4 มหาวิทยาลัยร่วมพลิกโฉมสร้างเครือข่ายเพื่อการวิจัย ขับเคลื่อนสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

วันที่ 27-28 มิถุนายน 2566 ณ โรงแรมแมนดาริน สามย่าน กรุงเทพมหานคร, ศาสตราจารย์ ดร.กรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม และ ดร.ยุทธพงษ์ ทองพบ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม พร้อมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เข้าร่วมการประชุมวิชาการภายใต้หัวข้อ “พลิกโฉมมหาวิทยาลัย แพลตฟอร์มวิจัยเครือข่าย” (Reinventing University by Research Network Platform) โดยมีการร่วมมือจากสถาบันการศึกษาหลักในประเทศไทย ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยบูรพา, มหาวิทยาลัยพะเยา และ มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งการประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนางานวิจัยที่ตอบโจทย์ความท้าทายของชุมชน สังคม และประเทศชาติ โดยการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาเหล่านี้.

การประชุมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อน SDGs 9: อุตสาหกรรม, นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน และ SDGs 17: การสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งมีการสร้างแพลตฟอร์มวิจัยที่เชื่อมโยงมหาวิทยาลัยและองค์กรภายนอก เพื่อเสริมสร้างการพัฒนานวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพสูงสุดและสามารถตอบสนองต่อความต้องการของสังคมในระดับพื้นที่และระดับนานาชาติ.

ความร่วมมือและวิจัยในประเด็นสำคัญ ศ.ดร.จักรพันธ์ สุทธิรัตน์ รองอธิการบดีด้านการวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เปิดเผยถึงการร่วมมือของมหาวิทยาลัยในเครือข่ายนี้ว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต้องการเปิดพื้นที่ให้กับนักวิจัยจากทั้ง 4 มหาวิทยาลัย เพื่อตอบโจทย์ปัญหาสำคัญในภูมิภาคและประเทศ โดยมุ่งเน้นการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อแก้ไขปัญหาสังคม. แพลตฟอร์มวิจัยนี้ได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยและภาคีพันธมิตร เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกที่ยั่งยืนในชุมชนและสังคม ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ.

ความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวร ศ.ดร.กรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวถึงการวิจัยที่มหาวิทยาลัยนเรศวรเริ่มต้นในครั้งนี้ โดยเน้นที่ประเด็น University-Urban Design and Development หรือเมืองมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นการออกแบบและพัฒนาเมืองที่เชื่อมโยงกับการศึกษาภายในมหาวิทยาลัย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทั้งชุมชนและสังคมในด้านการพัฒนาเมืองและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์. งานวิจัยในประเด็นนี้คาดว่าจะขยายผลไปสู่การวิจัยในประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเครือข่ายความร่วมมือทางวิจัยในอนาคต.

การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ การประชุมครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการสร้าง เครือข่ายงานวิจัย ระหว่างมหาวิทยาลัยในประเทศ และเชื่อมโยงกับ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (National University of Singapore) ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนความรู้และนวัตกรรมระหว่างประเทศ โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาเทคโนโลยีและงานวิจัยที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาชุมชน สังคม และการส่งเสริมอุตสาหกรรมที่มีความยั่งยืน. เครือข่ายความร่วมมือนี้จะช่วยผลักดันให้เกิดการใช้ประโยชน์จากผลการวิจัยที่มีผลกระทบต่อสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน.

การสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน มหาวิทยาลัยนเรศวรได้แสดงถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมที่มีความยั่งยืน โดยการเชื่อมโยงงานวิจัยและการพัฒนาพื้นที่ร่วมกับพันธมิตรจากภาคส่วนต่าง ๆ. การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและองค์กรต่าง ๆ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางวิจัยและการพัฒนาในพื้นที่ รวมถึงการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในระดับประเทศและภูมิภาค เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมและสร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อม.

กิจกรรมนี้เป็นการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของมหาวิทยาลัยและการเชื่อมโยงกับสถาบันการศึกษาและองค์กรอื่น ๆ เพื่อผลักดันการพัฒนาที่ยั่งยืนตาม SDGs 9 และ SDGs 17, โดยการสร้างนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันและเสริมสร้างความเข้มแข็งของสังคมและเศรษฐกิจในอนาคต.

ภาพ/ข่าว: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยพะเยา

ม.นเรศวร ส่งเสริมความร่วมมือในอาเซียน ศึกษาเทคโนโลยีพลังงานสะอาดและลดก๊าซเรือนกระจกที่เกาหลีใต้

วันที่ 26-29 มิถุนายน 2566 รศ.ดร.นิพนธ์ เกตุจ้อย ผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและอาจารย์จากมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เดินทางไปศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีสมาร์ทกริดและแนวทางการสนับสนุนการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ณ ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีด้านพลังงานสะอาดและความยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDG 7: พลังงานสะอาดและราคาไม่แพง, SDG 17: ความร่วมมือเพื่อการพัฒนา)

ในระหว่างการศึกษาดูงาน คณะผู้บริหารและอาจารย์ของมหาวิทยาลัยนเรศวรได้เข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ที่สำคัญ รวมถึงการประชุมและการเยี่ยมชมสถานประกอบการชั้นนำของเกาหลีใต้ในด้านพลังงานสะอาดและการบริหารจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ ดังนี้:

  1. การประชุมกับหน่วยงาน Overseas Emissions Reduction Team, Ministry of Trade, Industry & Energy การประชุมในครั้งนี้ได้หารือเกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมและสนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจกในต่างประเทศ โดยเกาหลีใต้ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการใช้พลังงานสะอาดเพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในระดับภูมิภาคอาเซียนและทั่วโลก
  2. การประชุมร่วมกับคณะผู้บริหาร บริษัท SK E&S และ SK on บริษัท SK E&S และ SK on เป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยี Energy Storage System (ESS) ของเกาหลีใต้ คณะผู้บริหารและอาจารย์จากมหาวิทยาลัยนเรศวรได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี ESS และแนวทางการดำเนินธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการพัฒนาโซลูชันที่ช่วยลดการใช้พลังงานจากแหล่งที่ไม่ยั่งยืน
  3. การเยี่ยมชมบริษัท Busan Jungkwan Energy บริษัทนี้ดำเนินธุรกิจในด้านการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าในพื้นที่จุงกวาง (Jungkwan) เมืองปูซาน คณะผู้บริหารและอาจารย์ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการ Distributed Energy Resources (DERs) ที่ใช้เทคโนโลยีเช่น Advanced Distribution Management System (ADMS), Virtual Power Plant (VPP), และ Energy Storage System (ESS) ซึ่งเป็นตัวอย่างการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
  4. การประชุมกับผู้บริหารบริษัท POSCO DX บริษัท POSCO DX เป็น DR Operator ของเกาหลีใต้ คณะผู้บริหารได้มีโอกาสเรียนรู้เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจการตอบสนองด้านโหลด (Demand Response Operation) ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยในการบริหารจัดการความต้องการพลังงานในเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการผลิตและการใช้พลังงาน
  5. การเยี่ยมชมบริษัท EIPGRID บริษัท EIPGRID เป็นผู้นำในการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการบริหารจัดการพลังงานในรูปแบบ Energy as a Service (EaaS) โดยใช้เทคโนโลยี AI ในการพยากรณ์พลังงานหมุนเวียน (RE Forecast) และบริหารจัดการ VPP Platform ซึ่งเป็นการจัดการพลังงานในรูปแบบที่ช่วยลดการใช้พลังงานจากแหล่งที่ไม่ยั่งยืน

การเดินทางในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการและการพัฒนาเทคโนโลยีด้านพลังงานสะอาดระหว่างมหาวิทยาลัยนเรศวรและประเทศเกาหลีใต้ แต่ยังเป็นการส่งเสริมแนวทางการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกและพัฒนาการจัดการพลังงานที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับอาเซียนและระดับโลก

ม.นเรศวร จัดประชุมวิชาการนานาชาติ APISA2023 ส่งเสริมสร้างความร่วมมือด้านการศึกษาและสันติภาพ

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ดำเนินการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) อย่างต่อเนื่อง ผ่านการร่วมมือทางวิชาการทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะในด้าน SDG 16: สันติภาพ, ความยุติธรรม และสถาบันที่มีความเข้มแข็ง และ SDG 17: การสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับการประชุมวิชาการระดับนานาชาติที่สำคัญ

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน – 1 กรกฎาคม 2566 คณาจารย์จาก คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เข้าร่วมงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติ The Asian Political and International Studies Association (APISA) : APISA 2023 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 17 ภายใต้หัวข้อ “Annual Congress Towards New Modalities of Governance in Asia: E-democracy, Civil Society, and Human-Centred Policymaking” ที่จัดขึ้น ณ Merdeka Tower Business Center (MTBC), Warmadewa College, บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย โดยคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพร่วมในการจัดงานครั้งนี้

การประชุมวิชาการระดับนานาชาติและการนำเสนอผลงาน: การประชุม APISA 2023 มีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแนวคิดเกี่ยวกับการปกครองในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะในเรื่อง E-democracy (การปกครองโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล), Civil Society (สังคมพลเมือง), และ Human-Centred Policymaking (การวางนโยบายที่มุ่งเน้นคนเป็นศูนย์กลาง) ซึ่งเป็นประเด็นที่สอดคล้องกับการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการจากหลากหลายประเทศเข้าร่วม โดยคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรได้มีส่วนร่วมทั้งในด้านการนำเสนอผลงานวิจัยและการเสวนาเกี่ยวกับการพัฒนานโยบายที่ยั่งยืนในภูมิภาคเอเชีย

การประชุมครั้งนี้ได้มีการเสนอแนวคิดและทิศทางใหม่ ๆ ในการพัฒนาโมเดลการปกครองที่ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในยุคดิจิทัล โดยมีการเน้นถึงความสำคัญของ การปกครองที่โปร่งใส, การมีส่วนร่วมของพลเมือง, และการพัฒนานโยบายที่คำนึงถึงความเป็นอยู่ของประชาชน ซึ่งเป็นการเสริมสร้างสังคมที่มีความยุติธรรมและเป็นธรรม

ความสำคัญของการร่วมมือทางวิชาการในระดับนานาชาติ (SDG 17): การที่มหาวิทยาลัยนเรศวรได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพร่วมในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการยกระดับชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยในระดับนานาชาติ แต่ยังเป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและสถาบันต่างประเทศเพื่อเสริมสร้างการศึกษาและวิจัยที่สามารถตอบสนองต่อความท้าทายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญในระดับโลกในครั้งนี้ยังเป็นการเปิดโอกาสให้คณาจารย์และนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนเรศวรได้เรียนรู้และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในงานวิจัยเพื่อพัฒนาสังคมและการปกครองในประเทศ

การขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับสากล: การมีส่วนร่วมในการประชุมระดับนานาชาติครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อน SDG 16 ที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างสันติภาพและความยุติธรรมผ่านการศึกษาและวิจัย และ SDG 17 ที่มุ่งสร้างความร่วมมือข้ามชาติในด้านการศึกษาและการวิจัยเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับโลก

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ดำเนินงานภายใต้กรอบแนวทางของการพัฒนาที่ยั่งยืนที่มุ่งเน้นการเรียนรู้ร่วมกัน และการทำงานร่วมกับพันธมิตรต่างประเทศ เพื่อสร้างการพัฒนาในด้านการศึกษาและการวิจัยที่ตอบโจทย์การพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านการเมืองและการปกครอง รวมถึงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของตนเอง.

การพัฒนาที่ยั่งยืนผ่านการร่วมมือในงานวิจัยและการศึกษา: การเข้าร่วมงานประชุมวิชาการครั้งนี้จึงถือเป็นการสื่อสารถึงความสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ โดยเฉพาะด้านการศึกษาและการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชีย เพื่อส่งเสริมการพัฒนาแนวคิดการปกครองที่ตอบสนองต่อความต้องการของสังคมในยุคดิจิทัล และมีการคำนึงถึงความเป็นธรรมและความยุติธรรมสำหรับทุกคน.

ที่มา: คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร กับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ลงนามความร่วมมือทางวิชาการเพื่อสร้างงานวิจัยที่มีผลกระทบสูงต่อสังคม

วันที่ 2 มิถุนายน 2566 ศาสตราจารย์ ดร. กรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมด้วย ดร.ยุทธพงษ์ ทองพบ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม ดร.จารุวรรณ แดงบุบผา ผู้ช่วยอธิการบดีด้านกิจการนิสิต และผู้อำนวยการสถานวิจัยเพื่อความเป็นเลิศด้านการจัดการการท่องเที่ยว คณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมคณะ ให้การต้อนรับ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ดร.นรินทร์ หิรัญสุทธิกุล รองอธิการบดีด้านการติดตามและประเมินผลยุทธศาสตร์แผน การงบประมาณ และสุขภาวะ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รองศาสตราจารย์ เภสัชกร ดร.วิทยา กุลสมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานแผนงาน C2F จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐพงศ์ พันธ์น้อย ผู้ช่วยคณบดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และรองผู้อำนวยการ หน่วยปฏิบัติการวิจัยด้านการออกแบบเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมคณะ

โดยได้รับเกียรติจาก นายทรงพล วิชัยขัทคะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก นางปริษา ปานพรหม ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพิษณุโลก นางสาวนิภาวรรณ กาญจนพิทักษ์ วัฒนธรรมจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยทีมบริหาร คณาจารย์ นักวิจัย และบุคลากรของทั้งสองสถาบัน ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความร่วมมือ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เรื่องความร่วมมือในการสร้างงานวิจัยที่มีผลกระทบสูงต่อสังคม ระหว่าง มหาวิทยาลัยนเรศวร กับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนและสนับสนุนด้านการวิจัยและวิชาการ การผลิตผลงานวิจัยที่มีผลกระทบสูงต่อสังคม ซึ่งมีขอบเขตความร่วมมือ ประกอบด้วย

1. ร่วมกันส่งเสริม และสนับสนุนการดำเนินการให้เกิดความร่วมมืองานวิจัยและวิชาการ มุ่งพัฒนาศักยภาพของชุมชน สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อขยายการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยให้มีผลกระทบสูงต่อสังคม

2. ร่วมกันเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและการประชาสัมพันธ์ด้านการวิจัยและด้านวิชาการ รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการวิจัย และด้านการส่งเสริมกิจกรรมที่สนับสนุนการพัฒนาพื้นที่

พร้อมกันนี้ ได้จัดให้มีการเสวนาวิชาการ ในหัวข้อ “ความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยกับเมืองเพื่อการรับมือความท้าทายใหม่” ซึ่งได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิร่วมบรรยาย 4 ท่าน จาก 4 มหาวิทยาลัย ได้แก่ Kyushu University, Japan / Kainan University, Taiwan / จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ณ ห้องประชุมเทาแสด ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) มหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก

ที่มา: กองการวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร บูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมด้านความยั่งยืนให้กับนิสิต

วันที่ 10 พฤษภาคม 2556 ดร.จรัสดาว คงเมือง รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต ศิษย์เก่า และศิลปวัฒนธรรม พร้อมด้วย รศ.ดร.อรรถกร ทองทา ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ และนางจิระประภา ศรีปัตตา ผู้อำนวยการกองพัฒนาคุณภาพการศึกษา ร่วมประชุมหารือแนวทางการจัดกิจกรรมด้านความยั่งยืน เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและสร้างการมีส่วนร่วมด้านความยั่งยืนให้กับนิสิต โดยมีตัวแทนจาก 3 หน่วยงานร่วมประชุม คือ งานประชาสัมพันธ์ กองกลาง, กองกิจการนิสิต และกองพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยร่วมประชุม ณ ห้อง Main Conference อาคารบริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนเรศวร

โดยกิจกรรมด้านการส่งเสริมและสร้างการมีส่วนร่วมด้านความยั่งยืนให้กับนิสิต จะเป็นการสอดแทรกกิจกรรมโดยเน้นการสร้างการรับรู้ การสร้างความตระหนัก ด้านการเป็นพลเมืองโลก มีจิตสำนึกความรับผิดชอบและการมรส่วนร่วม ซึ่งจะมีการจัดการอบรมให้ความรู้ การประกวดการมีส่วนร่วมอนุรักษ์ การนำขยะมาสร้างมูลค่าผ่านกิจกรรมการประกวดชุดแฟนซี การสร้างมูลค่าจากสินค้าที่ทำมาจากขยะรีไซเคิล รวมถึงการจัดการประกวดสื่อด้านความยั่งยืน และการจัดนิทรรศการด้านขยะ เป็นต้น

ที่มา: กองพัฒนาคุณภาพการศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร

มน. ร่วมลงนาม “บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) แนวทางบูรณาการแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.)”

สืบเนื่องจากการที่ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ได้ร่วมลงนาม “บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) แนวทางบูรณาการแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.)” เชิงพื้นที่เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมเชิงพื้นที่ โดยมุ่งเน้นนำองค์ความรู้จากวิทยาศาสตร์ ผลงานวิจัย และผลผลิตที่เป็นนวัตกรรมมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการพลิกโฉมประเทศ ในการพัฒนาพื้นที่ พัฒนาจังหวัด และกลุ่มจังหวัด อีกทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความสุขอย่างยั่งยืน อันจะเป็นทางเลือก และทางรอดสำหรับอนาคต

วันที่ 3 พฤษภาคม 2566 นายภูสิต สมจิตต์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก จึงได้ร่วมทำการหารือกับ รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวรพร้อมคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยนเรศวร ณ อาคารอุทยานองค์สมเด็จพระนเรศวร มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อร่วมหาแนวทางการพัฒนาเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ โดยใช้งานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ โดยมหาวิทยาลัยนเรศวรพร้อมเป็นแหล่งข้อมูลองค์ความรู้ วิชาการ วิจัยและนวัตกรรม และสนับสนุนทรัพยากรบุคคลทางด้านวิชาการ วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมที่สำคัญของประเทศที่สามารถตอบโจทย์ แก้ไข ปัญหาในพื้นที่ และจะร่วมพัฒนาความร่วมมือกับจังหวัดพิษณุโลกในลำดับถัดไป

ที่มา: กองการวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยวิทยาลัยนเรศวร

นิสิต ม.นเรศวร ร่วมกิจกรรมสร้างเครือข่ายผู้นำนักศึกษา 10 มหาวิทยาลัย “Youth Leaders for Localizing SDGs”

วันที่ 22-23 เมษายน 2566 กองพัฒนาคุณภาพการศึกษา นำตัวแทนนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมกิจกรรมสร้างเครือข่ายผู้นำนักศึกษา 10 มหาวิทยาลัยและพัฒนาศักยภาพในการขับเคลื่อนความยั่งยืนระดับพื้นที่ ภายใต้โครงการสนับสนุนและส่งเสริมศักยภาพสถาบันอุดมศึกษา เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยังยืน “Youth Leaders for Localizing SDGs” ณ อาคารเรียน SC3 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

ที่มา: กองพัฒนาคุณภาพการศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร ร่วมผนึกกำลังพัฒนาแผนเศรษฐกิจภูมิภาค ต่อยอดความร่วมมือภาคเอกชน สู่อนาคตที่ยั่งยืน พ.ศ. 2566-2570

ในวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2566 อุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร (NU SciPark) นำทีมโดย ดร.สราวุธ สัตยากวี รักษาการในตำแหน่งรองผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ พร้อมด้วยคณะกรรมการร่วมภาคเอกชนจาก 3 สถาบัน (กกร.) กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ได้จัดการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน สถาบัน (กกร.) กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ครั้งที่ 1/2566 เพื่อร่วมกันระดมความคิดเห็นและวางแนวทางในการพัฒนาเศรษฐกิจภาคเอกชนในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ. 2566-2570

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้น ณ โรงแรมแกรนด์วิษณุ จังหวัดนครสวรรค์ โดยอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวรได้รับมอบหมายให้ดำเนินการวิเคราะห์และจัดทำ “แผนพัฒนาเศรษฐกิจภาคเอกชนระดับภูมิภาค พ.ศ. 2566 – 2570 ระยะที่ 2” ซึ่งเป็นแผนยุทธศาสตร์สำคัญในการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในภูมิภาค พร้อมทั้งเชื่อมโยงภารกิจของภาคเอกชนให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาต่าง ๆ ในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคให้มีความยั่งยืนในระยะยาว

แผนพัฒนาเศรษฐกิจภาคเอกชนในภูมิภาคภาคเหนือตอนล่างนี้เป็นการเน้นการใช้ศักยภาพของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเอกชนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ให้เติบโตอย่างยั่งยืน การพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนนี้มีเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในภูมิภาค ลดช่องว่างทางเศรษฐกิจและส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นสำหรับชุมชนท้องถิ่น การใช้ศักยภาพของภาคเอกชนในการสร้างการเติบโตในระยะยาวจะช่วยลดอัตราความยากจนและเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ในภูมิภาค ซึ่งสอดคล้องกับ SDG 1: การขจัดความยากจน โดยการเสริมสร้างเศรษฐกิจที่มั่นคงและยั่งยืน

การวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคจึงไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่การส่งเสริมการลงทุนเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสการจ้างงาน การเสริมสร้างอาชีพ และการพัฒนาทักษะของประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนสามารถมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทั้งในด้านการศึกษา การพัฒนาอาชีพ และการเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจที่เท่าเทียม

การประชุมครั้งนี้มีการเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสนับสนุนการลงทุนใน เทคโนโลยี และ นวัตกรรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภูมิภาค การพัฒนานวัตกรรมในภาคธุรกิจท้องถิ่น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่มีความต้องการในท้องถิ่น เช่น การเกษตรกรรม การผลิตสินค้า OTOP และการท่องเที่ยว จะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้กับชุมชน

การสนับสนุนเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสามารถใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและทำให้การผลิตสินค้าหรือบริการมีความยั่งยืน โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีการเกษตรที่ยั่งยืน หรือการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นการสนับสนุน SDG 9: อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน โดยการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมในภูมิภาคจะเป็นการสร้างฐานทางเศรษฐกิจที่มั่นคงในระยะยาว

อุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร (NU SciPark) ได้รับการสนับสนุนจากทีมที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจากหลายคณะของมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการวิเคราะห์ข้อมูลและวางแนวทางการพัฒนาแผนเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาทักษะในระดับท้องถิ่น โดยการนำองค์ความรู้ทางวิชาการและเทคโนโลยีจากมหาวิทยาลัยมาสนับสนุนการพัฒนาชุมชน ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการเสริมสร้างเศรษฐกิจ แต่ยังเสริมสร้าง SDG 4: การศึกษาที่มีคุณภาพ ด้วยการพัฒนาทักษะของบุคลากรในพื้นที่ให้มีความสามารถในการแข่งขันในตลาดแรงงานได้มากขึ้น และช่วยเสริมสร้างโอกาสในการเติบโตในอาชีพต่าง ๆ

การเสริมทักษะการเรียนรู้ในด้านต่าง ๆ เช่น การตลาด การใช้เทคโนโลยี และการบริหารจัดการธุรกิจ จะช่วยให้ประชาชนในท้องถิ่นสามารถเข้าถึงการพัฒนาและโอกาสทางเศรษฐกิจได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

แผนพัฒนาเศรษฐกิจนี้ยังมุ่งเน้นการสร้าง การทำงานที่ดีและการเติบโตทางเศรษฐกิจ (SDG 8) โดยการเสริมสร้างโอกาสในการสร้างงานในพื้นที่ รวมถึงการสนับสนุนธุรกิจในท้องถิ่นให้เติบโตและสามารถแข่งขันได้ในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ การส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูงในภูมิภาค เช่น การท่องเที่ยว การเกษตรกรรม การผลิตสินค้าอุตสาหกรรมขนาดเล็กและขนาดกลาง จะช่วยเพิ่มการจ้างงานและส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว

การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจที่ดีให้กับประชาชนในภูมิภาคภาคเหนือตอนล่างนี้ จะช่วยให้ประชาชนสามารถมีรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน โดยเฉพาะในกลุ่มภาคเกษตรกรและผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง ซึ่งจะช่วยลดความยากจนและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในภูมิภาค

การประชุมและการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจนี้ยังเป็นการส่งเสริม SDG 17: การสร้างพันธมิตรเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยการร่วมมือกันระหว่าง มหาวิทยาลัยนเรศวร, ภาครัฐ, ภาคเอกชน, และ ชุมชนท้องถิ่น ซึ่งมีการบูรณาการความรู้และทรัพยากรจากทุกภาคส่วนเพื่อร่วมกันพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาค การสร้างพันธมิตรที่แข็งแกร่งระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนจะช่วยให้การพัฒนาที่ยั่งยืนในภูมิภาคภาคเหนือตอนล่างสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาระบบการดูแล ช่วยเหลือเด็กเยาวชนด้อยโอกาส เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาและสังคม

ผศ.ดร. ธนะธร พ่อค้า (ผู้ช่วยคณบดีด้านนวัตกรรมการเรียนรู้ คณะวิทยาศาสตร์) ดร.ณัฐพล คุ้มใหญ่โต ,ผศ.ดร.วินัย วงษ์ไทย และทีมนักวิจัย คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมพิธีลงนาม บันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาระบบการดูแล ช่วยเหลือเด็กเยาวชนด้อยโอกาส เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาและสังคม โดยมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมีระบบย่อยคือ ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินทางสังคม Emergency Social Services หรือ ESS Help Me ที่จะเปิดใช้งานทั่วประเทศ ในวันที่ 5 เมษายน 2566

โดย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เตรียมจัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือในการพัฒนาระบบแจ้งเหตุ ESS ร่วมกับ
– สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
– สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
– กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
– กองทุนเสมอภาคทางการศึกษา

โดยในวันอังคารที่ 14 มีนาคม 2566 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ได้นำเสนอระบบดังกล่าวต่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ระบบแจ้งเหตุ ESS จะเริ่มเปิดใช้ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2566 เป็นต้นไป และเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 เมษายน 2566 ณ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ กทม. ภายในงานวันผู้สูงอายุแห่งชาติ และวันแห่งครอบครัว ประจำปี 2566

ที่มา: คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

Delegation from Naresuan University, Thailand visits Shinshu University

On 28th-29th March 2023, Associate Professor Dr. Sarintip Tantanee, The President of Naresuan University (NU), Kingdom of Thailand, led the NU administrative team comprising (i) Professor Dr. Kornkanok Ingkaninan, Vice President for Research and Innovation Development; (ii) Dr. Yutthapong Tongpob, Assistant to the President for Research and Innovation Development; (iii) Assistant Professor Lieutenant Dr. Saisiri Merasena, Dean of Faculty of Medical Science; (iv) Associate Professor Dr. Sutisa Thanoi Vice Dean for Research and Graduate Studies, Faculty of Medical Science; (v) Associate Professor Dr. Sukunya Ross, Assistant Dean for Public Relations and International Affairs, Faculty of Science; (vi) Assistant Professor Dr. Usa Padgate, Assistant to the President for International Affairs; (vii) Associate Professor Dr. Krongkarn Chootip, Dean of Graduate School; and (viii) Assistant Professor Dr. Piriya Narukhutrpichai, Dean of Faculty of Medicine, in a visit to Shinshu University (SU), Matsumoto and Nagano campuses, Japan

On the first day of the visit (28th March 2023), the NU delegates discussed with Professor Dr. Soichiro Nakamura, President of SU, and the SU administrative team (including Professor Dr. Shinichi Yonekura, Vice-President for International Planning and Strategy) at Matsumoto campus for (i) continuing a strong university-level agreement between both universities, (ii) promoting the existing strong relationship with the Faculty of Engineering; (iii) expanding further research and academic collaborations (especially, the Faculties of Medicine, Sciences, Medical Science, Humanities and Social Science), (iv) exchanging research students and academic staffs as well as creation of internships, and (v) creating potential joint symposia and research projects.

Additionally, the NU delegates visited School of Medicine with the intermediation of Professor Dr. Naoki Tanaka (Presenter), and Professor Dr. Yuji Shiba (Biomedical Lab tour); Faculty of Sciences led by Professor Dr. Hirosuke Tatsumi (Presenter), Lab tour: Professor Dr. Kohki Yoshida (Dean), Professor Dr. Dai Tamaki (the next Dean), Professor Dr. Igor Trushin.

Nevertheless, the NU team visited Faculty of Engineering and the laboratories under the attentive guidance of Professor Dr. Yoshihiko Amano (Dean), Special Emeritus Professor Dr. Morinobu Endo, Professor Dr. Kiyoshi Tanaka (former Vice-President), Professor Toshiro Sato (Council Member), Professor Dr. Mizue Kayama (Council Member), Professor Dr. Nobuhiko Henmi (Director of International Relations), Professor Dr. Toshio Sakai (Vice-Director of International Relations), Associate Professor Dr. Makoto Abe, Associate Professor Dr. Masakazu Kataoka, and Assistant Professor Dr. Satomi Tagawa. Following the laboratory visit, the NU team paid a courtesy call to Senior Assistant Professor Dr. Mitsuru Hamano and Assistant Professor Dr. Amanda Schuetze at Center for Global Education and Collaboration.

On the second day (29th March 2023), the NU delegation discussed further research projects with the Faculty of Engineering in Nagano campus. Professor Dr. Henmi gave a fantastic presentation about the long-standing partnership , illustrated with memorable photographs showing many of the events and people concerned leading to a lively series of wonderful discussion and great collaboration. The meeting was also attended by Special Emeritus Professor Dr. Endo, who was awarded an honorary doctorate by Naresuan University in 2015. The following Research Group Labs were then visited: Abe RGL, Amano-Mizuno-Tagawa RGL, Kataoka RGL and the International Center for Science and Innovation (AICS).

The two parties made plans to discuss the possibility of further cooperation in detail. After a pleasant conversation, the delegates took a commemorative photo together.

NU wishes to express deep appreciation to all SU staff for their heartwarming welcome as well as for the fruitful discussions conducted during the visit. Impactful collaborations and efficient networks are anticipated as a result of this visit.

More information can be accessed from SU website: https://www.shinshu-u.ac.jp/english/

Shinshu News: Delegation from Naresuan University, Thailand visits Shinshu University can be accessed from SU website: https://www.shinshu-u.ac.jp/…/04/delegation-from-nare.html

March 28-29, 2023

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin