ม.นเรศวร ส่งต่อครุภัณฑ์สร้างคุณค่า ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ขับเคลื่อนการบริหารด้วยธรรมาภิบาลและความร่วมมือ

วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดพิธีส่งมอบครุภัณฑ์ที่ไม่ใช้แล้วให้แก่หน่วยงานภาครัฐและสถานศึกษา เพื่อสนับสนุนการใช้ทรัพยากรของภาครัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด สอดคล้องกับนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินและการบริหารงานตามหลัก ธรรมาภิบาล ของมหาวิทยาลัย โดยพิธีจัดขึ้น ณ บริเวณหน้าอาคารเรียนรู้ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยนเรศวร

รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า การโอนครุภัณฑ์ที่ไม่ใช้แล้วให้แก่หน่วยงานที่มีความประสงค์รับโอน เป็นแนวทางที่ช่วยให้ทรัพยากรของภาครัฐได้รับการใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่อง ลดการสูญเสียจากการปล่อยให้ครุภัณฑ์ไม่ได้ใช้งาน และเป็นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับ ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

การดำเนินงานครั้งนี้สะท้อนการบริหารจัดการทรัพยากรภายใต้หลักธรรมาภิบาลในหลายมิติ ได้แก่ ความคุ้มค่า โดยช่วยลดความจำเป็นในการจัดซื้อครุภัณฑ์ใหม่และประหยัดงบประมาณของภาครัฐ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ด้วยการนำครุภัณฑ์ที่ยังอยู่ในสภาพดีหรือสามารถซ่อมแซมได้กลับมาใช้ประโยชน์ และ ความโปร่งใส ผ่านการดำเนินการตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง พร้อมมีหลักฐานการตรวจสอบและการส่งมอบอย่างครบถ้วน

ครุภัณฑ์ที่ส่งมอบในครั้งนี้ได้รับการจัดสรรให้แก่หน่วยงานและสถานศึกษาที่มีความประสงค์รับโอน ได้แก่ ศูนย์การศึกษาเขตการศึกษา 7 โรงเรียนวัดยางเอน (ประชานุเคราะห์) และ โรงเรียนเทศบาล 2 (วัดคูหาสวรรค์) เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านการศึกษา และเพิ่มโอกาสในการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง

นอกจากการส่งมอบครุภัณฑ์แล้ว สำนักหอสมุดยังมุ่งส่งเสริมแนวคิด การใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า โดยกำหนดการโอนครุภัณฑ์เป็นนโยบายสำคัญที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่าย เพื่อขยายโอกาสในการใช้ทรัพยากรร่วมกัน ลดการเกิดของเสีย และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรตามแนวทาง เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

การดำเนินงานดังกล่าวยังสะท้อนถึงการสร้าง เครือข่ายความร่วมมือ ระหว่างมหาวิทยาลัยกับหน่วยงานภาครัฐและสถานศึกษา เพื่อแลกเปลี่ยนและใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างเกิดประสิทธิภาพ ส่งเสริมการบริหารจัดการพัสดุที่คำนึงถึงความคุ้มค่า ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อสังคม อันเป็นแนวทางที่ช่วยลดการใช้ทรัพยากรใหม่และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรของภาครัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด

การส่งมอบครุภัณฑ์ของสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยนเรศวร ในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการบริหารจัดการทรัพยากรที่มุ่งเน้นความคุ้มค่า ความโปร่งใส และการสร้างประโยชน์ร่วมกับสังคม ผ่านการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การลดการใช้ทรัพยากรใหม่ และการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เพื่อร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมและการบริหารจัดการทรัพยากรของภาครัฐอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร จับมือ WelO ส่งเสริมการเดินทางด้วยมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า สู่มหาวิทยาลัยและเมืองที่ยั่งยืน

วันพุธที่ 18 มิถุนายน 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับ WelO แพลตฟอร์มมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสาธารณะ เปิดให้บริการยานพาหนะทางเลือกภายในมหาวิทยาลัย เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทางของนิสิต บุคลากร และประชาชนทั่วไป พร้อมส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการเดินทางในชีวิตประจำวัน

มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า WelO เปิดให้บริการ ตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีจุดจอด มากกว่า 300 จุด ครอบคลุมพื้นที่ภายในมหาวิทยาลัย ผู้ใช้งานสามารถเลือกจุดรับและคืนรถให้เหมาะกับเส้นทางของตน ช่วยเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างอาคารเรียน สำนักงาน และพื้นที่ให้บริการต่าง ๆ ได้สะดวกยิ่งขึ้น

บริการดังกล่าวเป็นอีกทางเลือกสำหรับการเดินทางระยะสั้นภายในมหาวิทยาลัย โดยผู้ใช้งานไม่ต้องเติมน้ำมันหรือชาร์จแบตเตอรี่ด้วยตนเอง การมีระบบยานพาหนะสาธารณะที่เข้าถึงได้ยังช่วยลดความจำเป็นในการนำรถส่วนบุคคลเข้ามาใช้ในบางเส้นทาง และเพิ่มทางเลือกในการจัดการค่าเดินทางประจำวัน

การใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าช่วยส่งเสริมการเดินทางที่ ไม่สร้างมลพิษจากท่อไอเสียขณะใช้งาน จึงมีส่วนช่วยลดการปล่อยควันและฝุ่นละอองในพื้นที่มหาวิทยาลัย ทั้งยังสอดคล้องกับแนวทางลดการใช้เชื้อเพลิงน้ำมันและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคการขนส่ง

ความร่วมมือนี้สนับสนุนแนวทางของมหาวิทยาลัยในการบริหารจัดการการเดินทางและพื้นที่จอดรถให้เหมาะสม เมื่อมีทางเลือกในการเดินทางภายในพื้นที่เพิ่มขึ้น มหาวิทยาลัยสามารถส่งเสริมการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า และพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียน การทำงาน และการใช้ชีวิตร่วมกัน

นอกจากนี้ การเปิดให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปยังช่วยให้ระบบเดินทางภายในมหาวิทยาลัยเชื่อมโยงกับการเดินทางของผู้มาใช้บริการจากภายนอก ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคเอกชนจึงเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนารูปแบบการเดินทางที่ตอบโจทย์ทั้งผู้ใช้งานและการดูแลสิ่งแวดล้อมในพื้นที่

การมีบริการมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องยังเปิดโอกาสให้นิสิตและบุคลากรปรับพฤติกรรมการเดินทาง โดยพิจารณาใช้ยานพาหนะร่วมกันในเส้นทางที่เหมาะสม ควบคู่กับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ แนวทางดังกล่าวช่วยสร้างความตระหนักถึงผลกระทบของการเดินทางต่อคุณภาพอากาศและสภาพภูมิอากาศ

มหาวิทยาลัยนเรศวรมุ่งส่งเสริมระบบการเดินทางที่สะดวก เข้าถึงได้ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การให้บริการ WelO จึงเป็นอีกก้าวของการพัฒนาพื้นที่มหาวิทยาลัยให้รองรับวิถีชีวิตที่ยั่งยืน พร้อมเป็นแนวทางสำหรับการขยายความร่วมมือด้านการเดินทางสะอาดในระดับชุมชนและเมืองต่อไป

ม.นเรศวร จับมือภาคีเครือข่ายสาธารณสุข วางแนวทางดูแลสุขภาพจิตนิสิต มุ่งสร้างสังคมแห่งสุขภาวะที่ยั่งยืน

วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม 2569 กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก และ ศูนย์สุขภาพจิตที่ 2 จัดการประชุมหารือเพื่อกำหนดแนวทางการดูแลสุขภาพจิตของนิสิตอย่างบูรณาการ โดยมี นายกัณต์กวี วิมุติ รักษาการผู้อำนวยการกองกิจการนิสิต เป็นประธานการประชุม ณ ห้องประชุมนเรศวร 301 อาคารสำนักงานอธิการบดี

การประชุมในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายสำคัญเพื่อวางระบบการดูแลสวัสดิภาพทางอารมณ์และจิตใจของนักศึกษาให้มีประสิทธิภาพและครอบคลุมในทุกมิติ ซึ่งสอดคล้องกับการส่งเสริม การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของทุกคน โดยให้ความสำคัญกับการจัดการความเครียดและปัญหาสุขภาพจิตที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการศึกษา

แนวทางการดำเนินงานที่ได้หารือร่วมกันนั้น ครอบคลุมตั้งแต่ การดูแลเชิงป้องกัน ซึ่งเป็นการสร้างความตระหนักรู้และเตรียมความพร้อมให้แก่นิสิตในการรับมือกับสภาวะความกดดันต่าง ๆ ก่อนที่จะลุกลามเป็นปัญหาด้านสุขภาพจิตที่รุนแรง

นอกจากนี้ยังมุ่งเน้น การส่งเสริมสุขภาพและทักษะการจัดการอารมณ์ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจให้แก่นิสิต สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัย และมีภูมิคุ้มกันในการเผชิญกับความท้าทายทั้งในด้านการเรียนและการใช้ชีวิตประจำวัน

ในส่วนของการช่วยเหลือเมื่อเกิดวิกฤต ที่ประชุมได้วางมาตรการด้าน การให้คำปรึกษาและช่วยเหลือด้านจิตวิทยา โดยมุ่งเน้นการสร้าง สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและครอบคลุม ภายในสถานศึกษา เพื่อให้นิสิตทุกคนสามารถเข้าถึงแหล่งสนับสนุนทางอารมณ์และเครือข่ายวิชาชีพด้านสุขภาพจิตได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างมหาวิทยาลัยและหน่วยงานสาธารณสุขระดับจังหวัดในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เรียน เพื่อรับประกันว่านิสิตจะสามารถใช้ชีวิตและเรียนรู้ได้อย่างมีคุณภาพ ภายใต้การดูแลที่เหมาะสมและได้มาตรฐานจากผู้เชี่ยวชาญ

การบูรณาการความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของมหาวิทยาลัยนเรศวร ในการดูแลสวัสดิภาพของนิสิตอย่างรอบด้าน พร้อมทั้งเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้เกิดระบบสนับสนุนด้านสุขภาพจิตที่ยั่งยืน เพื่อสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ที่มีความสุขและพร้อมเติบโตเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพของสังคมต่อไป

ม.นเรศวร ต้อนรับคณะศึกษาดูงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม เรียนรู้ระบบผลิตน้ำประปาและบำบัดน้ำเสียเพื่อการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน

วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม 2568 รองศาสตราจารย์ ดร.พนัส นัถฤทธิ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีสารสนเทศ พร้อมด้วย นายรุ่งรัตน์ พระนาค ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ และคณะ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการติดตั้ง ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) บริเวณดาดฟ้า หลังคาอาคาร และพื้นที่รอบสระสุริโยทัย ภายในมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อผลิตพลังงานสะอาดสำหรับใช้ภายในมหาวิทยาลัย อันเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การดำเนินโครงการดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการส่งเสริม พลังงานสะอาดและพลังงานทดแทน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมยกระดับมหาวิทยาลัยสู่การเป็น มหาวิทยาลัยสีเขียว (Green University) และมหาวิทยาลัยที่ขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งภายในมหาวิทยาลัยจะช่วยเพิ่มสัดส่วนการใช้ พลังงานหมุนเวียน ในการดำเนินงานขององค์กร สนับสนุนการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนด้านพลังงานไฟฟ้าในระยะยาว และเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานของมหาวิทยาลัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

นอกจากการใช้ประโยชน์ด้านพลังงานแล้ว โครงการยังเป็น แหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานสะอาดและการจัดการสิ่งแวดล้อม สำหรับนิสิต คณาจารย์ และนักวิจัย โดยสามารถนำข้อมูลจากระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ในการศึกษา วิเคราะห์ และพัฒนาองค์ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน การอนุรักษ์พลังงาน และการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อยกระดับการเรียนการสอนและการวิจัยของมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังให้ความสำคัญกับการบูรณาการองค์ความรู้และการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายวิชาการ เพื่อแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี นวัตกรรม และแนวปฏิบัติที่ดีด้านพลังงานสะอาด ตลอดจนร่วมกันพัฒนาแนวทางการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ยังช่วยสนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน เปิดโอกาสให้เกิดการศึกษาและติดตามประสิทธิภาพของระบบในสภาพแวดล้อมจริง รวมทั้งเป็นต้นแบบการบริหารจัดการพลังงานที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาอาคารและพื้นที่ของมหาวิทยาลัยให้มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

การขับเคลื่อนโครงการพลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์ของมหาวิทยาลัยนเรศวร แสดงให้เห็นถึงการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการพลังงาน ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสร้างต้นแบบมหาวิทยาลัยที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดเพื่อประโยชน์ของสังคมและประเทศในระยะยาว

ม.นเรศวร ร่วมงาน FoodX 2025 เชื่อมงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

วันพุธที่ 3 ธันวาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดยศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงกรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วยนางเจนจิต นาคปรีชา ผู้อำนวยการกองการวิจัยและนวัตกรรม นายภวัต ภาชนะ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการกองการถ่ายทอดเทคโนโลยีและบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา และนักวิจัยมหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมงาน FoodX – Business of Food Forum – Premiumisation Day 2025 ณ ห้องบอลรูม ชั้น 1 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

งานดังกล่าวเป็นเวทีเสริมสร้างศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มสำเร็จรูปครบวงจร โดยถ่ายทอดกลยุทธ์ด้านการเพิ่มมูลค่าและความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่

กองการวิจัยและนวัตกรรมได้นำนักวิจัยมหาวิทยาลัยนเรศวรกว่า 13 คน เข้าร่วมกิจกรรม “Table Talk – R&D For Growth” เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และร่วมค้นหาแนวทางการพัฒนาระหว่างนักวิจัย ผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ภายในกิจกรรม มีนักวิจัยชั้นนำกว่า 100 คน จากเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัยชั้นนำ จำนวน 8 มหาวิทยาลัย ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ซึ่งช่วยเชื่อมโยงศักยภาพด้านการวิจัย เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมในระดับประเทศ

กองการถ่ายทอดเทคโนโลยีและบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมกับผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณิชากร คอนดี คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เจ้าของผลงาน “Biosurfactant สารลดแรงตึงผิวชีวภาพ” และบริษัท Origgin Ventures ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินงาน Venture Co-Creation ร่วมกับมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้หารือกับภาคเอกชนเกี่ยวกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ

การหารือกับคุณจิรศักดิ์ โรจนวงศ์ เจ้าของธุรกิจบริษัท นาโนโพลิส จำกัด และที่ปรึกษาด้านการจัดการนวัตกรรม มุ่งเน้นการนำผลิตภัณฑ์ต้นแบบไปทดสอบกับกลุ่มลูกค้า เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกัน ขณะเดียวกัน ได้หารือกับคุณวศิน รุ่งนิรันดรกุล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนา บริษัท นีโอ แฟคทอรี่ จำกัด และทีมงาน เกี่ยวกับการนำ Biosurfactant ไปทดสอบในผลิตภัณฑ์ของบริษัท

การเชื่อมโยงนักวิจัยกับภาคเอกชนในลักษณะดังกล่าวเป็นการเสริมสร้างระบบนิเวศนวัตกรรม ตั้งแต่การพัฒนาผลงานวิจัย การทดสอบต้นแบบ การรับฟังข้อมูลจากตลาด ไปจนถึงการต่อยอดสู่การผลิตและการใช้ประโยชน์จริง อันช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย

การเข้าร่วมงาน FoodX 2025 สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสร้างความร่วมมือระดับประเทศ เพื่อ ผลักดันงานวิจัยของไทยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างแท้จริง สนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านนวัตกรรมอาหาร การสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผลิตภัณฑ์ และการเติบโตของเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง

ม.นเรศวร เร่งจัดเตรียมชุดยาจำเป็นผ่านโครงการ PharmaSea Project ส่งช่วยผู้ประสบอุทกภัยหาดใหญ่

วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน 2568 คณาจารย์ บุคลากร และนิสิตคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกันคัดแยกและจัดเตรียมยาจำเป็น ภายใต้ โครงการจัดการยาเหลือใช้ (PharmaSea Project) เพื่อส่งมอบให้ผู้ประสบอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยการดำเนินงานครั้งนี้มุ่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้สามารถเข้าถึงยาที่จำเป็นได้อย่างทันท่วงที พร้อมส่งเสริมการใช้ทรัพยากรทางการแพทย์อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรดำรงศักดิ์ เป๊กทอง อาจารย์ประจำภาควิชาเภสัชกรรมปฏิบัติ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดเผยว่า โครงการได้ประสานข้อมูลกับทีมแพทย์ พยาบาล และหน่วยงานที่ดูแลผู้ประสบภัยในพื้นที่ เพื่อประเมินความต้องการด้านยาและเวชภัณฑ์ก่อนดำเนินการจัดส่ง โดยยาที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ได้แก่ ยากันน้ำกัดเท้า เบตาดีน แอลกอฮอล์ และผงเกลือแร่ รวมถึงยาประจำตัวของผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่จำเป็นต้องใช้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ที่พักอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงและไม่สามารถเดินทางกลับบ้านหรือเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลได้

การจัดเตรียมยาในครั้งนี้เป็นการนำ ยาเหลือใช้ที่ผ่านการคัดแยกและตรวจสอบคุณภาพ มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยดำเนินการภายใต้หลักการบริหารจัดการยาอย่างถูกต้องและปลอดภัย ช่วยให้ทรัพยากรทางการแพทย์ที่ยังสามารถใช้งานได้ถูกส่งต่อไปยังผู้ที่มีความจำเป็น ลดการสูญเสียทรัพยากร และลดปริมาณของเสียที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ตลอดระยะเวลากว่า 5 ปี โครงการ PharmaSea Project ได้ดำเนินการรวบรวมยาเหลือใช้จากประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ การรับบริจาคจากประชาชน การลงพื้นที่เก็บยาในชุมชนเพื่อสร้างความรู้ด้านการจัดการยาเหลือใช้ และการติดตั้งกล่องรับบริจาคตามโรงพยาบาล ก่อนนำยามาคัดแยก ตรวจสอบ และจัดเตรียมสำหรับส่งต่อไปยังพื้นที่ที่ขาดแคลนยาและเวชภัณฑ์

ที่ผ่านมา โครงการได้ส่งมอบยาไปช่วยเหลือโรงพยาบาลชายแดน ศูนย์อพยพ และพื้นที่ที่ประสบเหตุภัยพิบัติหลายแห่ง ความพร้อมของคลังยาที่ได้รับการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ทำให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเกิดเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ คณะเภสัชศาสตร์จึงสามารถจัดเตรียมยาและประสานการส่งมอบให้ตรงกับความต้องการของผู้ประสบภัยได้ในเวลาอันรวดเร็ว

การดำเนินงานของโครงการสะท้อนถึง ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย บุคลากรทางการแพทย์ หน่วยงานภาครัฐ จิตอาสา และประชาชน ในการบริหารจัดการยาเหลือใช้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งสนับสนุนการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของผู้ประสบภัย ลดการสูญเสียทรัพยากรทางการแพทย์ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อช่วยเหลือสังคมในสถานการณ์วิกฤติ

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอเชิญชวนประชาชนร่วม ส่งต่อพลังแห่งการแบ่งปัน ด้วยการบริจาคยาเหลือใช้ผ่าน โครงการ PharmaSea Project เพื่อรวบรวม คัดแยก และส่งต่อให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยและพื้นที่ขาดแคลนทั่วประเทศ โดยทุกการบริจาคมีส่วนช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงยาที่จำเป็น ลดการสูญเสียทรัพยากร และสร้างระบบการใช้ทรัพยากรทางการแพทย์ที่เกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างยั่งยืน

ผู้สนใจสามารถบริจาคยาเหลือใช้ได้ที่
โครงการ PharmaSea Project (รับบริจาคยาเหลือใช้)
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก 65000
โทรศัพท์ 0 5596 3747

ม.นเรศวร คว้ารางวัล 5 ดาว AUN-HPN ก้าวสู่ผู้นำมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพอาเซียน

วันพุธที่ 27 พฤศจิกายน 2568 รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เข้ารับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ “มหาวิทยาลัยอาเซียนด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ระดับ 5 ดาว” จากเครือข่ายมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพแห่งอาเซียน (AUN-HPN) ซึ่งเป็นผลสำเร็จสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาสภาพแวดล้อม ระบบสนับสนุน และการบริหารจัดการสุขภาวะให้มีประสิทธิภาพตามมาตรฐาน Healthy University Rating System (HURS) อันเป็นกรอบการประเมินที่ส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษาพัฒนาศักยภาพด้านสุขภาวะอย่างยั่งยืน

รางวัลระดับ 5 ดาวดังกล่าวเป็นหลักฐานที่แสดงถึงความก้าวหน้าของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการขับเคลื่อนแนวทางสร้างเสริมสุขภาพเชิงระบบ โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของบุคลากร นิสิต และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกระดับ ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การออกแบบบริการสนับสนุนสุขภาวะ และการขยายระบบบริหารจัดการที่เอื้อต่อคุณภาพชีวิตของสมาชิกในมหาวิทยาลัย ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี

พิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณจัดขึ้นโดยมีศาสตราจารย์ ดร.ฉัตรเฉลิม อิศรางกูร ณ อยุธยา ประธานคณะทำงานระบบ HURS เป็นผู้มอบรางวัล โดยในปี 2568 มีเพียง 4 มหาวิทยาลัยไทยที่ได้รับการประเมินในระดับสูงสุด 5 ดาว ได้แก่ มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งของระบบอุดมศึกษาไทยในการขับเคลื่อนประเด็นสุขภาวะและความยั่งยืนในระดับภูมิภาค

การได้รับรางวัลในครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการบูรณาการแนวคิดการสร้างเสริมสุขภาพกับการบริหารจัดการมหาวิทยาลัยอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการส่งเสริมสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ การบริหารจัดการความปลอดภัย การเข้าถึงบริการสุขภาพ และการพัฒนาทักษะด้านสุขภาวะสำหรับนิสิตและบุคลากร ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของมหาวิทยาลัยสุขภาวะแบบยั่งยืน

นอกจากการเข้ารับรางวัลแล้ว รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี ยังได้รับเชิญให้นำเสนอแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) ในเวทีเสวนานานาชาติของ AUN-HPN ในหัวข้อ “Sharing Best Practices among Healthy Universities Participating in HURS” ณ Hilton Manila Newport World Resorts สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ การนำเสนอในครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการเผยแพร่ประสบการณ์ของมหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ร่วมกับมหาวิทยาลัยในภูมิภาคอาเซียน เพื่อยกระดับการพัฒนามหาวิทยาลัยสุขภาวะในเชิงร่วมมือ

การได้รับเชิญในฐานะวิทยากรระดับนานาชาติ แสดงให้เห็นถึงการยอมรับในศักยภาพของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นต้นแบบด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ตลอดจนการสร้างเวทีการเรียนรู้ร่วมกันกับมหาวิทยาลัยพันธมิตรในอาเซียน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ในระดับภูมิภาค และสอดคล้องกับเป้าหมายด้านการสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นทั้งในระดับการประเมินและการเผยแพร่แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศในต่างประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการพัฒนานโยบาย โครงสร้างพื้นฐาน และระบบบริหารจัดการที่สนับสนุนสุขภาวะอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยืนยันบทบาทของมหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันที่ให้ความสำคัญต่อสุขภาวะของทุกคน และการสร้างความร่วมมือทางวิชาการที่เข้มแข็งเพื่อผลักดันการพัฒนาในระดับภูมิภาค

ความก้าวหน้าดังกล่าวเป็นแรงขับเคลื่อนที่จะช่วยให้มหาวิทยาลัยนเรศวรสามารถต่อยอดแนวทางการพัฒนามหาวิทยาลัยสุขภาวะแบบองค์รวมให้มีความยั่งยืนยิ่งขึ้น ผ่านการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภายในและพันธมิตรภายนอก พร้อมขยายผลสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของนิสิต บุคลากร และชุมชนโดยรอบอย่างเป็นรูปธรรม

ม.นเรศวร ร่วมประชุมวิชาการ APACPH ครั้งที่ 56 ณ เชียงราย แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระดับนานาชาติ

ระหว่างวันที่ 5–7 พฤศจิกายน 2568 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติ The 56th Asia Pacific Academic Consortium for Public Health Conference (APACPH) ซึ่งจัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

การเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.นิทรา กิจธีระวุฒิวงษ์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และนิสิตของคณะฯ ซึ่งได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเวทีวิชาการระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ตัวแทนจาก มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เข้าร่วมฟังการบรรยาย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ รวมถึงได้รับเกียรติให้ร่วมเป็นกรรมการตัดสินผลงานวิจัยที่นำเสนอภายในงาน ซึ่งถือเป็นการแสดงศักยภาพทางวิชาการและบทบาทผู้นำด้านสาธารณสุขในระดับนานาชาติ

การประชุม APACPH ครั้งที่ 56 จัดขึ้นภายใต้หัวข้อหลัก “Public Health Challenges in a Disruptive World” โดยได้รับความสนใจอย่างคับคั่ง มีผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย และผู้แทนจากสถาบันการศึกษา รวมไปถึงองค์กรภาครัฐและเอกชนที่ดำเนินงานด้านสาธารณสุขเข้าร่วมกว่า 600 คน จากทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

เวทีนี้นับเป็นโอกาสสำคัญยิ่งในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่ทันสมัย นำเสนอผลงานวิจัยนวัตกรรม และหารือแนวทางในการพัฒนาระบบสุขภาพอย่างยั่งยืน เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านสาธารณสุขในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และมุ่งเน้นการส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน

การเข้าร่วมประชุมของคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นการตอกย้ำพันธกิจด้านการสร้างเครือข่ายวิชาการและการวิจัยระดับนานาชาติ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความร่วมมือด้าน Global Health และผนึกกำลังภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนงานด้านสาธารณสุขสู่อนาคต

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงมุ่งมั่นที่จะนำองค์ความรู้และเครือข่ายความร่วมมือที่ได้รับ มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การวิจัย และการบริการวิชาการ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาวะที่ดีอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ควบคู่ไปกับการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบสาธารณสุขทั้งในระดับประเทศและระดับสากลต่อไป

ม.นเรศวร โชว์นวัตกรรม “มีตาพยากรณ์โรค” ในงานวันเบาหวานโลก 2025 มุ่งสร้างสังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน 2568 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยงานบริการปฐมภูมิและสร้างเสริมสุขภาพ เข้าร่วมกิจกรรม “วันเบาหวานโลก 2025 (World Diabetes Day 2025)” ณ ชั้น 1 และ ชั้น 9 อาคาร Siam Scape ภายใต้แนวคิด “Diabetes & Well-being in the Workplace – ทำงานสุข ลดทุกความเสี่ยง สุขภาพดีเริ่มที่ทำงาน” จัดโดยสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

กิจกรรมภายในงานมุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพและการมีภาวะความเป็นอยู่ที่ดี (Well-being) ในสถานที่ทำงาน โดยมีกิจกรรมที่หลากหลาย ประกอบด้วยการเสวนาทางวิชาการ การแนะนำเมนูอาหารสุขภาพ กิจกรรมออกกำลังกาย และนิทรรศการตรวจสุขภาพเบื้องต้น พร้อมให้ความรู้ในการดูแลตนเองเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

ในโอกาสนี้ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้นำนวัตกรรม “มีตาพยากรณ์โรค” (Mee-Ta Predictive Health) ซึ่งเป็น Web Application สำหรับประเมินและพยากรณ์ความเสี่ยงด้านสุขภาพ มาร่วมจัดแสดงและแลกเปลี่ยนในเวทีเสวนา ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากผู้เข้าร่วมงานและหน่วยงานภาคีเครือข่าย

การนำเสนอนวัตกรรมดังกล่าว สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ที่มุ่งมั่นในการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อสร้าง “สังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืน” โดยเริ่มต้นจากการดูแลสุขภาพของบุคลากรภายในองค์กร เพื่อเป็นต้นแบบและขยายผลความรู้ไปสู่ระดับชุมชนและสังคมในวงกว้าง

สำหรับนวัตกรรม “มีตาพยากรณ์โรค” ถือเป็นต้นแบบนวัตกรรมด้านสุขภาพที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ได้รับการันตีด้วยรางวัลระดับประเทศ อาทิ รางวัล Healthy Organization Award ประเภทนวัตกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ ระดับยอดเยี่ยม และ รางวัล Top Performance 2024 จากเครือข่ายคนไทยไร้พุง และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของเครื่องมือในการส่งเสริมสุขภาพเชิงรุก

ความสำเร็จของนวัตกรรมนี้ ยังปรากฏให้เห็นจากการที่หลายหน่วยงานได้นำไปต่อยอดและใช้งานจริงจนถึงปัจจุบัน ถือเป็นก้าวสำคัญในการสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคอย่างเป็นรูปธรรม โดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็นเครื่องมือช่วยในการตัดสินใจและวางแผนดูแลสุขภาพ

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอขอบคุณสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ ที่ให้โอกาสและมอบพื้นที่ในการเผยแพร่นวัตกรรม “มีตาพยากรณ์โรค” เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการผนึกกำลังระหว่างองค์กรภาคีเครือข่าย ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ สังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืน ต่อไป

ม.นเรศวร ร่วมจัดแสดงผลงานวิจัยและบริการวิชาการ ในงานประชุมวิชาการและนิทรรศการ อพ.สธ. ครั้งที่ 12 ส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรไทยอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน

วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ศูนย์ประสานงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (อพ.สธ.) มหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมจัดแสดงผลงานวิจัยและบริการวิชาการใน งานประชุมวิชาการและนิทรรศการ ครั้งที่ 12 “ทรัพยากรไทย : หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน” ระหว่างวันที่ 4–10 พฤศจิกายน 2568 ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแสดงศักยภาพของมหาวิทยาลัยในการขับเคลื่อนงานด้านการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรไทยอย่างเหมาะสม

การเข้าร่วมงานครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในการบูรณาการงานวิจัย งานบริการวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม เข้ากับการพัฒนาประเทศ โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างคณะ หน่วยงาน และเครือข่ายภาคี เพื่อ ส่งเสริมต่อการพัฒนาทรัพยากรไทยอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน ตลอดจนสร้างคุณค่าจากทรัพยากรท้องถิ่นผ่านองค์ความรู้และนวัตกรรม

ภายในงาน มหาวิทยาลัยนเรศวรนำผลงานเข้าร่วมจัดแสดงจำนวน 4 ผลงาน ประกอบด้วย การสืบสานและต่อยอดภูมิปัญญาทอผ้า โดยนายวชิรพงษ์ วงศ์ประสิทธิ์ และคณะทำงานจากกองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ซึ่งมุ่งอนุรักษ์และต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นให้สามารถสร้างคุณค่าในสังคมร่วมสมัย และ การต่อยอดทรัพยากรสัตว์: จิ้งหรีดสู่ภาคอุตสาหกรรม ภายใต้โครงการ I-SEC TECHNOLOGY โดยรองศาสตราจารย์ ดร.ขนิษฐา รุตรัตนมงคล และคณะ จากคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่นำทรัพยากรชีวภาพมาพัฒนาสู่การใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรม

อีกสองผลงานที่จัดแสดง ได้แก่ การวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่โครงการประตูระบายน้ำท่าแห จังหวัดพิจิตร โดยรองศาสตราจารย์ ดร.จรัณธร บุญญานุภาพ จากคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นการใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่เพื่อสนับสนุนการวางแผนการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม และ การถ่ายทอดประวัติพระพุทธชินราชในรูปแบบแอนิเมชัน โดยรองศาสตราจารย์ ดร.วิสิฐ จันมา และคณะนักวิจัย จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ศิลปะและการออกแบบ ร่วมกับคณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร เพื่อประยุกต์ใช้สื่อดิจิทัลในการเผยแพร่มรดกทางศิลปวัฒนธรรมสู่สาธารณชน

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีพิธีพระราชทานป้ายสนองพระราชดำริ โดย วิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ได้รับพระราชทานป้ายสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 โดย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นับเป็นความภาคภูมิใจของเครือข่ายสมาชิก อพ.สธ. และเป็นกำลังสำคัญในการสืบสานงานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศ

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังได้ประสานความร่วมมือกับสมาชิก อพ.สธ. ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อร่วมจัดแสดงนิทรรศการและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประกอบด้วย โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี จังหวัดพิษณุโลก โรงเรียนสตรีนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ โรงเรียนอุทัยวิทยาคม จังหวัดอุทัยธานี โรงเรียนทุ่งโพวิทยา จังหวัดอุทัยธานี วิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ และเทศบาลตำบลบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ ความร่วมมือดังกล่าวช่วยเสริมสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และชุมชน เพื่อร่วมกันอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรไทยอย่างมีคุณค่า

การเข้าร่วมงานประชุมวิชาการและนิทรรศการครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในการขับเคลื่อนงานวิจัย การบริการวิชาการ และการอนุรักษ์มรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรม ผ่านการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการพัฒนานวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง อันเป็นการส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรไทยอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน พร้อมสร้างคุณค่าร่วมให้แก่สังคม ชุมชน และประเทศในระยะยาว

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin