นักวิจัย ม.นเรศวร ยกระดับกล้วยไข่สู่นวัตกรรม “ผลิตภัณฑ์นิวตราซูติคอลเม็ดเคี้ยวกล้วยไข่ผสมน้ำมันเมล็ดกัญชง” พร้อมต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์

วันพุธที่ 24 มกราคม 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวรจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ “ผลิตภัณฑ์นิวตราซูติคอลเม็ดเคี้ยวกล้วยไข่ผสมน้ำมันเมล็ดกัญชง” ซึ่งได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงกรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม กล่าวต้อนรับสื่อมวลชนและผู้เข้าร่วมงาน ณ ห้อง H111 คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนำโดยศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิง จารุภา วิโยชน์ อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับคณะนักวิจัย ได้ยกระดับผลผลิตทางการเกษตรของไทยอย่าง “กล้วยไข่” ผสมผสานกับสมุนไพรไทย “เมล็ดกัญชง” ผ่านกระบวนการวิจัยและพัฒนา โดยมีการสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)

ผลิตภัณฑ์นิวตราซูติคอลเม็ดเคี้ยวกล้วยไข่ผสมน้ำมันเมล็ดกัญชงนี้ ได้รับการออกแบบเพื่อเพิ่มการดูดซึมสารสำคัญอย่างเบต้า-แคโรทีน ซึ่งมีคุณสมบัติในการป้องกันการแดงของผิวหนังจากการสัมผัสแสงแดด โดยนวัตกรรมนี้ถือเป็นการแปรรูปสินค้าเกษตรให้เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

คุณลักษณะเด่นของผลิตภัณฑ์ คือการนำกล้วยไข่มาพัฒนาในรูปแบบเม็ดเคี้ยวที่รับประทานง่าย สามารถใช้เป็นอาหารว่างหรือเสริมมื้ออาหาร โดยไม่เพียงมอบรสชาติจากกล้วยแท้ แต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมสารอาหารเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็ว มีส่วนช่วยป้องกันการเกิด photoaging ที่เกิดจากรังสี UV ในชีวิตประจำวัน

ทั้งนี้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ผ่านกระบวนการสกัดและแปรรูปที่รักษาคุณภาพและความคงตัวของสารสำคัญ พร้อมทั้งคัดสรรส่วนผสมที่เหมาะสม จนได้สูตรตำรับเม็ดเคี้ยวที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีการทดสอบทางคลินิกเพื่อยืนยันผลลัพธ์ในการช่วยป้องกันการแดงจากแสงแดด

การคิดค้นนวัตกรรมครั้งนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตรไทยไปสู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีมาตรฐานและมูลค่าสูง สามารถสร้างความแตกต่างและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาด

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงยึดมั่นในวิสัยทัศน์ “มหาวิทยาลัยเพื่อสังคมของผู้ประกอบการ” โดยพร้อมสนับสนุนงานวิจัยที่สามารถนำองค์ความรู้มาต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์จริง ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับประเทศ

ม.นเรศวรจัด NU SciPark Dinner Talk 2024 เชื่อมโยงเครือข่ายรัฐ-เอกชน ส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการภาคเหนือตอนล่าง

วันศุกร์ที่ 26 มกราคม 2567 อุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดกิจกรรม NU SciPark Dinner Talk 2024 เพื่อเป็นเวทีพบปะระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการในจังหวัดพิษณุโลก ณ ห้องคอนเวนชั่น 2 โรงแรมท็อปแลนด์ จังหวัดพิษณุโลก โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความร่วมมือและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการพัฒนาธุรกิจและนวัตกรรมอย่างยั่งยืน

ภายในงานได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วม พร้อมสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะ “มหาวิทยาลัยเพื่อสังคมของผู้ประกอบการ” ที่มุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายและพัฒนาธุรกิจเชิงนวัตกรรม

ต่อมา ดร.พิสุทธิ์ อภิชยกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และการถ่ายทอดเทคโนโลยี ได้กล่าวถึงภาพรวมระบบนิเวศธุรกิจในระดับประเทศ และโอกาสที่ภาคเอกชนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการขับเคลื่อนธุรกิจในภูมิภาค เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันในยุคเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมลักษณ์ วรรณฤมล กีเยลาโรว่า ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้นำเสนอถึงบทบาทของ NU SciPark ในการเป็นกลไกสำคัญในการ ส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการ ทั้งด้านงานวิจัย เทคโนโลยี และการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ พร้อมทั้งแนะนำบริการสนับสนุนที่ตอบโจทย์ภาคธุรกิจและทุนสนับสนุนสำหรับภาคเอกชน

นอกจากนี้ยังมีการจัดเสวนาในหัวข้อ “มุมมองและความคาดหวังของภาคเอกชนจังหวัดพิษณุโลกต่อการส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมจากภาครัฐ” โดยมีตัวแทนจากหลายภาคส่วนเข้าร่วม ได้แก่ คุณพญา ธาราวุฒิ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพิษณุโลก, คุณปกรณ์ ด่านสีทอง ประธานหอการค้าจังหวัดพิษณุโลก, ภญ.วรรณศิริ นิ่มพิทักษ์พงศ์ อุปนายกสมาคมเครือข่ายไมซ์ภาคเหนือตอนล่าง และคุณกนกนาถ ลิขิตไพรวัลย์ ประธาน YEC จังหวัดพิษณุโลก

บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและสร้างสรรค์ มีการนำเสนอ โชว์เคสผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ เพื่อเป็นต้นแบบในการต่อยอดธุรกิจให้กับผู้เข้าร่วมงาน อีกทั้งยังมีผู้ประกอบการจำนวนมากแสดงความสนใจเข้ามาปรึกษา ขอข้อมูลทุนสนับสนุน และบริการจาก NU SciPark Connex

กิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการผนึกกำลังของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการในพื้นที่สามารถพัฒนานวัตกรรมและธุรกิจได้อย่างยั่งยืน ตอกย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยในฐานะตัวกลางที่สำคัญในการเชื่อมโยงความรู้กับการใช้ประโยชน์จริง

ท้ายที่สุด กิจกรรม NU SciPark Dinner Talk 2024 ไม่เพียงแต่เป็นเวทีแลกเปลี่ยนมุมมอง แต่ยังเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของภูมิภาค ผ่านการ ส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการ ด้วยการวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม สู่การพัฒนาที่ตอบโจทย์อนาคตอย่างแท้จริง

ม.นเรศวร จับมือ อาษา โปรดักชั่น พัฒนานิสิตและอาจารย์ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลสู่อนาคต

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการกับ บริษัท อาษา โปรดักชั่น จำกัด ณ ห้องประชุมนเรศวร 310 ชั้น 3 อาคารสำนักงานอธิการบดี โดยมีผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากรจากคณะวิศวกรรมศาสตร์เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามครั้งสำคัญนี้

พิธีลงนามได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร และ รองศาสตราจารย์ ดร.อาษา ตั้งจิตสมคิด ประธานกรรมการบริษัท อาษา โปรดักชั่น จำกัด เป็นผู้ลงนามความร่วมมือ พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กำพล ทรัพย์สมบูรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ และ คุณวิภา รัตนวงศาโรจน์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท อาษา โปรดักชั่น จำกัด ลงนามในฐานะพยาน

ความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อ ส่งเสริมการพัฒนาความร่วมมือกับภาคเอกชน ในการยกระดับการเรียนการสอนและงานวิจัย โดยเน้นการพัฒนาและสร้างสรรค์องค์ความรู้ใหม่ในหลากหลายสาขา อาทิ Metaverse, Digital Twin, NFT, DeFi, GameFi, ปัญญาประดิษฐ์, วิทยาการข้อมูล, สถาปัตยกรรม, ศิลปกรรม, การเงิน, การตลาด, การแพทย์, งานอวกาศ และงานทางทะเล ซึ่งเป็นสาขาที่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคดิจิทัลและ Disruptive Technology

นอกจากนี้ ความร่วมมือยังครอบคลุมถึง อุตสาหกรรมหลักที่มีศักยภาพ (First S-Curve) และ อุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต (New S-Curve) รวมถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของระบบเศรษฐกิจและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศในเวทีโลก

ข้อตกลงนี้ยังมุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ การวิจัย และการสร้างเสริมความรู้เชิงปัญญาร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคเอกชน การมีส่วนร่วมของบริษัท อาษา โปรดักชั่น จำกัด จะเป็นแรงผลักดันสำคัญในการนำเทคโนโลยีใหม่มาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนและสร้างผลงานวิจัยที่มีคุณภาพ

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังเล็งเห็นความสำคัญของการสร้างบัณฑิตที่มีความรู้และทักษะที่ทันสมัย เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน โดยการลงนามครั้งนี้ถือเป็นการเปิดประตูให้นิสิตและอาจารย์ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง และได้ทำงานร่วมกับภาคเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยีดิจิทัล

ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญที่ตอกย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะสถาบันอุดมศึกษาที่พร้อมจะเชื่อมโยงองค์ความรู้กับภาคอุตสาหกรรม สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยี และกำลังคนคุณภาพ อันจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศทั้งในด้านเศรษฐกิจ การศึกษา และสังคม

ม.นเรศวร ผนึกกำลังภาครัฐ–เอกชน สร้างระบบนิเวศนวัตกรรมเพื่อเศรษฐกิจภูมิภาค

วันศุกร์ที่ 26 มกราคม 2567 อุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม NU SciPark Dinner Talk 2024 เพื่อสร้างเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวทางความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการในจังหวัดพิษณุโลก โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการ ส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมจากภาครัฐ และเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการในภาคเหนือตอนล่างให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน กิจกรรมจัดขึ้น ณ ห้องคอนเวนชั่น 2 โรงแรมท็อปแลนด์ จังหวัดพิษณุโลก มีผู้บริหารและตัวแทนหน่วยงานสำคัญเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม ผ่านความร่วมมือของภาคส่วนต่าง ๆ โดยอุทยานวิทยาศาสตร์ฯ ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และภาคธุรกิจ เพื่อสร้างระบบนิเวศทางนวัตกรรม (Innovation Ecosystem) ที่ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ และการนำองค์ความรู้ไปใช้สร้างประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับภูมิภาค

ภายในงานมีการจัดเสวนาในหัวข้อ “มุมมองและความคาดหวังของภาคเอกชนจังหวัดพิษณุโลกต่อการส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมจากภาครัฐ” โดยได้รับเกียรติจากผู้แทนภาคเอกชนชั้นนำในพื้นที่ ทั้งภาคอุตสาหกรรม หอการค้า และกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการยกระดับศักยภาพของธุรกิจในภูมิภาค เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันและกำหนดแนวทางความร่วมมือในการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นให้มีความยั่งยืน

การจัดงานในครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทของอุทยานวิทยาศาสตร์ฯ ในการ ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ผ่านการส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อยและธุรกิจท้องถิ่นให้เข้าถึงองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงการสร้างช่องทางการสนับสนุนจากภาครัฐ เพื่อให้ธุรกิจรายเล็กสามารถพัฒนาและแข่งขันได้ในตลาดระดับประเทศและนานาชาติ การสนับสนุนดังกล่าวยังช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชนและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งขึ้น

อีกทั้งกิจกรรมนี้ยังเน้นการ ส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานด้านนวัตกรรมและอุตสาหกรรมสมัยใหม่ โดยเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนและสถาบันการศึกษาได้ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยี การวิจัย และการถ่ายทอดนวัตกรรมในลักษณะของการใช้ประโยชน์ร่วมกัน เพื่อให้การลงทุนด้านนวัตกรรมเกิดประโยชน์สูงสุดและต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในระยะยาว

การดำเนินงานของอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวรในครั้งนี้ ยังตอกย้ำแนวทาง การสร้างพันธมิตรความร่วมมือเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยการเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษาให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อพัฒนาแนวทางการสนับสนุนผู้ประกอบการในทุกระดับให้มีความพร้อมต่อการแข่งขันและสามารถสร้างธุรกิจที่เติบโตได้อย่างมั่นคงในอนาคต

ด้วยความร่วมมือในลักษณะนี้ อุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวรได้แสดงให้เห็นถึงการเป็นกลไกสำคัญในการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจนวัตกรรมของประเทศ ที่ไม่เพียงมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมการลดความยากจน การสร้างงานที่มั่นคง และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในภูมิภาคให้ดีขึ้น อันเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจที่สมดุลและยั่งยืนในทุกมิติ

ม.นเรศวร ส่งเสริมความร่วมมือรัฐ-เอกชน-การศึกษา พลิกโฉมธุรกิจนวัตกรรมโลจิสติกส์ไทย

วันจันทร์ที่ 15 มกราคม 2567 นายพันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนและพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ศจี ศิริไกร และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ไชยยันต์ ชนะพรมมา ผู้แทนคณะอนุกรรมการด้านการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาและยกระดับความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจและอุตสาหกรรมของไทยด้วย ดิจิทัลซัพพลายเชนและโลจิสติกส์ ของมหาวิทยาลัยนเรศวร ภายใต้โครงการ Reinventing University โดยมีศาสตราจารย์ ดร.กรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม และรองศาสตราจารย์ ดร.วัชรพล สุขโหตุ คณบดีคณะโลจิสติกส์และดิจิทัลซัพพลายเชน ให้การต้อนรับ

นายพันธุ์เพิ่มศักดิ์ กล่าวชื่นชมมหาวิทยาลัยนเรศวรที่มีศักยภาพและความพร้อมในเชิงพื้นที่ โดยตั้งอยู่ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง สามารถเชื่อมโยงกับแนวระเบียงเศรษฐกิจเหนือ–ใต้ และตะวันออก–ตะวันตก ที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ทั้งทางอากาศ ทางบก และทางราง ที่เอื้อต่อการพัฒนาโลจิสติกส์และซัพพลายเชนในอนาคต

โครงการนี้มุ่งเน้นการสร้างแพลตฟอร์มการบูรณาการ เพื่อแก้ปัญหาและให้คำปรึกษาด้านดิจิทัลซัพพลายเชนและโลจิสติกส์ รวมถึง การส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้มีทักษะด้านดิจิทัล ที่สามารถนำไปใช้พัฒนาธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศในระยะยาว

ศาสตราจารย์ ดร.กรกนก อิงคนินันท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนาโลจิสติกส์และซัพพลายเชนถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับความสามารถการแข่งขันของประเทศ โดยมหาวิทยาลัยนเรศวรตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ทั้งด้านวิศวกรรมดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบอัตโนมัติ และอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนา เศรษฐกิจดิจิทัล และการสร้างนวัตกรรมใหม่เพื่อรองรับอนาคต

มหาวิทยาลัยนเรศวรมีเป้าหมายในการ ส่งเสริมการสร้างบุคลากรด้านโลจิสติกส์ในศตวรรษที่ 21 ผ่านโครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัยของกระทรวง อว. โดยมุ่งเน้นการสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม (Value-Based Economy) และเชื่อมโยงความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคการศึกษา และผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ

การดำเนินงานดังกล่าวยังเป็นตัวอย่างของการสร้างความร่วมมือแบบ จตุรภาคี (Quadruple Helix) ซึ่งประกอบด้วยมหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และประชาสังคม เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบนิเวศด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนของไทยให้ก้าวทันต่อการแข่งขันระดับโลก

การติดตามผลโครงการครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการทำงานเชิงรุกของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็น ศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านดิจิทัลซัพพลายเชนและโลจิสติกส์ ที่จะช่วยพัฒนาทั้งเศรษฐกิจระดับภูมิภาคและระดับประเทศอย่างยั่งยืน ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การเสริมสร้างทักษะบุคลากร และการสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในทุกภาคส่วน

สุดท้าย โครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัยนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่พร้อมจะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการ ส่งเสริมและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยด้วยนวัตกรรม โลจิสติกส์ และซัพพลายเชน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งในการแข่งขันระดับนานาชาติ และขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศสู่อนาคตที่มั่นคงและยั่งยืน

คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.นเรศวร จัดกิจกรรม Research Day ครั้งที่ 1 ส่งเสริมต่อยอดสู่งานวิจัยเชิงพาณิชย์

วันจันทร์ที่ 15 มกราคม 2567 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม Research Day ครั้งที่ 1 ภายใต้ “โครงการพัฒนาระบบสนับสนุนการต่อยอดงานวิจัยสู่การวิจัยเชิงพาณิชย์” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการวิจัย ตลอดจนเสริมสร้างทักษะที่สำคัญให้แก่อาจารย์และนักวิจัยรุ่นใหม่ในการพัฒนาผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจและสังคม

กิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อัครวิทย์ กาญจนโอภาษ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ บรรยายพิเศษในหัวข้อ “การพัฒนาหัวข้อวิจัยที่มีศักยภาพในการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์” เพื่อเป็นแนวทางให้แก่นักวิจัยสามารถพัฒนาผลงานที่ไม่เพียงตอบโจทย์วิชาการ แต่ยังสร้างมูลค่าเพิ่มในเชิงธุรกิจและอุตสาหกรรม

ภายในกิจกรรมมีคณาจารย์และนักวิจัยของคณะวิศวกรรมศาสตร์เข้าร่วมกว่า 40 คน โดยผู้เข้าร่วมได้รับโอกาสเรียนรู้แนวทางการกำหนดประเด็นวิจัย การออกแบบกระบวนการพัฒนา และการเตรียมความพร้อมสำหรับการต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ ซึ่งถือเป็นทักษะสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมกับความต้องการของตลาด

การจัดกิจกรรม Research Day ครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างวัฒนธรรมการวิจัยเชิงพาณิชย์ภายในคณะ โดยเน้นการพัฒนาโครงสร้างสนับสนุนที่เข้มแข็ง อันจะช่วยผลักดันให้เกิดการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในภาคอุตสาหกรรมและสังคมไทย

นอกจากนี้ คณะวิศวกรรมศาสตร์ยังได้วางแผนจัดกิจกรรม Research Day อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกเดือน โดยกำหนดหัวข้อการบรรยายและเวิร์กชอปที่หลากหลาย เพื่อให้คณาจารย์และนักวิจัยมีโอกาสพัฒนาทักษะในด้านต่าง ๆ อย่างรอบด้าน และสร้างความพร้อมในการแข่งขันในระดับนานาชาติ

การพัฒนาโครงการดังกล่าวยังสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “มหาวิทยาลัยเพื่อสังคมของผู้ประกอบการ” (University for Entrepreneurial Society) ซึ่งมุ่งเน้นการผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยนเรศวรให้มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจฐานความรู้และการสร้างผู้ประกอบการที่มีคุณภาพ

การจัดกิจกรรม Research Day ครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นการส่งเสริมความรู้และทักษะด้านการวิจัยเชิงลึก แต่ยังเป็นเวทีสำคัญในการ ส่งเสริมต่อยอดสู่งานวิจัยเชิงพาณิชย์ เพื่อสร้างมูลค่าและประโยชน์ต่อสังคมและอุตสาหกรรมในวงกว้าง

ม.นเรศวร แถลงข่าว “นวัตกรรมผลิตภัณฑ์เจลเปลี่ยนสีผมที่มีส่วนผสมของสารสกัดใบสัก” พร้อมต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์

เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2566 มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดงานแถลงข่าวในประเด็น “ม.นเรศวร คิดค้นนวัตกรรมผลิตภัณฑ์เจลเปลี่ยนสีผมที่มีส่วนผสมของสารสกัดใบสักพร้อมต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เพ็ญศรี เจริญสิทธิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ทั้งนี้ นวัตกรรมดังกล่าว ได้รับการจดเป็นอนุสิทธิบัตร 2 ฉบับ ได้แก่ “ผลิตภัณฑ์เจลเปลี่ยนสีผม” และ “ผลิตภัณฑ์ครีมนวดเปลี่ยนสีผม” จึงมีความพร้อมต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ ตามวิสัยทัศน์มหาวิทยาลัยนเรศวร “มหาวิทยาลัยเพื่อสังคมของผู้ประกอบการ” ซึ่งได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนเป็นจำนวนมาก ณ ห้องประชุม Mini Conference กองบริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนเรศวร

ที่มา: งานประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร ยกระดับธุรกิจของสถานประกอบการ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตภัณฑ์ตัดเย็บผ้า

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2566 งานบ่มเพาะธุรกิจอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ลงพื้นที่จัดกิจกรรมที่ 3 ภายใต้โครงการ “การทดสอบตลาด” เพื่อถ่ายทอดความรู้และฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “การตลาดเชิงสร้างสรรค์” โดยมุ่งเน้นการช่วยพัฒนาความสามารถด้านการตลาดของผู้ประกอบการท้องถิ่น วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตภัณฑ์ตัดเย็บผ้า ตำบลสนามคลี อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก ภายใต้แผนงาน “ยกระดับธุรกิจภูมิภาค” (Regional Entrepreneur Upgrade) ซึ่งเป็นการสนับสนุนธุรกิจท้องถิ่นให้เติบโตอย่างยั่งยืนและมีความสามารถในการแข่งขันในตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างทักษะในการวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาดและการจัดแสดงผลิตภัณฑ์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร.สุภรวดี ตรงต่อธรรม จากคณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนเรศวร และนางสาววรรณชลี กุลศรีไชย หัวหน้างานศิลปวัฒนธรรม กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งได้ถ่ายทอดแนวทางการตลาดที่สร้างสรรค์และมีนวัตกรรม เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนากลยุทธ์ที่เหมาะสมกับตลาดและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การยกระดับธุรกิจท้องถิ่นและการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี
การฝึกอบรมครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเน้นแค่การให้ความรู้ในเรื่องการตลาดเท่านั้น แต่ยังช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ และทำให้ธุรกิจของตนเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยการนำผลงานวิจัยและเทคโนโลยีใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้ในการผลิตและการตลาด ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถของธุรกิจท้องถิ่นในการแข่งขันกับธุรกิจระดับชาติและระดับสากล

สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs 4):

  1. SDG 4: การศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต
    โครงการนี้ได้ให้ความรู้ที่มีคุณภาพและการเรียนรู้ที่ครอบคลุมทั้งในด้านการวางแผนกลยุทธ์การตลาดและการใช้เทคโนโลยี ซึ่งจะช่วยยกระดับความรู้และทักษะของผู้ประกอบการท้องถิ่น รวมถึงส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาตนเองในทุกช่วงวัยให้สามารถแข่งขันในเศรษฐกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
  2. SDG 8: การจ้างงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
    การฝึกอบรมนี้ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการในท้องถิ่น โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นและส่งเสริมการสร้างงานที่มีคุณค่า การส่งเสริมธุรกิจในระดับท้องถิ่นจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถขยายฐานลูกค้าและสร้างรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาค
  3. SDG 9: อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน
    การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในกระบวนการผลิตและการตลาด เป็นการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศที่ส่งเสริมให้ธุรกิจสามารถพัฒนาและเติบโตได้ โดยการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาผลิตภัณฑ์
  4. SDG 12: การบริโภคและการผลิตอย่างยั่งยืน
    การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและตอบสนองความต้องการของตลาด ในขณะเดียวกันยังคำนึงถึงความยั่งยืนในการผลิตและการใช้ทรัพยากร ซึ่งการฝึกอบรมในครั้งนี้ยังเน้นไปที่การผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

เสริมสร้างโอกาสในการพัฒนาที่ยั่งยืนผ่านการฝึกอบรมและการสนับสนุนจากอุทยานวิทยาศาสตร์
การจัดกิจกรรมนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนมาประยุกต์ใช้ในระดับท้องถิ่น โดยการเสริมสร้างทักษะและความรู้ในการทำธุรกิจของผู้ประกอบการในพื้นที่อย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ การสนับสนุนด้านการตลาดและการใช้เทคโนโลยี จะช่วยให้ธุรกิจในท้องถิ่นสามารถเติบโตและแข่งขันได้ในตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

การพัฒนาเศรษฐกิจในท้องถิ่นต้องอาศัยการเรียนรู้ที่ต่อเนื่อง การใช้นวัตกรรม และการสร้างธุรกิจที่มีความยั่งยืน!

4o mini

ที่มา: อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร กระตุ้นให้นิสิตได้พัฒนาทักษะ “เส้นทางสู่นวัตวณิชย์ (Research to Market : R2M)

NU SciPark จัด Research to Market : R2M ครั้งที่ 11 เฟ้นหา 3 ทีมสุดต๊าช เป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมแข่งขันต่อในรอบระดับภูมิภาค

วันที่ 23 กันยายน 2566 NU SciPark จัดกิจกรรมการแข่งขันโครงการ “เส้นทางสู่นวัตวณิชย์ (Research to Market : R2M) ครั้งที่ 11” ระดับมหาวิทยาลัย เพื่อกระตุ้นให้นิสิตได้มีโอกาสพัฒนาทักษะ และนำเอาความรู้ที่ได้เรียนมาประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์ผลงาน โดยสนับสนุนเงินทุน เพื่อเป็นแรงจูงใจและกระตุ้นให้นิสิตทำการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยตนเอง อันจะเป็นการสร้างเวทีสำหรับนิสิตในการพัฒนาความรู้สู่การเป็นนักวิจัยระดับอาชีพต่อไป อีกทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ด้านวิจัยของมหาวิทยาลัย และเพื่อให้เกิดการต่อยอดองค์ความรู้ในเชิงพาณิชย์ รวมทั้งการเป็นเตรียมพร้อมด้านการศึกษาและเศรษฐกิจของไทย โดยมี ดร.พิสุทธิ์ อภิชยกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และการถ่ายทอดเทคโนโลยี ให้เกียรติกล่าวเปิดงาน และมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมลักษณ์ วรรณฤมล กีเยลาโรว่า ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นผู้กล่าวรายงาน

ในกิจกรรมการแข่งขันนี้ มีทีมนักศึกษาเข้าร่วมแข่งขันนำเสนอความเป็นไปได้ทางธุรกิจ จำนวน 14 ทีม โดยได้คัดเลือกเพียง 3 ทีม เพื่อเป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยนเรศวรเข้าร่วมการแข่งขันรอบระดับภูมิภาค ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในเดือนพฤศจิกายน 2566

สำหรับผลการแข่งขันทีมที่ผ่านเข้ารอบ ได้แก่
– รางวัลชนะเลิศ ผลงาน “PAWER UP อาหารสุขภาพจากโปรตีนไข่ขาวสำหรับสุนัข” จากคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
– รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ผลงาน “เซ็ตผลิตภัณฑ์แอนติแอคเน่จากสารสกัดไมยราบ” จากคณะเภสัชศาสตร์
– รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ผลงาน “Hemp Plast” จากคณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์ และการสื่อสาร

นอกจากนี้ ยังมีรางวัลชมเชย เพื่อเป็นกำลังใจให้กับน้องๆอีก 2 รางวัล
– รางวัลชมเชย ผลงาน “ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดช่องปากรูปแบบแกรนูล” จากคณะเภสัชศาสตร์
– รางวัลชมเชย ผลงาน “Love Furniture Application แอปพลิเคชั่นมือถือสำหรับซื้อเฟอร์นิเจอร์ไม้โดยใช้เทคโนโลยีความจริงเสริม” จากคณะวิทยาศาสตร์

NU SciPark ขอเป็นกำลังใจและร่วมส่งแรงเชียร์น้อง ๆ ในการแข่งขันรอบระดับภูมิภาคต่อไป
ที่มา: อุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร

NU Scipark จัดอบรมให้ความรู้ด้านแผนธุรกิจฯ ภายใต้โครงการเส้นทางสู่นวัตวณิชย์ (R2M 2023)

ติวเข้ม~เข้ม 15 ทีมที่ผ่านการคัดเลือก ก่อนการประกวดแข่งขันและนำเสนอผลงานโครงการเส้นทางสู่นวัตวณิชย์ (R2M 2023) ครั้งที่ 11ระดับมหาวิทยาลัย 23 กันยายนนี้

วันที่ 17 กันยายน 2566 NU Scipark จัดอบรมให้ความรู้ด้านแผนธุรกิจ และการตลาด ภายใต้โครงการเส้นทางสู่นวัตวณิชย์ (R2M 2023) ครั้งที่ 11 เพื่อสร้างความเข้าใจด้าน Business Model Canvas (BMC) ร่วมถึงเทคนิคการนำเสนอผลงาน ณ หอประชุมมหาราช 2 อาคารศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) มหาวิทยาลัยนเรศวร

ซึ่งได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนธุรกิจและการตลาด 2 ท่าน ให้เกียรติมาเป็นวิทยากรในครั้งนี้ ได้แก่- – ผศ.ดร.เรืออากาศเอกหญิงวชิรา พันธุ์ไพโรจน์ อาจารย์ประจำคณะบริหารธุรกิจฯ
– ดร.ปัญญวัณ ลำเพาพงศ์ อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ และรองผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร

ที่มา: ทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin