ม.นเรศวร ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงานแก่ภาคอุตสาหกรรมและประชาชน

วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม 2568 ดร.คงฤทธิ์ แม้นศิริ นักวิจัยหน่วยบริการวิชาการเชิงธุรกิจ งานบริการวิชาการ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับเชิญจาก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ให้เป็นวิทยากรบรรยายหัวข้อ “การเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition)” ณ บางแสน จังหวัดชลบุรี โดยมีประชาชน ผู้แทนบริษัทเอกชน นักวิชาการ และสื่อมวลชนเข้าร่วม

การบรรยายครั้งนี้เป็นโอกาสในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านพลังงานจากมหาวิทยาลัยสู่ผู้เข้าร่วมจากหลายภาคส่วน ประเด็น การเปลี่ยนผ่านพลังงาน มีความเกี่ยวข้องกับการปรับรูปแบบการผลิตและการใช้พลังงาน การเพิ่มบทบาทของพลังงานหมุนเวียน ตลอดจนการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

แนวคิด “พลังงานสะอาดเพื่ออนาคตยั่งยืน” ให้ความสำคัญทั้งกับแหล่งพลังงานและวิธีใช้พลังงาน การส่งเสริมพลังงานสะอาดควรดำเนินควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้า เพื่อลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็นและช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

สำหรับภาคอุตสาหกรรม องค์ความรู้เรื่องการเปลี่ยนผ่านพลังงานมีส่วนช่วยประกอบการพิจารณาแนวทางบริหารจัดการพลังงานในสถานประกอบการ ทั้งด้านการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าและการเตรียมความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงของภาคพลังงาน ขณะที่ประชาชนสามารถนำหลักการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน

การมีผู้เข้าร่วมจากภาคเอกชน ภาควิชาการ ประชาชน และสื่อมวลชน เปิดโอกาสให้ความรู้ด้านพลังงานเข้าถึงกลุ่มที่มีบทบาทแตกต่างกัน ภาควิชาการสนับสนุนข้อมูลและองค์ความรู้ ส่วนภาคเอกชนและประชาชนสามารถนำข้อมูลไปพิจารณาใช้ให้เหมาะกับบริบทของตน

การลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงที่ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นประเด็นสำคัญของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้เทคโนโลยีหรือแหล่งพลังงานควรพิจารณาความเหมาะสมด้านการใช้งาน ต้นทุน และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การปรับเปลี่ยนเกิดประโยชน์ในระยะยาว

การเข้าร่วมเป็นวิทยากรของนักวิจัยมหาวิทยาลัยนเรศวรในครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในการ บริการวิชาการและเชื่อมโยงองค์ความรู้กับภาคส่วนต่าง ๆ การแลกเปลี่ยนความรู้กับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและผู้เข้าร่วมกิจกรรม ช่วยขยายการรับรู้เรื่องพลังงานสะอาด การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และแนวทางรับมือกับการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ

ม.นเรศวร นำร่องชุมชนท่าโพธิ์ แลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดการขยะ มุ่งลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์เพื่อสังคมยั่งยืน

วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม 2568 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.นิทรา กิจธีระวุฒิวงษ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและบุคลากร ดำเนินการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายใต้หัวข้อ “ลดการปลดปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เพื่อสังคมที่ยั่งยืนด้วยการจัดการขยะ” ณ อาคารอเนกประสงค์ประปาหมู่บ้าน หมู่ 2 ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

ภายในกิจกรรมดังกล่าว ได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.กานต์พิชชา เกียรติกิจโรจน์ และ ดร.รมย์นลิน เขียนจูม ทำหน้าที่เป็นวิทยากรหลักในการถ่ายทอดองค์ความรู้ โดยมีผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ด้าน การจัดการขยะอย่างยั่งยืน ในระดับชุมชน

กิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริม การจัดการขยะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมทั้งสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนถึงความสำคัญของการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ตามแนวทางการบริโภคและการผลิตที่รับผิดชอบ

กระบวนการเรียนรู้ถูกจัดขึ้นผ่านรูปแบบการลงพื้นที่ศึกษาบริบทจริงของชุมชน รวมถึงการถอดบทเรียนความสำเร็จ อุปสรรค และความท้าทายที่ผ่านมา เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาแผนการจัดการสิ่งแวดล้อมในระดับท้องถิ่นให้มีประสิทธิภาพและเข้าถึงง่าย

การขับเคลื่อนโครงการนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความยั่งยืนและความผาสุกของชุมชน โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างศักยภาพให้เกิดรูปแบบ ครัวเรือนพึ่งตนเอง ในการคัดแยกและลดปริมาณขยะตั้งแต่ต้นทาง เพราะการจัดการขยะอย่างมีระบบ ช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ได้อย่างแท้จริงและก่อให้เกิดประโยชน์ต่อระบบนิเวศในระยะยาว

ในโอกาสนี้ ทางคณะสาธารณสุขศาสตร์ ยังได้รับเกียรติจาก Dr. Snorri Bjorn Rafnsson, Associate Professor จาก Geller Institute of Ageing and Memory (GIAM), School of Medicine and Biosciences, University of West London เข้าร่วมสังเกตการณ์และแลกเปลี่ยนมุมมองในระดับนานาชาติ เพื่อบูรณาการองค์ความรู้ระดับสากลเข้ากับวิถีชีวิตของชุมชนไทย

การมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็งของทุกภาคส่วน ทั้งจากสถาบันการศึกษา ผู้นำชุมชน และประชาชน ถือเป็นพลังสำคัญในการสร้างสังคมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม การบูรณาการความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนพื้นที่เป้าหมาย สู่ความสำเร็จด้านการพัฒนาชุมชนสีเขียวที่ยั่งยืนต่อไป

ม.นเรศวร ชวนร่วมกิจกรรม “ทิ้งเทิร์นให้โลกจำ Upvel 3” ลดขยะพลาสติก สร้างมหาวิทยาลัยสีเขียวอย่างยั่งยืน

วันอังคารที่ 5 สิงหาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยศูนย์จิตอาสาและงานพัฒนานิสิต เชิญชวนนิสิตและบุคลากรเข้าร่วมกิจกรรม “ทิ้งเทิร์นให้โลกจำ Upvel 3” เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการจัดการขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการคัดแยกและส่งต่อขวดพลาสติกเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างถูกต้อง อันเป็นการสร้างวัฒนธรรมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและรับผิดชอบร่วมกันภายในมหาวิทยาลัย

กิจกรรมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมมีส่วนร่วมได้อย่างง่ายดาย โดยการถ่ายภาพขวดพลาสติกประเภท PET และ HDPE ที่แยกประเภทเรียบร้อย จากนั้นลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ พร้อมอัปโหลดภาพเข้าสู่แพลตฟอร์มของโครงการ ซึ่งระบบจะแสดงจำนวนขวดพลาสติกที่ผู้เข้าร่วมสามารถนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้ ช่วยให้ทุกคนเห็นผลลัพธ์ของการมีส่วนร่วมในการลดปริมาณขยะพลาสติกอย่างเป็นรูปธรรม

การคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางถือเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพของ เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัด ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในการผลิตวัสดุใหม่ และเพิ่มโอกาสในการนำพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์อีกครั้ง ซึ่งมีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิตและการกำจัดของเสีย รวมทั้งลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการพัฒนา มหาวิทยาลัยสีเขียว (Green University) โดยส่งเสริมการจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่นิสิตและบุคลากร ผ่านกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และร่วมกันลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว

นอกจากการรณรงค์ด้านการคัดแยกขยะแล้ว กิจกรรมยังเป็นเวทีในการสร้าง เครือข่ายความร่วมมือ ระหว่างมหาวิทยาลัย ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมกันผลักดันแนวทางการรีไซเคิล การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการพัฒนาระบบบริหารจัดการขยะที่สามารถขยายผลสู่ระดับชุมชนและสังคมได้อย่างยั่งยืน

ข้อมูลที่ได้จากการดำเนินกิจกรรมสามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมการคัดแยกขยะ ประเมินประสิทธิภาพของการจัดการของเสีย และใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนพัฒนาระบบบริหารจัดการขยะของมหาวิทยาลัย รวมทั้งสนับสนุนการกำหนดมาตรการและกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมที่ตอบโจทย์การลดของเสียและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

กิจกรรม “ทิ้งเทิร์นให้โลกจำ Upvel 3” จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสร้างการมีส่วนร่วมของนิสิตและบุคลากรมหาวิทยาลัยนเรศวรในการจัดการขยะพลาสติกอย่างเป็นระบบ ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และร่วมกันขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านการลงมือปฏิบัติที่สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

ม.นเรศวร พัฒนาสารกำจัดวัชพืชชีวภาพจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร ยกระดับนวัตกรรมสีเขียวสู่เกษตรกรรมอย่างยั่งยืน

ดร.ณิชากร คอนดี อาจารย์ประจำภาควิชาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร พัฒนานวัตกรรม สารกำจัดวัชพืชชีวภาพ (Bioherbicide) จากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรโดยใช้แบคทีเรียเป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการผลิต เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ในการจัดการวัชพืชที่มีความปลอดภัย ลดการใช้สารเคมี และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน

งานวิจัยดังกล่าวเป็นผลจากความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยนเรศวรกับภาคอุตสาหกรรมเกษตรที่ดำเนินการต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2561 โดยมุ่งนำ วัสดุเหลือทิ้งและผลพลอยได้จากการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เช่น กากสับปะรด กากถั่วเหลือง เปลือกทุเรียน กากมะพร้าว กากบีบน้ำมันมะพร้าว และกากบีบน้ำมันรำข้าว มาใช้เป็นแหล่งอาหารและพลังงานสำหรับการเพาะเลี้ยงแบคทีเรีย เพื่อผลิตสารลดแรงตึงผิวชีวภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นวัตกรรมนี้ช่วยเปลี่ยนวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรให้กลายเป็น ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม ลดปริมาณของเสียที่ต้องนำไปเผาหรือฝังกลบ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมทั้งสนับสนุนแนวทางการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากภาคการเกษตร โดยสอดคล้องกับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Greenhouse Gas Emissions)

สารกำจัดวัชพืชชีวภาพที่พัฒนาขึ้นอยู่ในรูป ไมโครอิมัลชันระดับนาโน ซึ่งช่วยให้สารสำคัญกระจายตัวได้ดี ลดมุมสัมผัสเมื่อพ่นบนใบวัชพืช ทำให้สารเกาะติดและซึมผ่านเข้าสู่เนื้อเยื่อพืชได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้มีประสิทธิภาพในการควบคุมวัชพืชใกล้เคียงกับสารกำจัดวัชพืชเคมีที่ใช้ในปัจจุบัน อีกทั้งยังสามารถทำงานได้ภายใต้สภาวะที่มีค่าความเป็นกรด-ด่าง อุณหภูมิ และความเค็มที่หลากหลาย

จุดเด่นของเทคโนโลยีนี้คือการใช้ แบคทีเรีย ซึ่งมีอัตราการเจริญเติบโตสูง สามารถเพาะเลี้ยงได้รวดเร็ว และใช้วัสดุเหลือทิ้งต้นทุนต่ำเป็นวัตถุดิบในการผลิต จึงช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และลดการพึ่งพาสารลดแรงตึงผิวที่ผลิตจากปิโตรเลียมหรือสารเคมีสังเคราะห์ ซึ่งอาจก่อให้เกิดการตกค้างในสิ่งแวดล้อมและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ใช้และผู้บริโภค

การพัฒนาสารกำจัดวัชพืชชีวภาพครั้งนี้เป็นตัวอย่างของการบูรณาการองค์ความรู้ด้าน เทคโนโลยีชีวภาพ วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม และนวัตกรรมการเกษตร เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การเกษตรสมัยใหม่ ลดการใช้สารเคมี ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และเพิ่มมูลค่าให้วัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร อันเป็นการสนับสนุนการผลิตที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ปัจจุบัน สารกำจัดวัชพืชชีวภาพ (Bioherbicide) มีศักยภาพในการพัฒนาสู่การใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตรและพร้อม ส่งเสริมต่อยอดสู่งานวิจัยเชิงพาณิชย์ เพื่อขยายผลสู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรมและสร้างนวัตกรรมที่สามารถแข่งขันได้ในตลาด ทั้งยังช่วยยกระดับอุตสาหกรรมเกษตรของประเทศสู่การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน

ที่มาภาพและข่าว: สถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยนเรศวร FM 107.25 MHz

ม.นเรศวร จัดนิทรรศการ “เปลี่ยนโลก เปลี่ยนอนาคต” ชูนวัตกรรมและเครือข่ายความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

วันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรมนิทรรศการ “เปลี่ยนโลก เปลี่ยนอนาคต” ภายใต้รายวิชาการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพ ณ โถงชั้น 1 อาคารเรียนรวมคณะสาธารณสุขศาสตร์ เพื่อสร้างการเรียนรู้และความตระหนักด้าน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และผลกระทบต่อสุขภาพผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ

กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พันธ์ทิพย์ หินหุ้มเพ็ชร รองคณบดีฝ่ายวิชาการและประกันคุณภาพการศึกษา เป็นผู้แทนคณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ในการกล่าวเปิดงาน โดยมุ่งเน้นการเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับสถานการณ์จริง เพื่อรับมือกับวิกฤตด้าน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่มีต่อสุขภาวะของมนุษย์ทั้งในระดับบุคคล ชุมชน และสังคม

นิทรรศการมุ่งส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วม ซึ่งประกอบด้วย คณาจารย์ นักวิทยาศาสตร์ และนิสิต ได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อสภาพแวดล้อมโลก พร้อมทั้งศึกษาและออกแบบแนวทางการปรับตัวที่เหมาะสมในบริบทของสังคมปัจจุบัน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและลดความเสี่ยงจากผลกระทบทางธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้น

ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการจัดแสดงนิทรรศการวิชาการ และการนำเสนอผลงานสิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงรูปแบบ การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ผ่านการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการลดปริมาณของเสียด้วยการออกแบบนวัตกรรมเชิงสร้างสรรค์

นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอผลงานโปสเตอร์เกี่ยวกับสถานการณ์ภูมิอากาศทั่วโลก และกิจกรรม Workshop ที่เปิดโอกาสให้นิสิตได้ลงมือปฏิบัติจริง เพื่อแสดงศักยภาพด้านการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ การประยุกต์ใช้ความรู้ และการสื่อสารผลงานทางวิชาการเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมรอบตัว

กิจกรรมดังกล่าวยังถือเป็นเวทีสำคัญในการสร้าง เครือข่ายความร่วมมือ ระหว่างคณาจารย์ นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ และนิสิต เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวคิดด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม อันเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการ และผลักดันนวัตกรรมที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ร่วมกันได้จริงในอนาคต

การบูรณาการการเรียนการสอนเข้ากับการวิจัยและการบริการวิชาการในลักษณะนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนาบัณฑิตและสร้างองค์ความรู้ที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสังคมให้พร้อมรับมือกับความท้าทาย เป็นมิตรต่อระบบนิเวศ และสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

ม.นเรศวร จัดประกวดนวัตกรรมรักษ์โลก ขับเคลื่อนความร่วมมือสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

วันพฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 กองบริการการศึกษา โดยงานจัดการวิชาศึกษาทั่วไป ร่วมกับคณาจารย์วิชาวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน มหาวิทยาลัยนเรศวร ดำเนินการจัดการประกวดผลงานการพัฒนา “นวัตกรรมรักษ์โลก” ณ โถงชั้น 1 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บรมราชินีนาถ

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมให้นิสิตได้ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในการคิดค้นนวัตกรรมที่ช่วยลดผลกระทบต่อโลก ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการสร้างรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน

กิจกรรมดังกล่าวมุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้แนวทางการพัฒนา เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผ่านการแสดงทางวิทยาศาสตร์และกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ ซึ่งตอกย้ำถึงความสำคัญของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระหว่างคณาจารย์และนิสิต ในการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

ในปีนี้ โครงการได้รับความสนใจและการตอบรับอย่างดีเยี่ยม โดยมีนิสิตเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 779 คน และมีการส่งผลงานเข้าประกวดทั้งหมด 29 ผลงาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพลังของคนรุ่นใหม่ที่มุ่งมั่นจะช่วยลดขยะ ลดการสูญเปล่าของทรัพยากร และบรรเทาภาวะโลกร้อนอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับผลการประกวดที่โดดเด่น รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงาน “บ่อดักไขมัน 2 in1” ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ช่วยลดการปล่อยไขมันลงสู่แหล่งน้ำ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 คือ ผลงาน “Pure Flow ไหลสะอาด ไร้ไขมัน” ที่ออกแบบระบบกรองน้ำมันจากครัวเรือนก่อนปล่อยลงท่อน้ำเสีย และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ผลงาน “ถนนชาร์ทรถ EV ด้วยระบบโซล่าเซลล์” ที่สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

นอกจากนี้ยังมีผลงานที่ได้รับรางวัลชมเชย ซึ่งส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ได้แก่ “Second Life จากของเหลือใช้” และ “กิ๊ฟเซ็ตกระเป๋ารักษ์โลก และเครื่องประดับจากขวดพลาสติก” ที่เปลี่ยนขยะพลาสติกให้เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าใหม่ รวมถึงผลงาน “บ้านที่หายใจได้” ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มการไหลเวียนของอากาศและลดการใช้พลังงานไฟฟ้า

ความสำเร็จของการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างสรรค์แนวทางใหม่เพื่อการดูแลรักษาโลก ตอกย้ำแนวคิดการพัฒนาองค์กรผ่านนวัตกรรมที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งเพื่ออนาคตที่ดียิ่งขึ้นของสังคมต่อไป

ม.นเรศวร เปิดหลักสูตรสมาร์ตกริดเทคโนโลยี มุ่งสร้างผู้นำด้านพลังงานสะอาดเพื่ออนาคตยั่งยืน

บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวร เชิญผู้สนใจสมัครเข้าศึกษาต่อในหลักสูตร ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาสมาร์ตกริดเทคโนโลยี ภายใต้การดูแลของ วิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี ซึ่งมุ่งพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสมาร์ตกริด เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศสู่ความยั่งยืน และ ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ไม่สร้างผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม

หลักสูตรนี้ออกแบบขึ้นเพื่อตอบโจทย์การพัฒนาเทคโนโลยีไฟฟ้าอัจฉริยะที่สามารถบริหารจัดการพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นการบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิศวกรรม พลังงานทดแทน และระบบดิจิทัล เพื่อสร้างนวัตกรรมพลังงานที่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

สมาร์ตกริดเทคโนโลยี (Smart Grid Technology) ถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบพลังงานในอนาคต ที่สามารถเชื่อมโยงการผลิต การกระจาย และการใช้พลังงานเข้าด้วยกันอย่างชาญฉลาด ผ่านระบบควบคุมอัตโนมัติและการสื่อสารข้อมูลแบบเรียลไทม์ การเรียนรู้ในหลักสูตรนี้จะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจระบบดังกล่าวอย่างลึกซึ้ง และสามารถประยุกต์ใช้ในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) และระบบพลังงานหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้เรียนจะได้เรียนรู้จาก ห้องปฏิบัติการสมาร์ตไมโครกริด (Smart Microgrid) ที่จำลองสถานการณ์จริง ช่วยให้สามารถฝึกวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาการจ่ายไฟฟ้าได้ในระดับระบบจริง พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ทำงานวิจัยร่วมกับโครงการระดับชาติ เพื่อพัฒนาแนวทางการจัดการพลังงานที่มีเสถียรภาพ ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากความรู้ทางเทคนิคแล้ว หลักสูตรยังส่งเสริมทักษะการคิดเชิงนวัตกรรม การวิจัย และการออกแบบระบบพลังงานที่คำนึงถึงความยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ที่พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีพลังงานสะอาดในภูมิภาคอาเซียน

บัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาจะมีโอกาสทำงานในหน่วยงานพลังงานทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนสามารถเป็นนักวิจัย นักพัฒนาเทคโนโลยี และที่ปรึกษาด้านระบบสมาร์ตกริดในระดับนานาชาติ ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์หลักสูตร: https://sgtech.nu.ac.th/
สมัครเรียนผ่านบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวร: https://www.admission.graduate.nu.ac.th
Facebook: https://www.facebook.com/nu.sgtech
ติดต่อหน่วยบัณฑิตศึกษา โทร. 0 5596 3180 หรือ หน่วยประชาสัมพันธ์ โทร. 09 5363 5351

ม.นเรศวร ชวนร่วมมือกันประหยัดพลังงาน

มหาวิทยาลัยนเรศวรมีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการลดการใช้พลังงานภายในอาคาร เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนและตอบสนองต่อความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเชิญชวนบุคลากร นิสิต และผู้เกี่ยวข้องร่วมมือกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

หนึ่งในแนวทางง่าย ๆ ที่ทุกคนสามารถนำไปปฏิบัติได้คือการปรับการใช้แสงสว่างในห้องเรียนและสำนักงาน เปิดหรือปิดไฟตามความจำเป็น และใช้แสงธรรมชาติให้มากที่สุดเพื่อประหยัดพลังงาน ซึ่งจะช่วยลดการใช้ไฟฟ้าและส่งเสริมความยั่งยืนในระยะยาว

การปรับอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยลดการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแนะนำให้ตั้งอุณหภูมิในช่วง 25-30 องศาเซลเซียส และเปิดพัดลมเพื่อเพิ่มการหมุนเวียนของอากาศภายในห้อง ช่วยให้ความเย็นกระจายทั่วห้องโดยไม่ทำให้แอร์ทำงานหนักเกินไป

การถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อไม่ได้ใช้งานก็เป็นอีกวิธีที่สามารถลดการใช้พลังงานได้อย่างมาก เนื่องจากเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิดยังคงใช้พลังงานแม้จะปิดอยู่ การปฏิบัตินี้ยังช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดอัคคีภัยจากไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้งานอย่างปลอดภัย

การเดินบันไดแทนการใช้ลิฟท์ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ง่ายและได้ผล ไม่เพียงแต่ช่วยลดการใช้พลังงานจากลิฟท์เท่านั้น แต่ยังส่งเสริมสุขภาพของบุคลากรและนิสิต เนื่องจากช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานและเสริมสร้างสมรรถภาพร่างกาย

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านี้ไม่เพียงช่วยลดการใช้พลังงานและค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้า แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริม การใช้พลังงานอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและการสร้างสังคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

โดยรวม มหาวิทยาลัยนเรศวรมุ่งมั่นในการสร้างวัฒนธรรมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อมั่นว่าการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวันจะนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน และสร้างอนาคตที่ดีขึ้นสำหรับทุกคนในสังคม

NU SEED x CIM ก้าวสำคัญสู่การพัฒนาสถานประกอบการด้วยพลังงานสะอาดและ IoT

วันพุธที่ 27 พฤศจิกายน 2567 อุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร เครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคเหนือ จัดการประชุมสรุปผลการดำเนินงาน “โครงการขยายผลระบบบริหารจัดการเพิ่มมูลค่าสินค้าแบบครบวงจรด้วยพลังงานสะอาดและ IoT พร้อมระบบผลิตก๊าซชีวภาพในระดับครัวเรือน” ภายใต้โครงการพัฒนาเชิงพื้นที่ (Driving Regional Development) ประจำปีงบประมาณ 2567 เพื่อสนับสนุนการพัฒนาและต่อยอดนวัตกรรมของผู้สำเร็จหลักสูตรผู้จัดการนวัตกรรม (Certified Innovation Manager: CIM)

การประชุมได้รับเกียรติจากนายบดินทร์ เกษมศานติ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมบูรณ์ นิยม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ในฐานะหัวหน้าโครงการ ร่วมชี้แจงวัตถุประสงค์ และนายณัฐกิตติ์ รัฐศิลป์โภคิน พลังงานจังหวัดนครสวรรค์ กล่าวรายงาน นอกจากนี้ ดร.ต้าย บัณฑิศักดิ์ รักษาการรองผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมบุคลากรเข้าร่วมการประชุม ณ วิสาหกิจชุมชนเพียวพลัสฟาร์ม ฟาร์มโคพันธุ์ดีปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์

ภายในกิจกรรม มีการนำเสนอผลลัพธ์และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้พลังงานสะอาดและระบบ IoT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการฟาร์ม เช่น การควบคุมสภาพปัจจัยการปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์ และการบริหารจัดการน้ำอย่างเหมาะสม การนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ ช่วยให้เกิดระบบ ครัวเรือนพึงพาตนเอง พลังงานสะอาด ที่ไม่สร้างมลพิษ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การสาธิตระบบก๊าซชีวภาพเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของโครงการ โดยนำเศษวัสดุเหลือใช้จากครัวเรือนและฟาร์มมาแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานทดแทน ซึ่งนอกจากจะช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลแล้ว ยังช่วย ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่เกิดจากการเผาไหม้หรือการทิ้งของเสียโดยตรงสู่สิ่งแวดล้อม ถือเป็นแนวทางการจัดการทรัพยากรที่ตอบโจทย์ทั้งด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม

การประชุมครั้งนี้ยังเป็นเวทีทบทวนปัญหา อุปสรรค และแนวทางพัฒนาในอนาคต โดยมีการนำเสนอประสบการณ์จากพื้นที่จริง เช่น ระบบการบริหารจัดการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรของวิสาหกิจชุมชนตำบลปางสวรรค์ อำเภอชุมตาบง จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเชื่อมโยงระหว่างการจัดการทรัพยากรท้องถิ่นกับการใช้พลังงานสะอาดและ IoT ที่ทั้งช่วยเพิ่มรายได้และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

โครงการยังได้เสนอแนวทางการต่อยอดไปยังอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานท้องถิ่น และภาคเอกชน ในการขยายผลไปยังพื้นที่อื่น ๆ ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพการจัดการพลังงานสะอาดให้แพร่หลายมากยิ่งขึ้น

การดำเนินงาน NU SEED x CIM แสดงให้เห็นถึงบทบาทของการศึกษาและนวัตกรรม ในการขับเคลื่อนสังคมสู่อนาคตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ช่วยให้การผลิตและการดำรงชีพในครัวเรือนมีความยั่งยืน ลดมลพิษ และช่วยฟื้นฟูสมดุลทางนิเวศ

โครงการนี้จึงเป็นต้นแบบของการเชื่อมโยงพลังงานสะอาด เทคโนโลยี IoT และความร่วมมือจากหลายภาคส่วน เข้าด้วยกันเพื่อสนับสนุนเป้าหมาย การลดมลพิษและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของชุมชน

ม.นเรศวร ส่งเสริมกิจกรรมลดคาร์บอนด้วยบริการจักรยานยืมปั่นฟรี

มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยกองกิจการนิสิต ได้ดำเนินโครงการบริการ จักรยานยืมปั่นฟรี สำหรับนิสิตหอพัก เพื่อสนับสนุนการเดินทางที่ไม่ก่อมลพิษและช่วยให้นิสิตได้ออกกำลังกายคลายความเครียดในชีวิตประจำวัน

โครงการดังกล่าวมีจุดให้บริการจักรยานที่ป้อมยาม B2 ใกล้หอพัก 9 ซึ่งนิสิตสามารถเข้ามายืมใช้งานได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ถือเป็นแนวทางที่ช่วยลดการพึ่งพารถยนต์และมอเตอร์ไซค์ภายในมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

การส่งเสริมการใช้จักรยานครั้งนี้ไม่เพียงช่วย ลดคาร์บอนฟุตพรินต์ ของมหาวิทยาลัย แต่ยังมีส่วนสำคัญในการสร้างวิถีการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นการสร้างพฤติกรรมที่ดีให้นิสิตตระหนักถึงคุณค่าของการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ จักรยานยังเป็นทางเลือกที่สนับสนุนการมีสุขภาพที่แข็งแรง เพราะนิสิตสามารถใช้เป็นกิจกรรมการออกกำลังกายที่ง่ายและเข้าถึงได้ทุกวัน ซึ่งช่วยทั้งในด้านการดูแลสุขภาพร่างกายและการผ่อนคลายความตึงเครียดจากการเรียน

โครงการนี้ยังมีความสำคัญในแง่ของการสร้าง ชุมชนสีเขียวภายในมหาวิทยาลัย โดยการสนับสนุนให้นิสิตใช้จักรยานแทนการใช้ยานพาหนะที่ใช้เชื้อเพลิง เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการบูรณาการระหว่างการจัดการสิ่งแวดล้อมและการใช้ชีวิตของนิสิต

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังมุ่งหวังให้บริการจักรยานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างวัฒนธรรมการเดินทางอย่างยั่งยืน พร้อมเป็นการกระตุ้นให้นิสิต บุคลากร และผู้ที่เกี่ยวข้องตระหนักถึงความสำคัญของการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การดำเนินการดังกล่าวจึงถือเป็นทั้งการสร้างพื้นที่การเรียนรู้และเป็นการ ส่งเสริมกิจกรรมลดคาร์บอน อย่างเป็นรูปธรรม ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และคุณภาพชีวิตของทุกคนในชุมชนมหาวิทยาลัย

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin