ม.นเรศวร โดยกองอาคารสถานที่ จัดกิจกรรม “แบ่งปันความสดใส 36” ส่งต่อดอกไม้สร้างพื้นที่สีเขียว สู่การใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 2569 กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม “แบ่งปันความสดใส 36” เปิดโอกาสให้บุคลากร นิสิต และประชาคมมหาวิทยาลัย ร่วมกันนำดอกไม้นานาพันธุ์ที่ใช้ประดับในงานพิธีพระราชทานปริญญาบัตรกลับมาใช้ประโยชน์ โดยนำไปปลูกประดับสวนและพื้นที่สีเขียวภายในมหาวิทยาลัย เพื่อเพิ่มความร่มรื่น สร้างภูมิทัศน์ที่สวยงาม และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน

กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนแนวคิด การใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ผ่านการนำดอกไม้ที่ยังสามารถเจริญเติบโตต่อได้กลับมาใช้ประโยชน์ ลดการสูญเปล่าจากการจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ และยืดอายุการใช้ประโยชน์ของทรัพยากรชีวภาพให้เกิดคุณค่าสูงสุด ทั้งยังช่วยลดปริมาณของเสียและสร้างประโยชน์ให้กับพื้นที่ส่วนรวมของมหาวิทยาลัย

การนำดอกไม้ไปปลูกประดับในพื้นที่ต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยช่วยเพิ่ม พื้นที่สีเขียว และสร้างสภาพแวดล้อมที่ร่มรื่น เอื้อต่อการเรียนรู้ การทำงาน และการพักผ่อนของนิสิต บุคลากร และผู้มาเยือน อีกทั้งยังช่วยอนุรักษ์ความหลากหลายของพรรณไม้ และยกระดับภูมิทัศน์ของมหาวิทยาลัยให้มีความสวยงามและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

โครงการ “แบ่งปันความสดใส 36” ยังเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริม การมีส่วนร่วมของประชาคมมหาวิทยาลัย โดยเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนร่วมกันปลูก ดูแล และรักษาพื้นที่สีเขียว สร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และปลูกฝังแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบผ่านการลงมือปฏิบัติจริง

การดำเนินกิจกรรมครั้งนี้สอดคล้องกับแนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่มุ่งใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการนำวัสดุที่ยังสามารถใช้ประโยชน์ได้กลับเข้าสู่กระบวนการใช้งานอีกครั้ง ลดของเสีย ลดการใช้ทรัพยากรใหม่ และสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรที่มีอยู่ ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ กิจกรรมยังเป็นตัวอย่างของการบริหารจัดการทรัพยากรที่คำนึงถึงความคุ้มค่าและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการนำวัสดุที่ยังสามารถใช้ประโยชน์ได้กลับมาใช้ซ้ำ เพิ่มพื้นที่สีเขียว และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาคมมหาวิทยาลัยในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งช่วยยกระดับสภาพแวดล้อมภายในมหาวิทยาลัยให้มีความร่มรื่น น่าอยู่ และยั่งยืนในระยะยาว

การจัดกิจกรรม “แบ่งปันความสดใส 36” ของกองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ผ่านความร่วมมือของบุคลากร นิสิต และประชาคมมหาวิทยาลัยในการเปลี่ยนทรัพยากรที่ใช้ในวันสำคัญให้กลับมาสร้างคุณค่าอีกครั้ง อันเป็นการสร้างมหาวิทยาลัยที่น่าอยู่ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม

ม.นเรศวร เก็บเกี่ยวกะหล่ำปลีผลผลิตแรกจาก NU FARM ส่งเสริมเกษตรปลอดภัยและการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง

วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชนินทร์ อัมพรสถิร คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมเก็บเกี่ยวกะหล่ำปลีผลผลิตหัวแรกจากแปลง Wellness Veggie from NU FARM ณ วิชชาลัยข้าวและชาวนา มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สะท้อนการส่งเสริมการผลิตอาหารปลอดภัย ควบคู่กับการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของนิสิตผ่านการปฏิบัติจริง

โครงการ Wellness Veggie from NU FARM มุ่งผลิต ผักปลอดสารพิษ ที่มีคุณภาพ สดใหม่ และปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค โดยเปิดโอกาสให้นิสิตจากหลากหลายคณะได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้กระบวนการผลิตทางการเกษตร ตั้งแต่การวางแผน การเพาะปลูก การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว ไปจนถึงการจำหน่ายผลผลิต ซึ่งช่วยสร้างประสบการณ์ตรงควบคู่กับการเรียนในห้องเรียน

การดำเนินงานดังกล่าวเป็นการบูรณาการองค์ความรู้ด้าน การเกษตรยั่งยืน เข้ากับการเรียนการสอน โดยเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม การผลิตอาหารที่ปลอดภัย และการสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของระบบอาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งเสริมให้นิสิตพัฒนาทักษะด้านการเกษตร การบริหารจัดการ และการทำงานร่วมกัน

ผลผลิตจากโครงการได้รับการจำหน่ายโดยนิสิตในช่วงเย็นของทุกวัน ภายใต้แนวคิด “จากแปลงสู่จาน” เพื่อให้บุคลากร นิสิต และประชาชนสามารถเข้าถึงผักคุณภาพดีในราคาที่เหมาะสม สนับสนุนการบริโภคอาหารที่ปลอดภัย พร้อมสร้างรายได้และประสบการณ์ด้านการตลาดให้กับนิสิตผู้เข้าร่วมโครงการ

นอกจากการผลิตอาหารคุณภาพแล้ว โครงการยังส่งเสริม การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและการบริโภคอย่างรับผิดชอบ โดยให้ความสำคัญกับการลดการใช้สารเคมี การจัดการแปลงปลูกอย่างเหมาะสม และการผลิตที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งช่วยสร้างต้นแบบการผลิตอาหารที่สมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

การดำเนินงานของ Wellness Veggie from NU FARM ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรที่เปิดโอกาสให้คณาจารย์ นักวิจัย และนิสิตร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมการผลิตอาหารปลอดภัย พร้อมถ่ายทอดแนวทางการทำเกษตรที่ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดการใช้สารเคมี และส่งเสริมการบริโภคที่รับผิดชอบ เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน

กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสร้างแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรที่เชื่อมโยงการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการเข้าด้วยกัน ผ่านการผลิตอาหารปลอดภัย การพัฒนาศักยภาพของนิสิต และการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ เพื่อร่วมสร้างระบบอาหารที่มีคุณภาพ สนับสนุนสุขภาวะของผู้บริโภค และขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนของสังคม

ม.นเรศวร ส่งต่อครุภัณฑ์สร้างคุณค่า ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ขับเคลื่อนการบริหารด้วยธรรมาภิบาลและความร่วมมือ

วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดพิธีส่งมอบครุภัณฑ์ที่ไม่ใช้แล้วให้แก่หน่วยงานภาครัฐและสถานศึกษา เพื่อสนับสนุนการใช้ทรัพยากรของภาครัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด สอดคล้องกับนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินและการบริหารงานตามหลัก ธรรมาภิบาล ของมหาวิทยาลัย โดยพิธีจัดขึ้น ณ บริเวณหน้าอาคารเรียนรู้ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยนเรศวร

รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า การโอนครุภัณฑ์ที่ไม่ใช้แล้วให้แก่หน่วยงานที่มีความประสงค์รับโอน เป็นแนวทางที่ช่วยให้ทรัพยากรของภาครัฐได้รับการใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่อง ลดการสูญเสียจากการปล่อยให้ครุภัณฑ์ไม่ได้ใช้งาน และเป็นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับ ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

การดำเนินงานครั้งนี้สะท้อนการบริหารจัดการทรัพยากรภายใต้หลักธรรมาภิบาลในหลายมิติ ได้แก่ ความคุ้มค่า โดยช่วยลดความจำเป็นในการจัดซื้อครุภัณฑ์ใหม่และประหยัดงบประมาณของภาครัฐ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ด้วยการนำครุภัณฑ์ที่ยังอยู่ในสภาพดีหรือสามารถซ่อมแซมได้กลับมาใช้ประโยชน์ และ ความโปร่งใส ผ่านการดำเนินการตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง พร้อมมีหลักฐานการตรวจสอบและการส่งมอบอย่างครบถ้วน

ครุภัณฑ์ที่ส่งมอบในครั้งนี้ได้รับการจัดสรรให้แก่หน่วยงานและสถานศึกษาที่มีความประสงค์รับโอน ได้แก่ ศูนย์การศึกษาเขตการศึกษา 7 โรงเรียนวัดยางเอน (ประชานุเคราะห์) และ โรงเรียนเทศบาล 2 (วัดคูหาสวรรค์) เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านการศึกษา และเพิ่มโอกาสในการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง

นอกจากการส่งมอบครุภัณฑ์แล้ว สำนักหอสมุดยังมุ่งส่งเสริมแนวคิด การใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า โดยกำหนดการโอนครุภัณฑ์เป็นนโยบายสำคัญที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่าย เพื่อขยายโอกาสในการใช้ทรัพยากรร่วมกัน ลดการเกิดของเสีย และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรตามแนวทาง เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

การดำเนินงานดังกล่าวยังสะท้อนถึงการสร้าง เครือข่ายความร่วมมือ ระหว่างมหาวิทยาลัยกับหน่วยงานภาครัฐและสถานศึกษา เพื่อแลกเปลี่ยนและใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างเกิดประสิทธิภาพ ส่งเสริมการบริหารจัดการพัสดุที่คำนึงถึงความคุ้มค่า ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อสังคม อันเป็นแนวทางที่ช่วยลดการใช้ทรัพยากรใหม่และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรของภาครัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด

การส่งมอบครุภัณฑ์ของสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยนเรศวร ในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการบริหารจัดการทรัพยากรที่มุ่งเน้นความคุ้มค่า ความโปร่งใส และการสร้างประโยชน์ร่วมกับสังคม ผ่านการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การลดการใช้ทรัพยากรใหม่ และการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เพื่อร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมและการบริหารจัดการทรัพยากรของภาครัฐอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร พัฒนานวัตกรรม I-Sec Technology ยกระดับโปรตีนทางเลือกจากแมงสะดิ้งและไก่ สู่การผลิตอาหารแห่งอนาคตอย่างยั่งยืน

วันพุธที่ 10 ธันวาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ขนิษฐา รุตรัตนมงคล ร่วมกับบริษัท ไทย เอนโท ฟู้ด จำกัด พัฒนา I-Sec Technology นวัตกรรมการสกัดโปรตีนจาก แมงสะดิ้ง (Acheta domesticus) และชิ้นส่วนไก่เหลือใช้ เพื่อเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบ ลดของเสียจากอุตสาหกรรมอาหาร และผลิตโปรตีนเข้มข้นที่มีความปลอดภัยและคุณค่าทางโภชนาการสูง รองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มแห่งอนาคต

การพัฒนานวัตกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้การสนับสนุนของ คณะกรรมการนโยบายและอำนวยการพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคงของชาติ (นพช.) โดยมีเป้าหมายในการยกระดับจิ้งหรีดและชิ้นส่วนไก่เหลือใช้ให้เป็น “Super Protein” ที่ได้มาตรฐานสากล สอดคล้องกับแนวคิด เศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) และสามารถตอบโจทย์ความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหารของโลกในอนาคต

หัวใจสำคัญของนวัตกรรมคือ I-Sec Technology ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแยกโปรตีนจากจิ้งหรีดและไก่แบบอัตโนมัติครบวงจรแห่งแรกของโลก สามารถควบคุมอุณหภูมิ อัตราการป้อนวัตถุดิบ และค่าการทำงานต่าง ๆ ได้แบบ Real-time ช่วยให้กระบวนการผลิตมีความแม่นยำ ลดความผิดพลาด และรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้มีความสม่ำเสมอ พร้อมทั้งใช้กระบวนการอุณหภูมิต่ำและสภาวะออกซิเจนต่ำเพื่อคงคุณค่าทางโภชนาการของโปรตีน

เทคโนโลยีดังกล่าวยังช่วยลดการใช้สารเคมี ประหยัดพลังงาน ลดระยะเวลาในการผลิต และใช้วัตถุดิบได้อย่างคุ้มค่าสูงสุด จนสามารถลดของเสียจากกระบวนการผลิตได้เกือบทั้งหมด สอดคล้องกับแนวคิด เทคโนโลยีสีเขียว และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเปลี่ยนวัตถุดิบที่เคยเป็นของเหลือให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร

ผลจากการพัฒนางานวิจัยได้นำไปสู่การสร้างผลิตภัณฑ์ Sixtein (ผงโปรตีนจิ้งหรีด) และ Chixtein (ผงโปรตีนไก่) ซึ่งเป็นวัตถุดิบโปรตีนทางเลือกที่สามารถนำไปต่อยอดในการผลิตอาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ รองรับความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับโภชนาการ ความปลอดภัย และความยั่งยืนของระบบอาหาร

รองศาสตราจารย์ ดร.ขนิษฐา รุตรัตนมงคล กล่าวว่า ประเทศไทยมีฟาร์มเลี้ยงแมลงมากกว่า 10,000 ฟาร์ม กระจายอยู่ทั่วประเทศ จึงมีศักยภาพในการพัฒนาจิ้งหรีดให้เป็นวัตถุดิบมูลค่าสูง โดยเลือกใช้ แมงสะดิ้ง หรือจิ้งหรีดสายพันธุ์ Acheta domesticus ซึ่งเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่ได้รับอนุญาตให้บริโภคในยุโรป ทำให้มีโอกาสต่อยอดสู่ตลาดสากล พร้อมทั้งใช้เทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) เพื่อยกระดับวัตถุดิบไทยให้สามารถแข่งขันในอุตสาหกรรมอาหารระดับโลก

ผลงานวิจัยดังกล่าวยังเป็นความสำเร็จของ รองศาสตราจารย์ ดร.ขนิษฐา รุตรัตนมงคล ในฐานะหนึ่งในนักวิจัยโครงการ RAN Top 100 ของเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (RUN Office) ซึ่งมุ่งผลักดันผลงานวิจัยที่มีศักยภาพให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง และยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมอาหารไทยผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมทั้ง ส่งเสริมต่อยอดสู่งานวิจัยเชิงพาณิชย์ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนำเทคโนโลยีไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ สร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมของประเทศอย่างยั่งยืน
ที่มาภาพและข่าว: ไทยโพสต์

ม.นเรศวร เร่งจัดเตรียมชุดยาจำเป็นผ่านโครงการ PharmaSea Project ส่งช่วยผู้ประสบอุทกภัยหาดใหญ่

วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน 2568 คณาจารย์ บุคลากร และนิสิตคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกันคัดแยกและจัดเตรียมยาจำเป็น ภายใต้ โครงการจัดการยาเหลือใช้ (PharmaSea Project) เพื่อส่งมอบให้ผู้ประสบอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยการดำเนินงานครั้งนี้มุ่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้สามารถเข้าถึงยาที่จำเป็นได้อย่างทันท่วงที พร้อมส่งเสริมการใช้ทรัพยากรทางการแพทย์อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรดำรงศักดิ์ เป๊กทอง อาจารย์ประจำภาควิชาเภสัชกรรมปฏิบัติ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดเผยว่า โครงการได้ประสานข้อมูลกับทีมแพทย์ พยาบาล และหน่วยงานที่ดูแลผู้ประสบภัยในพื้นที่ เพื่อประเมินความต้องการด้านยาและเวชภัณฑ์ก่อนดำเนินการจัดส่ง โดยยาที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ได้แก่ ยากันน้ำกัดเท้า เบตาดีน แอลกอฮอล์ และผงเกลือแร่ รวมถึงยาประจำตัวของผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่จำเป็นต้องใช้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ที่พักอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงและไม่สามารถเดินทางกลับบ้านหรือเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลได้

การจัดเตรียมยาในครั้งนี้เป็นการนำ ยาเหลือใช้ที่ผ่านการคัดแยกและตรวจสอบคุณภาพ มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยดำเนินการภายใต้หลักการบริหารจัดการยาอย่างถูกต้องและปลอดภัย ช่วยให้ทรัพยากรทางการแพทย์ที่ยังสามารถใช้งานได้ถูกส่งต่อไปยังผู้ที่มีความจำเป็น ลดการสูญเสียทรัพยากร และลดปริมาณของเสียที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ตลอดระยะเวลากว่า 5 ปี โครงการ PharmaSea Project ได้ดำเนินการรวบรวมยาเหลือใช้จากประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ การรับบริจาคจากประชาชน การลงพื้นที่เก็บยาในชุมชนเพื่อสร้างความรู้ด้านการจัดการยาเหลือใช้ และการติดตั้งกล่องรับบริจาคตามโรงพยาบาล ก่อนนำยามาคัดแยก ตรวจสอบ และจัดเตรียมสำหรับส่งต่อไปยังพื้นที่ที่ขาดแคลนยาและเวชภัณฑ์

ที่ผ่านมา โครงการได้ส่งมอบยาไปช่วยเหลือโรงพยาบาลชายแดน ศูนย์อพยพ และพื้นที่ที่ประสบเหตุภัยพิบัติหลายแห่ง ความพร้อมของคลังยาที่ได้รับการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ทำให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเกิดเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ คณะเภสัชศาสตร์จึงสามารถจัดเตรียมยาและประสานการส่งมอบให้ตรงกับความต้องการของผู้ประสบภัยได้ในเวลาอันรวดเร็ว

การดำเนินงานของโครงการสะท้อนถึง ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย บุคลากรทางการแพทย์ หน่วยงานภาครัฐ จิตอาสา และประชาชน ในการบริหารจัดการยาเหลือใช้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งสนับสนุนการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของผู้ประสบภัย ลดการสูญเสียทรัพยากรทางการแพทย์ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อช่วยเหลือสังคมในสถานการณ์วิกฤติ

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอเชิญชวนประชาชนร่วม ส่งต่อพลังแห่งการแบ่งปัน ด้วยการบริจาคยาเหลือใช้ผ่าน โครงการ PharmaSea Project เพื่อรวบรวม คัดแยก และส่งต่อให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยและพื้นที่ขาดแคลนทั่วประเทศ โดยทุกการบริจาคมีส่วนช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงยาที่จำเป็น ลดการสูญเสียทรัพยากร และสร้างระบบการใช้ทรัพยากรทางการแพทย์ที่เกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างยั่งยืน

ผู้สนใจสามารถบริจาคยาเหลือใช้ได้ที่
โครงการ PharmaSea Project (รับบริจาคยาเหลือใช้)
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก 65000
โทรศัพท์ 0 5596 3747

ม.นเรศวร พัฒนา Banana Powder Shots Sun Protection ยกระดับกล้วยไข่ไทยสู่นวัตกรรมอาหารมูลค่าสูง

ตุลาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดย ศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงจารุภา วิโยชน์ อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ พร้อมคณะนักวิจัย ร่วมกับ บริษัท เนเจอร์ พาวเวอร์ จำกัด พัฒนาผลิตภัณฑ์ Banana Powder Shots Sun Protection จากกล้วยไข่ไทย โดยได้รับการสนับสนุนจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) เพื่อผลักดันงานวิจัยสู่ผลิตภัณฑ์อาหารมูลค่าสูงและการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์

งานวิจัยดังกล่าวต่อยอดจากการศึกษาคุณสมบัติของ กล้วยไข่ ซึ่งเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่สามารถปลูกได้ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยพบว่ากล้วยไข่มีปริมาณ เบต้าแคโรทีน สูง และมีศักยภาพในการนำมาพัฒนาเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์นิวทริคอสเมติกส์ หรือผลิตภัณฑ์อาหารที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพและความงามจากภายใน

ก่อนหน้านี้ คณะนักวิจัยได้พัฒนา ผลิตภัณฑ์นิวตราซูติคอลเม็ดเคี้ยวกล้วยไข่ผสมน้ำมันเมล็ดกัญชง โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) และนำองค์ความรู้จากผลิตภัณฑ์ต้นแบบมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบ Powder Shots ซึ่งรับประทานได้สะดวกและตอบสนองพฤติกรรมของผู้บริโภคมากขึ้น

การพัฒนา Banana Powder Shots Sun Protection ให้ความสำคัญกับการคัดเลือกวัตถุดิบ ตั้งแต่สายพันธุ์ของกล้วยไข่ ระดับความสุก ความหวาน และช่วงเวลาการเก็บเกี่ยว เพื่อให้ได้ปริมาณเบต้าแคโรทีนที่เหมาะสม รวมถึงการควบคุมแสงและความร้อนระหว่างกระบวนการผลิต เนื่องจากเบต้าแคโรทีนเป็นสารที่สลายตัวได้ง่าย

นอกจากนี้ ทีมนักวิจัยและภาคเอกชนยังร่วมกันพัฒนาคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ให้ผงกล้วยละลายในปากได้ดี ลดการติดค้างบริเวณฟันและช่องปาก และมีรสชาติเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค โดยมุ่งใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติและลดการใช้สารสังเคราะห์ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและเหมาะสมต่อการผลิตในระดับอุตสาหกรรม

โครงการอยู่ระหว่างการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบและการทดสอบการดูดซึมเบต้าแคโรทีน รวมถึงการทดสอบกับอาสาสมัคร การประเมินทางคลินิก และการทดสอบความพึงพอใจของผู้บริโภค ก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิตในระดับ Pilot Scale และการขอรับรองมาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการผลิตและวางจำหน่ายจริง

การใช้กล้วยไข่เป็นวัตถุดิบหลักช่วยสนับสนุน เกษตรกรและผลผลิตทางการเกษตรของไทย เพิ่มมูลค่าให้วัตถุดิบภายในประเทศ และสร้างโอกาสในการพัฒนากล้วยไข่เป็นวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ นอกจากนี้ หากผลิตภัณฑ์ได้รับการตอบรับที่ดี ยังสามารถพัฒนาเป็นวัตถุดิบสำหรับจำหน่ายให้แก่ผู้ประกอบการรายอื่น และขยายผลสู่อุตสาหกรรม Functional Food และ Nutricosmetics ได้

ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยนเรศวร บริษัท เนเจอร์ พาวเวอร์ จำกัด และ บพข. แสดงให้เห็นถึงบทบาทของเครือข่ายภาครัฐ มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน ในการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากห้องปฏิบัติการเข้าสู่กระบวนการผลิตจริง พร้อมเปิดโอกาสให้นักวิจัยนำข้อเสนอแนะจากผู้ประกอบการและผู้บริโภคมาปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ตลาดมากยิ่งขึ้น

การพัฒนา Banana Powder Shots Sun Protection จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการสร้างความมั่นคงและมูลค่าเพิ่มให้ระบบอาหารของประเทศ ผ่านการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร พร้อมทั้ง ส่งเสริมต่อยอดสู่งานวิจัยเชิงพาณิชย์ ยกระดับความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย และสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารมูลค่าสูงทั้งในประเทศและตลาดสากล

ที่มาภาพและข่าว: SALIKA

ม.นเรศวร จัดกิจกรรม “PLANET LOVING ZONE” สร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน

วันศุกร์ที่ 26 กันยายน 2568 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม “PLANET LOVING ZONE พื้นที่นี้รักษ์โลก” เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างความตระหนักด้าน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ผ่านกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นิสิต บุคลากร และประชาชนทั่วไปได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ณ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ภายในงานมีการจัด นิทรรศการด้านโลกร้อนและสิ่งแวดล้อม ถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับสาเหตุ ผลกระทบ และแนวทางการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมนำเสนอแนวทางการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ทรัพยากรในชีวิตประจำวัน เพื่อสร้างความเข้าใจและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

กิจกรรมยังประกอบด้วย ร้านค้ากว่า 16 ร้าน ที่ร่วมสนับสนุนแนวคิดการบริโภคอย่างรับผิดชอบ โดยนำเสนอสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดการสร้างของเสีย และสนับสนุนการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยสร้างความตระหนักถึงบทบาทของผู้บริโภคในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการเลือกซื้อและการใช้สินค้าอย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเกมและกิจกรรมสร้างสรรค์ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ เสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการทรัพยากร การลดขยะ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการบูรณาการ องค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม การเรียนการสอน และการบริการวิชาการ เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างคณะ หน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย ภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน ในการร่วมกันพัฒนากิจกรรมและแนวปฏิบัติที่ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน และสร้างสังคมที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

กิจกรรม PLANET LOVING ZONE ยังเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นิสิต บุคลากร และผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างแรงบันดาลใจในการนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการลดของเสีย การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสร้าง สังคมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ผ่านการส่งเสริมความรู้ การมีส่วนร่วม และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านการบริโภคและการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ เพื่อร่วมกันลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ

ม.นเรศวร จัดกิจกรรม MS2O Organic Market ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ เชื่อมโยงผู้ผลิตสู่ผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

กันยายน 2568 คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม MS2O Organic Market ประจำเดือนกันยายน 2568 เพื่อส่งเสริมการบริโภคอาหารที่ปลอดภัย สนับสนุนสินค้าเกษตรอินทรีย์จากผู้ผลิตท้องถิ่น และสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้ผลิต ผู้บริโภค และชุมชน ภายใต้แนวคิดการพัฒนาระบบอาหารที่ยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

ภายในงานมีการจำหน่าย ผัก ผลไม้ ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ และอาหารคุณภาพ จากผู้ผลิตท้องถิ่นที่นำผลผลิตส่งตรงจากแหล่งผลิตถึงผู้บริโภค ช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้แก่เกษตรกร สร้างรายได้ให้ชุมชน และส่งเสริมให้ผู้บริโภคเข้าถึงอาหารที่ปลอดภัย สดใหม่ และมีคุณค่าทางโภชนาการ

กิจกรรมเด่นประจำเดือน คือ MINI Workshop “สบู่ใบฝรั่ง” โดย คุณณัฐวรารินทร์ เม่งมั่งมี จากณัฐวรารินทร์ฟาร์ม ซึ่งถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการผลิตสบู่จากวัตถุดิบธรรมชาติ พร้อมแบ่งปันแนวทางการนำทรัพยากรในท้องถิ่นมาเพิ่มมูลค่า และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อลดการใช้สารเคมีและส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การจัดเวิร์กชอปครั้งนี้ยังเป็นการเผยแพร่ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าร่วมเห็นคุณค่าของการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ผ่านการเรียนรู้จากผู้ผลิตโดยตรง ซึ่งสามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดในการดำเนินชีวิต การสร้างอาชีพ หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนได้ในอนาคต

นอกจากการเป็นตลาดจำหน่ายสินค้าแล้ว MS2O Organic Market ยังเป็นพื้นที่แห่งการสร้าง เครือข่ายความร่วมมือ ระหว่างมหาวิทยาลัย เกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค เพื่อสนับสนุนระบบอาหารที่ยั่งยืน ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการผลิต การแปรรูป และการบริโภคอย่างรับผิดชอบ ตลอดจนสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากของชุมชน

การดำเนินกิจกรรมดังกล่าวสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการส่งเสริม ความมั่นคงทางอาหาร การบริโภคและการผลิตอย่างรับผิดชอบ และการสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน โดยสนับสนุนเกษตรกรไทยให้มีช่องทางจำหน่ายผลผลิต เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ พร้อมสร้างความตระหนักแก่ผู้บริโภคในการเลือกใช้สินค้าเกษตรอินทรีย์และผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

กิจกรรม MS2O Organic Market เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่านการเชื่อมโยงผู้ผลิตกับผู้บริโภค การสนับสนุนเกษตรอินทรีย์ การส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ชุมชน และผู้ประกอบการ เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบอาหารที่ปลอดภัย สร้างรายได้ให้เกษตรกร และใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าเพื่อประโยชน์ของสังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

ม.นเรศวร จัดโครงการ “Plane Loving Zone พื้นที่นี้รักษ์โลก” ปลูกจิตสำนึกการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและใส่ใจสิ่งแวดล้อม

วันศุกร์ที่ 26 กันยายน 2568 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดโครงการ “Plane Loving Zone พื้นที่นี้รักษ์โลก” โดยได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.นิทรา กิจธีระวุฒิวงษ์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม ซึ่งจัดขึ้น ณ โถงสโมสรนิสิต คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสร้างจิตสำนึกด้านการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบให้แก่นิสิต

โครงการดังกล่าวจัดขึ้นโดย นิสิตสาขาอนามัยสิ่งแวดล้อม ชั้นปีที่ 3 ภายใต้แนวคิดการสร้างพฤติกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมผ่านกิจกรรมที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยมุ่งเน้นการสร้างความตระหนักถึงบทบาทของทุกคนในการร่วมดูแลทรัพยากรธรรมชาติและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ภายในกิจกรรมมีการให้ความรู้เกี่ยวกับ การลดการใช้พลังงาน การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการลดการเกิดของเสีย เพื่อส่งเสริมให้นิสิตเห็นความสำคัญของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน อันเป็นจุดเริ่มต้นของการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

กิจกรรมยังเปิดโอกาสให้นิสิตได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเรียนรู้แนวทางการจัดการสิ่งแวดล้อมร่วมกัน ผ่านการมีส่วนร่วมในการเสนอแนวคิดและแนวปฏิบัติที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ทั้งในมหาวิทยาลัยและในชีวิตประจำวัน ซึ่งช่วยเสริมสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

การดำเนินโครงการครั้งนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของคณะสาธารณสุขศาสตร์ที่มุ่งเป็น สถาบันการศึกษาด้านสาธารณสุขชั้นนำ ที่นำความรู้สู่การพัฒนาสุขภาวะชุมชน และขับเคลื่อนการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยบูรณาการองค์ความรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมเข้ากับการพัฒนาพฤติกรรมและการมีส่วนร่วมของนิสิตในการดูแลสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ โครงการยังสะท้อนถึงการสร้าง วัฒนธรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ภายในมหาวิทยาลัย ผ่านความร่วมมือระหว่างคณาจารย์ บุคลากร และนิสิต ในการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า การลดการใช้พลังงาน และการลดปริมาณของเสีย ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การจัดโครงการ “Plane Loving Zone พื้นที่นี้รักษ์โลก” แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่นิสิต ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ และสร้างการมีส่วนร่วมในการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดของเสีย และลดการใช้พลังงาน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การเป็นองค์กรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร ชวนร่วมกิจกรรม “ทิ้งเทิร์นให้โลกจำ Upvel 3” ลดขยะพลาสติก สร้างมหาวิทยาลัยสีเขียวอย่างยั่งยืน

มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยศูนย์จิตอาสาและงานพัฒนานิสิต เชิญชวนนิสิตและบุคลากรเข้าร่วมกิจกรรม “ทิ้งเทิร์นให้โลกจำ Upvel 3” เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการจัดการขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการคัดแยกและส่งต่อขวดพลาสติกเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างถูกต้อง อันเป็นการสร้างวัฒนธรรมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและรับผิดชอบร่วมกันภายในมหาวิทยาลัย

กิจกรรมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมมีส่วนร่วมได้อย่างง่ายดาย โดยการถ่ายภาพขวดพลาสติกประเภท PET และ HDPE ที่แยกประเภทเรียบร้อย จากนั้นลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ พร้อมอัปโหลดภาพเข้าสู่แพลตฟอร์มของโครงการ ซึ่งระบบจะแสดงจำนวนขวดพลาสติกที่ผู้เข้าร่วมสามารถนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้ ช่วยให้ทุกคนเห็นผลลัพธ์ของการมีส่วนร่วมในการลดปริมาณขยะพลาสติกอย่างเป็นรูปธรรม

การคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางถือเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพของ เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัด ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในการผลิตวัสดุใหม่ และเพิ่มโอกาสในการนำพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์อีกครั้ง ซึ่งมีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิตและการกำจัดของเสีย รวมทั้งลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการพัฒนา มหาวิทยาลัยสีเขียว (Green University) โดยส่งเสริมการจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่นิสิตและบุคลากร ผ่านกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และร่วมกันลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว

นอกจากการรณรงค์ด้านการคัดแยกขยะแล้ว กิจกรรมยังเป็นเวทีในการสร้าง เครือข่ายความร่วมมือ ระหว่างมหาวิทยาลัย ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมกันผลักดันแนวทางการรีไซเคิล การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการพัฒนาระบบบริหารจัดการขยะที่สามารถขยายผลสู่ระดับชุมชนและสังคมได้อย่างยั่งยืน

ข้อมูลที่ได้จากการดำเนินกิจกรรมสามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมการคัดแยกขยะ ประเมินประสิทธิภาพของการจัดการของเสีย และใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนพัฒนาระบบบริหารจัดการขยะของมหาวิทยาลัย รวมทั้งสนับสนุนการกำหนดมาตรการและกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมที่ตอบโจทย์การลดของเสียและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

กิจกรรม “ทิ้งเทิร์นให้โลกจำ Upvel 3” จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสร้างการมีส่วนร่วมของนิสิตและบุคลากรมหาวิทยาลัยนเรศวรในการจัดการขยะพลาสติกอย่างเป็นระบบ ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และร่วมกันขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านการลงมือปฏิบัติที่สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin