ม.นเรศวร เดินหน้าติดตั้งโซลาร์เซลล์ สร้างพลังงานสะอาดสู่มหาวิทยาลัยสีเขียว

มหาวิทยาลัยนเรศวร ดำเนินการติดตั้ง แผงโซลาร์เซลล์ บนหลังคาอาคารต่าง ๆ ภายในพื้นที่มหาวิทยาลัย รวมถึงบริเวณ สระสุริโยทัย เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ โดยคาดว่าจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมกว่า 12 เมกะวัตต์ สำหรับใช้ภายในมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายสู่การเป็น มหาวิทยาลัยสีเขียว ที่เน้นการใช้ พลังงานสะอาด และการจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

การดำเนินโครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยและพันธมิตรทางพลังงาน เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้ พลังงานหมุนเวียน ลดการพึ่งพา พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล และลดการปล่อย ก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะโลกร้อน การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ยังเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ยั่งยืนของมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่มุ่งสร้างระบบพลังงานที่ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และคุ้มค่าในระยะยาว

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยนเรศวรยังได้วางแผนบูรณาการ ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ เข้ากับระบบบริหารจัดการพลังงานในอาคาร เพื่อควบคุมการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยระบบดังกล่าวจะช่วยให้สามารถ ติดตามการใช้พลังงานแบบเรียลไทม์ และบริหารจัดการภาระโหลดไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสม เป็นการ ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด และลดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของมหาวิทยาลัยในระยะยาว

ในด้านสิ่งแวดล้อม การใช้ พลังงานจากแสงอาทิตย์ ช่วยลดปริมาณการปล่อย คาร์บอนไดออกไซด์ สู่บรรยากาศ ซึ่งเป็นการสนับสนุนเป้าหมายของการลดผลกระทบต่อ สภาพภูมิอากาศโลก และเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติ อย่างยั่งยืน โครงการนี้ยังสอดคล้องกับแนวทางของประเทศในการเปลี่ยนผ่านสู่ สังคมคาร์บอนต่ำ และการใช้ เทคโนโลยีสะอาด เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

ในมิติของการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยนเรศวรมีเป้าหมายที่จะใช้พื้นที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เป็น แหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน สำหรับนิสิต นักวิจัย และบุคลากร ตลอดจนเป็นต้นแบบให้กับหน่วยงานภายนอกที่สนใจด้านพลังงานทางเลือก การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในพื้นที่จริงจะช่วย ส่งเสริมการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ และพัฒนานวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต

โครงการดังกล่าวยังสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจโดยตรงให้กับมหาวิทยาลัย จากการ ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และเพิ่มความ มั่นคงทางพลังงาน ในระยะยาว การผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์จะช่วยให้มหาวิทยาลัยสามารถบริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนำงบประมาณส่วนที่ประหยัดได้ไปใช้พัฒนา โครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของนิสิตและบุคลากร

การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการพัฒนาเชิงโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึง ความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวร ในการเป็นผู้นำด้าน พลังงานสะอาด และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ เป็นอีกหนึ่ง “มุมของความยั่งยืนที่มอนอ” ที่แสดงให้เห็นถึงการใช้ เทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม และความพร้อมของมหาวิทยาลัยในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต

ม.นเรศวร เดินหน้าพัฒนาระบบพลังงานสะอาดด้วยโครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ ยกระดับศักยภาพพลังงานหมุนเวียนสู่มหาวิทยาลัยสีเขียว

มหาวิทยาลัยนเรศวรเดินหน้าพัฒนาระบบพลังงานภายในมหาวิทยาลัยด้วยการติดตั้ง แผงโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ (Floating Solar Panel หรือ Floating PV) บนพื้นที่สระสุริโยทัย ภายในเขตหอพักนิสิต NU Dorm โดยมีจำนวนแผงมากกว่า 3,200 แผ่น เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าสำหรับใช้ในมหาวิทยาลัย และเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนแนวทาง ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งอยู่ในแผนงานเฟสแรกที่ มุ่งผลิตไฟฟ้ารวมกว่า 12 เมกะวัตต์ โดยประกอบด้วย Floating Solar Panel และ Solar Rooftop ที่ติดตั้งบนอาคารเรียนและอาคารปฏิบัติการต่าง ๆ

การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ลอยน้ำนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า เพราะผิวน้ำช่วยลดอุณหภูมิของแผง ทำให้แผงทำงานได้ดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดการระเหยของน้ำในบ่อ เป็นผลลัพธ์เชิงสิ่งแวดล้อมที่สนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า ทั้งยังลดการใช้พื้นที่บนดินและไม่กระทบต่อกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยนเรศวรมีพื้นที่แหล่งน้ำรวมกว่า 225 ไร่ คิดเป็น 16.24% ของพื้นที่ทั้งหมด ทำให้มีศักยภาพอย่างมากในการพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียน โดยใช้ทรัพยากรจากแหล่งน้ำที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โครงการนี้จึงเป็นตัวอย่างของการบริหารพื้นที่อย่างสมดุลระหว่างการใช้งานจริงและการผลิตพลังงานทางเลือก

แหล่งน้ำสำคัญภายในพื้นที่มหาวิทยาลัย ได้แก่ สระเอกกษัตรี (ข้างอาคารจอดรถ ซ้ายมือทางเข้าหอสมุด), สระมณีรัตนา (บริเวณเทเลทับบี้ ตรงข้ามอาคารเอกประสงค์), สระบรมดิลก (ตรงข้ามคณะแพทยศาสตร์), สระสุริโยทัย (พื้นที่หอพักนิสิต NU Dorm), สระสองกษัตริย์ (บริเวณหอพระเทพรัตน์) และ สระสุพรรณกัลยา (ข้างสระว่ายน้ำสุพรรณกัลยา) ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นศักยภาพสำคัญในการพัฒนาระบบพลังงานสะอาดในอนาคต

การใช้พลังงานจาก แสงอาทิตย์ ทั้งในรูปแบบ Floating PV และ Solar Rooftop ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าของมหาวิทยาลัย แต่ยังลดการพึ่งพาพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ส่งผลให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่มุ่งเน้นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

นอกจากนี้ การนำเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนเข้ามาใช้ในพื้นที่การศึกษา ยังช่วยสร้างแบบอย่างที่ดีให้กับนิสิต บุคลากร และสังคม ช่วยเสริมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงาน การจัดการทรัพยากร และความสำคัญของการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด ซึ่งเป็นทิศทางสำคัญต่อการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การเดินหน้าโครงการนี้ยังเป็นการวางรากฐานสู่การขยายศักยภาพด้านพลังงานหมุนเวียนในอนาคต ทั้งในด้านการวิจัย การเรียนการสอน และการพัฒนาพื้นที่ของมหาวิทยาลัยนเรศวรให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้าน พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่สามารถรองรับการเติบโตของสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ม.นเรศวร เปิดหลักสูตรสมาร์ตกริดเทคโนโลยี มุ่งสร้างผู้นำด้านพลังงานสะอาดเพื่ออนาคตยั่งยืน

บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวร เชิญผู้สนใจสมัครเข้าศึกษาต่อในหลักสูตร ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาสมาร์ตกริดเทคโนโลยี ภายใต้การดูแลของ วิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี ซึ่งมุ่งพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสมาร์ตกริด เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศสู่ความยั่งยืน และ ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ไม่สร้างผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม

หลักสูตรนี้ออกแบบขึ้นเพื่อตอบโจทย์การพัฒนาเทคโนโลยีไฟฟ้าอัจฉริยะที่สามารถบริหารจัดการพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นการบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิศวกรรม พลังงานทดแทน และระบบดิจิทัล เพื่อสร้างนวัตกรรมพลังงานที่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

สมาร์ตกริดเทคโนโลยี (Smart Grid Technology) ถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบพลังงานในอนาคต ที่สามารถเชื่อมโยงการผลิต การกระจาย และการใช้พลังงานเข้าด้วยกันอย่างชาญฉลาด ผ่านระบบควบคุมอัตโนมัติและการสื่อสารข้อมูลแบบเรียลไทม์ การเรียนรู้ในหลักสูตรนี้จะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจระบบดังกล่าวอย่างลึกซึ้ง และสามารถประยุกต์ใช้ในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) และระบบพลังงานหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้เรียนจะได้เรียนรู้จาก ห้องปฏิบัติการสมาร์ตไมโครกริด (Smart Microgrid) ที่จำลองสถานการณ์จริง ช่วยให้สามารถฝึกวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาการจ่ายไฟฟ้าได้ในระดับระบบจริง พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ทำงานวิจัยร่วมกับโครงการระดับชาติ เพื่อพัฒนาแนวทางการจัดการพลังงานที่มีเสถียรภาพ ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากความรู้ทางเทคนิคแล้ว หลักสูตรยังส่งเสริมทักษะการคิดเชิงนวัตกรรม การวิจัย และการออกแบบระบบพลังงานที่คำนึงถึงความยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ที่พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีพลังงานสะอาดในภูมิภาคอาเซียน

บัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาจะมีโอกาสทำงานในหน่วยงานพลังงานทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนสามารถเป็นนักวิจัย นักพัฒนาเทคโนโลยี และที่ปรึกษาด้านระบบสมาร์ตกริดในระดับนานาชาติ ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์หลักสูตร: https://sgtech.nu.ac.th/
สมัครเรียนผ่านบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวร: https://www.admission.graduate.nu.ac.th
Facebook: https://www.facebook.com/nu.sgtech
ติดต่อหน่วยบัณฑิตศึกษา โทร. 0 5596 3180 หรือ หน่วยประชาสัมพันธ์ โทร. 09 5363 5351

ม.นเรศวร ชวนร่วมมือกันประหยัดพลังงาน

มหาวิทยาลัยนเรศวรมีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการลดการใช้พลังงานภายในอาคาร เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนและตอบสนองต่อความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเชิญชวนบุคลากร นิสิต และผู้เกี่ยวข้องร่วมมือกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

หนึ่งในแนวทางง่าย ๆ ที่ทุกคนสามารถนำไปปฏิบัติได้คือการปรับการใช้แสงสว่างในห้องเรียนและสำนักงาน เปิดหรือปิดไฟตามความจำเป็น และใช้แสงธรรมชาติให้มากที่สุดเพื่อประหยัดพลังงาน ซึ่งจะช่วยลดการใช้ไฟฟ้าและส่งเสริมความยั่งยืนในระยะยาว

การปรับอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยลดการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแนะนำให้ตั้งอุณหภูมิในช่วง 25-30 องศาเซลเซียส และเปิดพัดลมเพื่อเพิ่มการหมุนเวียนของอากาศภายในห้อง ช่วยให้ความเย็นกระจายทั่วห้องโดยไม่ทำให้แอร์ทำงานหนักเกินไป

การถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อไม่ได้ใช้งานก็เป็นอีกวิธีที่สามารถลดการใช้พลังงานได้อย่างมาก เนื่องจากเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิดยังคงใช้พลังงานแม้จะปิดอยู่ การปฏิบัตินี้ยังช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดอัคคีภัยจากไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้งานอย่างปลอดภัย

การเดินบันไดแทนการใช้ลิฟท์ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ง่ายและได้ผล ไม่เพียงแต่ช่วยลดการใช้พลังงานจากลิฟท์เท่านั้น แต่ยังส่งเสริมสุขภาพของบุคลากรและนิสิต เนื่องจากช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานและเสริมสร้างสมรรถภาพร่างกาย

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านี้ไม่เพียงช่วยลดการใช้พลังงานและค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้า แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริม การใช้พลังงานอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและการสร้างสังคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

โดยรวม มหาวิทยาลัยนเรศวรมุ่งมั่นในการสร้างวัฒนธรรมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อมั่นว่าการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวันจะนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน และสร้างอนาคตที่ดีขึ้นสำหรับทุกคนในสังคม

ม.นเรศวร ร่วมประชุม ASGC7 เสริมสร้างความร่วมมืออาเซียน มุ่งสู่อนาคตพลังงานสะอาดที่ยั่งยืน

วันพฤหัสบดีที่ 12 – วันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2567 รองศาสตราจารย์ ดร.นิพนธ์ เกตุจ้อย ผู้อำนวยการวิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี (SGtech) มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ประพิธาริ์ ธนารักษ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร และนิสิต SGtech เข้าร่วมการประชุม 7th ASEAN Smart Grid Congress (ASGC7): Smart Microgrid for ASEAN ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

การประชุมครั้งนี้มีผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย และผู้นำจากหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนเข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ด้าน เทคโนโลยีไมโครกริด (Smart Microgrid) ผ่านการบรรยายพิเศษ การนำเสนอผลงานวิจัย และการจัดปฏิบัติการเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับการจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ

เวที ASGC7 ถือเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยเปิดโอกาสให้เครือข่ายนักวิชาการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หารือถึงแนวทาง การพัฒนาระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านเทคนิค เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับการเติบโตของภูมิภาคอย่างยั่งยืน

การเข้าร่วมของ SGtech สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นผู้นำด้าน พลังงานสะอาดและนวัตกรรมไฟฟ้าอัจฉริยะ ที่สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้สู่นิสิต และขยายผลสู่การประยุกต์ใช้จริงในระดับสังคมและชุมชน ขณะเดียวกันยังเป็นการพัฒนาทักษะบุคลากรและนักศึกษาให้ก้าวทันเทคโนโลยีโลก

หนึ่งในสาระสำคัญที่ถูกย้ำในที่ประชุม คือ ความสำคัญของ การสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาค (Partnerships for Sustainable Development) เพื่อบูรณาการงานวิจัยและการพัฒนาระบบพลังงานสะอาดร่วมกันในอาเซียน การทำงานแบบร่วมมือเช่นนี้ จะช่วยยกระดับความมั่นคงทางพลังงานและลดความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงพลังงาน

การประชุมยังตอกย้ำว่า เทคโนโลยีไมโครกริดและพลังงานทดแทนมีบทบาทสำคัญต่อ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ท้ายที่สุด การเข้าร่วม ASGC7 ของ SGtech ไม่เพียงเป็นเวทีถ่ายทอดองค์ความรู้และงานวิจัย แต่ยังเป็นการประกาศเจตนารมณ์ของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ มุ่งสู่อนาคตพลังงานสะอาดที่ยั่งยืน ผ่านความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน เพื่อสร้างสังคมที่มั่นคงด้านพลังงานและเติบโตไปพร้อมกันอย่างสมดุล

ม.นเรศวร ร่วมสัมมนา Energy Storage แลกเปลี่ยนนวัตกรรมพลังงานสะอาด

วันอังคารที่ 29 ตุลาคม 2567 รองศาสตราจารย์ ดร.นิพนธ์ เกตุจ้อย ผู้อำนวยการวิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี (SGtech) มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ธวัช สุริวงษ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการและกิจการนิสิต และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยอดธง เม่นสิน รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ ได้เข้าร่วมสัมมนาและศึกษาดูงานด้าน Energy Storage ภายใต้หัวข้อ “Renewable Energy and MicroGrid Technology” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-30 ตุลาคม 2567

การสัมมนาในครั้งนี้มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านพลังงานหมุนเวียนและระบบไมโครกริด เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมจากหลายหน่วยงานได้เรียนรู้แนวโน้มและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บพลังงานและการจัดการระบบพลังงานอัจฉริยะ

ภายในงาน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยอดธง เม่นสิน ได้บรรยายในหัวข้อ “Smart Microgrid Zero Net Energy (ZNE) concept implementation at Naresuan University” โดยเน้นย้ำถึงการพัฒนาแนวคิด Smart Microgrid ที่สามารถนำไปสู่การจัดการพลังงานภายในมหาวิทยาลัยอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยผลักดันเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ในระยะยาว

การนำเสนอครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมพลังงานสะอาด และการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบในด้านการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน โดยไม่เพียงแต่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังสร้างต้นแบบให้กับสถาบันการศึกษาอื่น ๆ ในการพัฒนาระบบพลังงานที่มีความยืดหยุ่นและเป็นมิตรต่อสังคม

นอกจากนี้ การเข้าร่วมสัมมนายังเป็นโอกาสในการสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับหน่วยงานภายนอก ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ ผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงวิชาการและประสบการณ์จริง เพื่อพัฒนานวัตกรรมและแนวทางใหม่ ๆ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในอนาคต

ความร่วมมือดังกล่าวยังช่วยเสริมสร้างศักยภาพของนักวิจัย อาจารย์ และบุคลากรในการขยายผลงานวิจัยด้านพลังงานไปสู่การพัฒนาเชิงพาณิชย์และสังคม โดยเชื่อมโยงการวิจัยเข้ากับการใช้ประโยชน์ในระดับชุมชนและระดับประเทศ เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนและเป็นรูปธรรม

ในภาพรวม การเข้าร่วมสัมมนาและศึกษาดูงานครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาด และการสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งในด้านพลังงานและความร่วมมือเพื่อการพัฒนาในอนาคต

ที่มา: วิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร ร่วมสัมมนา Smart Cities เสริมงานวิจัยพลังงานสะอาด

วันอังคารที่ 29 ตุลาคม – วันศุกร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2567 ดร.จักรกฤษ เติมฤทธิกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมดิจิทัล พร้อมด้วยคุณสรวุฒิ จิตตานนท์ นิสิตหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาสมาร์ตกริดเทคโนโลยี เข้าร่วมสัมมนาวิชาการ The 10th IEEE International Smart Cities Conference ภายใต้หัวข้อ “Smart Cities : Revolution for Mankind” ณ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี

การเข้าร่วมสัมมนาครั้งนี้เปิดโอกาสให้คณะผู้เข้าร่วมจากมหาวิทยาลัยนเรศวร แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้าน สมาร์ตซิตี้และพลังงานอัจฉริยะ กับนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายประเทศ ซึ่งเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการและนวัตกรรมระหว่างประเทศ

คุณสรวุฒิ จิตตานนท์ ได้นำเสนอผลงานวิจัยในหัวข้อ “Photovoltaic Surface Environmental Contaminant Detection Based on Saliency Prediction” ซึ่งมุ่งเน้นการตรวจจับสิ่งปนเปื้อนบนพื้นผิวของระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าและยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์

การนำเสนอผลงานวิจัยครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนานวัตกรรม พลังงานสะอาดและยั่งยืน เพื่อตอบสนองความต้องการด้านพลังงานของเมืองอัจฉริยะและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

สัมมนาครั้งนี้ยังเน้นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวคิดด้าน เทคโนโลยีสมาร์ตกริด การจัดการพลังงานอัจฉริยะ การใช้ IoT และอุปกรณ์อัจฉริยะ ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ในเมืองและชุมชนให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ การเข้าร่วมงานยังส่งเสริมการสร้าง ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ชุมชน และภาคอุตสาหกรรม เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะและระบบพลังงานหมุนเวียนอย่างยั่งยืน ทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค

การมีส่วนร่วมในสัมมนาครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมด้านพลังงาน พร้อมต่อยอดสู่การพัฒนาชุมชนและเมืองอัจฉริยะอย่างยั่งยืนในอนาคต

ม.นเรศวร ขับเคลื่อนพลังงานทดแทนสู่ชุมชนในงาน TREC-17

วันอังคารที่ 28 ตุลาคม – วันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม 2567 รองศาสตราจารย์ ดร.พิสิษฏ์ มณีโชติ อาจารย์ประจำวิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี (SGtech) มหาวิทยาลัยนเรศวร และนายกสมาคมพลังงานทดแทนสู่ชุมชน ได้เข้าร่วมงานประชุมสัมมนาวิชาการ พลังงานทดแทนสู่ชุมชนแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 17 (TREC-17) ซึ่งจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ศูนย์แม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

ในการประชุมครั้งนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.พิสิษฏ์ ได้กล่าวรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์และแนวโน้มการพัฒนาพลังงานทดแทนในชุมชน รวมถึงโครงการและนวัตกรรมที่มหาวิทยาลัยนเรศวรมีส่วนร่วม เพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

งานสัมมนามุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านพลังงานทดแทน การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสะอาดในชุมชน และแนวทางการพัฒนาระบบพลังงานอัจฉริยะ โดยมีผู้เข้าร่วมจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ

การเข้าร่วมประชุมครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสนับสนุน พลังงานสะอาดและพลังงานทดแทน พร้อมสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกเพื่อส่งเสริมการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.พิสิษฏ์ ยังได้ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์กับผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานทดแทนจากหลายพื้นที่ เพื่อพัฒนากรอบความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ชุมชน และภาคอุตสาหกรรม

การประชุมนี้ยังเปิดโอกาสในการสร้าง เครือข่ายความร่วมมือด้านพลังงานทดแทนและเทคโนโลยีสะอาด ซึ่งจะช่วยขยายผลการวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การพัฒนาเชิงพาณิชย์และชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

โดยสรุป การเข้าร่วมงานประชุม TREC-17 ครั้งนี้ เป็นอีกก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสนับสนุน พลังงานทดแทนและความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับประเทศและระดับภูมิภาค

เครดิตภาพ : มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

ม.นเรศวร เดินหน้าสู่พลังงานสะอาด จับมือเอกชนติดตั้งระบบโซลาร์ 12 MWp หนุนเป้าหมายคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์

วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับ บริษัท เพาเวอร์ซิสเต็มส์แอนด์โซลูชั่นส์ จำกัด จัดพิธีลงนามสัญญาโครงการติดตั้งและให้บริการระบบผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับจำหน่ายกระแสไฟฟ้า โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมคณะผู้บริหาร และนายนครินทร์ ไทรงามสถิต กรรมการบริษัทฯ เข้าร่วมพิธี ณ ห้องนเรศวร 310 อาคารสำนักงานอธิการบดี ชั้น 3 มหาวิทยาลัยนเรศวร

โครงการดังกล่าวเป็นก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการขับเคลื่อนสู่การใช้ พลังงานสะอาด และ พลังงานยั่งยืน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อสนับสนุนนโยบายการใช้พลังงานทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลที่ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ตามสัญญา การติดตั้งระบบผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์มีขนาดกำลังติดตั้งรวม 12 MWp ซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 20 ล้านหน่วยต่อปี และคาดว่าจะช่วยมหาวิทยาลัยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานตลอดอายุสัญญาลงได้กว่า 395,100,919 บาท ถือเป็นการลงทุนที่ตอบโจทย์ทั้งด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม

บริษัท เพาเวอร์ซิสเต็มส์แอนด์โซลูชั่นส์ จำกัด จะเป็นผู้ดำเนินการสำรวจ ออกแบบ ติดตั้ง และบำรุงรักษาระบบผลิตไฟฟ้าตลอดระยะเวลาโครงการ 12 ปี เพื่อให้ระบบดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสูงสุด ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นในความมั่นคงทางพลังงานของมหาวิทยาลัย

การดำเนินโครงการนี้ไม่เพียงช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ยังเป็นส่วนสำคัญในการบรรลุเป้าหมายการเป็นมหาวิทยาลัยที่ใช้ พลังงานยั่งยืน และเดินหน้าสู่ความเป็น มหาวิทยาลัยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านพลังงานและการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

โครงการดังกล่าวยังเป็นตัวอย่างที่ดีของ การมีส่วนร่วม ระหว่างสถาบันการศึกษาและภาคเอกชน ในการบูรณาการความรู้ เทคโนโลยี และทรัพยากร เพื่อสร้างนวัตกรรมด้านพลังงานสะอาด ที่สามารถขยายผลและเป็นต้นแบบให้กับหน่วยงานอื่น ๆ ต่อไป

มหาวิทยาลัยนเรศวรตอกย้ำบทบาทในการเป็นผู้นำด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่านการลงทุนในระบบ พลังงานสะอาด และการสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย เพื่อผลักดันเป้าหมายการลดโลกร้อน และสร้างสังคมที่พร้อมปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต

ม.นเรศวร จับมือ Hawaii Energy Institute ส่งเสริมความร่วมมือด้านพลังงานทดแทน

วันจันทร์ที่ 9 กันยายน 2567 รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับ Prof. Dr. Richard Rocheleau ผู้อำนวยการ Hawaii Energy Institute (HNEI), University of Hawaii, สหรัฐอเมริกา และ Dr. Cung Vu ในการหารือเชิงวิชาการเกี่ยวกับความร่วมมือด้านพลังงานทดแทน ณ ห้องสุพรรณกัลยา ชั้น 2 สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร

การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อขยายความร่วมมือทางวิชาการและการวิจัยด้าน พลังงานทดแทน ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญทั้งในมิติของสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ ความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยผลักดันการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานสะอาดอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ

นอกจากการหารือเชิงวิชาการแล้ว ยังมีการพูดคุยถึงการต่ออายุบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยวิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี กับ Hawaii Natural Energy Institute (HNEI), University of Hawaii เพื่อสานต่อความร่วมมือในการดำเนินโครงการด้านพลังงานสะอาดและการจัดการเทคโนโลยีสมาร์ตกริด

ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ ส่งเสริมด้านพลังงานทดแทน โดยไม่เพียงแต่สร้างองค์ความรู้ทางวิชาการ แต่ยังมุ่งผลักดันให้เกิดการใช้พลังงานหมุนเวียนในระดับปฏิบัติ ซึ่งสามารถนำไปสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการใช้ทรัพยากรพลังงานอย่างคุ้มค่า

การเชื่อมโยงกับ HNEI ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยพลังงานชั้นนำของโลก ยังช่วยเปิดประตูให้มหาวิทยาลัยนเรศวรได้เข้าถึงเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ ทั้งในด้านการแลกเปลี่ยนนักวิจัย การพัฒนาองค์ความรู้ และการสร้างงานวิจัยที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล

ในระยะยาว ความร่วมมือดังกล่าวจะมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาบุคลากรด้านวิศวกรรมพลังงาน การจัดการระบบสมาร์ตกริด และการบริหารจัดการพลังงานหมุนเวียน เพื่อสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญและสามารถตอบโจทย์ความต้องการของประเทศและภูมิภาคได้อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยนเรศวรกับ University of Hawaii ยังเป็นตัวอย่างของการ สร้างพันธมิตรระหว่างประเทศ ที่มุ่งเน้นการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน ถือเป็นกลไกสำคัญของการพัฒนาที่ไม่เพียงสร้างคุณค่าต่อสถาบันการศึกษา แต่ยังสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายพลังงานสะอาดและยั่งยืนในระดับประเทศและระดับโลก

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin