ม.นเรศวร ให้ความสำคัญต่อการอนุรักษ์และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม ผ่านการแสดงโขนของโรงเรียนมัธยมสาธิต

วันศุกร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2567 โรงเรียนมัธยมสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวร จัดการแสดงโขนเพื่อสืบสานและเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย ณ สนามฟุตบอล อาคารเรียน 3 โรงเรียนมัธยมสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สกนธ์ชัย ชะนูนันท์ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนฯ กล่าวรายงานต่อ นายพชรเสฏฐ์ บุญศิริสาริศา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมในฐานะหนึ่งในพันธกิจหลักของมหาวิทยาลัย โดยมุ่งเน้นการปลูกฝังและถ่ายทอดคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรมตั้งแต่ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงให้เยาวชนตระหนักถึงคุณค่าของศิลปะไทย

การแสดงโขนในปีนี้จัดขึ้นภายใต้โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการฝึกทักษะโขนและการแสดงโขน ตามพระราชเสาวนีย์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยจัดแสดงในตอน “พิเภกสวามิภักดิ์และยกรบ” ซึ่งเป็นการแสดงที่สะท้อนถึงความวิจิตรบรรจงทางศิลปะการแสดงและการสืบสานอัตลักษณ์ชาติไทย

โครงการนี้ยังได้รับเกียรติจากคณะวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากวิทยาลัยนาฏศิลป์สุโขทัย สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม มาถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะทางด้านศิลปะโขน ทั้งในด้านทฤษฎีและการปฏิบัติ เพื่อพัฒนาศักยภาพของนักเรียนให้เรียนรู้และเข้าใจการแสดงโขนอย่างลึกซึ้ง โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการมีจำนวนทั้งสิ้น 67 คน ประกอบด้วยบุคลากรและนักเรียนโรงเรียนมัธยมสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวร 65 คน และนักเรียนจากโรงเรียนอื่น 2 คน ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนจากหลากหลายสถาบันได้ร่วมเรียนรู้และซึมซับคุณค่าทางวัฒนธรรมร่วมกัน

การจัดกิจกรรมดังกล่าวไม่เพียงเป็นการฝึกฝนด้านศิลปะการแสดง แต่ยังเป็นการบ่มเพาะจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยให้เยาวชน โดยมหาวิทยาลัยนเรศวรได้ใช้โรงเรียนมัธยมสาธิตเป็นพื้นที่ต้นแบบในการขับเคลื่อนภารกิจด้านการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการธำรงรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรม โดยใช้การศึกษาเป็นกลไกสำคัญในการถ่ายทอด ส่งเสริม และพัฒนาศักยภาพเยาวชน เพื่อสืบสานคุณค่าของโขนและศิลปะการแสดงไทยให้คงอยู่ในสังคมไทยและเป็นที่รู้จักต่อไปในระดับนานาชาติ

ม.นเรศวร เตรียมความพร้อม พิธีพระราชทานปริญญาบัตร ประจำปีการศึกษา 2565

วันเสาร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2567 นายรุ่งรัตน์ พระนาค ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ พร้อมหน่วยรักษาความปลอดภัย องค์การทหารผ่านศึก ได้ประชุมชี้แจงแนวทางการปฏิบัติงาน เพื่อเตรียมความพร้อม พิธีพระราชทานปริญญาบัตร ประจำปีการศึกษา 2565 ณ ห้องประชุมอันกว้างใหญ่ อาคารอุทยานองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมเป็นจำนวนมาก เพื่อกำหนดแนวทางการจัดงานอย่างรอบคอบและมีประสิทธิภาพ

การประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นการบริหารจัดการพื้นที่และทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งด้านความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยที่เหมาะสม เพื่อรองรับนักศึกษาและผู้เข้าร่วมพิธีจำนวนมาก ซึ่งสอดคล้องกับการพัฒนาเมืองที่คำนึงถึงความเป็นระเบียบและความปลอดภัยของประชาชน

ในส่วนของมาตรการด้านความปลอดภัย มีการซักซ้อมขั้นตอนการทำงานของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความมั่นใจว่างานพิธีจะดำเนินไปอย่างเรียบร้อยและปลอดภัย การเน้นย้ำในประเด็นนี้ยังสะท้อนถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมด้านรักษาความปลอดภัย ที่ถือเป็นรากฐานของการจัดงานขนาดใหญ่ในพื้นที่เมือง

นอกจากนี้ ยังได้มีการวางมาตรการด้านการจราจรและการสัญจรภายในพื้นที่ โดยจัดเส้นทางเข้าออกที่ชัดเจน พร้อมทั้งมีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าร่วมพิธีและลดปัญหาการจราจรติดขัด ซึ่งถือเป็นการใช้ทรัพยากรสาธารณะอย่างมีประสิทธิภาพและคำนึงถึงความสะดวกของชุมชนโดยรอบ

อีกทั้งยังมีการจัดระบบสนับสนุนเพื่อรองรับผู้เข้าร่วมพิธีจำนวนมาก เช่น การจัดพื้นที่จอดรถ การกำหนดจุดบริการข้อมูล และการอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการหรือผู้สูงอายุ แนวทางดังกล่าวช่วยให้การเข้าถึงสถานที่จัดงานมีความเท่าเทียมและเป็นธรรมมากขึ้น

มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมก็ได้รับความสำคัญ โดยมุ่งเน้นการรักษาความสะอาดในพื้นที่ การจัดวางอุปกรณ์ที่จำเป็นเพื่อดูแลความเรียบร้อย รวมถึงการส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมพิธีมีส่วนร่วมในการรักษาความเป็นระเบียบ ซึ่งสะท้อนถึงการออกแบบพื้นที่เมืองที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของประชาชน

การประชุมครั้งนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างระบบการจัดการเมืองที่มีประสิทธิภาพ โดยการบูรณาการระหว่างความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และความเป็นระเบียบเรียบร้อย ทั้งหมดนี้ช่วยยกระดับมาตรฐานการจัดกิจกรรมสำคัญในเมือง และสอดคล้องกับการพัฒนาเมืองที่มีความยั่งยืนในระยะยาว

ม.นเรศวร จัดอบรม “หนี ซ่อน สู้” เสริมทักษะเอาชีวิตรอดยามวิกฤต

วันศุกร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 13.00 – 15.00 น. ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัย คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการภายใต้หัวข้อ “หนี ซ่อน สู้” หรือ “Run Hide Fight” ซึ่งเป็นแนวทางการเอาชีวิตรอดจากเหตุกราดยิงและเหตุคนคลุ้มคลั่ง โดยได้รับความร่วมมือจากสถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก

การอบรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก พ.ต.ท.บารมี จงแจ้ง รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สภ.เมืองพิษณุโลก และทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารเหตุวิกฤต มาถ่ายทอดองค์ความรู้และจัดการฝึกซ้อมสถานการณ์จำลอง เพื่อสร้างความเข้าใจและความมั่นใจแก่ผู้เข้าร่วม

กลุ่มเป้าหมายหลักของการอบรม ได้แก่ พี่เลี้ยงเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัย รวมถึงเจ้าหน้าที่และบุคลากรในคณะพยาบาลศาสตร์ ซึ่งต่างได้รับการฝึกฝนทั้งด้านการรับรู้สถานการณ์ การแจ้งเตือน และการควบคุมความตื่นตระหนก เพื่อให้สามารถช่วยเหลือและปกป้องเด็กได้เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน

หัวใจสำคัญของการฝึกคือการซักซ้อม วิธีการเอาชีวิตรอด หนี – ซ่อน – สู้ อย่างถูกต้อง โดยเน้นให้ผู้เข้าร่วมสามารถตัดสินใจได้อย่างมีสติเมื่อเผชิญเหตุ เช่น เลือกเส้นทางหลบหนีที่ปลอดภัย ปิดกั้นพื้นที่เมื่อซ่อนตัว และใช้วิธีต่อสู้เป็นทางเลือกสุดท้ายหากหลีกเลี่ยงไม่ได้

การจัดอบรมยังมีส่วนสำคัญต่อการสร้าง วัฒนธรรมความปลอดภัยในมหาวิทยาลัย ที่เชื่อมโยงกับแนวทางการพัฒนาเมืองและชุมชนที่ปลอดภัยและยั่งยืน เพราะการเตรียมพร้อมและฝึกฝนบุคลากรให้มีทักษะการเอาชีวิตรอด ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้เผชิญเหตุได้จริง

นอกจากนี้ กิจกรรมครั้งนี้ยังสะท้อนถึง ความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและหน่วยงานภาครัฐ ในการสร้างองค์ความรู้และเตรียมพร้อมรับมือภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น เป็นตัวอย่างการบูรณาการทรัพยากรและความเชี่ยวชาญเพื่อยกระดับความปลอดภัยในสังคม

มหาวิทยาลัยนเรศวรส่งเสริมด้านความปลอดภัย วิธีการเอาชีวิตรอด เหตุกราดยิง คนคลุ้มคลั่ง จึงเป็นมากกว่าการอบรมทั่วไป แต่เป็นการสร้างระบบความร่วมมือและความรู้ด้านความปลอดภัยที่เชื่อมโยงทั้งระดับบุคคล มหาวิทยาลัย และชุมชนโดยรอบ เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจและความยั่งยืนให้กับสังคม

ม.นเรศวร จัดใหญ่ มหกรรมหนังสือ NU Book Fair ครั้งที่ 24

วันจันทร์ที่ 22 มกราคม 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวรได้จัดงาน มหกรรมหนังสือ NU Book Fair ครั้งที่ 24 ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บรมราชินีนาถ (QS) โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภาณุ พุทธวงศ์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ภญ.รัตติมา จีนาพงษา ผู้อำนวยการสำนักหอสมุด กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานว่าเพื่อ ส่งเสริมการอ่านและสร้างความตระหนักถึงคุณค่าของหนังสือ ในทุกภาคส่วนของสังคม

งาน NU Book Fair ครั้งที่ 24 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 – 30 มกราคม 2567 โดยมีผู้จำหน่ายหนังสือชั้นนำจากทั่วประเทศนำผลงานมาให้ประชาชนเลือกซื้อ ทั้งหนังสือการศึกษา วรรณกรรมเยาวชน งานเขียนสร้างแรงบันดาลใจ ตลอดจนหนังสือวิชาการที่ตอบโจทย์การเรียนรู้ของผู้สนใจในหลากหลายสาขา

นอกจากการจำหน่ายหนังสือแล้ว ยังมีกิจกรรมเสริมที่น่าสนใจ เช่น การเสวนาวิชาการ การเปิดตัวหนังสือใหม่ และเวทีสร้างแรงบันดาลใจ ซึ่งเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างนักเขียน นักวิชาการ และประชาชนผู้รักการอ่าน ทำให้งานนี้เป็นมากกว่าตลาดหนังสือ แต่เป็นพื้นที่ของการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ร่วมกัน

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการจัดงานนี้มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันการสร้างวัฒนธรรมการอ่านในระดับสถาบันและขยายผลไปสู่ชุมชนโดยรอบ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในด้านการสร้าง เมืองและชุมชนที่น่าอยู่และเข้าถึงแหล่งความรู้ได้อย่างเท่าเทียม

กิจกรรมในงานยังช่วยเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะเยาวชน ได้ใกล้ชิดกับนักเขียนและผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ เป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการพัฒนาตนเองและต่อยอดความรู้ที่ได้รับ เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวันและการทำงานในอนาคต

การจัดมหกรรมหนังสือ NU Book Fair ครั้งที่ 24 จึงเป็นทั้ง เวทีการเรียนรู้ พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจ และศูนย์กลางการเข้าถึงความรู้ ที่มหาวิทยาลัยนเรศวรจัดขึ้นเพื่อประโยชน์ของสังคมในวงกว้าง โดยยึดมั่นในบทบาทของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาชุมชนและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

มหาวิทยาลัยนเรศวรตอกย้ำบทบาทของตนในการ ส่งเสริมการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ ผ่านการจัดงานหนังสือที่ต่อเนื่องและมีคุณภาพ เพื่อสร้างวัฒนธรรมการอ่าน ปลูกฝังนิสัยรักการเรียนรู้ และผลักดันการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งภายในมหาวิทยาลัยและในสังคมโดยรอบ

คณะพยาบาลศาสตร์ ม.นเรศวร จัดประชุมวิชาการนานาชาติ ‘Trends in Food and Herbs for Health and Well Being’ เสริมความรู้ด้านสมุนไพรและอาหารเพื่อสุขภาพ

วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2566 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดการประชุมวิชาการระดับนานาชาติในหัวข้อ “Trends in Food and Herbs for Health and Well Being” ภายใต้โครงการวิจัย “NU World Class: Food and Herb for Health and Beauty” โดยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) การประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงกรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีเปิด และมีผู้เข้าร่วมทั้งในประเทศและต่างประเทศ

การประชุมจัดขึ้นในรูปแบบผสมผสานทั้ง ONSITE ที่โรงแรม Mayflower Grande Hotel จังหวัดพิษณุโลก และ ONLINE ผ่านระบบ Zoom เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมกว่า 100 คน ได้รับฟังบรรยายจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญระดับชาติและนานาชาติในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ อาหาร และสมุนไพร โดยมีการนำเสนอองค์ความรู้ใหม่ ๆ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในด้านสุขภาพและการดูแลตนเอง

โครงการวิจัยดังกล่าวมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมศักดิ์ โทจำปา อาจารย์ประจำภาควิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นผู้ประสานการดำเนินงาน โดยมุ่งเน้นการศึกษาและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้สมุนไพรและอาหารเพื่อสุขภาพและความงาม ทั้งในมิติการป้องกันโรคและการบำรุงร่างกาย ถือเป็นการบูรณาการองค์ความรู้ทางวิชาการกับการนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตจริง

หัวข้อการบรรยายที่น่าสนใจ ได้แก่ “Health Promotion: The Role of Health Professionals in Promoting Health” โดย Prof. Dr. Kenda Crozier ที่เน้นบทบาทผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพในการส่งเสริมสุขภาพประชาชน, “DHA in Pregnancy” โดย Thisara Weerasamai M.D. ที่อธิบายถึงความสำคัญของ DHA ต่อพัฒนาการของทารก, “Food and Herbs for Health in Thailand” โดย Assistant Prof. Dr. Wudtichai Wisuttlprot ที่ถ่ายทอดการใช้สมุนไพรไทยเพื่อสุขภาพ, และ “Healthcare Innovation and Health Business” โดย Dr. Joni Haryanto ที่กล่าวถึงนวัตกรรมธุรกิจสุขภาพที่สามารถเข้าถึงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การประชุมยังมีการบรรยายเรื่อง “Current Trends in Diabetes and Complimentary Treatment to Improve Self-Management: Asian Food and Herbs for Health” โดย Dr. Yulis Setiya Dewi ซึ่งนำเสนอแนวโน้มการใช้สมุนไพรและอาหารในเอเชียเพื่อช่วยในการจัดการโรคเบาหวาน โดยทั้งหมดสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการวิจัยและการแลกเปลี่ยนความรู้เพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชน

การดำเนินงานในครั้งนี้ไม่เพียงเน้นการส่งเสริมสุขภาพ (Health and Well Being) แต่ยังสอดคล้องกับการขจัดความหิวโหย การเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ และการสร้างความรู้ด้านสุขภาพที่เป็นระบบ อีกทั้งยังเป็นเวทีสำหรับการเรียนรู้และการศึกษาที่มีคุณภาพ ซึ่งจะสามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนาหลักสูตรทางวิชาการและการเรียนการสอนที่ทันสมัย

นอกจากนี้ การประชุมวิชาการครั้งนี้ยังช่วยเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานวิจัย และภาคีเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสร้างพันธมิตรทางวิชาการและการวิจัยที่ยั่งยืน เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ที่สามารถนำไปปรับใช้กับสังคมและชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

การประชุมระดับนานาชาติครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการเผยแพร่ผลการวิจัย แต่ยังเป็นเวทีในการ ส่งเสริมความรู้ด้านสมุนไพรและอาหารเพื่อสุขภาพ ตลอดจนการสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพที่ยั่งยืน ซึ่งมีผลเชื่อมโยงทั้งในมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อันเป็นแนวทางที่สำคัญต่อการพัฒนาสังคมและชุมชนในอนาคต

ที่มา: งานประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร จัดอบรม CPR และ AED เสริมทักษะช่วยชีวิตในกรณีฉุกเฉิน มุ่งสู่สุขภาพดีและสังคมยั่งยืน

เมื่อวันศุกร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2566 รองศาสตราจารย์ ดร.นิทรา กิจธีระวุฒิวงษ์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับเกียรติเป็นประธานเปิดการอบรม การช่วยฟื้นคืนชีพด้วยวิธีการปั๊มหัวใจ (CPR) และ การใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (AED) ซึ่งจัดขึ้นที่ ชั้น 7 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา 2 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร การอบรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมทักษะและความรู้ให้กับผู้เข้ารับการอบรมในการช่วยชีวิตในสถานการณ์ฉุกเฉินและการปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ผู้ประสบเหตุมีอาการหัวใจหยุดเต้นหรือภาวะฉุกเฉินที่ต้องการการช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน

การอบรมในครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะการช่วยชีวิตในกรณีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่สำคัญของการเสียชีวิตอย่างรวดเร็วในกรณีฉุกเฉิน การฝึกปฏิบัติการ ปั๊มหัวใจ (CPR) และการใช้ เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถช่วยชีวิตคนในสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีการเสริมความรู้ในการประสานงานกับ หน่วยแพทย์ฉุกเฉิน และการ ส่งตัวผู้บาดเจ็บ ไปยังสถานพยาบาลได้อย่างทันท่วงที

การอบรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งช่วยให้ผู้เข้าอบรมสามารถทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว และในบางกรณีอาจช่วย เพิ่มโอกาสในการรอดชีวิต ของผู้ประสบเหตุได้

การอบรมดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจาก ทีมแพทย์ฉุกเฉิน จาก โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร คณะแพทยศาสตร์ ที่ได้ให้เกียรติเป็นวิทยากรในการบรรยายและฝึกปฏิบัติการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการช่วยชีวิต เช่น การใช้ เครื่อง AED และ เทคนิคการทำ CPR ที่ถูกต้อง ซึ่งเป็นการเสริมสร้างความเข้าใจในวิธีการที่เหมาะสมในการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุในระหว่างที่รอการมาถึงของทีมแพทย์ฉุกเฉิน

นอกจากนี้โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวรยังได้ให้ ความอนุเคราะห์สถานที่ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการอบรม ซึ่งทำให้การอบรมในครั้งนี้สามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่นและมีคุณภาพ โดยมี สถานที่ที่พร้อม และ อุปกรณ์ที่ทันสมัย ช่วยให้ผู้เข้ารับการอบรมได้รับประสบการณ์การฝึกปฏิบัติอย่างแท้จริง

การอบรมในครั้งนี้สอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs 3: Good Health and Well-Being) โดยการพัฒนาทักษะในการช่วยชีวิตและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นถือเป็นการส่งเสริม สุขภาพที่ดีและความเป็นอยู่ที่ดี สำหรับทุกคนในสังคม การมีความรู้เกี่ยวกับการช่วยชีวิตและการปฐมพยาบาลที่ถูกต้องจะช่วย ลดอัตราการเสียชีวิต จากอุบัติเหตุหรือภาวะฉุกเฉิน และช่วยให้มีการรักษาที่เหมาะสมและทันเวลา

นอกจากนี้ กิจกรรมนี้ยังสนับสนุน SDG 11: Sustainable Cities and Communities โดยการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในด้านการตอบสนองฉุกเฉินและการช่วยชีวิตในชุมชน ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้เกิด สังคมที่มีความยั่งยืนและปลอดภัย โดยทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการดูแลและช่วยเหลือผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การอบรมในครั้งนี้มุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมมีทักษะที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันและในกรณีฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องกับการหยุดเต้นของหัวใจ ผู้ที่ผ่านการอบรมสามารถทำการ ปั๊มหัวใจ และใช้เครื่อง AED ได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยให้ เพิ่มโอกาสในการรอดชีวิต ของผู้ประสบเหตุได้มากขึ้น และลดภาระการบาดเจ็บและการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในชุมชนได้

นอกจากนี้การอบรมนี้ยังเป็นการส่งเสริมการสร้าง เครือข่าย และการ ร่วมมือ ระหว่างมหาวิทยาลัยและชุมชน ซึ่งช่วยให้การตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เป็นการสร้าง ความเข้มแข็งให้กับสังคม และทำให้ ทุกคน มีส่วนร่วมในการดูแลและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

ที่มา: คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

โนรา มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2566 คณะมนุษยศาสตร์ ได้จัดโครงการเครือข่ายความร่วมมือเพื่อการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม โดยได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ ศิลปินแห่งชาติ และคณะนักแสดงโนรา

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือด้านศิลปวัฒนธรรม ระหว่าง คณะมนุษยศาสตร์กับหน่วยงานภายนอก และเพื่อทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมอันเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของคนไทย

“โนรา” เป็นศิลปะการแสดงท้องถิ่นของคนภาคใต้ ที่มีความงดงามทั้งในเรื่องของการร่ายรำ การเล่นดนตรี และการขับร้องที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของการแสดง “โนรา” อีกทั้ง ยูเนสโก ได้ขึ้นทะเบียน “โนรา” ให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติอีกด้วย

ที่มา: งานประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

สาธารณสุข สร้างสุข เรื่อง : วิธีเอาตัวรอดจากไฟไหม้บ้าน หรือที่พักอาศัย

รายการ : สาธารณสุข สร้างสุข เรื่อง : วิธีเอาตัวรอดจากไฟไหม้บ้าน หรือที่พักอาศัย

ผู้ดำเนินรายการ : ดร.ฤดีรัตน์ มหาบุญปีติ และ ผศ.ดร.ทศพล บุตรมี สาขาวิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

วันเวลาออกอากาศ : ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 18.30 – 19.00 น. ผ่านคลื่น : F.M.107.25 MHz สถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยนเรศวร

ที่มา: สถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยนเรศวร NUradio Naresuan

ม.นเรศวร จัดนิทรรศการ Happy Student and Sustainable Campus Life

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2566 นางนิพัทธ์ เกษาพร ผู้อำนวยการกองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม พร้อมด้วยบุคลากร ให้การต้อนรับดร.ถวิล น้อยเขียว ประธานชมรมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดสุโขทัย และคณะ ในการเข้าสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (องค์จำลอง) และชมนิทรรศการ “ศิลป์ ร่องกล้า” (Silp Longa) จัดแสดงโดยคณาจารย์และนิสิต สาขาทัศนศิลป์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ศิลปะ และการออกแบบ มหาวิทยาลัยนเรศวร นิทรรศการ NU Photo Exhibition 2023 “มอนอ มองผ่านเลนส์” และนิทรรศการ Happy Student and Sustainable Campus Life ซึ่งจัดแสดง ณ หอศิลป์มหาวิทยาลัยนเรศวร

ที่มา: กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร

Music on Heart Bloom

ทีมสหเวชฯ ขอเชิญคณาจารย์ บุคลากร นิสิตและผู้สนใจทุกท่าน มาร่วมผ่อนคลาย สบายๆ ไปกับกิจกรรม Zone ALLIED Fun Friday X Allied Music Club “Music on Heart Bloom”

ขอเชิญมาร่วมสนุก เคลิบเคลิ้มไปกับบรรยากาศสุดฟิน พร้อมด้วยเสียงดนตรีอันไพเราะจากมินิคอนเสิร์ต ชมรมดนตรี คณะสหเวชศาสตร์ เยี่ยมชมบูธงานคราฟท์ (ฟรี มีจำนวนจำกัด) และร้านค้าหลากหลายร้าน จากบุคลากรและ นิสิต แล้วพบกัน วัน ศุกร์ ที่ 22 กันยายนนี้ เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ณ ลานด้านหน้าอาคารธาราบำบัด

ที่มา: คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin