ตรวจสุขภาพตามความเสี่ยง เสริมสร้างคุณภาพชีวิตและป้องกันโรคในที่ทำงาน

ในแง่ของการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs 3) ซึ่งมุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีแก่ทุกคนในทุกช่วงวัย มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ดำเนินโครงการและกิจกรรมที่มีความสำคัญอย่างยิ่งเพื่อเสริมสร้างสุขภาพของบุคลากรและประชาชนในพื้นที่ ซึ่งหนึ่งในโครงการที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมสุขภาพของบุคลากรคือ โครงการตรวจสุขภาพตามความเสี่ยงจากการทำงาน กิจกรรมที่ 2 ซึ่งจัดขึ้นโดย คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงพิริยา นฤขัตรพิชัย คณบดีคณะแพทยศาสตร์และรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานเปิดโครงการ

วัตถุประสงค์ของโครงการ: การป้องกันโรคจากการทำงาน โครงการนี้มีจุดประสงค์หลักในการให้ความรู้และส่งเสริมการป้องกันโรคที่เกิดจากการทำงาน โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบกล้ามเนื้อและกระดูก (ออฟฟิศซินโดรม) ซึ่งเป็นปัญหาหลักที่เกิดจากการทำงานที่มีลักษณะซ้ำซากหรือท่าทางที่ไม่เหมาะสมในการทำงาน เช่น การนั่งทำงานในท่าทางที่ผิดปกติ การยกของหนัก หรือการทำงานในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม การให้คำแนะนำในการออกกำลังกายและการเสริมสมรรถภาพทางกายจึงมีความสำคัญในการลดความเสี่ยงจากโรคเหล่านี้

โครงการนี้มุ่งเน้นการให้ความรู้กับบุคลากรในหน่วยงานที่มีความเสี่ยงจากปัญหาด้านการยศาสตร์ และการให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการป้องกันและการเสริมสร้างสมรรถภาพทางกาย เพื่อช่วยให้บุคลากรสามารถป้องกันและลดความเสี่ยงในการเกิดโรคที่มีผลต่อคุณภาพชีวิต

การตรวจสุขภาพและประเมินสมรรถภาพทางกาย โครงการตรวจสุขภาพตามความเสี่ยงจากการทำงานนี้มีการจัดกิจกรรม การตรวจสมรรถภาพทางกาย ซึ่งช่วยให้บุคลากรทราบข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพและการทำงานของร่างกายที่สัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมการทำงานของตนเอง โดยผ่านการประเมินสภาพทางกายและการแนะนำวิธีการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม เพื่อช่วยลดอาการเจ็บป่วยจากการทำงานที่ยืดเยื้อและป้องกันปัญหาสุขภาพในอนาคต เช่น ปัญหาจากท่าทางการนั่งทำงานที่ไม่เหมาะสม หรือการยกของหนัก

การตรวจสมรรถภาพทางกายจะช่วยให้บุคลากรทราบข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับสุขภาพของตนเอง และสามารถปรับพฤติกรรมการทำงานให้มีความปลอดภัยและเหมาะสมกับสภาพร่างกายของตนมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เรียนรู้วิธีการป้องกันอาการเจ็บป่วยจากการทำงานที่สามารถเกิดขึ้นได้ในระยะยาว

การอบรมและการสาธิต หนึ่งในกิจกรรมสำคัญของโครงการคือ การอบรมเกี่ยวกับอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งให้ความรู้ในการปฏิบัติตนอย่างถูกต้องในการทำงานเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกิดจากการทำงาน ทั้งในด้านสุขภาพร่างกายและจิตใจ นอกจากนี้ยังมี การสาธิตการออกกำลังกายที่เหมาะสม เพื่อเสริมสร้างสุขภาพและป้องกันโรคทางกระดูกและกล้ามเนื้อ เช่น โรคปวดหลังหรือออฟฟิศซินโดรม ซึ่งจะช่วยให้บุคลากรสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้

การสนับสนุนตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โครงการนี้สอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะ SDG 3 “การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี” ซึ่งมุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพที่ดีในทุกกลุ่มประชากร การลดอัตราการเจ็บป่วยจากการทำงาน และการส่งเสริมความยั่งยืนในสังคมที่มีสุขภาพดีขึ้น การสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคที่เกิดจากการทำงานและการส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงานมีส่วนช่วยในการสร้างสังคมที่มีสุขภาพดีขึ้นอย่างยั่งยืน

ผลกระทบทางสุขภาพและเศรษฐกิจ จากรายงานของ สำนักงานประกันสังคม ระหว่างปี 2562-2566 พบว่าโรคที่เกิดจากการทำงานในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวข้องกับกระดูกและกล้ามเนื้อ เช่น โรคปวดหลังจากการยกของหนักหรือการนั่งทำงานในท่าทางที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งส่งผลกระทบทั้งในด้านสุขภาพของบุคลากรและผลผลิตทางเศรษฐกิจ ในกรณีนี้การลงทุนในการป้องกันโรคจากการทำงานถือเป็นการลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วยที่สามารถป้องกันได้ และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลในอนาคต

การสร้างสังคมสุขภาพดีและยั่งยืน การดำเนินโครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคในที่ทำงาน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างสังคมที่มีสุขภาพดีและยั่งยืน โดยโครงการนี้มีเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพชีวิตของบุคลากร และลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลในอนาคต นอกจากนี้ยังเป็นตัวอย่างที่ดีของความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและหน่วยงานต่าง ๆ ในการสร้างสังคมที่มีสุขภาพดีในระยะยาว

มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงขอเชิญชวนบุคลากรทุกท่านเข้าร่วมกิจกรรมนี้เพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดีในทุกช่วงวัย และร่วมกันพัฒนาสังคมที่มีสุขภาพดีและยั่งยืนไปพร้อมกัน

หากท่านสนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ ห้องประชุมเอกาทศรถ 9 อาคารสิรินธร โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากหน่วยอาชีวอนามัยและส่งเสริมสุขภาพนิสิตที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร.

ที่มา: คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร ร่วมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจสุขภาพ

วันอังคารที่ 6 สิงหาคม 2567 สาขาวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดย ดร.กนกทิพย์ จักษุ ผู้รับผิดชอบโครงการฯ ร่วมกับคณาจารย์และนิสิตชั้นปีที่ 4 ได้ดำเนินโครงการบริการวิชาการตรวจติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อม ณ โรงเรียนอนุบาลและประถมสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก

โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจด้านบริการวิชาการของมหาวิทยาลัย และยังเป็นความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและหน่วยงานท้องถิ่น โดยมีเป้าหมายหลักในการยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาลในสถานศึกษา เพื่อส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของนักเรียนและบุคลากรในโรงเรียน

กิจกรรมสำคัญที่ดำเนินการ ได้แก่ การตรวจสุขาภิบาลทั่วไปภายในโรงเรียน การประเมินสุขาภิบาลอาหารและน้ำดื่มน้ำใช้ การตรวจสอบสุขาภิบาลห้องส้วม ตลอดจนการจัดการขยะและการควบคุมสัตว์นำโรค กิจกรรมเหล่านี้เป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้โรงเรียนมีข้อมูลที่เป็นระบบเพื่อนำไปใช้ในการปรับปรุงและจัดการสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมกับการเรียนรู้ของนักเรียน

ผลลัพธ์ที่ได้รับไม่เพียงแต่เป็นข้อมูลเชิงวิชาการที่สามารถนำไปใช้ปรับปรุงสิ่งแวดล้อมโรงเรียนเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความตระหนักรู้แก่คณะครู นักเรียน และผู้ปกครอง ในการร่วมกันรักษาสุขาภิบาลและสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัยและยั่งยืน เพื่อเป็นการป้องกันโรคและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในระยะยาว

การดำเนินโครงการนี้สอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG3: Good Health and Well-being) ที่มุ่งเน้นการสร้างสุขภาพที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนแก่ทุกคน โดยมหาวิทยาลัยนเรศวรได้ตอกย้ำบทบาทของตนในการขับเคลื่อนองค์ความรู้สู่ชุมชน และพัฒนาสังคมไทยไปสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง

ม.นเรศวร สร้างความพร้อมอาจารย์ที่ปรึกษาในการดูแลนิสิต

วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม 2567 โรงเรียนและคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม อบรมให้ความรู้ด้านสุขภาวะจิต ภายใต้หัวข้อ “ขั้นตอนการประเมินและให้คำปรึกษากับนิสิต” โดยเชิญอาจารย์ที่ปรึกษานิสิตทุกชั้นปีและบุคลากรที่สนใจเข้าร่วม เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะการดูแลสุขภาพจิตของนิสิตอย่างเป็นระบบ

กิจกรรมอบรมครั้งนี้ดำเนินการที่ ห้อง SC5-213 ชั้น 2 ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีเวลาอบรมตั้งแต่ 13.30 – 15.30 น. เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้รับความรู้เชิงปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์จริงในการดูแลนิสิต

การอบรมครั้งนี้มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เชาวนี ล่องชูผล อาจารย์ประจำคณะพยาบาลศาสตร์ เป็นวิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับ ขั้นตอนการประเมินสภาวะจิตใจของนิสิตและการให้คำปรึกษาอย่างเหมาะสม เพื่อสนับสนุนการสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เอื้อต่อสุขภาพจิตของนิสิต

ผู้เข้าร่วมอบรมได้เรียนรู้ เทคนิคและแนวทางปฏิบัติ ทั้งการสังเกตพฤติกรรม ความเครียด ความวิตกกังวล รวมถึงวิธีการสนับสนุนและแนะนำให้นิสิตสามารถจัดการกับความเครียดและปัญหาสุขภาพจิตเบื้องต้นได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย

การจัดกิจกรรมครั้งนี้สอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG3 ด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Good Health and Well-being) โดยเน้นการสร้างความตระหนักเรื่องสุขภาพจิตและสนับสนุนการดูแลสุขภาพจิตในเชิงป้องกันสำหรับนิสิต

นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้บุคลากรและอาจารย์ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวทางการดูแลนิสิต ทำให้เกิด เครือข่ายสนับสนุนสุขภาวะจิต ที่เข้มแข็งภายในคณะและสถาบัน สามารถตอบสนองต่อความต้องการด้านสุขภาพจิตของนิสิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้ที่สนใจสามารถ ลงทะเบียนเข้าร่วมอบรม ผ่านลิงก์ที่เปิดให้บริการ และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ งานกิจการนิสิตและศิษย์เก่าสัมพันธ์ คณะวิทยาศาสตร์ โทร 3150-2 เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ด้านสุขภาพจิตและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของนิสิตให้ยั่งยืน

ม.นเรศวร ดำเนินโครงการทันตกรรมพระราชทานฯ ให้บริการผู้ต้องขังเรือนจำพิษณุโลก

มหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ มุ่งเน้นการให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ครอบคลุมทุกภาคส่วนของสังคม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้าน SDGs 3 (สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี) และ SDGs 10 (การลดความเหลื่อมล้ำ) ซึ่งมุ่งเน้นการลดความไม่เสมอภาคและการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพสำหรับทุกคนในทุกช่วงวัย โดยมหาวิทยาลัยนเรศวรได้ดำเนินการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่เน้นการส่งเสริมสุขภาพให้กับผู้คนที่อาจไม่ได้รับการดูแลสุขภาพตามปกติ เช่น การให้บริการทางทันตกรรมแก่ผู้ต้องขัง ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มประชากรที่มักจะไม่ได้รับการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม

โครงการบริการทันตกรรมพระราชทานฯ ที่เรือนจำกลางพิษณุโลก หนึ่งในโครงการที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสนับสนุนการเข้าถึงบริการสุขภาพที่เท่าเทียมกันคือ การให้บริการรักษาทางทันตกรรมแก่ผู้ต้องขัง โดยผ่าน หน่วยทันตกรรมพระราชทานฯ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ได้ออกให้บริการทันตกรรมใน เรือนจำกลางพิษณุโลก ซึ่งเป็นการจัดกิจกรรมที่ไม่เพียงแต่ดูแลสุขภาพของผู้ต้องขัง แต่ยังเป็นการส่งเสริมความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการสุขภาพให้กับกลุ่มคนที่อาจขาดโอกาสในการรับการรักษา

ในกิจกรรมนี้ มีผู้ต้องขังมารับการรักษาทางทันตกรรมทั้งหมด 498 ราย โดยการรักษามีหลากหลายประเภท เช่น การถอนฟัน, การผ่าฟันคุด, การตัดไหม, การแต่งกระดูก และการตัดก้อน Fibroma ซึ่งเป็นการให้บริการทันตกรรมที่ครบวงจรเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดและปรับปรุงสุขภาพช่องปากของผู้ต้องขังในเรือนจำ

รายละเอียดการรักษาและผลตอบรับจากผู้ต้องขัง การให้บริการนี้ไม่เพียงแค่ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดจากปัญหาฟันและเหงือกของผู้ต้องขัง แต่ยังช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตโดยรวมของผู้ต้องขังในเรือนจำ ซึ่งส่วนใหญ่ได้แสดงความรู้สึกดีใจและขอบคุณที่ได้รับการรักษาจากทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและดูแลอย่างใกล้ชิด ผู้ต้องขังหลายคนได้แสดงความต้องการให้มีการจัดบริการทางทันตกรรมในเรือนจำอย่างต่อเนื่อง เพราะการเข้าถึงการรักษาทางทันตกรรมในสถานที่เช่นนี้ไม่ใช่เรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยง่ายในชีวิตประจำวันของพวกเขา

การรักษาทางทันตกรรมที่ให้บริการนี้ช่วยลดปัญหาความเจ็บปวดจากฟันผุและฟันคุดที่ผู้ต้องขังต้องเผชิญอยู่ในชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวมของผู้ต้องขังในเรือนจำ ที่สามารถรับการรักษาอย่างมีคุณภาพ เช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายหรือเดินทางไปรับบริการที่อื่น

โครงการนี้มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs 3) ซึ่งมุ่งส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดีและความเป็นอยู่ที่ดีให้กับทุกคนในทุกกลุ่มประชากร โดยเฉพาะการให้บริการสุขภาพที่เข้าถึงได้ง่ายและเท่าเทียมกันในทุกๆ ชุมชน รวมถึงผู้ต้องขังซึ่งเป็นกลุ่มที่มักจะถูกมองข้ามในแง่ของการดูแลสุขภาพ

นอกจากนี้ โครงการนี้ยังสอดคล้องกับ SDGs 10 (ลดความเหลื่อมล้ำ) ที่มุ่งเน้นการลดความไม่เสมอภาคในสังคมและส่งเสริมการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพสำหรับทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการสุขภาพ เช่น ผู้ต้องขังในเรือนจำ การให้บริการทันตกรรมพระราชทานฯ นี้เป็นการเสริมสร้างความเท่าเทียมในการดูแลสุขภาพ ซึ่งช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม

ผลกระทบในระยะยาวและความสำคัญของโครงการ การดำเนินโครงการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดความเจ็บปวดของผู้ต้องขัง แต่ยังส่งเสริมสุขภาพช่องปากที่ดี ซึ่งมีผลดีต่อสุขภาพโดยรวมในระยะยาว เมื่อผู้ต้องขังได้รับการรักษาที่มีคุณภาพ จะสามารถลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับช่องปากและฟัน เช่น โรคเหงือกอักเสบ และฟันผุ ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม อาจส่งผลกระทบถึงสุขภาพร่างกายในภาพรวม

การให้บริการทันตกรรมในเรือนจำยังเป็นการสร้างการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพช่องปากในกลุ่มผู้ต้องขัง ซึ่งอาจนำไปสู่การดูแลรักษาสุขภาพช่องปากของตนเองในอนาคต นอกจากนี้ การให้บริการที่มีคุณภาพยังช่วยส่งเสริมสุขภาพจิตของผู้ต้องขัง โดยการดูแลที่ดีช่วยให้พวกเขารู้สึกมีคุณค่าและได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียม

การสร้างความยั่งยืนในชุมชน โครงการทันตกรรมพระราชทานฯ นี้ไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อผู้ต้องขังในเรือนจำกลางพิษณุโลกเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการใช้ความรู้และทรัพยากรที่มีในการสร้างผลกระทบทางบวกในสังคม โดยการให้บริการด้านสุขภาพที่เป็นไปตามหลักการของ การพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) มหาวิทยาลัยนเรศวรมีบทบาทในการส่งเสริมสุขภาพที่ดีและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ผ่านการให้บริการทางการแพทย์ที่เข้าถึงได้สำหรับทุกกลุ่มประชากร แม้แต่ผู้ต้องขังที่อาจขาดโอกาสในการรับการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม

การดำเนินโครงการนี้ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือที่ดีระหว่างมหาวิทยาลัย, หน่วยงานราชการ, และภาคสังคมในการส่งเสริมสุขภาพที่ดีและยั่งยืนในชุมชน โดยการพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้กับผู้ที่ด้อยโอกาสในสังคม โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ต้องขังที่มีความจำเป็นต้องได้รับการดูแลสุขภาพอย่างทั่วถึง

มหาวิทยาลัยนเรศวรขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมมือกันทำให้โครงการนี้เกิดขึ้น และจะยังคงมุ่งมั่นในการให้บริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพต่อไปเพื่อสร้างสังคมที่มีสุขภาพดีและยั่งยืน

ม.นเรศวร ส่งเสริมสุขภาพใจและกายเพื่อการเรียนรู้อย่างยั่งยืน

มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ตอกย้ำความสำคัญของการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจของนิสิต ด้วยการเปิดให้บริการด้านสุขภาวะที่ครอบคลุมและเข้าถึงง่าย เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและสร้างสมดุลในชีวิตการศึกษาและการใช้ชีวิตประจำวันของนิสิตทุกคน

ศูนย์สุขภาวะนิสิต เป็นหน่วยงานหลักที่ให้บริการด้านการปรึกษา โดยเปิดบริการวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 08.30 – 20.00 น. ณ อาคารขวัญเมือง ชั้น 1 ศูนย์แห่งนี้ทำหน้าที่เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับนิสิตที่ต้องการรับคำแนะนำทั้งด้านร่างกายและจิตใจ พร้อมด้วยช่องทางการติดต่อผ่าน Facebook ศูนย์สุขภาวะนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึง

นอกจากนี้ยังมี NU Friendzone Clinic คลินิกเพื่อการประเมินและให้คำปรึกษา โดยเปิดให้บริการทุกวันอังคารและวันพุธ เวลา 09.00 – 16.00 น. ผ่านทีมผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมช่วยเหลือในด้านการจัดการอารมณ์ ความเครียด และการสร้างทักษะชีวิตสำหรับนิสิตที่ต้องการความช่วยเหลือเฉพาะด้าน

สำหรับด้านการแพทย์เฉพาะทาง มหาวิทยาลัยได้จัดตั้ง คลินิกจิตเวช โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้น 3 อาคารสิรินธร โทร. 0-5596-5702-3 โดยเปิดบริการเพื่อให้การรักษาและดูแลด้านสุขภาพจิตอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่การวินิจฉัย ไปจนถึงการบำบัดและฟื้นฟู

อีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจคือ ดูแลใจ by NU Nurses (Mind your heart by NU Nurses) ซึ่งมุ่งเน้นการรับฟังและให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตทั้งนิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ผ่าน Facebook: ดูแลใจ by NU Nurses โดยทีมพยาบาลผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมจะให้คำแนะนำและแนวทางในการดูแลใจอย่างถูกต้อง

เพื่อการเข้าถึงความช่วยเหลือที่เร่งด่วน นิสิตยังสามารถใช้บริการ สายด่วนสุขภาพจิต 1332 ที่เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง เป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญที่ช่วยให้นิสิตและประชาชนได้รับการดูแลในยามฉุกเฉินหรือเมื่อเกิดภาวะเครียดกดดัน

การมีระบบบริการด้านสุขภาวะที่ครบวงจรเช่นนี้ ช่วยส่งเสริมให้นิสิตมีสุขภาพกายและใจที่สมดุล ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองอย่างเต็มศักยภาพ อีกทั้งยังสร้างสังคมการศึกษาเชิงบวกที่เอื้อต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

โรงพยาบาลทันตกรรม ม.นเรศวร ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงการร่วมเป็นสถานพยาบาลในการให้บริการทางทันตกรรมไม่ต้องสำรองจ่าย

รองศาสตราจารย์ ดร.ทันตแพทย์หญิงพีรยา ภูอภิชาติดำรง คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมด้วย ผศ.ดร.ทพญ.จิตติมา พุ่มกลิ่น รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลทันตกรรม ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสำนักงานประกันสังคมจังหวัดพิษณุโลก ภายใต้โครงการให้บริการทางทันตกรรมโดยไม่ต้องสำรองจ่ายแก่ผู้ประกันตน ในการใช้สิทธิ์ 900 บาทต่อปี

การลงนามในครั้งนี้มีขึ้นที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัดพิษณุโลก โดยมี นางอาภรณ์ แว่วสอน ประกันสังคมจังหวัดพิษณุโลก เป็นผู้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงร่วมกัน ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมได้รับสิทธิในการใช้บริการทันตกรรมโดยไม่ต้องสำรองจ่าย ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการดูแลสุขภาพช่องปากที่มีคุณภาพ โดยสามารถใช้สิทธิ์นี้ได้ทุกปี ในวงเงิน 900 บาท

โครงการนี้สอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะในด้าน SDG 3: การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งมุ่งเน้นการให้ทุกคนเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพและสามารถจ่ายได้ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลสุขภาพทั่วไปหรือการรักษาเฉพาะทาง รวมถึงการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการบริการสุขภาพระหว่างชนชั้นและกลุ่มประชากรต่างๆ

การที่มหาวิทยาลัยนเรศวรและโรงพยาบาลทันตกรรมเข้าร่วมโครงการนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการเสริมสร้างการเข้าถึงบริการสุขภาพช่องปากที่มีคุณภาพ แต่ยังเป็นการสนับสนุนให้คนในชุมชนได้รับการดูแลสุขภาพที่ดีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการส่งเสริมความยั่งยืนในด้านสุขภาพของสังคมในระยะยาว

สำหรับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมที่สนใจสามารถใช้สิทธิ์ในการรับบริการทันตกรรมได้ที่โรงพยาบาลทันตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งได้รับการรับรองให้เป็นสถานพยาบาลในการให้บริการตามโครงการนี้ และสามารถใช้สิทธิ์ได้ตามข้อกำหนดที่ระบุในบันทึกข้อตกลง.

ม.นเรศวร จัดโครงการฟื้นฟูความรู้ผู้ดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง ประจำปี 2567 ยกระดับการดูแลสุขภาพผู้ป่วยอย่างครบวงจร

🚩

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดโครงการฟื้นฟูความรู้สำหรับผู้ดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง ประจำปี 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะในการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งให้แก่ผู้ดูแลหรือญาติผู้ป่วย รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง โครงการดังกล่าวจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม 2567 เวลา 08.30 – 16.30 น. ณ ห้องประชุมเอกาทศรถ 9 ชั้น 3 อาคารสิรินธร โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร

ภายในงานมีการอบรมและให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยมะเร็งในแง่มุมต่าง ๆ เช่น การจัดการด้านจิตใจของผู้ป่วยมะเร็ง, การดูแลผู้ป่วยในช่วงการรักษาและฟื้นฟู, การป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการรักษา รวมไปถึงการให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจของผู้ป่วย เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและเพิ่มทักษะในการดูแลผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพ

การจัดโครงการฟื้นฟูความรู้ผู้ดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งนี้ มีความสำคัญในการสนับสนุนและพัฒนาคุณภาพการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งในระดับชุมชน อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมและสนับสนุนการดูแลสุขภาพที่ครอบคลุมในทุกมิติ ซึ่งสอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะในด้านการให้บริการสุขภาพที่เป็นธรรมและมีคุณภาพสำหรับทุกคน (SDG 3: Good Health and Well-Being) และการสร้างความรู้และการพัฒนาทักษะของบุคลากรในการดูแลผู้ป่วย (SDG 4: Quality Education)

เป้าหมายของโครงการ:

  1. การพัฒนาความรู้และทักษะในการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งในทุกด้าน ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ
  2. การสร้างความเข้าใจในการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งอย่างยั่งยืน
  3. การพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพที่เข้าถึงและเป็นธรรมสำหรับทุกคน
  4. ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างผู้ดูแลผู้ป่วย, บุคลากรทางการแพทย์, และชุมชน

โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร และหน่วยงานต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัย รวมถึงผู้เชี่ยวชาญในสาขาการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง ซึ่งได้ร่วมกันให้ความรู้และประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งอย่างครบวงจร

การดำเนินโครงการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มพูนความรู้และทักษะในการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง แต่ยังเป็นการส่งเสริมให้ผู้ดูแลผู้ป่วยสามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและผู้ดูแล ตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนที่มีเป้าหมายในการสร้างสังคมสุขภาพดีสำหรับทุกคนในระยะยาว.

ลงทะเบียน https://forms.gle/5cC2bNodHEoPUowk7

ม.นเรศวร ร่วมยกระดับมาตรฐานอาหารปลอดภัย เชื่อมความร่วมมือสถาบันการศึกษาและท้องถิ่น

วันอังคารที่ 18 มิถุนายน 2567 กลุ่มสาขาวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดโครงการพัฒนามาตรฐานร้านอาหารและแผงลอยจำหน่ายอาหารรอบมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อยกระดับมาตรฐานอาหารปลอดภัย และสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างภาคการศึกษา ภาคท้องถิ่น และชุมชน

โครงการครั้งนี้ได้รับเกียรติจากนายธวัช สิงห์เดช นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าโพธิ์ และรองศาสตราจารย์ ดร.นิทรา กิจธีระวุฒิวงษ์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมเป็นประธานเปิดโครงการ ณ ห้อง Main Conference อาคารบริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการร้านอาหารและอาสาสมัครสาธารณสุขได้เข้ามาเรียนรู้และพัฒนาทักษะร่วมกัน

การดำเนินงานในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 150 คน ประกอบด้วยผู้ประกอบการร้านอาหารจำนวน 100 ร้านค้า และอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) อีก 50 คน ซึ่งเป็นกลุ่มสำคัญในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชุมชน ทั้งในด้านคุณภาพอาหารและสุขอนามัย

โครงการเน้นการอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับสุขาภิบาลอาหาร การเลือกใช้วัตถุดิบที่สะอาดปลอดภัย การคัดแยกและการจัดเก็บอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ รวมถึงการจัดการภาชนะและพื้นที่ปรุงอาหารให้ถูกต้องตามหลักอนามัย ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปปรับใช้ในร้านค้าได้จริง

นอกจากการอบรมแล้ว ยังมีการประเมินคุณภาพร้านอาหารและแผงลอยโดยใช้เกณฑ์มาตรฐานที่กรมอนามัยกำหนด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้บริโภคจะได้รับอาหารที่สะอาดและปลอดภัยต่อสุขภาพ ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการยังได้รับคำแนะนำในการพัฒนาร้านให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อลดปัญหาขยะและของเสียจากการประกอบอาหาร

การมีส่วนร่วมของอาสาสมัครสาธารณสุขถือเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของโครงการ เนื่องจาก อสม. เป็นกำลังสำคัญในการสื่อสารและเผยแพร่ความรู้สู่ชุมชน การเข้ามามีบทบาทในการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในครั้งนี้ ช่วยให้แนวทางการพัฒนาอาหารปลอดภัยขยายผลได้อย่างกว้างขวางและต่อเนื่อง

การเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานท้องถิ่น ผู้ประกอบการ และภาคประชาชนในครั้งนี้ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการทำงานแบบบูรณาการ ที่ไม่เพียงแต่ยกระดับมาตรฐานร้านอาหารรอบมหาวิทยาลัย แต่ยังช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค และตอบโจทย์การพัฒนาสุขภาพและโภชนาการในระดับชุมชน

การจัดโครงการพัฒนามาตรฐานร้านอาหารและแผงลอยจำหน่ายอาหารรอบมหาวิทยาลัยนเรศวรครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานอาหารปลอดภัย และสร้างความยั่งยืนทางโภชนาการ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง

ม.นเรศวร ร่วมรณรงค์วันต่อต้านยาเสพติดโลก ส่งเสริมห่างไกลยาเสพติด

วันพุธที่ 26 มิถุนายน 2567 องค์การสหประชาชาติกำหนดให้เป็นวันต่อต้านยาเสพติดโลก เพื่อให้ทุกประเทศตระหนักถึงภัยของยาเสพติดและร่วมกันแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงได้เข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์และแสดงพลังต่อต้านยาเสพติด สอดคล้องกับพันธกิจของประเทศในการสร้างสังคมที่ปลอดภัยและยั่งยืน

ประเทศไทยในฐานะประเทศสมาชิกสหประชาชาติ ให้ความสำคัญอย่างมากกับการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด ผ่านมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาในทุกระดับ เพื่อคุ้มครองเยาวชนและประชาชนจากภัยของยาเสพติด และสร้างสังคมที่มีคุณภาพโดยการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

มหาวิทยาลัยนเรศวรตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างพื้นที่ปลอดภัย จึงได้ประกาศเจตนารมณ์ที่จะเป็น มหาวิทยาลัยปลอดยาเสพติด โดยมุ่งเน้นการเป็นพื้นที่เรียนรู้ที่ปลอดภัยสำหรับเยาวชน นิสิต และบุคลากร พร้อมผลักดันให้มหาวิทยาลัยเป็นแบบอย่างที่ดีในด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด

ในปีนี้ จังหวัดพิษณุโลกได้จัดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ประจำปี 2567 โดยมี นายพชรเสฏฐ์ บุญศิริสาริศา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในพิธี ณ สวนชมน่านเฉลิมพระเกียรติ เทศบาลนครพิษณุโลก กิจกรรมดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน รวมทั้งมหาวิทยาลัยนเรศวร

นิสิตและบุคลากรมหาวิทยาลัยนเรศวรได้เข้าร่วมเดินขบวนรณรงค์ในครั้งนี้ เพื่อแสดงพลังและเจตนารมณ์ร่วมในการสร้างสังคมที่ห่างไกลจากยาเสพติด บรรยากาศเต็มไปด้วยพลังของความร่วมมือและการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย เพื่อสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหานี้อย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยนเรศวรยังได้รับเกียรติรับรางวัล หน่วยงานสนับสนุนการดำเนินงานประกวดกิจกรรม TO BE NUMBER ONE ประจำปี 2567 โดยมี นายกัณต์กวี วิมุติ รักษาการหัวหน้างานอำนวยการ กองกิจการนิสิต เป็นผู้แทนเข้ารับรางวัล ซึ่งแสดงถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยในการสนับสนุนกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ที่ส่งเสริมเยาวชนห่างไกลจากยาเสพติด

พร้อมกันนี้ ทีม RAZE ZONE นิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร ยังได้รับรางวัลจากการประกวด TO BE NUMBER ONE TEEN DANCERCISE 2024 ในฐานะตัวแทนจังหวัดพิษณุโลกที่ผ่านเข้ารอบการประกวดระดับประเทศ เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่ตอกย้ำถึงความสามารถและพลังสร้างสรรค์ของนิสิตที่สะท้อนถึงสังคมปลอดภัยและสร้างสรรค์

กิจกรรมและรางวัลทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการมีส่วนร่วมต่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ทั้งยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่มุ่งสร้างสังคมปลอดภัย มีสุขภาวะที่ดี และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาเยาวชนในระยะยาว

ม.นเรศวร บริการยาเบื้องต้นฟรีสำหรับผู้มีสิทธิบัตรทอง ดูแลสุขภาพ ลดภาระพบแพทย์

ในช่วงเปิดเทอมนี้ มหาวิทยาลัยนเรศวรขอส่งเสริมสุขภาพของนิสิตและบุคลากรด้วยบริการพิเศษจากร้านยาคณะเภสัชศาสตร์ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยสามารถรับยาฟรี! สำหรับนิสิตและบุคลากรที่มีสิทธิบัตรทอง โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ซึ่งเป็นการให้บริการที่สะดวกและรวดเร็ว เพื่อช่วยดูแลสุขภาพเบื้องต้นและส่งเสริมให้ผู้ใช้บริการได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

อาการเจ็บป่วยเล็กน้อยที่สามารถรับยาได้มีดังนี้
– ปวดหัว – เวียนหัว – ปวดข้อ – ปวดกล้ามเนื้อ – ปวดฟัน – ไข้ – ไอ – เจ็บคอ – ปวดท้อง – โรคกระเพาะ – ท้องเสีย- ท้องผูก-ริดสีดวง – ปัสสาวะแสบขัด – ปวดประจำเดือน – ตกขาวผิดปกติ – อาการทางผิวหนัง ผื่น – คัน – ความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตา – ความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับหู – การดูแลบาดแผลเบื้องต้น

บริการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อ:

  1. การเข้าถึงบริการสุขภาพที่ง่ายและสะดวก: การให้บริการยาเบื้องต้นสำหรับอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยจะช่วยลดภาระในการไปพบแพทย์ในกรณีที่ไม่จำเป็น ช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
  2. การส่งเสริมสุขภาพดีสำหรับทุกคน: นอกจากการให้บริการยาแล้ว ยังมีการให้คำแนะนำจากเภสัชกรเกี่ยวกับวิธีการใช้ยาอย่างถูกต้องและปลอดภัย ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 3: Good Health and Well-being) เพื่อให้ทุกคนในสังคมมีสุขภาพที่ดีและเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างเท่าเทียม
  3. การสนับสนุนความรู้และการป้องกัน: การเข้าถึงยาเบื้องต้นที่ร้านยาในมหาวิทยาลัยยังสามารถเป็นโอกาสในการให้ความรู้และคำแนะนำในการดูแลสุขภาพเบื้องต้น เพื่อลดความเสี่ยงจากโรคที่อาจเกิดขึ้นจากอาการต่างๆ

การใช้บริการ:
หากท่านมีอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยตามที่ระบุ สามารถไปที่ร้านยาคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร สาขา 2 ซึ่งตั้งอยู่บริเวณทางเข้า ประตู 4 ของมหาวิทยาลัย (โดยต้องนำบัตรประชาชนมาด้วยทุกครั้งที่รับบริการ) ทีมเภสัชกรพร้อมให้คำแนะนำและดูแลท่านอย่างครบถ้วน

อย่าลืม! สวัสดีปีการศึกษาใหม่แล้ว มหาวิทยาลัยนเรศวรพร้อมดูแลสุขภาพของท่าน ด้วยบริการที่ดีและสะดวก พร้อมให้ความรู้การดูแลสุขภาพและการใช้ยาอย่างถูกต้อง เพื่อสังคมที่มีสุขภาพดีไปด้วยกัน!

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin