ม.นเรศวร คว้ารางวัล 5 ดาว AUN-HPN ก้าวสู่ผู้นำมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพอาเซียน

วันพุธที่ 27 พฤศจิกายน 2568 รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เข้ารับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ “มหาวิทยาลัยอาเซียนด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ระดับ 5 ดาว” จากเครือข่ายมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพแห่งอาเซียน (AUN-HPN) ซึ่งเป็นผลสำเร็จสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาสภาพแวดล้อม ระบบสนับสนุน และการบริหารจัดการสุขภาวะให้มีประสิทธิภาพตามมาตรฐาน Healthy University Rating System (HURS) อันเป็นกรอบการประเมินที่ส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษาพัฒนาศักยภาพด้านสุขภาวะอย่างยั่งยืน

รางวัลระดับ 5 ดาวดังกล่าวเป็นหลักฐานที่แสดงถึงความก้าวหน้าของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการขับเคลื่อนแนวทางสร้างเสริมสุขภาพเชิงระบบ โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของบุคลากร นิสิต และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกระดับ ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การออกแบบบริการสนับสนุนสุขภาวะ และการขยายระบบบริหารจัดการที่เอื้อต่อคุณภาพชีวิตของสมาชิกในมหาวิทยาลัย ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี

พิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณจัดขึ้นโดยมีศาสตราจารย์ ดร.ฉัตรเฉลิม อิศรางกูร ณ อยุธยา ประธานคณะทำงานระบบ HURS เป็นผู้มอบรางวัล โดยในปี 2568 มีเพียง 4 มหาวิทยาลัยไทยที่ได้รับการประเมินในระดับสูงสุด 5 ดาว ได้แก่ มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งของระบบอุดมศึกษาไทยในการขับเคลื่อนประเด็นสุขภาวะและความยั่งยืนในระดับภูมิภาค

การได้รับรางวัลในครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการบูรณาการแนวคิดการสร้างเสริมสุขภาพกับการบริหารจัดการมหาวิทยาลัยอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการส่งเสริมสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ การบริหารจัดการความปลอดภัย การเข้าถึงบริการสุขภาพ และการพัฒนาทักษะด้านสุขภาวะสำหรับนิสิตและบุคลากร ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของมหาวิทยาลัยสุขภาวะแบบยั่งยืน

นอกจากการเข้ารับรางวัลแล้ว รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี ยังได้รับเชิญให้นำเสนอแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) ในเวทีเสวนานานาชาติของ AUN-HPN ในหัวข้อ “Sharing Best Practices among Healthy Universities Participating in HURS” ณ Hilton Manila Newport World Resorts สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ การนำเสนอในครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการเผยแพร่ประสบการณ์ของมหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ร่วมกับมหาวิทยาลัยในภูมิภาคอาเซียน เพื่อยกระดับการพัฒนามหาวิทยาลัยสุขภาวะในเชิงร่วมมือ

การได้รับเชิญในฐานะวิทยากรระดับนานาชาติ แสดงให้เห็นถึงการยอมรับในศักยภาพของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นต้นแบบด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ตลอดจนการสร้างเวทีการเรียนรู้ร่วมกันกับมหาวิทยาลัยพันธมิตรในอาเซียน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ในระดับภูมิภาค และสอดคล้องกับเป้าหมายด้านการสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นทั้งในระดับการประเมินและการเผยแพร่แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศในต่างประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนานโยบาย โครงสร้างพื้นฐาน และระบบบริหารจัดการที่สนับสนุนสุขภาวะอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยืนยันบทบาทของมหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันที่ให้ความสำคัญต่อสุขภาวะของทุกคน และการสร้างความร่วมมือทางวิชาการที่เข้มแข็งเพื่อผลักดันการพัฒนาในระดับภูมิภาค

ความก้าวหน้าดังกล่าวเป็นแรงขับเคลื่อนที่จะช่วยให้มหาวิทยาลัยนเรศวรสามารถต่อยอดแนวทางการพัฒนามหาวิทยาลัยสุขภาวะแบบองค์รวมให้มีความยั่งยืนยิ่งขึ้น ผ่านการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภายในและพันธมิตรภายนอก พร้อมขยายผลสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของนิสิต บุคลากร และชุมชนโดยรอบอย่างเป็นรูปธรรม

ม.นเรศวร เดินหน้ารณรงค์สังคมปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ผ่านกิจกรรม NU Playground Event เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะและความร่วมมืออย่างยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร ในฐานะ สถาบันการศึกษาที่ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ได้จัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับ โทษของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ภายในงาน NU Playground Event ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 17 – 19 พฤศจิกายน 2568 เวลา 17.00 – 21.00 น. เพื่อเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับ พิษภัยของการสูบบุหรี่ และสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่ม เยาวชนและนิสิต ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการเริ่มต้นใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบรูปแบบใหม่

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ประกาศจุดยืนในการ ต่อต้านการใช้บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึง คัดค้านข้อเสนอการยกเลิกการแบนบุหรี่ไฟฟ้า เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงให้ประชาชน โดยเฉพาะเยาวชน เข้าถึงผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อ สุขภาพระยะยาว และขัดต่อเป้าหมายการลดปัจจัยเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อร้ายแรง อาทิ โรคหัวใจ โรคปอด และโรคมะเร็ง

บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าเป็น ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ที่กระทบต่อสุขภาพของประชาชน แม้จะมีการนำเสนอว่าบุหรี่ไฟฟ้ามี ความปลอดภัยมากกว่า แต่ผลการวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่าบุหรี่ไฟฟ้า มีสารเคมีอันตราย ที่ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ เพิ่มความเสี่ยงต่อ โรคมะเร็งปอด และสร้างการเสพติด โดยเฉพาะในกลุ่ม วัยรุ่น ซึ่งอยู่ในช่วงการพัฒนาทางร่างกายและสติปัญญา ทำให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็น ภัยสุขภาพสมัยใหม่ ที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว

นอกเหนือจากผลกระทบต่อสุขภาพ การยกเลิกการแบนบุหรี่ไฟฟ้ายังอาจทำให้ภาระของระบบ สาธารณสุข เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากจะมีผู้ป่วยจากโรคที่ป้องกันได้เพิ่มสูงขึ้น มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงย้ำถึงความจำเป็นในการ รักษามาตรการควบคุมยาสูบอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของผลิตภัณฑ์ยาสูบชนิดใหม่ในกลุ่มเยาวชน และเพื่อสนับสนุนการสร้าง สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ

การลดการบริโภคยาสูบจำเป็นอย่างยิ่งต้องอาศัย ความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม สถาบันการศึกษา และประชาชนทั่วไป มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อผลักดัน มาตรการควบคุมยาสูบ และจัดกิจกรรม รณรงค์ให้ความรู้ ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหลากหลาย พร้อมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนเข้าใจผลกระทบและความเสี่ยงจากผลิตภัณฑ์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

หนึ่งในจุดเด่นของกิจกรรมภายใน NU Playground Event คือการมีส่วนร่วมของ นิสิตชมรมอาสา ซึ่งได้จัดบูธให้ความรู้ พูดคุย ชี้แจงข้อมูล และแจกสื่อความรู้เกี่ยวกับ พิษภัยของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ให้แก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป การมีส่วนร่วมของนิสิตช่วยเสริมสร้าง บทบาทพลเมือง วิชาการเพื่อสังคม และการพัฒนาทักษะการสื่อสารสาธารณะ ตลอดจนช่วยสร้าง เครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและชุมชน

กิจกรรมดังกล่าวยังสอดคล้องกับ นโยบายมหาวิทยาลัยที่มุ่งเป็นสถาบันตัวอย่างในการส่งเสริมสุขภาพ ผ่านการทำงานแบบบูรณาการ ทั้งการวิจัย งานวิชาการ การให้บริการสุขภาพ และการให้คำปรึกษาด้านการเลิกบุหรี่ การดำเนินการในลักษณะนี้เป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาสังคมที่ เข้มแข็ง ยั่งยืน และปราศจากปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรค

ม.นเรศวร ขอเชิญนิสิตศึกษาข้อมูล “7 วิธีหลีกเลี่ยงหายนะจากการพนัน”

มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอเชิญนิสิต บุคลากร และประชาคมมหาวิทยาลัย ศึกษาข้อมูลจาก กรมสุขภาพจิต เรื่อง “7 วิธีหลีกเลี่ยงหายนะจากการพนัน” เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ ผลกระทบด้านลบของการพนัน และแนวทางในการป้องกันตนเอง พร้อมร่วมกัน สร้างสังคมที่ปลอดภัยห่างไกลการพนัน

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ออก ประกาศสำคัญ เรื่อง “ห้ามนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวรเกี่ยวข้องกับการพนันฟุตบอล” เพื่อย้ำเตือนและสร้างความตระหนักให้กับนิสิตทุกคนถึง โทษและผลกระทบจากการพนันในทุกรูปแบบ ตลอดจนเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีวินัย การเคารพกฎระเบียบ และการดำเนินชีวิตด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

การพนันเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อสุขภาพจิต ความสัมพันธ์ในครอบครัว และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การเข้าใจอันตรายของการพนันจึงเป็นก้าวแรกของการป้องกัน โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนที่อาจถูกชักจูงได้ง่าย หากขาดการดูแลเอาใจใส่จากครอบครัวและชุมชนที่เข้มแข็ง

กรมสุขภาพจิตได้เสนอแนวทาง “7 วิธีหลีกเลี่ยงหายนะจากการพนัน” เพื่อให้ทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันและลดปัจจัยเสี่ยงของการเล่นพนัน เช่น การสร้างความอบอุ่นในครอบครัว การช่วยกันแก้ปัญหาเมื่อลูกหลานมีพฤติกรรมเสี่ยง การส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์แทนการพนัน และการเข้ารับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญเมื่อจำเป็น

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการสร้าง สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมสุขภาวะทางกายและใจ โดยจัดกิจกรรมรณรงค์และให้ความรู้แก่นิสิตเกี่ยวกับโทษของการพนัน เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจอย่างมีเหตุผล และการรับผิดชอบต่อสังคม

สำหรับผู้ที่ประสบปัญหาหรือได้รับผลกระทบจากการพนัน สามารถขอรับคำปรึกษาได้จาก สายด่วนสุขภาพจิต โทร. 1323 ซึ่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตโดยตรง

มหาวิทยาลัยนเรศวรขอเชิญชวนทุกคนร่วมมือกันเรียนรู้ ทำความเข้าใจ และเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับผลกระทบของการพนัน เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่มี ความสุข ปลอดภัย และยั่งยืน ห่างไกลจากการพนัน

ม.นเรศวร เจ้าภาพจัดประชุมวิชาการ CGCM ด้านการแพทย์แผนจีนครั้งแรกในประเทศไทย ส่งเสริมสุขภาพและความร่วมมือวิจัยระดับโลก

วันอังคารที่ 19 สิงหาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดการประชุมวิชาการนานาชาติ The 21st CGCM Meeting ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 19 – 21 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) จังหวัดพิษณุโลก โดยมีศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงกรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวต้อนรับ และศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงจารุภา วิโยชน์ เลขาธิการฝ่ายจัดงาน กล่าวรายงานต่อ Prof. Dr. Yung-Chi Cheng ประธาน Consortium for Globalization of Chinese Medicine (CGCM) ผู้กล่าวเปิดการประชุมอย่างเป็นทางการ

การประชุม CGCM เป็นเวทีระดับนานาชาติที่สำคัญในการ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และงานวิจัยด้านการแพทย์แผนจีน (Traditional Chinese Medicine: TCM) โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนายาสมุนไพรจีนและผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อมนุษยชาติ องค์กร CGCM ซึ่งก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 2003 ปัจจุบันมีสมาชิก 166 สถาบัน และภาคอุตสาหกรรมที่ร่วมเครือข่าย 29 แห่งจากทั่วโลก สะท้อนถึงพลังของความร่วมมือที่ครอบคลุมทั้งสถาบันการศึกษา หน่วยงานกำกับดูแล และอุตสาหกรรม

สำหรับการประชุมในครั้งนี้ มีการนำเสนอหัวข้อที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้ง การฝังเข็ม ชีวสารสนเทศศาสตร์ การวิจัยทางคลินิก ทรัพยากรยาสมุนไพร ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ กลไกทางเคมี กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และความร่วมมือระหว่างภูมิภาค โดยเน้นย้ำการประยุกต์ใช้ความรู้ร่วมกันระหว่างภาควิชาการและภาคอุตสาหกรรม อันจะนำไปสู่การสร้างมาตรฐานและการพัฒนาที่ตอบสนองต่อปัญหาสุขภาพระดับโลก

การประชุมยังเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ นักวิชาการ นักวิจัย และนิสิตนักศึกษา ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกกับผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายประเทศ สร้างเครือข่ายการวิจัยใหม่ ๆ ที่สามารถนำไปต่อยอดในด้านการแพทย์แผนจีน การแพทย์พื้นบ้าน และผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยขยายโอกาสของการทำงานร่วมกันในระดับนานาชาติ

นอกจากการนำเสนอผลงานวิจัยแล้ว การประชุมครั้งนี้ยังมีความสำคัญในมิติของ การพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์และสุขภาพ ทั้งในด้านวิชาการและการปฏิบัติจริง ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการส่งเสริมสุขภาพของประชาชนในสังคม ผ่านการประยุกต์ใช้องค์ความรู้และนวัตกรรมให้เกิดประโยชน์เชิงปฏิบัติ

มหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะเจ้าภาพหลัก ได้แสดงบทบาทสำคัญในการผลักดันความร่วมมือระดับโลกด้านการแพทย์และการวิจัย เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่และเสริมสร้างศักยภาพของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ ตอกย้ำพันธกิจของมหาวิทยาลัยในการเชื่อมโยง งานวิจัยกับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม

ท้ายที่สุด การประชุมวิชาการ CGCM Meeting ครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ไม่เพียงแต่สนับสนุนการวิจัยด้านการแพทย์แผนจีน แต่ยังสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับโลก อันจะช่วยเสริมสร้างสังคมที่เข้มแข็งในการรับมือความท้าทายด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การพัฒนาที่มั่นคงและยั่งยืนในอนาคต

ม.นเรศวร ชวนใช้สิทธิประกันสังคมด้านทันตกรรม ก่อนสิ้นปี 2567

วันอังคารที่ 4 ธันวาคม 2567 คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอเชิญผู้ประกันตนทุกท่านมาใช้สิทธิประกันสังคมด้านทันตกรรม ก่อนสิ้นปี 2567 โดยสามารถเข้ารับบริการโดย ไม่ต้องสำรองจ่าย เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างเท่าเทียม และลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน

บริการทันตกรรม ที่สามารถใช้สิทธิ ได้แก่ ถอนฟัน ผ่าฟันคุด ขูดหินปูน และอุดฟัน ซึ่งล้วนเป็นการรักษาสำคัญที่ช่วยป้องกันโรคในช่องปากระยะยาว และสอดคล้องกับแนวทางการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคตาม เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 3) ที่มุ่งสร้างหลักประกันด้านสุขภาพที่ครอบคลุมและทั่วถึง

การเปิดให้บริการโดย โรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ยังสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในการทำหน้าที่เพื่อสังคม ผ่านการสนับสนุนให้ประชาชนมีโอกาสได้รับการดูแลสุขภาพที่ได้มาตรฐาน โดยไม่ถูกจำกัดด้วยข้อจำกัดทางเศรษฐกิจหรือสังคม

สิทธิประโยชน์นี้สามารถใช้ได้ ถึงวันที่ 27 ธันวาคม 2567 เท่านั้น ผู้ประกันตนจึงควรตรวจสอบสิทธิและเข้ารับบริการก่อนหมดกำหนด เพื่อให้ไม่สูญเสียโอกาสในการดูแลสุขภาพช่องปาก และลดความเสี่ยงต่อโรคในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับการสร้างสุขภาวะที่ยั่งยืนในชุมชน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 0 5596 7462 และ 0 5596 7481 เพื่อยืนยันสิทธิและวางแผนการเข้ารับบริการอย่างเหมาะสม

ม.นเรศวร ยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพการนอนหลับ สู่ศูนย์ตรวจการนอนหลับแห่งแรกในภาคเหนือตอนล่างที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับประเทศ

ศูนย์ตรวจการนอนหลับ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับการรับรองมาตรฐานอย่างเป็นทางการจากสมาคมโรคนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับแห่งประเทศไทย (Accredited Sleep Center) และราชวิทยาลัยโสต ศอ นาสิกแพทย์แห่งประเทศไทย นับเป็นศูนย์ตรวจการนอนหลับแห่งแรกในภาคเหนือตอนล่างที่ผ่านการรับรองคุณภาพระดับประเทศ สะท้อนถึงความพร้อมและศักยภาพของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในการยกระดับบริการด้านสุขภาพการนอนหลับให้ได้มาตรฐานสากล

ศูนย์ตรวจการนอนหลับแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเพื่อรองรับผู้ป่วยที่มีภาวะผิดปกติของการนอน เช่น โรคนอนกรน ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ และปัญหาคุณภาพการนอนหลับอื่น ๆ โดยมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโสต ศอ นาสิกวิทยา แพทย์เฉพาะทางด้านการนอนหลับ และบุคลากรสหสาขาวิชาชีพที่ผ่านการอบรมเฉพาะทาง เพื่อให้การดูแล วินิจฉัย และรักษาเป็นไปตามมาตรฐานทางการแพทย์อย่างครบวงจร

ในโอกาสนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงมัณฑนา ประกาศสัจธรรม และแพทย์หญิงอริสา ด่วนทวีสุข อาจารย์ประจำภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นผู้แทนศูนย์ฯ เข้ารับใบประกาศนียบัตรรับรองคุณภาพ (Certificate) ภายในงานประชุมวิชาการสมาคมโรคนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ ประจำปี 2568 ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2568 ซึ่งเป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยด้านการนอนหลับจากทั่วประเทศ

ความสำเร็จในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการพัฒนาศักยภาพทางการแพทย์และการบริการสุขภาพของมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ไม่เพียงแต่ให้การรักษาเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นการส่งเสริมโปรแกรมด้านการนอนหลับ และสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการนอนหลับที่มีคุณภาพในกลุ่มบุคลากรและประชาชนทั่วไป เพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และเสริมสร้างสุขภาพกายใจที่ดีในระยะยาว

การดำเนินงานของศูนย์ตรวจการนอนหลับ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสุขภาพ โดยเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตผ่านการดูแลสุขภาวะการนอนอย่างมีระบบ และการให้คำปรึกษาที่ครอบคลุมทั้งการรักษา การป้องกัน และการปรับพฤติกรรมการนอนที่เหมาะสม ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ เบาหวาน และภาวะซึมเศร้าที่มักเกิดจากการนอนหลับไม่เพียงพอ

นอกจากนี้ ศูนย์ฯ ยังมุ่งเน้นการเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ ผ่านการจัดอบรม เวิร์กช็อป และการให้คำแนะนำเชิงป้องกันในชุมชน เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาการนอนและแนวทางการปรับพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง โดยส่งเสริมให้การนอนหลับและการฝึกสติ (Mindfulness) เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตที่สมดุล

ด้วยความมุ่งมั่นและการทำงานอย่างต่อเนื่อง ศูนย์ตรวจการนอนหลับ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร จึงเป็นต้นแบบของการให้บริการสุขภาพแบบองค์รวม ที่ผสมผสานองค์ความรู้ทางการแพทย์เข้ากับการส่งเสริมสุขภาวะด้านจิตใจ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่สังคมไทยอย่างยั่งยืน

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ยังคงยึดมั่นในพันธกิจ “โรงเรียนแพทย์ระดับโลก เพื่อสร้างสังคมที่มีสุขภาพที่ดี” พร้อมเดินหน้าพัฒนาองค์ความรู้ด้านสุขภาพ การวิจัย และการบริการทางการแพทย์ เพื่อยกระดับสุขภาวะของประชาชนในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง

ม.นเรศวร หน่วยทันตกรรมพระราชทาน ส่งเสริมสุขภาพอย่างเท่าเทียม มอบรอยยิ้มแก่ประชาชน

วันอังคารที่ 17 ธันวาคม 2567 หน่วยทันตกรรมพระราชทาน คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ลงพื้นที่ให้บริการใส่ฟันเทียมพระราชทานแก่ประชาชน ณ โรงพยาบาลอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-19 ธันวาคม 2567 รวมผู้รับบริการจำนวนทั้งสิ้น 46 ราย โดยทีมงานประกอบด้วยอาจารย์ทันตแพทย์ นิสิตระดับบัณฑิตศึกษา ผู้ช่วยทันตแพทย์ และช่างทันตกรรม นอกจากนี้ ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ทันตแพทย์หญิง ดร.วิสาขะ ลิ่มวงศ์ อดีตคณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ยังได้ร่วมลงพื้นที่เป็นขวัญและกำลังใจให้กับทีมงานด้วย

การให้บริการครั้งนี้ แบ่งเป็นการใส่ฟันเทียมแบบ Conventional denture จำนวน 26 ราย และ Digital denture จำนวน 20 ราย ซึ่งถือเป็นครั้งที่สองที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในหน่วยทันตกรรมพระราชทาน การประยุกต์ Digital denture ทำให้การขึ้นรูปชิ้นงานแม่นยำมากขึ้น ลดการกรอปรับแต่งในช่องปาก และช่วยให้ผู้ป่วยได้รับฟันเทียมที่มีคุณภาพ สวมใส่สบายและพอดี

สิ่งสำคัญของการดำเนินงานครั้งนี้ คือการผสมผสานเทคโนโลยี CAD Design และการพิมพ์สามมิติ (3D Printing) ในการผลิตฟันเทียม โดยทีมทันตแพทย์และนิสิตปริญญาโทสามารถผลิตฟันเทียมได้ครบตามเป้าหมาย 20 รายภายในระยะเวลาอันจำกัด แสดงถึงศักยภาพของบุคลากรรุ่นใหม่ที่สามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับคุณภาพการรักษา

แม้ว่าการผลิต Digital denture ยังมีข้อจำกัด เช่น เรื่องความสวยงามของชิ้นงานและความรวดเร็วในการขึ้นรูป แต่ความสำเร็จในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนางานด้านทันตกรรมเชิงนวัตกรรม ที่สามารถต่อยอดเพื่อยกระดับบริการสุขภาพช่องปากในอนาคต

โครงการหน่วยทันตกรรมพระราชทานครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ ส่งเสริมสุขภาพอย่างเท่าเทียม ให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลได้รับโอกาสเข้าถึงบริการทางทันตกรรมที่มีคุณภาพ โดยไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นการลดความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงบริการสาธารณสุข

นอกจากนี้ การออกหน่วยยังเป็นเวทีให้นิสิตทันตแพทย์ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง ฝึกปฏิบัติจริงร่วมกับทีมอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยพัฒนาทักษะวิชาชีพ แต่ยังปลูกฝังจิตสำนึกแห่งการรับผิดชอบต่อสังคม และการมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่เป็นธรรมและโปร่งใสด้านสุขภาพ

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าสนับสนุนกิจกรรมด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อสร้างสังคมที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดความไม่เสมอภาคด้านการเข้าถึงบริการ และร่วมกันขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ

ม.นเรศวร ส่งเสริมการสร้างสังคมผู้สูงอายุสุขภาพดี ชราอย่างมีคุณค่าและดำรงชีวิตอย่างสมศักดิ์ศรี

มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ศิษฐ์ภัณฑ์ แคนลา รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการกองส่งเสริมการบริการวิชาการ มอบหมายให้บุคลากรกองส่งเสริมการบริการวิชาการ เข้าร่วมกิจกรรม “โครงการชมรมผู้สูงอายุตำบลท่าโพธิ์เคลื่อนที่ ครั้งที่ 1” ซึ่งจัดขึ้น ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าโพธิ์ จังหวัดพิษณุโลก โดยมีนายธวัช สิงหเดช นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าโพธิ์ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม เพื่อส่งเสริมการสร้างสังคมผู้สูงอายุสุขภาพดี ชราอย่างมีคุณค่าและดำรงชีวิตอย่างสมศักดิ์ศรี

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในชุมชน มุ่งเน้นให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ มหาวิทยาลัย และชุมชน โดยมหาวิทยาลัยนเรศวรมีบทบาทสำคัญในการบูรณาการองค์ความรู้ด้านสุขภาพและการแพทย์ เพื่อยกระดับสังคมไทยให้พร้อมต่อการก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ

ภายในกิจกรรม ผศ.ดร.ทพญ.สุภาพร แสงอ่วม จากโรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และทีมงานวิทยากรนำโดย ผศ.ดร.ทพ.อริยะ จันทรมณี ได้ให้ความรู้เรื่อง “การดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ” เน้นให้ผู้สูงอายุเห็นความสำคัญของการดูแลช่องปาก เนื่องจากสุขภาพช่องปากมีผลต่อการรับประทานอาหาร การสื่อสาร และคุณภาพชีวิตในระยะยาว

นอกจากนี้ยังมีการบรรยายโดย อ.ดร.ทพ.กิตติชัย สิรีรัตน์ ในหัวข้อ “การใช้ยาให้ปลอดภัยในผู้สูงวัย” เพื่อให้ผู้สูงอายุเข้าใจหลักการใช้ยาอย่างถูกต้อง ลดความเสี่ยงจากการใช้ยาซ้ำซ้อน หรือการใช้ยาที่อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียง พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สอบถามข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพและการใช้ยาอย่างปลอดภัย

บรรยากาศในกิจกรรมเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง มีสมาชิกชมรมผู้สูงอายุตำบลท่าโพธิ์จากหมู่ 1, 2 และ 3 เข้าร่วมกว่า 70 คน ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ก่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกันในการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

โครงการนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจมหาวิทยาลัยนเรศวรในการส่งเสริมสุขภาวะและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรที่มีความสำคัญต่อสังคม การดำเนินโครงการลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาองค์ความรู้และบริการวิชาการเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของสังคมอย่างแท้จริง

นอกจากการให้ความรู้ด้านสุขภาพแล้ว โครงการยังมุ่งสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้สูงอายุสามารถดูแลตนเองได้อย่างต่อเนื่อง มีส่วนร่วมในกิจกรรมชุมชน และมีความสุขในการดำรงชีวิต ส่งผลให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างวัย ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในพื้นที่ต่าง ๆ ต่อไป โดยใช้แนวทางการทำงานแบบมีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ทั้งในด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคม พร้อมต่อยอดสู่เป้าหมายของการสร้าง “สังคมผู้สูงอายุสุขภาพดี ชราอย่างมีคุณค่าและดำรงชีวิตอย่างสมศักดิ์ศรี” อย่างแท้จริง

ม.นเรศวร เปิดคอร์สออนไลน์ “สุขภาพทางเพศวัยรุ่น” ส่งเสริมสุขภาพที่ดีและการเรียนรู้อย่างยั่งยืน

มหาวิทยาลัยนเรศวร โดย กองบริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (CITCOMS) ได้เปิดคอร์สเรียนออนไลน์ เรื่อง “สุขภาพทางเพศวัยรุ่น Sexual Health for Adolescence” ซึ่งเป็นหนึ่งในรายวิชาภายใต้ NU MOOC เพื่อส่งเสริมสุขภาพทางเพศวัยรุ่น และสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดูแลตนเองทั้งด้านร่างกายและจิตใจ

คอร์สเรียนนี้มุ่งเน้นการถ่ายทอด แนวคิดสุขภาพทางเพศ ที่เหมาะสมกับวัยรุ่นและเยาวชน รวมถึงการเรียนรู้เรื่อง การคุมกำเนิด และการป้องกัน การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต การศึกษา และอนาคตของเยาวชน การให้ความรู้ในเชิงป้องกันถือเป็นหัวใจสำคัญของการแก้ไขปัญหาในระยะยาว

เนื้อหาในคอร์สยังครอบคลุมถึง โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งยังคงเป็นความท้าทายที่พบได้ในกลุ่มวัยรุ่น การเรียนรู้ที่รอบด้านช่วยให้ผู้เรียนสามารถตระหนักถึงความเสี่ยงและเรียนรู้วิธีการป้องกันอย่างเหมาะสม อันจะช่วยลดปัญหาด้านสาธารณสุขและสร้างสังคมที่มีคุณภาพมากขึ้น

อีกประเด็นสำคัญคือ พระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 ที่เกี่ยวข้องกับสิทธิของวัยรุ่นในการเข้าถึงบริการสุขภาพและการป้องกันการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อม การเรียนรู้ด้านกฎหมายจะช่วยสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง และส่งเสริมให้เยาวชนสามารถตัดสินใจได้อย่างรับผิดชอบต่อสุขภาพและชีวิตของตนเอง

คอร์สเรียนนี้มีระยะเวลา 5 ชั่วโมง ถ่ายทอดโดย ดร.ศิริกนก กลั่นขจร อาจารย์ประจำภาควิชาพยาบาลศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพวัยรุ่น เนื้อหาถูกออกแบบให้เหมาะสมกับผู้เรียนทุกกลุ่ม ทั้งนักเรียน นักศึกษา บุคลากรด้านการศึกษา บุคลากรด้านสุขภาพ และประชาชนทั่วไปที่สนใจ

ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าเรียนได้ที่ lifelong.nu.ac.th ขั้นตอนการลงทะเบียนมีความสะดวก ตั้งแต่การสมัครสมาชิก การยืนยันตัวตนด้วยรหัส OTP จนถึงการเลือกและลงทะเบียนเรียน ซึ่งทำให้ผู้เรียนสามารถเริ่มต้นการเรียนรู้ได้ทันที คอร์สเรียนออนไลน์ใน NU MOOC เปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงองค์ความรู้ได้ฟรีและต่อเนื่อง

โครงการนี้สะท้อนถึงการให้ความสำคัญของมหาวิทยาลัยนเรศวรต่อการส่งเสริมสุขภาพที่ดีของวัยรุ่นและเยาวชน และแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นตามนโยบายของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และองค์การอนามัยโลก ทั้งยังมุ่งสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ที่เป็นกรอบความร่วมมือระดับโลก

ม.นเรศวร ร่วมเฉลิมฉลอง 10 ปี AUN-HPN เสริมสร้างสุขภาพยั่งยืนในอาเซียน

วันอังคารที่ 3 ธันวาคม 2567 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมงานครบรอบ 10 ปี เครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนด้านการส่งเสริมสุขภาพ (AUN-HPN) ณ โรงแรม Millennium Hilton Bangkok กรุงเทพมหานคร โดย รศ.ดร.นิทรา กิจธีระวุฒิวงษ์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ พร้อมด้วย ดร.รมย์นลิน เขียนจูม ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ เป็นผู้แทนมหาวิทยาลัยเข้าร่วมงาน

งานครบรอบ 10 ปี AUN-HPN จัดขึ้นโดย AUN-HPN Secretariat ร่วมกับสถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความร่วมมือและแลกเปลี่ยนแนวคิดด้านการส่งเสริมสุขภาพระหว่างมหาวิทยาลัยสมาชิกในภูมิภาคอาเซียน พร้อมกำหนดแผนงานและกลยุทธ์ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการแบ่งปันทรัพยากรและแนวปฏิบัติที่สนับสนุนสุขภาพที่ยั่งยืน การพัฒนานโยบายด้านสุขภาพที่ตอบโจทย์ปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคม และการสร้างมาตรฐานที่สนับสนุนการพัฒนาสุขภาพของประชากรในภูมิภาค ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมาย SDG3: สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี

ภายในงานยังมีพิธีมอบรางวัล Healthy University Rating System (HURS) 2023 ให้แก่มหาวิทยาลัยที่มีผลงานโดดเด่นด้านการส่งเสริมสุขภาพ การประชุมคณะกรรมการบริหารและสมาชิกเครือข่าย การบรรยายความสำคัญของระบบประเมิน HURS และการนำเสนอผลงานดีเด่นของมหาวิทยาลัยสมาชิก

การเข้าร่วมงานครั้งนี้เปิดโอกาสให้มหาวิทยาลัยนเรศวรแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการส่งเสริมสุขภาพ เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยสมาชิก และสนับสนุนการสร้างเครือข่ายด้านสุขภาพในระดับภูมิภาค ตอกย้ำความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างสถาบันการศึกษาและองค์กรภายนอก

การเข้าร่วมงานครบรอบ 10 ปี AUN-HPN ของมหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นตัวอย่างของความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยในภูมิภาคอาเซียนเพื่อพัฒนาสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชากร ทั้งยังสนับสนุนเป้าหมาย SDG17: ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

คณะสาธารณสุขศาสตร์มุ่งหวังว่าข้อมูล แนวทาง และนโยบายที่ได้จากการประชุมจะสามารถนำมาปรับใช้กับนิสิต บุคลากร และชุมชน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมและกิจกรรมที่เอื้อต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีอย่างยั่งยืน พร้อมขยายเครือข่ายความร่วมมือด้านสุขภาพในระดับภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin