ม.นเรศวร คำนึงความสำคัญของคนเดินเท้าและผู้ใช้ถนนในมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ดำเนินการติดตั้ง สัญญาณไฟจราจรสำหรับคนข้ามถนน บริเวณทางม้าลายหลายจุดภายในมหาวิทยาลัย เพื่อเพิ่มมาตรการความปลอดภัยในการสัญจร และสร้างสภาพแวดล้อมการเดินทางที่เหมาะสมสำหรับนิสิต บุคลากร และประชาชนทั่วไปที่เข้ามาใช้พื้นที่

การติดตั้งสัญญาณไฟจราจรดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อ ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ และสร้างวินัยในการใช้ถนนร่วมกัน โดยเน้นให้ผู้ขับขี่รถทุกประเภทหยุดรถเมื่อถึงสัญญาณไฟแดงและมีผู้ต้องการข้ามถนน เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยแก่ผู้สัญจรทางเท้า

สำหรับผู้ที่ต้องการข้ามถนน ได้มีการติดตั้งปุ่มกดเรียกสัญญาณไฟ เพื่อให้รถหยุดทั้งสองฝั่งก่อนที่จะเดินข้ามถนนอย่างปลอดภัย ซึ่งเป็นการปลูกฝังให้ทุกคน เคารพกฎจราจร และให้ความสำคัญกับชีวิตของผู้สัญจรทางเท้าเป็นอันดับแรก

มหาวิทยาลัยยังได้รณรงค์ให้นิสิต บุคลากร และผู้ที่ใช้ถนนภายในพื้นที่ ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการใช้ความเร็วเกินกำหนด ปฏิบัติตามสัญญาณไฟอย่างเคร่งครัด และแสดงน้ำใจต่อผู้ใช้ถนนด้วยกัน เพื่อสร้างวัฒนธรรมการจราจรที่มีความปลอดภัยและเป็นมิตร

อีกหนึ่งมาตรการสำคัญคือการรณรงค์ให้ ผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถจักรยานยนต์สวมหมวกนิรภัยทุกครั้ง เมื่อใช้ถนนภายในมหาวิทยาลัย การสวมหมวกนิรภัยไม่เพียงช่วยลดความรุนแรงของการบาดเจ็บเมื่อเกิดอุบัติเหตุ แต่ยังเป็นการสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยและความรับผิดชอบร่วมกัน

มาตรการด้านความปลอดภัยเหล่านี้สอดคล้องกับการพัฒนา เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน โดยการออกแบบพื้นที่ที่ให้ความสำคัญกับคนเดินเท้าและผู้ใช้ถนนทุกประเภท พร้อมทั้งลดความเสี่ยงจากพฤติกรรมการขับขี่ที่ไม่ปลอดภัย ซึ่งมีส่วนช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนในมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยนเรศวรส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ผ่านการติดตั้งสัญญาณไฟจราจร การรณรงค์การขับขี่อย่างมีวินัย และการส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัยอย่างต่อเนื่อง นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างสังคมการเดินทางที่ปลอดภัยและยั่งยืน

ภาพโดย: คณะสังคมศาสตร์​ มหา​วิทยาลัย​นเรศวร

โรงเรียนมัธยมสาธิต ม.นเรศวร จัดโครงการเชิดชู รู้คุณค่าภาษาไทย

วันพุธที่ 31 กรกฎาคม 2567 ศาสตราจารย์ ดร.ปกรณ์ ประจันบาน คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารคณะศึกษาศาสตร์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดโครงการ มัธยมสาธิตฯ เชิดชู รู้คุณค่าภาษาไทย ณ โดมอเนกประสงค์ โรงเรียนมัธยมสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยโครงการในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “วรรณคดีมีชีวิตในสายธารเศรษฐกิจสร้างสรรค์” (Creative Economy) ที่มุ่งเน้นการนำวรรณคดีและวัฒนธรรมไทยมาเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจยุคใหม่

การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักถึงคุณค่าของภาษาและวรรณคดีไทย ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพนักเรียนให้สามารถใช้ความคิดสร้างสรรค์มาพัฒนาเป็นผลงานเชิงเศรษฐกิจ โดยยึดรากฐานของ ทุนทางวัฒนธรรม ที่มีอยู่แล้วในสังคมไทย เป็นการผสมผสานการเรียนรู้เข้ากับการประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง

ภายในโครงการมีการจัดกิจกรรมทางวิชาการหลากหลายรูปแบบ ทั้งการประกวดแข่งขันด้านวิชาการ การจัดแสดงนิทรรศการ และการนำเสนอผลงานสร้างสรรค์ที่ต่อยอดจากวรรณคดีไทย อาทิ ผลิตภัณฑ์และของที่ระลึกที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์ความเป็นไทย สอดคล้องกับแนวทางการสร้าง เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ที่กำลังได้รับความสนใจในระดับประเทศและระดับนานาชาติ

หนึ่งในกิจกรรมที่โดดเด่นคือการแสดงลิเกวรรณคดีไทย เรื่อง “พระอภัยมณี ตอน พระอภัยมณีหนีนางผีเสื้อสมุทร” โดยคณะครูและนักเรียนโรงเรียนมัธยมสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่สร้างบรรยากาศคึกคักและเต็มไปด้วยสีสันทางศิลปวัฒนธรรม นับเป็นการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาผสมผสานกับการเรียนการสอนอย่างสร้างสรรค์

โครงการดังกล่าวยังเป็นพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างนักเรียน ครู อาจารย์ และผู้ปกครอง โดยเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมไทยอย่างมีคุณค่า และสามารถนำไปต่อยอดสู่การสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่เหมาะสมกับสังคมยุคปัจจุบัน

การดำเนินโครงการนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโรงเรียนมัธยมสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ ส่งเสริมอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย ผ่านการบูรณาการวรรณคดีเข้ากับการศึกษา สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้านการศึกษาที่มีคุณภาพ และการสร้างชุมชนที่รักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมควบคู่กับความทันสมัย

นอกจากนี้ การจัดกิจกรรมยังช่วยพัฒนาทักษะสำคัญของนักเรียนทั้งในด้านการคิดวิเคราะห์ การทำงานเป็นทีม ความคิดสร้างสรรค์ และการสื่อสารเชิงวัฒนธรรม ซึ่งล้วนเป็นทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 และยังช่วยสร้างรากฐานความภาคภูมิใจในความเป็นไทยให้คงอยู่ต่อไป

NU Art & Craft Fun Fair 2024 พื้นที่แสดงออกด้านศิลปวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2567 กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม กองกิจการนิสิต และงานประชาสัมพันธ์ กองกลาง มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดพิธีเปิดงาน “NU Art & Craft Fun Fair 2024” ภายใต้แนวคิด “Eco x Friendly x Mental Well-being” โดยมี ดร.จรัสดาว คงเมือง รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต ศิษย์เก่า และศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานในพิธีเปิด งานดังกล่าวจัดขึ้น ณ พิพิธภัณฑ์ผ้า หอศิลป์มหาวิทยาลัยนเรศวร และมีการจัดกิจกรรมต่างๆ ถึงวันที่ 1 สิงหาคม 2567

กิจกรรมภายในงานมีความหลากหลายและตอบสนองความสนใจทั้งด้านศิลปะ วัฒนธรรม และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การจัดแฟชั่นโชว์เครื่องแต่งกายจากผ้าไทยและผ้าชาติพันธุ์ โดยนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวรและนิสิตชมรมสืบสานวัฒนธรรมม้ง การเสวนาเรื่อง “Mental Well-being” เพื่อสร้างความสุขและเสริมสร้างคุณภาพชีวิต และการแสดงดนตรีร่วมกับกิจกรรมนันทนาการจากนิสิต

การจัดกิจกรรมยังสะท้อนถึงการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะ SDG5 และ SDG11 ซึ่งมุ่งเน้นการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศและการสร้างสังคมที่ยั่งยืน ผ่านการส่งเสริมการเรียนรู้และการแสดงออกอย่างเท่าเทียม โดยกิจกรรมต่างๆ ภายในงานช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้แสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์และสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมที่ให้ความเคารพในความแตกต่างและความหลากหลาย

นอกจากนี้ยังมีเวิร์คชอปด้านศิลปะและหัตถกรรม ซึ่งเปิดโอกาสให้นิสิตได้ฝึกฝนทักษะด้านศิลปะและงานฝีมือ รวมถึงการร่วมกิจกรรมออกแบบและระบายสีกระเป๋ารักโลก เป็นการส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมได้พัฒนาความคิดสร้างสรรค์และฝึกฝนประสบการณ์ใหม่ๆ สำหรับการสร้างรายได้ระหว่างเรียน งานนี้ยังมอบโอกาสให้นิสิตได้ฝึกวาดภาพศิลปะในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ

กิจกรรมยังคงเน้นย้ำเรื่องการอนุรักษ์ผ้าท้องถิ่นและการสร้างสังคมที่ยั่งยืน ผ่านการเดินแฟชั่นเสื้อผ้าชนเผ่าและผ้าท้องถิ่น ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ผ้าไทยและผ้าท้องถิ่น โดยมุ่งเน้นการสร้างความตระหนักในความสำคัญของการรักษามรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าและการอนุรักษ์ผ้าไทยให้คงอยู่สืบไป

งาน “NU Art & Craft Fun Fair 2024” ถือเป็นพื้นที่แสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์ที่มีความสำคัญ โดยไม่เพียงแต่เป็นโอกาสสำหรับนิสิตในการฝึกทักษะและสร้างรายได้ ยังเปิดโอกาสให้พวกเขาได้เรียนรู้และสัมผัสกับความหลากหลายทางวัฒนธรรม พร้อมทั้งเสริมสร้างคุณภาพชีวิตและจิตใจให้มีความสุขยิ่งขึ้น เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยขับเคลื่อนสังคมแห่งความยั่งยืนในมหาวิทยาลัยนเรศวร

ที่มา: งานประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร เปิดจุดไฟแดง มอนอ. จุดที่ 3 เสริมความปลอดภัยทางถนน

วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม 2567 กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ประกาศเตรียมเปิดให้บริการ ไฟแดง มอนอ. จุดที่ 3 ซึ่งเป็นไฟจราจรสำหรับคนข้ามถนน บริเวณหน้าคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยการติดตั้งครั้งนี้ใช้ พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และรองรับการใช้งานได้อย่างยั่งยืน

การดำเนินงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อ เพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน ภายในมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะบริเวณที่มีการสัญจรของนิสิต บุคลากร และประชาชนทั่วไปที่มาใช้บริการในคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการจราจรค่อนข้างหนาแน่นในช่วงเวลาเร่งด่วน

การติดตั้งไฟแดง มอนอ. จุดที่ 3 นี้ ถือเป็นการสานต่อจากการติดตั้งไฟจราจรคนข้ามถนนในจุดอื่น ๆ ภายในมหาวิทยาลัย โดยมีเป้าหมายในการสร้าง ระบบการจราจรที่ปลอดภัยและเป็นระเบียบ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากการสัญจร

ไฟจราจรพลังงานแสงอาทิตย์ที่นำมาใช้ในการติดตั้งครั้งนี้ นอกจากช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าแล้ว ยังสะท้อนถึงความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อมของมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งมุ่งเน้นการเป็น มหาวิทยาลัยสีเขียว (Green University) ที่ให้ความสำคัญกับทั้งความปลอดภัยและความยั่งยืนควบคู่กัน

นอกจากนี้ ยังเป็นการรณรงค์สร้างวัฒนธรรมการใช้รถใช้ถนนที่มีความรับผิดชอบ โดยเน้นย้ำถึงการ หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย และการขับขี่ด้วยความระมัดระวัง เพื่อปลูกฝังพฤติกรรมที่ปลอดภัยแก่ผู้ใช้ถนนทั้งในและนอกมหาวิทยาลัย

การจัดการจราจรที่ดีในพื้นที่การศึกษา ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ แต่ยังช่วยสร้าง สภาพแวดล้อมเมืองที่น่าอยู่ ให้กับทุกคนที่ใช้ชีวิตประจำวันในมหาวิทยาลัย ทั้งนิสิต บุคลากร และชุมชนโดยรอบ ถือเป็นการผสานแนวคิดด้านความปลอดภัยเข้ากับการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

มหาวิทยาลัยนเรศวรส่งเสริมด้านความปลอดภัย ผู้ใช้รถใช้ถนน ผ่านการพัฒนาระบบไฟจราจรและมาตรการดูแลความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยในการเป็นพื้นที่การเรียนรู้ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม และเป็นต้นแบบของการจัดการจราจรที่ยั่งยืน

ม.นเรศวร คณะเกษตรศาสตร์ฯ อบรมเตรียมความพร้อมเผชิญเหตุอัคคีภัย

วันเสาร์ที่ 13 กรกฎาคม 2567 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อนุพงศ์ วงค์ตามี รองคณบดีฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานเปิดการอบรม “เตรียมความพร้อมระบบความปลอดภัยในอาคาร” ในหัวข้อ การเผชิญเหตุอัคคีภัย โดยมุ่งเน้นให้นิสิตชั้นปีที่ 3 ได้รับการฝึกอบรมด้านความปลอดภัย เนื่องจากต้องใช้ห้องปฏิบัติการในการเรียนและการทำงาน

การอบรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก คุณสมยศ แสงไทย ห้างหุ้นส่วนจำกัด พชรพลเทรดดิ้ง จังหวัดพิษณุโลก และ คุณธวัชชัย โตสุข นักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมทีมงานจากองค์การบริหารส่วนตำบลท่าโพธิ์ มาร่วมถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์จริงในการจัดการเหตุอัคคีภัย

กิจกรรมอบรมมุ่งหวังให้นิสิตมีความตระหนักถึง ความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการ และมีความรู้ความเข้าใจในหลักปฏิบัติที่ถูกต้องเมื่อเกิดเหตุอัคคีภัย สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว และลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สิน

นอกจากการปฏิบัติด้านทฤษฎีแล้ว ยังมีการสาธิตการใช้อุปกรณ์ดับเพลิง และการฝึกซ้อมขั้นตอนการอพยพเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เพื่อให้นิสิตเกิดทักษะและความมั่นใจในการลงมือปฏิบัติจริง สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริงและสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย

การจัดอบรมดังกล่าวยังมีส่วนสำคัญต่อการสร้าง วัฒนธรรมด้านความปลอดภัยในมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานของการพัฒนาเมืองและชุมชนที่ยั่งยืน เพราะการป้องกันและรับมือเหตุฉุกเฉินได้อย่างมีระบบ ช่วยลดความเสี่ยงต่อสังคมและสร้างความมั่นใจแก่ผู้เรียนและบุคลากรในพื้นที่

นอกจากนี้ กิจกรรมยังเป็นการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ในการพัฒนาศักยภาพด้านความปลอดภัยอย่างรอบด้าน การบูรณาการเช่นนี้แสดงให้เห็นถึงแนวทางการจัดการที่ยั่งยืนและการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย

มหาวิทยาลัยนเรศวรส่งเสริมด้านความปลอดภัย โดยความร่วมมือจากทุกหน่วยงานในมหาวิทยาลัย สะท้อนถึงการดำเนินงานที่ครอบคลุมทั้งมิติด้านการศึกษาและการสร้างเมืองที่ปลอดภัย ตอกย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยในการเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและมีความยั่งยืนในระยะยาว

กองอาคารสถานที่ ม.นเรศวร “ซ้อมหนีไฟ” เสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย

วันพฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน 2567 เวลา 08.30 น. นายรุ่งรัตน์ พระนาค ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานเปิดโครงการ ฝึกอบรมป้องกันอัคคีภัยและฝึกซ้อมดับเพลิง โดยมีบุคลากรกองอาคารสถานที่เข้าร่วมโครงการอย่างพร้อมเพรียง เพื่อเสริมสร้างทักษะและความพร้อมในการรับมือเหตุฉุกเฉิน

การอบรมครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจาก สิบเอก ชาติชาย สิงเดช เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยชำนาญงาน พร้อมด้วยบุคลากรจากงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย องค์การบริหารส่วนตำบลท่าโพธิ์ ที่มาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และจัดการฝึกปฏิบัติจริง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจแนวทางการรับมืออัคคีภัยอย่างถูกต้อง

การฝึกซ้อมเน้นทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เช่น การใช้ถังดับเพลิงอย่างถูกวิธี การอพยพหนีไฟตามเส้นทางที่กำหนด และการรวมพลในจุดปลอดภัย ซึ่งช่วยเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นต่อบุคลากรให้สามารถปฏิบัติได้จริงในสถานการณ์ฉุกเฉิน

โครงการดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนา วัฒนธรรมด้านความปลอดภัยในองค์กร เพราะอาคารสถานที่เป็นพื้นที่ที่มีผู้คนใช้งานจำนวนมาก การเตรียมความพร้อมจึงมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันการสูญเสีย ทั้งในระดับบุคคลและระดับชุมชนโดยรอบมหาวิทยาลัย

นอกจากนี้ยังสะท้อนถึง ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและหน่วยงานภาครัฐในท้องถิ่น ในการบูรณาการความรู้และประสบการณ์ เพื่อเสริมสร้างระบบการจัดการความปลอดภัยที่เข้มแข็ง และเป็นแบบอย่างของการพัฒนาที่อาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน

การซ้อมหนีไฟไม่เพียงเป็นกิจกรรมเพื่อฝึกทักษะ แต่ยังเป็นการสร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยให้หยั่งรากในมหาวิทยาลัย สอดคล้องกับแนวคิดการสร้างเมืองที่ปลอดภัยและยั่งยืน โดยการพัฒนาพื้นที่การศึกษาที่มีความมั่นคงและพร้อมรับมือวิกฤต

มหาวิทยาลัยนเรศวรส่งเสริมด้านความปลอดภัย ผ่านโครงการฝึกอบรมและซ้อมหนีไฟอย่างต่อเนื่อง เป็นการตอกย้ำถึงความรับผิดชอบต่อบุคลากร นักศึกษา และชุมชนโดยรอบ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและยั่งยืนในทุกมิติ

ม.นเรศวร ขับเคลื่อนขนส่งที่ยั่งยืน ด้วยรถไฟฟ้าและเทคโนโลยีอัจฉริยะภายในมหาวิทยาลัย

วันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดเทอมวันแรกด้วยบรรยากาศที่เต็มไปด้วยพลังของนิสิตใหม่ที่พร้อมเข้าสู่การเรียนรู้ โดยมหาวิทยาลัยได้จัดบริการ รถไฟฟ้าภายในมหาวิทยาลัย เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของนิสิต บุคลากร และประชาชนทั่วไป ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความพยายามในการสร้าง เมืองยั่งยืน และขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกในพื้นที่มหาวิทยาลัย

รถไฟฟ้าสีส้มที่วิ่งให้บริการรอบมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้กลายเป็นระบบขนส่งหลักที่ช่วยลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิง ลดมลพิษทางอากาศ และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้ใช้บริการ การส่งเสริมให้ประชาคมมหาวิทยาลัยเลือกใช้ระบบขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนี้ ยังเป็นส่วนสำคัญของการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่เป้าหมาย คาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ มหาวิทยาลัยนเรศวรยังได้พัฒนา Web Application การเดินรถไฟฟ้า ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบตำแหน่งของรถไฟฟ้าได้แบบ Real Time ผ่านเว็บไซต์ https://transit.nu.ac.th ทำให้ผู้โดยสารสามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างสะดวกและแม่นยำ ลดความจำเป็นในการใช้รถยนต์และจักรยานยนต์ส่วนบุคคล ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์

Web Application ดังกล่าวยังมีข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางการเดินรถ ทั้งสายสีเหลืองและสายสีแดงที่มหาวิทยาลัยเปิดให้บริการ เพื่อรองรับการเดินทางภายในมหาวิทยาลัยอย่างครอบคลุม ทั้งยังช่วยสร้างแรงจูงใจให้ผู้คนหันมาใช้ขนส่งสาธารณะภายในมหาวิทยาลัยมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ผู้ใช้งานยังสามารถใช้งานร่วมกับ NU Map ผ่าน https://numap.nu.ac.th เพื่อค้นหาตำแหน่งสถานที่ต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัยได้อย่างสะดวก ทำให้การเดินทางและการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยเป็นไปอย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะด้วยรถไฟฟ้าในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการตอบโจทย์การเดินทาง แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง เมืองยั่งยืน ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของคนในสังคม ตลอดจนเป็นแนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องกับเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

โครงการรถไฟฟ้าและการพัฒนาเทคโนโลยีสนับสนุนดังกล่าวยังสะท้อนให้เห็นถึง การมีส่วนร่วม ของมหาวิทยาลัยนเรศวรกับการพัฒนาสังคมในทุกมิติ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการยกระดับคุณภาพชีวิตของนิสิตและบุคลากร ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของการสร้างมหาวิทยาลัยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

ม.นเรศวร รณรงค์วันงดสูบบุหรี่โลก 2567 ปกป้องสุขภาพ สร้างเมืองและชุมชนที่ยั่งยืน

วันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม 2567 เป็นวันงดสูบบุหรี่โลก (World No Tobacco Day) ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นภายใต้คำขวัญ “ร่วมปกป้องเด็กและเยาวชนจากบุหรี่ไฟฟ้า” มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ร่วมรณรงค์และจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึง โทษของการสูบบุหรี่ต่อสุขภาพของบุคคลและสังคม พร้อมเชิญชวนให้นิสิต บุคลากร และประชาชนทั่วไปหันมาตระหนักถึงอันตรายและร่วมกันลด ละ เลิกบุหรี่ เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคน

การจัดกิจกรรมในปีนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญในการลดผลกระทบที่เกิดจากการสูบบุหรี่ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคร้ายแรง เช่น มะเร็งปอด โรคหัวใจ และโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) รวมถึงโรคอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ การสูบบุหรี่ไม่เพียงแต่เป็นอันตรายต่อผู้สูบเอง แต่ยังส่งผลกระทบต่อคนรอบข้างจากควันบุหรี่มือสองและมือสามที่ตกค้างในสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้จัดให้มี กิจกรรมรณรงค์และประชาสัมพันธ์ ผ่านสื่อหลากหลายรูปแบบ เช่น แผ่นป้ายและโปสเตอร์ เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า พร้อมทั้งให้คำแนะนำวิธีการเลิกสูบบุหรี่อย่างถูกวิธี เพื่อช่วยเสริมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและลดการเริ่มต้นสูบในกลุ่มเยาวชนและนิสิต

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม เดินรณรงค์ภายในมหาวิทยาลัย โดยมีนิสิตจิตอาสาเข้าร่วมในการเผยแพร่ข้อมูลแก่เพื่อนนิสิตและบุคลากร เพื่อสร้างบรรยากาศของการมีส่วนร่วมและเป็นแบบอย่างที่ดีในการเลือกวิถีชีวิตที่ปราศจากบุหรี่ ตลอดจนการจัดเวทีสัมมนาและการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่อย่างจริงจัง

โทษของบุหรี่ไม่เพียงแต่ทำลายสุขภาพของบุคคล แต่ยังสร้างภาระต่อระบบสาธารณสุขและเศรษฐกิจของสังคม การส่งเสริมการเลิกบุหรี่จึงเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการรักษาโรค เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของประชากร และสนับสนุนให้เกิด สิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย สำหรับทุกคน

การรณรงค์งดสูบบุหรี่ในวันงดสูบบุหรี่โลกยังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน เพราะการลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ช่วยลดมลพิษทางอากาศ ลดขยะจากก้นบุหรี่ และช่วยรักษาความสะอาดของพื้นที่สาธารณะ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนในชุมชนและการพัฒนาสังคมโดยรวม

กิจกรรมวันงดสูบบุหรี่โลกของมหาวิทยาลัยนเรศวรในปีนี้ แสดงให้เห็นถึง ความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรอย่างต่อเนื่อง ต่อการสร้างความตระหนักรู้ถึงโทษของการสูบบุหรี่ต่อสุขภาพของบุคคลและสังคม พร้อมทั้งตอกย้ำถึงความตั้งใจในการส่งเสริมสุขภาพที่ดีของนิสิต บุคลากร และสังคมโดยรอบ หากต้องการเลิกสูบบุหรี่ สามารถขอคำปรึกษาได้ที่ ร้านยาคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร หรือสายด่วนเลิกบุหรี่ 1600

ม.นเรศวร เปิดศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินนิสิต 24 ชั่วโมง ส่งเสริมความปลอดภัยและการดูแลเหตุฉุกเฉินอย่างทันท่วงที

มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ประกาศเปิดให้บริการ ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินนิสิต เพื่อดูแลและช่วยเหลือนิสิตในทุกกรณีฉุกเฉิน โดยศูนย์ดังกล่าวเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านสายด่วนโทร. 08-6936-9977 ถือเป็นการแสดงถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ปลอดภัยและน่าอยู่

การจัดตั้งศูนย์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความช่วยเหลือนิสิตในสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การเจ็บป่วยฉุกเฉิน อุบัติเหตุ หรือเหตุการณ์ที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน เพื่อให้มั่นใจได้ว่านิสิตทุกคนจะได้รับการดูแลอย่างทันท่วงทีและมีมาตรการรองรับที่มีประสิทธิภาพ

บริการของศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินนี้ครอบคลุมทั้งด้านการแพทย์และการช่วยเหลือเบื้องต้น รวมถึงการประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย เพื่อให้การจัดการเหตุฉุกเฉินเป็นไปอย่างมีระบบและลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น

นอกจากการดูแลด้านความปลอดภัยแล้ว ศูนย์ฯ ยังเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสร้างความอุ่นใจให้นิสิตและผู้ปกครอง โดยตอกย้ำถึงความใส่ใจของมหาวิทยาลัยนเรศวรที่ไม่เพียงมุ่งพัฒนาในด้านวิชาการ แต่ยังให้ความสำคัญกับ คุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของนิสิต อย่างรอบด้าน

ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินยังทำงานร่วมกับหน่วยงานสนับสนุนต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัย ทั้งกองกิจการนิสิต กองอาคารสถานที่ และหน่วยรักษาความปลอดภัย เพื่อสร้างระบบการเฝ้าระวังและการตอบสนองเหตุการณ์ฉุกเฉินที่มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

การจัดตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินนิสิตครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการ ส่งเสริมความปลอดภัยและการดูแลเหตุฉุกเฉินอย่างทันท่วงที ที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่นิสิต บุคลากร และผู้ปกครอง พร้อมวางรากฐานสู่การพัฒนามหาวิทยาลัยที่ปลอดภัยและยั่งยืน

ม.นเรศวร จัดอบรมเชิงปฏิบัติการรุกขกร เพื่อส่งเสริมการดูแลรักษาต้นไม้อย่างยั่งยืน

วันอังคารที่ 28 พฤษภาคม 2567 นายทิวา ทัศนางกูร รักษาการในตำแหน่งหัวหน้างานสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม ได้รับมอบหมายจากนายรุ่งรัตน์ พระนาค ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ กล่าวรายงานการจัดโครงการ “อบรมเชิงปฏิบัติการรุกขกร” โดยได้รับเกียรติจากนายบรรจง ศรีใจวงศ์ ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการปลูกป่า สำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขาพิษณุโลก เป็นประธานเปิดการอบรมอย่างเป็นทางการ

กิจกรรมภาคเช้าเป็นการบรรยายให้ความรู้ด้าน การตัดแต่งและดูแลรักษาต้นไม้ การใช้เทคนิคการตัดแต่งที่ถูกต้อง และแนวทางการทำงานบนที่สูง รวมถึงการแนะนำอุปกรณ์และเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับรุกขกร ซึ่งช่วยเพิ่มทักษะและความปลอดภัยให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน

ช่วงภาคบ่ายเป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการ โดยผู้เข้าร่วมได้ลงพื้นที่จริงเพื่อฝึกฝน การตัดแต่งต้นไม้อย่างถูกวิธี ผ่านการสาธิตและการปฏิบัติร่วมกับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ทำให้เกิดการเรียนรู้ที่สามารถนำไปปรับใช้ในการทำงานจริงภายในมหาวิทยาลัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การอบรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 80 คน ประกอบด้วยคณะทำงานด้านอาคารสถานที่ บุคลากร เจ้าหน้าที่ภูมิทัศน์ คนงาน และคนสวนจากหลายหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยนเรศวร แสดงให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมของชุมชนในองค์กรที่ต้องการพัฒนาทักษะด้าน การดูแลรักษาต้นไม้และพื้นที่สีเขียว

โครงการดังกล่าวยังสะท้อนถึงความสำคัญของการจัดการต้นไม้และพื้นที่สีเขียวในมหาวิทยาลัย ที่ไม่เพียงแต่สร้างความร่มรื่นและความสวยงาม แต่ยังช่วยรักษาสมดุลระบบนิเวศในพื้นที่ และทำให้มนุษย์สามารถ อยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างปลอดภัย

นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางบก เพื่อให้ต้นไม้และสิ่งแวดล้อมในพื้นที่มหาวิทยาลัยคงความอุดมสมบูรณ์ต่อไปในระยะยาว

การอบรมเชิงปฏิบัติการรุกขกรครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มทักษะเชิงวิชาชีพเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างจิตสำนึกในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และการพัฒนาพื้นที่สีเขียวอย่างรับผิดชอบ เพื่อส่งต่อความยั่งยืนทั้งต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมในอนาคต


Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin