ม.นเรศวร เดินหน้าสู่พลังงานสะอาด จับมือเอกชนติดตั้งระบบโซลาร์ 12 MWp หนุนเป้าหมายคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์

วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับ บริษัท เพาเวอร์ซิสเต็มส์แอนด์โซลูชั่นส์ จำกัด จัดพิธีลงนามสัญญาโครงการติดตั้งและให้บริการระบบผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับจำหน่ายกระแสไฟฟ้า โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมคณะผู้บริหาร และนายนครินทร์ ไทรงามสถิต กรรมการบริษัทฯ เข้าร่วมพิธี ณ ห้องนเรศวร 310 อาคารสำนักงานอธิการบดี ชั้น 3 มหาวิทยาลัยนเรศวร

โครงการดังกล่าวเป็นก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการขับเคลื่อนสู่การใช้ พลังงานสะอาด และ พลังงานยั่งยืน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อสนับสนุนนโยบายการใช้พลังงานทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลที่ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ตามสัญญา การติดตั้งระบบผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์มีขนาดกำลังติดตั้งรวม 12 MWp ซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 20 ล้านหน่วยต่อปี และคาดว่าจะช่วยมหาวิทยาลัยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานตลอดอายุสัญญาลงได้กว่า 395,100,919 บาท ถือเป็นการลงทุนที่ตอบโจทย์ทั้งด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม

บริษัท เพาเวอร์ซิสเต็มส์แอนด์โซลูชั่นส์ จำกัด จะเป็นผู้ดำเนินการสำรวจ ออกแบบ ติดตั้ง และบำรุงรักษาระบบผลิตไฟฟ้าตลอดระยะเวลาโครงการ 12 ปี เพื่อให้ระบบดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสูงสุด ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นในความมั่นคงทางพลังงานของมหาวิทยาลัย

การดำเนินโครงการนี้ไม่เพียงช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ยังเป็นส่วนสำคัญในการบรรลุเป้าหมายการเป็นมหาวิทยาลัยที่ใช้ พลังงานยั่งยืน และเดินหน้าสู่ความเป็น มหาวิทยาลัยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านพลังงานและการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

โครงการดังกล่าวยังเป็นตัวอย่างที่ดีของ การมีส่วนร่วม ระหว่างสถาบันการศึกษาและภาคเอกชน ในการบูรณาการความรู้ เทคโนโลยี และทรัพยากร เพื่อสร้างนวัตกรรมด้านพลังงานสะอาด ที่สามารถขยายผลและเป็นต้นแบบให้กับหน่วยงานอื่น ๆ ต่อไป

มหาวิทยาลัยนเรศวรตอกย้ำบทบาทในการเป็นผู้นำด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่านการลงทุนในระบบ พลังงานสะอาด และการสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย เพื่อผลักดันเป้าหมายการลดโลกร้อน และสร้างสังคมที่พร้อมปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต

NU Hackathon & Pitching 2024 ส่งเสริมทักษะด้านการคิดค้นนวัตกรรมของนิสิต

วันศุกร์ที่ 13 กันยายน 2567 อุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับบริษัท เอ็กซ์โตซอฟท์ จำกัด จัดโครงการ “NU Hackathon & Pitching 2024” ภายใต้หัวข้อ การพัฒนาเครื่องมือ Performance Test ด้วยเทคโนโลยี Cloud, AI และ Machine Learning โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานกล่าวเปิดกิจกรรม ดร.ปัญญวัณ ลำเพาพงศ์ รองผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวรายงาน และคุณณัฐพล กล้าหาญ ผู้บริหารจากบริษัทเอ็กซ์โตซอฟท์ จำกัด กล่าวต้อนรับ ณ อาคารขวัญเมือง มหาวิทยาลัยนเรศวร

กิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีให้นิสิตได้เรียนรู้การพัฒนาเครื่องมือด้านเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์จริง ผ่านรูปแบบ Hackathon ที่มีเวลาเพียง 48 ชั่วโมงสำหรับการสร้างสรรค์ผลงาน โดยเน้นการฝึกทักษะการแก้ไขปัญหาเชิงระบบและการทำงานเป็นทีม ซึ่งเป็นทักษะสำคัญสำหรับบุคลากรยุคดิจิทัล

ภายในงานยังได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญด้าน Performance Testing มาร่วมบรรยายและเสวนา เช่น การชี้ทิศทางและความสำคัญของการทดสอบประสิทธิภาพซอฟต์แวร์ในยุคปัจจุบัน การกำหนดแนวทางการทดสอบและการค้นพบที่สำคัญ ตลอดจนการนำเทคโนโลยี Cloud, AI และ Machine Learning มาใช้ในอนาคตของการทดสอบระบบ ซึ่งช่วยเปิดมุมมองใหม่ให้นิสิตเข้าใจถึงบทบาทของเทคโนโลยีล้ำสมัยในอุตสาหกรรม

การจัดโครงการนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของหลายภาคส่วนในมหาวิทยาลัยนเรศวร ทั้งกองกิจการนิสิต กองกลาง คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร และอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนถึงการบูรณาการทรัพยากรและองค์ความรู้เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดแก่นิสิต

เป้าหมายสำคัญของกิจกรรมคือการพัฒนาทักษะด้าน Performance Testing และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Technology) เช่น AI และ Machine Learning ซึ่งจะช่วยให้นิสิตมีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี สามารถต่อยอดองค์ความรู้ไปสู่การทำงานจริงในภาคอุตสาหกรรมได้อย่างมั่นใจ

โครงการนี้ยังเป็นการเชื่อมโยงระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคเอกชน โดยสร้างเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้เชี่ยวชาญกับนักศึกษา อันจะนำไปสู่การพัฒนาระบบนิเวศด้านนวัตกรรมที่แข็งแกร่ง และสนับสนุนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในระดับภูมิภาคและนานาชาติ

การจัด NU Hackathon & Pitching 2024 จึงไม่เพียงเป็นกิจกรรมเชิงวิชาการ แต่ยังเป็นการส่งเสริมทักษะด้านการคิดค้นนวัตกรรมของนิสิต เพื่อสร้างกำลังคนที่มีความรู้ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมและสังคมไทยไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

ม.นเรศวร ขับเคลื่อนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตประชากรกลุ่มเป้าหมายพิเศษ

วันอังคารที่ 10 กันยายน 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยกองส่งเสริมการบริการวิชาการ ร่วมกับนิคมสร้างตนเองบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก จัดประชุมถอดบทเรียนการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตประชากรกลุ่มเป้าหมายพิเศษ ประจำปีงบประมาณ 2567 เพื่อวิเคราะห์และพัฒนาแนวทางการสนับสนุนคุณภาพชีวิตในมิติต่าง ๆ ของกลุ่มเป้าหมาย

การประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายสุริชาติ จงจิตต์ ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองบางระกำ เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยผู้แทนจากบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน) หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่-ท้องถิ่น และประชากรกลุ่มเป้าหมายพิเศษกว่า 80 คน เข้าร่วมเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ศิษฐ์ภัณฑ์ แคนลา รักษาการผู้อำนวยการกองส่งเสริมการบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยนเรศวร มอบหมายบุคลากรกองส่งเสริมการบริการวิชาการเข้าร่วมประชุมเพื่อสนับสนุนการถอดบทเรียนและติดตามผลการดำเนินงานในโครงการต่าง ๆ

ดร.อนวัช มีเคลือบ รักษาการหัวหน้างานประชาสัมพันธ์ ทำหน้าที่วิทยากรถอดบทเรียนและนำเสนอข้อมูลเชิงวิเคราะห์เกี่ยวกับการพัฒนาทุนมนุษย์ในมิติต่าง ๆ รวมถึงแนวทางการสร้างอาชีพและเพิ่มรายได้สำหรับประชากรกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน

การประชุมครอบคลุมการวิเคราะห์มิติต่าง ๆ ได้แก่ การสร้างอาชีพและรายได้ การพัฒนาเด็กและเยาวชน การจัดการป่าชุมชนและทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงมิติอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการยกระดับคุณภาพชีวิตและลดความเหลื่อมล้ำในชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG1 ด้านการขจัดความยากจน และ SDG17 ด้านความร่วมมือเพื่อการพัฒนา

กิจกรรมครั้งนี้ยังเน้นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ภาคเอกชน หน่วยงานรัฐ และชุมชนท้องถิ่น เพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการเข้าถึงโอกาสอย่างเท่าเทียมสำหรับประชากรกลุ่มเป้าหมาย

การประชุมถอดบทเรียนและวิเคราะห์แนวทางการพัฒนาประชากรกลุ่มเป้าหมายพิเศษ จึงเป็นการสร้างกรอบแนวทางที่เป็นระบบและมีข้อมูลรองรับ สนับสนุนการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน และเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนโครงการวิจัยและบริการวิชาการของมหาวิทยาลัยนเรศวรเพื่อสังคมและการพัฒนาอย่างเท่าเทียม

ม.นเรศวร มอบรางวัลผู้ชนะการประกวดโครงการต้นแบบ ขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยด้านความยั่งยืน

วันพุธที่ 4 กันยายน 2567 ณ ห้องนเรศวร 310 อาคารสำนักงานอธิการบดี ชั้น 3 มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยนเรศวร ครั้งที่ 16/2567 โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานในพิธี และได้ให้เกียรติมอบรางวัลการประกวดโครงการหน่วยงานต้นแบบที่มีส่วนร่วมในการ ส่งเสริมขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยด้านความยั่งยืน

การประกวดในครั้งนี้แบ่งออกเป็นหลายสาขา ได้แก่ โครงการส่งเสริมผลงานวิชาการก้าวสู่ระดับสากล (NU Star Awards) โดยในประเภทนวัตกรรมเทคโนโลยีหรือดิจิทัลแห่งปี รางวัลชนะเลิศตกเป็นของ ดร.วราภรณ์ ยังเอี่ยม กับผลงาน “I Watch Sodium” application ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ อาจารย์ธนสาร ช่างนาวา กับผลงาน Thermo Defender V2 + ML

ในประเภทผลงานที่โดดเด่นในการพัฒนาภูมิภาค รางวัลชนะเลิศได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภก.ดำรงศักดิ์ เป๊กทอง กับผลงาน PharmaSea: Saving the Medicine & Saving the Sea ขณะที่รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ตกเป็นของ วิทยาลัยนานาชาติ จากผลงาน NUIC’s Social Responsibility through Enhancing Language Proficiency in Lower Northern Thailand

สำหรับประเภทผลงานที่โดดเด่นในการเป็นผู้นำด้านสิ่งแวดล้อม รางวัลชนะเลิศได้แก่ รองศาสตราจารย์ ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ กับผลงาน From Hazard to Hope: SHEI’s 15-Year Pioneering Journey in Environmental Cleanup Leadership และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ รองศาสตราจารย์ ดร.พยุง ซีดาร์ กับผลงาน Knowledge Management for the Development of Human Resources and the Environment in the Huai Ton Nun Community

ในส่วนของโครงการหน่วยงานต้นแบบที่มีส่วนขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยด้านความยั่งยืน ประเภทหน่วยงาน รางวัลชนะเลิศได้แก่ คณะสหเวชศาสตร์ จากผลงาน หน่วยส่งเสริมสุขภาพ (Health Club) ขณะที่ประเภทบุคลากร รางวัลชนะเลิศได้แก่ รองศาสตราจารย์ ดร.เดช วัฒนชัยยิ่งเจริญ จากผลงาน โครงการศึกษาทบทวนแผนการพัฒนาและฟื้นฟูบึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์

ในประเภทนิสิต รางวัลชนะเลิศตกเป็นของ นายญาณพัฒน์ พร้อมมูล จากผลงาน Safeguarding the Environment through Proper Medicine Disposal ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ นายศรัณย์ เหมะ กับผลงาน Quality of Mud Fermented Natural Dyeing of Water Hyacinth Strands และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ นางสาวอมรรัตน์ ไวสาริกิจ จากผลงาน EcoFlowWrap: Breathable Packaging Film from Spent Coffee Grounds

นอกจากนี้ ยังมีการประกวด VDO Content “การมีส่วนร่วมในการพัฒนาเป้าหมายความยั่งยืน” ซึ่งรางวัลชนะเลิศตกเป็นของ นายนวิน เกตุบาง, นายจักรภัทร เชียงทิพย์ และนางสาวกัลยาณี ตั้งใจ จากผลงานเพลง “เปลี่ยนแปลงด้วยมือเรา” ขณะที่รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ นางสาวปิณจ์ฑิรา การะเกตุ และนางสาวโสภิษฐา โพธิ์ประจำศีล จากผลงาน บทบาทของสำนักหอสมุดในการสนับสนุนการศึกษาที่มีคุณภาพ และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ นางสาวจิราวดี เดชนุกูล และนางสาวพรรษา รักลาย จากผลงาน ไก่แก้บนย่อยสลายได้

การมอบรางวัลในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการสนับสนุนอย่างจริงจังของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสร้างแรงจูงใจแก่คณะ หน่วยงาน บุคลากร และนิสิต ให้ผลิตผลงานที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับการ ส่งเสริมขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยด้านความยั่งยืน และการพัฒนาสังคมโดยรวม

กิจกรรมดังกล่าวยังเป็นตัวอย่างของความร่วมมือเชิงพันธมิตรระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัยที่ร่วมมือกันขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก สร้างผลงานที่ไม่เพียงมีคุณค่าทางวิชาการ แต่ยังเชื่อมโยงกับการพัฒนาในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ อันเป็นหัวใจของการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง

ม.นเรศวร จับมือ Hawaii Energy Institute ส่งเสริมความร่วมมือด้านพลังงานทดแทน

วันจันทร์ที่ 9 กันยายน 2567 รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับ Prof. Dr. Richard Rocheleau ผู้อำนวยการ Hawaii Energy Institute (HNEI), University of Hawaii, สหรัฐอเมริกา และ Dr. Cung Vu ในการหารือเชิงวิชาการเกี่ยวกับความร่วมมือด้านพลังงานทดแทน ณ ห้องสุพรรณกัลยา ชั้น 2 สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร

การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อขยายความร่วมมือทางวิชาการและการวิจัยด้าน พลังงานทดแทน ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญทั้งในมิติของสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ ความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยผลักดันการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานสะอาดอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ

นอกจากการหารือเชิงวิชาการแล้ว ยังมีการพูดคุยถึงการต่ออายุบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยวิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี กับ Hawaii Natural Energy Institute (HNEI), University of Hawaii เพื่อสานต่อความร่วมมือในการดำเนินโครงการด้านพลังงานสะอาดและการจัดการเทคโนโลยีสมาร์ตกริด

ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ ส่งเสริมด้านพลังงานทดแทน โดยไม่เพียงแต่สร้างองค์ความรู้ทางวิชาการ แต่ยังมุ่งผลักดันให้เกิดการใช้พลังงานหมุนเวียนในระดับปฏิบัติ ซึ่งสามารถนำไปสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการใช้ทรัพยากรพลังงานอย่างคุ้มค่า

การเชื่อมโยงกับ HNEI ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยพลังงานชั้นนำของโลก ยังช่วยเปิดประตูให้มหาวิทยาลัยนเรศวรได้เข้าถึงเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ ทั้งในด้านการแลกเปลี่ยนนักวิจัย การพัฒนาองค์ความรู้ และการสร้างงานวิจัยที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล

ในระยะยาว ความร่วมมือดังกล่าวจะมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาบุคลากรด้านวิศวกรรมพลังงาน การจัดการระบบสมาร์ตกริด และการบริหารจัดการพลังงานหมุนเวียน เพื่อสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญและสามารถตอบโจทย์ความต้องการของประเทศและภูมิภาคได้อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยนเรศวรกับ University of Hawaii ยังเป็นตัวอย่างของการ สร้างพันธมิตรระหว่างประเทศ ที่มุ่งเน้นการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน ถือเป็นกลไกสำคัญของการพัฒนาที่ไม่เพียงสร้างคุณค่าต่อสถาบันการศึกษา แต่ยังสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายพลังงานสะอาดและยั่งยืนในระดับประเทศและระดับโลก

ม.นเรศวร จับมือ TCELS และเครือข่าย TOPT ผลักดันงานทดสอบสารสกัดและผลิตภัณฑ์สุขภาพสู่มาตรฐาน OECD

วันพุธที่ 11 กันยายน 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.กรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พรนรินทร์ เทพาวราพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถานสัตว์ทดลองเพื่อการวิจัย มหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือด้านการวิจัยร่วมกับ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) และเครือข่าย Thailand OECD GLP Preclinical Testing (TOPT) Network จากทั่วประเทศ ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อผลักดันการทดสอบสารสกัดและผลิตภัณฑ์สุขภาพของไทยสู่มาตรฐานสากล และเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมการสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ของประเทศไทย

ความร่วมมือนี้มีความสำคัญต่อการ ส่งเสริมเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ โดยมุ่งเน้นการตรวจทดสอบคุณภาพของยา อาหาร เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ เคมีเกษตร และเคมีอุตสาหกรรม ผ่านเครือข่าย TOPT ซึ่งเป็นที่ยอมรับของ OECD กว่า 45 ประเทศทั่วโลก การยกระดับมาตรฐานการทดสอบดังกล่าวจะช่วยลดข้อกีดกันทางการค้า เพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทย และสร้างความเชื่อมั่นต่อผลิตภัณฑ์สุขภาพในระดับนานาชาติ

ในปัจจุบันเครือข่ายห้องปฏิบัติการ TOPT ที่อยู่ภายใต้มาตรฐานการรับรองของ OECD ครอบคลุมสถาบันสำคัญ เช่น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข, ศูนย์สัตว์ทดลองแห่งชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล, สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.), ศูนย์วิจัยไพรเมทแห่งชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เครือข่ายเหล่านี้เป็นฐานสำคัญในการพัฒนางานวิจัยและการบริการทดสอบที่มีคุณภาพ

สำหรับปี 2567 ได้มีการเพิ่มสมาชิกเครือข่ายใหม่อีก 4 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยนเรศวร, บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เคดับบลิวเอชบี จำกัด และบริษัท ราวิส เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของระบบทดสอบสารสกัดและผลิตภัณฑ์สุขภาพของประเทศ

ขอบเขตการดำเนินงานของเครือข่าย TOPT ครอบคลุมการทดสอบที่หลากหลาย ได้แก่ การทดสอบวิเคราะห์คุณภาพและสารสำคัญของยาและสมุนไพร, การทดสอบสารเคมีใหม่, การทดสอบในเซลล์, การทดสอบในสัตว์ทดลอง เช่น ปลา หนู และไพรเมท รวมทั้งการทดสอบเครื่องสำอางและการทดสอบ Biocompatibility สำหรับกลุ่มเครื่องมือแพทย์ การพัฒนางานวิจัยและการทดสอบที่ได้มาตรฐานสากลเหล่านี้จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และเป็นแรงขับเคลื่อนให้ประเทศไทยสามารถก้าวพ้นจาก middle income trap

นอกจากนี้ การเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย TOPT ยังช่วยให้ประเทศไทยมีความพร้อมในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ (Bio Industry) ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมอนาคต (New S-Curve) ที่รัฐบาลให้การสนับสนุน การยกระดับความสามารถด้านการทดสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพและการวิจัยเชิงลึก จะช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

ความร่วมมือครั้งนี้ยังเป็นตัวอย่างของการ สร้างพันธมิตรด้านการวิจัยและนวัตกรรม ระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐ และภาคเอกชน ที่ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ถือเป็นกลไกสำคัญที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในการเสริมสร้างสุขภาพของประชาชน และการสร้างความร่วมมือระดับประเทศและระดับโลกเพื่อการพัฒนาที่มั่นคง

ม.นเรศวร จัดเวิร์กช็อปออกแบบระบบพลังงานแสงอาทิตย์ เสริมความยั่งยืน

วันที่ 22 สิงหาคม 2567 รศ.ดร.นิพนธ์ เกตุจ้อย ผู้อำนวยการ SGtech พร้อมด้วยคณะทำงาน เข้าร่วมเป็นวิทยากรในหลักสูตร Workshop การอบรมการใช้งานโปรแกรม PVsyst

การบรรยายเน้นหัวข้อ ความรู้พื้นฐานการออกแบบระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งแบบติดตั้งบนหลังคาและแบบบนพื้นดิน และ การออกแบบระบบผลิตไฟฟ้าด้วยโปรแกรม PVsyst เพื่อพัฒนาความรู้ด้านการผลิตพลังงานสะอาด

กิจกรรมนี้จัดขึ้นในงาน สัมมนาเชิงวิชาการระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) และบนพื้น (Solar Farm) ครอบคลุมนโยบาย ข้อกำหนด การออกแบบ การติดตั้ง การดำเนินงาน การบำรุงรักษา และการประเมินทางเศรษฐศาสตร์

การจัดอบรมครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง สมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) กับ วิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะด้านพลังงานทดแทนอย่างยั่งยืน

เนื้อหาการบรรยายและการฝึกอบรมมุ่งเน้นการสนับสนุน พลังงานสะอาด ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ให้เหมาะสมกับการประยุกต์ใช้ในชุมชน อุตสาหกรรม และภาคส่วนต่าง ๆ

เวิร์กช็อปครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และสร้าง เครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย อุตสาหกรรม และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมด้านพลังงานอย่างยั่งยืน

ผู้สนใจติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมและงานวิจัยด้านพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยีได้ที่ เว็บไซต์ SGtech และ Facebook SGtech NU

ม.นเรศวร ถ่ายทอดความรู้ด้านการบำรุงรักษาระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์

วันที่ 20 – 22 สิงหาคม 2567 ดร.คงฤทธิ์ แม้นศิริ และคุณรัฐพร เงินมีศรี จาก งานนวัตกรรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับเชิญจาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) ให้บรรยายและแลกเปลี่ยนความรู้ด้าน การบำรุงรักษาระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์

การบรรยายครั้งนี้มุ่งเน้นการเสริมสร้างความเข้าใจในเทคโนโลยี พลังงานทดแทน และวิธีการบำรุงรักษาอุปกรณ์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อลดความสูญเสียด้านพลังงานและเพิ่มความมั่นคงในการผลิตไฟฟ้า

นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนแนวทางการตรวจสอบและซ่อมบำรุงระบบโซลาร์เซลล์ให้สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาพลังงานสะอาดและการใช้พลังงานอย่างยั่งยืนในระดับประเทศ

กิจกรรมนี้ยังเปิดโอกาสให้นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญจาก EGAT ได้ร่วมอภิปรายเกี่ยวกับ นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านพลังงานแสงอาทิตย์ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในระบบผลิตไฟฟ้าและชุมชนต่าง ๆ

การเข้าร่วมกิจกรรมเป็นการสนับสนุนการสร้าง เครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและหน่วยงานภาครัฐ เพื่อร่วมพัฒนางานวิจัยและเทคโนโลยีพลังงานที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การบรรยายและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการส่งเสริม พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีอัจฉริยะ ให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน

งานบริการวิชาการ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาและถ่ายทอดความรู้ด้านพลังงานและนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนการสร้างสังคมที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
ข้อมูลเพิ่มเติม: งานบริการวิชาการ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
โทรศัพท์: 055-963144 อีเมล: watcharaju@nu.ac.th

ม.นเรศวร จับมือธนาคารออมสิน จัดโครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น 2024 ส่งเสริมอาชีพและยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่น

วันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม 2567 อุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร (SEED) ร่วมกับธนาคารออมสิน จัดกิจกรรม “การนำเสนอผลสัมฤทธิ์โครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น ประจำปี 2567” ณ อาคารภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยได้รับเกียรติจากผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมลักษณ์ วรรณฤมล กีเยลาโรว่า ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานกล่าวเปิดกิจกรรม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บุคลากร และตัวแทนจากธนาคารออมสินเข้าร่วม

กิจกรรมครั้งนี้เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นิสิตได้นำเสนอผลงานที่ร่วมพัฒนากับชุมชน โดยนำนวัตกรรมและองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยไปประยุกต์ใช้กับ ภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ตลาด และช่วย ส่งเสริมอาชีพ ให้กับคนในชุมชน ถือเป็นการบูรณาการการเรียนรู้และการพัฒนาสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

การประกวดผลงานได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากธนาคารออมสิน ได้แก่ นางจันทร์แรม รุ่งวัฒนา ผู้จัดการธนาคารออมสินสาขาบิ๊กซี พิษณุโลก นายดำหลิ ตันเยี่ยน ผู้ช่วยผู้อำนวยการธนาคารออมสินภาค 7 หน่วยพัฒนาสังคมและชุมชน นายเตธินภัทร์ แหยมคง พนักงานสนับสนุนธุรกิจ 7 และนางสาวจรรยพร อนันตพรรค ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจผู้ประกอบการรายย่อยและองค์กรชุมชน โดยทุกท่านได้ให้คำแนะนำเชิงลึกแก่ทีมที่เข้าร่วมการแข่งขัน

โครงการนี้สะท้อนถึงการสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคธุรกิจ ในการผลักดันเศรษฐกิจฐานราก โดยใช้พลังของคนรุ่นใหม่อย่างนิสิต Gen Z ผสมผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างสรรค์แนวทางใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน

ผลการประกวด รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีมเสลารักษ์ จักสานหวาย กลุ่มพัฒนาสตรีตำบลย่านยาว (คณะสังคมศาสตร์) รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม Ranger Organic กลุ่มกล้วยกรอบแก้วบ้านใหม่ดินทอง (คณะเกษตรศาสตร์ฯ) รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม SD ยุวทัฒน์, @NU Season 2 กลุ่มวิสาหกิจชุมชนซากุระญี่ปุ่น (คณะสังคมศาสตร์)

รางวัลชมเชยจำนวน 2 ทีม ได้แก่ ทีมผ้าทอชาววัง วิสาหกิจชุมชนผ้าทอชาววัง (คณะวิศวกรรมศาสตร์ ร่วมกับคณะบริหารธุรกิจฯ) และทีม PolSci, the Next Gen กลุ่มโฮมสเตย์และท่องเที่ยวบ่อโพธิ์ (คณะสังคมศาสตร์) ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นตัวอย่างของการพัฒนาที่เชื่อมโยงภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการบริหารจัดการสมัยใหม่

การดำเนินโครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น เป็นการปูรากฐานการทำงานเชิงบูรณาการระหว่างภาคการศึกษา ชุมชน และองค์กรภาคธุรกิจ ทำให้เกิดทั้งการพัฒนาทักษะของนิสิต การสร้างนวัตกรรมเพื่อสังคม และการเสริมความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของชุมชน

ท้ายที่สุด โครงการนี้ไม่เพียงสร้างประโยชน์เชิงเศรษฐกิจและการ ส่งเสริมอาชีพ ให้กับชุมชน แต่ยังแสดงให้เห็นถึงพลังของ ความร่วมมือ ระหว่างหลายภาคส่วน ที่สามารถผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในระดับท้องถิ่นและประเทศ ตอกย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นแรงขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจไทยสู่อนาคตที่มั่นคง

ม.นเรศวร นิสิตคว้ารางวัลนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับประเทศ

วันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม 2567 นิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวรคว้ารางวัลที่ 3 ในโครงการนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับประเทศ จากมูลนิธิรากแก้ว ในงาน National Exposition 2024 University Sustainability Showcase ณ สามย่านมิตรทาวน์ จังหวัดกรุงเทพมหานคร

มหาวิทยาลัยนเรศวรขอแสดงความยินดีกับนิสิตคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์และคณะวิทยาศาสตร์ ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศลำดับที่ 3 ทีมหน้าใหม่ประจำปี 2567 ในการแข่งขันโครงการนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งจัดขึ้นโดยมูลนิธิรากแก้ว และได้รับการสนับสนุนจากบริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), บริษัท KPMG, Junior Achievement Thailand และมูลนิธิ SCG

นิสิตที่ได้รับรางวัลประกอบด้วย นายสกาย คิดลูน จอมพงษ์ และนางสาววาสิตา รอดอินทร์ นิสิตชั้นปีที่ 4 จากคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ รวมถึงนายกษิดิศ เห็มกัณฑ์ จากคณะวิทยาศาสตร์ ซึ่งได้นำเสนอผลงานนวัตกรรม “Paopae” ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

ผลงาน “Paopae” ใช้ระบบพาสปอร์ตสะสมแต้มสำหรับนักท่องเที่ยว เพื่อแลกรับน้ำหอมกลิ่นดอกไม้ประจำจังหวัด นอกจากนี้ ยังนำผ้าทอลายประจำจังหวัดมาประยุกต์ในการออกแบบชุดร่วมสมัย เพื่อสร้างความสนใจและกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

การนำเสนอแนวคิดดังกล่าวได้รับการยกย่องจากคณะกรรมการและได้รับรางวัลระดับ Silver พร้อมโล่ห์รางวัล ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพและความสามารถของนิสิตในการประยุกต์ความรู้เพื่อสร้างประโยชน์ต่อสังคมและสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน

ดร.ชไมพร ศรีสุราช และอาจารย์ศรัณย์พร เกิดเกาะ จากวิทยาลัยนานาชาติ ทำหน้าที่เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนและให้คำแนะนำ เพื่อให้นิสิตสามารถพัฒนาผลงานจนประสบความสำเร็จ

มหาวิทยาลัยนเรศวรขอแสดงความยินดีและภูมิใจในความสำเร็จของนิสิต พร้อมย้ำถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมและการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยและองค์กรภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อสร้างประโยชน์ต่อสังคมและเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin