ม.นเรศวร ส่งต่อครุภัณฑ์สร้างคุณค่า ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ขับเคลื่อนการบริหารด้วยธรรมาภิบาลและความร่วมมือ

วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดพิธีส่งมอบครุภัณฑ์ที่ไม่ใช้แล้วให้แก่หน่วยงานภาครัฐและสถานศึกษา เพื่อสนับสนุนการใช้ทรัพยากรของภาครัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด สอดคล้องกับนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินและการบริหารงานตามหลัก ธรรมาภิบาล ของมหาวิทยาลัย โดยพิธีจัดขึ้น ณ บริเวณหน้าอาคารเรียนรู้ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยนเรศวร

รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า การโอนครุภัณฑ์ที่ไม่ใช้แล้วให้แก่หน่วยงานที่มีความประสงค์รับโอน เป็นแนวทางที่ช่วยให้ทรัพยากรของภาครัฐได้รับการใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่อง ลดการสูญเสียจากการปล่อยให้ครุภัณฑ์ไม่ได้ใช้งาน และเป็นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับ ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

การดำเนินงานครั้งนี้สะท้อนการบริหารจัดการทรัพยากรภายใต้หลักธรรมาภิบาลในหลายมิติ ได้แก่ ความคุ้มค่า โดยช่วยลดความจำเป็นในการจัดซื้อครุภัณฑ์ใหม่และประหยัดงบประมาณของภาครัฐ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ด้วยการนำครุภัณฑ์ที่ยังอยู่ในสภาพดีหรือสามารถซ่อมแซมได้กลับมาใช้ประโยชน์ และ ความโปร่งใส ผ่านการดำเนินการตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง พร้อมมีหลักฐานการตรวจสอบและการส่งมอบอย่างครบถ้วน

ครุภัณฑ์ที่ส่งมอบในครั้งนี้ได้รับการจัดสรรให้แก่หน่วยงานและสถานศึกษาที่มีความประสงค์รับโอน ได้แก่ ศูนย์การศึกษาเขตการศึกษา 7 โรงเรียนวัดยางเอน (ประชานุเคราะห์) และ โรงเรียนเทศบาล 2 (วัดคูหาสวรรค์) เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านการศึกษา และเพิ่มโอกาสในการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง

นอกจากการส่งมอบครุภัณฑ์แล้ว สำนักหอสมุดยังมุ่งส่งเสริมแนวคิด การใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า โดยกำหนดการโอนครุภัณฑ์เป็นนโยบายสำคัญที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่าย เพื่อขยายโอกาสในการใช้ทรัพยากรร่วมกัน ลดการเกิดของเสีย และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรตามแนวทาง เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

การดำเนินงานดังกล่าวยังสะท้อนถึงการสร้าง เครือข่ายความร่วมมือ ระหว่างมหาวิทยาลัยกับหน่วยงานภาครัฐและสถานศึกษา เพื่อแลกเปลี่ยนและใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างเกิดประสิทธิภาพ ส่งเสริมการบริหารจัดการพัสดุที่คำนึงถึงความคุ้มค่า ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อสังคม อันเป็นแนวทางที่ช่วยลดการใช้ทรัพยากรใหม่และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรของภาครัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด

การส่งมอบครุภัณฑ์ของสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยนเรศวร ในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการบริหารจัดการทรัพยากรที่มุ่งเน้นความคุ้มค่า ความโปร่งใส และการสร้างประโยชน์ร่วมกับสังคม ผ่านการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การลดการใช้ทรัพยากรใหม่ และการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เพื่อร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมและการบริหารจัดการทรัพยากรของภาครัฐอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร ต้อนรับคณะศึกษาดูงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม เรียนรู้ระบบผลิตน้ำประปาและบำบัดน้ำเสียเพื่อการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน

วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม 2568 รองศาสตราจารย์ ดร.พนัส นัถฤทธิ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีสารสนเทศ พร้อมด้วย นายรุ่งรัตน์ พระนาค ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ และคณะ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการติดตั้ง ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) บริเวณดาดฟ้า หลังคาอาคาร และพื้นที่รอบสระสุริโยทัย ภายในมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อผลิตพลังงานสะอาดสำหรับใช้ภายในมหาวิทยาลัย อันเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การดำเนินโครงการดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการส่งเสริม พลังงานสะอาดและพลังงานทดแทน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมยกระดับมหาวิทยาลัยสู่การเป็น มหาวิทยาลัยสีเขียว (Green University) และมหาวิทยาลัยที่ขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งภายในมหาวิทยาลัยจะช่วยเพิ่มสัดส่วนการใช้ พลังงานหมุนเวียน ในการดำเนินงานขององค์กร สนับสนุนการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนด้านพลังงานไฟฟ้าในระยะยาว และเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานของมหาวิทยาลัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

นอกจากการใช้ประโยชน์ด้านพลังงานแล้ว โครงการยังเป็น แหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานสะอาดและการจัดการสิ่งแวดล้อม สำหรับนิสิต คณาจารย์ และนักวิจัย โดยสามารถนำข้อมูลจากระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ในการศึกษา วิเคราะห์ และพัฒนาองค์ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน การอนุรักษ์พลังงาน และการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อยกระดับการเรียนการสอนและการวิจัยของมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังให้ความสำคัญกับการบูรณาการองค์ความรู้และการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายวิชาการ เพื่อแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี นวัตกรรม และแนวปฏิบัติที่ดีด้านพลังงานสะอาด ตลอดจนร่วมกันพัฒนาแนวทางการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ยังช่วยสนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน เปิดโอกาสให้เกิดการศึกษาและติดตามประสิทธิภาพของระบบในสภาพแวดล้อมจริง รวมทั้งเป็นต้นแบบการบริหารจัดการพลังงานที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาอาคารและพื้นที่ของมหาวิทยาลัยให้มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

การขับเคลื่อนโครงการพลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์ของมหาวิทยาลัยนเรศวร แสดงให้เห็นถึงการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการพลังงาน ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสร้างต้นแบบมหาวิทยาลัยที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดเพื่อประโยชน์ของสังคมและประเทศในระยะยาว

ม.นเรศวร เร่งจัดเตรียมชุดยาจำเป็นผ่านโครงการ PharmaSea Project ส่งช่วยผู้ประสบอุทกภัยหาดใหญ่

วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน 2568 คณาจารย์ บุคลากร และนิสิตคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกันคัดแยกและจัดเตรียมยาจำเป็น ภายใต้ โครงการจัดการยาเหลือใช้ (PharmaSea Project) เพื่อส่งมอบให้ผู้ประสบอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยการดำเนินงานครั้งนี้มุ่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้สามารถเข้าถึงยาที่จำเป็นได้อย่างทันท่วงที พร้อมส่งเสริมการใช้ทรัพยากรทางการแพทย์อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรดำรงศักดิ์ เป๊กทอง อาจารย์ประจำภาควิชาเภสัชกรรมปฏิบัติ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดเผยว่า โครงการได้ประสานข้อมูลกับทีมแพทย์ พยาบาล และหน่วยงานที่ดูแลผู้ประสบภัยในพื้นที่ เพื่อประเมินความต้องการด้านยาและเวชภัณฑ์ก่อนดำเนินการจัดส่ง โดยยาที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ได้แก่ ยากันน้ำกัดเท้า เบตาดีน แอลกอฮอล์ และผงเกลือแร่ รวมถึงยาประจำตัวของผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่จำเป็นต้องใช้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ที่พักอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงและไม่สามารถเดินทางกลับบ้านหรือเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลได้

การจัดเตรียมยาในครั้งนี้เป็นการนำ ยาเหลือใช้ที่ผ่านการคัดแยกและตรวจสอบคุณภาพ มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยดำเนินการภายใต้หลักการบริหารจัดการยาอย่างถูกต้องและปลอดภัย ช่วยให้ทรัพยากรทางการแพทย์ที่ยังสามารถใช้งานได้ถูกส่งต่อไปยังผู้ที่มีความจำเป็น ลดการสูญเสียทรัพยากร และลดปริมาณของเสียที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ตลอดระยะเวลากว่า 5 ปี โครงการ PharmaSea Project ได้ดำเนินการรวบรวมยาเหลือใช้จากประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ การรับบริจาคจากประชาชน การลงพื้นที่เก็บยาในชุมชนเพื่อสร้างความรู้ด้านการจัดการยาเหลือใช้ และการติดตั้งกล่องรับบริจาคตามโรงพยาบาล ก่อนนำยามาคัดแยก ตรวจสอบ และจัดเตรียมสำหรับส่งต่อไปยังพื้นที่ที่ขาดแคลนยาและเวชภัณฑ์

ที่ผ่านมา โครงการได้ส่งมอบยาไปช่วยเหลือโรงพยาบาลชายแดน ศูนย์อพยพ และพื้นที่ที่ประสบเหตุภัยพิบัติหลายแห่ง ความพร้อมของคลังยาที่ได้รับการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ทำให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเกิดเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ คณะเภสัชศาสตร์จึงสามารถจัดเตรียมยาและประสานการส่งมอบให้ตรงกับความต้องการของผู้ประสบภัยได้ในเวลาอันรวดเร็ว

การดำเนินงานของโครงการสะท้อนถึง ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย บุคลากรทางการแพทย์ หน่วยงานภาครัฐ จิตอาสา และประชาชน ในการบริหารจัดการยาเหลือใช้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งสนับสนุนการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของผู้ประสบภัย ลดการสูญเสียทรัพยากรทางการแพทย์ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อช่วยเหลือสังคมในสถานการณ์วิกฤติ

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอเชิญชวนประชาชนร่วม ส่งต่อพลังแห่งการแบ่งปัน ด้วยการบริจาคยาเหลือใช้ผ่าน โครงการ PharmaSea Project เพื่อรวบรวม คัดแยก และส่งต่อให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยและพื้นที่ขาดแคลนทั่วประเทศ โดยทุกการบริจาคมีส่วนช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงยาที่จำเป็น ลดการสูญเสียทรัพยากร และสร้างระบบการใช้ทรัพยากรทางการแพทย์ที่เกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างยั่งยืน

ผู้สนใจสามารถบริจาคยาเหลือใช้ได้ที่
โครงการ PharmaSea Project (รับบริจาคยาเหลือใช้)
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก 65000
โทรศัพท์ 0 5596 3747

ม.นเรศวร คว้ารางวัล 5 ดาว AUN-HPN ก้าวสู่ผู้นำมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพอาเซียน

วันพุธที่ 27 พฤศจิกายน 2568 รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เข้ารับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ “มหาวิทยาลัยอาเซียนด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ระดับ 5 ดาว” จากเครือข่ายมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพแห่งอาเซียน (AUN-HPN) ซึ่งเป็นผลสำเร็จสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาสภาพแวดล้อม ระบบสนับสนุน และการบริหารจัดการสุขภาวะให้มีประสิทธิภาพตามมาตรฐาน Healthy University Rating System (HURS) อันเป็นกรอบการประเมินที่ส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษาพัฒนาศักยภาพด้านสุขภาวะอย่างยั่งยืน

รางวัลระดับ 5 ดาวดังกล่าวเป็นหลักฐานที่แสดงถึงความก้าวหน้าของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการขับเคลื่อนแนวทางสร้างเสริมสุขภาพเชิงระบบ โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของบุคลากร นิสิต และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกระดับ ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การออกแบบบริการสนับสนุนสุขภาวะ และการขยายระบบบริหารจัดการที่เอื้อต่อคุณภาพชีวิตของสมาชิกในมหาวิทยาลัย ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี

พิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณจัดขึ้นโดยมีศาสตราจารย์ ดร.ฉัตรเฉลิม อิศรางกูร ณ อยุธยา ประธานคณะทำงานระบบ HURS เป็นผู้มอบรางวัล โดยในปี 2568 มีเพียง 4 มหาวิทยาลัยไทยที่ได้รับการประเมินในระดับสูงสุด 5 ดาว ได้แก่ มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งของระบบอุดมศึกษาไทยในการขับเคลื่อนประเด็นสุขภาวะและความยั่งยืนในระดับภูมิภาค

การได้รับรางวัลในครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการบูรณาการแนวคิดการสร้างเสริมสุขภาพกับการบริหารจัดการมหาวิทยาลัยอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการส่งเสริมสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ การบริหารจัดการความปลอดภัย การเข้าถึงบริการสุขภาพ และการพัฒนาทักษะด้านสุขภาวะสำหรับนิสิตและบุคลากร ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของมหาวิทยาลัยสุขภาวะแบบยั่งยืน

นอกจากการเข้ารับรางวัลแล้ว รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี ยังได้รับเชิญให้นำเสนอแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) ในเวทีเสวนานานาชาติของ AUN-HPN ในหัวข้อ “Sharing Best Practices among Healthy Universities Participating in HURS” ณ Hilton Manila Newport World Resorts สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ การนำเสนอในครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการเผยแพร่ประสบการณ์ของมหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ร่วมกับมหาวิทยาลัยในภูมิภาคอาเซียน เพื่อยกระดับการพัฒนามหาวิทยาลัยสุขภาวะในเชิงร่วมมือ

การได้รับเชิญในฐานะวิทยากรระดับนานาชาติ แสดงให้เห็นถึงการยอมรับในศักยภาพของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นต้นแบบด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ตลอดจนการสร้างเวทีการเรียนรู้ร่วมกันกับมหาวิทยาลัยพันธมิตรในอาเซียน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ในระดับภูมิภาค และสอดคล้องกับเป้าหมายด้านการสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นทั้งในระดับการประเมินและการเผยแพร่แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศในต่างประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนานโยบาย โครงสร้างพื้นฐาน และระบบบริหารจัดการที่สนับสนุนสุขภาวะอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยืนยันบทบาทของมหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันที่ให้ความสำคัญต่อสุขภาวะของทุกคน และการสร้างความร่วมมือทางวิชาการที่เข้มแข็งเพื่อผลักดันการพัฒนาในระดับภูมิภาค

ความก้าวหน้าดังกล่าวเป็นแรงขับเคลื่อนที่จะช่วยให้มหาวิทยาลัยนเรศวรสามารถต่อยอดแนวทางการพัฒนามหาวิทยาลัยสุขภาวะแบบองค์รวมให้มีความยั่งยืนยิ่งขึ้น ผ่านการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภายในและพันธมิตรภายนอก พร้อมขยายผลสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของนิสิต บุคลากร และชุมชนโดยรอบอย่างเป็นรูปธรรม

ม.นเรศวร ร่วมจัดแสดงผลงานวิจัยและบริการวิชาการ ในงานประชุมวิชาการและนิทรรศการ อพ.สธ. ครั้งที่ 12 ส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรไทยอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน

วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ศูนย์ประสานงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (อพ.สธ.) มหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมจัดแสดงผลงานวิจัยและบริการวิชาการใน งานประชุมวิชาการและนิทรรศการ ครั้งที่ 12 “ทรัพยากรไทย : หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน” ระหว่างวันที่ 4–10 พฤศจิกายน 2568 ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแสดงศักยภาพของมหาวิทยาลัยในการขับเคลื่อนงานด้านการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรไทยอย่างเหมาะสม

การเข้าร่วมงานครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในการบูรณาการงานวิจัย งานบริการวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม เข้ากับการพัฒนาประเทศ โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างคณะ หน่วยงาน และเครือข่ายภาคี เพื่อ ส่งเสริมต่อการพัฒนาทรัพยากรไทยอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน ตลอดจนสร้างคุณค่าจากทรัพยากรท้องถิ่นผ่านองค์ความรู้และนวัตกรรม

ภายในงาน มหาวิทยาลัยนเรศวรนำผลงานเข้าร่วมจัดแสดงจำนวน 4 ผลงาน ประกอบด้วย การสืบสานและต่อยอดภูมิปัญญาทอผ้า โดยนายวชิรพงษ์ วงศ์ประสิทธิ์ และคณะทำงานจากกองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ซึ่งมุ่งอนุรักษ์และต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นให้สามารถสร้างคุณค่าในสังคมร่วมสมัย และ การต่อยอดทรัพยากรสัตว์: จิ้งหรีดสู่ภาคอุตสาหกรรม ภายใต้โครงการ I-SEC TECHNOLOGY โดยรองศาสตราจารย์ ดร.ขนิษฐา รุตรัตนมงคล และคณะ จากคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่นำทรัพยากรชีวภาพมาพัฒนาสู่การใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรม

อีกสองผลงานที่จัดแสดง ได้แก่ การวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่โครงการประตูระบายน้ำท่าแห จังหวัดพิจิตร โดยรองศาสตราจารย์ ดร.จรัณธร บุญญานุภาพ จากคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นการใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่เพื่อสนับสนุนการวางแผนการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม และ การถ่ายทอดประวัติพระพุทธชินราชในรูปแบบแอนิเมชัน โดยรองศาสตราจารย์ ดร.วิสิฐ จันมา และคณะนักวิจัย จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ศิลปะและการออกแบบ ร่วมกับคณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร เพื่อประยุกต์ใช้สื่อดิจิทัลในการเผยแพร่มรดกทางศิลปวัฒนธรรมสู่สาธารณชน

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีพิธีพระราชทานป้ายสนองพระราชดำริ โดย วิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ได้รับพระราชทานป้ายสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 โดย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นับเป็นความภาคภูมิใจของเครือข่ายสมาชิก อพ.สธ. และเป็นกำลังสำคัญในการสืบสานงานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศ

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังได้ประสานความร่วมมือกับสมาชิก อพ.สธ. ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อร่วมจัดแสดงนิทรรศการและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประกอบด้วย โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี จังหวัดพิษณุโลก โรงเรียนสตรีนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ โรงเรียนอุทัยวิทยาคม จังหวัดอุทัยธานี โรงเรียนทุ่งโพวิทยา จังหวัดอุทัยธานี วิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ และเทศบาลตำบลบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ ความร่วมมือดังกล่าวช่วยเสริมสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และชุมชน เพื่อร่วมกันอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรไทยอย่างมีคุณค่า

การเข้าร่วมงานประชุมวิชาการและนิทรรศการครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในการขับเคลื่อนงานวิจัย การบริการวิชาการ และการอนุรักษ์มรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรม ผ่านการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการพัฒนานวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง อันเป็นการส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรไทยอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน พร้อมสร้างคุณค่าร่วมให้แก่สังคม ชุมชน และประเทศในระยะยาว

ม.นเรศวร เดินหน้ารณรงค์สังคมปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ผ่านกิจกรรม NU Playground Event เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะและความร่วมมืออย่างยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร ในฐานะ สถาบันการศึกษาที่ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ได้จัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับ โทษของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ภายในงาน NU Playground Event ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 17 – 19 พฤศจิกายน 2568 เวลา 17.00 – 21.00 น. เพื่อเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับ พิษภัยของการสูบบุหรี่ และสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่ม เยาวชนและนิสิต ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการเริ่มต้นใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบรูปแบบใหม่

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ประกาศจุดยืนในการ ต่อต้านการใช้บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึง คัดค้านข้อเสนอการยกเลิกการแบนบุหรี่ไฟฟ้า เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงให้ประชาชน โดยเฉพาะเยาวชน เข้าถึงผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อ สุขภาพระยะยาว และขัดต่อเป้าหมายการลดปัจจัยเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อร้ายแรง อาทิ โรคหัวใจ โรคปอด และโรคมะเร็ง

บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าเป็น ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ที่กระทบต่อสุขภาพของประชาชน แม้จะมีการนำเสนอว่าบุหรี่ไฟฟ้ามี ความปลอดภัยมากกว่า แต่ผลการวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่าบุหรี่ไฟฟ้า มีสารเคมีอันตราย ที่ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ เพิ่มความเสี่ยงต่อ โรคมะเร็งปอด และสร้างการเสพติด โดยเฉพาะในกลุ่ม วัยรุ่น ซึ่งอยู่ในช่วงการพัฒนาทางร่างกายและสติปัญญา ทำให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็น ภัยสุขภาพสมัยใหม่ ที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว

นอกเหนือจากผลกระทบต่อสุขภาพ การยกเลิกการแบนบุหรี่ไฟฟ้ายังอาจทำให้ภาระของระบบ สาธารณสุข เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากจะมีผู้ป่วยจากโรคที่ป้องกันได้เพิ่มสูงขึ้น มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงย้ำถึงความจำเป็นในการ รักษามาตรการควบคุมยาสูบอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของผลิตภัณฑ์ยาสูบชนิดใหม่ในกลุ่มเยาวชน และเพื่อสนับสนุนการสร้าง สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ

การลดการบริโภคยาสูบจำเป็นอย่างยิ่งต้องอาศัย ความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม สถาบันการศึกษา และประชาชนทั่วไป มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อผลักดัน มาตรการควบคุมยาสูบ และจัดกิจกรรม รณรงค์ให้ความรู้ ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหลากหลาย พร้อมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนเข้าใจผลกระทบและความเสี่ยงจากผลิตภัณฑ์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

หนึ่งในจุดเด่นของกิจกรรมภายใน NU Playground Event คือการมีส่วนร่วมของ นิสิตชมรมอาสา ซึ่งได้จัดบูธให้ความรู้ พูดคุย ชี้แจงข้อมูล และแจกสื่อความรู้เกี่ยวกับ พิษภัยของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ให้แก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป การมีส่วนร่วมของนิสิตช่วยเสริมสร้าง บทบาทพลเมือง วิชาการเพื่อสังคม และการพัฒนาทักษะการสื่อสารสาธารณะ ตลอดจนช่วยสร้าง เครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและชุมชน

กิจกรรมดังกล่าวยังสอดคล้องกับ นโยบายมหาวิทยาลัยที่มุ่งเป็นสถาบันตัวอย่างในการส่งเสริมสุขภาพ ผ่านการทำงานแบบบูรณาการ ทั้งการวิจัย งานวิชาการ การให้บริการสุขภาพ และการให้คำปรึกษาด้านการเลิกบุหรี่ การดำเนินการในลักษณะนี้เป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาสังคมที่ เข้มแข็ง ยั่งยืน และปราศจากปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรค

ม.นเรศวร พัฒนา Banana Powder Shots Sun Protection ยกระดับกล้วยไข่ไทยสู่นวัตกรรมอาหารมูลค่าสูง

ตุลาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดย ศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงจารุภา วิโยชน์ อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ พร้อมคณะนักวิจัย ร่วมกับ บริษัท เนเจอร์ พาวเวอร์ จำกัด พัฒนาผลิตภัณฑ์ Banana Powder Shots Sun Protection จากกล้วยไข่ไทย โดยได้รับการสนับสนุนจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) เพื่อผลักดันงานวิจัยสู่ผลิตภัณฑ์อาหารมูลค่าสูงและการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์

งานวิจัยดังกล่าวต่อยอดจากการศึกษาคุณสมบัติของ กล้วยไข่ ซึ่งเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่สามารถปลูกได้ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยพบว่ากล้วยไข่มีปริมาณ เบต้าแคโรทีน สูง และมีศักยภาพในการนำมาพัฒนาเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์นิวทริคอสเมติกส์ หรือผลิตภัณฑ์อาหารที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพและความงามจากภายใน

ก่อนหน้านี้ คณะนักวิจัยได้พัฒนา ผลิตภัณฑ์นิวตราซูติคอลเม็ดเคี้ยวกล้วยไข่ผสมน้ำมันเมล็ดกัญชง โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) และนำองค์ความรู้จากผลิตภัณฑ์ต้นแบบมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบ Powder Shots ซึ่งรับประทานได้สะดวกและตอบสนองพฤติกรรมของผู้บริโภคมากขึ้น

การพัฒนา Banana Powder Shots Sun Protection ให้ความสำคัญกับการคัดเลือกวัตถุดิบ ตั้งแต่สายพันธุ์ของกล้วยไข่ ระดับความสุก ความหวาน และช่วงเวลาการเก็บเกี่ยว เพื่อให้ได้ปริมาณเบต้าแคโรทีนที่เหมาะสม รวมถึงการควบคุมแสงและความร้อนระหว่างกระบวนการผลิต เนื่องจากเบต้าแคโรทีนเป็นสารที่สลายตัวได้ง่าย

นอกจากนี้ ทีมนักวิจัยและภาคเอกชนยังร่วมกันพัฒนาคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ให้ผงกล้วยละลายในปากได้ดี ลดการติดค้างบริเวณฟันและช่องปาก และมีรสชาติเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค โดยมุ่งใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติและลดการใช้สารสังเคราะห์ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและเหมาะสมต่อการผลิตในระดับอุตสาหกรรม

โครงการอยู่ระหว่างการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบและการทดสอบการดูดซึมเบต้าแคโรทีน รวมถึงการทดสอบกับอาสาสมัคร การประเมินทางคลินิก และการทดสอบความพึงพอใจของผู้บริโภค ก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิตในระดับ Pilot Scale และการขอรับรองมาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการผลิตและวางจำหน่ายจริง

การใช้กล้วยไข่เป็นวัตถุดิบหลักช่วยสนับสนุน เกษตรกรและผลผลิตทางการเกษตรของไทย เพิ่มมูลค่าให้วัตถุดิบภายในประเทศ และสร้างโอกาสในการพัฒนากล้วยไข่เป็นวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ นอกจากนี้ หากผลิตภัณฑ์ได้รับการตอบรับที่ดี ยังสามารถพัฒนาเป็นวัตถุดิบสำหรับจำหน่ายให้แก่ผู้ประกอบการรายอื่น และขยายผลสู่อุตสาหกรรม Functional Food และ Nutricosmetics ได้

ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยนเรศวร บริษัท เนเจอร์ พาวเวอร์ จำกัด และ บพข. แสดงให้เห็นถึงบทบาทของเครือข่ายภาครัฐ มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน ในการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากห้องปฏิบัติการเข้าสู่กระบวนการผลิตจริง พร้อมเปิดโอกาสให้นักวิจัยนำข้อเสนอแนะจากผู้ประกอบการและผู้บริโภคมาปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ตลาดมากยิ่งขึ้น

การพัฒนา Banana Powder Shots Sun Protection จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการสร้างความมั่นคงและมูลค่าเพิ่มให้ระบบอาหารของประเทศ ผ่านการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร พร้อมทั้ง ส่งเสริมต่อยอดสู่งานวิจัยเชิงพาณิชย์ ยกระดับความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย และสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารมูลค่าสูงทั้งในประเทศและตลาดสากล

ที่มาภาพและข่าว: SALIKA

ม.นเรศวร ต้อนรับคณะศึกษาดูงานด้านการจัดการน้ำเสีย เสริมสร้างการเรียนรู้ระบบบำบัดน้ำเสียเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

วันอังคารที่ 8 ตุลาคม 2568 กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร ให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หลักสูตรวิทยาศาสตร์การประมง ภาควิชาวิทยาศาสตร์การเกษตร นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุพัฒน์ พลซา รองคณบดีฝ่ายวิชาการและประกันคุณภาพ ปฏิบัติราชการแทนคณบดี พร้อมด้วยอาจารย์ผู้สอนรายวิชา 122354 เทคโนโลยีการจัดการของเสียทางการประมง และนิสิตจำนวน 30 คน เข้าศึกษาดูงาน ณ สถานีบำบัดน้ำเสียส่วนกลาง มหาวิทยาลัยนเรศวร

การศึกษาดูงานครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “ระบบการบำบัดน้ำเสียทางกายภาพ เคมี และชีวภาพ” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นิสิตได้เรียนรู้หลักการ กระบวนการ และเทคโนโลยีที่ใช้ในการบำบัดน้ำเสียอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การรวบรวมน้ำเสีย การบำบัดในแต่ละขั้นตอน ไปจนถึงการควบคุมคุณภาพน้ำก่อนปล่อยกลับคืนสู่สิ่งแวดล้อม

ภายในกิจกรรม คณะศึกษาดูงานได้เยี่ยมชมการดำเนินงานของ สถานีบำบัดน้ำเสียส่วนกลาง พร้อมรับฟังการบรรยายเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้กระบวนการบำบัดน้ำเสียทางกายภาพ เคมี และชีวภาพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกำจัดมลพิษ ลดผลกระทบต่อแหล่งน้ำ และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างคุ้มค่าและมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีแล้ว ยังมีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับ การบริหารจัดการสถานีบำบัดน้ำเสีย การติดตามคุณภาพน้ำ การบริหารระบบสาธารณูปโภคด้านสิ่งแวดล้อม และแนวทางการพัฒนาระบบให้รองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ซึ่งช่วยให้นิสิตได้เห็นการเชื่อมโยงระหว่างองค์ความรู้ทางวิชาการกับการปฏิบัติงานจริง

กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริม การเรียนรู้นอกห้องเรียน ที่เปิดโอกาสให้นิสิตได้ศึกษาจากสถานที่ปฏิบัติงานจริง เรียนรู้จากผู้ปฏิบัติงาน และพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ไขปัญหา และการประยุกต์ใช้ความรู้ด้านการจัดการของเสียและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการประกอบวิชาชีพในอนาคต

การศึกษาดูงานครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่าง กองอาคารสถานที่ และ คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการบูรณาการการเรียนการสอนกับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมของมหาวิทยาลัย ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการจัดการน้ำเสีย การใช้เทคโนโลยีการบำบัดน้ำ และการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ เพื่อเสริมสร้างความรู้และประสบการณ์ให้แก่นิสิตจากสถานการณ์จริง

การดำเนินกิจกรรมของกองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในการเป็นแหล่งเรียนรู้และศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของนิสิตผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง สร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และร่วมขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ม.นเรศวร จัดกิจกรรม MS2O Organic Market ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ เชื่อมโยงผู้ผลิตสู่ผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

กันยายน 2568 คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม MS2O Organic Market ประจำเดือนกันยายน 2568 เพื่อส่งเสริมการบริโภคอาหารที่ปลอดภัย สนับสนุนสินค้าเกษตรอินทรีย์จากผู้ผลิตท้องถิ่น และสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้ผลิต ผู้บริโภค และชุมชน ภายใต้แนวคิดการพัฒนาระบบอาหารที่ยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

ภายในงานมีการจำหน่าย ผัก ผลไม้ ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ และอาหารคุณภาพ จากผู้ผลิตท้องถิ่นที่นำผลผลิตส่งตรงจากแหล่งผลิตถึงผู้บริโภค ช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้แก่เกษตรกร สร้างรายได้ให้ชุมชน และส่งเสริมให้ผู้บริโภคเข้าถึงอาหารที่ปลอดภัย สดใหม่ และมีคุณค่าทางโภชนาการ

กิจกรรมเด่นประจำเดือน คือ MINI Workshop “สบู่ใบฝรั่ง” โดย คุณณัฐวรารินทร์ เม่งมั่งมี จากณัฐวรารินทร์ฟาร์ม ซึ่งถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการผลิตสบู่จากวัตถุดิบธรรมชาติ พร้อมแบ่งปันแนวทางการนำทรัพยากรในท้องถิ่นมาเพิ่มมูลค่า และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อลดการใช้สารเคมีและส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การจัดเวิร์กชอปครั้งนี้ยังเป็นการเผยแพร่ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าร่วมเห็นคุณค่าของการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ผ่านการเรียนรู้จากผู้ผลิตโดยตรง ซึ่งสามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดในการดำเนินชีวิต การสร้างอาชีพ หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนได้ในอนาคต

นอกจากการเป็นตลาดจำหน่ายสินค้าแล้ว MS2O Organic Market ยังเป็นพื้นที่แห่งการสร้าง เครือข่ายความร่วมมือ ระหว่างมหาวิทยาลัย เกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค เพื่อสนับสนุนระบบอาหารที่ยั่งยืน ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการผลิต การแปรรูป และการบริโภคอย่างรับผิดชอบ ตลอดจนสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากของชุมชน

การดำเนินกิจกรรมดังกล่าวสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการส่งเสริม ความมั่นคงทางอาหาร การบริโภคและการผลิตอย่างรับผิดชอบ และการสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน โดยสนับสนุนเกษตรกรไทยให้มีช่องทางจำหน่ายผลผลิต เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ พร้อมสร้างความตระหนักแก่ผู้บริโภคในการเลือกใช้สินค้าเกษตรอินทรีย์และผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

กิจกรรม MS2O Organic Market เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่านการเชื่อมโยงผู้ผลิตกับผู้บริโภค การสนับสนุนเกษตรอินทรีย์ การส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ชุมชน และผู้ประกอบการ เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบอาหารที่ปลอดภัย สร้างรายได้ให้เกษตรกร และใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าเพื่อประโยชน์ของสังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

ม.นเรศวร เจ้าภาพจัดประชุมวิชาการ CGCM ด้านการแพทย์แผนจีนครั้งแรกในประเทศไทย ส่งเสริมสุขภาพและความร่วมมือวิจัยระดับโลก

วันอังคารที่ 19 สิงหาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดการประชุมวิชาการนานาชาติ The 21st CGCM Meeting ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 19 – 21 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) จังหวัดพิษณุโลก โดยมีศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงกรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวต้อนรับ และศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงจารุภา วิโยชน์ เลขาธิการฝ่ายจัดงาน กล่าวรายงานต่อ Prof. Dr. Yung-Chi Cheng ประธาน Consortium for Globalization of Chinese Medicine (CGCM) ผู้กล่าวเปิดการประชุมอย่างเป็นทางการ

การประชุม CGCM เป็นเวทีระดับนานาชาติที่สำคัญในการ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และงานวิจัยด้านการแพทย์แผนจีน (Traditional Chinese Medicine: TCM) โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนายาสมุนไพรจีนและผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อมนุษยชาติ องค์กร CGCM ซึ่งก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 2003 ปัจจุบันมีสมาชิก 166 สถาบัน และภาคอุตสาหกรรมที่ร่วมเครือข่าย 29 แห่งจากทั่วโลก สะท้อนถึงพลังของความร่วมมือที่ครอบคลุมทั้งสถาบันการศึกษา หน่วยงานกำกับดูแล และอุตสาหกรรม

สำหรับการประชุมในครั้งนี้ มีการนำเสนอหัวข้อที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้ง การฝังเข็ม ชีวสารสนเทศศาสตร์ การวิจัยทางคลินิก ทรัพยากรยาสมุนไพร ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ กลไกทางเคมี กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และความร่วมมือระหว่างภูมิภาค โดยเน้นย้ำการประยุกต์ใช้ความรู้ร่วมกันระหว่างภาควิชาการและภาคอุตสาหกรรม อันจะนำไปสู่การสร้างมาตรฐานและการพัฒนาที่ตอบสนองต่อปัญหาสุขภาพระดับโลก

การประชุมยังเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ นักวิชาการ นักวิจัย และนิสิตนักศึกษา ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกกับผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายประเทศ สร้างเครือข่ายการวิจัยใหม่ ๆ ที่สามารถนำไปต่อยอดในด้านการแพทย์แผนจีน การแพทย์พื้นบ้าน และผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยขยายโอกาสของการทำงานร่วมกันในระดับนานาชาติ

นอกจากการนำเสนอผลงานวิจัยแล้ว การประชุมครั้งนี้ยังมีความสำคัญในมิติของ การพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์และสุขภาพ ทั้งในด้านวิชาการและการปฏิบัติจริง ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการส่งเสริมสุขภาพของประชาชนในสังคม ผ่านการประยุกต์ใช้องค์ความรู้และนวัตกรรมให้เกิดประโยชน์เชิงปฏิบัติ

มหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะเจ้าภาพหลัก ได้แสดงบทบาทสำคัญในการผลักดันความร่วมมือระดับโลกด้านการแพทย์และการวิจัย เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่และเสริมสร้างศักยภาพของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ ตอกย้ำพันธกิจของมหาวิทยาลัยในการเชื่อมโยง งานวิจัยกับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม

ท้ายที่สุด การประชุมวิชาการ CGCM Meeting ครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ไม่เพียงแต่สนับสนุนการวิจัยด้านการแพทย์แผนจีน แต่ยังสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับโลก อันจะช่วยเสริมสร้างสังคมที่เข้มแข็งในการรับมือความท้าทายด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การพัฒนาที่มั่นคงและยั่งยืนในอนาคต

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin