ม.นเรศวร โดยกองอาคารสถานที่ จัดกิจกรรม “แบ่งปันความสดใส 36” ส่งต่อดอกไม้สร้างพื้นที่สีเขียว สู่การใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 2569 กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม “แบ่งปันความสดใส 36” เปิดโอกาสให้บุคลากร นิสิต และประชาคมมหาวิทยาลัย ร่วมกันนำดอกไม้นานาพันธุ์ที่ใช้ประดับในงานพิธีพระราชทานปริญญาบัตรกลับมาใช้ประโยชน์ โดยนำไปปลูกประดับสวนและพื้นที่สีเขียวภายในมหาวิทยาลัย เพื่อเพิ่มความร่มรื่น สร้างภูมิทัศน์ที่สวยงาม และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน

กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนแนวคิด การใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ผ่านการนำดอกไม้ที่ยังสามารถเจริญเติบโตต่อได้กลับมาใช้ประโยชน์ ลดการสูญเปล่าจากการจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ และยืดอายุการใช้ประโยชน์ของทรัพยากรชีวภาพให้เกิดคุณค่าสูงสุด ทั้งยังช่วยลดปริมาณของเสียและสร้างประโยชน์ให้กับพื้นที่ส่วนรวมของมหาวิทยาลัย

การนำดอกไม้ไปปลูกประดับในพื้นที่ต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยช่วยเพิ่ม พื้นที่สีเขียว และสร้างสภาพแวดล้อมที่ร่มรื่น เอื้อต่อการเรียนรู้ การทำงาน และการพักผ่อนของนิสิต บุคลากร และผู้มาเยือน อีกทั้งยังช่วยอนุรักษ์ความหลากหลายของพรรณไม้ และยกระดับภูมิทัศน์ของมหาวิทยาลัยให้มีความสวยงามและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

โครงการ “แบ่งปันความสดใส 36” ยังเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริม การมีส่วนร่วมของประชาคมมหาวิทยาลัย โดยเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนร่วมกันปลูก ดูแล และรักษาพื้นที่สีเขียว สร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และปลูกฝังแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบผ่านการลงมือปฏิบัติจริง

การดำเนินกิจกรรมครั้งนี้สอดคล้องกับแนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่มุ่งใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการนำวัสดุที่ยังสามารถใช้ประโยชน์ได้กลับเข้าสู่กระบวนการใช้งานอีกครั้ง ลดของเสีย ลดการใช้ทรัพยากรใหม่ และสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรที่มีอยู่ ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ กิจกรรมยังเป็นตัวอย่างของการบริหารจัดการทรัพยากรที่คำนึงถึงความคุ้มค่าและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการนำวัสดุที่ยังสามารถใช้ประโยชน์ได้กลับมาใช้ซ้ำ เพิ่มพื้นที่สีเขียว และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาคมมหาวิทยาลัยในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งช่วยยกระดับสภาพแวดล้อมภายในมหาวิทยาลัยให้มีความร่มรื่น น่าอยู่ และยั่งยืนในระยะยาว

การจัดกิจกรรม “แบ่งปันความสดใส 36” ของกองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ผ่านความร่วมมือของบุคลากร นิสิต และประชาคมมหาวิทยาลัยในการเปลี่ยนทรัพยากรที่ใช้ในวันสำคัญให้กลับมาสร้างคุณค่าอีกครั้ง อันเป็นการสร้างมหาวิทยาลัยที่น่าอยู่ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม

ม.นเรศวร ขับเคลื่อนพื้นที่เรียนรู้รักษ์โลก สู่สภาพแวดล้อมที่ยั่งยืน

วันพุธที่ 22 ตุลาคม 2568 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นำเสนอแนวคิด “พื้นที่เรียนรู้ที่ยั่งยืนและใส่ใจสิ่งแวดล้อม” ผ่านบทสัมภาษณ์ผู้บริหาร อาจารย์ และตัวแทนนิสิต เพื่อสะท้อนการร่วมกันสร้างพื้นที่สีเขียวแห่งการเรียนรู้ที่เอื้อต่อสุขภาวะของทุกคน

รองศาสตราจารย์ ดร.นิทรา กิจธีระวุฒิวงษ์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ ดร.สุดาวดี ยะสะกะ พร้อมด้วยนางสาวมานิตา สว่างแจ้ง และนางสาวธัญสุดา กระต่ายทอง ตัวแทนนิสิต ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของพื้นที่เรียนรู้ในการเชื่อมโยงการศึกษา สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม

บทสัมภาษณ์ดำเนินรายการโดยนายอดิเรก มีบุญ นักประชาสัมพันธ์ งานประชาสัมพันธ์ กองกลาง สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งช่วยถ่ายทอดแนวคิดและการดำเนินงานของคณะสาธารณสุขศาสตร์สู่ผู้รับชมในวงกว้าง

การพัฒนาพื้นที่สีเขียวและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้ ช่วยให้นิสิตและบุคลากรมีพื้นที่สำหรับทำกิจกรรม พักผ่อน และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน อันเป็นส่วนสำคัญของการส่งเสริมสุขภาวะทั้งทางกายและใจภายในมหาวิทยาลัย

การดูแลพื้นที่สีเขียวในมหาวิทยาลัยยังช่วยสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างเหมาะสม และสร้างพื้นที่ที่เอื้อต่อการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของพืชและสิ่งมีชีวิตในบริเวณมหาวิทยาลัย

การมีส่วนร่วมของนิสิตในกิจกรรมและการสื่อสารประเด็นสิ่งแวดล้อม ช่วยพัฒนาความรู้ ทักษะ และความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ทำให้นิสิตตระหนักถึงบทบาทของตนเองในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศในพื้นที่ใกล้ตัว

คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ส่งเสริมการขับเคลื่อนแนวคิด Green University & Sustainable Learning Space เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรกับโลก และปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้กับนิสิตและชุมชน ควบคู่กับการดูแลพื้นที่สีเขียวและระบบนิเวศบนบกอย่างต่อเนื่อง

ม.นเรศวร เดินหน้าพัฒนาชุมชน จัดอบรมต้นกล้วยต้นแบบตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง

วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม 2568 มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดอบรมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “ต้นกล้วยต้นแบบตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง” ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพชุมชนตำบลท่าโพธิ์ บนฐานความรู้ ภูมิปัญญา และอาชีพ ณ องค์การบริหารส่วนตำบลบึงพระ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายหลักในการส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาอาชีพจากทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชน การนำพืชเศรษฐกิจคู่ครัวเรือนอย่างกล้วยมาใช้ประโยชน์ จะช่วยยกระดับความมั่นคงทางอาหารและสนับสนุนให้คนในท้องถิ่นสามารถเข้าถึงแหล่งอาหารที่มีคุณภาพได้อย่างยั่งยืน

ภายในงานมีการบรรยายและสาธิตเชิงปฏิบัติการที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ โดยเน้นย้ำถึง การปลูกกล้วยน้ำว้ามะลิอ่องอย่างถูกวิธี ซึ่งการส่งเสริมการเพาะปลูกอย่างถูกต้องนี้เป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและดูแลระบบนิเวศบนบก เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและยังสร้างรายได้ให้ชุมชน อย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ยังมีการฝึกปฏิบัติในด้าน การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากต้นกล้วย เพื่อเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตร กระบวนการเหล่านี้จะเป็นแนวทางสำคัญในการขจัดความยากจน ช่วยให้เกษตรกรและคนในชุมชนมีรายได้เสริมที่มั่นคงและสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของตนเองได้

อีกหนึ่งกิจกรรมที่สำคัญภายในงานคือ การถอดบทเรียน “ต้นกล้วยต้นแบบในชุมชนเรา” ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ เพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาและพัฒนาชุมชนของตนเองให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น

การถ่ายทอดองค์ความรู้ในครั้งนี้ ได้รับความอนุเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญของ คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับผู้ประกอบการกล้วยตากท้องถิ่น ที่มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ตรงและแนวคิดการต่อยอดธุรกิจที่สอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

การบูรณาการความรู้ทางวิชาการเข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านโครงการนี้ ถือเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่ช่วยเพิ่มคุณค่าให้แก่ทรัพยากรธรรมชาติ และสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกมิติ

ม.นเรศวร สนับสนุนการตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ไร่อ้อย จ.กำแพงเพชร เสริมการพัฒนาเกษตรอย่างยั่งยืน

วันอังคารที่ 1 กรกฎาคม 2568 สถานพัฒนามาตรฐานและการรับรอง (OASSAR) มหาวิทยาลัยนเรศวร ลงพื้นที่ให้บริการวิชาการ ณ พื้นที่ไร่อ้อยบริเวณใกล้ฐานผลิต ตำบลโนนพลวง อำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานโครงการเอส 1 ของบริษัท ปตท.สผ.สยาม จำกัด โดยมุ่งเน้นการให้คำปรึกษาด้านการตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมและการเก็บตัวอย่างภาคสนามอย่างเป็นระบบ

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คำปรึกษาด้านการเก็บตัวอย่างสำหรับการวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ พร้อมทั้งประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ และสามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการบริหารจัดการพื้นที่ รวมถึงติดตามการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การดำเนินงานได้รับความร่วมมือจากคณาจารย์และผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยนเรศวร ประกอบด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ธนัชสัณห์ พูนไพบูลย์พิพัฒน์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์การเกษตร ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กฤษฎา ภาณุมนต์วาที ผู้จัดการวิชาการด้านเคมีสิ่งแวดล้อม ดร.เกศินี เอี่ยมสะอาด ผู้จัดการวิชาการด้านเคมี ตลอดจนนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ นางสาวปิยธิดา อินทฤทธิ์ และนางสาวนัทฐาภรณ์ เฮือนตัน ซึ่งร่วมปฏิบัติงานภาคสนามและให้คำแนะนำด้านวิชาการอย่างใกล้ชิด

คณะผู้เชี่ยวชาญได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับกระบวนการเก็บตัวอย่าง การจัดการตัวอย่าง การควบคุมคุณภาพในการตรวจวิเคราะห์ และแนวทางการประเมินข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ผลการวิเคราะห์มีความถูกต้อง น่าเชื่อถือ และสามารถใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้อย่างเหมาะสม

การบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การเกษตร เคมี และเคมีสิ่งแวดล้อมในครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการนำองค์ความรู้ทางวิชาการไปสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมและภาคการเกษตร ผ่านการให้บริการวิชาการที่ตอบสนองต่อความต้องการของพื้นที่ พร้อมส่งเสริมการใช้ข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ การดำเนินงานยังช่วยสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ภาคเอกชน และผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม พัฒนาแนวทางการติดตามและเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อม และเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรในการประยุกต์ใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เพื่อการบริหารจัดการพื้นที่อย่างยั่งยืน

การลงพื้นที่ในครั้งนี้สะท้อนถึงพันธกิจของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการนำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์มาสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการติดตามและประเมินคุณภาพสิ่งแวดล้อม การใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ประกอบการบริหารจัดการ และการสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมและภาคการเกษตรควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร ใช้นิติวิทยาศาสตร์ตรวจหาสารพิษในปลาแม่น้ำกก

วันเสาร์ที่ 7 มิถุนายน 2568 รองศาสตราจารย์ ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ จากภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ และดร.เทคนิคการแพทย์ณัฐวุฒิ เจริญผล จากภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมทีมวิจัย ดำเนินการตรวจสอบการปนเปื้อนสารพิษในปลาแม่น้ำกก โดยมีการนำเสนอในรายการข่าวค่ำ Thai PBS

การดำเนินงานใช้กระบวนการ นิติวิทยาศาสตร์ ในการรวบรวมและวิเคราะห์หลักฐาน เพื่อศึกษาข้อมูลการปนเปื้อนอย่างเป็นระบบ และสนับสนุนการตรวจสอบสาเหตุที่เกี่ยวข้องด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

ทีมนักวิจัยบูรณาการองค์ความรู้จากสาขาวิศวกรรมโยธา วิทยาศาสตร์การแพทย์ และการวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ เพื่อให้การตรวจสอบข้อมูลมีความรอบด้านและสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่

การศึกษาดังกล่าวช่วยให้เกิดข้อมูลสำหรับประเมินความเสี่ยงต่อระบบนิเวศน้ำจืด และเป็นประโยชน์ต่อการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำ ความปลอดภัยของสิ่งมีชีวิต และสุขภาพของประชาชนที่เกี่ยวข้องกับการใช้น้ำหรือการบริโภคสัตว์น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ

แม่น้ำกกเป็นลำน้ำสำคัญที่เชื่อมโยงระบบนิเวศ ชุมชน และวิถีชีวิตของประชาชนในภาคเหนือ ข้อมูลจากการตรวจสอบจึงมีความสำคัญต่อการกำหนดมาตรการดูแลทรัพยากรน้ำและการสื่อสารความเสี่ยงในระดับพื้นที่และระดับประเทศ

ในมิติระดับภูมิภาค การใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์จากการตรวจวิเคราะห์ยังสามารถสนับสนุนการเฝ้าระวังและการบริหารจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมของลุ่มน้ำที่มีความเชื่อมโยงข้ามพรมแดน ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

การทำงานของทีมนักวิจัยสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการนำองค์ความรู้ไปใช้รับมือปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีความสำคัญต่อประเทศและภูมิภาค โดยยึดหลักการ เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของระบบนิเวศน้ำจืดในพื้นที่ รวมทั้งสนับสนุนการดูแลทรัพยากรน้ำและความหลากหลายทางชีวภาพอย่างต่อเนื่อง
ที่มา: Thai PBS

ม.นเรศวร ศึกษาการสะสมของโลหะหนักในปลาแม่น้ำกก สนับสนุนการบริหารจัดการคุณภาพน้ำและทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

วันจันทร์ที่ 2 มิถุนายน 2568 รองศาสตราจารย์ ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมคณะนักวิจัย ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำ ตะกอน และปลา จากแม่น้ำกก เพื่อนำไปวิเคราะห์การสะสมของโลหะหนักในห้องปฏิบัติการ โดยมีเป้าหมายเพื่อศึกษาสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติบนพื้นฐานของข้อมูลทางวิทยาศาสตร์

การศึกษาครั้งนี้มุ่งเน้นการตรวจสอบการสะสมของโลหะหนักในสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิต โดยใช้การวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำ ตะกอน และปลา เพื่อประเมินระดับการปนเปื้อนและความเชื่อมโยงของสารมลพิษในระบบนิเวศ ข้อมูลที่ได้จะช่วยสะท้อนสถานะของคุณภาพน้ำและความสมบูรณ์ของระบบนิเวศในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่น้ำกก

นอกจากการประเมินการสะสมของโลหะหนักแล้ว คณะนักวิจัยยังดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของแหล่งกำเนิดมลพิษ โดยตรวจสอบข้อมูลที่อาจบ่งชี้ถึงแหล่งกำเนิดมลพิษ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับกิจกรรมการทำเหมืองทองและเหมืองแรร์เอิร์ธในพื้นที่ต้นน้ำ ทั้งนี้ ผลการศึกษาจะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อม การติดตามการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ และการกำหนดมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างเหมาะสม

การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการนำองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม การวิเคราะห์คุณภาพน้ำ และการตรวจสอบสารปนเปื้อน มาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ผ่านการวิจัยภาคสนามควบคู่กับการวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ เพื่อสร้างฐานข้อมูลที่มีความถูกต้อง น่าเชื่อถือ และสามารถใช้สนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลการศึกษาจะเป็นประโยชน์ต่อการติดตามคุณภาพแหล่งน้ำ การอนุรักษ์ระบบนิเวศ และการคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพของแม่น้ำกก ตลอดจนช่วยประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อประชาชนและชุมชนที่พึ่งพาทรัพยากรน้ำและสัตว์น้ำในการดำรงชีวิต โดยอาศัยข้อมูลเชิงประจักษ์เป็นพื้นฐานในการวางแผนจัดการด้านสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ การบูรณาการองค์ความรู้จากภาควิชาวิศวกรรมโยธาเข้ากับการวิจัยด้านคุณภาพน้ำและการจัดการมลพิษ ยังช่วยยกระดับศักยภาพด้านการวิจัยของมหาวิทยาลัย และสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อร่วมกันเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อม พัฒนาองค์ความรู้ และสนับสนุนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

การศึกษาของทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำองค์ความรู้ทางวิชาการมาสนับสนุนการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการสร้างข้อมูลด้านคุณภาพน้ำ การติดตามการสะสมของโลหะหนักในระบบนิเวศ และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำอย่างสมดุล ควบคู่กับการรักษาความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศในระยะยาว โดยผลการดำเนินงานดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ผ่านรายการข่าวค่ำ สถานีโทรทัศน์ Thai PBS เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2568

ม.นเรศวร จัดทำแผนที่พรรณไม้ สนับสนุนการใช้ระบบนิเวศอย่างยั่งยืน

มหาวิทยาลัยนเรศวร โดย กองอาคารสถานที่ ได้ดำเนินโครงการสำคัญเพื่อส่งเสริมความรู้และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ภายใต้แนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยได้จัดทำ แผนที่แสดงพรรณไม้ในมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งรวบรวมข้อมูลต้นไม้กว่า 119 ชนิด พร้อมจำนวนต้นไม้แต่ละประเภทอย่างละเอียด เพื่อให้เป็นฐานข้อมูลสำคัญสำหรับการศึกษา ค้นคว้า และอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ของมหาวิทยาลัย

โครงการนี้ถือเป็นการบูรณาการองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมกับเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยการพัฒนา ระบบแผนที่ออนไลน์ ที่ประชาชน นักศึกษา และนักวิจัยสามารถเข้าถึงได้ง่าย ผ่านเว็บไซต์ https://center.office.nu.ac.th/nubotany/index.php?p=map ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้เรียนรู้ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของต้นไม้แต่ละชนิด รวมถึงข้อมูลด้าน ปริมาณการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ของแต่ละต้นอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้

การจัดทำแผนที่พรรณไม้ในครั้งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของ ระบบนิเวศบนบก ที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของทุกคน มหาวิทยาลัยมุ่งหวังให้แผนที่ดังกล่าวกลายเป็นแหล่งเรียนรู้กลางแจ้งสำหรับนิสิตและประชาชนทั่วไป เพื่อให้เกิดความเข้าใจในคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติรอบตัวและร่วมกันรักษาไว้

ในด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม กองอาคารสถานที่ได้ดำเนินการ เก็บข้อมูลต้นไม้ในพื้นที่มหาวิทยาลัยอย่างเป็นระบบ เพื่อใช้ในการเฝ้าติดตามการเปลี่ยนแปลงทางนิเวศวิทยาในระยะยาว ข้อมูลเหล่านี้ไม่เพียงช่วยสนับสนุนการอนุรักษ์พันธุ์ไม้ท้องถิ่น แต่ยังช่วยให้สามารถวางแผนการดูแลต้นไม้และพื้นที่สีเขียวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนี้ โครงการยังส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมของนิสิต บุคลากร และชุมชนโดยรอบมหาวิทยาลัย ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้และการสำรวจต้นไม้ร่วมกัน เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ และกระตุ้นให้เกิดจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง อันจะนำไปสู่การ จัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน ภายในพื้นที่ของสถาบัน

โครงการนี้ยังมีเป้าหมายเพื่อขยายผลสู่การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และพัฒนาฐานข้อมูลพรรณไม้ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น อันจะเป็นประโยชน์ต่อการวิจัย การศึกษา และการวางนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมในระดับมหาวิทยาลัยและระดับประเทศ

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการ สนับสนุนการใช้ระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน ผ่านการอนุรักษ์และบริหารจัดการพื้นที่สีเขียวอย่างรอบคอบ แผนที่พรรณไม้จึงไม่เพียงเป็นเครื่องมือด้านวิชาการเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการรักษาสมดุลของธรรมชาติ เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับคนรุ่นปัจจุบันและอนาคตอย่างมั่นคง

ม.นเรศวร จัดค่ายพบเพื่อนเดินป่า ครั้งที่ 24 สร้างมิตรภาพและเรียนรู้การอนุรักษ์ป่าไม้

วันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน 2567 ชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดกิจกรรม “ค่ายพบเพื่อนเดินป่า ครั้งที่ 24” ณ อุทยานแห่งชาติลานสาง จังหวัดตาก โดยมีนิสิตจำนวนมากเข้าร่วมเพื่อเรียนรู้ประสบการณ์ตรงจากธรรมชาติ ผ่านการเดินป่า ศึกษาระบบนิเวศ และสร้างความสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนร่วมกิจกรรม

การจัดค่ายในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างเสริมความสามัคคีระหว่างผู้เข้าร่วมกิจกรรม พร้อมทั้งสร้างมิตรภาพใหม่ ๆ ผ่านการทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างเครือข่ายเยาวชนที่มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ

กิจกรรมยังมุ่งเน้นการเรียนรู้การเสียสละ การช่วยเหลือซึ่งกันและกันในระหว่างการเดินป่า รวมทั้งการฝึกฝนความอดทน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำทักษะเหล่านี้ไปปรับใช้ทั้งในการเรียนและการดำเนินชีวิตประจำวัน

นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสให้นิสิตได้เรียนรู้แนวทางการรักษาและฟื้นฟูธรรมชาติในพื้นที่ป่าไม้ โดยมีการบรรยายและสาธิตเกี่ยวกับการดูแลระบบนิเวศ และการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ซึ่งถือเป็นการ ส่งเสริมการเรียนรู้นอกห้องเรียนและปลูกฝังจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ระบบนิเวศป่าไม้

โครงการค่ายพบเพื่อนเดินป่าได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วนในท้องถิ่น อาทิ น้ำดื่มส่งฟรี ม.นเรศวร by A&T – ร้านชำแสงพรหม, พันธุ์สุกรานต์คาเฟ่, LA-DA บุฟเฟต์, Kolae และโรงน้ำแข็งมีบุญ ไอซ์ ซึ่งสะท้อนถึงพลังของความร่วมมือที่ช่วยให้กิจกรรมดำเนินไปได้อย่างสมบูรณ์

บรรยากาศภายในค่ายเต็มไปด้วยความสนุกสนานและความอบอุ่น ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ทั้งในมิติของธรรมชาติและในมิติของการอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยกิจกรรมนี้ยังสร้างแรงบันดาลใจให้นิสิตตระหนักถึงคุณค่าของป่าไม้และความสำคัญของการอนุรักษ์

กิจกรรมค่ายพบเพื่อนเดินป่าที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องมากกว่า 20 ครั้ง แสดงถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรและชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ต้องการปลูกฝังคุณค่าแห่งการอนุรักษ์ในหัวใจของนิสิต เพื่อให้พวกเขาเติบโตเป็นบุคลากรที่พร้อมทำงานร่วมกับสังคมและชุมชนในการปกป้องสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรป่าไม้อย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร กับความงดงามของนกนานาชนิด บ่งบอกถึงระบบนิเวศที่สมบูรณ์

วันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวรเผยแพร่ชุดภาพนกหลากหลายชนิดที่อาศัยอยู่ภายในมหาวิทยาลัย โดยฝีมือการถ่ายภาพของคุณมาโนช แตงตุ้ม บุคลากรจากคณะมนุษยศาสตร์ ผู้มีประสบการณ์ด้านการดูนกและถ่ายภาพนกกว่า 30 ปี ทั้งในประเทศและต่างประเทศ การนำเสนอภาพถ่ายในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติและ ระบบนิเวศที่สมบูรณ์ ภายในมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นพื้นที่สีเขียวที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง โดยมีนกอาศัยอยู่มากกว่า 200 ชนิด ทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพที่แวะเวียนมาตามฤดูกาล เช่น นกอ้ายงั่วที่เคยเป็นนกหายาก แต่ปัจจุบันสามารถพบได้ตามสระน้ำในมหาวิทยาลัย เป็ดแดงที่หากินตลอดปี เหยี่ยวนกเขาชิคราที่ทำรังภายในพื้นที่ ไปจนถึงนกอพยพอย่างนกแต้วแล้วอกเขียวและนกอุ้มบาตร ซึ่งแสดงถึงความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตที่พึ่งพิงระบบนิเวศของที่นี่

ตัวอย่างนกที่พบ เช่น นกยางโทนใหญ่ซึ่งเป็นนกยางขนาดใหญ่ที่สุด ใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยเป็นที่พักพิงตลอดฤดูกาล หรือนกเอี้ยงหงอนที่รวมฝูงขนาดใหญ่ในช่วงเย็นบริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ยังมีนกกะเต็นอกขาวที่เฝ้าจับปลาตามบ่อน้ำ รวมถึงนกกินปลีอกเหลืองที่หากินน้ำหวานจากดอกไม้ ล้วนเป็นดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติในพื้นที่การศึกษาแห่งนี้

นกอพยพที่มาหลบหนาวในมหาวิทยาลัยยังช่วยเพิ่มสีสัน เช่น นกคอทับทิมที่มีคอสีแดงสดใสเหมือนอัญมณี หรือนกยอดหญ้าหัวดำที่เกาะตามกอหญ้าเล็ก ๆ ตลอดฤดูหนาว ขณะที่นกตะขาบทุ่งและนกจาบคาหัวเขียวสร้างความโดดเด่นด้วยสีสันสดใสและพฤติกรรมการล่าแมลงที่น่าตื่นตา สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการที่พื้นที่มหาวิทยาลัยถูกพัฒนาอย่างสมดุล ทั้งด้านสิ่งปลูกสร้างและพื้นที่ธรรมชาติ

ความสำคัญของการอนุรักษ์พื้นที่ธรรมชาติในมหาวิทยาลัยไม่เพียงเป็นที่อยู่อาศัยของนก แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ทางนิเวศวิทยาและชีววิทยาสำหรับนิสิต นักวิจัย และบุคลากร นกที่อาศัยอยู่ยังช่วยควบคุมประชากรแมลงและรักษาสมดุลของห่วงโซ่อาหาร ทำให้พื้นที่มหาวิทยาลัยเป็นตัวอย่างของการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติอย่างสมดุล

การเก็บภาพถ่ายนกจำนวน 34 ภาพในปีนี้ยังมีความหมายพิเศษ เพราะตรงกับจำนวนปีแห่งการก่อตั้งมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นการเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ของสถาบันเข้ากับความงดงามของธรรมชาติ และช่วยสร้างการตระหนักรู้ในเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้กับทุกคนที่มีส่วนร่วม

มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงไม่เพียงทำหน้าที่เป็นสถาบันการศึกษา แต่ยังเป็นผู้ดูแลรักษาพื้นที่ธรรมชาติที่เป็นที่พึ่งพิงของสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิด การคงอยู่ของนกมากกว่า 200 ชนิดคือเครื่องยืนยันว่า ที่นี่คือ พื้นที่แห่งระบบนิเวศที่สมบูรณ์ สมควรได้รับการดูแลเพื่อส่งต่อความอุดมสมบูรณ์นี้ไปยังคนรุ่นต่อไป

ม.นเรศวร ขับเคลื่อนสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ เสริมพลังความร่วมมือสร้างมหาวิทยาลัยคาร์บอนเป็นกลาง

วันที่ 23 – 25 สิงหาคม 2567 รองศาสตราจารย์ ดร.ประพิธาริ์ ธนารักษ์ คณะทำงานโครงการฯ พร้อมด้วยนิสิตปัจจุบันและศิษย์เก่าของวิทยาลัยฯ เข้าร่วม กิจกรรมการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรท้องถิ่นเพื่อช่วย “ลด” และ “ชดเชย” (lower & offset) การปล่อยคาร์บอนจนเป็นกลาง ของเครือข่าย C-อพ.สธ. สำหรับสถาบันอุดมศึกษาภาคเหนือตอนล่าง เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนสู่การเป็น มหาวิทยาลัยแห่งความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral University) และมุ่งสู่เป้าหมาย การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ผ่านกระบวนการเรียนรู้และการทำงานร่วมกันอย่างยั่งยืน

กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเรื่อง ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และกระบวนการ ลดและชดเชยการปล่อยคาร์บอน (Carbon Offset) โดยเปิดโอกาสให้นิสิตและเครือข่ายได้เรียนรู้แนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมเชิงวิทยาศาสตร์ การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร การคำนวณปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศ และแนวทางการลดการปล่อยจากกิจกรรมต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัย เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ในการจัดการคาร์บอนอย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังได้เรียนรู้ผ่านการฝึกปฏิบัติจริงเกี่ยวกับ การวัดต้นไม้และการเก็บข้อมูลภาคสนาม เพื่อคำนวณการกักเก็บคาร์บอนของต้นไม้แต่ละชนิด รวมถึงการศึกษาความสามารถของระบบนิเวศป่าไม้และพื้นที่สีเขียวในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญในการลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อน และสร้างความเข้าใจในบทบาทของธรรมชาติในการฟื้นฟูสมดุลของสภาพภูมิอากาศ

โครงการนี้ยังเป็นตัวอย่างของ การบูรณาการเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศและเทคโนโลยีอวกาศ เพื่อสนับสนุนการเก็บข้อมูลและประเมินผลการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ โดยใช้ข้อมูลจากอากาศยานไร้คนขับ (Drone) และภาพถ่ายดาวเทียมในการวิเคราะห์มวลชีวภาพของพื้นที่ป่า การนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ช่วยให้สามารถติดตามผลได้อย่างต่อเนื่องและมีความแม่นยำทางวิชาการสูง

การดำเนินโครงการเกิดจาก ความร่วมมือของหลายหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้แก่ SGtech คณะเกษตรศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ สถานภูมิภาคเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศภาคเหนือตอนล่าง กองส่งเสริมการบริการวิชาการ กองพัฒนาคุณภาพการศึกษา กองอาคารสถานที่ และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) โดยมีเป้าหมายในการสร้างระบบบริหารจัดการคาร์บอนครบวงจร และเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในมหาวิทยาลัย

กิจกรรมดังกล่าวยังส่งเสริมให้เกิด ความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และภาคประชาสังคม ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสร้างนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ การรวมพลังความร่วมมือในลักษณะนี้เป็นรากฐานสำคัญของการสร้างเครือข่ายเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรท้องถิ่นเพื่อ “ลด” และ “ชดเชย” การปล่อยคาร์บอนในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการขับเคลื่อนเป้าหมาย ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ด้วยการผสานองค์ความรู้ เทคโนโลยี และพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อันจะนำไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำและอนาคตที่ยั่งยืนของประเทศ

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin