ม.นเรศวร คว้ารางวัล 5 ดาว AUN-HPN ก้าวสู่ผู้นำมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพอาเซียน

วันพุธที่ 27 พฤศจิกายน 2568 รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เข้ารับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ “มหาวิทยาลัยอาเซียนด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ระดับ 5 ดาว” จากเครือข่ายมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพแห่งอาเซียน (AUN-HPN) ซึ่งเป็นผลสำเร็จสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาสภาพแวดล้อม ระบบสนับสนุน และการบริหารจัดการสุขภาวะให้มีประสิทธิภาพตามมาตรฐาน Healthy University Rating System (HURS) อันเป็นกรอบการประเมินที่ส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษาพัฒนาศักยภาพด้านสุขภาวะอย่างยั่งยืน

รางวัลระดับ 5 ดาวดังกล่าวเป็นหลักฐานที่แสดงถึงความก้าวหน้าของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการขับเคลื่อนแนวทางสร้างเสริมสุขภาพเชิงระบบ โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของบุคลากร นิสิต และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกระดับ ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การออกแบบบริการสนับสนุนสุขภาวะ และการขยายระบบบริหารจัดการที่เอื้อต่อคุณภาพชีวิตของสมาชิกในมหาวิทยาลัย ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี

พิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณจัดขึ้นโดยมีศาสตราจารย์ ดร.ฉัตรเฉลิม อิศรางกูร ณ อยุธยา ประธานคณะทำงานระบบ HURS เป็นผู้มอบรางวัล โดยในปี 2568 มีเพียง 4 มหาวิทยาลัยไทยที่ได้รับการประเมินในระดับสูงสุด 5 ดาว ได้แก่ มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งของระบบอุดมศึกษาไทยในการขับเคลื่อนประเด็นสุขภาวะและความยั่งยืนในระดับภูมิภาค

การได้รับรางวัลในครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการบูรณาการแนวคิดการสร้างเสริมสุขภาพกับการบริหารจัดการมหาวิทยาลัยอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการส่งเสริมสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ การบริหารจัดการความปลอดภัย การเข้าถึงบริการสุขภาพ และการพัฒนาทักษะด้านสุขภาวะสำหรับนิสิตและบุคลากร ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของมหาวิทยาลัยสุขภาวะแบบยั่งยืน

นอกจากการเข้ารับรางวัลแล้ว รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี ยังได้รับเชิญให้นำเสนอแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) ในเวทีเสวนานานาชาติของ AUN-HPN ในหัวข้อ “Sharing Best Practices among Healthy Universities Participating in HURS” ณ Hilton Manila Newport World Resorts สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ การนำเสนอในครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการเผยแพร่ประสบการณ์ของมหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ร่วมกับมหาวิทยาลัยในภูมิภาคอาเซียน เพื่อยกระดับการพัฒนามหาวิทยาลัยสุขภาวะในเชิงร่วมมือ

การได้รับเชิญในฐานะวิทยากรระดับนานาชาติ แสดงให้เห็นถึงการยอมรับในศักยภาพของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นต้นแบบด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ตลอดจนการสร้างเวทีการเรียนรู้ร่วมกันกับมหาวิทยาลัยพันธมิตรในอาเซียน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ในระดับภูมิภาค และสอดคล้องกับเป้าหมายด้านการสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นทั้งในระดับการประเมินและการเผยแพร่แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศในต่างประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนานโยบาย โครงสร้างพื้นฐาน และระบบบริหารจัดการที่สนับสนุนสุขภาวะอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยืนยันบทบาทของมหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันที่ให้ความสำคัญต่อสุขภาวะของทุกคน และการสร้างความร่วมมือทางวิชาการที่เข้มแข็งเพื่อผลักดันการพัฒนาในระดับภูมิภาค

ความก้าวหน้าดังกล่าวเป็นแรงขับเคลื่อนที่จะช่วยให้มหาวิทยาลัยนเรศวรสามารถต่อยอดแนวทางการพัฒนามหาวิทยาลัยสุขภาวะแบบองค์รวมให้มีความยั่งยืนยิ่งขึ้น ผ่านการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภายในและพันธมิตรภายนอก พร้อมขยายผลสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของนิสิต บุคลากร และชุมชนโดยรอบอย่างเป็นรูปธรรม

ม.นเรศวร เดินหน้ารณรงค์สังคมปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ผ่านกิจกรรม NU Playground Event เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะและความร่วมมืออย่างยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร ในฐานะ สถาบันการศึกษาที่ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ได้จัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับ โทษของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ภายในงาน NU Playground Event ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 17 – 19 พฤศจิกายน 2568 เวลา 17.00 – 21.00 น. เพื่อเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับ พิษภัยของการสูบบุหรี่ และสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่ม เยาวชนและนิสิต ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการเริ่มต้นใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบรูปแบบใหม่

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ประกาศจุดยืนในการ ต่อต้านการใช้บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึง คัดค้านข้อเสนอการยกเลิกการแบนบุหรี่ไฟฟ้า เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงให้ประชาชน โดยเฉพาะเยาวชน เข้าถึงผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อ สุขภาพระยะยาว และขัดต่อเป้าหมายการลดปัจจัยเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อร้ายแรง อาทิ โรคหัวใจ โรคปอด และโรคมะเร็ง

บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าเป็น ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ที่กระทบต่อสุขภาพของประชาชน แม้จะมีการนำเสนอว่าบุหรี่ไฟฟ้ามี ความปลอดภัยมากกว่า แต่ผลการวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่าบุหรี่ไฟฟ้า มีสารเคมีอันตราย ที่ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ เพิ่มความเสี่ยงต่อ โรคมะเร็งปอด และสร้างการเสพติด โดยเฉพาะในกลุ่ม วัยรุ่น ซึ่งอยู่ในช่วงการพัฒนาทางร่างกายและสติปัญญา ทำให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็น ภัยสุขภาพสมัยใหม่ ที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว

นอกเหนือจากผลกระทบต่อสุขภาพ การยกเลิกการแบนบุหรี่ไฟฟ้ายังอาจทำให้ภาระของระบบ สาธารณสุข เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากจะมีผู้ป่วยจากโรคที่ป้องกันได้เพิ่มสูงขึ้น มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงย้ำถึงความจำเป็นในการ รักษามาตรการควบคุมยาสูบอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของผลิตภัณฑ์ยาสูบชนิดใหม่ในกลุ่มเยาวชน และเพื่อสนับสนุนการสร้าง สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ

การลดการบริโภคยาสูบจำเป็นอย่างยิ่งต้องอาศัย ความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม สถาบันการศึกษา และประชาชนทั่วไป มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อผลักดัน มาตรการควบคุมยาสูบ และจัดกิจกรรม รณรงค์ให้ความรู้ ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหลากหลาย พร้อมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนเข้าใจผลกระทบและความเสี่ยงจากผลิตภัณฑ์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

หนึ่งในจุดเด่นของกิจกรรมภายใน NU Playground Event คือการมีส่วนร่วมของ นิสิตชมรมอาสา ซึ่งได้จัดบูธให้ความรู้ พูดคุย ชี้แจงข้อมูล และแจกสื่อความรู้เกี่ยวกับ พิษภัยของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ให้แก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป การมีส่วนร่วมของนิสิตช่วยเสริมสร้าง บทบาทพลเมือง วิชาการเพื่อสังคม และการพัฒนาทักษะการสื่อสารสาธารณะ ตลอดจนช่วยสร้าง เครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและชุมชน

กิจกรรมดังกล่าวยังสอดคล้องกับ นโยบายมหาวิทยาลัยที่มุ่งเป็นสถาบันตัวอย่างในการส่งเสริมสุขภาพ ผ่านการทำงานแบบบูรณาการ ทั้งการวิจัย งานวิชาการ การให้บริการสุขภาพ และการให้คำปรึกษาด้านการเลิกบุหรี่ การดำเนินการในลักษณะนี้เป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาสังคมที่ เข้มแข็ง ยั่งยืน และปราศจากปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรค

ม.นเรศวร เจ้าภาพจัดประชุมวิชาการ CGCM ด้านการแพทย์แผนจีนครั้งแรกในประเทศไทย ส่งเสริมสุขภาพและความร่วมมือวิจัยระดับโลก

วันอังคารที่ 19 สิงหาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดการประชุมวิชาการนานาชาติ The 21st CGCM Meeting ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 19 – 21 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) จังหวัดพิษณุโลก โดยมีศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงกรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวต้อนรับ และศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงจารุภา วิโยชน์ เลขาธิการฝ่ายจัดงาน กล่าวรายงานต่อ Prof. Dr. Yung-Chi Cheng ประธาน Consortium for Globalization of Chinese Medicine (CGCM) ผู้กล่าวเปิดการประชุมอย่างเป็นทางการ

การประชุม CGCM เป็นเวทีระดับนานาชาติที่สำคัญในการ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และงานวิจัยด้านการแพทย์แผนจีน (Traditional Chinese Medicine: TCM) โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนายาสมุนไพรจีนและผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อมนุษยชาติ องค์กร CGCM ซึ่งก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 2003 ปัจจุบันมีสมาชิก 166 สถาบัน และภาคอุตสาหกรรมที่ร่วมเครือข่าย 29 แห่งจากทั่วโลก สะท้อนถึงพลังของความร่วมมือที่ครอบคลุมทั้งสถาบันการศึกษา หน่วยงานกำกับดูแล และอุตสาหกรรม

สำหรับการประชุมในครั้งนี้ มีการนำเสนอหัวข้อที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้ง การฝังเข็ม ชีวสารสนเทศศาสตร์ การวิจัยทางคลินิก ทรัพยากรยาสมุนไพร ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ กลไกทางเคมี กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และความร่วมมือระหว่างภูมิภาค โดยเน้นย้ำการประยุกต์ใช้ความรู้ร่วมกันระหว่างภาควิชาการและภาคอุตสาหกรรม อันจะนำไปสู่การสร้างมาตรฐานและการพัฒนาที่ตอบสนองต่อปัญหาสุขภาพระดับโลก

การประชุมยังเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ นักวิชาการ นักวิจัย และนิสิตนักศึกษา ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกกับผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายประเทศ สร้างเครือข่ายการวิจัยใหม่ ๆ ที่สามารถนำไปต่อยอดในด้านการแพทย์แผนจีน การแพทย์พื้นบ้าน และผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยขยายโอกาสของการทำงานร่วมกันในระดับนานาชาติ

นอกจากการนำเสนอผลงานวิจัยแล้ว การประชุมครั้งนี้ยังมีความสำคัญในมิติของ การพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์และสุขภาพ ทั้งในด้านวิชาการและการปฏิบัติจริง ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการส่งเสริมสุขภาพของประชาชนในสังคม ผ่านการประยุกต์ใช้องค์ความรู้และนวัตกรรมให้เกิดประโยชน์เชิงปฏิบัติ

มหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะเจ้าภาพหลัก ได้แสดงบทบาทสำคัญในการผลักดันความร่วมมือระดับโลกด้านการแพทย์และการวิจัย เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่และเสริมสร้างศักยภาพของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ ตอกย้ำพันธกิจของมหาวิทยาลัยในการเชื่อมโยง งานวิจัยกับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม

ท้ายที่สุด การประชุมวิชาการ CGCM Meeting ครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ไม่เพียงแต่สนับสนุนการวิจัยด้านการแพทย์แผนจีน แต่ยังสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับโลก อันจะช่วยเสริมสร้างสังคมที่เข้มแข็งในการรับมือความท้าทายด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การพัฒนาที่มั่นคงและยั่งยืนในอนาคต

ม.นเรศวร รับเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติ หน่วยงานภาครัฐที่ให้การสนับสนุนงานด้านคนพิการอย่างต่อเนื่อง

วันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม 2567 รองศาสตราจารย์ ดร.วัฒนา พัดเกตุ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยนเรศวร และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นภิสา ไวฑูรเกียรติ คณบดีคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เข้ารับเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติ “รางวัลหน่วยงานภาครัฐที่ให้การสนับสนุนงานด้านคนพิการอย่างดีเสมอมา” จากนายทวี เสริมภักดีกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก

พิธีมอบรางวัลจัดขึ้นในงาน “วันคนพิการสากลจังหวัดพิษณุโลก ประจำปี 2567” (International Day of Persons with Disabilities, Phitsanulok Province, year 2024) ภายใต้หัวข้อ “ส่งเสริมการเป็นผู้นำคนพิการเพื่ออนาคตที่ครอบคลุมและยั่งยืน” (Amplifying the leadership of persons with disabilities for an inclusive and sustainable future) ณ ห้องคอนเวนชั่นฮอลล์ ชั้น 5 โรงแรมท็อปแลนด์ จังหวัดพิษณุโลก โดยมีหน่วยงานและองค์กรเครือข่ายด้านคนพิการเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญต่อการ สนับสนุนงานด้านคนพิการ มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเชิงนโยบายและการปฏิบัติ โดยยึดถือแนวคิดการสร้างโอกาสที่เท่าเทียมให้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงการศึกษา สิ่งอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงการส่งเสริมศักยภาพด้านการเรียนรู้และการทำงาน

รางวัลเชิดชูเกียรติในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นต้นแบบของสถาบันการศึกษาที่ไม่เพียงผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถ แต่ยังผลักดันให้สังคมเห็นคุณค่าในความหลากหลาย และร่วมมือสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อผู้พิการ

การสนับสนุนงานด้านคนพิการของมหาวิทยาลัยนเรศวรครอบคลุมทั้งการพัฒนาบริการด้านการเรียนการสอน การวิจัยที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตคนพิการ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และขับเคลื่อนนโยบายเชิงบูรณาการ

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังจัดกิจกรรมและโครงการต่าง ๆ ที่เปิดโอกาสให้คนพิการได้มีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นการฝึกทักษะ การแนะแนวอาชีพ และการพัฒนาศักยภาพด้านต่าง ๆ เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณค่า และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคม

การได้รับเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัยนเรศวร แต่ยังเป็นแรงผลักดันให้มหาวิทยาลัยเดินหน้าสนับสนุนและสร้างโอกาสที่เท่าเทียมต่อไป เพื่อร่วมสร้างสังคมที่ลดความเหลื่อมล้ำ และก้าวสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง

ม.นเรศวร จับมือ WelO เดินหน้าระบบขนส่งสีเขียว หนุนเมืองยั่งยืน ลดโลกร้อน

วันพุธที่ 18 ธันวาคม 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร จับมือกับ WelO แพลตฟอร์มมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสาธารณะ เปิดให้บริการยานพาหนะทางเลือกเพื่อสิ่งแวดล้อมภายในมหาวิทยาลัย โดยมุ่งเน้นการเดินทางที่ ไม่สร้างมลพิษ ลดการพึ่งพารถยนต์และจักรยานยนต์ส่วนบุคคล พร้อมทั้งวางเป้าหมายสู่การเป็น เมืองยั่งยืน ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

บริการมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า WelO เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง รองรับการใช้งานของนิสิต บุคลากร และประชาชนทั่วไป จุดเด่นสำคัญคือความสะดวกสบาย ไม่ต้องกังวลเรื่องการเติมน้ำมันหรือการชาร์จแบตเตอรี่เอง โดยมี จุดจอดมากกว่า 300 จุด ครอบคลุมพื้นที่ในมหาวิทยาลัย รองรับการเดินทางที่สะดวกและรวดเร็ว

นอกจากจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการเดินทางแล้ว บริการ WelO ยังช่วย ลดค่าใช้จ่าย ในชีวิตประจำวันของผู้ใช้งาน และมีส่วนสำคัญในการ ลดโลกร้อน เนื่องจากลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 การใช้พลังงานไฟฟ้าแทนน้ำมันจึงเป็นการเดินทางที่ทั้งคุ้มค่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การนำมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า WelO มาให้บริการยังสอดคล้องกับแนวทางของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ ลดพื้นที่จอดรถส่วนบุคคล ภายในมหาวิทยาลัย เพื่อลดจำนวนการใช้รถยนต์และจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมัน และปรับสมดุลการใช้พื้นที่ให้เหมาะสมต่อการเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว

ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยนเรศวรกับ WelO ยังเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของ การมีส่วนร่วม ระหว่างภาคการศึกษาและภาคเอกชน ในการพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ความยั่งยืน ไม่เพียงเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน แต่ยังสามารถต่อยอดไปสู่การขยายผลในระดับชุมชนและเมือง

โครงการนี้ยังเป็นการสร้างวัฒนธรรมใหม่ของการเดินทางที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมในหมู่นิสิตและบุคลากร โดยการเลือกใช้ยานพาหนะที่สะอาดและปลอดภัย สะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ด้วยระบบขนส่งที่ไม่สร้างมลพิษ บวกกับการจัดการพื้นที่ภายในที่สอดคล้องกับแนวคิดสีเขียว มหาวิทยาลัยนเรศวรตอกย้ำบทบาทของตนในการเป็นมหาวิทยาลัยต้นแบบด้านการพัฒนา เมืองยั่งยืน ลดโลกร้อน และส่งเสริมความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่ออนาคตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

ม.นเรศวร มอบรางวัล VDOContent นิสิตร่วมขับเคลื่อน SDGs สู่ความยั่งยืน

รองศาสตราจารย์ ดร.วัฒนา พัดเกตุ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.อรรถกร ทองทา ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ และนางจิระประภา ศรีปัตตา ผู้อำนวยการกองพัฒนาคุณภาพการศึกษา ร่วมมอบรางวัลและแสดงความยินดีกับนิสิตผู้ได้รับรางวัลจากการประกวด VDO Content การมีส่วนร่วมในการพัฒนาเป้าหมายความยั่งยืน จัดขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักรู้และกระตุ้นให้นิสิตเห็นความสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมทั้ง ส่งเสริมความเข้าใจในเป้าหมาย SDGs ทั้ง 17 เป้าหมาย อย่างลึกซึ้งและนำไปสู่การปฏิบัติจริงภายในสังคมและมหาวิทยาลัย

การประกวดครั้งนี้มีนิสิตที่ได้รับรางวัล ได้แก่
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้รับเงินรางวัล 4,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร ได้แก่ นายภัทรพงศ์ เชียงลา, นายชัยภัทร ชวดอ่วม และนายอนันทพร ปอใหม (ทีมบุญชู)
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้รับเงินรางวัล 3,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร ได้แก่ นางสาวณวริณ จันธง, ณวริณ จันธง และนางสาวดารัณ วรเชษฐบัญชา (ทีม Tri-O)
รางวัลชมเชย ได้รับเกียรติบัตร ได้แก่ นางสาวสุภัชญาดา โมเหล็ก (ทีม Cocosolo กับใต้ตาคล้ำๆ)

กิจกรรมจัดขึ้น ณ บริเวณหน้าห้องประชุมสุพรรณกัลยา ชั้น 2 สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีการดำเนินงานจาก กองพัฒนาคุณภาพการศึกษา ที่มุ่งสนับสนุนการเรียนรู้เพื่อความยั่งยืนต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 แสดงถึงความตั้งใจของมหาวิทยาลัยในการผลักดันการพัฒนาศักยภาพนิสิตให้เติบโตเป็นบุคลากรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม

หัวข้อที่นิสิตนำเสนอสะท้อนมุมมองด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างครอบคลุม ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม พร้อมเน้น การศึกษาที่มีคุณภาพ และ ความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ อันเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับการเสริมสร้างศักยภาพของผู้เรียนและความร่วมมือเพื่อการพัฒนาในระดับมหาวิทยาลัยและชุมชน

การประกวด VDO Content เปิดพื้นที่ให้นิสิตได้ฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการสร้างสรรค์สื่ออย่างมีคุณภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ต่อยอดสู่การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่เน้น การเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม และการผลิตองค์ความรู้ที่มีประโยชน์ต่อส่วนรวม

ในมิติของความยั่งยืน กิจกรรมดังกล่าวช่วยปลูกฝังความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืนในมุมมองที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันและชุมชน นิสิตสามารถนำเสนอแนวทางแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ที่สนับสนุน การพัฒนาองค์ความรู้ การสร้างความตระหนัก และการร่วมมือเพื่อความยั่งยืน ผ่านเนื้อหาในรูปแบบวีดิทัศน์ที่เข้าถึงผู้ชมได้ง่ายและมีอิทธิพลต่อความคิด

อีกทั้งกิจกรรมยังเป็นเวทีที่เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างนิสิต คณาจารย์ และหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย ตอกย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะ ศูนย์กลางความร่วมมือด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเป็นตัวอย่างที่ดีของการผสานงานด้านวิชาการ การบริหาร และการมีส่วนร่วมของเยาวชนเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาในระดับประเทศ

ด้วยกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน นิสิตได้รับทั้งประสบการณ์และแรงบันดาลใจในการนำหลักคิดด้านความยั่งยืนไปประยุกต์ใช้ในการศึกษาและการดำเนินชีวิต สะท้อนให้เห็นถึงการเสริมสร้างพลเมืองรุ่นใหม่ที่ตระหนักถึงความสำคัญของ การศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน และร่วมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไปสู่อนาคตที่สมดุลและมั่นคง

วันจันทร์ที่ 30 มิถุนายน 2568 รองศาสตราจารย์ ดร.วัฒนา พัดเกตุ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.อรรถกร ทองทา ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ และนางจิระประภา ศรีปัตตา ผู้อำนวยการกองพัฒนาคุณภาพการศึกษา ร่วมมอบรางวัลและแสดงความยินดีกับนิสิตผู้ได้รับรางวัลจากการประกวด VDO Content การมีส่วนร่วมในการพัฒนาเป้าหมายความยั่งยืน จัดขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักรู้และกระตุ้นให้นิสิตเห็นความสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมทั้ง ส่งเสริมความเข้าใจในเป้าหมาย SDGs ทั้ง 17 เป้าหมาย อย่างลึกซึ้งและนำไปสู่การปฏิบัติจริงภายในสังคมและมหาวิทยาลัย

การประกวดครั้งนี้มีนิสิตที่ได้รับรางวัล ได้แก่
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้รับเงินรางวัล 4,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร ได้แก่ นายภัทรพงศ์ เชียงลา, นายชัยภัทร ชวดอ่วม และนายอนันทพร ปอใหม (ทีมบุญชู)
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้รับเงินรางวัล 3,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร ได้แก่ นางสาวณวริณ จันธง, ณวริณ จันธง และนางสาวดารัณ วรเชษฐบัญชา (ทีม Tri-O)
รางวัลชมเชย ได้รับเกียรติบัตร ได้แก่ นางสาวสุภัชญาดา โมเหล็ก (ทีม Cocosolo กับใต้ตาคล้ำๆ)

กิจกรรมจัดขึ้น ณ บริเวณหน้าห้องประชุมสุพรรณกัลยา ชั้น 2 สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีการดำเนินงานจาก กองพัฒนาคุณภาพการศึกษา ที่มุ่งสนับสนุนการเรียนรู้เพื่อความยั่งยืนต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 แสดงถึงความตั้งใจของมหาวิทยาลัยในการผลักดันการพัฒนาศักยภาพนิสิตให้เติบโตเป็นบุคลากรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม

หัวข้อที่นิสิตนำเสนอสะท้อนมุมมองด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างครอบคลุม ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม พร้อมเน้น การศึกษาที่มีคุณภาพ และ ความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ อันเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับการเสริมสร้างศักยภาพของผู้เรียนและความร่วมมือเพื่อการพัฒนาในระดับมหาวิทยาลัยและชุมชน

การประกวด VDO Content เปิดพื้นที่ให้นิสิตได้ฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการสร้างสรรค์สื่ออย่างมีคุณภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ต่อยอดสู่การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่เน้น การเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม และการผลิตองค์ความรู้ที่มีประโยชน์ต่อส่วนรวม

ในมิติของความยั่งยืน กิจกรรมดังกล่าวช่วยปลูกฝังความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืนในมุมมองที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันและชุมชน นิสิตสามารถนำเสนอแนวทางแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ที่สนับสนุน การพัฒนาองค์ความรู้ การสร้างความตระหนัก และการร่วมมือเพื่อความยั่งยืน ผ่านเนื้อหาในรูปแบบวีดิทัศน์ที่เข้าถึงผู้ชมได้ง่ายและมีอิทธิพลต่อความคิด

อีกทั้งกิจกรรมยังเป็นเวทีที่เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างนิสิต คณาจารย์ และหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย ตอกย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะ ศูนย์กลางความร่วมมือด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเป็นตัวอย่างที่ดีของการผสานงานด้านวิชาการ การบริหาร และการมีส่วนร่วมของเยาวชนเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาในระดับประเทศ

ด้วยกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน นิสิตได้รับทั้งประสบการณ์และแรงบันดาลใจในการนำหลักคิดด้านความยั่งยืนไปประยุกต์ใช้ในการศึกษาและการดำเนินชีวิต สะท้อนให้เห็นถึงการเสริมสร้างพลเมืองรุ่นใหม่ที่ตระหนักถึงความสำคัญของ การศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน และร่วมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไปสู่อนาคตที่สมดุลและมั่นคง

ม.นเรศวร จัดประชุมวิชาการเครือข่ายปรัชญาสังคมศาสตร์ไทย ครั้งที่ 2

วันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม 2567 ภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับเครือข่ายปรัชญาสังคมศาสตร์ไทย (Thai Network for the Philosophy of Social Sciences: TNPOSS) ได้จัดการประชุมวิชาการเครือข่ายปรัชญาสังคมศาสตร์ไทย ครั้งที่ 2 ภายใต้หัวข้อ “ปรัชญาสำหรับสังคมศาสตร์และสังคมศาสตร์สำหรับปรัชญา” ณ ห้อง Main Conferences อาคารกองบริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก

เครือข่ายปรัชญาสังคมศาสตร์ไทยถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการศึกษาและการวิจัยด้านปรัชญาสังคมศาสตร์ในประเทศไทย โดยมุ่งเสริมสร้างความเข้าใจที่ลึกซึ้งในประเด็นสังคม การเมือง และเศรษฐกิจ ผ่านมุมมองทางปรัชญา และเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างนักวิชาการทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งช่วยขยายความร่วมมือและสร้างเครือข่ายวิชาการที่แข็งแกร่ง

การจัดประชุมครั้งนี้มีรูปแบบที่หลากหลาย ทั้งการสัมมนา การบรรยาย และการนำเสนอผลงานวิจัย โดยเปิดโอกาสให้นักวิจัย นิสิตระดับบัณฑิตศึกษา และผู้สนใจ ได้ร่วมเสนอผลงานบทความวิชาการ ซึ่งช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงวิพากษ์และมุมมองใหม่ ๆ อันเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาความรู้ด้านสังคมศาสตร์

ภายในงานยังมีการปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Organisations as Actors: Microfoundations of Organisational Intentionality” โดย Professor Daniel Little จาก University of Michigan-Dearborn ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้อธิบายถึงบทบาทขององค์กรที่เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันของบุคคลภายใน ผ่านกระบวนการที่เรียกว่าพื้นฐานระดับจุลภาค (Microfoundations) โดยเน้นว่าการตัดสินใจขององค์กรล้วนต้องอาศัยการเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ และการกำหนดเป้าหมายเพื่อให้บรรลุภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การประชุมครั้งนี้ยังนำเสนอผลงานที่น่าสนใจจากนักวิชาการและนิสิตระดับบัณฑิตศึกษาจากหลายสถาบันทั่วประเทศ หัวข้อที่หลากหลายครอบคลุมทั้งด้านปรัชญาสังคมศาสตร์ ประเด็นร่วมสมัย และการประยุกต์ใช้แนวคิดปรัชญาในการแก้ปัญหาสังคมที่ซับซ้อน ซึ่งทำให้เกิดองค์ความรู้ใหม่และการแลกเปลี่ยนมุมมองในวงกว้าง

การประชุมวิชาการดังกล่าวถือเป็นเวทีสำคัญในการขยายเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระดับชาติและนานาชาติ ซึ่งสอดคล้องกับการสร้าง สังคมที่ยั่งยืน ผ่านการส่งเสริมองค์ความรู้ การพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางวิชาการ และการเชื่อมโยงประเด็นทางสังคมศาสตร์กับการพัฒนาประเทศ

นอกจากนี้ การจัดงานยังสะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการสร้างเวทีวิชาการที่สามารถตอบสนองต่อความท้าทายของโลกยุคปัจจุบัน พร้อมทั้งสร้างแรงบันดาลใจให้นักวิจัยรุ่นใหม่มุ่งมั่นพัฒนาความรู้เพื่อสังคมที่เป็นธรรม ครอบคลุม และยั่งยืน

ม.นเรศวร ร่วมเฉลิมฉลอง 10 ปี AUN-HPN เสริมสร้างสุขภาพยั่งยืนในอาเซียน

วันอังคารที่ 3 ธันวาคม 2567 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมงานครบรอบ 10 ปี เครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนด้านการส่งเสริมสุขภาพ (AUN-HPN) ณ โรงแรม Millennium Hilton Bangkok กรุงเทพมหานคร โดย รศ.ดร.นิทรา กิจธีระวุฒิวงษ์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ พร้อมด้วย ดร.รมย์นลิน เขียนจูม ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ เป็นผู้แทนมหาวิทยาลัยเข้าร่วมงาน

งานครบรอบ 10 ปี AUN-HPN จัดขึ้นโดย AUN-HPN Secretariat ร่วมกับสถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความร่วมมือและแลกเปลี่ยนแนวคิดด้านการส่งเสริมสุขภาพระหว่างมหาวิทยาลัยสมาชิกในภูมิภาคอาเซียน พร้อมกำหนดแผนงานและกลยุทธ์ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการแบ่งปันทรัพยากรและแนวปฏิบัติที่สนับสนุนสุขภาพที่ยั่งยืน การพัฒนานโยบายด้านสุขภาพที่ตอบโจทย์ปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคม และการสร้างมาตรฐานที่สนับสนุนการพัฒนาสุขภาพของประชากรในภูมิภาค ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมาย SDG3: สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี

ภายในงานยังมีพิธีมอบรางวัล Healthy University Rating System (HURS) 2023 ให้แก่มหาวิทยาลัยที่มีผลงานโดดเด่นด้านการส่งเสริมสุขภาพ การประชุมคณะกรรมการบริหารและสมาชิกเครือข่าย การบรรยายความสำคัญของระบบประเมิน HURS และการนำเสนอผลงานดีเด่นของมหาวิทยาลัยสมาชิก

การเข้าร่วมงานครั้งนี้เปิดโอกาสให้มหาวิทยาลัยนเรศวรแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการส่งเสริมสุขภาพ เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยสมาชิก และสนับสนุนการสร้างเครือข่ายด้านสุขภาพในระดับภูมิภาค ตอกย้ำความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างสถาบันการศึกษาและองค์กรภายนอก

การเข้าร่วมงานครบรอบ 10 ปี AUN-HPN ของมหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นตัวอย่างของความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยในภูมิภาคอาเซียนเพื่อพัฒนาสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชากร ทั้งยังสนับสนุนเป้าหมาย SDG17: ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

คณะสาธารณสุขศาสตร์มุ่งหวังว่าข้อมูล แนวทาง และนโยบายที่ได้จากการประชุมจะสามารถนำมาปรับใช้กับนิสิต บุคลากร และชุมชน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมและกิจกรรมที่เอื้อต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีอย่างยั่งยืน พร้อมขยายเครือข่ายความร่วมมือด้านสุขภาพในระดับภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง

ม.นเรศวร ร่วมประชุม ASGC7 เสริมสร้างความร่วมมืออาเซียน มุ่งสู่อนาคตพลังงานสะอาดที่ยั่งยืน

วันพฤหัสบดีที่ 12 – วันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2567 รองศาสตราจารย์ ดร.นิพนธ์ เกตุจ้อย ผู้อำนวยการวิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี (SGtech) มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ประพิธาริ์ ธนารักษ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร และนิสิต SGtech เข้าร่วมการประชุม 7th ASEAN Smart Grid Congress (ASGC7): Smart Microgrid for ASEAN ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

การประชุมครั้งนี้มีผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย และผู้นำจากหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนเข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ด้าน เทคโนโลยีไมโครกริด (Smart Microgrid) ผ่านการบรรยายพิเศษ การนำเสนอผลงานวิจัย และการจัดปฏิบัติการเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับการจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ

เวที ASGC7 ถือเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยเปิดโอกาสให้เครือข่ายนักวิชาการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หารือถึงแนวทาง การพัฒนาระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านเทคนิค เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับการเติบโตของภูมิภาคอย่างยั่งยืน

การเข้าร่วมของ SGtech สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นผู้นำด้าน พลังงานสะอาดและนวัตกรรมไฟฟ้าอัจฉริยะ ที่สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้สู่นิสิต และขยายผลสู่การประยุกต์ใช้จริงในระดับสังคมและชุมชน ขณะเดียวกันยังเป็นการพัฒนาทักษะบุคลากรและนักศึกษาให้ก้าวทันเทคโนโลยีโลก

หนึ่งในสาระสำคัญที่ถูกย้ำในที่ประชุม คือ ความสำคัญของ การสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาค (Partnerships for Sustainable Development) เพื่อบูรณาการงานวิจัยและการพัฒนาระบบพลังงานสะอาดร่วมกันในอาเซียน การทำงานแบบร่วมมือเช่นนี้ จะช่วยยกระดับความมั่นคงทางพลังงานและลดความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงพลังงาน

การประชุมยังตอกย้ำว่า เทคโนโลยีไมโครกริดและพลังงานทดแทนมีบทบาทสำคัญต่อ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ท้ายที่สุด การเข้าร่วม ASGC7 ของ SGtech ไม่เพียงเป็นเวทีถ่ายทอดองค์ความรู้และงานวิจัย แต่ยังเป็นการประกาศเจตนารมณ์ของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ มุ่งสู่อนาคตพลังงานสะอาดที่ยั่งยืน ผ่านความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน เพื่อสร้างสังคมที่มั่นคงด้านพลังงานและเติบโตไปพร้อมกันอย่างสมดุล

ม.นเรศวร จับมือ depa ลงนาม MOU ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและ Soft Power ขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค

วันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2567 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วันสุรีย์ มาศกรัม รองคณบดีฝ่ายข้อมูลและนวัตกรรมดิจิทัล คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (Memorandum of Understanding : MOU) ระหว่างสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) และมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและ Soft Power ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระดับภูมิภาค

พิธีลงนามจัดขึ้น ณ อาคารสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สาขาภาคเหนือตอนล่าง จังหวัดพิษณุโลก โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากมหาวิทยาลัยนเรศวรเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน ได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภาณุ พุทธวงศ์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร ศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงกรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กำพล ทรัพย์สมบูรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยนเรศวร

ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการบูรณาการระหว่างสถาบันการศึกษาและหน่วยงานด้านเศรษฐกิจดิจิทัล โดยมีเป้าหมายในการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของสังคมในยุคดิจิทัลและการสร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจให้กับภูมิภาค

ภายในงานยังมีกิจกรรมบรรยายและเสวนาพิเศษในหัวข้อ “Digital Soft Power Forum” ที่มุ่งเน้นการใช้ Soft Power เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งได้รับความสนใจจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนท้องถิ่น

เวทีเสวนามีผู้เชี่ยวชาญจากหลายสาขาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง เช่น คุณสุวิตา จรัญวงศ์ CEO & Co-Founder ของ Tellscore Co., Ltd. คุณพนธ์ พิลา ผู้ก่อตั้ง PILA Farm Studio คุณธรรมสถิตย์ บูรณเขตต์ ผู้จัดการพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี รองศาสตราจารย์ ดร.ทิพรัตน์ สิทธิวงศ์ อาจารย์คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และคุณอ้วน เจ้าของเพจ “พิษณุโลกจัดเต็ม” ซึ่งนำเสนอแนวทางการผสานพลังระหว่างเทคโนโลยีและวัฒนธรรมท้องถิ่น

การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวคิดในครั้งนี้ไม่เพียงช่วยสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้เข้าร่วม แต่ยังเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการสร้างความร่วมมือ (Partnership) เพื่อขยายผลการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ Soft Power ไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในมิติเศรษฐกิจและสังคม

มหาวิทยาลัยนเรศวรและ depa จึงแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะเดินหน้าสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล การสร้างสรรค์นวัตกรรม และการใช้ Soft Power เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค เพื่อสร้างความเข้มแข็งและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคต

ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะสถาบันการศึกษาที่ไม่เพียงมุ่งเน้นด้านวิชาการ แต่ยังเป็นกำลังสำคัญในการ ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและ Soft Power ต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ เพื่อประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมในระดับภูมิภาคและระดับประเทศอย่างแท้จริง

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin