ม.นเรศวร ส่งเสริมนิสิตเรียนรู้ศาสตร์พระราชาด้านการประมงที่ศูนย์ฯ อ่าวคุ้งกระเบน จ.จันทบุรี

สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การประมง มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรมศึกษาดูงาน ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี เพื่อเรียนรู้แนวทาง ส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง ตามหลักวิทยาศาสตร์และการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากทีมวิทยากรของศูนย์ฯ ที่ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์จริงให้กับนิสิตอย่างใกล้ชิด

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ ถือเป็นต้นแบบของการบริหารจัดการทรัพยากรชายฝั่งที่สมดุลระหว่างเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะด้าน การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง ที่เน้นการฟื้นฟูระบบนิเวศและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า ศูนย์ฯ เป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการประยุกต์ใช้ศาสตร์พระราชาในงานประมงอย่างเป็นรูปธรรม

กิจกรรมภายในศูนย์ประกอบด้วยการเรียนรู้ขั้นตอน การเพาะและอนุบาลปลาการ์ตูน, การเพาะและอนุบาลหอยหวาน, การเพาะและอนุบาลปลาอีกง, รวมถึง การเลี้ยงปูทะเล ปลากะพงขาว ปูแสม และปลานิลทนเค็ม นอกจากนี้ยังมีการศึกษา การเพาะเลี้ยงสาหร่ายทะเล ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบนิเวศชายฝั่งและมีศักยภาพสูงในการสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับชุมชนประมง

การดำเนินงานของศูนย์ฯ ไม่เพียงเป็นแหล่งผลิตพันธุ์สัตว์น้ำคุณภาพ แต่ยังเป็นเวทีแห่งการบูรณาการระหว่างภาครัฐ สถาบันการศึกษา และชุมชนท้องถิ่น เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการอนุรักษ์และการพัฒนาเศรษฐกิจฐานทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยไม่ทำลายสมดุลของธรรมชาติ

นิสิตจากสาขาวิทยาศาสตร์การประมงได้รับโอกาสลงมือปฏิบัติจริงภายใต้การดูแลของทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ทำให้เกิดการเรียนรู้เชิงบูรณาการ ทั้งในด้านวิทยาศาสตร์การเพาะเลี้ยง การจัดการสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาชุมชนประมงอย่างยั่งยืน นับเป็นประสบการณ์อันทรงคุณค่าที่สะท้อนความมุ่งมั่นในการผลิตบัณฑิตที่มีทั้งความรู้และจิตสำนึกต่อสังคม

กิจกรรมในครั้งนี้ยังเป็นตัวอย่างของ ความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและหน่วยงานพัฒนา ที่มุ่งส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งให้ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือนี้ช่วยสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่สามารถขยายผลสู่การพัฒนาเศรษฐกิจน้ำฟ้าในระดับชุมชนและประเทศ

การส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งภายใต้แนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืนจึงเป็นก้าวสำคัญของการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่กับการสร้างโอกาสทางอาชีพและเศรษฐกิจที่มั่นคงให้กับคนรุ่นใหม่ สะท้อนให้เห็นถึงพลังของการเรียนรู้ร่วมกันเพื่ออนาคตของทะเลไทยและชุมชนชายฝั่งที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง

ม.นเรศวร เสริมศักยภาพนิสิตสู่ผู้นำการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง มุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ 14 (SDG 14) “การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมหาสมุทร ทะเล และทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน” ผ่านกิจกรรมศึกษาดูงานของนิสิตในสาขาวิทยาศาสตร์การประมง คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

เมื่อเร็ว ๆ นี้ นิสิตชั้นปีที่ 2 และ 3 ได้เดินทางไปยัง ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.จันทบุรี เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งทะเล รวมถึงวิธีการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีกิจกรรมที่เน้นด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนดังนี้:

  1. การบริหารจัดการทรัพยากรชายฝั่ง SEP for SDGs
    นิสิตได้เรียนรู้การประยุกต์ใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง (SEP) ในการบริหารจัดการทรัพยากรชายฝั่ง เช่น การจัดสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์และการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว
  2. การอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าไม้ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าคุ้งกระเบน
    เรียนรู้เกี่ยวกับบทบาทของป่าไม้ชายฝั่งในการสนับสนุนความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเล เช่น การเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ การลดผลกระทบจากการกัดเซาะชายฝั่ง และการกักเก็บคาร์บอนในระบบนิเวศ
  3. การอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนตามแนวพระราชดำริ
    กิจกรรมปลูกป่าชายเลนช่วยสร้างความเข้าใจถึงความสำคัญของป่าชายเลนที่มีต่อระบบนิเวศทางทะเล โดยเฉพาะการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งและการเป็นแหล่งอนุบาลของสัตว์น้ำ

บทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการส่งเสริม SDG 14 กิจกรรมดังกล่าวไม่เพียงมุ่งเน้นการสร้างความรู้และทักษะเชิงวิชาการให้กับนิสิต แต่ยังสะท้อนถึงความตั้งใจของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนผ่านการศึกษาและการปฏิบัติจริงในพื้นที่ นิสิตได้รับโอกาสในการทำความเข้าใจบทบาทของทรัพยากรทางทะเลที่มีต่อชุมชนและเศรษฐกิจ พร้อมทั้งเรียนรู้แนวทางในการลดผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล

ส่งเสริมความรู้คู่การอนุรักษ์ มหาวิทยาลัยนเรศวรมุ่งมั่นที่จะสร้างนักวิชาการรุ่นใหม่ที่มีความเข้าใจถึงความสำคัญของทรัพยากรทางทะเลในบริบทที่กว้างขวางขึ้น เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญในการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากรทางทะเลอย่างสมดุลและยั่งยืนในอนาคต

ที่มา: ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ม.นเรศวร ส่งเสริมการเลี้ยงปลาสร้างอาชีพอย่างยั่งยืน พัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนบางระกำ

วันศุกร์ที่ 21 มิถุนายน 2567 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธัชพล การะเกตุ หัวหน้าภาควิชาวิทยาศาสตร์การเกษตร พร้อมด้วย ดร.ธนสรณ์ รักดนตรี อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์การเกษตร และคณะ นิสิตจากมหาวิทยาลัยนเรศวร ลงพื้นที่ฝึกอบรม “การเลี้ยงปลาในกระชังและการเลี้ยงกบ” ให้แก่ประชาชนผู้สนใจในพื้นที่หมู่ 8 ตำบลหนองกุลา อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก เพื่อ ส่งเสริมการเลี้ยงปลาสร้างอาชีพอย่างยั่งยืน และพัฒนาทักษะการประกอบอาชีพด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้กับชุมชน

กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตประชากรกลุ่มเป้าหมายพิเศษ ในพื้นที่นิคมสร้างตนเองบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งจัดโดย นิคมสร้างตนเองบางระกำ ร่วมกับ คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนในด้านการสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และลดความเหลื่อมล้ำในชนบทอย่างต่อเนื่อง

การฝึกอบรมครั้งนี้มุ่งเน้นให้ประชาชนได้เรียนรู้เทคนิคการ เพาะเลี้ยงปลาในกระชังอย่างถูกวิธี ครอบคลุมตั้งแต่การเลือกพันธุ์ปลา การจัดการอาหาร การดูแลคุณภาพน้ำ ไปจนถึงการป้องกันโรคในปลา เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่จริง และสร้างรายได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

นอกจากการเลี้ยงปลาแล้ว ยังมีการอบรมด้าน การเลี้ยงกบเชิงเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นสัตว์น้ำที่เลี้ยงง่าย ใช้ต้นทุนน้อย และให้ผลตอบแทนเร็ว ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ตั้งแต่ขั้นตอนการเพาะพันธุ์ การอนุบาลลูกกบ ไปจนถึงการจัดจำหน่าย เพื่อพัฒนาเป็นอาชีพเสริมที่ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับครัวเรือนในชุมชน

การดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้เป็นตัวอย่างของการบูรณาการ องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์การเกษตรกับภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยคณะเกษตรศาสตร์ฯ ได้ส่งเสริมให้ชุมชนเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง สร้างความเข้าใจในระบบนิเวศของแหล่งน้ำ และแนวทางการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า

ผลจากการฝึกอบรมทำให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความตระหนักรู้ถึง ความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางน้ำ และการจัดการฟาร์มเลี้ยงปลาอย่างเป็นมิตรต่อธรรมชาติ ช่วยลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่าง การพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชนและการรักษาสิ่งแวดล้อม

โครงการ ส่งเสริมการเลี้ยงปลาสร้างอาชีพอย่างยั่งยืน ของมหาวิทยาลัยนเรศวร จึงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สะท้อนถึงบทบาทของสถาบันการศึกษาในการ ขับเคลื่อนชุมชนสู่ความยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาอาชีพที่สอดคล้องกับธรรมชาติ และการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง

ม.นเรศวร พานิสิตเรียนรู้นอกห้องเรียน สำรวจระบบนิเวศน้ำจืดท้ายเขื่อนสิริกิติ์

ภาควิชาวิทยาศาสตร์การประมง คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดกิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียนสำหรับนิสิตในรายวิชา สัตว์พื้นท้องน้ำ แพลงก์ตอนวิทยา และสาหร่ายและพรรณไม้น้ำทางการประมง ณ บริเวณท้ายเขื่อนสิริกิติ์ อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์

กิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นิสิตได้เรียนรู้ระบบนิเวศตามธรรมชาติ ผ่านการเก็บตัวอย่างและการวิเคราะห์ในภาคสนาม โดยเน้นการฝึกทักษะการสังเกต สะท้อนถึงการเรียนรู้ที่ผสมผสานระหว่างทฤษฎีและการปฏิบัติจริง ถือเป็นการ ส่งเสริมการเรียนรู้นอกห้องเรียนและปลูกฝังจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ระบบนิเวศ

นิสิตได้ลงพื้นที่เพื่อศึกษา สัตว์พื้นท้องน้ำ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความสมบูรณ์ของแหล่งน้ำ เน้นการจำแนกชนิดและการวิเคราะห์โครงสร้างของชุมชนสัตว์น้ำที่มีบทบาทสำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพ

นอกจากนี้ยังได้ทำการเก็บตัวอย่าง แพลงก์ตอน และทำการตรวจวิเคราะห์ในเบื้องต้น เพื่อศึกษาประเภทและความหนาแน่นของแพลงก์ตอนที่มีผลต่อห่วงโซ่อาหารในระบบนิเวศน้ำจืด รวมถึงการเรียนรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างแพลงก์ตอนกับคุณภาพน้ำ

กิจกรรมยังครอบคลุมถึงการเก็บตัวอย่าง สาหร่ายและพรรณไม้น้ำทางการประมง ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศ และเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่มีบทบาทในระบบอาหารของสัตว์น้ำ

การตรวจวัด ค่าคุณภาพน้ำ เช่น ค่าออกซิเจนละลายน้ำ ค่า pH และความขุ่นใส เป็นส่วนสำคัญในการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของแหล่งน้ำ โดยนิสิตได้เรียนรู้วิธีการเก็บข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการอนุรักษ์และการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน

การเรียนรู้ในพื้นที่จริงครั้งนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มพูนทักษะทางวิชาการ แต่ยังเป็นการปลูกฝังความตระหนักรู้ให้นิสิตเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์แหล่งน้ำและระบบนิเวศทางน้ำ ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับการพัฒนาที่ยั่งยืนและการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม

มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงมุ่งมั่นที่จะผลักดันกิจกรรมลักษณะนี้ต่อไป เพื่อให้นิสิตมีโอกาสเรียนรู้จากธรรมชาติจริง และสร้างแรงบันดาลใจในการมีส่วนร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรทางน้ำเพื่อประโยชน์ของชุมชนและสังคมในอนาคต

นักวิจัยมหาวิทยาลัยนเรศวร คว้ารางวัลการวิจัยด้วยผลงานการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมทางทะเล

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนเรศวร คว้ารางวัลการวิจัยแห่งชาติ รางวัลวิทยานิพนธ์ระดับดี สาขานิติศาสตร์ ประจำปีงบประมาณ 2567 จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ด้วยผลงานวิจัยเรื่อง “การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมทางทะเลจากการพัฒนากังหันลมนอกชายฝั่งในประเทศไทย” (Towards Environmental Impact Assessment on the Protection of Marine Ecosystems from Offshore Wind Power Development in Thailand) ซึ่งเป็นผลงานที่มีความโดดเด่นในการบูรณาการระหว่างกฎหมาย สิ่งแวดล้อม และพลังงานสะอาด

งานวิจัยดังกล่าวมุ่งเน้นการพัฒนาแนวทางทางกฎหมายเพื่อสนับสนุน การคุ้มครองสิ่งแวดล้อมทางทะเล ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างกังหันลมนอกชายฝั่ง ซึ่งกำลังเป็นแนวทางสำคัญของประเทศไทยในการลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยคำนึงถึงการรักษาความสมดุลของระบบนิเวศทางทะเล

ในงานวิจัยได้เสนอแนวคิดใหม่ของ การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ที่ครอบคลุมประเด็นความหลากหลายทางชีวภาพของทะเล การเปลี่ยนแปลงของกระแสน้ำ การเคลื่อนไหวของสัตว์น้ำ และผลกระทบต่อชุมชนชายฝั่ง เพื่อให้เกิดการพัฒนาพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสอดคล้องกับหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ

นอกจากนี้ ผลงานยังสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสร้างองค์ความรู้เพื่อสนับสนุน นวัตกรรมด้านพลังงานสะอาด และการพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศในการผลักดันเศรษฐกิจสีเขียวและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งยังเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในอนาคต

การศึกษาผลกระทบจากกังหันลมนอกชายฝั่งยังช่วยให้เกิดความเข้าใจในประเด็นด้าน ความปลอดภัยทางสิ่งแวดล้อมและการใช้พื้นที่ทางทะเลอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในการกำหนดนโยบายการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลของประเทศ เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ร่วมกันระหว่างภาคพลังงาน การประมง และการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างเหมาะสม

รางวัลนี้นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่สะท้อนถึงศักยภาพของนักวิจัยไทยในการพัฒนาองค์ความรู้ด้าน การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการคุ้มครองระบบนิเวศทางทะเล เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

การวิจัยดังกล่าวยังเป็นแบบอย่างของการพัฒนาเชิงนโยบายที่เชื่อมโยง ศาสตร์ทางกฎหมายและวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมเพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน และส่งเสริมให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ โดยไม่ละเลยต่อความสำคัญของการอนุรักษ์ทะเลไทยและการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมทางทะเลอย่างรอบด้าน

ที่มา: กองการวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร

ออกพื้นที่สัญจรเผยแพร่ความรู้พันธุ์สัตว์น้ำ ส่งเสริมการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา หลักสูตรวิทยาศาสตร์การประมง คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ร่วมกับคณะเกษตรศาสตร์จัดกิจกรรม “แนะแนวสัญจร” ณ โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี อ.เมือง จ.พิษณุโลก เพื่อให้ข้อมูลและแนะนำทางเลือกในการศึกษาต่อในสาขาวิทยาศาสตร์การประมงและการเกษตรแก่เยาวชนและนักเรียนในพื้นที่ การจัดกิจกรรมดังกล่าวเป็นการเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการอนุรักษ์และการจัดการทรัพยากรทางทะเลและน้ำจืด รวมถึงการส่งเสริมการพัฒนาอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการประมงอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับทั้ง SDGs 14 ที่มุ่งเน้นการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลและทางน้ำอย่างยั่งยืน และ SDGs 4 ที่มุ่งพัฒนาการศึกษาที่มีคุณภาพและเข้าถึงได้

การให้ความรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากร หนึ่งในวัตถุประสงค์หลักของกิจกรรมนี้ คือการให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำจืดและทรัพยากรทางทะเล รวมถึงการทำความเข้าใจถึงวิธีการจัดการทรัพยากรเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่ไม่ยั่งยืน และการฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลและน้ำจืดที่ถูกทำลายจากกิจกรรมที่ไม่ได้มีการวางแผนอย่างรอบคอบ โดยเป้าหมายหลักคือการส่งเสริมให้เยาวชนมีความรับผิดชอบในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสร้างสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรที่มีคุณค่าต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

กิจกรรมดังกล่าวได้สร้างความตระหนักให้กับนักเรียนเกี่ยวกับการปกป้องและการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการเรียนรู้กระบวนการจัดการทรัพยากรทางน้ำ การเพาะพันธุ์สัตว์น้ำอย่างยั่งยืน และการประมงที่ไม่เป็นภาระต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอาชีพในอุตสาหกรรมประมงที่สามารถนำไปสู่การสร้างรายได้ที่ยั่งยืนได้

เสริมสร้างความรู้ด้านการศึกษาที่ยั่งยืน การจัดกิจกรรมแนะแนวสัญจรครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เน้นที่การให้ข้อมูลการศึกษาต่อในสาขาวิทยาศาสตร์การประมงและการเกษตรเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างความตระหนักรู้ในด้านการศึกษาและการพัฒนาความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อ SDGs 4: การศึกษาที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะการสร้างโอกาสการศึกษาให้แก่เยาวชนในพื้นที่ห่างไกล โดยเปิดโอกาสให้พวกเขามีทางเลือกในการศึกษาต่อในสาขาที่สามารถสร้างอาชีพในอนาคต และยกระดับคุณภาพชีวิตของตนเองและชุมชน

หลักสูตรวิทยาศาสตร์การประมงของมหาวิทยาลัยนเรศวร จึงได้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการศึกษาในด้านนี้ ซึ่งไม่เพียงแค่การศึกษาเพื่อการเรียนรู้เท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปสู่การพัฒนาอาชีพที่ยั่งยืนและการทำวิจัยที่มุ่งมั่นในเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและน้ำจืด ตลอดจนการพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการจัดการและการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด

การสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน กิจกรรมแนะแนวสัญจรในครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเสริมสร้างความรู้และทักษะด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรเหล่านั้นอย่างยั่งยืน การร่วมมือกับคณะเกษตรศาสตร์และการจัดกิจกรรมในพื้นที่ชุมชนถือเป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและชุมชน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต

ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยนเรศวรและคณะเกษตรศาสตร์ยังเป็นการสร้างเสริมเครือข่ายการศึกษาและการวิจัยในระดับท้องถิ่นที่สามารถเชื่อมโยงความรู้ที่ได้รับจากสถาบันการศึกษาไปยังชุมชนได้จริง ผ่านการฝึกอบรมและการทำกิจกรรมในพื้นที่ โดยเฉพาะในการส่งเสริมการประมงที่ยั่งยืนและการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ ซึ่งจะมีผลในการพัฒนาผลผลิตจากทรัพยากรธรรมชาติและการป้องกันการใช้ทรัพยากรที่เกินความจำเป็น

การจัดกิจกรรมนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการประยุกต์ใช้ SDGs 14 ในระดับท้องถิ่น โดยการส่งเสริมให้เยาวชนมีความรู้และความเข้าใจในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและน้ำจืด โดยการให้ความรู้ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะส่งผลดีต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจในระยะยาว การส่งเสริมการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการประมงและการจัดการทรัพยากรทางน้ำอย่างยั่งยืนจะช่วยสร้างอาชีพที่มั่นคงให้แก่เยาวชนในพื้นที่ และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในชุมชน

การส่งเสริมให้เยาวชนและนักเรียนเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและน้ำจืดจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์การประมงและการเกษตรอย่างยั่งยืน ถือเป็นการพัฒนาภาคการศึกษาและการวิจัยที่ตอบสนองต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ

ที่มา: วิทยาศาสตร์การประมง มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร แนะแนวหลักสูตรวิทยาศาสตร์การประมง สร้างแรงบันดาลใจเยาวชน

มหาวิทยาลัยนเรศวร ยังคงเดินหน้าสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 14) ด้วยการประชาสัมพันธ์และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการอนุรักษ์และจัดการทรัพยากรทางทะเล ผ่านกิจกรรมแนะแนวหลักสูตรวิทยาศาสตร์การประมงของคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2566 หลักสูตรวิทยาศาสตร์การประมงได้เข้าร่วมกิจกรรมแนะแนวสัญจร ณ โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดยมีเป้าหมายในการแนะนำแนวทางการศึกษาด้านการจัดการประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ให้แก่นักเรียนระดับมัธยมศึกษา

กิจกรรมดังกล่าวมุ่งเน้นการสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการทรัพยากรทางทะเลและน้ำจืดอย่างยั่งยืน พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนเห็นความสำคัญของการศึกษาและพัฒนาองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การประมง

หลักสูตรนี้ยังเน้นการเรียนรู้ทั้งในห้องเรียนและประสบการณ์จริง เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรทางน้ำ สร้างประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคมอย่างยั่งยืนในอนาคต

เล่าประสบการณ์….การฝึกงานสถานีวิจัยวิทยาศาสตร์ทางทะเล

นิสิตสาขาวิทยาศาสตร์การประมง มหาวิทยาลัยนเรศวร เล่าประสบการณ์ที่ สถานีวิจัยวิทยาศาสตร์ทางทะเลและศูนย์ฝึกนิสิต เกาะสีชัง

ม.นเรศวร จัดกวดปลากัดนเรศวร (NU Siamese Fighting Fish Competition) ชิงถ้วยพระราชทานฯ

มหาวิทยาลัยนเรศวรขอเชิญทุกท่านร่วมการประกวดปลากัดนเรศวร (NU Siamese Fighting Fish Competition) ชิงถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในงานเกษตรนเรศวร ครั้งที่ 18 เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำภายในประเทศ ในระหว่างวันที่ 7-9 กรกฎาคม 2566 ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มหาวิทยาลัยนเรศวร ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

กำหนดการ

  • วันที่ 7 กรกฎาคม 2566: 08.30 – 16.30 น. – รับสมัครปลากัด
  • วันที่ 8 กรกฎาคม 2566: 09.00 – 16.00 น. – ตัดสินการประกวดปลากัด
  • วันที่ 9 กรกฎาคม 2566: 10.00 – 12.00 น. – พิธีมอบรางวัล

ประเภทการประกวดปลากัด

  1. ปลากัดครีบสั้น (Short Fin Class) ได้แก่ PK, HMPK, DTPK, CTPK
  2. ปลากัดครีบยาว (Long Fin Class) ได้แก่ VT, HM, DT, CT
  3. ปลากัดประเภทพิเศษ ได้แก่ Junior Open, Female Open, ธงชาติ
  4. ปลากัดหูช้างนเรศวร (Dumbo Open)

กติกาการประกวด

  • ปลากัดครีบสั้นและครีบยาว ขนาดไม่ต่ำกว่า 1.3 นิ้ว
  • ปลากัดดาวรุ่ง ขนาดไม่เกิน 1.2 นิ้ว

เงินรางวัล

  • รางวัลชนะเลิศ: 1,500 บาท พร้อมถ้วยรางวัล
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1: 1,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2: 500 บาท พร้อมถ้วยรางวัล
  • รางวัลชมเชย: 2 รางวัล รับประกาศนียบัตร
  • รางวัล Best in Show: 3,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล

หมายเหตุ

  • เงินรางวัลจะจ่ายในประเภทที่มีจำนวนปลาเข้าประกวด 25 ตัวขึ้นไป
  • ประเภทที่มีปลาประกวดไม่ถึง 25 ตัว จะได้รับเพียงถ้วยรางวัล ไม่ได้รับเงินรางวัล
  • รางวัล Best in Show จะคัดเลือกจากรางวัลชนะเลิศของทุกประเภท

สมัครออนไลน์ ได้ที่ ลิงก์สมัคร

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ชมรมวิทยาศาสตร์การประมง คณะเกษตรศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยนเรศวร โทร 087-3133514 (พรพิมล) หรือ 087-1965552 (สุนันทกาณต์)

ม.นเรศวร จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์อนุรักษ์แหล่งน้ำและสายพันธุ์ปลาไทยภายในมหาวิทยาลัย

สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การประมง มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ดำเนินกิจกรรมประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความตระหนักถึงการอนุรักษ์แหล่งน้ำภายในมหาวิทยาลัย เพื่อช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศและอนุรักษ์สายพันธุ์ปลาไทย โดยให้ข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์น้ำที่เหมาะสมที่จะปล่อยลงในแหล่งน้ำภายในมหาวิทยาลัย เช่น ปลาตะเพียน ปลาช่อน ปลาหมอไทย ปลายี่สกไทย ปลาไหล ปลาสวาย และปลาบู่ รวมถึงสัตว์น้ำอื่น ๆ ที่สามารถปล่อยเพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพได้

ในขณะเดียวกัน สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การประมงยังได้ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับสัตว์น้ำที่ไม่ควรนำมาปล่อยลงแหล่งน้ำ เนื่องจากเป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำพื้นถิ่นและอาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ เช่น ปลาช่อนอเมซอน ปลากดเกราะดำ กุ้งเครฟิช และปลาลูกผสมต่าง ๆ โดยทุกคนสามารถช่วยกันเลือกปล่อยสัตว์น้ำที่เหมาะสม เพื่อรักษาสมดุลของแหล่งน้ำและอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำไทยได้อย่างยั่งยืน

#ช่วยกันสักนิดก่อนคิดสร้างบุญ

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin