ม.นเรศวร ยกระดับธุรกิจของสถานประกอบการ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตภัณฑ์ตัดเย็บผ้า

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2566 งานบ่มเพาะธุรกิจอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ลงพื้นที่จัดกิจกรรมที่ 3 ภายใต้โครงการ “การทดสอบตลาด” เพื่อถ่ายทอดความรู้และฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “การตลาดเชิงสร้างสรรค์” โดยมุ่งเน้นการช่วยพัฒนาความสามารถด้านการตลาดของผู้ประกอบการท้องถิ่น วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตภัณฑ์ตัดเย็บผ้า ตำบลสนามคลี อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก ภายใต้แผนงาน “ยกระดับธุรกิจภูมิภาค” (Regional Entrepreneur Upgrade) ซึ่งเป็นการสนับสนุนธุรกิจท้องถิ่นให้เติบโตอย่างยั่งยืนและมีความสามารถในการแข่งขันในตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างทักษะในการวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาดและการจัดแสดงผลิตภัณฑ์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร.สุภรวดี ตรงต่อธรรม จากคณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนเรศวร และนางสาววรรณชลี กุลศรีไชย หัวหน้างานศิลปวัฒนธรรม กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งได้ถ่ายทอดแนวทางการตลาดที่สร้างสรรค์และมีนวัตกรรม เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนากลยุทธ์ที่เหมาะสมกับตลาดและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การยกระดับธุรกิจท้องถิ่นและการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี
การฝึกอบรมครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเน้นแค่การให้ความรู้ในเรื่องการตลาดเท่านั้น แต่ยังช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ และทำให้ธุรกิจของตนเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยการนำผลงานวิจัยและเทคโนโลยีใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้ในการผลิตและการตลาด ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถของธุรกิจท้องถิ่นในการแข่งขันกับธุรกิจระดับชาติและระดับสากล

สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs 4):

  1. SDG 4: การศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต
    โครงการนี้ได้ให้ความรู้ที่มีคุณภาพและการเรียนรู้ที่ครอบคลุมทั้งในด้านการวางแผนกลยุทธ์การตลาดและการใช้เทคโนโลยี ซึ่งจะช่วยยกระดับความรู้และทักษะของผู้ประกอบการท้องถิ่น รวมถึงส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาตนเองในทุกช่วงวัยให้สามารถแข่งขันในเศรษฐกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
  2. SDG 8: การจ้างงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
    การฝึกอบรมนี้ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการในท้องถิ่น โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นและส่งเสริมการสร้างงานที่มีคุณค่า การส่งเสริมธุรกิจในระดับท้องถิ่นจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถขยายฐานลูกค้าและสร้างรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาค
  3. SDG 9: อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน
    การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในกระบวนการผลิตและการตลาด เป็นการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศที่ส่งเสริมให้ธุรกิจสามารถพัฒนาและเติบโตได้ โดยการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาผลิตภัณฑ์
  4. SDG 12: การบริโภคและการผลิตอย่างยั่งยืน
    การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและตอบสนองความต้องการของตลาด ในขณะเดียวกันยังคำนึงถึงความยั่งยืนในการผลิตและการใช้ทรัพยากร ซึ่งการฝึกอบรมในครั้งนี้ยังเน้นไปที่การผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

เสริมสร้างโอกาสในการพัฒนาที่ยั่งยืนผ่านการฝึกอบรมและการสนับสนุนจากอุทยานวิทยาศาสตร์
การจัดกิจกรรมนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนมาประยุกต์ใช้ในระดับท้องถิ่น โดยการเสริมสร้างทักษะและความรู้ในการทำธุรกิจของผู้ประกอบการในพื้นที่อย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ การสนับสนุนด้านการตลาดและการใช้เทคโนโลยี จะช่วยให้ธุรกิจในท้องถิ่นสามารถเติบโตและแข่งขันได้ในตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

การพัฒนาเศรษฐกิจในท้องถิ่นต้องอาศัยการเรียนรู้ที่ต่อเนื่อง การใช้นวัตกรรม และการสร้างธุรกิจที่มีความยั่งยืน!

4o mini

ที่มา: อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ร่วมเรียนรู้กิจกรรมธนาคารขยะเพื่อสังคม

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นภิสา ไวฑูรเกียรติ คณบดีคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมคณะ ประกอบด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรไท โสภารัตน์ รองคณบดีฝ่ายพัฒนานิสิตและส่งเสริมพหุวัฒนธรรม, นางนพมาศ อ่ำอำไพ รักษาการในตำแหน่งหัวหน้างานวิจัยและบริการวิชาการ และ นายสิรภัทร เรืองวิริยะพงศ์ รักษาการในตำแหน่งหัวหน้างานกิจการนิสิตและศิษย์เก่าสัมพันธ์ เยี่ยมชมบริษัทผลิตกระจก Mulia Industrindo Glass Company เพื่อเรียนรู้กิจกรรมธนาคารขยะเพื่อสังคม (CSR program on waste-bank empowerment) และ เยี่ยมชมกระบวนการรีไซเคิลขวดแก้ว ในวันศุกร์ที่ 22 กันยายน 2566 ณ Bintang Raharja Glass- Waste Bank ประเทศอินโอนีเซีย

ที่มา: คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

กิจกรรมทันตะอาสาสานฝัน: ถุงยาพา smile

คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอชื่นชมสโมสรนิสิตคณะทันตแพทยศาสตร์ ที่ได้จัดกิจกรรมทันตะอาสาสานฝัน: ถุงยาพา smile ในวันที่ 18-22 กันยายน 2566 โดยที่นิสิตทันตแพทย์ ทุกชั้นปี ตั้งใจใช้ทักษะฝีมือในการวาดและระบายสีถุงผ้า เพื่อมอบให้ผู้ป่วยที่มารับการรักษาในโรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ ซึ่งถุงผ้าที่ผู้รับจะได้นั้นมีหนึ่งเดียวในโลกจากฝีมือและจินตนาการความสร้างสรรค์ของนิสิตทันตแพทย์ ถือเป็นการทำงานจิตอาสา และช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ลดมลพิษจากขยะถุงพลาสติกด้วยการใช้กระเป๋าผ้ารักษ์โลก

ม.นเรศวร ขนย้ายและส่งกำจัดของเสียอันตราย

เมื่อวันที่ 4 – 5 กันยายน 2566 บุคลากรกองอาคารสถานที่และผู้เชี่ยวชาญได้ทำการขนย้ายและส่งกำจัดของเสียอันตรายที่เกิดขึ้นภายในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ของคณะและหน่วยงานต่าง ๆ ประจำปีงบประมาณ 2566 โดยมีหน่วยงานทั้งสิ้น 24 หน่วยงาน ภายในมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ส่งของเสียอันตรายมากำจัดในปีงบประมาณนี้

ที่มา: กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร

Art Therapy for Upcycling and Relaxing Exhibition

กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอเชิญชมนิทรรศการผลงานศิลปะเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเพิ่มมูลค่าให้วัสดุรีไซเคิล “Art Therapy for Upcycling and Relaxing” โดยชมรม NU Zero Waste และคณาจารย์ นิสิตคณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร

เพื่อสนับสนุนการนำวัสดุเหลือใช้ในสังคมที่จะก่อเกิดปัญหาเรื่องขยะนำมาเพิ่มมูลค่าด้วยการสร้างสรรค์งานศิลปะ หมุนเวียนกลับมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด เพื่อความยั่งยืนและตอบสนองนโยบายของมหาวิทยาลัยในเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ณ ชั้น 1 ณ หอศิลป์มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดแสดงระหว่างวันที่ 11 กันยายน – 31 ตุลาคม 2566

ที่มา: กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร

สัมมนานักวิชาการระดับนานาชาติ SOFT POWER: THE CULTURAL DIPOMACY

การสัมมนานักวิชาการระดับนานาชาติด้านอารยธรรมศึกษา ซึ่งจัดขึ้นโดย วารสารอารยธรรมศึกษา โขง-สาละวิน ร่วมกับ กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นเวทีสำคัญในการ ส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการ และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับนานาชาติ กิจกรรมนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการขับเคลื่อนสังคมด้วยพลังแห่งความรู้และความเข้าใจระหว่างวัฒนธรรม เพื่อสร้างความเท่าเทียม ความอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และการพัฒนาที่ยั่งยืนของสังคมโลก

การสัมมนาครั้งนี้มีหัวข้อการนำเสนอที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งมิติของวัฒนธรรม ศิลปะ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เช่น “Process of Korean Wave Development as a Key Driver for Economic Growth” และ “Music for Healing Society” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการใช้พลังของศิลปะและวัฒนธรรมในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน การเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมจากหลากหลายสาขาได้แลกเปลี่ยนมุมมองจึงเป็นการสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่สามารถนำไปต่อยอดในระดับท้องถิ่นและนานาชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หัวข้อ “The Transformative Potential of Small-Scale Community Events: an LGBTQIA+ Perspective” โดย Dr. Williem Coetzee จาก Western Sydney University, Australia เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการสร้างสังคมที่เท่าเทียมและยอมรับความหลากหลาย ผ่านการศึกษาบทบาทของกิจกรรมชุมชนขนาดเล็กในมิติของกลุ่ม LGBTQIA+ การนำเสนอหัวข้อนี้ช่วยให้เกิดความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นต่อประเด็นความเสมอภาคทางสังคม ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของการลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติของสังคม

นอกจากนี้ การสัมมนายังเปิดเวทีให้กับหัวข้อ “Local Food on Global Stages” โดย อาจารย์อนุวัต เชื้อเย็น จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ที่มุ่งเน้นการเผยแพร่วัฒนธรรมอาหารท้องถิ่นสู่เวทีโลก การนำเสนอเรื่องนี้ไม่เพียงช่วย สร้างอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมแต่ยังเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนผ่านการท่องเที่ยวและการบริโภคอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญของการบริโภคและการผลิตที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม

การจัดกิจกรรมในลักษณะนี้ยังเป็นการ ส่งเสริมการเข้าถึงองค์ความรู้ของทุกกลุ่มคนอย่างเท่าเทียม โดยไม่จำกัดเฉพาะนักวิชาการระดับสูง แต่เปิดโอกาสให้กับนิสิตและบุคลากรในสถาบันการศึกษาได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะด้านการวิจัย การนำเสนอผลงาน และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเวทีระดับนานาชาติ อันเป็นการยกระดับคุณภาพการศึกษาและสร้างฐานความรู้ที่มั่นคงในระยะยาว

อีกประการหนึ่ง การสัมมนาครั้งนี้เป็นตัวอย่างของ การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและรับผิดชอบ ทั้งในด้านการจัดการกิจกรรมและการเผยแพร่ผลลัพธ์ในรูปแบบดิจิทัล ซึ่งช่วยลดการใช้ทรัพยากรทางกายภาพและสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนในมิติสิ่งแวดล้อม การดำเนินงานเช่นนี้แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในทุกขั้นตอนของการสร้างความรู้และการจัดกิจกรรมทางวิชาการ

โดยสรุป การสัมมนานักวิชาการระดับนานาชาติด้านอารยธรรมศึกษาครั้งนี้เป็นเวทีที่รวมพลังของนักวิชาการจากหลายประเทศ เพื่อสร้างความเข้าใจระหว่างวัฒนธรรมและเสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการอย่างยั่งยืน การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในด้านศิลปะ วัฒนธรรม และสังคม ไม่เพียงช่วยลดความเหลื่อมล้ำ แต่ยังสนับสนุนแนวทางการบริโภคและการพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นการขับเคลื่อนสังคมไปสู่อนาคตที่เท่าเทียม มีคุณภาพ และยั่งยืนอย่างแท้จริง

ที่มา: กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร

จิตอาสาแยกขยะในหอพัก เปลี่ยนมาเป็นกาแฟฟรี!!

จากกิจกรรมจิตอาสาแยกขยะในหอพัก เปลี่ยนมาเป็นกาแฟฟรีสำหรับพวกเราทุกคนค่ะ คืนนี้มีกาแฟกับชามะนาวค่ะ เจอกัน 2 ทุ่มเหมือนเดิม ที่ป้อมยามหอใน อย่าลืมนำแก้วมาใส่ด้วยนะคะ

ที่มา: หอพักนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร NU Dorm

ม.นเรศวร เดินหน้าพัฒนาโครงการถ่านชีวภาพ (Biochar) ส่งเสริมการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2566 เวลา 9.00 น. นายรุ่งรัตน์ พระนาค ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าของการใช้งานเตาอบชีวมวล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ 5 (SO 12 SDGs) ที่มุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีวัตถุประสงค์ในการผลิต ถ่านชีวภาพ หรือ ไบโอชาร์ (Biochar) จากกระบวนการเผาไหม้ที่มีการควบคุมอุณหภูมิและอากาศ ซึ่งช่วยให้เกิดการแยกสลายด้วยความร้อน (Pyrolysis) และสร้างวัสดุที่อุดมด้วยคาร์บอนจากชีวมวล เช่น ใบไม้ กิ่งไม้ หรือวัสดุเหลือใช้จากการเกษตร

ถ่านชีวภาพที่ผลิตจากกระบวนการนี้มีลักษณะเป็นรูโพรง ซึ่งเมื่อนำมาผสมกับ ปุ๋ยหมัก หรือ ปุ๋ยคอก จะช่วยเก็บธาตุอาหารจากปุ๋ยและเป็นที่อยู่ของจุลินทรีย์ที่ปลดปล่อยธาตุอาหารให้แก่พืชอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีการสนับสนุนจากงานวิจัยที่ระบุว่า การใช้ถ่านชีวภาพในการหมักจะช่วยลดระยะเวลาในการหมัก และลดการปลดปล่อยไนโตรเจน ทำให้ปุ๋ยหมักที่มีการผสมถ่านชีวภาพจะมีปริมาณไนโตรเจนสูงขึ้น ซึ่งช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมี

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังได้นำน้ำส้มควันไม้ที่ได้จากกระบวนการเผาไหม้มาป้องกันและกำจัดศัตรูพืช ซึ่งเป็นการทดแทนการใช้สารเคมีในกระบวนการเกษตรกรรม เป็นการช่วยลดผลกระทบจากการใช้สารเคมีและสนับสนุนการทำเกษตรยั่งยืน โดยนำถ่านชีวภาพมาใช้ในการบำรุงรักษา ไม้ดอก และ ไม้ประดับ ภายในมหาวิทยาลัย

การดำเนินโครงการนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการส่งเสริมการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 12) เพื่อการผลิตและการบริโภคที่มีความยั่งยืน ซึ่งมหาวิทยาลัยมุ่งมั่นที่จะสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่.

ที่มา: กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ให้ความรู้การจัดการโลจิสติกส์ขยะชุมชน-สร้างรายได้ของครอบครัวจากขยะต้นทาง

เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 20 กรกฎาคม 2566 คณะโลจิสติกส์และดิจิทัลซัพพลายเชนร่วมกับ อบต.ท่าโพธิ์ ได้จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ หัวข้อ “การจัดการโลจิสติกส์ขยะชุมชน-สร้างรายได้ของครอบครัวจากขยะต้นทาง” ภายใต้โครงการบริการวิชาการแก่ชุมชน ณ วัดยางเอน ให้แก่ อสม. อถร. และผู้ที่สนใจในตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

โดยจากการลงพื้นที่สำรวจความต้องการรับบริการวิชาการ เมื่อวันเสาร์ ที่ 10 มิถุนายน 2566 กลุ่มเป้าหมายได้ตอบแบบสำรวจความต้องการในการรับบริการวิชาการแก่สังคมในเรื่องของการจัดการสิ่งแวดล้อมภายในชุมชน (ขยะ อากาศ น้ำเสีย) เป็นอันดับหนึ่ง จึงเป็นที่มาของกิจกรรมดังกล่าว

กิจกรรมแบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงเช้าเป็นการบรรยาย “ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ด้วยการจัดการขยะต้นทาง” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.กุลภา โสรัตน์ อาจารย์ประจำคณะโลจิสติกส์และดิจิทัลซัพพลายเชนและช่วงบ่ายเป็นการฝึกปฏิบัติตามฐานต่างๆ จำนวน 4 สถานที่ ได้แก่ วัดยางเอน โรงเรียนวัดยางเอน ประชานุเคราะห์) บ้านสวน และสถานประกอบการขนาดเล็ก

ที่มา: คณะโลจิสติกส์และดิจิทัลซัพพลายเชน มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร จัดการประกวด Green Innovation ภายใต้โครงการ Zero Waste

งานบริการสวัสดิการนิสิต กองกิจการนิสิต ได้จัดกิจกรรมการประกวด Green Innovation ภายใต้โครงการ Zero Waste ขึ้น ในระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม – 5 สิงหาคม 2566 และได้จัดให้มีการตัดสินการประกวดฯ ดังกล่าว เพื่อเป็นการขับเคลื่อนการจัดการขยะที่ต้นทาง ลดปริมาณการเกิด การคัดแยกขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย การสร้างจิตสํานึกและวินัยให้กับนิสิต และพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ในการลดและคัดแยกและนํากลับมาใช้ประโยชน์ ส่งเสริมตามหลัก 3 Rs คือ Reduce Reuse และ Recycle

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin