ม.นเรศวร โดยกองอาคารสถานที่ จัดกิจกรรม “แบ่งปันความสดใส 36” ส่งต่อดอกไม้สร้างพื้นที่สีเขียว สู่การใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 2569 กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม “แบ่งปันความสดใส 36” เปิดโอกาสให้บุคลากร นิสิต และประชาคมมหาวิทยาลัย ร่วมกันนำดอกไม้นานาพันธุ์ที่ใช้ประดับในงานพิธีพระราชทานปริญญาบัตรกลับมาใช้ประโยชน์ โดยนำไปปลูกประดับสวนและพื้นที่สีเขียวภายในมหาวิทยาลัย เพื่อเพิ่มความร่มรื่น สร้างภูมิทัศน์ที่สวยงาม และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน

กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนแนวคิด การใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ผ่านการนำดอกไม้ที่ยังสามารถเจริญเติบโตต่อได้กลับมาใช้ประโยชน์ ลดการสูญเปล่าจากการจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ และยืดอายุการใช้ประโยชน์ของทรัพยากรชีวภาพให้เกิดคุณค่าสูงสุด ทั้งยังช่วยลดปริมาณของเสียและสร้างประโยชน์ให้กับพื้นที่ส่วนรวมของมหาวิทยาลัย

การนำดอกไม้ไปปลูกประดับในพื้นที่ต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยช่วยเพิ่ม พื้นที่สีเขียว และสร้างสภาพแวดล้อมที่ร่มรื่น เอื้อต่อการเรียนรู้ การทำงาน และการพักผ่อนของนิสิต บุคลากร และผู้มาเยือน อีกทั้งยังช่วยอนุรักษ์ความหลากหลายของพรรณไม้ และยกระดับภูมิทัศน์ของมหาวิทยาลัยให้มีความสวยงามและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

โครงการ “แบ่งปันความสดใส 36” ยังเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริม การมีส่วนร่วมของประชาคมมหาวิทยาลัย โดยเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนร่วมกันปลูก ดูแล และรักษาพื้นที่สีเขียว สร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และปลูกฝังแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบผ่านการลงมือปฏิบัติจริง

การดำเนินกิจกรรมครั้งนี้สอดคล้องกับแนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่มุ่งใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการนำวัสดุที่ยังสามารถใช้ประโยชน์ได้กลับเข้าสู่กระบวนการใช้งานอีกครั้ง ลดของเสีย ลดการใช้ทรัพยากรใหม่ และสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรที่มีอยู่ ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ กิจกรรมยังเป็นตัวอย่างของการบริหารจัดการทรัพยากรที่คำนึงถึงความคุ้มค่าและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการนำวัสดุที่ยังสามารถใช้ประโยชน์ได้กลับมาใช้ซ้ำ เพิ่มพื้นที่สีเขียว และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาคมมหาวิทยาลัยในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งช่วยยกระดับสภาพแวดล้อมภายในมหาวิทยาลัยให้มีความร่มรื่น น่าอยู่ และยั่งยืนในระยะยาว

การจัดกิจกรรม “แบ่งปันความสดใส 36” ของกองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ผ่านความร่วมมือของบุคลากร นิสิต และประชาคมมหาวิทยาลัยในการเปลี่ยนทรัพยากรที่ใช้ในวันสำคัญให้กลับมาสร้างคุณค่าอีกครั้ง อันเป็นการสร้างมหาวิทยาลัยที่น่าอยู่ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม

ม.นเรศวร เก็บเกี่ยวกะหล่ำปลีผลผลิตแรกจาก NU FARM ส่งเสริมเกษตรปลอดภัยและการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง

วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชนินทร์ อัมพรสถิร คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมเก็บเกี่ยวกะหล่ำปลีผลผลิตหัวแรกจากแปลง Wellness Veggie from NU FARM ณ วิชชาลัยข้าวและชาวนา มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สะท้อนการส่งเสริมการผลิตอาหารปลอดภัย ควบคู่กับการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของนิสิตผ่านการปฏิบัติจริง

โครงการ Wellness Veggie from NU FARM มุ่งผลิต ผักปลอดสารพิษ ที่มีคุณภาพ สดใหม่ และปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค โดยเปิดโอกาสให้นิสิตจากหลากหลายคณะได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้กระบวนการผลิตทางการเกษตร ตั้งแต่การวางแผน การเพาะปลูก การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว ไปจนถึงการจำหน่ายผลผลิต ซึ่งช่วยสร้างประสบการณ์ตรงควบคู่กับการเรียนในห้องเรียน

การดำเนินงานดังกล่าวเป็นการบูรณาการองค์ความรู้ด้าน การเกษตรยั่งยืน เข้ากับการเรียนการสอน โดยเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม การผลิตอาหารที่ปลอดภัย และการสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของระบบอาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งเสริมให้นิสิตพัฒนาทักษะด้านการเกษตร การบริหารจัดการ และการทำงานร่วมกัน

ผลผลิตจากโครงการได้รับการจำหน่ายโดยนิสิตในช่วงเย็นของทุกวัน ภายใต้แนวคิด “จากแปลงสู่จาน” เพื่อให้บุคลากร นิสิต และประชาชนสามารถเข้าถึงผักคุณภาพดีในราคาที่เหมาะสม สนับสนุนการบริโภคอาหารที่ปลอดภัย พร้อมสร้างรายได้และประสบการณ์ด้านการตลาดให้กับนิสิตผู้เข้าร่วมโครงการ

นอกจากการผลิตอาหารคุณภาพแล้ว โครงการยังส่งเสริม การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและการบริโภคอย่างรับผิดชอบ โดยให้ความสำคัญกับการลดการใช้สารเคมี การจัดการแปลงปลูกอย่างเหมาะสม และการผลิตที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งช่วยสร้างต้นแบบการผลิตอาหารที่สมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

การดำเนินงานของ Wellness Veggie from NU FARM ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรที่เปิดโอกาสให้คณาจารย์ นักวิจัย และนิสิตร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมการผลิตอาหารปลอดภัย พร้อมถ่ายทอดแนวทางการทำเกษตรที่ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดการใช้สารเคมี และส่งเสริมการบริโภคที่รับผิดชอบ เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน

กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสร้างแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรที่เชื่อมโยงการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการเข้าด้วยกัน ผ่านการผลิตอาหารปลอดภัย การพัฒนาศักยภาพของนิสิต และการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ เพื่อร่วมสร้างระบบอาหารที่มีคุณภาพ สนับสนุนสุขภาวะของผู้บริโภค และขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนของสังคม

ม.นเรศวร ส่งต่อครุภัณฑ์สร้างคุณค่า ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ขับเคลื่อนการบริหารด้วยธรรมาภิบาลและความร่วมมือ

วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดพิธีส่งมอบครุภัณฑ์ที่ไม่ใช้แล้วให้แก่หน่วยงานภาครัฐและสถานศึกษา เพื่อสนับสนุนการใช้ทรัพยากรของภาครัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด สอดคล้องกับนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินและการบริหารงานตามหลัก ธรรมาภิบาล ของมหาวิทยาลัย โดยพิธีจัดขึ้น ณ บริเวณหน้าอาคารเรียนรู้ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยนเรศวร

รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า การโอนครุภัณฑ์ที่ไม่ใช้แล้วให้แก่หน่วยงานที่มีความประสงค์รับโอน เป็นแนวทางที่ช่วยให้ทรัพยากรของภาครัฐได้รับการใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่อง ลดการสูญเสียจากการปล่อยให้ครุภัณฑ์ไม่ได้ใช้งาน และเป็นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับ ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

การดำเนินงานครั้งนี้สะท้อนการบริหารจัดการทรัพยากรภายใต้หลักธรรมาภิบาลในหลายมิติ ได้แก่ ความคุ้มค่า โดยช่วยลดความจำเป็นในการจัดซื้อครุภัณฑ์ใหม่และประหยัดงบประมาณของภาครัฐ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ด้วยการนำครุภัณฑ์ที่ยังอยู่ในสภาพดีหรือสามารถซ่อมแซมได้กลับมาใช้ประโยชน์ และ ความโปร่งใส ผ่านการดำเนินการตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง พร้อมมีหลักฐานการตรวจสอบและการส่งมอบอย่างครบถ้วน

ครุภัณฑ์ที่ส่งมอบในครั้งนี้ได้รับการจัดสรรให้แก่หน่วยงานและสถานศึกษาที่มีความประสงค์รับโอน ได้แก่ ศูนย์การศึกษาเขตการศึกษา 7 โรงเรียนวัดยางเอน (ประชานุเคราะห์) และ โรงเรียนเทศบาล 2 (วัดคูหาสวรรค์) เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านการศึกษา และเพิ่มโอกาสในการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง

นอกจากการส่งมอบครุภัณฑ์แล้ว สำนักหอสมุดยังมุ่งส่งเสริมแนวคิด การใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า โดยกำหนดการโอนครุภัณฑ์เป็นนโยบายสำคัญที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่าย เพื่อขยายโอกาสในการใช้ทรัพยากรร่วมกัน ลดการเกิดของเสีย และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรตามแนวทาง เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

การดำเนินงานดังกล่าวยังสะท้อนถึงการสร้าง เครือข่ายความร่วมมือ ระหว่างมหาวิทยาลัยกับหน่วยงานภาครัฐและสถานศึกษา เพื่อแลกเปลี่ยนและใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างเกิดประสิทธิภาพ ส่งเสริมการบริหารจัดการพัสดุที่คำนึงถึงความคุ้มค่า ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อสังคม อันเป็นแนวทางที่ช่วยลดการใช้ทรัพยากรใหม่และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรของภาครัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด

การส่งมอบครุภัณฑ์ของสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยนเรศวร ในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการบริหารจัดการทรัพยากรที่มุ่งเน้นความคุ้มค่า ความโปร่งใส และการสร้างประโยชน์ร่วมกับสังคม ผ่านการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การลดการใช้ทรัพยากรใหม่ และการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เพื่อร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมและการบริหารจัดการทรัพยากรของภาครัฐอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร เปิดพื้นที่ตลาดสีเขียว ส่งเสริมอาหารปลอดภัยและสร้างรายได้ให้สู่ชุมชน

วันพุธที่ 24 ธันวาคม 2568 คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรมเปิดพื้นที่ ตลาดสีเขียว ซึ่งกำหนดจัดขึ้นเป็นประจำทุกวันพุธ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการจำหน่ายสินค้าเกษตรคุณภาพและอาหารที่ปลอดภัยสำหรับประชาคมมหาวิทยาลัยและประชาชนทั่วไป

ตลาดสีเขียวแห่งนี้เป็นแหล่งรวมสินค้าที่หลากหลาย เน้นย้ำถึงกระบวนการผลิตและ การบริโภคอย่างยั่งยืน ภายในตลาดมีการจัดจำหน่าย ผักปลอดสารพิษ ผักพื้นบ้าน และผักสลัดสดใหม่ที่ส่งตรงจากแปลงปลูกของเกษตรกร ซึ่งผ่านกระบวนการดูแลที่ใส่ใจต่อระบบนิเวศและหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี

สำหรับผู้ที่ใส่ใจในสุขภาพ ภายในงานยังมีผลิตภัณฑ์ทางเลือกอีกมากมาย อาทิ ข้าวสาร อาหารแห้ง และผลไม้ตามฤดูกาล รวมถึง น้ำสมุนไพรและน้ำเพื่อสุขภาพ ที่ช่วยบำรุงร่างกายและสร้างเสริมสุขภาวะที่ดี ป้องกันความเจ็บป่วยจากการบริโภคสารตกค้าง

ผู้เข้าร่วมงานยังสามารถเลือกซื้อ อาหารแกงถุงพื้นบ้านที่ให้รสชาติกลมกล่อม อาหารแปรรูปที่สะอาดและทำสดใหม่ทุกชิ้น ตลอดจนผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตรอย่างกล้วยฉาบหลากหลายรสชาติสุดกรอบ ซึ่งล้วนเป็นผลผลิตที่สะท้อนถึงภูมิปัญญาของคนในพื้นที่

นอกเหนือจากสินค้าประเภทอาหาร ตลาดยังมีการจำหน่าย ต้นไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับ และกล้าผักสวนครัว เพื่อส่งเสริมให้ผู้บริโภคนำไปเพาะปลูกต่อที่บ้าน อันเป็นการสนับสนุนการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและการพึ่งพาตนเองในการผลิตอาหารระดับครัวเรือน

การดำเนินงานของตลาดสีเขียวตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนระบบ อาหารปลอดภัย และส่งเสริมวิถีเกษตรกรรมที่สอดคล้องกับธรรมชาติ เพื่อสุขภาพที่ดีของผู้บริโภค พร้อมสนับสนุนเกษตรกรและชุมชนท้องถิ่นในการสร้างรายได้อย่างมั่นคง ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและลดปัญหาความยากจนในระดับฐานราก

ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจแวะมาเลือกซื้อสินค้าดีมีคุณภาพ ได้ทั้งความอร่อยและสุขภาพที่ดี ในทุกวันพุธ ณ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร การสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากตลาดแห่งนี้ถือเป็นการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตอย่างเข้มแข็งต่อไป

ม.นเรศวร พัฒนานวัตกรรม I-Sec Technology ยกระดับโปรตีนทางเลือกจากแมงสะดิ้งและไก่ สู่การผลิตอาหารแห่งอนาคตอย่างยั่งยืน

วันพุธที่ 10 ธันวาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ขนิษฐา รุตรัตนมงคล ร่วมกับบริษัท ไทย เอนโท ฟู้ด จำกัด พัฒนา I-Sec Technology นวัตกรรมการสกัดโปรตีนจาก แมงสะดิ้ง (Acheta domesticus) และชิ้นส่วนไก่เหลือใช้ เพื่อเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบ ลดของเสียจากอุตสาหกรรมอาหาร และผลิตโปรตีนเข้มข้นที่มีความปลอดภัยและคุณค่าทางโภชนาการสูง รองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มแห่งอนาคต

การพัฒนานวัตกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้การสนับสนุนของ คณะกรรมการนโยบายและอำนวยการพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคงของชาติ (นพช.) โดยมีเป้าหมายในการยกระดับจิ้งหรีดและชิ้นส่วนไก่เหลือใช้ให้เป็น “Super Protein” ที่ได้มาตรฐานสากล สอดคล้องกับแนวคิด เศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) และสามารถตอบโจทย์ความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหารของโลกในอนาคต

หัวใจสำคัญของนวัตกรรมคือ I-Sec Technology ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแยกโปรตีนจากจิ้งหรีดและไก่แบบอัตโนมัติครบวงจรแห่งแรกของโลก สามารถควบคุมอุณหภูมิ อัตราการป้อนวัตถุดิบ และค่าการทำงานต่าง ๆ ได้แบบ Real-time ช่วยให้กระบวนการผลิตมีความแม่นยำ ลดความผิดพลาด และรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้มีความสม่ำเสมอ พร้อมทั้งใช้กระบวนการอุณหภูมิต่ำและสภาวะออกซิเจนต่ำเพื่อคงคุณค่าทางโภชนาการของโปรตีน

เทคโนโลยีดังกล่าวยังช่วยลดการใช้สารเคมี ประหยัดพลังงาน ลดระยะเวลาในการผลิต และใช้วัตถุดิบได้อย่างคุ้มค่าสูงสุด จนสามารถลดของเสียจากกระบวนการผลิตได้เกือบทั้งหมด สอดคล้องกับแนวคิด เทคโนโลยีสีเขียว และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเปลี่ยนวัตถุดิบที่เคยเป็นของเหลือให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร

ผลจากการพัฒนางานวิจัยได้นำไปสู่การสร้างผลิตภัณฑ์ Sixtein (ผงโปรตีนจิ้งหรีด) และ Chixtein (ผงโปรตีนไก่) ซึ่งเป็นวัตถุดิบโปรตีนทางเลือกที่สามารถนำไปต่อยอดในการผลิตอาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ รองรับความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับโภชนาการ ความปลอดภัย และความยั่งยืนของระบบอาหาร

รองศาสตราจารย์ ดร.ขนิษฐา รุตรัตนมงคล กล่าวว่า ประเทศไทยมีฟาร์มเลี้ยงแมลงมากกว่า 10,000 ฟาร์ม กระจายอยู่ทั่วประเทศ จึงมีศักยภาพในการพัฒนาจิ้งหรีดให้เป็นวัตถุดิบมูลค่าสูง โดยเลือกใช้ แมงสะดิ้ง หรือจิ้งหรีดสายพันธุ์ Acheta domesticus ซึ่งเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่ได้รับอนุญาตให้บริโภคในยุโรป ทำให้มีโอกาสต่อยอดสู่ตลาดสากล พร้อมทั้งใช้เทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) เพื่อยกระดับวัตถุดิบไทยให้สามารถแข่งขันในอุตสาหกรรมอาหารระดับโลก

ผลงานวิจัยดังกล่าวยังเป็นความสำเร็จของ รองศาสตราจารย์ ดร.ขนิษฐา รุตรัตนมงคล ในฐานะหนึ่งในนักวิจัยโครงการ RAN Top 100 ของเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (RUN Office) ซึ่งมุ่งผลักดันผลงานวิจัยที่มีศักยภาพให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง และยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมอาหารไทยผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมทั้ง ส่งเสริมต่อยอดสู่งานวิจัยเชิงพาณิชย์ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนำเทคโนโลยีไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ สร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมของประเทศอย่างยั่งยืน
ที่มาภาพและข่าว: ไทยโพสต์

ม.นเรศวร เร่งจัดเตรียมชุดยาจำเป็นผ่านโครงการ PharmaSea Project ส่งช่วยผู้ประสบอุทกภัยหาดใหญ่

วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน 2568 คณาจารย์ บุคลากร และนิสิตคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกันคัดแยกและจัดเตรียมยาจำเป็น ภายใต้ โครงการจัดการยาเหลือใช้ (PharmaSea Project) เพื่อส่งมอบให้ผู้ประสบอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยการดำเนินงานครั้งนี้มุ่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้สามารถเข้าถึงยาที่จำเป็นได้อย่างทันท่วงที พร้อมส่งเสริมการใช้ทรัพยากรทางการแพทย์อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรดำรงศักดิ์ เป๊กทอง อาจารย์ประจำภาควิชาเภสัชกรรมปฏิบัติ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดเผยว่า โครงการได้ประสานข้อมูลกับทีมแพทย์ พยาบาล และหน่วยงานที่ดูแลผู้ประสบภัยในพื้นที่ เพื่อประเมินความต้องการด้านยาและเวชภัณฑ์ก่อนดำเนินการจัดส่ง โดยยาที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ได้แก่ ยากันน้ำกัดเท้า เบตาดีน แอลกอฮอล์ และผงเกลือแร่ รวมถึงยาประจำตัวของผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่จำเป็นต้องใช้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ที่พักอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงและไม่สามารถเดินทางกลับบ้านหรือเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลได้

การจัดเตรียมยาในครั้งนี้เป็นการนำ ยาเหลือใช้ที่ผ่านการคัดแยกและตรวจสอบคุณภาพ มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยดำเนินการภายใต้หลักการบริหารจัดการยาอย่างถูกต้องและปลอดภัย ช่วยให้ทรัพยากรทางการแพทย์ที่ยังสามารถใช้งานได้ถูกส่งต่อไปยังผู้ที่มีความจำเป็น ลดการสูญเสียทรัพยากร และลดปริมาณของเสียที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ตลอดระยะเวลากว่า 5 ปี โครงการ PharmaSea Project ได้ดำเนินการรวบรวมยาเหลือใช้จากประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ การรับบริจาคจากประชาชน การลงพื้นที่เก็บยาในชุมชนเพื่อสร้างความรู้ด้านการจัดการยาเหลือใช้ และการติดตั้งกล่องรับบริจาคตามโรงพยาบาล ก่อนนำยามาคัดแยก ตรวจสอบ และจัดเตรียมสำหรับส่งต่อไปยังพื้นที่ที่ขาดแคลนยาและเวชภัณฑ์

ที่ผ่านมา โครงการได้ส่งมอบยาไปช่วยเหลือโรงพยาบาลชายแดน ศูนย์อพยพ และพื้นที่ที่ประสบเหตุภัยพิบัติหลายแห่ง ความพร้อมของคลังยาที่ได้รับการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ทำให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเกิดเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ คณะเภสัชศาสตร์จึงสามารถจัดเตรียมยาและประสานการส่งมอบให้ตรงกับความต้องการของผู้ประสบภัยได้ในเวลาอันรวดเร็ว

การดำเนินงานของโครงการสะท้อนถึง ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย บุคลากรทางการแพทย์ หน่วยงานภาครัฐ จิตอาสา และประชาชน ในการบริหารจัดการยาเหลือใช้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งสนับสนุนการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของผู้ประสบภัย ลดการสูญเสียทรัพยากรทางการแพทย์ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อช่วยเหลือสังคมในสถานการณ์วิกฤติ

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอเชิญชวนประชาชนร่วม ส่งต่อพลังแห่งการแบ่งปัน ด้วยการบริจาคยาเหลือใช้ผ่าน โครงการ PharmaSea Project เพื่อรวบรวม คัดแยก และส่งต่อให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยและพื้นที่ขาดแคลนทั่วประเทศ โดยทุกการบริจาคมีส่วนช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงยาที่จำเป็น ลดการสูญเสียทรัพยากร และสร้างระบบการใช้ทรัพยากรทางการแพทย์ที่เกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างยั่งยืน

ผู้สนใจสามารถบริจาคยาเหลือใช้ได้ที่
โครงการ PharmaSea Project (รับบริจาคยาเหลือใช้)
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก 65000
โทรศัพท์ 0 5596 3747

ม.นเรศวร เดินหน้าติดตั้งโซลาร์เซลล์และโซลาร์ลอยน้ำ ชูพลังงานสะอาดสู่มหาวิทยาลัยสีเขียว

มหาวิทยาลัยนเรศวร เดินหน้าพัฒนาระบบพลังงานภายในองค์กรอย่างต่อเนื่อง ด้วยการดำเนินการติดตั้ง แผงโซลาร์เซลล์ บนหลังคาอาคารต่าง ๆ และ แผงโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ (Floating Solar Panel) บนพื้นที่สระสุริโยทัย ภายในเขตหอพักนิสิต NU Dorm เพื่อยกระดับการบริหารจัดการพลังงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

โครงการดังกล่าวตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการใช้ พลังงานสะอาด อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ลอยน้ำมากกว่า 3,200 แผ่น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานระยะแรกที่มุ่งผลิตไฟฟ้ารวมกว่า 12 เมกะวัตต์ ควบคู่ไปกับการติดตั้งระบบ Solar Rooftop บนอาคารเรียนและอาคารปฏิบัติการต่าง ๆ ทั่วทั้งมหาวิทยาลัย

การเลือกใช้เทคโนโลยี แผงโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากผิวน้ำจะช่วยลดอุณหภูมิของแผง ทำให้ระบบทำงานได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดการระเหยของน้ำในบ่อ ซึ่งเป็นการสนับสนุนการบริหารจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติ อย่างคุ้มค่า ลดการใช้พื้นที่บนดิน และไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อกิจกรรมอื่น ๆ ภายในมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยนเรศวรมีพื้นที่แหล่งน้ำรวมกว่า 225 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 16.24 ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งถือเป็นศักยภาพที่สำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียน โดยแหล่งน้ำสำคัญ อาทิ สระเอกกษัตรี สระมณีรัตนา สระบรมดิลก สระสุริโยทัย สระสองกษัตริย์ และสระสุพรรณกัลยา ล้วนเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ในการผลิตพลังงานทางเลือกที่สามารถสร้างความสมดุลระหว่างการใช้พื้นที่ภูมิทัศน์และการผลิตไฟฟ้า

การประยุกต์ใช้พลังงานจาก แสงอาทิตย์ ทั้งในรูปแบบ Floating PV และ Solar Rooftop ไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าของมหาวิทยาลัยได้อย่างมหาศาล แต่ยังเป็นการลดการพึ่งพาพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการลดการปล่อย ก๊าซเรือนกระจก และคาร์บอนไดออกไซด์ สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ โลกในระยะยาว

มหาวิทยาลัยได้วางแผนบูรณาการ ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ เข้ากับระบบบริหารจัดการพลังงานในอาคาร เพื่อติดตามและควบคุมภาระโหลดไฟฟ้าแบบเรียลไทม์ การผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานทางเลือกนี้ช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มความมั่นคงทางพลังงาน ในระยะยาว ทำให้สามารถนำงบประมาณที่ประหยัดได้ไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาคม

ม.นเรศวร ส่งต่อยาเหลือใช้ช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ สนับสนุนการเข้าถึงยาและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

วันพุธที่ 26 พฤศจิกายน 2568 คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ส่งต่อ ยาเหลือใช้และผลิตภัณฑ์นิวทริโฟล ภายใต้โครงการ PharmaSea ผ่านทีมงานจิตอาสา “ไอ้เข้สองแคว” เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ และสนับสนุนการดูแลสุขภาพของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยพิบัติ

ต่อมาในวันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ยาและผลิตภัณฑ์ทั้งหมดได้ส่งถึง คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเรียบร้อยแล้ว เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ต่อไป

การส่งมอบครั้งนี้มุ่งสนับสนุน โอกาสในการเข้าถึงยาและสิ่งของจำเป็นของผู้ประสบภัย โดยอาศัยการประสานงานระหว่างมหาวิทยาลัยและเครือข่ายจิตอาสาในการนำทรัพยากรไปยังหน่วยงานปลายทางที่ดำเนินงานช่วยเหลือในพื้นที่ เป็นส่วนหนึ่งของการบรรเทาความเดือดร้อนและดูแลผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในภาวะฉุกเฉิน

การดำเนินงานผ่านโครงการ PharmaSea ให้ความสำคัญกับ การส่งต่อยาเหลือใช้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ โดยเชื่อมโยงการจัดการยาเหลือใช้กับการสนับสนุนงานช่วยเหลือสังคม ทั้งนี้ การนำยาไปใช้ประโยชน์ต้องคำนึงถึงคุณภาพและความเหมาะสมเป็นสำคัญ

ในด้านการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ การจัดการยาเหลือใช้ที่ยังเหมาะสมต่อการใช้ประโยชน์เป็นแนวทางหนึ่งในการ ลดการสูญเสียทรัพยากรและลดของเสียจากยา พร้อมส่งเสริมให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการจัดการยาอย่างเหมาะสม ไม่ปล่อยให้ทรัพยากรที่มีคุณค่าสูญเปล่า

ความช่วยเหลือครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก ประชาชน บริษัท และภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงทีมงานจิตอาสาที่ทำหน้าที่ขนส่ง และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งเป็นหน่วยงานรับมอบ ความร่วมมือดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการแบ่งปันทรัพยากรและความรับผิดชอบร่วมกันในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยข้ามพื้นที่

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอขอบคุณผู้สนับสนุนและผู้ร่วมดำเนินงานทุกฝ่ายที่ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสังคมที่ห่วงใยและยั่งยืน ผ่านการส่งต่อความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบอุทกภัย โดยให้ความสำคัญกับการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงทรัพยากรจำเป็น และการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างคุ้มค่า

ม.นเรศวร ยกระดับร้านค้าภายในมหาวิทยาลัย พัฒนาผู้ประกอบการสู่มาตรฐานสุขาภิบาลอย่างยั่งยืน

วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน 2568 กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร ดำเนินการจัด โครงการพัฒนาผู้ประกอบการร้านค้า เพื่อเตรียมความพร้อมและมอบองค์ความรู้ที่จำเป็นให้แก่ผู้ประกอบการอาหารภายในพื้นที่ของมหาวิทยาลัย

การจัดโครงการในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อ มุ่งยกระดับมาตรฐานร้านค้าให้ถูกสุขลักษณะ ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญในการสร้างเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของนิสิตและบุคลากร การบริโภคอาหารที่สะอาดและปลอดภัยถือเป็นหัวใจหลักของการป้องกันโรคติดต่อทางอาหารและน้ำเพื่อสุขภาวะที่สมบูรณ์

กิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการดังกล่าว จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13–14 พฤศจิกายน 2568 ณ ห้องประชุมขวัญเมือง 2 และ พื้นที่ Lobby อาคารขวัญเมือง ชั้น 2 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและผู้สัมผัสอาหารทุกคนได้เข้าร่วมเรียนรู้กระบวนการทำงานที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ

ภายในงานได้รับความอนุเคราะห์จากทีมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจาก สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก ที่ให้เกียรติมาบรรยายและถ่ายทอดความรู้ด้าน สุขาภิบาลอาหาร โดยเน้นย้ำถึงแนวปฏิบัติที่ถูกต้องสำหรับการเตรียม การปรุง และการเก็บรักษาอาหารสำหรับผู้ประกอบการและผู้สัมผัสอาหารโดยเฉพาะ

เนื้อหาของการอบรมยังครอบคลุมไปถึง การบริหารจัดการร้านค้าอย่างยั่งยืน โดยรณรงค์ให้เกิดรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่รับผิดชอบต่อสังคม การจัดการวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ การลดปริมาณขยะอาหาร และการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ปลอดภัย เพื่อสร้างวงจรการบริโภคที่ยั่งยืนภายในสถานศึกษา

การให้ความรู้และสร้างความตระหนักแก่ผู้ประกอบการ ถือเป็นการวางรากฐานความปลอดภัยด้านอาหารที่เข้มแข็ง ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค ทั้งนิสิต คณาจารย์ และบุคลากร ให้สามารถเลือกซื้ออาหารที่ได้มาตรฐานและเข้าถึงโภชนาการที่ดีในสภาพแวดล้อมที่สะอาด

ความสำเร็จของการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการส่งเสริมสวัสดิภาพนิสิตและยกระดับคุณภาพร้านค้าในมหาวิทยาลัยให้ปลอดภัย มีมาตรฐาน และเป็นมิตรต่อสุขภาพของทุกคน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาองค์กรสู่การเป็นมหาวิทยาลัยแห่งความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม

ม.นเรศวร จัดกิจกรรม “ใจแห่งการให้” น้อมรำลึกรัชกาลที่ 9 ส่งเสริมการแบ่งปันและรักษ์สิ่งแวดล้อม

วันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม “น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ รัชกาลที่ 9” ภายใต้ชื่อกิจกรรม “ใจแห่งการให้” เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ บริเวณหน้าอาคารขวัญเมือง มหาวิทยาลัยนเรศวร

ภายในกิจกรรมได้มีการจัดซุ้มแจกจ่ายอาหารเพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการแบ่งปัน โดยมีการแจก ข้าวไข่เจียว ส้มตำ ตลอดจนอาหารพร้อมเครื่องดื่มอื่น ๆ ให้กับนิสิตและบุคลากร ซึ่งเป็นการส่งเสริมการเข้าถึงอาหารและโภชนาการที่ดี ขจัดความหิวโหยและสร้างความมั่นคงทางอาหารให้เกิดขึ้นในระดับชุมชน

กิจกรรมในครั้งนี้เกิดจากพลังแห่งความสามัคคีและได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจาก สมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยนเรศวร คณาจารย์ บุคลากร และผู้มีจิตศรัทธา ที่ร่วมกันบริจาคข้าวสาร ไข่เจียว ไอศกรีม น้ำดื่ม และอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างพร้อมเพรียงและอบอุ่น

การร่วมแรงร่วมใจจัดเตรียมอาหารและส่งมอบสิ่งของเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งการให้และจิตอาสาของประชาคมมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อปลูกฝังคุณค่าความเอื้อเฟื้อ แบ่งปัน และส่งเสริมความมีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมสังคมให้เกิดความเกื้อกูลกันอย่างยั่งยืน

นอกจากการแบ่งปันอาหารแล้ว ภายในงานยังได้ส่งเสริมแนวคิด การใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการบริโภคที่รับผิดชอบ โดยคณะผู้จัดงานได้รณรงค์และเชิญชวนให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมนำภาชนะส่วนตัวมารับอาหารและเครื่องดื่ม

การรณรงค์ให้ใช้ภาชนะส่วนตัว ถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วย ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว และลดปริมาณขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นจากการจัดกิจกรรม ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนประชาคมให้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

กิจกรรม “ใจแห่งการให้” จึงไม่เพียงแต่เป็นเวทีแห่งการแสดงความจงรักภักดี แต่ยังเป็นการน้อมนำหลักปรัชญาการดำเนินชีวิตอย่างพอเพียงมาประยุกต์ใช้ ซึ่งเป็นแนวทางที่พระองค์ทรงสอนไว้ให้คนไทยดำเนินชีวิตอย่างสมดุล รักษ์โลก และดูแลสังคมสืบไป

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin