการด้านการบริหารจัดการน้ำ มหาวิทยาลัยนเรศวร ผู้ดำเนินรายการ: นายสมคิด สะเภาคำ ผู้อำนวยการศูนย์อุทกวิทยาชลประทานภาคเหนือตอนล่าง

นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ และนานาชาติ พร้อมทั้งนิทรรศการโปสเตอร์และบูธเครือข่าย TNDR

ม.นเรศวร ขับเคลื่อนขนส่งที่ยั่งยืน ด้วยรถไฟฟ้าและเทคโนโลยีอัจฉริยะภายในมหาวิทยาลัย

วันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดเทอมวันแรกด้วยบรรยากาศที่เต็มไปด้วยพลังของนิสิตใหม่ที่พร้อมเข้าสู่การเรียนรู้ โดยมหาวิทยาลัยได้จัดบริการ รถไฟฟ้าภายในมหาวิทยาลัย เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของนิสิต บุคลากร และประชาชนทั่วไป ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความพยายามในการสร้าง เมืองยั่งยืน และขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกในพื้นที่มหาวิทยาลัย

รถไฟฟ้าสีส้มที่วิ่งให้บริการรอบมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้กลายเป็นระบบขนส่งหลักที่ช่วยลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิง ลดมลพิษทางอากาศ และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้ใช้บริการ การส่งเสริมให้ประชาคมมหาวิทยาลัยเลือกใช้ระบบขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนี้ ยังเป็นส่วนสำคัญของการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่เป้าหมาย คาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ มหาวิทยาลัยนเรศวรยังได้พัฒนา Web Application การเดินรถไฟฟ้า ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบตำแหน่งของรถไฟฟ้าได้แบบ Real Time ผ่านเว็บไซต์ https://transit.nu.ac.th ทำให้ผู้โดยสารสามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างสะดวกและแม่นยำ ลดความจำเป็นในการใช้รถยนต์และจักรยานยนต์ส่วนบุคคล ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์

Web Application ดังกล่าวยังมีข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางการเดินรถ ทั้งสายสีเหลืองและสายสีแดงที่มหาวิทยาลัยเปิดให้บริการ เพื่อรองรับการเดินทางภายในมหาวิทยาลัยอย่างครอบคลุม ทั้งยังช่วยสร้างแรงจูงใจให้ผู้คนหันมาใช้ขนส่งสาธารณะภายในมหาวิทยาลัยมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ผู้ใช้งานยังสามารถใช้งานร่วมกับ NU Map ผ่าน https://numap.nu.ac.th เพื่อค้นหาตำแหน่งสถานที่ต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัยได้อย่างสะดวก ทำให้การเดินทางและการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยเป็นไปอย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะด้วยรถไฟฟ้าในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการตอบโจทย์การเดินทาง แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง เมืองยั่งยืน ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของคนในสังคม ตลอดจนเป็นแนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องกับเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

โครงการรถไฟฟ้าและการพัฒนาเทคโนโลยีสนับสนุนดังกล่าวยังสะท้อนให้เห็นถึง การมีส่วนร่วม ของมหาวิทยาลัยนเรศวรกับการพัฒนาสังคมในทุกมิติ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการยกระดับคุณภาพชีวิตของนิสิตและบุคลากร ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของการสร้างมหาวิทยาลัยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

ม.นเรศวร ร่วมเครือข่าย C-อพ.สธ. ขับเคลื่อนสู่มหาวิทยาลัยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์

วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร ในฐานะ สถาบันแม่ข่ายเครือข่ายภาคเหนือตอนล่าง เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการ “การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเครือข่ายเชิงประเด็นโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (C-อพ.สธ.)” ณ ราชาวดี รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล จังหวัดขอนแก่น จัดโดยมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อรวมพลังเครือข่าย 9 แห่งทั่วประเทศในการขับเคลื่อนสถาบันการศึกษาไทยสู่การเป็น มหาวิทยาลัยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์

การประชุมได้รับเกียรติจากนายพันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนและพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รักษาการที่ปรึกษาด้านพัฒนาการอุดมศึกษา เป็นประธานเปิดงาน พร้อมกล่าวถึงบทบาทสำคัญของมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ที่ต้องร่วมมือกันขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน และปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การประชุมครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้เครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาทั้ง 9 แห่ง ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ มหาวิทยาลัยนเรศวรได้เน้นย้ำถึงการสร้างระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการเป็น มหาวิทยาลัยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ที่สามารถวัดผลและขยายผลได้จริง

ในฐานะแม่ข่ายของภาคเหนือตอนล่าง มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงเดินหน้าสนับสนุนสถาบันการศึกษาและชุมชนในเครือข่ายให้ร่วมกันพัฒนาแนวทางที่เหมาะสมต่อการปรับตัว ทั้งในด้านวิถีชีวิต เศรษฐกิจ และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต่อวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การประชุม C-อพ.สธ. จึงไม่ใช่เพียงเวทีเชิงวิชาการ แต่ยังเป็นการเชื่อมโยงความร่วมมือของมหาวิทยาลัยกับภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชน เพื่อร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ช่วยลดคาร์บอน พร้อมสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

บทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งเป็นพลังสำคัญของประเทศในการขับเคลื่อนไปสู่การเป็น มหาวิทยาลัยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ และเป็นต้นแบบด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ

ม.นเรศวร จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ การจัดทำแผนที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมและการแพร่กระจายมลพิษทางอากาศฯ

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้จัด โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการบริหารจัดการชุมชนในประเด็นภัยพิบัติจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานในพิธีเปิด ทั้งนี้โครงการมุ่งเน้นการสร้างองค์ความรู้และทักษะให้แก่ผู้นำชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่นในการรับมือกับ ความเสี่ยงภัยน้ำท่วมและการแพร่กระจายมลพิษทางอากาศ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญจากการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศโลกในปัจจุบัน

โครงการดังกล่าวได้วางแนวทางในการจัดทำ แผนที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมและฝุ่นควัน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการตัดสินใจในการบริหารจัดการพื้นที่ชุมชน โดยมีผู้เข้าร่วมจากหลายจังหวัดในภาคเหนือตอนล่าง ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงพื้นที่และแนวทางลดผลกระทบจากภัยพิบัติ นอกจากนี้ยังมีการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ดร.พิจิตต รัตตกุล ประธานเครือข่ายพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย ได้กล่าวปฐมบทในหัวข้อ “บทบาทการใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศสำหรับพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย” โดยเน้นถึงความสำคัญของ เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ (GIS) ในการวิเคราะห์แนวโน้มความเสี่ยงภัยและการคาดการณ์สถานการณ์ในอนาคต ซึ่งช่วยให้หน่วยงานท้องถิ่นสามารถวางแผนรับมือและลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ยังมีการบรรยายและสาธิตโดย นายวรฤทธิ์ ประเสริฐ และ นางสาวกมลฉัตร ศรีจะตะ จากสถานภูมิภาคเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ภาคเหนือตอนล่าง (GISTNU) ซึ่งได้แนะนำการใช้ซอฟต์แวร์เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลพื้นที่เสี่ยง และการสร้างแบบจำลองข้อมูลเชิงพื้นที่ เพื่อให้ผู้นำชุมชนและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ของตนเองได้จริง

โครงการนี้เกิดจาก ความร่วมมือของหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ สถานวิจัยความเป็นเลิศทางวิชาการด้านเทคโนโลยีพลังงานและสิ่งแวดล้อม และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร รวมถึงการสนับสนุนจากโปรแกรม ERASMUS+ ของสหภาพยุโรป ผ่านโครงการ SECRA และ FOUNTAIN ซึ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานอย่างยั่งยืนในภูมิภาคเอเชีย

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมการพัฒนาสังคมให้มี ความต้านทานต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านการเสริมสร้างองค์ความรู้และการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยเน้นการบูรณาการข้อมูลวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อสร้างแนวทางการปรับตัวต่อสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและไม่แน่นอน

ผลลัพธ์จากโครงการสะท้อนถึง ความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวร ในการเป็นศูนย์กลางทางวิชาการที่ขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืน ผ่านการวิจัย การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางสิ่งแวดล้อมและลดผลกระทบจากภัยธรรมชาติในระยะยาว

การดำเนินงานเชิงรุกในครั้งนี้ไม่เพียงช่วยให้เกิดความรู้ความเข้าใจในระดับชุมชนเท่านั้น แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมที่สามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างสมดุล ลดความเสี่ยงจาก ภัยน้ำท่วม มลพิษทางอากาศ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อย่างยั่งยืนต่อไป

ม.นเรศวร ร่วมประชุม CaRe Network Symposium 2024 ส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนสำหรับลดใช้คาร์บอน

วันพุธที่ 20 มีนาคม 2567 สถานวิจัยเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการด้านการวิเคราะห์ไม่เชิงเส้นและการหาค่าเหมาะที่สุด คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมการประชุมสัมมนาเชิงวิชาการ CaRe Network Symposium 2024 ภายใต้หัวข้อ “Renewable Energy for Sustainable Development Goals” ณ โรงแรม Amari พัทยา จังหวัดชลบุรี

การประชุมดังกล่าวได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เป็นประธานในพิธีเปิด โดยภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย ทั้งการปาฐกถาพิเศษด้านนโยบายโดย ศาสตราจารย์ ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคนและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) รวมถึงการเปิดตัวโครงการวิจัยและจัดแสดงผลงานวิจัยด้านพลังงานหมุนเวียน

โครงการที่นำเสนอในการประชุมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ ยกระดับนักวิจัยไทยสู่การเป็นแกนนำในเครือข่ายวิจัยนานาชาติ โดยมุ่งเน้นการออกแบบและพัฒนาเทคโนโลยีด้าน พลังงานหมุนเวียนสำหรับลดใช้คาร์บอน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนสร้างการเชื่อมโยงงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์จริงในภาคอุตสาหกรรม

โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจาก บพค. และเป็นความร่วมมือของมหาวิทยาลัย 8 แห่งทั่วประเทศ โดยมีนักวิจัยแกนนำระดับประเทศจากมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าทั้งสามสถาบัน ได้แก่ ศาสตราจารย์ ดร.ภูมิ คำเอม จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, ศาสตราจารย์ ดร.ปฏิพัทธ์ ทวนทอง จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และ ศาสตราจารย์ ดร.สุรินทร์ คำฝอย จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

นอกจากนี้ ยังมี ศาสตราจารย์ ดร.นรินทร์ เพชร์โรจน์ ผู้อำนวยการสถานวิจัยเพื่อความเป็นเลิศด้านการวิเคราะห์ไม่เชิงเส้นฯ มหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมเป็นหนึ่งในนักวิจัยหลักของโครงการ แสดงให้เห็นถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการขับเคลื่อนองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์การพัฒนาที่ยั่งยืน

การประชุมยังเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างนักวิจัย นักวิชาการ และผู้แทนจากภาครัฐและภาคเอกชน โดยมุ่งหวังให้ผลงานวิจัยสามารถต่อยอดสู่การประยุกต์ใช้ในเชิงพาณิชย์ สนับสนุนการลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล และช่วย ส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนสำหรับลดใช้คาร์บอน อย่างเป็นรูปธรรม

การมีส่วนร่วมของมหาวิทยาลัยนเรศวรในโครงการครั้งนี้ ตอกย้ำพันธกิจของสถาบันอุดมศึกษาในการพัฒนางานวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับโลก สร้างความร่วมมือกับเครือข่ายนานาชาติ และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำที่มั่นคงและยั่งยืน

ม.นเรศวร ขับเคลื่อนโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดไม่สร้างมลพิษและลดก๊าซเรือนกระจก

วันศุกร์ที่ 29 มีนาคม 2567 สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 3 ได้ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาหอพักนิสิตและอาคารบริการ (อาคารขวัญเมือง) มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งเป็นโครงการต้นแบบที่ช่วยส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดไม่สร้างมลพิษ และยังมีส่วนสำคัญต่อการ ลดก๊าซเรือนกระจก

โครงการนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER) ถือเป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านการใช้พลังงานทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน

การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนอาคารและหอพักนิสิตไม่เพียงช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน แต่ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณมาก อันเป็นการมีส่วนร่วมโดยตรงต่อการ ลดก๊าซเรือนกระจก และบรรเทาผลกระทบจากภาวะโลกร้อน

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้วางเป้าหมายในการเป็นพื้นที่ต้นแบบของสถาบันอุดมศึกษาที่บริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และยังสร้างพื้นที่เรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาดสำหรับนิสิต บุคลากร และชุมชน เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการใช้พลังงานหมุนเวียน

นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังเป็นการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทดแทน การร่วมมือในลักษณะนี้เป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาพลังงานสะอาดของประเทศให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในมหาวิทยาลัยนเรศวร ยังช่วยสนับสนุนนโยบายพลังงานสะอาดระดับชาติและสอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความยั่งยืนทางพลังงานและสิ่งแวดล้อม

ดังนั้น การส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดไม่สร้างมลพิษและการลดก๊าซเรือนกระจก ผ่านโครงการนี้ ไม่เพียงเป็นประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัยและชุมชนเท่านั้น แต่ยังเป็นต้นแบบที่สามารถขยายผลไปสู่สถาบันอื่น ๆ และหน่วยงานในระดับประเทศ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนต่อไป

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการและความเคลื่อนไหวด้านพลังงานสะอาดของมหาวิทยาลัยนเรศวรได้ที่ SGTech Naresuan University, Instagram SGTech และ Facebook SGTech NU

ม.นเรศวร จับมือ มช. ลงนาม MOU ความร่วมมือวิจัยเพื่อการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงาน

วันพุธที่ 20 มีนาคม 2567 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการศึกษาและการพัฒนางานวิจัยเพื่อส่งเสริมการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงานของประเทศ พิธีลงนามจัดขึ้น ณ ห้องประชุมตะวัน กังวานพงศ์ อาคารยุทธศาสตร์ สำนักงานมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมีผู้บริหารและผู้แทนทั้งสองสถาบันเข้าร่วมเป็นสักขีพยานอย่างพร้อมเพรียง

การลงนามครั้งนี้ นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสองมหาวิทยาลัยในการบูรณาการองค์ความรู้และศักยภาพด้านวิชาการเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ท้าทายในปัจจุบัน

บันทึกความร่วมมือ (MOU) ฉบับนี้ให้ความสำคัญกับการ ศึกษาและพัฒนางานวิจัยด้านการลดก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะในภาคพลังงาน ซึ่งเป็นภาคส่วนที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณสูงและส่งผลโดยตรงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การร่วมมือดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์จริงทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ

ภายใต้กรอบความร่วมมือ ทั้งสองมหาวิทยาลัยจะมีการ ประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูล ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการสร้างเครือข่ายวิจัยที่เข้มแข็งเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมด้านพลังงานสะอาดและการลดการปล่อยคาร์บอน ความร่วมมือนี้มีระยะเวลา 3 ปี ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในการสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

ในพิธีลงนามได้รับเกียรติจากผู้บริหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เข้าร่วม ได้แก่ รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ฤกษ์เกรียงไกร รองอธิการบดี, รองศาสตราจารย์ ดร.วินิตา บุณโยดม รองอธิการบดี, ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.สัญชัย จตุรสิทธา, และ รองศาสตราจารย์วงกต วงศ์อภัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพหุศาสตร์ รวมทั้งคณะผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องที่เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

การร่วมมือครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของสถาบันอุดมศึกษาของไทยในการมีบทบาทเชิงรุกต่อการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงาน ที่สอดคล้องกับนโยบายพลังงานสะอาดและการพัฒนาที่ยั่งยืน การบูรณาการงานวิจัยจึงไม่เพียงแต่สนับสนุนด้านวิชาการ แต่ยังช่วยสร้างต้นแบบในการจัดการพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และมหาวิทยาลัยนเรศวรยังเป็น การสร้างความร่วมมือเชิงพันธมิตรของมหาวิทยาลัยในภูมิภาคเดียวกัน ที่มุ่งสร้างพลังร่วมในการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม ความร่วมมือนี้ไม่เพียงมุ่งหวังผลประโยชน์เฉพาะสถาบัน แต่ยังเป็นกลไกสนับสนุนการดำเนินงานตามพันธกรณีของประเทศและความร่วมมือระดับโลกในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

โครงการความร่วมมือนี้จึงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการเชื่อมโยงการวิจัยและการจัดการพลังงานเข้ากับเป้าหมายความยั่งยืนของโลก โดยเน้นทั้งการ ลดก๊าซเรือนกระจก และการสร้าง เครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการในระดับภูมิภาค เพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมของประเทศในระยะยาว

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin