ม.นเรศวร ลงนามความร่วมมือทางวิชาการด้านพลังงานสะอาดจากพลังงานแสงอาทิตย์

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ยั่งยืนตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 7: พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้ และ SDG 17: ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน) โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและการสร้างความร่วมมือทางวิชาการระหว่างภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม เพื่อก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยแห่งความยั่งยืน

ล่าสุด มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทน อธิการบดี ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับบริษัท พีเอสเอส อมาเรนโค จำกัด ในด้านเทคโนโลยีโรงเรือนเพาะปลูกพลังงานแสงอาทิตย์และการจัดการพลังงานสะอาด ความร่วมมือครั้งนี้จะส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ พร้อมนำผลลัพธ์ไปปรับใช้ในธุรกิจและอุตสาหกรรม รวมถึงการพัฒนามหาวิทยาลัย

โครงการดังกล่าวยังจะต่อยอดสู่การปรับปรุงอาคารภายในมหาวิทยาลัยให้กลายเป็น “Smart Building” ที่มีการจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการใช้พลังงานสิ้นเปลือง และส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับเทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น ระบบตรวจวัดการใช้พลังงานอัตโนมัติและระบบจัดการแสงสว่างอัจฉริยะในอนาคต

ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นศูนย์กลางของการวิจัยและนวัตกรรมด้านพลังงานสะอาด พร้อมขับเคลื่อนเป้าหมายระดับโลกในด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน และสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

ที่มา: งานประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร จับมือภาคเอกชนส่งเสริมความร่วมมือการพัฒนานิสิตในการเพิ่มทักษะความเป็นผู้ประกอบการ

วันที่ 11 กรกฎาคม เวลา 14.00 น. คณะวิทยากรจาก Nexter Incubator บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) กองกิจการนิสิตและอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยรองอธิการ ดร.จรัสดาว คงเมือง

รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต ศิษย์เก่าและศิลปวัฒนธรรม และคณะผู้บริหารจากอุทยานวิทยาศาสตร์ นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมลักษณ์ วรรณฤมล กีเยลาโรว่า รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร และดร.ปัญญวัณ ลำเพาพงศ์ รักษาการในตำแหน่งรองผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เข้าพบอธิการบดี เพื่อหารือความร่วมมือการพัฒนานิสิตในการเพิ่มทักษะความเป็นผู้ประกอบการ นอกจากนั้นยังหารือโอกาสในการจัดกิจกรรมร่วมกันทั้งภาควิชาการ การวิจัย ตลอดจนการสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่

ที่มา: อุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร

สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ‘เมืองแผ่นดิน ถิ่นสองแคว’ ขับเคลื่อนการส่งเสริมการจ้างงานและความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2566, มหาวิทยาลัยนเรศวรได้มีส่วนร่วมในการจัดงาน มหกรรมอาชีพ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ เมืองแผ่นดิน ถิ่นสองแควหอประชุมมหาราช อาคารอุทยานองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช จังหวัดพิษณุโลก โดยงานนี้จัดขึ้นเพื่อ ส่งเสริมการสร้างงานและอาชีพที่ยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs 8) โดยเฉพาะในด้าน การส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน และ การส่งเสริมการมีงานทำที่ดี สำหรับทุกคน.

การส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจและการสร้างอาชีพที่ยั่งยืน (SDG 8): นี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ ส่งเสริมการพัฒนาทักษะด้านอาชีพ และ การสร้างรายได้ อย่างยั่งยืนให้แก่ชุมชนท้องถิ่น และผู้ที่สนใจเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ โดยผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้นในงาน ซึ่งจะช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้รับความรู้เกี่ยวกับการสร้างอาชีพใหม่ ๆ และการพัฒนาทักษะต่าง ๆ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ เช่น:

  • การสาธิตอาชีพและฝึกปฏิบัติอาชีพ: ผู้เข้าร่วมจะได้ทดลองทำงานฝีมือหรือกิจกรรมอาชีพที่สามารถนำไปใช้สร้างรายได้ เช่น การทำสินค้าหัตถกรรม การทำอาหาร การทำน้ำหอม หรือแม้แต่การเกษตร ซึ่งช่วยให้ทุกคนได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะใหม่ ๆ ที่สามารถนำไปประกอบอาชีพในอนาคต.
  • การจัดแสดงอาชีพนวัตกรรม: มหาวิทยาลัยนเรศวรได้นำเสนอแนวคิด อาชีพนวัตกรรม ซึ่งไม่เพียงแต่การทำงานตามอาชีพทั่วไป แต่ยังสามารถนำเทคโนโลยีหรือ นวัตกรรมใหม่ มาใช้ในการสร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการในตลาดและสามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืน.
  • การแจกของรางวัล: เพื่อเพิ่มแรงจูงใจและกระตุ้นให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีความสนใจในด้านการพัฒนาทักษะอาชีพและการสร้างรายได้ โดยการแจกของรางวัลที่มีคุณค่า ซึ่งอาจเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการประกอบอาชีพหรือผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง.
  • สินค้าจาก 8 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง: การจัดแสดงและขาย ผลิตภัณฑ์เด่น จาก 8 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งรวมถึง สินค้า OTOP และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่สะท้อนถึง ภูมิปัญญาท้องถิ่น การใช้ทรัพยากรในพื้นที่อย่าง ยั่งยืน และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าท้องถิ่น ซึ่งเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจในระดับชุมชนและภูมิภาค.

การสร้างความร่วมมือและเครือข่าย (SDG 17): จัดงานในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึง การสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยมีการนำเสนอ ทักษะและความรู้ ที่จำเป็นในการพัฒนาอาชีพในพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งช่วยเสริมสร้าง เครือข่ายความร่วมมือ ที่เป็นประโยชน์ทั้งในด้านการพัฒนาทักษะของบุคคลและการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับชุมชนผ่านการเรียนรู้ร่วมกัน.

มหาวิทยาลัยนเรศวรไม่เพียงแต่จัดงานเพื่อเผยแพร่ความรู้ แต่ยังส่งเสริมการ สร้างเครือข่าย และ การเชื่อมโยง ระหว่าง นักศึกษา, ชุมชน, ภาครัฐ, และเอกชน ที่จะช่วยสนับสนุนการพัฒนาอาชีพและการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน โดยการนำทักษะต่าง ๆ ที่ได้เรียนรู้จากการฝึกอบรมไปปรับใช้ในชีวิตจริงและสามารถขยายขีดความสามารถทางเศรษฐกิจของพื้นที่และประเทศ.

งานนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ สนับสนุนการสร้างงาน ที่ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ผู้คนมีรายได้ แต่ยังมีผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวมที่ยั่งยืนและเสถียร โดยการสนับสนุนการประกอบอาชีพที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม, การพัฒนาอาชีพใหม่ ๆ ที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของสังคม, และการสนับสนุน การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้การพัฒนาเศรษฐกิจสามารถคงอยู่ได้ในระยะยาว.

ที่มา: งานประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

4 มหาวิทยาลัยร่วมพลิกโฉมสร้างเครือข่ายเพื่อการวิจัย ขับเคลื่อนสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

วันที่ 27-28 มิถุนายน 2566 ณ โรงแรมแมนดาริน สามย่าน กรุงเทพมหานคร, ศาสตราจารย์ ดร.กรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม และ ดร.ยุทธพงษ์ ทองพบ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม พร้อมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เข้าร่วมการประชุมวิชาการภายใต้หัวข้อ “พลิกโฉมมหาวิทยาลัย แพลตฟอร์มวิจัยเครือข่าย” (Reinventing University by Research Network Platform) โดยมีการร่วมมือจากสถาบันการศึกษาหลักในประเทศไทย ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยบูรพา, มหาวิทยาลัยพะเยา และ มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งการประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนางานวิจัยที่ตอบโจทย์ความท้าทายของชุมชน สังคม และประเทศชาติ โดยการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาเหล่านี้.

การประชุมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อน SDGs 9: อุตสาหกรรม, นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน และ SDGs 17: การสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งมีการสร้างแพลตฟอร์มวิจัยที่เชื่อมโยงมหาวิทยาลัยและองค์กรภายนอก เพื่อเสริมสร้างการพัฒนานวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพสูงสุดและสามารถตอบสนองต่อความต้องการของสังคมในระดับพื้นที่และระดับนานาชาติ.

ความร่วมมือและวิจัยในประเด็นสำคัญ ศ.ดร.จักรพันธ์ สุทธิรัตน์ รองอธิการบดีด้านการวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เปิดเผยถึงการร่วมมือของมหาวิทยาลัยในเครือข่ายนี้ว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต้องการเปิดพื้นที่ให้กับนักวิจัยจากทั้ง 4 มหาวิทยาลัย เพื่อตอบโจทย์ปัญหาสำคัญในภูมิภาคและประเทศ โดยมุ่งเน้นการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อแก้ไขปัญหาสังคม. แพลตฟอร์มวิจัยนี้ได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยและภาคีพันธมิตร เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกที่ยั่งยืนในชุมชนและสังคม ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ.

ความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวร ศ.ดร.กรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวถึงการวิจัยที่มหาวิทยาลัยนเรศวรเริ่มต้นในครั้งนี้ โดยเน้นที่ประเด็น University-Urban Design and Development หรือเมืองมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นการออกแบบและพัฒนาเมืองที่เชื่อมโยงกับการศึกษาภายในมหาวิทยาลัย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทั้งชุมชนและสังคมในด้านการพัฒนาเมืองและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์. งานวิจัยในประเด็นนี้คาดว่าจะขยายผลไปสู่การวิจัยในประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเครือข่ายความร่วมมือทางวิจัยในอนาคต.

การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ การประชุมครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการสร้าง เครือข่ายงานวิจัย ระหว่างมหาวิทยาลัยในประเทศ และเชื่อมโยงกับ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (National University of Singapore) ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนความรู้และนวัตกรรมระหว่างประเทศ โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาเทคโนโลยีและงานวิจัยที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาชุมชน สังคม และการส่งเสริมอุตสาหกรรมที่มีความยั่งยืน. เครือข่ายความร่วมมือนี้จะช่วยผลักดันให้เกิดการใช้ประโยชน์จากผลการวิจัยที่มีผลกระทบต่อสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน.

การสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน มหาวิทยาลัยนเรศวรได้แสดงถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมที่มีความยั่งยืน โดยการเชื่อมโยงงานวิจัยและการพัฒนาพื้นที่ร่วมกับพันธมิตรจากภาคส่วนต่าง ๆ. การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและองค์กรต่าง ๆ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางวิจัยและการพัฒนาในพื้นที่ รวมถึงการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในระดับประเทศและภูมิภาค เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมและสร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อม.

กิจกรรมนี้เป็นการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของมหาวิทยาลัยและการเชื่อมโยงกับสถาบันการศึกษาและองค์กรอื่น ๆ เพื่อผลักดันการพัฒนาที่ยั่งยืนตาม SDGs 9 และ SDGs 17, โดยการสร้างนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันและเสริมสร้างความเข้มแข็งของสังคมและเศรษฐกิจในอนาคต.

ภาพ/ข่าว: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยพะเยา

ม.นเรศวร ส่งเสริมความร่วมมือในอาเซียน ศึกษาเทคโนโลยีพลังงานสะอาดและลดก๊าซเรือนกระจกที่เกาหลีใต้

วันที่ 26-29 มิถุนายน 2566 รศ.ดร.นิพนธ์ เกตุจ้อย ผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและอาจารย์จากมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เดินทางไปศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีสมาร์ทกริดและแนวทางการสนับสนุนการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ณ ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีด้านพลังงานสะอาดและความยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDG 7: พลังงานสะอาดและราคาไม่แพง, SDG 17: ความร่วมมือเพื่อการพัฒนา)

ในระหว่างการศึกษาดูงาน คณะผู้บริหารและอาจารย์ของมหาวิทยาลัยนเรศวรได้เข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ที่สำคัญ รวมถึงการประชุมและการเยี่ยมชมสถานประกอบการชั้นนำของเกาหลีใต้ในด้านพลังงานสะอาดและการบริหารจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ ดังนี้:

  1. การประชุมกับหน่วยงาน Overseas Emissions Reduction Team, Ministry of Trade, Industry & Energy การประชุมในครั้งนี้ได้หารือเกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมและสนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจกในต่างประเทศ โดยเกาหลีใต้ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการใช้พลังงานสะอาดเพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในระดับภูมิภาคอาเซียนและทั่วโลก
  2. การประชุมร่วมกับคณะผู้บริหาร บริษัท SK E&S และ SK on บริษัท SK E&S และ SK on เป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยี Energy Storage System (ESS) ของเกาหลีใต้ คณะผู้บริหารและอาจารย์จากมหาวิทยาลัยนเรศวรได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี ESS และแนวทางการดำเนินธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการพัฒนาโซลูชันที่ช่วยลดการใช้พลังงานจากแหล่งที่ไม่ยั่งยืน
  3. การเยี่ยมชมบริษัท Busan Jungkwan Energy บริษัทนี้ดำเนินธุรกิจในด้านการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าในพื้นที่จุงกวาง (Jungkwan) เมืองปูซาน คณะผู้บริหารและอาจารย์ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการ Distributed Energy Resources (DERs) ที่ใช้เทคโนโลยีเช่น Advanced Distribution Management System (ADMS), Virtual Power Plant (VPP), และ Energy Storage System (ESS) ซึ่งเป็นตัวอย่างการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
  4. การประชุมกับผู้บริหารบริษัท POSCO DX บริษัท POSCO DX เป็น DR Operator ของเกาหลีใต้ คณะผู้บริหารได้มีโอกาสเรียนรู้เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจการตอบสนองด้านโหลด (Demand Response Operation) ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยในการบริหารจัดการความต้องการพลังงานในเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการผลิตและการใช้พลังงาน
  5. การเยี่ยมชมบริษัท EIPGRID บริษัท EIPGRID เป็นผู้นำในการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการบริหารจัดการพลังงานในรูปแบบ Energy as a Service (EaaS) โดยใช้เทคโนโลยี AI ในการพยากรณ์พลังงานหมุนเวียน (RE Forecast) และบริหารจัดการ VPP Platform ซึ่งเป็นการจัดการพลังงานในรูปแบบที่ช่วยลดการใช้พลังงานจากแหล่งที่ไม่ยั่งยืน

การเดินทางในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการและการพัฒนาเทคโนโลยีด้านพลังงานสะอาดระหว่างมหาวิทยาลัยนเรศวรและประเทศเกาหลีใต้ แต่ยังเป็นการส่งเสริมแนวทางการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกและพัฒนาการจัดการพลังงานที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับอาเซียนและระดับโลก

ม.นเรศวร จัดประชุมวิชาการนานาชาติ APISA2023 ส่งเสริมสร้างความร่วมมือด้านการศึกษาและสันติภาพ

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ดำเนินการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) อย่างต่อเนื่อง ผ่านการร่วมมือทางวิชาการทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะในด้าน SDG 16: สันติภาพ, ความยุติธรรม และสถาบันที่มีความเข้มแข็ง และ SDG 17: การสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับการประชุมวิชาการระดับนานาชาติที่สำคัญ

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน – 1 กรกฎาคม 2566 คณาจารย์จาก คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เข้าร่วมงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติ The Asian Political and International Studies Association (APISA) : APISA 2023 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 17 ภายใต้หัวข้อ “Annual Congress Towards New Modalities of Governance in Asia: E-democracy, Civil Society, and Human-Centred Policymaking” ที่จัดขึ้น ณ Merdeka Tower Business Center (MTBC), Warmadewa College, บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย โดยคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพร่วมในการจัดงานครั้งนี้

การประชุมวิชาการระดับนานาชาติและการนำเสนอผลงาน: การประชุม APISA 2023 มีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแนวคิดเกี่ยวกับการปกครองในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะในเรื่อง E-democracy (การปกครองโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล), Civil Society (สังคมพลเมือง), และ Human-Centred Policymaking (การวางนโยบายที่มุ่งเน้นคนเป็นศูนย์กลาง) ซึ่งเป็นประเด็นที่สอดคล้องกับการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการจากหลากหลายประเทศเข้าร่วม โดยคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรได้มีส่วนร่วมทั้งในด้านการนำเสนอผลงานวิจัยและการเสวนาเกี่ยวกับการพัฒนานโยบายที่ยั่งยืนในภูมิภาคเอเชีย

การประชุมครั้งนี้ได้มีการเสนอแนวคิดและทิศทางใหม่ ๆ ในการพัฒนาโมเดลการปกครองที่ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในยุคดิจิทัล โดยมีการเน้นถึงความสำคัญของ การปกครองที่โปร่งใส, การมีส่วนร่วมของพลเมือง, และการพัฒนานโยบายที่คำนึงถึงความเป็นอยู่ของประชาชน ซึ่งเป็นการเสริมสร้างสังคมที่มีความยุติธรรมและเป็นธรรม

ความสำคัญของการร่วมมือทางวิชาการในระดับนานาชาติ (SDG 17): การที่มหาวิทยาลัยนเรศวรได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพร่วมในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการยกระดับชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยในระดับนานาชาติ แต่ยังเป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและสถาบันต่างประเทศเพื่อเสริมสร้างการศึกษาและวิจัยที่สามารถตอบสนองต่อความท้าทายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญในระดับโลกในครั้งนี้ยังเป็นการเปิดโอกาสให้คณาจารย์และนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนเรศวรได้เรียนรู้และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในงานวิจัยเพื่อพัฒนาสังคมและการปกครองในประเทศ

การขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับสากล: การมีส่วนร่วมในการประชุมระดับนานาชาติครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อน SDG 16 ที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างสันติภาพและความยุติธรรมผ่านการศึกษาและวิจัย และ SDG 17 ที่มุ่งสร้างความร่วมมือข้ามชาติในด้านการศึกษาและการวิจัยเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับโลก

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ดำเนินงานภายใต้กรอบแนวทางของการพัฒนาที่ยั่งยืนที่มุ่งเน้นการเรียนรู้ร่วมกัน และการทำงานร่วมกับพันธมิตรต่างประเทศ เพื่อสร้างการพัฒนาในด้านการศึกษาและการวิจัยที่ตอบโจทย์การพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านการเมืองและการปกครอง รวมถึงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของตนเอง.

การพัฒนาที่ยั่งยืนผ่านการร่วมมือในงานวิจัยและการศึกษา: การเข้าร่วมงานประชุมวิชาการครั้งนี้จึงถือเป็นการสื่อสารถึงความสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ โดยเฉพาะด้านการศึกษาและการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชีย เพื่อส่งเสริมการพัฒนาแนวคิดการปกครองที่ตอบสนองต่อความต้องการของสังคมในยุคดิจิทัล และมีการคำนึงถึงความเป็นธรรมและความยุติธรรมสำหรับทุกคน.

ที่มา: คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร กับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ลงนามความร่วมมือทางวิชาการเพื่อสร้างงานวิจัยที่มีผลกระทบสูงต่อสังคม

วันที่ 2 มิถุนายน 2566 ศาสตราจารย์ ดร. กรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมด้วย ดร.ยุทธพงษ์ ทองพบ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม ดร.จารุวรรณ แดงบุบผา ผู้ช่วยอธิการบดีด้านกิจการนิสิต และผู้อำนวยการสถานวิจัยเพื่อความเป็นเลิศด้านการจัดการการท่องเที่ยว คณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมคณะ ให้การต้อนรับ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ดร.นรินทร์ หิรัญสุทธิกุล รองอธิการบดีด้านการติดตามและประเมินผลยุทธศาสตร์แผน การงบประมาณ และสุขภาวะ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รองศาสตราจารย์ เภสัชกร ดร.วิทยา กุลสมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานแผนงาน C2F จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐพงศ์ พันธ์น้อย ผู้ช่วยคณบดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และรองผู้อำนวยการ หน่วยปฏิบัติการวิจัยด้านการออกแบบเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมคณะ

โดยได้รับเกียรติจาก นายทรงพล วิชัยขัทคะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก นางปริษา ปานพรหม ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพิษณุโลก นางสาวนิภาวรรณ กาญจนพิทักษ์ วัฒนธรรมจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยทีมบริหาร คณาจารย์ นักวิจัย และบุคลากรของทั้งสองสถาบัน ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความร่วมมือ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เรื่องความร่วมมือในการสร้างงานวิจัยที่มีผลกระทบสูงต่อสังคม ระหว่าง มหาวิทยาลัยนเรศวร กับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนและสนับสนุนด้านการวิจัยและวิชาการ การผลิตผลงานวิจัยที่มีผลกระทบสูงต่อสังคม ซึ่งมีขอบเขตความร่วมมือ ประกอบด้วย

1. ร่วมกันส่งเสริม และสนับสนุนการดำเนินการให้เกิดความร่วมมืองานวิจัยและวิชาการ มุ่งพัฒนาศักยภาพของชุมชน สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อขยายการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยให้มีผลกระทบสูงต่อสังคม

2. ร่วมกันเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและการประชาสัมพันธ์ด้านการวิจัยและด้านวิชาการ รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการวิจัย และด้านการส่งเสริมกิจกรรมที่สนับสนุนการพัฒนาพื้นที่

พร้อมกันนี้ ได้จัดให้มีการเสวนาวิชาการ ในหัวข้อ “ความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยกับเมืองเพื่อการรับมือความท้าทายใหม่” ซึ่งได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิร่วมบรรยาย 4 ท่าน จาก 4 มหาวิทยาลัย ได้แก่ Kyushu University, Japan / Kainan University, Taiwan / จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ณ ห้องประชุมเทาแสด ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) มหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก

ที่มา: กองการวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร บูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมด้านความยั่งยืนให้กับนิสิต

วันที่ 10 พฤษภาคม 2556 ดร.จรัสดาว คงเมือง รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต ศิษย์เก่า และศิลปวัฒนธรรม พร้อมด้วย รศ.ดร.อรรถกร ทองทา ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ และนางจิระประภา ศรีปัตตา ผู้อำนวยการกองพัฒนาคุณภาพการศึกษา ร่วมประชุมหารือแนวทางการจัดกิจกรรมด้านความยั่งยืน เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและสร้างการมีส่วนร่วมด้านความยั่งยืนให้กับนิสิต โดยมีตัวแทนจาก 3 หน่วยงานร่วมประชุม คือ งานประชาสัมพันธ์ กองกลาง, กองกิจการนิสิต และกองพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยร่วมประชุม ณ ห้อง Main Conference อาคารบริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนเรศวร

โดยกิจกรรมด้านการส่งเสริมและสร้างการมีส่วนร่วมด้านความยั่งยืนให้กับนิสิต จะเป็นการสอดแทรกกิจกรรมโดยเน้นการสร้างการรับรู้ การสร้างความตระหนัก ด้านการเป็นพลเมืองโลก มีจิตสำนึกความรับผิดชอบและการมรส่วนร่วม ซึ่งจะมีการจัดการอบรมให้ความรู้ การประกวดการมีส่วนร่วมอนุรักษ์ การนำขยะมาสร้างมูลค่าผ่านกิจกรรมการประกวดชุดแฟนซี การสร้างมูลค่าจากสินค้าที่ทำมาจากขยะรีไซเคิล รวมถึงการจัดการประกวดสื่อด้านความยั่งยืน และการจัดนิทรรศการด้านขยะ เป็นต้น

ที่มา: กองพัฒนาคุณภาพการศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร

มน. ร่วมลงนาม “บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) แนวทางบูรณาการแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.)”

สืบเนื่องจากการที่ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ได้ร่วมลงนาม “บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) แนวทางบูรณาการแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.)” เชิงพื้นที่เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมเชิงพื้นที่ โดยมุ่งเน้นนำองค์ความรู้จากวิทยาศาสตร์ ผลงานวิจัย และผลผลิตที่เป็นนวัตกรรมมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการพลิกโฉมประเทศ ในการพัฒนาพื้นที่ พัฒนาจังหวัด และกลุ่มจังหวัด อีกทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความสุขอย่างยั่งยืน อันจะเป็นทางเลือก และทางรอดสำหรับอนาคต

วันที่ 3 พฤษภาคม 2566 นายภูสิต สมจิตต์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก จึงได้ร่วมทำการหารือกับ รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวรพร้อมคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยนเรศวร ณ อาคารอุทยานองค์สมเด็จพระนเรศวร มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อร่วมหาแนวทางการพัฒนาเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ โดยใช้งานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ โดยมหาวิทยาลัยนเรศวรพร้อมเป็นแหล่งข้อมูลองค์ความรู้ วิชาการ วิจัยและนวัตกรรม และสนับสนุนทรัพยากรบุคคลทางด้านวิชาการ วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมที่สำคัญของประเทศที่สามารถตอบโจทย์ แก้ไข ปัญหาในพื้นที่ และจะร่วมพัฒนาความร่วมมือกับจังหวัดพิษณุโลกในลำดับถัดไป

ที่มา: กองการวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยวิทยาลัยนเรศวร

นิสิต ม.นเรศวร ร่วมกิจกรรมสร้างเครือข่ายผู้นำนักศึกษา 10 มหาวิทยาลัย “Youth Leaders for Localizing SDGs”

วันที่ 22-23 เมษายน 2566 กองพัฒนาคุณภาพการศึกษา นำตัวแทนนิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมกิจกรรมสร้างเครือข่ายผู้นำนักศึกษา 10 มหาวิทยาลัยและพัฒนาศักยภาพในการขับเคลื่อนความยั่งยืนระดับพื้นที่ ภายใต้โครงการสนับสนุนและส่งเสริมศักยภาพสถาบันอุดมศึกษา เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยังยืน “Youth Leaders for Localizing SDGs” ณ อาคารเรียน SC3 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

ที่มา: กองพัฒนาคุณภาพการศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin