อพ.สธ.-ม.นเรศวร ให้คำปรึกษาการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จ.นครสวรรค์

วันศุกร์ที่ 30 สิงหาคม 2567 ศูนย์ประสานงาน อพ.สธ.-มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ต้อนรับคณะผู้บริหารและบุคลากรทางการศึกษาจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย (จิรประวัติ) จังหวัดนครสวรรค์ จำนวน 14 คน ที่เดินทางมาเพื่อขอรับคำปรึกษาและแนวทางการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ณ กองส่งเสริมการบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ในโอกาสนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ศิษฐ์ภัณฑ์ แคนลา รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการกองส่งเสริมการบริการวิชาการ ได้กล่าวต้อนรับคณะผู้มาเยือน พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนในฐานะพื้นที่การเรียนรู้และการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ที่สามารถสร้างประโยชน์ให้แก่นักเรียน ชุมชน และสังคมในระยะยาว

การประชุมให้คำปรึกษาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากคณะที่ปรึกษาศูนย์ประสานงาน อพ.สธ.-มหาวิทยาลัยนเรศวร จำนวน 5 ท่าน ได้แก่ นางรัชนีนรินทร์ คลังเงินวรากร, นางสาวประนอม รัตนชัย, นางพันทิพา สิงหัษฐิต, นางศิริวัลย์ มะโต และนายเฉลิมพล ขยันกิจ โดยที่ประชุมได้ให้ข้อเสนอแนะเชิงวิชาการและแนวทางการปรับปรุงผลงานตามเกณฑ์มาตรฐานที่ อพ.สธ. กำหนด

โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย (จิรประวัติ) ได้นำเสนอผลการดำเนินงานตามแนวทาง 4 ด้าน 5 องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ซึ่งคณะที่ปรึกษาได้พิจารณาและให้ข้อชี้แนะเพื่อปรับปรุงคุณภาพการดำเนินงานให้ครบถ้วนและสอดคล้องกับเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อพัฒนาสู่มาตรฐานในระดับสูงขึ้นต่อไป

ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะสถาบันวิชาการที่ไม่เพียงทำหน้าที่สนับสนุนการเรียนการสอน แต่ยังขยายบทบาทไปสู่การพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยการ ส่งเสริมการสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชและทรัพยากร ทั้งในระดับสถานศึกษาและชุมชน

กิจกรรมดังกล่าวยังช่วยสร้างความเชื่อมโยงระหว่างโรงเรียนและมหาวิทยาลัย ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การพัฒนาทักษะ และการยกระดับศักยภาพด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างมีระบบ ถือเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะด้านความหลากหลายทางชีวภาพและการทำงานร่วมกันของภาคส่วนต่าง ๆ

นอกจากนี้ การดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนยังมีบทบาทสำคัญในการปลูกฝังความตระหนักรู้ให้แก่นักเรียนในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เรียนรู้การใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า และเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์กับระบบนิเวศ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาสังคมที่มีความยั่งยืน

การให้คำปรึกษาของศูนย์ประสานงาน อพ.สธ.-มหาวิทยาลัยนเรศวร จึงนับเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยผลักดันโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย (จิรประวัติ) จังหวัดนครสวรรค์ ให้สามารถพัฒนาสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนอย่างมีคุณภาพ และเป็นต้นแบบของการบูรณาการการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมกับการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร ร่วมโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ สร้างพื้นที่สีเขียวเพื่อความยั่งยืน

วันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม 2567 รองศาสตราจารย์ ดร.สุขกิจ ยะโสธรศรีกุล คณบดีคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 92 พรรษา 12 สิงหาคม 2567 ภายใต้แนวคิด “TOGETHER WE GROWTH โตไปด้วยกัน จังหวัดพิษณุโลก”

กิจกรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24–25 สิงหาคม 2567 ณ โรงเรียนและวัดบ้านพร้าว อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก โดยมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนในจังหวัดพิษณุโลกเข้าร่วมกว่า 21 หน่วยงาน ซึ่งสะท้อนถึงพลังความร่วมมือจากหลายภาคส่วนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและฟื้นฟูพื้นที่ป่าไม้

รองศาสตราจารย์ ดร.สุขกิจ พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ได้ร่วมกันปลูกต้นไม้หลากหลายชนิดในพื้นที่เป้าหมาย เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ และสร้างความสมดุลให้กับระบบนิเวศ ถือเป็นการ ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ มีส่วนร่วมในการสร้างพื้นที่สีเขียว ที่ช่วยลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน

โครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติครั้งนี้ยังเป็นเวทีแห่งการสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ป่าไม้ในระดับชุมชนและสังคม โดยมีการรณรงค์ให้ประชาชน นักเรียน และเยาวชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกด้านการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมตั้งแต่วัยเยาว์

นอกจากนี้ กิจกรรมยังแสดงให้เห็นถึงการบูรณาการความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานท้องถิ่น องค์กรเอกชน และชุมชน ในการพัฒนาพื้นที่สีเขียวร่วมกัน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาที่เน้นความร่วมมือ (Partnership for Goals) อันเป็นรากฐานสำคัญของการขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืน

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและพลังบวกของผู้เข้าร่วม ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคือการสร้างป่าที่แข็งแรงและเป็นมรดกทางธรรมชาติให้กับคนรุ่นต่อไป การปลูกต้นไม้ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียว แต่ยังช่วยสร้างความสมานฉันท์ระหว่างชุมชนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

โครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ “TOGETHER WE GROWTH โตไปด้วยกัน จังหวัดพิษณุโลก” จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมอย่างจริงจังในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การสร้างพื้นที่สีเขียว และการเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร จัดกิจกรรมห้องเรียนเสมือนจริง “สาขาวิทยาศาสตร์การประมง” ส่งเสริมการเรียนรู้อย่างยั่งยืน

สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การประมง ได้จัดกิจกรรม ส่งเสริมการเรียนรู้จากห้องเรียนเสมือนจริง “ห้องเรียนเสมือนจริงสาขาวิชาวิทยาศาสตร์การประมง” เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงในรายวิชามีนวิทยาและนิเวศวิทยา โดยมุ่งเน้นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้ในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางน้ำอย่างยั่งยืน

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–21 สิงหาคม 2567 โดยมีการเรียนรู้เกี่ยวกับ ระบบอวัยวะภายในของปลา และ การแยกเพศในปลา ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการวิจัยและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติจริงภายใต้การดูแลของคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสร้างความเข้าใจในโครงสร้างและการทำงานของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศน้ำ

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม การสำรวจและเก็บตัวอย่างสิ่งมีชีวิตในน้ำ เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้วิธีการเก็บข้อมูลอย่างถูกต้องและมีจริยธรรม ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นต่อการศึกษาด้านนิเวศวิทยา การเก็บตัวอย่างอย่างระมัดระวังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล

อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญคือ การเลี้ยงสาหร่าย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาวงจรชีวิตและบทบาทของสาหร่ายในระบบนิเวศ สาหร่ายมีบทบาทในการผลิตออกซิเจนและเป็นแหล่งอาหารของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก การเรียนรู้กระบวนการเพาะเลี้ยงสาหร่ายอย่างยั่งยืนจึงเป็นหัวใจสำคัญของการจัดการทรัพยากรน้ำในอนาคต

โครงการนี้ยังส่งเสริมให้นักศึกษาเข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมในระบบนิเวศทางน้ำ การเรียนรู้ในรูปแบบห้องเรียนเสมือนจริงทำให้นักศึกษาสามารถจำลองสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม เช่น ภาวะโลกร้อน หรือการปนเปื้อนของสารเคมี และเรียนรู้วิธีจัดการเพื่อรักษาสมดุลของระบบนิเวศ

กิจกรรมดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาให้มีทั้งความรู้และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเน้นให้เกิดความตระหนักถึงความสำคัญของการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างรู้คุณค่า และสนับสนุนแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม

พรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายของกิจกรรม ขอเชิญนักศึกษาทุกคนมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเรียนรู้กับ “ห้องเรียนเสมือนจริงสาขาวิชาวิทยาศาสตร์การประมง” เพื่อสร้างองค์ความรู้และแรงบันดาลใจในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางน้ำให้คงอยู่กับเราและคนรุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร ร่วมโครงการ 72 ล้านต้น พลิกฟื้นผืนป่า เติมพื้นที่สีเขียว เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ธรรมชาติ

วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม 2567 เวลา 15.00 น. นายรุ่งรัตน์ พระนาค ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมด้วยบุคลากร ได้รับมอบกล้าไม้นานาพันธุ์จำนวน 1,000 ต้น จากนายวิศวัฒน์ เวชวินิจ หัวหน้าสถานีเพาะชำกล้าไม้ชาติตระการ เพื่อนำไปดำเนินการตาม “โครงการ 72 ล้านต้น พลิกฟื้นผืนป่า เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567”

โครงการดังกล่าวจัดทำขึ้นโดยรัฐบาลเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการรวมพลังทุกภาคส่วนของสังคมในการ ปลูกป่าและบำรุงรักษาต้นไม้ ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 72 ล้านต้น เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความสามัคคีและการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างยั่งยืน

การได้รับมอบกล้าไม้ครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ ส่งเสริมพื้นที่สีเขียวภายในมหาวิทยาลัย และสร้างความตระหนักให้บุคลากรและนักศึกษาเห็นคุณค่าของการดูแลรักษาทรัพยากรป่าไม้ ซึ่งไม่เพียงช่วยเพิ่มความร่มรื่นแก่สิ่งแวดล้อม แต่ยังช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และฟื้นฟูคุณภาพอากาศให้สะอาดยิ่งขึ้น

การปลูกป่ามีบทบาทสำคัญต่อการสร้างสมดุลของระบบนิเวศ ทั้งการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ การป้องกันการชะล้างหน้าดิน และการกักเก็บน้ำตามธรรมชาติ การดำเนินโครงการนี้จึงเป็นการ เติมพื้นที่สีเขียว เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ธรรมชาติ และช่วยลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังเป็นปัญหาสำคัญของโลก

นอกจากการปลูกต้นไม้แล้ว โครงการยังเน้นการบำรุงรักษาและดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กล้าไม้เจริญเติบโตแข็งแรง และกลายเป็นผืนป่าที่สามารถสร้างประโยชน์ในระยะยาว ทั้งต่อระบบนิเวศและคุณภาพชีวิตของประชาชนในอนาคต

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้แสดงให้เห็นถึงบทบาทความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยการเข้าร่วมในโครงการระดับประเทศครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นด้าน การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ แต่ยังเป็นการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ตระหนักถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืน

คณะเกษตรฯ ม.นเรศวร จัดประชุมวิชาการดินและปุ๋ยแห่งชาติ ครั้งที่ 8 “ฟื้นชีวิตดินเพื่อเกษตรและสิ่งแวดล้อม”

วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม 2567 คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับเกียรติจากสมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทยให้เป็นเจ้าภาพร่วมการประชุมวิชาการดินและปุ๋ยแห่งชาติ ครั้งที่ 8 ภายใต้หัวข้อ “ฟื้นชีวิตดินเพื่อเกษตรและสิ่งแวดล้อม” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-12 กรกฎาคม 2567 ณ อาคารศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) มหาวิทยาลัยนเรศวร

การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ ๆ แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการ โดยมุ่งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการจัดการดินและการใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขันด้านการเกษตรของประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการปรับตัวท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก

ภายในงานได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานเปิดงาน โดยย้ำถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะมหาวิทยาลัยสหสาขา (Comprehensive University) ที่มุ่งกระจายโอกาสทางการศึกษาและสร้างองค์ความรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในภาคเหนือตอนล่าง พร้อมทั้งสนับสนุนการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

กิจกรรมในงานประกอบด้วยการบรรยายพิเศษจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ การจัดแสดงนิทรรศการจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน การนำเสนอผลงานวิจัยด้านดินและปุ๋ย และการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้แก่เกษตรกรในหัวข้อที่สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการในปัจจุบัน

การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการเผยแพร่ผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูทรัพยากรดิน เพื่อสร้างระบบการผลิตทางการเกษตรที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิต และสร้างรายได้ที่มั่นคงแก่เกษตรกร

อีกทั้งยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ การลดขยะและสิ่งเหลือใช้ทางการเกษตร และการสร้างระบบเกษตรที่สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศได้อย่างยั่งยืน อันจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและรักษาความสมดุลของทรัพยากรดินในระยะยาว

การประชุมวิชาการดินและปุ๋ยแห่งชาติ ครั้งที่ 8 จึงไม่เพียงเป็นเวทีวิชาการ แต่ยังเป็นกลไกเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างนักวิจัย ภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร เพื่อนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้จริงในพื้นที่การเกษตรและชุมชนต่าง ๆ

การจัดงานครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพันธกิจของมหาวิทยาลัยนเรศวรและภาคีเครือข่ายที่มุ่งมั่นในการพัฒนาการเกษตรไทยให้ยั่งยืน โดยการ ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรดินให้เกิดความสมดุลและยั่งยืน เพื่อรองรับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต

ม.นเรศวร ร่วมกิจกรรม “From We to World เพาะความสุข ปลูกความยั่งยืน”

วันศุกร์ที่ 21 มิถุนายน 2567 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรสิทธิ์ โทจำปา คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ฯ รองศาสตราจารย์ ดร.จรัณธร บุญญานุภาพ อาจารย์ประจำภาควิชาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ศิษฐ์ภัณฑ์ แคนลา รักษาการผู้อำนวยการกองส่งเสริมการบริการวิชาการ และรองศาสตราจารย์ ดร.ศศิมา เจริญกิจ อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ศิลปะ และการออกแบบ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เข้าร่วมปลูกป่าในกิจกรรม “From We to World เพาะความสุข ปลูกความยั่งยืน” ณ พื้นที่นิคมสร้างตนเองบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 39 ปี บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. โดยมีเป้าหมายในการสร้างพื้นที่สีเขียวเพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 การเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ถือเป็นแนวทางสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและฟื้นฟูระบบนิเวศ

ในกิจกรรมครั้งนี้ มีการปลูกไม้ยืนต้นหลายชนิด จำนวนกว่า 434 ต้น นำโดยนายศรายุทธ เนียมฤทธิ์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายปฏิบัติการผลิต โครงการเอส 1 ปตท.สผ. พร้อมด้วยคุณสุรชาติ จงจิตต์ ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองบางระกำ และมีผู้นำท้องถิ่น หน่วยงานราชการ พนักงาน ปตท.สผ. บริษัทผู้รับเหมา ประชาชน และนักวิชาการ เข้าร่วมรวมกว่า 200 คน

ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการบูรณาการระหว่างภาคเอกชน ชุมชน และสถาบันการศึกษา เพื่อขับเคลื่อนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน การปลูกป่าไม่เพียงเพิ่มพื้นที่สีเขียว แต่ยังช่วยฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์ในระยะยาว

ในโอกาสเดียวกัน รองศาสตราจารย์ ดร.สิทธิชัย ชูสำโรง รองคณบดีฝ่ายสารสนเทศและกิจการนิสิต พร้อมด้วยดร.นพรัตน์ อินถา อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์การเกษตร และคณะนิสิต ได้ร่วมสนับสนุนการดำเนินงานด้วยการใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) เพื่อตรวจเก็บข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศสำหรับใช้จัดทำแผนที่การพัฒนาป่าชุมชนในอนาคต

การใช้เทคโนโลยีโดรนร่วมกับการปลูกป่าเป็นตัวอย่างของการบูรณาการนวัตกรรมเข้ากับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อให้สามารถติดตามความเปลี่ยนแปลงของพื้นที่สีเขียวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนใช้ข้อมูลดังกล่าวเป็นฐานในการวางแผนพัฒนาที่สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่จริง

นอกจากนี้ กิจกรรมปลูกป่ายังช่วยสร้างความตระหนักแก่ประชาชนในชุมชนและผู้เข้าร่วมงาน เกี่ยวกับความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับโลกผ่านการลงมือทำในระดับท้องถิ่น

ท้ายที่สุด การเข้าร่วมปลูกป่าในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลองวาระสำคัญของ ปตท.สผ. เท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการสร้างหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนา โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือการ ร่วมปลูกป่า เพื่อสร้างความยั่งยืนแก่ชุมชนและสังคมในระยะยาว

คณะวิทยาศาสตร์ ม.นเรศวร จัดประชุมนานาชาติ iGST 2024 ส่งเสริมการจัดการระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน

วันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม 2567 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ The International Conference of The Genetics Society of Thailand (iGST) 2024 โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2567 ณ มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีทางวิชาการสำคัญที่รวบรวมคณาจารย์ นักวิจัย นิสิต และผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านพันธุศาสตร์และวิทยาศาสตร์ชีวภาพ

นอกจากความสำคัญด้านวิชาการแล้ว การประชุมครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสร้างความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีการรณรงค์ลดขยะพลาสติกผ่านการใช้ แก้วกระดาษย่อยสลายได้ทางชีวภาพ (Eco-Friendly Paper Cup: Yes! Bio) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติและไม่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อม

ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่างคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และบริษัท SMS Corporation Co., Ltd. ซึ่งได้สนับสนุนการนำแก้ว Yes! Bio มาใช้ภายในงาน ถือเป็นการสร้างมิติใหม่ให้กับการจัดการประชุมวิชาการ โดยผสานเป้าหมายทางวิชาการและการดูแลสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

การใช้แก้วย่อยสลายได้ในการประชุม iGST 2024 ยังเป็นการเน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดการขยะที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเป็นการสร้างตัวอย่างที่ดีในการส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนแทนการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการลดปัญหาขยะที่เป็นหนึ่งในประเด็นสิ่งแวดล้อมระดับโลก

การประชุมครั้งนี้ไม่เพียงแค่เปิดโอกาสในการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านวิชาการ แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าร่วมตระหนักถึงบทบาทของตนเองในการช่วยดูแลสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนพฤติกรรมเล็ก ๆ เช่นการเลือกใช้แก้วที่ย่อยสลายได้ สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกที่ยั่งยืนต่อสังคมและธรรมชาติได้อย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ การจัดงานยังแสดงถึงพลังของความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและภาคเอกชนที่มุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม ความร่วมมือเช่นนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไปสู่แนวทางที่ยั่งยืน และยังเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างเครือข่ายเพื่อการพัฒนาในระดับประเทศและระดับโลก

ท้ายที่สุด การประชุม iGST 2024 ไม่เพียงแต่เป็นเวทีระดับนานาชาติที่ยกระดับงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ แต่ยังเป็นตัวอย่างของการจัดกิจกรรมที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง โดยสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ ส่งเสริมรักษาสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการสร้างองค์ความรู้และพัฒนางานวิชาการ เพื่อก้าวสู่การพัฒนาที่มั่นคงและยั่งยืน

ม.นเรศวร จัดอบรมเชิงปฏิบัติการรุกขกร เพื่อส่งเสริมการดูแลรักษาต้นไม้อย่างยั่งยืน

วันอังคารที่ 28 พฤษภาคม 2567 นายทิวา ทัศนางกูร รักษาการในตำแหน่งหัวหน้างานสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม ได้รับมอบหมายจากนายรุ่งรัตน์ พระนาค ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ กล่าวรายงานการจัดโครงการ “อบรมเชิงปฏิบัติการรุกขกร” โดยได้รับเกียรติจากนายบรรจง ศรีใจวงศ์ ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการปลูกป่า สำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขาพิษณุโลก เป็นประธานเปิดการอบรมอย่างเป็นทางการ

กิจกรรมภาคเช้าเป็นการบรรยายให้ความรู้ด้าน การตัดแต่งและดูแลรักษาต้นไม้ การใช้เทคนิคการตัดแต่งที่ถูกต้อง และแนวทางการทำงานบนที่สูง รวมถึงการแนะนำอุปกรณ์และเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับรุกขกร ซึ่งช่วยเพิ่มทักษะและความปลอดภัยให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน

ช่วงภาคบ่ายเป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการ โดยผู้เข้าร่วมได้ลงพื้นที่จริงเพื่อฝึกฝน การตัดแต่งต้นไม้อย่างถูกวิธี ผ่านการสาธิตและการปฏิบัติร่วมกับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ทำให้เกิดการเรียนรู้ที่สามารถนำไปปรับใช้ในการทำงานจริงภายในมหาวิทยาลัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การอบรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 80 คน ประกอบด้วยคณะทำงานด้านอาคารสถานที่ บุคลากร เจ้าหน้าที่ภูมิทัศน์ คนงาน และคนสวนจากหลายหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยนเรศวร แสดงให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมของชุมชนในองค์กรที่ต้องการพัฒนาทักษะด้าน การดูแลรักษาต้นไม้และพื้นที่สีเขียว

โครงการดังกล่าวยังสะท้อนถึงความสำคัญของการจัดการต้นไม้และพื้นที่สีเขียวในมหาวิทยาลัย ที่ไม่เพียงแต่สร้างความร่มรื่นและความสวยงาม แต่ยังช่วยรักษาสมดุลระบบนิเวศในพื้นที่ และทำให้มนุษย์สามารถ อยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างปลอดภัย

นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางบก เพื่อให้ต้นไม้และสิ่งแวดล้อมในพื้นที่มหาวิทยาลัยคงความอุดมสมบูรณ์ต่อไปในระยะยาว

การอบรมเชิงปฏิบัติการรุกขกรครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มทักษะเชิงวิชาชีพเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างจิตสำนึกในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และการพัฒนาพื้นที่สีเขียวอย่างรับผิดชอบ เพื่อส่งต่อความยั่งยืนทั้งต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมในอนาคต


ม.นเรศวร เปิดพื้นที่สีเขียวสร้างสุขภาวะและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน

มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดตัว สนามหญ้า พื้นที่สีเขียวแห่งใหม่บริเวณหน้าหอพักนิสิต เพื่อเป็นแหล่งพักผ่อนและทำกิจกรรมสำหรับนิสิต บุคลากร และประชาชนทั่วไป โดยมีเป้าหมายในการสร้าง เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน พร้อมทั้งใช้ประโยชน์จากพื้นที่สีเขียวในการเสริมสร้างสุขภาพกายและสุขภาพใจ

พื้นที่สีเขียวแห่งใหม่นี้ถูกออกแบบให้รองรับกิจกรรมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย ปั่นจักรยาน เล่นสเก็ตบอร์ด นั่งอ่านหนังสือ ร้องเพลง หรือแม้แต่การนั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนกับเพื่อนฝูงในบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ ถือเป็นพื้นที่ที่ช่วยลดความเครียดและสร้างสมดุลในการใช้ชีวิตประจำวัน

นอกจากนี้ยังเปิดกว้างสำหรับผู้ที่ต้องการทำกิจกรรมร่วมกับสัตว์เลี้ยง เช่น การพาน้องหมา น้องแมว มาวิ่งเล่นหรือพักผ่อนร่วมกัน โดยมหาวิทยาลัยส่งเสริมให้ทุกคนร่วมมือกันดูแลความสะอาดและความเป็นระเบียบ เพื่อให้พื้นที่นี้คงความน่าใช้งานและเป็นมิตรกับทั้งคนและสัตว์ไปพร้อมกัน

การจัดตั้งพื้นที่สีเขียวดังกล่าวสะท้อนถึงความใส่ใจของมหาวิทยาลัยนเรศวรต่อการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดี ตลอดจนการสร้าง เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม และยังเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศบนบก

ในด้านการสนับสนุนสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดี มหาวิทยาลัยยังมี ศูนย์สุขภาวะนิสิต เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 08.30 – 20.00 น. เพื่อเป็นแหล่งพึ่งพิงและให้คำปรึกษาแก่ผู้ที่ต้องการคลายความกังวลหรือหาเพื่อนรับฟัง โดยสามารถติดต่อได้ที่โทรศัพท์ 0-5596-1273 หรือเพจศูนย์สุขภาวะนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร

พื้นที่สีเขียวและการบริการด้านสุขภาวะเหล่านี้ไม่เพียงช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของนิสิตและบุคลากร แต่ยังช่วยสร้างความผูกพันระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชนโดยรอบ ถือเป็นตัวอย่างของการใช้ประโยชน์จากพื้นที่สีเขียวเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งทางกาย จิตใจ และสิ่งแวดล้อม

มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงไม่เพียงเป็นสถานศึกษา แต่ยังเป็น พื้นที่ความสุขของผู้คนทุกช่วงวัย ที่ทุกคนสามารถเข้ามาใช้เวลาเพื่อสร้างรอยยิ้ม ความสุข และความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน พร้อมร่วมกันดูแลพื้นที่นี้ให้คงอยู่เป็นแหล่งพักผ่อนและการเรียนรู้ตลอดไป

ม.นเรศวร มุ่งอนุรักษ์แหล่งน้ำและความหลากหลายทางชีวภาพ

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญต่อแนวทางการจัดการและอนุรักษ์แหล่งน้ำภายในมหาวิทยาลัย โดยตระหนักถึงความสำคัญของน้ำในฐานะทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นหัวใจสำคัญของชีวิตและสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการพื้นที่แหล่งน้ำในมหาวิทยาลัยนเรศวรถือเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการสร้างมหาวิทยาลัยสีเขียว (Green University)

มหาวิทยาลัยนเรศวรมีพื้นที่แหล่งน้ำกว่า 225 ไร่ คิดเป็น 16.24% ของพื้นที่ทั้งหมด การดูแลและอนุรักษ์พื้นที่เหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างความร่มรื่นและความสวยงาม แต่ยังเป็นแหล่งพักผ่อนและสถานที่ออกกำลังกายของนิสิต บุคลากร และประชาชนโดยรอบ อีกทั้งยังเป็นที่อยู่อาศัยของนกอพยพและสิ่งมีชีวิตน้ำหลายชนิด ซึ่งช่วยเสริมสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ

เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มหาวิทยาลัยได้ตั้งชื่อแหล่งน้ำภายในพื้นที่ให้มีความหมายและสอดคล้องกับประวัติศาสตร์และพระราชวงศ์ ได้แก่

  1. สระเอกกษัตรี (ข้างอาคารจอดรถ ซ้ายมือทางเข้าหอสมุด)
  2. สระมณีรัตนา (บริเวณเทเลทับบี้ ตรงข้ามอาคารเอกประสงค์)
  3. สระบรมดิลก (ตรงข้ามคณะแพทยศาสตร์)
  4. สระสุริโยทัย (พื้นที่หอพักนิสิต NU Dorm)
  5. สระสองกษัตริย์ (บริเวณหอพระเทพรัตน์)
  6. สระสุพรรณกัลยา (ข้างสระว่ายน้ำสุพรรณกัลยา)

การตั้งชื่อดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการเทิดพระเกียรติและเชิดชูพระราชประวัติของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและพระราชวงศ์ แต่ยังช่วยสร้างความตระหนักรู้แก่สังคมและผู้ใช้พื้นที่ถึงคุณค่าของน้ำและความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ

นอกจากการอนุรักษ์แหล่งน้ำแล้ว มหาวิทยาลัยนเรศวรยังดำเนินการปลูกต้นไม้และดูแลพันธุ์ไม้หลากหลายชนิดในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง การสร้างพื้นที่สีเขียวช่วยลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพิ่มคุณภาพอากาศ และสร้างบรรยากาศที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้ รวมถึงสนับสนุนสุขภาพที่ดีของนิสิตและบุคลากร

การดำเนินงานดังกล่าวยังสอดคล้องกับการส่งเสริมการอนุรักษ์แหล่งน้ำในด้านวิชาการ โดยมหาวิทยาลัยนำองค์ความรู้จากงานวิจัยมาประยุกต์ใช้เพื่อดูแลคุณภาพน้ำและระบบนิเวศ ตลอดจนจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจแก่นิสิต เยาวชน และชุมชนในเรื่องความสำคัญของน้ำและสิ่งแวดล้อม

ในเชิงปฏิบัติ มหาวิทยาลัยนเรศวรได้จัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่เปิดโอกาสให้นิสิตและบุคลากรเข้ามามีส่วนร่วม เช่น การปลูกต้นไม้ การดูแลพื้นที่รอบแหล่งน้ำ และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งเหล่านี้ช่วยให้เกิดการบูรณาการระหว่างการเรียนการสอน งานวิจัย และกิจกรรมเพื่อสังคม

มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงไม่เพียงเป็นสถาบันการศึกษาที่มุ่งเน้นด้านวิชาการ แต่ยังเป็นต้นแบบในการสร้างความตระหนักรู้และการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพในท้องถิ่น โดยการบูรณาการแนวคิดพัฒนาที่ยั่งยืน

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin