ม.นเรศวร เร่งจัดเตรียมชุดยาจำเป็นผ่านโครงการ PharmaSea Project ส่งช่วยผู้ประสบอุทกภัยหาดใหญ่

วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน 2568 คณาจารย์ บุคลากร และนิสิตคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกันคัดแยกและจัดเตรียมยาจำเป็น ภายใต้ โครงการจัดการยาเหลือใช้ (PharmaSea Project) เพื่อส่งมอบให้ผู้ประสบอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยการดำเนินงานครั้งนี้มุ่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้สามารถเข้าถึงยาที่จำเป็นได้อย่างทันท่วงที พร้อมส่งเสริมการใช้ทรัพยากรทางการแพทย์อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรดำรงศักดิ์ เป๊กทอง อาจารย์ประจำภาควิชาเภสัชกรรมปฏิบัติ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดเผยว่า โครงการได้ประสานข้อมูลกับทีมแพทย์ พยาบาล และหน่วยงานที่ดูแลผู้ประสบภัยในพื้นที่ เพื่อประเมินความต้องการด้านยาและเวชภัณฑ์ก่อนดำเนินการจัดส่ง โดยยาที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ได้แก่ ยากันน้ำกัดเท้า เบตาดีน แอลกอฮอล์ และผงเกลือแร่ รวมถึงยาประจำตัวของผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่จำเป็นต้องใช้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ที่พักอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงและไม่สามารถเดินทางกลับบ้านหรือเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลได้

การจัดเตรียมยาในครั้งนี้เป็นการนำ ยาเหลือใช้ที่ผ่านการคัดแยกและตรวจสอบคุณภาพ มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยดำเนินการภายใต้หลักการบริหารจัดการยาอย่างถูกต้องและปลอดภัย ช่วยให้ทรัพยากรทางการแพทย์ที่ยังสามารถใช้งานได้ถูกส่งต่อไปยังผู้ที่มีความจำเป็น ลดการสูญเสียทรัพยากร และลดปริมาณของเสียที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ตลอดระยะเวลากว่า 5 ปี โครงการ PharmaSea Project ได้ดำเนินการรวบรวมยาเหลือใช้จากประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ การรับบริจาคจากประชาชน การลงพื้นที่เก็บยาในชุมชนเพื่อสร้างความรู้ด้านการจัดการยาเหลือใช้ และการติดตั้งกล่องรับบริจาคตามโรงพยาบาล ก่อนนำยามาคัดแยก ตรวจสอบ และจัดเตรียมสำหรับส่งต่อไปยังพื้นที่ที่ขาดแคลนยาและเวชภัณฑ์

ที่ผ่านมา โครงการได้ส่งมอบยาไปช่วยเหลือโรงพยาบาลชายแดน ศูนย์อพยพ และพื้นที่ที่ประสบเหตุภัยพิบัติหลายแห่ง ความพร้อมของคลังยาที่ได้รับการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ทำให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเกิดเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ คณะเภสัชศาสตร์จึงสามารถจัดเตรียมยาและประสานการส่งมอบให้ตรงกับความต้องการของผู้ประสบภัยได้ในเวลาอันรวดเร็ว

การดำเนินงานของโครงการสะท้อนถึง ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย บุคลากรทางการแพทย์ หน่วยงานภาครัฐ จิตอาสา และประชาชน ในการบริหารจัดการยาเหลือใช้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งสนับสนุนการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของผู้ประสบภัย ลดการสูญเสียทรัพยากรทางการแพทย์ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อช่วยเหลือสังคมในสถานการณ์วิกฤติ

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอเชิญชวนประชาชนร่วม ส่งต่อพลังแห่งการแบ่งปัน ด้วยการบริจาคยาเหลือใช้ผ่าน โครงการ PharmaSea Project เพื่อรวบรวม คัดแยก และส่งต่อให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยและพื้นที่ขาดแคลนทั่วประเทศ โดยทุกการบริจาคมีส่วนช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงยาที่จำเป็น ลดการสูญเสียทรัพยากร และสร้างระบบการใช้ทรัพยากรทางการแพทย์ที่เกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างยั่งยืน

ผู้สนใจสามารถบริจาคยาเหลือใช้ได้ที่
โครงการ PharmaSea Project (รับบริจาคยาเหลือใช้)
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก 65000
โทรศัพท์ 0 5596 3747

ม.นเรศวร คว้ารางวัล 5 ดาว AUN-HPN ก้าวสู่ผู้นำมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพอาเซียน

วันพุธที่ 27 พฤศจิกายน 2568 รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เข้ารับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ “มหาวิทยาลัยอาเซียนด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ระดับ 5 ดาว” จากเครือข่ายมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพแห่งอาเซียน (AUN-HPN) ซึ่งเป็นผลสำเร็จสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาสภาพแวดล้อม ระบบสนับสนุน และการบริหารจัดการสุขภาวะให้มีประสิทธิภาพตามมาตรฐาน Healthy University Rating System (HURS) อันเป็นกรอบการประเมินที่ส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษาพัฒนาศักยภาพด้านสุขภาวะอย่างยั่งยืน

รางวัลระดับ 5 ดาวดังกล่าวเป็นหลักฐานที่แสดงถึงความก้าวหน้าของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการขับเคลื่อนแนวทางสร้างเสริมสุขภาพเชิงระบบ โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของบุคลากร นิสิต และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกระดับ ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การออกแบบบริการสนับสนุนสุขภาวะ และการขยายระบบบริหารจัดการที่เอื้อต่อคุณภาพชีวิตของสมาชิกในมหาวิทยาลัย ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี

พิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณจัดขึ้นโดยมีศาสตราจารย์ ดร.ฉัตรเฉลิม อิศรางกูร ณ อยุธยา ประธานคณะทำงานระบบ HURS เป็นผู้มอบรางวัล โดยในปี 2568 มีเพียง 4 มหาวิทยาลัยไทยที่ได้รับการประเมินในระดับสูงสุด 5 ดาว ได้แก่ มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งของระบบอุดมศึกษาไทยในการขับเคลื่อนประเด็นสุขภาวะและความยั่งยืนในระดับภูมิภาค

การได้รับรางวัลในครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการบูรณาการแนวคิดการสร้างเสริมสุขภาพกับการบริหารจัดการมหาวิทยาลัยอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการส่งเสริมสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ การบริหารจัดการความปลอดภัย การเข้าถึงบริการสุขภาพ และการพัฒนาทักษะด้านสุขภาวะสำหรับนิสิตและบุคลากร ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของมหาวิทยาลัยสุขภาวะแบบยั่งยืน

นอกจากการเข้ารับรางวัลแล้ว รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี ยังได้รับเชิญให้นำเสนอแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) ในเวทีเสวนานานาชาติของ AUN-HPN ในหัวข้อ “Sharing Best Practices among Healthy Universities Participating in HURS” ณ Hilton Manila Newport World Resorts สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ การนำเสนอในครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการเผยแพร่ประสบการณ์ของมหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ร่วมกับมหาวิทยาลัยในภูมิภาคอาเซียน เพื่อยกระดับการพัฒนามหาวิทยาลัยสุขภาวะในเชิงร่วมมือ

การได้รับเชิญในฐานะวิทยากรระดับนานาชาติ แสดงให้เห็นถึงการยอมรับในศักยภาพของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นต้นแบบด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ตลอดจนการสร้างเวทีการเรียนรู้ร่วมกันกับมหาวิทยาลัยพันธมิตรในอาเซียน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ในระดับภูมิภาค และสอดคล้องกับเป้าหมายด้านการสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นทั้งในระดับการประเมินและการเผยแพร่แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศในต่างประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนานโยบาย โครงสร้างพื้นฐาน และระบบบริหารจัดการที่สนับสนุนสุขภาวะอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยืนยันบทบาทของมหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันที่ให้ความสำคัญต่อสุขภาวะของทุกคน และการสร้างความร่วมมือทางวิชาการที่เข้มแข็งเพื่อผลักดันการพัฒนาในระดับภูมิภาค

ความก้าวหน้าดังกล่าวเป็นแรงขับเคลื่อนที่จะช่วยให้มหาวิทยาลัยนเรศวรสามารถต่อยอดแนวทางการพัฒนามหาวิทยาลัยสุขภาวะแบบองค์รวมให้มีความยั่งยืนยิ่งขึ้น ผ่านการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภายในและพันธมิตรภายนอก พร้อมขยายผลสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของนิสิต บุคลากร และชุมชนโดยรอบอย่างเป็นรูปธรรม

ม.นเรศวร เดินหน้ารณรงค์สังคมปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ผ่านกิจกรรม NU Playground Event เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะและความร่วมมืออย่างยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร ในฐานะ สถาบันการศึกษาที่ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ได้จัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับ โทษของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ภายในงาน NU Playground Event ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 17 – 19 พฤศจิกายน 2568 เวลา 17.00 – 21.00 น. เพื่อเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับ พิษภัยของการสูบบุหรี่ และสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่ม เยาวชนและนิสิต ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการเริ่มต้นใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบรูปแบบใหม่

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ประกาศจุดยืนในการ ต่อต้านการใช้บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึง คัดค้านข้อเสนอการยกเลิกการแบนบุหรี่ไฟฟ้า เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงให้ประชาชน โดยเฉพาะเยาวชน เข้าถึงผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อ สุขภาพระยะยาว และขัดต่อเป้าหมายการลดปัจจัยเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อร้ายแรง อาทิ โรคหัวใจ โรคปอด และโรคมะเร็ง

บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าเป็น ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ที่กระทบต่อสุขภาพของประชาชน แม้จะมีการนำเสนอว่าบุหรี่ไฟฟ้ามี ความปลอดภัยมากกว่า แต่ผลการวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่าบุหรี่ไฟฟ้า มีสารเคมีอันตราย ที่ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ เพิ่มความเสี่ยงต่อ โรคมะเร็งปอด และสร้างการเสพติด โดยเฉพาะในกลุ่ม วัยรุ่น ซึ่งอยู่ในช่วงการพัฒนาทางร่างกายและสติปัญญา ทำให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็น ภัยสุขภาพสมัยใหม่ ที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว

นอกเหนือจากผลกระทบต่อสุขภาพ การยกเลิกการแบนบุหรี่ไฟฟ้ายังอาจทำให้ภาระของระบบ สาธารณสุข เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากจะมีผู้ป่วยจากโรคที่ป้องกันได้เพิ่มสูงขึ้น มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงย้ำถึงความจำเป็นในการ รักษามาตรการควบคุมยาสูบอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของผลิตภัณฑ์ยาสูบชนิดใหม่ในกลุ่มเยาวชน และเพื่อสนับสนุนการสร้าง สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ

การลดการบริโภคยาสูบจำเป็นอย่างยิ่งต้องอาศัย ความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม สถาบันการศึกษา และประชาชนทั่วไป มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อผลักดัน มาตรการควบคุมยาสูบ และจัดกิจกรรม รณรงค์ให้ความรู้ ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหลากหลาย พร้อมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนเข้าใจผลกระทบและความเสี่ยงจากผลิตภัณฑ์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

หนึ่งในจุดเด่นของกิจกรรมภายใน NU Playground Event คือการมีส่วนร่วมของ นิสิตชมรมอาสา ซึ่งได้จัดบูธให้ความรู้ พูดคุย ชี้แจงข้อมูล และแจกสื่อความรู้เกี่ยวกับ พิษภัยของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ให้แก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป การมีส่วนร่วมของนิสิตช่วยเสริมสร้าง บทบาทพลเมือง วิชาการเพื่อสังคม และการพัฒนาทักษะการสื่อสารสาธารณะ ตลอดจนช่วยสร้าง เครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและชุมชน

กิจกรรมดังกล่าวยังสอดคล้องกับ นโยบายมหาวิทยาลัยที่มุ่งเป็นสถาบันตัวอย่างในการส่งเสริมสุขภาพ ผ่านการทำงานแบบบูรณาการ ทั้งการวิจัย งานวิชาการ การให้บริการสุขภาพ และการให้คำปรึกษาด้านการเลิกบุหรี่ การดำเนินการในลักษณะนี้เป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาสังคมที่ เข้มแข็ง ยั่งยืน และปราศจากปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรค

ม.นเรศวร ขอเชิญนิสิตศึกษาข้อมูล “7 วิธีหลีกเลี่ยงหายนะจากการพนัน”

มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอเชิญนิสิต บุคลากร และประชาคมมหาวิทยาลัย ศึกษาข้อมูลจาก กรมสุขภาพจิต เรื่อง “7 วิธีหลีกเลี่ยงหายนะจากการพนัน” เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ ผลกระทบด้านลบของการพนัน และแนวทางในการป้องกันตนเอง พร้อมร่วมกัน สร้างสังคมที่ปลอดภัยห่างไกลการพนัน

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ออก ประกาศสำคัญ เรื่อง “ห้ามนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวรเกี่ยวข้องกับการพนันฟุตบอล” เพื่อย้ำเตือนและสร้างความตระหนักให้กับนิสิตทุกคนถึง โทษและผลกระทบจากการพนันในทุกรูปแบบ ตลอดจนเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีวินัย การเคารพกฎระเบียบ และการดำเนินชีวิตด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

การพนันเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อสุขภาพจิต ความสัมพันธ์ในครอบครัว และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การเข้าใจอันตรายของการพนันจึงเป็นก้าวแรกของการป้องกัน โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนที่อาจถูกชักจูงได้ง่าย หากขาดการดูแลเอาใจใส่จากครอบครัวและชุมชนที่เข้มแข็ง

กรมสุขภาพจิตได้เสนอแนวทาง “7 วิธีหลีกเลี่ยงหายนะจากการพนัน” เพื่อให้ทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันและลดปัจจัยเสี่ยงของการเล่นพนัน เช่น การสร้างความอบอุ่นในครอบครัว การช่วยกันแก้ปัญหาเมื่อลูกหลานมีพฤติกรรมเสี่ยง การส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์แทนการพนัน และการเข้ารับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญเมื่อจำเป็น

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการสร้าง สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมสุขภาวะทางกายและใจ โดยจัดกิจกรรมรณรงค์และให้ความรู้แก่นิสิตเกี่ยวกับโทษของการพนัน เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจอย่างมีเหตุผล และการรับผิดชอบต่อสังคม

สำหรับผู้ที่ประสบปัญหาหรือได้รับผลกระทบจากการพนัน สามารถขอรับคำปรึกษาได้จาก สายด่วนสุขภาพจิต โทร. 1323 ซึ่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตโดยตรง

มหาวิทยาลัยนเรศวรขอเชิญชวนทุกคนร่วมมือกันเรียนรู้ ทำความเข้าใจ และเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับผลกระทบของการพนัน เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่มี ความสุข ปลอดภัย และยั่งยืน ห่างไกลจากการพนัน

ม.นเรศวร เดินหน้า “STOP VIOLENCE” สร้างสถานพยาบาลปลอดภัย ยกระดับวัฒนธรรมองค์กรที่มีคุณธรรมและเคารพสิทธิทุกคน

วันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน 2568 เวลา 08.30–12.00 น. คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม “ผู้บริหารพบปะบุคลากรคณะแพทยศาสตร์” ณ ห้องประชุมเอกาทศรถ 9 ชั้น 3 อาคารสิรินธร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อขับเคลื่อนการสร้าง วัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใส มีคุณธรรม และปลอดภัย พร้อมส่งเสริมการป้องกันความรุนแรงในสถานพยาบาล และยกระดับคุณภาพการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์

กิจกรรมเริ่มต้นด้วยการกล่าวเปิดงานและประกาศนโยบาย Code of Conduct “องค์กรจริยธรรม” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงพิริยา นฤขัตรพิชัย คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ซึ่งได้แสดงวิสัยทัศน์ในการพัฒนาคณะสู่การเป็นองค์กรที่ยึดมั่นในหลักจริยธรรม ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมเน้นย้ำการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เคารพศักดิ์ศรีของบุคลากรทุกคน และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของทั้งผู้ปฏิบัติงานและผู้รับบริการ

ภายในงานมีการจัดพิธีมอบธง “STOP VIOLENCE” เพื่อแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการต่อต้านความรุนแรงในสถานพยาบาล โดยมีคณะผู้บริหารเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ประกอบด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงพิริยา นฤขัตรพิชัย คณบดีคณะแพทยศาสตร์ นพ.พิเชษฐ์ วัฒนไพโรจน์รัตน์ รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ.พีระพงศ์ เธียราวัฒน์ รองคณบดีฝ่ายบริหารและประกันคุณภาพ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ.จตุวิทย์ หอวรรณภากร รองคณบดีฝ่ายคุณภาพและวิจัย ตลอดจนหัวหน้าภาควิชาและผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ

จากนั้นมีการบรรยายหัวข้อ “Unethical Behaviour, Harassment และ Violence” เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม การล่วงละเมิด และความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นในสถานพยาบาล พร้อมแนะนำ Line Official Account (Line OA) ซึ่งเป็นช่องทางรายงานเหตุการณ์ที่มีความปลอดภัย รักษาความลับ และสามารถเข้าถึงได้สะดวก เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการเหตุการณ์อย่างเป็นระบบและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่บุคลากรในการแจ้งเหตุ

นอกจากนี้ ยังจัดกิจกรรม “Assertive Communication” สำหรับหัวหน้าหน่วยและหัวหน้างาน เพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารอย่างมั่นใจ เคารพซึ่งกันและกัน และไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง อันเป็นทักษะสำคัญในการบริหารทีม การแก้ไขปัญหา และการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วม ความไว้วางใจ และการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างพื้นที่ทำงานที่ปลอดภัย เป็นธรรม และน่าอยู่สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ทุกคน

ในช่วงบ่าย เวลา 13.00–15.30 น. โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดการ ซ้อมแผนระงับเหตุร้ายในสถานพยาบาล โดยจำลองสถานการณ์ ณ หน่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน (ER) ได้รับเกียรติจาก พ.ต.ท. บารมี จงแจ้ง รองผู้กำกับการจราจร สภ.เมืองพิษณุโลก เป็นวิทยากรและร่วมสังเกตการณ์ เพื่อฝึกทบทวนบทบาทหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในการรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉิน เสริมสร้างความพร้อมด้านความปลอดภัย และเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วยและบุคลากรในสถานการณ์วิกฤต โดยภายหลังการฝึกซ้อมได้มีการสรุปบทเรียนและแลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยง การจัดระบบเตือนภัย และการสื่อสารภายในทีม

การดำเนินงานครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในการพัฒนา สถานพยาบาลที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน ภายใต้แนวคิด “STOP VIOLENCE – หยุดความรุนแรงในสถานพยาบาล” ผ่านการบูรณาการนโยบายด้านจริยธรรม การพัฒนาศักยภาพบุคลากร การบริหารจัดการความเสี่ยง และความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการทางการแพทย์ สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้รับบริการ และวางรากฐานวัฒนธรรมองค์กรที่เคารพสิทธิมนุษยชน มีธรรมาภิบาล และยั่งยืนในระยะยาว

ม.นเรศวร เจ้าภาพจัดประชุมวิชาการ CGCM ด้านการแพทย์แผนจีนครั้งแรกในประเทศไทย ส่งเสริมสุขภาพและความร่วมมือวิจัยระดับโลก

วันอังคารที่ 19 สิงหาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดการประชุมวิชาการนานาชาติ The 21st CGCM Meeting ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 19 – 21 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) จังหวัดพิษณุโลก โดยมีศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงกรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวต้อนรับ และศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงจารุภา วิโยชน์ เลขาธิการฝ่ายจัดงาน กล่าวรายงานต่อ Prof. Dr. Yung-Chi Cheng ประธาน Consortium for Globalization of Chinese Medicine (CGCM) ผู้กล่าวเปิดการประชุมอย่างเป็นทางการ

การประชุม CGCM เป็นเวทีระดับนานาชาติที่สำคัญในการ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และงานวิจัยด้านการแพทย์แผนจีน (Traditional Chinese Medicine: TCM) โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนายาสมุนไพรจีนและผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อมนุษยชาติ องค์กร CGCM ซึ่งก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 2003 ปัจจุบันมีสมาชิก 166 สถาบัน และภาคอุตสาหกรรมที่ร่วมเครือข่าย 29 แห่งจากทั่วโลก สะท้อนถึงพลังของความร่วมมือที่ครอบคลุมทั้งสถาบันการศึกษา หน่วยงานกำกับดูแล และอุตสาหกรรม

สำหรับการประชุมในครั้งนี้ มีการนำเสนอหัวข้อที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้ง การฝังเข็ม ชีวสารสนเทศศาสตร์ การวิจัยทางคลินิก ทรัพยากรยาสมุนไพร ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ กลไกทางเคมี กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และความร่วมมือระหว่างภูมิภาค โดยเน้นย้ำการประยุกต์ใช้ความรู้ร่วมกันระหว่างภาควิชาการและภาคอุตสาหกรรม อันจะนำไปสู่การสร้างมาตรฐานและการพัฒนาที่ตอบสนองต่อปัญหาสุขภาพระดับโลก

การประชุมยังเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ นักวิชาการ นักวิจัย และนิสิตนักศึกษา ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกกับผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายประเทศ สร้างเครือข่ายการวิจัยใหม่ ๆ ที่สามารถนำไปต่อยอดในด้านการแพทย์แผนจีน การแพทย์พื้นบ้าน และผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยขยายโอกาสของการทำงานร่วมกันในระดับนานาชาติ

นอกจากการนำเสนอผลงานวิจัยแล้ว การประชุมครั้งนี้ยังมีความสำคัญในมิติของ การพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์และสุขภาพ ทั้งในด้านวิชาการและการปฏิบัติจริง ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการส่งเสริมสุขภาพของประชาชนในสังคม ผ่านการประยุกต์ใช้องค์ความรู้และนวัตกรรมให้เกิดประโยชน์เชิงปฏิบัติ

มหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะเจ้าภาพหลัก ได้แสดงบทบาทสำคัญในการผลักดันความร่วมมือระดับโลกด้านการแพทย์และการวิจัย เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่และเสริมสร้างศักยภาพของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ ตอกย้ำพันธกิจของมหาวิทยาลัยในการเชื่อมโยง งานวิจัยกับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม

ท้ายที่สุด การประชุมวิชาการ CGCM Meeting ครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ไม่เพียงแต่สนับสนุนการวิจัยด้านการแพทย์แผนจีน แต่ยังสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับโลก อันจะช่วยเสริมสร้างสังคมที่เข้มแข็งในการรับมือความท้าทายด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การพัฒนาที่มั่นคงและยั่งยืนในอนาคต

ม.นเรศวร จัดอบรมเสริมสร้างความตระหนักรู้ด้านสุขภาวะจิต พัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อการดูแลนิสิตอย่างรอบด้าน

วันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม 2568 งานกิจการนิสิตและศิษย์เก่าสัมพันธ์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรมอบรมด้านสุขภาวะจิต ภายใต้หัวข้อ “เสริมสร้างความตระหนักรู้ด้านสุขภาวะจิตของนิสิต” เพื่อพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ และทักษะของบุคลากรในการดูแลนิสิตทั้งด้านอารมณ์ จิตใจ และพฤติกรรม อันเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างคุณภาพชีวิตและการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพในระดับอุดมศึกษา

ในการนี้ ได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สัญญา เครือหงษ์ รองคณบดีฝ่ายกิจการนิสิตและศิษย์เก่าสัมพันธ์ กล่าวต้อนรับวิทยากรและผู้เข้าร่วมอบรม พร้อมกล่าวถึงความสำคัญของการส่งเสริมสุขภาวะจิตของนิสิต ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนให้เติบโตได้อย่างสมบูรณ์ทั้งด้านวิชาการ การใช้ชีวิต และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม

การอบรมได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัยมหิดล ประกอบด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์สมบูรณ์ หทัยอยู่สุข อาจารย์ประจำสาขาวิชาจิตเวชเด็กและวัยรุ่น ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล คุณแกมแก้ว โบษกรนัฏ นักจิตวิทยา กองกิจการนักศึกษา และ คุณกุณฑลีพร ศรีจันทร์ นักกิจกรรมบำบัด ศูนย์บูรณาการคลินิกเด็กและวัยรุ่น สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ซึ่งร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการส่งเสริมสุขภาพจิตของนิสิตในระดับอุดมศึกษา

เนื้อหาการอบรมประกอบด้วยการบรรยายและกิจกรรมเชิงปฏิบัติการในประเด็นสำคัญ ได้แก่ การตระหนักรู้ด้านสุขภาวะจิตของนิสิต เทคนิคการให้คำปรึกษาและแนวทางการดูแลนิสิต กิจกรรม “Perspective Shift” เพื่อสร้างความเข้าใจในความหลากหลายของผู้เรียน และกิจกรรม “Simulation Teaching for All” ที่มุ่งพัฒนาทักษะด้านการสื่อสาร การสอน และการดูแลนิสิตแบบองค์รวม ซึ่งช่วยให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กิจกรรมครั้งนี้มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรให้สามารถ ส่งเสริมการดูแลและสนับสนุนนิสิตอย่างเข้าใจและเหมาะสม โดยคำนึงถึงความแตกต่างของผู้เรียนแต่ละคน ทั้งในด้านอารมณ์ พฤติกรรม และบริบททางสังคม เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างเหมาะสม ทันเวลา และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นิสิตในการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย

คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพของนิสิตอย่างรอบด้าน ผ่านการเสริมสร้างความรู้ด้านสุขภาวะจิต การพัฒนาทักษะของบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน และการบูรณาการองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา เพื่อยกระดับคุณภาพการดูแลนิสิตและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต

การจัดอบรมในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนาระบบการดูแลนิสิตที่ครอบคลุมทั้งด้านวิชาการและสุขภาวะ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากร การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับสถาบันชั้นนำ และการนำองค์ความรู้ด้านสุขภาพจิตมาประยุกต์ใช้ในการจัดการศึกษา เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ การใช้ชีวิต และการเติบโตของนิสิตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

ม.นเรศวร ร่วมขับเคลื่อนสถาบันอุดมศึกษาปลอดบุหรี่ สร้างเครือข่ายสุขภาวะอย่างยั่งยืน

วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วม การประชุมปฏิบัติการคณะทำงานขับเคลื่อนสถาบันอุดมศึกษาปลอดบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบครอบคลุมและยั่งยืน ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม – 1 สิงหาคม 2568 ณ ห้องประชุมราชาวดี โรงแรมแกรนด์ริเวอร์ไซด์โฮเทล จังหวัดพิษณุโลก โดยได้รับเกียรติจาก ดร.จารุวรรณ แดงบุบผา ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต เป็นประธานเปิดการประชุม เพื่อร่วมกำหนดแนวทางการสร้าง สถาบันอุดมศึกษาปลอดบุหรี่ และยกระดับการดำเนินงานด้านสุขภาวะในสถาบันอุดมศึกษา

การประชุมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก สถาบันอุดมศึกษาในภาคเหนือตอนล่าง จำนวน 19 แห่ง เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวทางการดำเนินงานในการป้องกันและควบคุมการใช้บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ยาสูบ โดยมุ่งเน้นการพัฒนานโยบายและมาตรการที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรมภายในแต่ละสถาบัน

มหาวิทยาลัยนเรศวรนำโดย นายกัณต์กวี วิมุติ รักษาการผู้อำนวยการกองกิจการนิสิต พร้อมหัวหน้างานพัฒนานิสิตและบุคลากร เข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดีของนิสิตและบุคลากร พร้อมทั้งร่วมพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือด้านการควบคุมยาสูบในระดับอุดมศึกษา

นอกจากนี้ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ยังส่งอาจารย์และนิสิต จำนวน 4 คน เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านการส่งเสริมสุขภาพ การให้ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ตลอดจนร่วมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการป้องกันปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพในกลุ่มเยาวชนและประชาคมมหาวิทยาลัย

การประชุมปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งเน้นการพัฒนากลไกการดำเนินงานในระดับสถาบัน ทั้งด้านการกำหนดนโยบาย การสื่อสารสร้างความตระหนัก การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษา เพื่อขับเคลื่อน สถาบันอุดมศึกษาปลอดบุหรี่ ให้เกิดผลอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน รวมถึงรองรับการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบผลิตภัณฑ์ยาสูบในปัจจุบัน

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการใช้ชีวิตที่ปลอดภัย โดยสนับสนุนการดำเนินงานด้านการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันพฤติกรรมเสี่ยง และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคีเครือข่าย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของนิสิต บุคลากร และสังคมโดยรวม

การเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสุขภาวะของประชาคมมหาวิทยาลัย ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและภาคีเครือข่าย เพื่อร่วมกันสร้าง สถาบันอุดมศึกษาปลอดบุหรี่ ที่มีมาตรฐาน สนับสนุนการมีสุขภาพที่ดี ลดปัจจัยเสี่ยงจากการใช้ยาสูบ และสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและยั่งยืนในระยะยาว

ม.นเรศวร ร่วมสถานกงสุลอินเดีย จัดวันโยคะสากล ครั้งที่ 11 ส่งเสริมสุขภาพกายและจิตใจที่สมดุล

วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับสถานกงสุลอินเดีย ประจำจังหวัดเชียงใหม่ จัดกิจกรรม “วันโยคะสากล ครั้งที่ 11 (11th International Day of Yoga)” ณ อาคารอเนกประสงค์ ชั้น 2 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภาณุ พุทธวงศ์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน และได้รับเกียรติจาก นายทวี เสริมภักดีกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในพิธีเปิด ท่ามกลางผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นิสิต และผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 100 คน

กิจกรรมวันโยคะสากลจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม โดยใช้ศาสตร์โยคะเป็นแนวทางในการสร้างความสมดุลของร่างกายและจิตใจ ควบคู่กับการสร้างความตระหนักถึงการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งยังสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในการสนับสนุนการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดีของประชาคมมหาวิทยาลัย

ภายในกิจกรรม ผู้เข้าร่วมได้ร่วมฝึกปฏิบัติโยคะและเทคนิคการหายใจที่ถูกต้อง ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของร่างกาย ส่งเสริมการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจ พร้อมช่วยลดอาการเมื่อยล้าจากการทำงานและการเรียน อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการออกกำลังกายที่สามารถนำไปปฏิบัติได้ในชีวิตประจำวัน

การฝึกโยคะยังมีส่วนช่วยในการผ่อนคลายความเครียด ลดความวิตกกังวล เสริมสร้างสมาธิ และช่วยให้จิตใจสงบมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้ นอนหลับได้อย่างมีคุณภาพ ส่งผลให้ร่างกายสามารถฟื้นฟูได้อย่างเต็มที่ เพิ่มประสิทธิภาพในการเรียน การทำงาน และการใช้ชีวิตประจำวัน อันเป็นแนวทางสำคัญในการ ส่งเสริมสุขภาพกายและจิตใจที่สมดุล

นอกจากการส่งเสริมสุขภาพของผู้เข้าร่วมแล้ว กิจกรรมครั้งนี้ยังสะท้อนความร่วมมืออันดีระหว่างมหาวิทยาลัยนเรศวรกับสถานกงสุลอินเดีย ประจำจังหวัดเชียงใหม่ ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านสุขภาพและวัฒนธรรม ส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศ และเปิดโอกาสให้ประชาคมมหาวิทยาลัยได้เรียนรู้ศาสตร์การดูแลสุขภาพที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของนิสิตและบุคลากร ผ่านการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมการออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพจิต และการสร้างสมดุลในการใช้ชีวิต ควบคู่กับการพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้และกิจกรรมที่เอื้อต่อการสร้างสังคมมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพ มีความสุข และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การจัดงานวันโยคะสากล ครั้งที่ 11 ในครั้งนี้ สะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน การสร้างสังคมแห่งสุขภาวะ และการพัฒนาวิถีชีวิตที่สมดุลของประชาคมมหาวิทยาลัย โดยมุ่งหวังให้ทุกคนเห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และร่วมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่มีความสุขและยั่งยืนต่อไป

ม.นเรศวร ยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพการนอนหลับ สู่ศูนย์ตรวจการนอนหลับแห่งแรกในภาคเหนือตอนล่างที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับประเทศ

ศูนย์ตรวจการนอนหลับ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับการรับรองมาตรฐานอย่างเป็นทางการจากสมาคมโรคนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับแห่งประเทศไทย (Accredited Sleep Center) และราชวิทยาลัยโสต ศอ นาสิกแพทย์แห่งประเทศไทย นับเป็นศูนย์ตรวจการนอนหลับแห่งแรกในภาคเหนือตอนล่างที่ผ่านการรับรองคุณภาพระดับประเทศ สะท้อนถึงความพร้อมและศักยภาพของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในการยกระดับบริการด้านสุขภาพการนอนหลับให้ได้มาตรฐานสากล

ศูนย์ตรวจการนอนหลับแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเพื่อรองรับผู้ป่วยที่มีภาวะผิดปกติของการนอน เช่น โรคนอนกรน ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ และปัญหาคุณภาพการนอนหลับอื่น ๆ โดยมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโสต ศอ นาสิกวิทยา แพทย์เฉพาะทางด้านการนอนหลับ และบุคลากรสหสาขาวิชาชีพที่ผ่านการอบรมเฉพาะทาง เพื่อให้การดูแล วินิจฉัย และรักษาเป็นไปตามมาตรฐานทางการแพทย์อย่างครบวงจร

ในโอกาสนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงมัณฑนา ประกาศสัจธรรม และแพทย์หญิงอริสา ด่วนทวีสุข อาจารย์ประจำภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นผู้แทนศูนย์ฯ เข้ารับใบประกาศนียบัตรรับรองคุณภาพ (Certificate) ภายในงานประชุมวิชาการสมาคมโรคนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ ประจำปี 2568 ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2568 ซึ่งเป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยด้านการนอนหลับจากทั่วประเทศ

ความสำเร็จในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการพัฒนาศักยภาพทางการแพทย์และการบริการสุขภาพของมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ไม่เพียงแต่ให้การรักษาเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นการส่งเสริมโปรแกรมด้านการนอนหลับ และสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการนอนหลับที่มีคุณภาพในกลุ่มบุคลากรและประชาชนทั่วไป เพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และเสริมสร้างสุขภาพกายใจที่ดีในระยะยาว

การดำเนินงานของศูนย์ตรวจการนอนหลับ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสุขภาพ โดยเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตผ่านการดูแลสุขภาวะการนอนอย่างมีระบบ และการให้คำปรึกษาที่ครอบคลุมทั้งการรักษา การป้องกัน และการปรับพฤติกรรมการนอนที่เหมาะสม ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ เบาหวาน และภาวะซึมเศร้าที่มักเกิดจากการนอนหลับไม่เพียงพอ

นอกจากนี้ ศูนย์ฯ ยังมุ่งเน้นการเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ ผ่านการจัดอบรม เวิร์กช็อป และการให้คำแนะนำเชิงป้องกันในชุมชน เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาการนอนและแนวทางการปรับพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง โดยส่งเสริมให้การนอนหลับและการฝึกสติ (Mindfulness) เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตที่สมดุล

ด้วยความมุ่งมั่นและการทำงานอย่างต่อเนื่อง ศูนย์ตรวจการนอนหลับ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร จึงเป็นต้นแบบของการให้บริการสุขภาพแบบองค์รวม ที่ผสมผสานองค์ความรู้ทางการแพทย์เข้ากับการส่งเสริมสุขภาวะด้านจิตใจ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่สังคมไทยอย่างยั่งยืน

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ยังคงยึดมั่นในพันธกิจ “โรงเรียนแพทย์ระดับโลก เพื่อสร้างสังคมที่มีสุขภาพที่ดี” พร้อมเดินหน้าพัฒนาองค์ความรู้ด้านสุขภาพ การวิจัย และการบริการทางการแพทย์ เพื่อยกระดับสุขภาวะของประชาชนในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin