Archives 2023

ม.นเรศวร เจรจาความร่วมมือด้านวิชาการกับมหาวิทยาลัยเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน

คณะผู้บริหารคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ศิลปะและการออกแบบ ผู้บริหารหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมเจรจาความร่วมมือด้านวิชาการ หลักสูตรการเรียนการสอน การแลกเปลี่ยนอาจารย์และนักศึกษา พร้อมสนับสนุนทุนการศึกษาให้นิสิตคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ศิลปะและการออกแบบ มหาวิทยาลัยนเรศวร มาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยเฉิงตู เมืองเฉิงตู ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน

เปิดโลกการเรียนรู้ทักษะที่จำเป็นสำหรับตลาดแรงงานดิจิทัล

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2566 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดโครงการ Beyond Coding – Intensive Onsite Training ขึ้นในระหว่างวันที่ 5-11 พฤศจิกายน 2566 เพื่อมุ่งเน้นให้นิสิตที่ได้รับคัดเลือก จำนวน 60 คน ในเขต 17 จังหวัดภาคเหนือ ได้เรียนรู้ทักษะที่จำเป็นสำหรับตลาดแรงงานดิจิทัล ได้นำทักษะพื้นฐานมาสร้างนวัตกรรมดิจิทัล และมีโอกาสไปฝึกงานในบริษัทและองค์กรชั้นนำของประเทศ อีกทั้งยังมีโอกาสได้รับทุนการศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษา โดยได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.สัมฤทธิ์ โม้พวง คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ เป็นประธานในการกล่าวเปิดโครงการดังกล่าว

ซึ่งการจัดโครงการ Beyond Coding – Intensive Onsite Training ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) และมีหน่วยงานทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนที่เข้ามามีส่วนสนับสนุน โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ระเบียน วังคีรี เป็นหัวหน้าโครงการ

ที่มา: คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

เส้นทางสู่นวัตวณิชย์ (Research to Market : R2M) ครั้งที่ 11

NU SciPark คัดแล้ว 3 ทีมสุดต๊าซ ตัวแทนมหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกิจกรรม R2M Boot Camp ระดับภูมิภาค (ภาคเหนือ) เตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่รอบคัดเลือกตัวแทนระดับภูมิภาคต่อไป 🌈

วันที่ 8-10 พฤศจิกายน 2566 อุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร นำ 3 ทีม ผู้ชนะจากการแข่งขันโครงการ “เส้นทางสู่นวัตวณิชย์ (Research to Market : R2M) ครั้งที่ 11” ระดับมหาวิทยาลัย ประกอบด้วย
– รางวัลชนะเลิศ ผลงาน “PAWER UP อาหารสุขภาพจากโปรตีนไข่ขาวสำหรับสุนัข” จากคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
– รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ผลงาน “เซ็ตผลิตภัณฑ์แอนติแอคเน่จากสารสกัดไมยราบ” จากคณะเภสัชศาสตร์
– รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ผลงาน “Hemp Plast” จากคณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์ และการสื่อสาร

เข้าร่วมกิจกรรม R2M Boot Camp ระดับภูมิภาค (ภาคเหนือ) ครั้งที่ 11 เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับทีมนักศึกษาจากสถาบันการศึกษาในเครือข่ายอุทยาวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ จำนวน 7 แห่ง รวม 21 ทีม ก่อนเข้าร่วมการแข่งขันในระดับภูมิภาค (ภาคเหนือ) เร็วๆนี้

ที่มา: อุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร มุ่งอนุรักษ์แหล่งน้ำและความหลากหลายทางชีวภาพ

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญต่อแนวทางการจัดการและอนุรักษ์แหล่งน้ำภายในมหาวิทยาลัย โดยตระหนักถึงความสำคัญของน้ำในฐานะทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นหัวใจสำคัญของชีวิตและสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการพื้นที่แหล่งน้ำในมหาวิทยาลัยนเรศวรถือเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการสร้างมหาวิทยาลัยสีเขียว (Green University)

มหาวิทยาลัยนเรศวรมีพื้นที่แหล่งน้ำกว่า 225 ไร่ คิดเป็น 16.24% ของพื้นที่ทั้งหมด การดูแลและอนุรักษ์พื้นที่เหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างความร่มรื่นและความสวยงาม แต่ยังเป็นแหล่งพักผ่อนและสถานที่ออกกำลังกายของนิสิต บุคลากร และประชาชนโดยรอบ อีกทั้งยังเป็นที่อยู่อาศัยของนกอพยพและสิ่งมีชีวิตน้ำหลายชนิด ซึ่งช่วยเสริมสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ

เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มหาวิทยาลัยได้ตั้งชื่อแหล่งน้ำภายในพื้นที่ให้มีความหมายและสอดคล้องกับประวัติศาสตร์และพระราชวงศ์ ได้แก่

  1. สระเอกกษัตรี (ข้างอาคารจอดรถ ซ้ายมือทางเข้าหอสมุด)
  2. สระมณีรัตนา (บริเวณเทเลทับบี้ ตรงข้ามอาคารเอกประสงค์)
  3. สระบรมดิลก (ตรงข้ามคณะแพทยศาสตร์)
  4. สระสุริโยทัย (พื้นที่หอพักนิสิต NU Dorm)
  5. สระสองกษัตริย์ (บริเวณหอพระเทพรัตน์)
  6. สระสุพรรณกัลยา (ข้างสระว่ายน้ำสุพรรณกัลยา)

การตั้งชื่อดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการเทิดพระเกียรติและเชิดชูพระราชประวัติของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและพระราชวงศ์ แต่ยังช่วยสร้างความตระหนักรู้แก่สังคมและผู้ใช้พื้นที่ถึงคุณค่าของน้ำและความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ

นอกจากการอนุรักษ์แหล่งน้ำแล้ว มหาวิทยาลัยนเรศวรยังดำเนินการปลูกต้นไม้และดูแลพันธุ์ไม้หลากหลายชนิดในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง การสร้างพื้นที่สีเขียวช่วยลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพิ่มคุณภาพอากาศ และสร้างบรรยากาศที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้ รวมถึงสนับสนุนสุขภาพที่ดีของนิสิตและบุคลากร

การดำเนินงานดังกล่าวยังสอดคล้องกับการส่งเสริมการอนุรักษ์แหล่งน้ำในด้านวิชาการ โดยมหาวิทยาลัยนำองค์ความรู้จากงานวิจัยมาประยุกต์ใช้เพื่อดูแลคุณภาพน้ำและระบบนิเวศ ตลอดจนจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจแก่นิสิต เยาวชน และชุมชนในเรื่องความสำคัญของน้ำและสิ่งแวดล้อม

ในเชิงปฏิบัติ มหาวิทยาลัยนเรศวรได้จัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่เปิดโอกาสให้นิสิตและบุคลากรเข้ามามีส่วนร่วม เช่น การปลูกต้นไม้ การดูแลพื้นที่รอบแหล่งน้ำ และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งเหล่านี้ช่วยให้เกิดการบูรณาการระหว่างการเรียนการสอน งานวิจัย และกิจกรรมเพื่อสังคม

มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงไม่เพียงเป็นสถาบันการศึกษาที่มุ่งเน้นด้านวิชาการ แต่ยังเป็นต้นแบบในการสร้างความตระหนักรู้และการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพในท้องถิ่น โดยการบูรณาการแนวคิดพัฒนาที่ยั่งยืน

NULIFE เพราะการเรียนรู้ ไม่มีที่สิ้นสุด

มหาวิทยาลัยนเรศวร ตอกย้ำบทบาทผู้นำในด้านการส่งเสริม การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อที่ 4 (SDG 4) ด้วยการเปิดตัว โครงการสัมฤทธิบัตร ที่มุ่งสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่บุคคลทั่วไปที่ต้องการพัฒนาตนเอง หรือเตรียมตัวเข้าสู่การศึกษาในระดับปริญญาตรี

โครงการสัมฤทธิบัตรเป็นทางเลือกที่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจลงทะเบียนเรียนในรายวิชาระดับปริญญาตรีร่วมกับนิสิตปัจจุบันในชั้นเรียนปกติในเวลาราชการ โดยในภาคเรียนที่ 2/2566 นี้มีรายวิชาให้เลือกมากถึง 82 รายวิชา ครอบคลุมหลากหลายสาขาวิชา ผู้เรียนสามารถสะสมหน่วยกิตผ่านระบบ Credit Bank ซึ่งเป็นแนวทางที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถนำผลการเรียนในโครงการนี้ไป เทียบโอนหน่วยกิต เพื่อใช้ในการศึกษาต่อในหลักสูตรปริญญาตรีของมหาวิทยาลัย

โครงการดังกล่าวดำเนินการผ่านระบบ NULife (Naresuan University Lifelong Learning) แพลตฟอร์มออนไลน์ที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเรียนได้ที่ https://nulife.nu.ac.th

โครงการสัมฤทธิบัตรและระบบ NULife ของมหาวิทยาลัยนเรศวรถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยผลักดันการเข้าถึงการศึกษาที่เท่าเทียม ส่งเสริมการพัฒนาทักษะในหลากหลายด้าน และสร้างสังคมที่สนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างแท้จริง

เปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 1-15 พฤศจิกายน 2566 ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.nu.ac.th/?p=36633 หรือที่ https://www.youtube.com/watch?v=365w_IRBea0#nusdg4

ที่มา: งานประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมพัฒนาสารกำจัดวัชพืชชีวภาพจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร ตอบโจทย์การพัฒนาอย่างยั่งยืนและการผลิตที่ปลอดภัย

มหาวิทยาลัยนเรศวร ภายใต้การนำของ ดร.ณิชากร คอนดี อาจารย์ประจำภาควิชาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะเกษตรศาสตร์ ได้ดำเนินการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน (SDG 12) ผลงานของท่านคือการคิดค้น “สารกำจัดวัชพืชชีวภาพ (Bioherbicide)” ที่ผลิตจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร โดยใช้แบคทีเรียเป็นส่วนประกอบหลัก เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสำหรับผู้ใช้งานและสิ่งแวดล้อม

พัฒนาการสารกำจัดวัชพืชชีวภาพจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร ตั้งแต่ปี 2561 ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนเรศวรได้ร่วมมือกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเกษตรในการพัฒนาการใช้วัสดุเหลือทิ้งจากการเกษตรและผลพลอยได้จากการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เช่น กากสับปะรด กากถั่วเหลือง เปลือกทุเรียน และกากมะพร้าว เป็นต้น มาใช้เป็นแหล่งอาหารและพลังงานสำหรับแบคทีเรียในการผลิตสารลดแรงตึงผิวชีวภาพ (biosurfactant) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในกระบวนการผลิตสารกำจัดวัชพืชชีวภาพที่มีความปลอดภัยสูง และไม่ก่อให้เกิดการตกค้างในสิ่งแวดล้อม

คุณสมบัติของสารกำจัดวัชพืชชีวภาพ สารกำจัดวัชพืชชีวภาพที่พัฒนาขึ้นนั้นมีความสามารถในการกำจัดวัชพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับสารกำจัดวัชพืชเคมีในตลาด แต่แตกต่างตรงที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งยังย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์นี้จะอยู่ในรูปของสารละลายไมโครอิมัลชันที่ประกอบด้วยสารสำคัญที่ถูกห่อหุ้มในระดับนาโน ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกระจายตัวและการซึมผ่านของสารเข้าไปในเนื้อเยื่อของใบวัชพืชได้อย่างรวดเร็ว

ผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม สารกำจัดวัชพืชชีวภาพที่พัฒนาขึ้นนี้ยังสามารถทำงานได้ในสภาวะที่ท้าทาย เช่น pH, อุณหภูมิ หรือความเค็มสูง และมีข้อดีคือสามารถผลิตจากวัสดุที่มีต้นทุนต่ำ โดยใช้ของเสียจากการเกษตรและผลพลอยได้จากการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยลดของเสียที่เป็นอันตราย แต่ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Net Zero Greenhouse Gas Emissions) ได้อีกด้วย

การส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน การพัฒนาสารกำจัดวัชพืชชีวภาพจากมหาวิทยาลัยนเรศวรนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเน้นการผลิตและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับประเทศ ทั้งยังช่วยส่งเสริมการเกษตรอินทรีย์ที่ไม่ใช้สารเคมีที่เป็นอันตราย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการพัฒนาการเกษตรที่ยั่งยืนในประเทศไทย

แนวทางต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ สารกำจัดวัชพืชชีวภาพที่พัฒนาขึ้นมีศักยภาพในการต่อยอดสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ โดยการนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ในภาคเกษตรกรรมอย่างแพร่หลาย และสามารถลดต้นทุนการผลิตในระยะยาว นอกจากนี้ยังช่วยให้เกษตรกรสามารถใช้สารกำจัดวัชพืชที่ปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้ใช้และผู้บริโภค ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสใหม่ในตลาดและเสริมสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจในภาคการเกษตรได้อย่างยั่งยืน

สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการต่อยอดเทคโนโลยีนี้ สามารถติดต่อได้ที่ กองการถ่ายทอดเทคโนโลยีและบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา หมายเลขโทรศัพท์ 0 5596 8727

การพัฒนาสารกำจัดวัชพืชชีวภาพนี้ไม่เพียงแต่เป็นการวิจัยที่นำไปสู่ความยั่งยืนในด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นการเสริมสร้างทิศทางใหม่ในการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรที่มุ่งเน้นการลดผลกระทบจากการใช้สารเคมี และสนับสนุนการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

เรียนรู้ทักษะพร้อมทำงานกับ Samart Skills

ผู้สมัคร Samart Skills จะได้รับ e-Mail แจ้ง Link เข้าเรียนจาก coursera.org ระหว่างวันที่ 15-20 พฤศจิกายน 2566

ศึกษาขั้นตอนการเข้าเรียนได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=Fq6ckupGqC4

สอบถามข้อมูล ได้ที่ คุณจินตนา ชัยรัตนศักดิ์ หมายเลขโทรศัพท์ 0-5596-1510 หรือ e-Mail : citcoms_training@nu.ac.th

ม.นเรศวร ให้ความรู้และสาธิตการทำยาดมสมุนไพร เสริมสุขภาพ สร้างรายได้ สู่ชุมชน

วันอาทิตย์ที่ 5 พฤศจิกายน 2566 คณาจารย์และบุคลากรจากมหาวิทยาลัยนเรศวรภายใต้การนำของ รองศาสตราจารย์ ดร.นพวรรณ บุญชู รองคณบดีฝ่ายบริการวิชาการ และรองศาสตราจารย์ ดร.วรศักดิ์ แก้วก่อง รองคณบดีฝ่ายพัฒนานิสิต ได้ร่วมกับหน่วยบริการวิชาการเพื่อชุมชนจัดกิจกรรมบริการวิชาการในหัวข้อ “การให้ความรู้และสาธิตการทำยาดมสมุนไพรสูตรโบราณ” ณ ตำบลหนองตูม อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย ซึ่งกิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมการรักษาสุขภาพตามหลักภูมิปัญญาท้องถิ่นและเชื่อมโยงกับการพัฒนาที่ยั่งยืนในหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง SDG 4 การศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต และ SDG 17 การสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

การจัดกิจกรรมดังกล่าวมีความสำคัญต่อการส่งเสริมการใช้สมุนไพรท้องถิ่นเพื่อดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืนและปลอดภัย ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) หลายประการ โดยเน้นการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการบำรุงรักษาสุขภาพและการพัฒนาชุมชน โดยกิจกรรมหลักที่จัดขึ้นคือการสาธิตการทำยาดมสมุนไพรสูตรโบราณ ซึ่งเป็นการใช้สมุนไพรจากธรรมชาติในการบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะและคัดจมูก นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังได้เรียนรู้วิธีการใช้สมุนไพรไทยในชีวิตประจำวัน ซึ่งสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัย

กิจกรรมนี้ไม่ได้เป็นเพียงการส่งเสริมสุขภาพ แต่ยังเป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับ SDG 12 การบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน โดยการเสริมสร้างทักษะในการใช้สมุนไพรในชีวิตประจำวันไม่เพียงแต่ช่วยให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีขึ้น แต่ยังส่งเสริมให้ประชาชนใช้ทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นอย่างมีความรับผิดชอบและยั่งยืน

นอกจากนี้ กิจกรรมนี้ยังช่วยสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการใช้สมุนไพรไทยในชีวิตประจำวัน และเปิดโอกาสให้ประชาชนในชุมชนสามารถพัฒนาทักษะใหม่ ๆ ที่สามารถนำไปใช้เพื่อสร้างรายได้เสริมในชุมชน โดยการใช้สมุนไพรในการดูแลสุขภาพและสร้างผลิตภัณฑ์สมุนไพรในท้องถิ่นให้เป็นสินค้าท้องถิ่นที่สามารถสร้างรายได้ในระยะยาว

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้แสดงบทบาทในการเป็นผู้นำในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน โดยการร่วมมือกับโรงเรียนบ้านหนองตูม อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย ในการจัดกิจกรรมนี้ ซึ่งแสดงถึงความสำคัญของการสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ และชุมชนท้องถิ่นในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยมีการเสริมสร้างทักษะและความรู้เพื่อให้ชุมชนสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาชีวิตอย่างยั่งยืนในด้านสุขภาพและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

การดำเนินกิจกรรมนี้ยังสอดคล้องกับ SDG 4 การศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยเน้นการให้ความรู้และทักษะใหม่ ๆ ที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อการดูแลสุขภาพในรูปแบบที่เป็นธรรมชาติและยั่งยืน การให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้สมุนไพรไทยและการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมไม่เพียงแต่เป็นการเสริมสร้างความตระหนักในเรื่องการดูแลสุขภาพที่ดี แต่ยังช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตในชุมชนท้องถิ่น

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงยืนหยัดในบทบาทสำคัญในการพัฒนาความรู้และทักษะที่จำเป็นแก่ชุมชน เพื่อส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในทางที่เหมาะสมและยั่งยืน ส่งผลให้เกิดการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมในระดับท้องถิ่นที่ยั่งยืนต่อไป

ที่มา: คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ผ้าคลุมไหล่มัดย้อม: สร้างประสบการณ์ศิลปะและวัฒนธรรมให้แก่ผู้เข้าเยี่ยมชมทุกเพศทุกวัย

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2566, นางนิพัทธ์ เกษาพร ผู้อำนวยการกองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้มอบหมายให้บุคลากรกองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมดูแลต้อนรับและนำชมกลุ่มลูกค้าและพนักงานจากบริษัท เอ็มวันพิษณุโลก จำกัด จำนวน 50 คน ในการเข้าชม ผลงานศิลปะจากคลังสะสม “Color light” ซึ่งจัดแสดง ณ หอศิลป์มหาวิทยาลัยนเรศวรและพิพิธภัณฑ์ผ้า มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมทั้งเข้าร่วมกิจกรรม “ผ้าคลุมไหล่มัดย้อม” เพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ด้านศิลปะและวัฒนธรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าเยี่ยมชมทุกเพศทุกวัยได้สัมผัสการสร้างสรรค์ผ้าแบบดั้งเดิม และมีกระบวนการในการเรียนรู้ศิลปะผสมผสานกับวัฒนธรรมท้องถิ่น.

กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริม ประสบการณ์ด้านศิลปะ (Learning Experience) ซึ่งมีเป้าหมายในการเผยแพร่และอนุรักษ์ศิลปะพื้นบ้าน พร้อมทั้งเสริมสร้างความเข้าใจในคุณค่าของการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยในทุกยุคทุกสมัย โดยผ่านการสัมผัสกับกระบวนการและเทคนิคการทำผ้าด้วยมือ รวมถึงการใช้สีจากธรรมชาติในการมัดย้อม ที่สะท้อนถึง ภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่มีความยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะ SDG 4: การศึกษาที่มีคุณภาพ และ SDG 12: การบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน.

กิจกรรม “ผ้าคลุมไหล่มัดย้อม” ช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีคุณค่า โดยการสัมผัสกระบวนการสร้างสรรค์ผ้าด้วยมือและการใช้สีจากธรรมชาติในการมัดย้อม ทำให้ผู้เข้าร่วมสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับเทคนิคการทำผ้าแบบดั้งเดิมที่เป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมไทยและสามารถสืบทอดความรู้เหล่านี้ได้ในอนาคต การศึกษาเกี่ยวกับการทำผ้าและการใช้วัสดุธรรมชาติยังช่วยให้ผู้เรียนมีความเข้าใจในกระบวนการผลิตที่สามารถทำได้อย่างยั่งยืน และเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกวัยได้เรียนรู้ศิลปะที่มีคุณค่า.

กิจกรรมในครั้งนี้ยังช่วยเสริมสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการใช้วัสดุท้องถิ่นในกระบวนการผลิตที่ยั่งยืน โดยการใช้ สีจากธรรมชาติ ในการมัดย้อมผ้า ซึ่งเป็นเทคนิคที่ไม่เพียงแต่ช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ แต่ยังส่งเสริมการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นที่มีความยั่งยืนและไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม.

การใช้ วัตถุดิบท้องถิ่น และกระบวนการผลิตที่ไม่ใช้สารเคมีในกิจกรรมการมัดย้อมเป็นการส่งเสริมการผลิตที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างยั่งยืน ช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้ตระหนักถึงคุณค่าของการใช้วัตถุดิบธรรมชาติและผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน.

กิจกรรมนี้สะท้อนถึงการสร้างความร่วมมือที่มีความสำคัญระหว่าง มหาวิทยาลัย ภาครัฐและ ชุมชนท้องถิ่น ในการอนุรักษ์ศิลปะและวัฒนธรรมไทยที่สามารถสืบสานไปยังอนาคต. การส่งเสริมให้ทุกคนในชุมชนได้มีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้และสร้างสรรค์ศิลปะไทยไม่เพียงแต่สร้างความสนุกสนาน แต่ยังช่วยให้เกิดความร่วมมือระหว่างองค์กรต่าง ๆ ที่มุ่งมั่นในการส่งเสริมและอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นและธรรมชาติ.

นอกจากนี้ การจัดกิจกรรมนี้ยังเสริมสร้าง ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย กับ ภาคธุรกิจ เช่นบริษัท เอ็มวันพิษณุโลก จำกัด ซึ่งทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้และเสริมสร้างประสบการณ์ด้านศิลปะและวัฒนธรรมร่วมกัน ส่งเสริมการทำงานร่วมกันเพื่อสร้างความยั่งยืนทั้งในแง่ของการศึกษาศิลปะและการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับท้องถิ่น.

ที่มา: กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร

รับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการ รากฟันเทียมรองรับฟันปลอมทั้งปาก ในขากรรไกรล่าง

โรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิด “รับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการ รากฟันเทียมรองรับฟันปลอมทั้งปาก ในขากรรไกรล่าง” โครงการรากฟันเทียมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา 28 กรกฏาคม 2567

คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ
1. ผู้สูงอายุ 60 ปี ขึ้นไป
2. มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเท่านั้น (สิทธิบัตรทอง หรือบัตร 30 บาท)
3. ให้การรักษาโดยอาจารย์ทันตแพทย์ไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนของรากฟันเทียม

สนใจเข้าร่วมโครงการฯ ลงทะเบียนผ่าน QR code หรือ โทร: 0-5596-7462
ที่มา: คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin