Archives 2023

โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร จัดโครงการฟื้นฟูความรู้ผู้ดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง ปี 2566

    เมื่อวันที่  21 กรกฎาคม 2566 ผศ.นพ.พีระพงศ์ เธียราวัฒน์ รองคณบดีฝ่ายบริหารและประกันคุณภาพ  เป็นประธานเปิดโครงการฟื้นฟูความรู้ผู้ดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง ปี 2566 ในรูปแบบออนไลน์โดยใช้โปรแกรมZoom และรูปแบบออนไซต์ โดยมี อาจารย์ นพ.วินัฐ แก้วตัน อายุรแพทย์มะเร็งวิทยา กล่าวรายงาน ณ ห้อง CC – 802 ชั้น 8 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา 2 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

  การจัดโครงการในครั้งนี้ จัดโดยคณะกรรมการสหสาขาวิชาชีพผู้ดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร  มีวัตถุประสงค์เพื่อการฟื้นฟูความรู้ความเข้าใจในแนวทางการวินิจฉัยโรคและการดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็ง   มุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมอบรมเกิดความรู้และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการดูแลผู้ป่วยอย่างสูงสุด

ที่มา: โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร

หน่วยทันตกรรมพระราชทานฯ ม.นเรศวร ออกให้บริการทางทันตกรรมให้กับผู้ต้องขังในเรือนจำสวรรคโลก

วันที่ 26 กรกฎาคม 2566 หน่วยทันตกรรมพระราชทานฯ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ออกให้บริการทางทันตกรรมให้กับผู้ต้องขัง ในเรือนจำสวรรคโลก​ จำนวน 135 ราย โดยแบ่งเป็น อุดฟัน 29 ราย ขูดหินปูน 49 ราย และ ถอนฟัน 54 ราย ณ เรือนจำสวรรคโลก​ อำเภอสวรรคโลก​ จังหวัดสุโขทัย

เรียนรู้วิถีเกษตรกร ในกิจกรรมสืบสานประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าว

ในวันอังคารที่ 25 กรกฎาคม 2566 รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมสืบสานประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าว ณ แปลงทดลองวิชชาลัยข้าวและชาวนา มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และอนุรักษ์วิถีเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ศิษฐ์ภัณฑ์ แคนลา ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการบริการวิชาการ และนายรุ่งรัตน์ พระนาค ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ รวมถึงบุคลากร ผู้บริหาร นักเรียนจากโรงเรียนอนุบาลและโรงเรียนประถมสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวร เข้าร่วมกิจกรรมอย่างอบอุ่น

กิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้วิถีชีวิตของเกษตรกรและกระบวนการเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าว รวมถึงการสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการผลิตอาหารที่ยั่งยืน เพื่อรองรับความต้องการของประชากรโลกในอนาคต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 2) “การขจัดความหิวโหย” โดยการส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับการผลิตอาหารและการบริโภคอย่างมีคุณค่า เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับระบบการเกษตรและการจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืนในอนาคต

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสร้างการเรียนรู้ที่มีความยั่งยืนในด้านการเกษตรและการบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบ โดยการมีส่วนร่วมของผู้บริหารและนักเรียนจากหลากหลายระดับการศึกษา ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนและมหาวิทยาลัย และเป็นการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมในการเกษตรกรรมที่สำคัญของชาติ

ที่มา: กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร จับมือภาคเอกชนส่งเสริมความร่วมมือการพัฒนานิสิตในการเพิ่มทักษะความเป็นผู้ประกอบการ

วันที่ 11 กรกฎาคม เวลา 14.00 น. คณะวิทยากรจาก Nexter Incubator บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) กองกิจการนิสิตและอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยรองอธิการ ดร.จรัสดาว คงเมือง

รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต ศิษย์เก่าและศิลปวัฒนธรรม และคณะผู้บริหารจากอุทยานวิทยาศาสตร์ นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมลักษณ์ วรรณฤมล กีเยลาโรว่า รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร และดร.ปัญญวัณ ลำเพาพงศ์ รักษาการในตำแหน่งรองผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เข้าพบอธิการบดี เพื่อหารือความร่วมมือการพัฒนานิสิตในการเพิ่มทักษะความเป็นผู้ประกอบการ นอกจากนั้นยังหารือโอกาสในการจัดกิจกรรมร่วมกันทั้งภาควิชาการ การวิจัย ตลอดจนการสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่

ที่มา: อุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร จัดการประกวด Green Innovation ภายใต้โครงการ Zero Waste

งานบริการสวัสดิการนิสิต กองกิจการนิสิต ได้จัดกิจกรรมการประกวด Green Innovation ภายใต้โครงการ Zero Waste ขึ้น ในระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม – 5 สิงหาคม 2566 และได้จัดให้มีการตัดสินการประกวดฯ ดังกล่าว เพื่อเป็นการขับเคลื่อนการจัดการขยะที่ต้นทาง ลดปริมาณการเกิด การคัดแยกขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย การสร้างจิตสํานึกและวินัยให้กับนิสิต และพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ในการลดและคัดแยกและนํากลับมาใช้ประโยชน์ ส่งเสริมตามหลัก 3 Rs คือ Reduce Reuse และ Recycle

ส่งเสริมนิสิตที่มีความพิการด้านร่างกายสร้างรายได้ระหว่างเรียน

น้องทาม นิสิตสาขาทัศนศิลป์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เข้าร่วมออกบูทเพ้นกระเป๋าและแก้วภายในงาน “มหกรรมอาชีพ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ เมืองแผ่นดิน ถิ่นสองแคว” ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่เวลา 10.00–16.30 น. ณ อาคารอุทยานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยกิจกรรมครั้งนี้มุ่งเน้นการ ส่งเสริมนิสิตที่มีความพิการด้านร่างกายสร้างรายได้ระหว่างเรียน และสร้างแรงบันดาลใจให้กับเพื่อนนิสิตคนอื่นๆ

การเข้าร่วมของน้องทามในงานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการ ส่งเสริมสร้างอาชีพ สร้างรายได้ สำหรับนิสิตพิการ ผ่านการใช้ทักษะด้านศิลปะที่เรียนรู้มาในห้องเรียนต่อยอดเป็นผลงานจริง การเพ้นกระเป๋าและแก้วไม่เพียงเป็นกิจกรรมเชิงศิลป์ แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสในการพัฒนาทักษะอาชีพ และเปิดช่องทางใหม่ในการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

งานมหกรรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีให้นิสิตและประชาชนทั่วไปได้แสดงผลงานและความสามารถทางวิชาชีพ โดยเฉพาะกลุ่มนิสิตพิการที่มักประสบข้อจำกัดในการเข้าถึงตลาดแรงงาน การมีส่วนร่วมเช่นนี้ช่วยให้พวกเขาได้ฝึกฝนทักษะจริง และสร้างความมั่นใจในการพัฒนาตนเองเพื่อต่อยอดไปสู่การประกอบอาชีพในอนาคต

นอกจากนี้ กิจกรรมยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ด้วยการเปิดพื้นที่เท่าเทียมให้ทุกคนสามารถนำเสนอศักยภาพของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นนิสิตที่มีความพิการหรือไม่มีความพิการ การมีเวทีร่วมกันเช่นนี้ช่วยสร้างความเข้าใจและทัศนคติที่ดีต่อการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างเกื้อกูล

สินค้าที่จัดแสดงในงาน เช่น กระเป๋าเพ้นลายและแก้วเพ้นลาย ถือเป็นการผสมผสานระหว่างความคิดสร้างสรรค์กับการพัฒนาทักษะอาชีพอย่างแท้จริง สิ่งเหล่านี้สามารถขยายผลไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ และช่วยให้นิสิตพิการสามารถพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น ทั้งยังเป็นการแบ่งเบาภาระทางเศรษฐกิจของครอบครัว

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงเดินหน้า ส่งเสริมสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และ ส่งเสริมนิสิตที่มีความพิการด้านร่างกายสร้างรายได้ระหว่างเรียน อย่างต่อเนื่อง กิจกรรมนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างระบบสนับสนุนการเรียนรู้นอกห้องเรียน ที่ไม่เพียงตอบโจทย์ทางวิชาการ แต่ยังตอบโจทย์การพัฒนาคุณภาพชีวิต และการสร้างความเท่าเทียมในสังคม

การอุดหนุนสินค้าของน้องทามและนิสิตพิการจึงไม่ใช่เพียงการซื้อสินค้าศิลปะทั่วไป แต่ยังเป็นการสนับสนุนความพยายามของนิสิตในการสร้างรายได้ด้วยตนเอง และเป็นพลังสำคัญในการผลักดันสังคมที่มีความเข้าใจ เคารพความหลากหลาย และเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเติบโตไปพร้อมกันได้อย่างยั่งยืน

ม.นเรศวร เปิดนิทรรศการ Zero Waste Exhibition และการเสวนา Go Zero Waste ขยะเท่ากับศูนย์

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2566 กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดพิธีเปิดนิทรรศการ Zero Waste Exhibition และการเสวนา Go Zero Waste ขยะเท่ากับศูนย์ โดยคุณธีรชัย ศุภเมธีกูลวัฒน์ นักออกแบบและผู้ก่อตั้งแบรนด์ควอลี่ (Qualy) บริษัท นิว อาไรวา จำกัด โดยได้รับเกียรติจาก ดร.จรัสดาว คงเมือง รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต ศิษย์เก่า และศิลปวัฒนธรรม เป็นประธานในการเปิดงาน ณ หอศิลป์มหาวิทยาลัยนเรศวร

โดย ดร.จรัสดาว คงเมือง รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต ศิษย์เก่า และศิลปวัฒนธรรม ซึ่งกล่าวว่า นโยบายของมหาวิทยาลัยนเรศวรคือการสร้างนิสิตให้เป็นผู้มีศักยภาพในการที่จะสามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและโลก สามารถทำงานในที่ใด ๆ ในโลกนี้ได้ มีความเป็นพลโลก

ให้นิสิตมีประสบการณ์ในวัฒนธรรมที่หลากหลาย และมีความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตย และมีวิจารณญาณในการวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารจากแหล่งต่าง ๆ อย่างถูกต้อง ก็ได้พยายามผลักดันผ่านกระบวนการต่าง ๆ ที่เป็นกิจกรรมเสริมหลักสูตร มหาวิทยาลัยนเรศวรเน้นในเรื่อง University Social Responsibility (USR) ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของมหาวิทยาลัยที่มีต่อสังคม แบบที่เริ่มจากต้นเหตุซึ่งหมายถึง ตัวนิสิต คณาจารย์ บุคลากรในมหาวิทยาลัย รวมทั้งระบบของมหาวิทยาลัยด้วย

ในการเสวนา Go Zero Waste ขยะเท่ากับศูนย์ ได้กล่าวถึงแนวคิดและการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ต้องคำถึงการใช้งานและการสื่อสารผลิตภัณฑ์สู่ผู้บริโภค เช่น กล่องใส่ถุงพลาสติกรูปปลาวาฬ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่สื่อถึงความสวยงามแห่งท้องทะเลอันอุดมสมบูรณ์ของจังหวัดปัตตานี และได้เชิญชวนให้ผู้คนให้ความสำคัญกับการลงมือทำคนละเล็กคนละน้อยเพื่อกำจัดขยะให้เท่ากับศูนย์ ต่อไป นิทรรศการเปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่วันที่ 7- 31 กรกฎาคม 2566 (เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)

ที่มา: กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร

NU Art & Craft Fun Fair 2023

มหาวิทยาลัยนเรศวรจัดงาน NU Art & Craft Fun Fair 2023 ในวันที่ 7-8 กรกฎาคม 2566 ภายใต้แนวคิด “MO(RE)DERN” ที่สะท้อนการผสมผสานระหว่างความบันเทิงในรูปแบบที่ทันสมัยและการรักษ์โลกแบบยั่งยืน ซึ่งได้รับความสนใจจากนิสิตและผู้เข้าร่วมงานทุกวัย ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยสีสันของขบวนพาเหรดและกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ทุกคนได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่สนุกสนานและสร้างสรรค์ ในเวลาเดียวกันยังได้เรียนรู้และตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาสิ่งแวดล้อม

งานในปีนี้ถูกจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-8 กรกฎาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 16.00 – 23.00 น. ณ อาคารอเนกประสงค์ และอาคารวิสุทธิกษัตริย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีกิจกรรมหลากหลายที่ผสมผสานทั้งศิลปะ การแสดงทางวัฒนธรรม และการแสดงความคิดสร้างสรรค์ที่สามารถดึงดูดผู้เข้าร่วมจากทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินขบวนพาเหรดที่สะท้อนถึงการผสมผสานความคิดสร้างสรรค์และการตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน

สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs):

  1. SDG 4: การศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต
    งานนี้ไม่เพียงแต่สร้างความบันเทิงให้กับผู้เข้าร่วม แต่ยังเสริมสร้างการเรียนรู้เกี่ยวกับการรักษาสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืนผ่านกิจกรรมที่สอดแทรกความรู้เกี่ยวกับการใช้วัสดุรีไซเคิลในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะต่างๆ การให้ความรู้เกี่ยวกับความสำคัญของการลดขยะและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อกระตุ้นให้ทุกคนตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงที่เป็นบวกในชีวิตประจำวัน
  2. SDG 12: การบริโภคและการผลิตอย่างยั่งยืน
    แนวคิด “MO(RE)DERN” ของงานนี้ถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการใช้วัสดุที่ยั่งยืนและการผลิตที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการใช้วัสดุรีไซเคิลในการสร้างสรรค์งานศิลปะและการจัดแสดงต่างๆ โดยแสดงให้เห็นว่าการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และสนุกสนานนั้นสามารถทำได้โดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ยังมีการรณรงค์ให้ผู้เข้าร่วมงานรับรู้ถึงความสำคัญของการลดการใช้พลาสติกและการเลือกใช้วัสดุที่ยั่งยืนมากขึ้น
  3. SDG 13: การดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศ
    งานนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการกระตุ้นให้ทุกคนร่วมมือกันรักษาสิ่งแวดล้อม โดยเน้นการใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้วัสดุรีไซเคิลในการทำงานศิลปะและการสร้างสรรค์อื่นๆ รวมทั้งกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ธรรมชาติและการลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่ไม่ยั่งยืน
  4. SDG 11: เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน
    งานนี้ยังเป็นการสร้างพื้นที่ที่สนับสนุนการเรียนรู้และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคนในชุมชนผ่านกิจกรรมทางศิลปะและวัฒนธรรม ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างความบันเทิง แต่ยังส่งเสริมให้ผู้คนมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพื่อให้ชุมชนมีความยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

กิจกรรมพิเศษและไฮไลต์ในงาน:

  • ขบวนพาเหรด: การเดินขบวนที่สะท้อนถึงการรวมพลังของศิลปะและสิ่งแวดล้อม พร้อมกับการสวมใส่ผลงานศิลปะที่ออกแบบจากวัสดุรีไซเคิล
  • การแสดงและกิจกรรมเวิร์คช็อป: นิทรรศการศิลปะที่ใช้วัสดุรีไซเคิล พร้อมทั้งกิจกรรมการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะจากวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่
  • เวทีการบรรยายและการอภิปราย: เสวนาเกี่ยวกับการรักษาสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืนในวงการศิลปะ

ที่มา: งานประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ‘เมืองแผ่นดิน ถิ่นสองแคว’ ขับเคลื่อนการส่งเสริมการจ้างงานและความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2566, มหาวิทยาลัยนเรศวรได้มีส่วนร่วมในการจัดงาน มหกรรมอาชีพ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ เมืองแผ่นดิน ถิ่นสองแควหอประชุมมหาราช อาคารอุทยานองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช จังหวัดพิษณุโลก โดยงานนี้จัดขึ้นเพื่อ ส่งเสริมการสร้างงานและอาชีพที่ยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs 8) โดยเฉพาะในด้าน การส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน และ การส่งเสริมการมีงานทำที่ดี สำหรับทุกคน.

การส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจและการสร้างอาชีพที่ยั่งยืน (SDG 8): นี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ ส่งเสริมการพัฒนาทักษะด้านอาชีพ และ การสร้างรายได้ อย่างยั่งยืนให้แก่ชุมชนท้องถิ่น และผู้ที่สนใจเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ โดยผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้นในงาน ซึ่งจะช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้รับความรู้เกี่ยวกับการสร้างอาชีพใหม่ ๆ และการพัฒนาทักษะต่าง ๆ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ เช่น:

  • การสาธิตอาชีพและฝึกปฏิบัติอาชีพ: ผู้เข้าร่วมจะได้ทดลองทำงานฝีมือหรือกิจกรรมอาชีพที่สามารถนำไปใช้สร้างรายได้ เช่น การทำสินค้าหัตถกรรม การทำอาหาร การทำน้ำหอม หรือแม้แต่การเกษตร ซึ่งช่วยให้ทุกคนได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะใหม่ ๆ ที่สามารถนำไปประกอบอาชีพในอนาคต.
  • การจัดแสดงอาชีพนวัตกรรม: มหาวิทยาลัยนเรศวรได้นำเสนอแนวคิด อาชีพนวัตกรรม ซึ่งไม่เพียงแต่การทำงานตามอาชีพทั่วไป แต่ยังสามารถนำเทคโนโลยีหรือ นวัตกรรมใหม่ มาใช้ในการสร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการในตลาดและสามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืน.
  • การแจกของรางวัล: เพื่อเพิ่มแรงจูงใจและกระตุ้นให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีความสนใจในด้านการพัฒนาทักษะอาชีพและการสร้างรายได้ โดยการแจกของรางวัลที่มีคุณค่า ซึ่งอาจเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการประกอบอาชีพหรือผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง.
  • สินค้าจาก 8 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง: การจัดแสดงและขาย ผลิตภัณฑ์เด่น จาก 8 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งรวมถึง สินค้า OTOP และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่สะท้อนถึง ภูมิปัญญาท้องถิ่น การใช้ทรัพยากรในพื้นที่อย่าง ยั่งยืน และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าท้องถิ่น ซึ่งเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจในระดับชุมชนและภูมิภาค.

การสร้างความร่วมมือและเครือข่าย (SDG 17): จัดงานในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึง การสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยมีการนำเสนอ ทักษะและความรู้ ที่จำเป็นในการพัฒนาอาชีพในพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งช่วยเสริมสร้าง เครือข่ายความร่วมมือ ที่เป็นประโยชน์ทั้งในด้านการพัฒนาทักษะของบุคคลและการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับชุมชนผ่านการเรียนรู้ร่วมกัน.

มหาวิทยาลัยนเรศวรไม่เพียงแต่จัดงานเพื่อเผยแพร่ความรู้ แต่ยังส่งเสริมการ สร้างเครือข่าย และ การเชื่อมโยง ระหว่าง นักศึกษา, ชุมชน, ภาครัฐ, และเอกชน ที่จะช่วยสนับสนุนการพัฒนาอาชีพและการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน โดยการนำทักษะต่าง ๆ ที่ได้เรียนรู้จากการฝึกอบรมไปปรับใช้ในชีวิตจริงและสามารถขยายขีดความสามารถทางเศรษฐกิจของพื้นที่และประเทศ.

งานนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ สนับสนุนการสร้างงาน ที่ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ผู้คนมีรายได้ แต่ยังมีผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวมที่ยั่งยืนและเสถียร โดยการสนับสนุนการประกอบอาชีพที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม, การพัฒนาอาชีพใหม่ ๆ ที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของสังคม, และการสนับสนุน การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้การพัฒนาเศรษฐกิจสามารถคงอยู่ได้ในระยะยาว.

ที่มา: งานประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร ส่งเสริมพลังงานสะอาด ถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชนเพื่อพัฒนาที่ยั่งยืน

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้แสดงบทบาทสำคัญในด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะในเป้าหมาย SDG 7 เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงพลังงานสะอาดและยั่งยืนในระดับท้องถิ่น ผ่านการสร้างความรู้และความตระหนักในด้านพลังงานแสงอาทิตย์ให้แก่ชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เมื่อวันที่ 7-8 กรกฎาคม 2566 วิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี ในนามของมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ร่วมมือกับพลังงานจังหวัดพิษณุโลกและบริษัท ช้าง โซล่าเซลล์ จำกัด จัดการฝึกอบรมการใช้งานและดูแลรักษาระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar System) ให้กับเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลนาบัว บุคลากรโรงเรียนภูขัดรวมไทยพัฒนา และประชาชนในพื้นที่ ณ โรงเรียนภูขัดรวมไทยพัฒนา บ้านน้ำแจ้ง ตำบลนาบัว อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก

การฝึกอบรมครั้งนี้มุ่งเน้นการเพิ่มพูนความรู้และทักษะในการติดตั้ง ดูแลรักษา และใช้งานระบบพลังงานแสงอาทิตย์ โดยเน้นการประยุกต์ใช้งานในระดับครัวเรือนและชุมชน เพื่อสนับสนุนการลดการใช้พลังงานฟอสซิลและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งสร้างศักยภาพให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองในด้านพลังงานได้

กิจกรรมดังกล่าวเป็นตัวอย่างของความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ที่ช่วยผลักดันการใช้พลังงานสะอาดในชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนตามเป้าหมายของ SDG 7 ในการส่งเสริมการเข้าถึงพลังงานสะอาดที่ปลอดภัย ยั่งยืน และทั่วถึง

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin