มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมพัฒนาสารกำจัดวัชพืชชีวภาพจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร ตอบโจทย์การพัฒนาอย่างยั่งยืนและการผลิตที่ปลอดภัย

มหาวิทยาลัยนเรศวร ภายใต้การนำของ ดร.ณิชากร คอนดี อาจารย์ประจำภาควิชาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะเกษตรศาสตร์ ได้ดำเนินการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน (SDG 12) ผลงานของท่านคือการคิดค้น “สารกำจัดวัชพืชชีวภาพ (Bioherbicide)” ที่ผลิตจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร โดยใช้แบคทีเรียเป็นส่วนประกอบหลัก เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสำหรับผู้ใช้งานและสิ่งแวดล้อม

พัฒนาการสารกำจัดวัชพืชชีวภาพจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร ตั้งแต่ปี 2561 ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนเรศวรได้ร่วมมือกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเกษตรในการพัฒนาการใช้วัสดุเหลือทิ้งจากการเกษตรและผลพลอยได้จากการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เช่น กากสับปะรด กากถั่วเหลือง เปลือกทุเรียน และกากมะพร้าว เป็นต้น มาใช้เป็นแหล่งอาหารและพลังงานสำหรับแบคทีเรียในการผลิตสารลดแรงตึงผิวชีวภาพ (biosurfactant) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในกระบวนการผลิตสารกำจัดวัชพืชชีวภาพที่มีความปลอดภัยสูง และไม่ก่อให้เกิดการตกค้างในสิ่งแวดล้อม

คุณสมบัติของสารกำจัดวัชพืชชีวภาพ สารกำจัดวัชพืชชีวภาพที่พัฒนาขึ้นนั้นมีความสามารถในการกำจัดวัชพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับสารกำจัดวัชพืชเคมีในตลาด แต่แตกต่างตรงที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งยังย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์นี้จะอยู่ในรูปของสารละลายไมโครอิมัลชันที่ประกอบด้วยสารสำคัญที่ถูกห่อหุ้มในระดับนาโน ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกระจายตัวและการซึมผ่านของสารเข้าไปในเนื้อเยื่อของใบวัชพืชได้อย่างรวดเร็ว

ผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม สารกำจัดวัชพืชชีวภาพที่พัฒนาขึ้นนี้ยังสามารถทำงานได้ในสภาวะที่ท้าทาย เช่น pH, อุณหภูมิ หรือความเค็มสูง และมีข้อดีคือสามารถผลิตจากวัสดุที่มีต้นทุนต่ำ โดยใช้ของเสียจากการเกษตรและผลพลอยได้จากการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยลดของเสียที่เป็นอันตราย แต่ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Net Zero Greenhouse Gas Emissions) ได้อีกด้วย

การส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน การพัฒนาสารกำจัดวัชพืชชีวภาพจากมหาวิทยาลัยนเรศวรนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเน้นการผลิตและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับประเทศ ทั้งยังช่วยส่งเสริมการเกษตรอินทรีย์ที่ไม่ใช้สารเคมีที่เป็นอันตราย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการพัฒนาการเกษตรที่ยั่งยืนในประเทศไทย

แนวทางต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ สารกำจัดวัชพืชชีวภาพที่พัฒนาขึ้นมีศักยภาพในการต่อยอดสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ โดยการนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ในภาคเกษตรกรรมอย่างแพร่หลาย และสามารถลดต้นทุนการผลิตในระยะยาว นอกจากนี้ยังช่วยให้เกษตรกรสามารถใช้สารกำจัดวัชพืชที่ปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้ใช้และผู้บริโภค ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสใหม่ในตลาดและเสริมสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจในภาคการเกษตรได้อย่างยั่งยืน

สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการต่อยอดเทคโนโลยีนี้ สามารถติดต่อได้ที่ กองการถ่ายทอดเทคโนโลยีและบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา หมายเลขโทรศัพท์ 0 5596 8727

การพัฒนาสารกำจัดวัชพืชชีวภาพนี้ไม่เพียงแต่เป็นการวิจัยที่นำไปสู่ความยั่งยืนในด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นการเสริมสร้างทิศทางใหม่ในการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรที่มุ่งเน้นการลดผลกระทบจากการใช้สารเคมี และสนับสนุนการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

ผ้าคลุมไหล่มัดย้อม: สร้างประสบการณ์ศิลปะและวัฒนธรรมให้แก่ผู้เข้าเยี่ยมชมทุกเพศทุกวัย

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2566, นางนิพัทธ์ เกษาพร ผู้อำนวยการกองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้มอบหมายให้บุคลากรกองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมดูแลต้อนรับและนำชมกลุ่มลูกค้าและพนักงานจากบริษัท เอ็มวันพิษณุโลก จำกัด จำนวน 50 คน ในการเข้าชม ผลงานศิลปะจากคลังสะสม “Color light” ซึ่งจัดแสดง ณ หอศิลป์มหาวิทยาลัยนเรศวรและพิพิธภัณฑ์ผ้า มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมทั้งเข้าร่วมกิจกรรม “ผ้าคลุมไหล่มัดย้อม” เพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ด้านศิลปะและวัฒนธรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าเยี่ยมชมทุกเพศทุกวัยได้สัมผัสการสร้างสรรค์ผ้าแบบดั้งเดิม และมีกระบวนการในการเรียนรู้ศิลปะผสมผสานกับวัฒนธรรมท้องถิ่น.

กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริม ประสบการณ์ด้านศิลปะ (Learning Experience) ซึ่งมีเป้าหมายในการเผยแพร่และอนุรักษ์ศิลปะพื้นบ้าน พร้อมทั้งเสริมสร้างความเข้าใจในคุณค่าของการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยในทุกยุคทุกสมัย โดยผ่านการสัมผัสกับกระบวนการและเทคนิคการทำผ้าด้วยมือ รวมถึงการใช้สีจากธรรมชาติในการมัดย้อม ที่สะท้อนถึง ภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่มีความยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะ SDG 4: การศึกษาที่มีคุณภาพ และ SDG 12: การบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน.

กิจกรรม “ผ้าคลุมไหล่มัดย้อม” ช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีคุณค่า โดยการสัมผัสกระบวนการสร้างสรรค์ผ้าด้วยมือและการใช้สีจากธรรมชาติในการมัดย้อม ทำให้ผู้เข้าร่วมสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับเทคนิคการทำผ้าแบบดั้งเดิมที่เป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมไทยและสามารถสืบทอดความรู้เหล่านี้ได้ในอนาคต การศึกษาเกี่ยวกับการทำผ้าและการใช้วัสดุธรรมชาติยังช่วยให้ผู้เรียนมีความเข้าใจในกระบวนการผลิตที่สามารถทำได้อย่างยั่งยืน และเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกวัยได้เรียนรู้ศิลปะที่มีคุณค่า.

กิจกรรมในครั้งนี้ยังช่วยเสริมสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการใช้วัสดุท้องถิ่นในกระบวนการผลิตที่ยั่งยืน โดยการใช้ สีจากธรรมชาติ ในการมัดย้อมผ้า ซึ่งเป็นเทคนิคที่ไม่เพียงแต่ช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ แต่ยังส่งเสริมการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นที่มีความยั่งยืนและไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม.

การใช้ วัตถุดิบท้องถิ่น และกระบวนการผลิตที่ไม่ใช้สารเคมีในกิจกรรมการมัดย้อมเป็นการส่งเสริมการผลิตที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างยั่งยืน ช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้ตระหนักถึงคุณค่าของการใช้วัตถุดิบธรรมชาติและผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน.

กิจกรรมนี้สะท้อนถึงการสร้างความร่วมมือที่มีความสำคัญระหว่าง มหาวิทยาลัย ภาครัฐและ ชุมชนท้องถิ่น ในการอนุรักษ์ศิลปะและวัฒนธรรมไทยที่สามารถสืบสานไปยังอนาคต. การส่งเสริมให้ทุกคนในชุมชนได้มีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้และสร้างสรรค์ศิลปะไทยไม่เพียงแต่สร้างความสนุกสนาน แต่ยังช่วยให้เกิดความร่วมมือระหว่างองค์กรต่าง ๆ ที่มุ่งมั่นในการส่งเสริมและอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นและธรรมชาติ.

นอกจากนี้ การจัดกิจกรรมนี้ยังเสริมสร้าง ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย กับ ภาคธุรกิจ เช่นบริษัท เอ็มวันพิษณุโลก จำกัด ซึ่งทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้และเสริมสร้างประสบการณ์ด้านศิลปะและวัฒนธรรมร่วมกัน ส่งเสริมการทำงานร่วมกันเพื่อสร้างความยั่งยืนทั้งในแง่ของการศึกษาศิลปะและการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับท้องถิ่น.

ที่มา: กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร

ฝึกทักษะการทำ D.I.Y. กระเป๋าผ้าจากกางเกงยีนส์ตัวเก่า ส่งเสริมการพัฒนาการศึกษาและสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

ในวันที่ 14 กันยายน 2566, งานกิจการนิสิตและศิษย์เก่าสัมพันธ์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดกิจกรรม ส่งเสริมทักษะด้านวิชาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ ครั้งที่ 2 โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมทักษะการประกอบอาชีพและการสร้างธุรกิจในรูปแบบที่ยั่งยืน โดยในกิจกรรมนี้ได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุจิตรา สงวนสิน เป็นวิทยากรในการจัด Workshop “ฝึกทักษะการทำ D.I.Y. กระเป๋าผ้า จากกางเกงยีนส์ตัวเก่า” ซึ่งจัดขึ้น ณ โถงอาคารเรียนรวม คณะวิทยาศาสตร์.

กิจกรรมในครั้งนี้มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับนิสิตและบุคคลทั่วไปในการประกอบอาชีพ โดยการฝึกทำกระเป๋าผ้าจาก กางเกงยีนส์เก่า เป็นการนำวัสดุที่ไม่ได้ใช้แล้วกลับมาใช้ประโยชน์ ซึ่งเป็นทักษะที่สามารถประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้และมีโอกาสในการสร้างรายได้ นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและลดการสร้างขยะจากสิ่งของที่ใช้แล้ว. การจัดกิจกรรมนี้สะท้อนถึงการมุ่งส่งเสริม การศึกษาที่มีคุณภาพ (SDG 4) โดยการเปิดโอกาสให้นิสิตและประชาชนได้เรียนรู้วิธีการนำสิ่งของที่ใช้แล้วมารีไซเคิลเพื่อสร้างสิ่งใหม่ที่มีประโยชน์.

การเรียนรู้ทักษะการทำกระเป๋าผ้าจากกางเกงยีนส์เก่าผ่านกิจกรรม Workshop D.I.Y. นี้ ช่วยเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบและผลิตสินค้าที่สามารถใช้ในชีวิตประจำวัน โดยไม่จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรใหม่ เป็นการสร้างพื้นฐานทักษะวิชาชีพให้กับนิสิต ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดในการทำธุรกิจส่วนตัวหรือการประกอบอาชีพในอนาคตได้.

กิจกรรมนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการสร้าง ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย, นักศึกษา, และชุมชน เพื่อพัฒนาทักษะการประกอบอาชีพและเสริมสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนในด้าน การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (SDG 12) และ การส่งเสริมความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 17). การใช้วัสดุที่เหลือใช้แล้วในกิจกรรมนี้ยังส่งเสริมให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการ รีไซเคิล และการนำของเก่ากลับมาสร้างประโยชน์ใหม่ โดยการสร้างสิ่งของที่มีคุณค่าทางการใช้งานและสามารถจำหน่ายได้.

การนำความรู้และเทคนิคมาฝึกฝนร่วมกันในกิจกรรมนี้ ยังสะท้อนให้เห็นถึงการสร้าง เครือข่ายความร่วมมือ ระหว่างบุคลากรจากคณะวิทยาศาสตร์และผู้เข้าร่วมที่หลากหลาย ซึ่งมีส่วนช่วยในการ ส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งในด้านการศึกษาและการประกอบอาชีพให้กับนิสิตและชุมชน โดยการนำแนวคิดที่เกี่ยวกับ การพัฒนาที่ยั่งยืน มาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง.

กิจกรรมการทำ กระเป๋าผ้าจากกางเกงยีนส์เก่า เป็นการสนับสนุนการ ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน (SDG 12)โดยการนำวัสดุที่ไม่ใช้แล้วมารีไซเคิล ทำให้สามารถลดการสร้างขยะและการใช้วัสดุใหม่ นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเห็นถึงคุณค่าของการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในมือและการปรับใช้เทคนิคการผลิตที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม.

แนะหลักสูตรระยะสั้น : การเป็นผู้ประกอบการร้านกาแฟอย่างมืออาชีพ

มหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะในด้านการศึกษาและการพัฒนาทักษะที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน การจัดหลักสูตรระยะสั้น “การเป็นผู้ประกอบการร้านกาแฟอย่างมืออาชีพ” โดยคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยนเรศวร ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่สำคัญ ซึ่งไม่เพียงแต่ตอบสนองความต้องการในอุตสาหกรรมการบริการที่เติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ยังส่งเสริมการพัฒนาทักษะการประกอบธุรกิจที่ยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs 4) ที่มุ่งเน้นให้ผู้คนมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพและการพัฒนาทักษะที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตจริง โดยเฉพาะการพัฒนาอาชีพและการสร้างธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

รายละเอียดหลักสูตร: การเป็นผู้ประกอบการร้านกาแฟอย่างมืออาชีพ หลักสูตรนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างทักษะการประกอบธุรกิจให้กับผู้เรียน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมร้านกาแฟที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ผู้เรียนจะได้รับทั้งทฤษฎีและการฝึกปฏิบัติจริงเกี่ยวกับการเปิดร้านกาแฟตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงการดำเนินงานให้สำเร็จ โดยมีรายละเอียดกิจกรรมที่สำคัญดังนี้:

  1. ฝึกปฏิบัติการทำกาแฟกับมืออาชีพ ในส่วนนี้ ผู้เรียนจะได้เรียนรู้เทคนิคการทำกาแฟที่มีคุณภาพ เรียนรู้การชงกาแฟตามสูตรต่าง ๆ ที่ได้รับความนิยมในตลาด รวมถึงวิธีการเลือกเมล็ดกาแฟที่มีคุณภาพ และวิธีการชงกาแฟให้ตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม เพื่อให้ธุรกิจร้านกาแฟสามารถสร้างรายได้จากการขายเครื่องดื่มกาแฟที่มีรสชาติพิเศษ
  2. เข้าใจรูปแบบของธุรกิจร้านกาแฟ หลักสูตรนี้จะสอนให้ผู้เรียนเข้าใจการทำธุรกิจร้านกาแฟตั้งแต่การจัดการต้นทุน การวางแผนการเงิน ไปจนถึงการบริหารการบริการลูกค้าอย่างมืออาชีพ ผู้เรียนจะได้รับความรู้เกี่ยวกับการกำหนดราคาขาย การเลือกซื้อวัตถุดิบที่มีคุณภาพ และการวางแผนการจัดการธุรกิจให้มีประสิทธิภาพ
  3. เทคนิคการเปิดร้านกาแฟอย่างมืออาชีพ หลักสูตรนี้จะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจกระบวนการเริ่มต้นธุรกิจร้านกาแฟ ตั้งแต่การเลือกทำเลที่ตั้ง การออกแบบร้าน การจัดการทรัพยากร และการวางแผนการตลาดจนถึงการเปิดร้านจริง ผู้เรียนจะได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญและมืออาชีพในการเปิดร้านให้มีความน่าสนใจและสามารถดึงดูดลูกค้าได้
  4. การออกแบบร้านกาแฟเพื่อสร้างความดึงดูด การสร้างบรรยากาศภายในร้านกาแฟให้ดึงดูดลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญในการทำธุรกิจร้านกาแฟ หลักสูตรนี้จะสอนวิธีการออกแบบร้านกาแฟให้มีเอกลักษณ์และตอบสนองความต้องการของลูกค้า เช่น การเลือกวัสดุตกแต่งที่มีความเหมาะสม การใช้สีและแสงในการสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและน่าดึงดูด
  5. การวางตำแหน่งแบรนด์และกลยุทธ์ทางการตลาด การสร้างแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์และการทำการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ หลักสูตรนี้จะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจการวางตำแหน่งแบรนด์และการทำกลยุทธ์การตลาดเพื่อให้ร้านกาแฟเป็นที่รู้จักในตลาด รวมถึงการใช้ช่องทางต่าง ๆ ในการโปรโมทสินค้าและบริการ
  6. ทริปพิเศษ “เขาค้อ” การทัศนศึกษาในแหล่งท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ เช่น เขาค้อ เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจในการออกแบบธุรกิจ ผู้เรียนจะได้เรียนรู้วิธีการออกแบบร้านกาแฟจากสถานที่ที่มีความน่าสนใจ เพื่อการสร้างประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครให้กับลูกค้า

หลักสูตรนี้ได้รับการออกแบบเพื่อสนับสนุน เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยมุ่งเน้นในสองด้านหลัก:

  1. การส่งเสริมการจ้างงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจ (SDG 8)
    หลักสูตรนี้มีเป้าหมายในการเสริมสร้างทักษะการทำธุรกิจที่ยั่งยืนให้แก่ผู้เรียน เพื่อให้สามารถสร้างธุรกิจที่ไม่เพียงแต่ทำกำไรได้ แต่ยังส่งเสริมการสร้างงานและเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจในชุมชน การฝึกอบรมผู้ประกอบการให้มีทักษะที่เหมาะสมจะช่วยเสริมสร้างฐานเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นและยั่งยืนในระยะยาว
  2. การใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน (SDG 12)
    หลักสูตรนี้เน้นการเลือกใช้วัตถุดิบและวัสดุที่มีคุณภาพ พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผ่านการเลือกซื้อเมล็ดกาแฟจากแหล่งที่ยั่งยืน รวมทั้งการเลือกใช้วัสดุตกแต่งและการออกแบบร้านกาแฟที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนเป็นสิ่งสำคัญในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
รายละเอียดหลักสูตร
  • จำนวนรับสมัคร: 20 ท่าน
  • ค่าลงทะเบียน: 3,900 บาท
  • วันที่จัดกิจกรรม: ตามประกาศ
  • สถานที่: คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยนเรศวร
  • วิธีการสมัคร: สมัครผ่านลิงก์ https://shorturl.asia/5817U
  • สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม: โทร. 055 964 822 (งานวิจัยและบริการวิชาการ)

รับสมัครด่วน! เปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะการเป็นผู้ประกอบการร้านกาแฟอย่างมืออาชีพ พร้อมสร้างโอกาสทางธุรกิจที่ยั่งยืนในอนาคต!

ม.นเรศวร ส่งเสริมสร้างมูลค่าจากขยะ ผ่านการประกวดนวัตกรรม “ขยะทำเงิน”

วันอังคารที่ 10 ตุลาคม 2566 มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยรายวิชาศึกษาทั่วไป วิชา 001279 วิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน ได้จัดโครงการประกวดผลงานการพัฒนานวัตกรรม “ขยะทำเงิน” ณ โถง ชั้น 1 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บรมราชินีนาถ กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการบูรณาการองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมเข้าสู่การเรียนการสอน เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องการจัดการขยะและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้นิสิตได้เรียนรู้แนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ผ่านการพัฒนานวัตกรรมที่สามารถเปลี่ยนขยะให้กลายเป็นสิ่งที่มีมูลค่า ทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม นิสิตได้ฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์และความคิดสร้างสรรค์ โดยนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์หรือวิธีการจัดการขยะที่เป็นมิตรต่อโลก

การจัดประกวด “ขยะทำเงิน” ยังเป็นเวทีสำหรับการแสดงออกของนิสิตในเชิงสร้างสรรค์ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้บุคลากร สโมสร และชมรมต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัย เข้ามามีส่วนร่วม แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและองค์ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาที่ยั่งยืน นับเป็นอีกหนึ่งการเรียนรู้ที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดความตระหนักถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในทุกมิติ

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องต่อการพัฒนานวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็น ต้นแบบของการจัดการปัญหาขยะอย่างเป็นระบบ และส่งเสริมให้นิสิตมีบทบาทสำคัญในการสร้างสังคมที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปเผยแพร่สู่ชุมชนและสังคมรอบข้าง

กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการผลักดันแนวคิด “มหาวิทยาลัยสีเขียว” (Green University) โดยเน้นการลดของเสีย การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการสร้างนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและการสร้างพลเมืองที่มีจิตสำนึกต่อโลกใบนี้

นอกจากนี้ กิจกรรมยังสะท้อนถึงการบูรณาการการเรียนรู้เข้ากับการปฏิบัติจริง นิสิตได้ฝึกฝนการทำงานร่วมกัน การนำเสนอผลงาน และการสร้างคุณค่าใหม่จากวัสดุเหลือใช้ สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงพัฒนาทักษะในเชิงวิชาการ แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นและความภาคภูมิใจในบทบาทของตนเองที่มีต่อการแก้ปัญหาสังคม

โครงการประกวดผลงานนวัตกรรม “ขยะทำเงิน” จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ช่วย ส่งเสริมสร้างมูลค่าจากขยะ พร้อมทั้งสร้างการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ ตอกย้ำพันธกิจของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการบูรณาการการศึกษา การวิจัย และการพัฒนาสังคม สู่การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ที่มา: กองบริการการศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร ยกระดับธุรกิจของสถานประกอบการ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตภัณฑ์ตัดเย็บผ้า

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2566 งานบ่มเพาะธุรกิจอุทยานวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ลงพื้นที่จัดกิจกรรมที่ 3 ภายใต้โครงการ “การทดสอบตลาด” เพื่อถ่ายทอดความรู้และฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “การตลาดเชิงสร้างสรรค์” โดยมุ่งเน้นการช่วยพัฒนาความสามารถด้านการตลาดของผู้ประกอบการท้องถิ่น วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตภัณฑ์ตัดเย็บผ้า ตำบลสนามคลี อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก ภายใต้แผนงาน “ยกระดับธุรกิจภูมิภาค” (Regional Entrepreneur Upgrade) ซึ่งเป็นการสนับสนุนธุรกิจท้องถิ่นให้เติบโตอย่างยั่งยืนและมีความสามารถในการแข่งขันในตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างทักษะในการวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาดและการจัดแสดงผลิตภัณฑ์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ดร.สุภรวดี ตรงต่อธรรม จากคณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนเรศวร และนางสาววรรณชลี กุลศรีไชย หัวหน้างานศิลปวัฒนธรรม กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งได้ถ่ายทอดแนวทางการตลาดที่สร้างสรรค์และมีนวัตกรรม เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนากลยุทธ์ที่เหมาะสมกับตลาดและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การยกระดับธุรกิจท้องถิ่นและการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี
การฝึกอบรมครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเน้นแค่การให้ความรู้ในเรื่องการตลาดเท่านั้น แต่ยังช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ และทำให้ธุรกิจของตนเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยการนำผลงานวิจัยและเทคโนโลยีใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้ในการผลิตและการตลาด ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถของธุรกิจท้องถิ่นในการแข่งขันกับธุรกิจระดับชาติและระดับสากล

สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs 4):

  1. SDG 4: การศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต
    โครงการนี้ได้ให้ความรู้ที่มีคุณภาพและการเรียนรู้ที่ครอบคลุมทั้งในด้านการวางแผนกลยุทธ์การตลาดและการใช้เทคโนโลยี ซึ่งจะช่วยยกระดับความรู้และทักษะของผู้ประกอบการท้องถิ่น รวมถึงส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาตนเองในทุกช่วงวัยให้สามารถแข่งขันในเศรษฐกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
  2. SDG 8: การจ้างงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
    การฝึกอบรมนี้ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการในท้องถิ่น โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นและส่งเสริมการสร้างงานที่มีคุณค่า การส่งเสริมธุรกิจในระดับท้องถิ่นจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถขยายฐานลูกค้าและสร้างรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาค
  3. SDG 9: อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน
    การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในกระบวนการผลิตและการตลาด เป็นการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศที่ส่งเสริมให้ธุรกิจสามารถพัฒนาและเติบโตได้ โดยการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาผลิตภัณฑ์
  4. SDG 12: การบริโภคและการผลิตอย่างยั่งยืน
    การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและตอบสนองความต้องการของตลาด ในขณะเดียวกันยังคำนึงถึงความยั่งยืนในการผลิตและการใช้ทรัพยากร ซึ่งการฝึกอบรมในครั้งนี้ยังเน้นไปที่การผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

เสริมสร้างโอกาสในการพัฒนาที่ยั่งยืนผ่านการฝึกอบรมและการสนับสนุนจากอุทยานวิทยาศาสตร์
การจัดกิจกรรมนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนมาประยุกต์ใช้ในระดับท้องถิ่น โดยการเสริมสร้างทักษะและความรู้ในการทำธุรกิจของผู้ประกอบการในพื้นที่อย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ การสนับสนุนด้านการตลาดและการใช้เทคโนโลยี จะช่วยให้ธุรกิจในท้องถิ่นสามารถเติบโตและแข่งขันได้ในตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

การพัฒนาเศรษฐกิจในท้องถิ่นต้องอาศัยการเรียนรู้ที่ต่อเนื่อง การใช้นวัตกรรม และการสร้างธุรกิจที่มีความยั่งยืน!

4o mini

ที่มา: อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ร่วมเรียนรู้กิจกรรมธนาคารขยะเพื่อสังคม

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นภิสา ไวฑูรเกียรติ คณบดีคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมคณะ ประกอบด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรไท โสภารัตน์ รองคณบดีฝ่ายพัฒนานิสิตและส่งเสริมพหุวัฒนธรรม, นางนพมาศ อ่ำอำไพ รักษาการในตำแหน่งหัวหน้างานวิจัยและบริการวิชาการ และ นายสิรภัทร เรืองวิริยะพงศ์ รักษาการในตำแหน่งหัวหน้างานกิจการนิสิตและศิษย์เก่าสัมพันธ์ เยี่ยมชมบริษัทผลิตกระจก Mulia Industrindo Glass Company เพื่อเรียนรู้กิจกรรมธนาคารขยะเพื่อสังคม (CSR program on waste-bank empowerment) และ เยี่ยมชมกระบวนการรีไซเคิลขวดแก้ว ในวันศุกร์ที่ 22 กันยายน 2566 ณ Bintang Raharja Glass- Waste Bank ประเทศอินโอนีเซีย

ที่มา: คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

กิจกรรมทันตะอาสาสานฝัน: ถุงยาพา smile

คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอชื่นชมสโมสรนิสิตคณะทันตแพทยศาสตร์ ที่ได้จัดกิจกรรมทันตะอาสาสานฝัน: ถุงยาพา smile ในวันที่ 18-22 กันยายน 2566 โดยที่นิสิตทันตแพทย์ ทุกชั้นปี ตั้งใจใช้ทักษะฝีมือในการวาดและระบายสีถุงผ้า เพื่อมอบให้ผู้ป่วยที่มารับการรักษาในโรงพยาบาลทันตกรรม คณะทันตแพทยศาสตร์ ซึ่งถุงผ้าที่ผู้รับจะได้นั้นมีหนึ่งเดียวในโลกจากฝีมือและจินตนาการความสร้างสรรค์ของนิสิตทันตแพทย์ ถือเป็นการทำงานจิตอาสา และช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ลดมลพิษจากขยะถุงพลาสติกด้วยการใช้กระเป๋าผ้ารักษ์โลก

ม.นเรศวร ขนย้ายและส่งกำจัดของเสียอันตราย

เมื่อวันที่ 4 – 5 กันยายน 2566 บุคลากรกองอาคารสถานที่และผู้เชี่ยวชาญได้ทำการขนย้ายและส่งกำจัดของเสียอันตรายที่เกิดขึ้นภายในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ของคณะและหน่วยงานต่าง ๆ ประจำปีงบประมาณ 2566 โดยมีหน่วยงานทั้งสิ้น 24 หน่วยงาน ภายในมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ส่งของเสียอันตรายมากำจัดในปีงบประมาณนี้

ที่มา: กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร

Art Therapy for Upcycling and Relaxing Exhibition

กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอเชิญชมนิทรรศการผลงานศิลปะเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเพิ่มมูลค่าให้วัสดุรีไซเคิล “Art Therapy for Upcycling and Relaxing” โดยชมรม NU Zero Waste และคณาจารย์ นิสิตคณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร

เพื่อสนับสนุนการนำวัสดุเหลือใช้ในสังคมที่จะก่อเกิดปัญหาเรื่องขยะนำมาเพิ่มมูลค่าด้วยการสร้างสรรค์งานศิลปะ หมุนเวียนกลับมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด เพื่อความยั่งยืนและตอบสนองนโยบายของมหาวิทยาลัยในเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ณ ชั้น 1 ณ หอศิลป์มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดแสดงระหว่างวันที่ 11 กันยายน – 31 ตุลาคม 2566

ที่มา: กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin