ม.นเรศวร ส่งเสริมสร้างมูลค่าจากขยะ ผ่านการประกวดนวัตกรรม “ขยะทำเงิน”

วันอังคารที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567 รายวิชาศึกษาทั่วไป วิชา 001279 วิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน จัดโครงการการประกวดผลงานการพัฒนานวัตกรรม “ขยะทำเงิน” ณ โถง ชั้น 1 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บรมราชินีนาถ มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มลิวรรณ นาคขุนทด เป็นผู้รับผิดชอบรายวิชา และทีมอาจารย์ผู้สอนร่วมดูแลกิจกรรม อาทิ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศุภัตรา ประทุมชาติ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อัจฉรา อิ่มคำพุฒคำ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อัญชลี สิริกุลขจร รองศาสตราจารย์ ดร.ทนงศักดิ์ โนไชยา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.คเชนทร์ แดงอุดม รองศาสตราจารย์ ดร.สุดารัตน์ ชาติสุทธิ ดร.ศุภพัชรี ธนสารไพบูลย์ รองศาสตราจารย์ ดร.เอก จันต๊ะยอด และ ดร.กฤติกา เพ็ชรประกอบ

กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้นิสิตได้ฝึกทักษะการนำเสนอ การคิดวิเคราะห์ และการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่สามารถนำขยะมาเพิ่มมูลค่าได้จริง อันเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ที่ผสมผสานระหว่างทฤษฎีและการปฏิบัติ ตอบโจทย์การพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21

นิสิตผู้เข้าร่วมได้นำวัสดุเหลือใช้ เช่น ขวดพลาสติก ฝาขวดพลาสติก เศษผ้า ถุงขนมพลาสติก กระป๋องน้ำอัดลม และลังกระดาษ มาสร้างสรรค์ผลงานใหม่ที่มีทั้งประโยชน์ใช้สอยและคุณค่าทางเศรษฐกิจ การประยุกต์ใช้แนวคิดดังกล่าวช่วยลดปริมาณขยะในแหล่งกำเนิด และเป็นการแปรเปลี่ยนสิ่งที่ดูเหมือนไร้ค่าให้กลับมามีคุณค่าอีกครั้ง

การประกวด “ขยะทำเงิน” ยังทำหน้าที่เป็นเวทีเรียนรู้เชิงบูรณาการที่ช่วยให้นิสิตเห็นความสำคัญของการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการลดปัญหาขยะที่กำลังเป็นประเด็นสำคัญในสังคม การเรียนรู้ในลักษณะนี้ช่วยปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้กับเยาวชนอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนั้น กิจกรรมยังสร้างบรรยากาศการเรียนรู้เชิงปฏิบัติที่เน้นการลงมือทำจริง นิสิตได้พัฒนาความคิดสร้างสรรค์และทักษะการทำงานร่วมกัน ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่จำเป็นต่อการทำงานในอนาคต อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิต

การจัดโครงการในครั้งนี้ยังเป็นการเชื่อมโยงแนวทางการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวันเข้ากับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยเน้นการใช้ความรู้เพื่อแก้ปัญหาที่ใกล้ตัวและสามารถประยุกต์ใช้ได้จริง

โครงการ “ขยะทำเงิน” ของรายวิชาศึกษาทั่วไป มหาวิทยาลัยนเรศวร จึงถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการ ส่งเสริมสร้างมูลค่าจากขยะ ผ่านการบูรณาการการศึกษาเข้ากับการจัดการสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำพันธกิจของมหาวิทยาลัยในการสร้างบัณฑิตที่มีทั้งความรู้ ทักษะ และความรับผิดชอบต่อสังคมและโลกใบนี้

ม.นเรศวร โชว์นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว ในงานวันนักประดิษฐ์

วันศุกร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นำผลงานวิจัยและนวัตกรรม “บรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้ทางชีวภาพจากแผ่นกระดาษฟางข้าวลามิเนตด้วยฟิล์มพอลิเมอร์ชีวภาพ” เข้าร่วมจัดแสดงในงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2567 ณ Event Hall 100 – 102 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้เข้าร่วมงานจากหลายภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา

ผลงานวิจัยดังกล่าวเป็นการพัฒนาของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรารัตน์ มหาศรานนท์ ร่วมกับทีมวิจัยซึ่งประกอบด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.สุกัญญา รอส, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.หนึ่งฤทัย สุพรม, นางสาวเบญจวรรณ ขันโท และนางสาวโศรยา แก้วเพีย โดยมีเป้าหมายสำคัญในการสร้างบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ต้นแบบบรรจุภัณฑ์ผลิตจาก ฟิล์มพอลิเมอร์ชีวภาพ (พอลิแลคติกแอซิด) ที่ผสมน้ำมันมะพร้าวและแป้งมันสำปะหลัง เพื่อนำมาลามิเนตกับกระดาษฟางข้าว ซึ่งเป็นวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร ผลิตภัณฑ์ที่ได้ถูกออกแบบให้มีหลายรูปแบบ เช่น กล่องสามเหลี่ยม กล่องสี่เหลี่ยม และจานเพื่อใช้ใส่อาหาร

ในการทดลองใช้งานจริง บรรจุภัณฑ์เหล่านี้ถูกนำไปใช้กับอาหารหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นขนมปัง เค้ก คุกกี้ แซนวิช ขนมจีบ และซาลาเปาในร้านกาแฟ ร้านเบเกอรี่ และร้านอาหาร พบว่ามีความเหมาะสมต่อการใช้งานจริง อีกทั้งยังช่วยลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวที่ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม

ผลงานนี้ไม่เพียงแต่เป็นการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่ยังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร ถือเป็นแนวทางการจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและสร้างรายได้เพิ่มเติมให้กับเกษตรกร รวมถึงการเสริมสร้างความตระหนักรู้ในชุมชนเกี่ยวกับการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม

การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้ครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถของนักวิจัยไทยในการเชื่อมโยงงานวิจัยกับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน และเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงถึงศักยภาพของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวและเศรษฐกิจหมุนเวียน

นอกจากนี้ การเข้าร่วมจัดแสดงในงานวันนักประดิษฐ์ 2567 ยังเป็นโอกาสในการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการวิจัยและนวัตกรรมสู่สาธารณะ รวมถึงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้เชี่ยวชาญและผู้ประกอบการที่สนใจนำผลงานไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์

ท้ายที่สุด ผลงาน “บรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้จากแผ่นกระดาษฟางข้าวลามิเนตด้วยฟิล์มพอลิเมอร์ชีวภาพ” จึงถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่ตอบโจทย์การใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน และเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการ ส่งเสริมนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่สามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และสังคมได้อย่างแท้จริง

ม.นเรศวร จัดโครงการ “ขยะแลกยิ้ม” สร้างรอยยิ้มเด็ก ๆ ผ่านการจัดการขยะอย่างยั่งยืน

วันอาทิตย์ที่ 28 มกราคม 2567 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดโครงการ “ขยะแลกยิ้ม” (Change Trash For Your Smile) เพื่อเชิญชวนให้นิสิต บุคลากร และประชาชนทั่วไป ร่วมนำขยะรีไซเคิลมาบริจาคหรือแลกเปลี่ยนเป็นชั่วโมงจิตอาสา โดยมุ่งสร้างคุณค่าจากสิ่งของเหลือใช้และส่งต่อเป็นรอยยิ้มแก่เยาวชนในชุมชน

กิจกรรมในครั้งนี้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำขยะรีไซเคิลประเภทต่าง ๆ มาบริจาค เช่น ขวดพลาสติก ขวดแก้ว กระป๋อง กระดาษ และกระป๋องอะลูมิเนียม โดยกำหนดเกณฑ์การแลกเปลี่ยนอย่างชัดเจน เช่น ขวดน้ำพลาสติกขนาดเล็ก 60 ขวด แลกเป็น 6 ชั่วโมงจิตอาสา หรือกระดาษลัง 1 กิโลกรัม แลกเป็น 3 ชั่วโมงจิตอาสา ซึ่งนับเป็นการสร้างแรงจูงใจในการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์

จุดเด่นของโครงการคือ การนำขยะที่ถูกบริจาคไปสร้างคุณค่าใหม่ รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะถูกสมทบทุนเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์การเรียนและสนับสนุนกิจกรรมการศึกษาสำหรับนักเรียนโรงเรียนวัดคุ้งวารี ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสทางการศึกษาและสร้างรอยยิ้มให้แก่เด็ก ๆ ที่ขาดแคลน

การจัดกิจกรรม ขยะแลกยิ้ม ไม่เพียงเป็นการรณรงค์การจัดการขยะและลดการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง แต่ยังเป็นการสร้างความตระหนักถึงคุณค่าของสิ่งที่ดูเหมือนไร้ค่า ให้กลับมามีบทบาทสำคัญต่อสังคม ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมและด้านการศึกษา

โครงการยังได้เน้นย้ำถึงการใช้หลักการลดการสร้างของเสียตั้งแต่ต้นทาง ผ่านการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญของการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน โดยทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรมไม่เพียงได้ชั่วโมงจิตอาสา แต่ยังได้เรียนรู้บทบาทของตนเองในการช่วยลดปัญหาขยะและสนับสนุนการรีไซเคิล

นอกจากนี้ การรณรงค์ยังมีบริการรับขยะถึงหอพัก เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นิสิตและบุคลากรที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจจริงของคณะสาธารณสุขศาสตร์ในการส่งเสริมให้ทุกคนมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง

ขยะแลกยิ้ม จึงเป็นโครงการที่ผสานเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ทั้งในด้านการจัดการขยะ การลดของเสีย และการส่งเสริมการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชน โดยแสดงถึงพลังความร่วมมือของมหาวิทยาลัยและชุมชนในการขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืน

ม.นเรศวร ส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนผ่านกิจกรรม Waste Towers ครั้งที่ 2

มหาวิทยาลัยนเรศวรจัดกิจกรรม Waste Towers ครั้งที่ 2 เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมุ่งเน้นเป้าหมายที่ 11 (SDG 11) การสร้างเมืองและชุมชนที่ยั่งยืน และเป้าหมายที่ 12 (SDG 12) การบริโภคและการผลิตอย่างยั่งยืน

จุดมุ่งหมายของกิจกรรม กิจกรรม Waste Towers มุ่งสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้กับนิสิตและบุคลากร ผ่านการแข่งขันเก็บขยะในพื้นที่มหาวิทยาลัย ซึ่งไม่เพียงช่วยลดปริมาณขยะ แต่ยังส่งเสริมการเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ

รูปแบบการจัดกิจกรรม งานครั้งนี้เปิดโอกาสให้ผู้สมัครแข่งขันเป็นทีม ทีมละ 1-3 คน โดยเป้าหมายคือการเก็บขยะภายในรั้วมหาวิทยาลัย แล้วนำมาชั่งน้ำหนัก ทีมที่รวบรวมขยะได้มากที่สุดจะได้รับรางวัลตามลำดับดังนี้:

  • รางวัลชนะเลิศ: 2,000 บาท
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1: 1,500 บาท
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2: 1,000 บาท
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 3: 500 บาท
  • รางวัลชมเชย: 200 บาท (3 รางวัล)
กำหนดการ
  • สมัครเข้าร่วม: ได้ที่ แบบฟอร์มออนไลน์ ภายในวันศุกร์ที่ 19 มกราคม 2567 เวลา 20:00 น.
  • วันจัดกิจกรรม: วันเสาร์ที่ 20 มกราคม 2567
    • ลงทะเบียน: 09:00 – 09:30 น.
    • สถานที่: โถงใต้อาคารเรียนรวม คณะวิศวกรรมศาสตร์ (ตึก EN)

ความสำคัญของกิจกรรม กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเป้าหมาย SDG 11 และ 12 ของมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยเน้นการสร้างชุมชนที่สะอาดและเป็นระเบียบ พร้อมส่งเสริมการจัดการขยะอย่างยั่งยืน ทั้งยังช่วยสร้างความสามัคคีและจิตอาสาในชุมชนมหาวิทยาลัย

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน และสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีไปพร้อมกันใน Waste Towers ครั้งที่ 2!

“พกภาชนะ ลดขยะ สร้างสังคมยั่งยืน” ม.นเรศวร ขับเคลื่อนการผลิตและบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบ

มหาวิทยาลัยนเรศวรเดินหน้าสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals – SDG) โดยเฉพาะ SDG 12: การผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน ผ่านโครงการส่งเสริมจิตสำนึกในการจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการรณรงค์ให้ชุมชนในมหาวิทยาลัยมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่สร้างความเปลี่ยนแปลง

พกภาชนะมาเอง ลดพลาสติกครั้งเดียวทิ้ง
มหาวิทยาลัยนเรศวรสนับสนุนให้ทั้งนิสิตและบุคลากรพกพาภาชนะส่วนตัวมาใช้ในโรงอาหาร NU Canteen เพื่อช่วยลดปริมาณขยะพลาสติก โดยร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการจะมอบส่วนลดพิเศษ 2-5 บาท ให้แก่ผู้ที่นำภาชนะมาเอง ความร่วมมือนี้ไม่เพียงช่วยลดการใช้ทรัพยากรสิ้นเปลือง แต่ยังสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในทุกมื้ออาหาร

จัดการเศษอาหารอย่างสร้างสรรค์
มหาวิทยาลัยยังตระหนักถึงปัญหาการสูญเสียอาหารและขยะอินทรีย์ในโรงอาหาร จึงได้ดำเนินโครงการ คัดแยกเศษอาหาร จากร้านค้าที่เข้าร่วม เพื่อนำไปใช้เป็นอาหารสัตว์และผลิตปุ๋ยอินทรีย์ การดำเนินงานนี้ช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องกำจัด พร้อมทั้งสร้างประโยชน์ต่อชุมชนและเกษตรกรในพื้นที่

ความร่วมมือเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน
มหาวิทยาลัยนเรศวรขอขอบคุณนิสิตและบุคลากรที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น การพกภาชนะมาเอง และการ จัดการเศษอาหาร อย่างเหมาะสม กิจกรรมเหล่านี้เป็นตัวอย่างที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของชุมชนมหาวิทยาลัยในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม

เพราะอนาคตที่ยั่งยืนเริ่มต้นที่ตัวเรา
ร่วมกันสร้างสรรค์มหาวิทยาลัยสีเขียวเพื่ออนาคตที่ดีของทุกคน พร้อมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมด้านสิ่งแวดล้อมและการใช้วัสดุที่ยั่งยืนด้วยความร่วมมือจาก นิสิตที่สนใจ, นิสิตจิตอาสา, สโมสร, ชมรม และหน่วยงานต่าง ๆ ทั้ง บุคลากรและนิสิต

เพราะอนาคตที่ยั่งยืนเริ่มต้นที่ตัวเรา ร่วมกันสร้างสรรค์มหาวิทยาลัยสีเขียวเพื่ออนาคตที่ดีของทุกคน

มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมพัฒนาสารกำจัดวัชพืชชีวภาพจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร ตอบโจทย์การพัฒนาอย่างยั่งยืนและการผลิตที่ปลอดภัย

มหาวิทยาลัยนเรศวร ภายใต้การนำของ ดร.ณิชากร คอนดี อาจารย์ประจำภาควิชาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะเกษตรศาสตร์ ได้ดำเนินการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน (SDG 12) ผลงานของท่านคือการคิดค้น “สารกำจัดวัชพืชชีวภาพ (Bioherbicide)” ที่ผลิตจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร โดยใช้แบคทีเรียเป็นส่วนประกอบหลัก เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสำหรับผู้ใช้งานและสิ่งแวดล้อม

พัฒนาการสารกำจัดวัชพืชชีวภาพจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร ตั้งแต่ปี 2561 ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนเรศวรได้ร่วมมือกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเกษตรในการพัฒนาการใช้วัสดุเหลือทิ้งจากการเกษตรและผลพลอยได้จากการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เช่น กากสับปะรด กากถั่วเหลือง เปลือกทุเรียน และกากมะพร้าว เป็นต้น มาใช้เป็นแหล่งอาหารและพลังงานสำหรับแบคทีเรียในการผลิตสารลดแรงตึงผิวชีวภาพ (biosurfactant) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในกระบวนการผลิตสารกำจัดวัชพืชชีวภาพที่มีความปลอดภัยสูง และไม่ก่อให้เกิดการตกค้างในสิ่งแวดล้อม

คุณสมบัติของสารกำจัดวัชพืชชีวภาพ สารกำจัดวัชพืชชีวภาพที่พัฒนาขึ้นนั้นมีความสามารถในการกำจัดวัชพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับสารกำจัดวัชพืชเคมีในตลาด แต่แตกต่างตรงที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งยังย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์นี้จะอยู่ในรูปของสารละลายไมโครอิมัลชันที่ประกอบด้วยสารสำคัญที่ถูกห่อหุ้มในระดับนาโน ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกระจายตัวและการซึมผ่านของสารเข้าไปในเนื้อเยื่อของใบวัชพืชได้อย่างรวดเร็ว

ผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม สารกำจัดวัชพืชชีวภาพที่พัฒนาขึ้นนี้ยังสามารถทำงานได้ในสภาวะที่ท้าทาย เช่น pH, อุณหภูมิ หรือความเค็มสูง และมีข้อดีคือสามารถผลิตจากวัสดุที่มีต้นทุนต่ำ โดยใช้ของเสียจากการเกษตรและผลพลอยได้จากการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยลดของเสียที่เป็นอันตราย แต่ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Net Zero Greenhouse Gas Emissions) ได้อีกด้วย

การส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน การพัฒนาสารกำจัดวัชพืชชีวภาพจากมหาวิทยาลัยนเรศวรนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเน้นการผลิตและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับประเทศ ทั้งยังช่วยส่งเสริมการเกษตรอินทรีย์ที่ไม่ใช้สารเคมีที่เป็นอันตราย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการพัฒนาการเกษตรที่ยั่งยืนในประเทศไทย

แนวทางต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ สารกำจัดวัชพืชชีวภาพที่พัฒนาขึ้นมีศักยภาพในการต่อยอดสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ โดยการนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ในภาคเกษตรกรรมอย่างแพร่หลาย และสามารถลดต้นทุนการผลิตในระยะยาว นอกจากนี้ยังช่วยให้เกษตรกรสามารถใช้สารกำจัดวัชพืชที่ปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้ใช้และผู้บริโภค ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสใหม่ในตลาดและเสริมสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจในภาคการเกษตรได้อย่างยั่งยืน

สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการต่อยอดเทคโนโลยีนี้ สามารถติดต่อได้ที่ กองการถ่ายทอดเทคโนโลยีและบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา หมายเลขโทรศัพท์ 0 5596 8727

การพัฒนาสารกำจัดวัชพืชชีวภาพนี้ไม่เพียงแต่เป็นการวิจัยที่นำไปสู่ความยั่งยืนในด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นการเสริมสร้างทิศทางใหม่ในการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรที่มุ่งเน้นการลดผลกระทบจากการใช้สารเคมี และสนับสนุนการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

ผ้าคลุมไหล่มัดย้อม: สร้างประสบการณ์ศิลปะและวัฒนธรรมให้แก่ผู้เข้าเยี่ยมชมทุกเพศทุกวัย

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2566, นางนิพัทธ์ เกษาพร ผู้อำนวยการกองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้มอบหมายให้บุคลากรกองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมดูแลต้อนรับและนำชมกลุ่มลูกค้าและพนักงานจากบริษัท เอ็มวันพิษณุโลก จำกัด จำนวน 50 คน ในการเข้าชม ผลงานศิลปะจากคลังสะสม “Color light” ซึ่งจัดแสดง ณ หอศิลป์มหาวิทยาลัยนเรศวรและพิพิธภัณฑ์ผ้า มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมทั้งเข้าร่วมกิจกรรม “ผ้าคลุมไหล่มัดย้อม” เพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ด้านศิลปะและวัฒนธรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าเยี่ยมชมทุกเพศทุกวัยได้สัมผัสการสร้างสรรค์ผ้าแบบดั้งเดิม และมีกระบวนการในการเรียนรู้ศิลปะผสมผสานกับวัฒนธรรมท้องถิ่น.

กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริม ประสบการณ์ด้านศิลปะ (Learning Experience) ซึ่งมีเป้าหมายในการเผยแพร่และอนุรักษ์ศิลปะพื้นบ้าน พร้อมทั้งเสริมสร้างความเข้าใจในคุณค่าของการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยในทุกยุคทุกสมัย โดยผ่านการสัมผัสกับกระบวนการและเทคนิคการทำผ้าด้วยมือ รวมถึงการใช้สีจากธรรมชาติในการมัดย้อม ที่สะท้อนถึง ภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่มีความยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะ SDG 4: การศึกษาที่มีคุณภาพ และ SDG 12: การบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน.

กิจกรรม “ผ้าคลุมไหล่มัดย้อม” ช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีคุณค่า โดยการสัมผัสกระบวนการสร้างสรรค์ผ้าด้วยมือและการใช้สีจากธรรมชาติในการมัดย้อม ทำให้ผู้เข้าร่วมสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับเทคนิคการทำผ้าแบบดั้งเดิมที่เป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมไทยและสามารถสืบทอดความรู้เหล่านี้ได้ในอนาคต การศึกษาเกี่ยวกับการทำผ้าและการใช้วัสดุธรรมชาติยังช่วยให้ผู้เรียนมีความเข้าใจในกระบวนการผลิตที่สามารถทำได้อย่างยั่งยืน และเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกวัยได้เรียนรู้ศิลปะที่มีคุณค่า.

กิจกรรมในครั้งนี้ยังช่วยเสริมสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการใช้วัสดุท้องถิ่นในกระบวนการผลิตที่ยั่งยืน โดยการใช้ สีจากธรรมชาติ ในการมัดย้อมผ้า ซึ่งเป็นเทคนิคที่ไม่เพียงแต่ช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ แต่ยังส่งเสริมการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นที่มีความยั่งยืนและไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม.

การใช้ วัตถุดิบท้องถิ่น และกระบวนการผลิตที่ไม่ใช้สารเคมีในกิจกรรมการมัดย้อมเป็นการส่งเสริมการผลิตที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างยั่งยืน ช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้ตระหนักถึงคุณค่าของการใช้วัตถุดิบธรรมชาติและผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน.

กิจกรรมนี้สะท้อนถึงการสร้างความร่วมมือที่มีความสำคัญระหว่าง มหาวิทยาลัย ภาครัฐและ ชุมชนท้องถิ่น ในการอนุรักษ์ศิลปะและวัฒนธรรมไทยที่สามารถสืบสานไปยังอนาคต. การส่งเสริมให้ทุกคนในชุมชนได้มีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้และสร้างสรรค์ศิลปะไทยไม่เพียงแต่สร้างความสนุกสนาน แต่ยังช่วยให้เกิดความร่วมมือระหว่างองค์กรต่าง ๆ ที่มุ่งมั่นในการส่งเสริมและอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นและธรรมชาติ.

นอกจากนี้ การจัดกิจกรรมนี้ยังเสริมสร้าง ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย กับ ภาคธุรกิจ เช่นบริษัท เอ็มวันพิษณุโลก จำกัด ซึ่งทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้และเสริมสร้างประสบการณ์ด้านศิลปะและวัฒนธรรมร่วมกัน ส่งเสริมการทำงานร่วมกันเพื่อสร้างความยั่งยืนทั้งในแง่ของการศึกษาศิลปะและการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับท้องถิ่น.

ที่มา: กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร

ฝึกทักษะการทำ D.I.Y. กระเป๋าผ้าจากกางเกงยีนส์ตัวเก่า ส่งเสริมการพัฒนาการศึกษาและสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

ในวันที่ 14 กันยายน 2566, งานกิจการนิสิตและศิษย์เก่าสัมพันธ์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดกิจกรรม ส่งเสริมทักษะด้านวิชาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ ครั้งที่ 2 โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมทักษะการประกอบอาชีพและการสร้างธุรกิจในรูปแบบที่ยั่งยืน โดยในกิจกรรมนี้ได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุจิตรา สงวนสิน เป็นวิทยากรในการจัด Workshop “ฝึกทักษะการทำ D.I.Y. กระเป๋าผ้า จากกางเกงยีนส์ตัวเก่า” ซึ่งจัดขึ้น ณ โถงอาคารเรียนรวม คณะวิทยาศาสตร์.

กิจกรรมในครั้งนี้มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับนิสิตและบุคคลทั่วไปในการประกอบอาชีพ โดยการฝึกทำกระเป๋าผ้าจาก กางเกงยีนส์เก่า เป็นการนำวัสดุที่ไม่ได้ใช้แล้วกลับมาใช้ประโยชน์ ซึ่งเป็นทักษะที่สามารถประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้และมีโอกาสในการสร้างรายได้ นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและลดการสร้างขยะจากสิ่งของที่ใช้แล้ว. การจัดกิจกรรมนี้สะท้อนถึงการมุ่งส่งเสริม การศึกษาที่มีคุณภาพ (SDG 4) โดยการเปิดโอกาสให้นิสิตและประชาชนได้เรียนรู้วิธีการนำสิ่งของที่ใช้แล้วมารีไซเคิลเพื่อสร้างสิ่งใหม่ที่มีประโยชน์.

การเรียนรู้ทักษะการทำกระเป๋าผ้าจากกางเกงยีนส์เก่าผ่านกิจกรรม Workshop D.I.Y. นี้ ช่วยเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบและผลิตสินค้าที่สามารถใช้ในชีวิตประจำวัน โดยไม่จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรใหม่ เป็นการสร้างพื้นฐานทักษะวิชาชีพให้กับนิสิต ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดในการทำธุรกิจส่วนตัวหรือการประกอบอาชีพในอนาคตได้.

กิจกรรมนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการสร้าง ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย, นักศึกษา, และชุมชน เพื่อพัฒนาทักษะการประกอบอาชีพและเสริมสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนในด้าน การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (SDG 12) และ การส่งเสริมความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 17). การใช้วัสดุที่เหลือใช้แล้วในกิจกรรมนี้ยังส่งเสริมให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการ รีไซเคิล และการนำของเก่ากลับมาสร้างประโยชน์ใหม่ โดยการสร้างสิ่งของที่มีคุณค่าทางการใช้งานและสามารถจำหน่ายได้.

การนำความรู้และเทคนิคมาฝึกฝนร่วมกันในกิจกรรมนี้ ยังสะท้อนให้เห็นถึงการสร้าง เครือข่ายความร่วมมือ ระหว่างบุคลากรจากคณะวิทยาศาสตร์และผู้เข้าร่วมที่หลากหลาย ซึ่งมีส่วนช่วยในการ ส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งในด้านการศึกษาและการประกอบอาชีพให้กับนิสิตและชุมชน โดยการนำแนวคิดที่เกี่ยวกับ การพัฒนาที่ยั่งยืน มาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง.

กิจกรรมการทำ กระเป๋าผ้าจากกางเกงยีนส์เก่า เป็นการสนับสนุนการ ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน (SDG 12)โดยการนำวัสดุที่ไม่ใช้แล้วมารีไซเคิล ทำให้สามารถลดการสร้างขยะและการใช้วัสดุใหม่ นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเห็นถึงคุณค่าของการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในมือและการปรับใช้เทคนิคการผลิตที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม.

แนะหลักสูตรระยะสั้น : การเป็นผู้ประกอบการร้านกาแฟอย่างมืออาชีพ

มหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะในด้านการศึกษาและการพัฒนาทักษะที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน การจัดหลักสูตรระยะสั้น “การเป็นผู้ประกอบการร้านกาแฟอย่างมืออาชีพ” โดยคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยนเรศวร ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่สำคัญ ซึ่งไม่เพียงแต่ตอบสนองความต้องการในอุตสาหกรรมการบริการที่เติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ยังส่งเสริมการพัฒนาทักษะการประกอบธุรกิจที่ยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs 4) ที่มุ่งเน้นให้ผู้คนมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพและการพัฒนาทักษะที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตจริง โดยเฉพาะการพัฒนาอาชีพและการสร้างธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

รายละเอียดหลักสูตร: การเป็นผู้ประกอบการร้านกาแฟอย่างมืออาชีพ หลักสูตรนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างทักษะการประกอบธุรกิจให้กับผู้เรียน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมร้านกาแฟที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ผู้เรียนจะได้รับทั้งทฤษฎีและการฝึกปฏิบัติจริงเกี่ยวกับการเปิดร้านกาแฟตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงการดำเนินงานให้สำเร็จ โดยมีรายละเอียดกิจกรรมที่สำคัญดังนี้:

  1. ฝึกปฏิบัติการทำกาแฟกับมืออาชีพ ในส่วนนี้ ผู้เรียนจะได้เรียนรู้เทคนิคการทำกาแฟที่มีคุณภาพ เรียนรู้การชงกาแฟตามสูตรต่าง ๆ ที่ได้รับความนิยมในตลาด รวมถึงวิธีการเลือกเมล็ดกาแฟที่มีคุณภาพ และวิธีการชงกาแฟให้ตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม เพื่อให้ธุรกิจร้านกาแฟสามารถสร้างรายได้จากการขายเครื่องดื่มกาแฟที่มีรสชาติพิเศษ
  2. เข้าใจรูปแบบของธุรกิจร้านกาแฟ หลักสูตรนี้จะสอนให้ผู้เรียนเข้าใจการทำธุรกิจร้านกาแฟตั้งแต่การจัดการต้นทุน การวางแผนการเงิน ไปจนถึงการบริหารการบริการลูกค้าอย่างมืออาชีพ ผู้เรียนจะได้รับความรู้เกี่ยวกับการกำหนดราคาขาย การเลือกซื้อวัตถุดิบที่มีคุณภาพ และการวางแผนการจัดการธุรกิจให้มีประสิทธิภาพ
  3. เทคนิคการเปิดร้านกาแฟอย่างมืออาชีพ หลักสูตรนี้จะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจกระบวนการเริ่มต้นธุรกิจร้านกาแฟ ตั้งแต่การเลือกทำเลที่ตั้ง การออกแบบร้าน การจัดการทรัพยากร และการวางแผนการตลาดจนถึงการเปิดร้านจริง ผู้เรียนจะได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญและมืออาชีพในการเปิดร้านให้มีความน่าสนใจและสามารถดึงดูดลูกค้าได้
  4. การออกแบบร้านกาแฟเพื่อสร้างความดึงดูด การสร้างบรรยากาศภายในร้านกาแฟให้ดึงดูดลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญในการทำธุรกิจร้านกาแฟ หลักสูตรนี้จะสอนวิธีการออกแบบร้านกาแฟให้มีเอกลักษณ์และตอบสนองความต้องการของลูกค้า เช่น การเลือกวัสดุตกแต่งที่มีความเหมาะสม การใช้สีและแสงในการสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและน่าดึงดูด
  5. การวางตำแหน่งแบรนด์และกลยุทธ์ทางการตลาด การสร้างแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์และการทำการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ หลักสูตรนี้จะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจการวางตำแหน่งแบรนด์และการทำกลยุทธ์การตลาดเพื่อให้ร้านกาแฟเป็นที่รู้จักในตลาด รวมถึงการใช้ช่องทางต่าง ๆ ในการโปรโมทสินค้าและบริการ
  6. ทริปพิเศษ “เขาค้อ” การทัศนศึกษาในแหล่งท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ เช่น เขาค้อ เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจในการออกแบบธุรกิจ ผู้เรียนจะได้เรียนรู้วิธีการออกแบบร้านกาแฟจากสถานที่ที่มีความน่าสนใจ เพื่อการสร้างประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครให้กับลูกค้า

หลักสูตรนี้ได้รับการออกแบบเพื่อสนับสนุน เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยมุ่งเน้นในสองด้านหลัก:

  1. การส่งเสริมการจ้างงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจ (SDG 8)
    หลักสูตรนี้มีเป้าหมายในการเสริมสร้างทักษะการทำธุรกิจที่ยั่งยืนให้แก่ผู้เรียน เพื่อให้สามารถสร้างธุรกิจที่ไม่เพียงแต่ทำกำไรได้ แต่ยังส่งเสริมการสร้างงานและเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจในชุมชน การฝึกอบรมผู้ประกอบการให้มีทักษะที่เหมาะสมจะช่วยเสริมสร้างฐานเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นและยั่งยืนในระยะยาว
  2. การใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน (SDG 12)
    หลักสูตรนี้เน้นการเลือกใช้วัตถุดิบและวัสดุที่มีคุณภาพ พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผ่านการเลือกซื้อเมล็ดกาแฟจากแหล่งที่ยั่งยืน รวมทั้งการเลือกใช้วัสดุตกแต่งและการออกแบบร้านกาแฟที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนเป็นสิ่งสำคัญในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
รายละเอียดหลักสูตร
  • จำนวนรับสมัคร: 20 ท่าน
  • ค่าลงทะเบียน: 3,900 บาท
  • วันที่จัดกิจกรรม: ตามประกาศ
  • สถานที่: คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยนเรศวร
  • วิธีการสมัคร: สมัครผ่านลิงก์ https://shorturl.asia/5817U
  • สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม: โทร. 055 964 822 (งานวิจัยและบริการวิชาการ)

รับสมัครด่วน! เปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะการเป็นผู้ประกอบการร้านกาแฟอย่างมืออาชีพ พร้อมสร้างโอกาสทางธุรกิจที่ยั่งยืนในอนาคต!

ม.นเรศวร ส่งเสริมสร้างมูลค่าจากขยะ ผ่านการประกวดนวัตกรรม “ขยะทำเงิน”

วันอังคารที่ 10 ตุลาคม 2566 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยรายวิชาศึกษาทั่วไป วิชา 001279 วิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน ได้จัดโครงการประกวดผลงานการพัฒนานวัตกรรม “ขยะทำเงิน” ณ โถง ชั้น 1 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บรมราชินีนาถ กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการบูรณาการองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมเข้าสู่การเรียนการสอน เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องการจัดการขยะและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้นิสิตได้เรียนรู้แนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ผ่านการพัฒนานวัตกรรมที่สามารถเปลี่ยนขยะให้กลายเป็นสิ่งที่มีมูลค่า ทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม นิสิตได้ฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์และความคิดสร้างสรรค์ โดยนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์หรือวิธีการจัดการขยะที่เป็นมิตรต่อโลก

การจัดประกวด “ขยะทำเงิน” ยังเป็นเวทีสำหรับการแสดงออกของนิสิตในเชิงสร้างสรรค์ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้บุคลากร สโมสร และชมรมต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัย เข้ามามีส่วนร่วม แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและองค์ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาที่ยั่งยืน นับเป็นอีกหนึ่งการเรียนรู้ที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดความตระหนักถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในทุกมิติ

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องต่อการพัฒนานวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็น ต้นแบบของการจัดการปัญหาขยะอย่างเป็นระบบ และส่งเสริมให้นิสิตมีบทบาทสำคัญในการสร้างสังคมที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปเผยแพร่สู่ชุมชนและสังคมรอบข้าง

กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการผลักดันแนวคิด “มหาวิทยาลัยสีเขียว” (Green University) โดยเน้นการลดของเสีย การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการสร้างนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและการสร้างพลเมืองที่มีจิตสำนึกต่อโลกใบนี้

นอกจากนี้ กิจกรรมยังสะท้อนถึงการบูรณาการการเรียนรู้เข้ากับการปฏิบัติจริง นิสิตได้ฝึกฝนการทำงานร่วมกัน การนำเสนอผลงาน และการสร้างคุณค่าใหม่จากวัสดุเหลือใช้ สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงพัฒนาทักษะในเชิงวิชาการ แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นและความภาคภูมิใจในบทบาทของตนเองที่มีต่อการแก้ปัญหาสังคม

โครงการประกวดผลงานนวัตกรรม “ขยะทำเงิน” จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ช่วย ส่งเสริมสร้างมูลค่าจากขยะ พร้อมทั้งสร้างการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ ตอกย้ำพันธกิจของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการบูรณาการการศึกษา การวิจัย และการพัฒนาสังคม สู่การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ที่มา: กองบริการการศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin