ม.นเรศวร วิศวะรวมพลังสร้างสุขภาพกายใจยั่งยืน เพิ่มความสุขในการทำงานผ่านกิจกรรมแอโรบิคเพื่อบุคลากร

วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน 2567 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กำพล ทรัพย์สมบูรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมด้วยคณะกรรมการประจำคณะ อาจารย์ และเจ้าหน้าที่ ร่วมกันจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพบุคลากร ผ่านการออกกำลังกายด้วยการเต้นแอโรบิค ณ บริเวณโถงชั้น 1 อาคารเรียนรวมคณะวิศวกรรมศาสตร์

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรงของบุคลากรในคณะ เน้นให้เกิดการดูแลสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจอย่างสมดุล เพราะการออกกำลังกายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และสร้างความสุขในชีวิตประจำวัน

คณะวิศวกรรมศาสตร์กำหนดให้การเต้นแอโรบิคเป็นกิจกรรมประจำ โดยจัดขึ้นทุกวันจันทร์ อังคาร และพุธ เวลา 16.30 – 17.00 น. เพื่อให้บุคลากรสามารถเข้าร่วมได้อย่างต่อเนื่อง และสร้างวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพที่ยั่งยืนภายในองค์กร

การจัดกิจกรรมออกกำลังกายประจำอย่างสม่ำเสมอ ไม่เพียงแต่ช่วยให้บุคลากรมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง แต่ยังช่วยลดความเครียดจากการทำงาน สร้างสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ การส่งเสริมสุขภาพของบุคลากรยังสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่มุ่งเน้นให้บุคลากรมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความสุขกับการทำงาน ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาองค์กรในระยะยาว

คณะวิศวกรรมศาสตร์ยังมุ่งหวังให้กิจกรรมดังกล่าวเป็นตัวอย่างที่ดีในการสร้างบรรยากาศการทำงานที่เอื้อต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของบุคลากรในสถาบันการศึกษา รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการสร้างแรงบันดาลใจในการดูแลสุขภาพด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง

ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีและยั่งยืน กิจกรรมเต้นแอโรบิคเพื่อสุขภาพจึงเป็นมากกว่าการออกกำลังกาย แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศที่สนับสนุนทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต และความก้าวหน้าในสายอาชีพของบุคลากรอย่างแท้จริง

ม.นเรศวร ร่วมมือแม่ตาวคลินิก พัฒนาความรู้สุขภาพประชาชนชายแดน

วันที่ 23-25 สิงหาคม 2567 คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรมบริการวิชาการด้านสุขภาพชายแดน ภายใต้หัวข้อ “Essential Public Health Issues” ณ แม่ตาวคลินิก Training Center อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้และความตระหนักด้านสุขภาพให้กับประชาชนในพื้นที่ชายแดน

โครงการนำทีมโดย รศ.ดร.นิทรา กิจธีระวุฒิวงษ์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ และ ดร.รมย์นลิน เขียนจูม ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ พร้อมด้วยคณาจารย์และนิสิตหลักสูตรปริญญาตรี มหาวิทยาลัยนเรศวร ให้บริการวิชาการอย่างใกล้ชิดกับประชาชนในพื้นที่

การจัดกิจกรรมมุ่งเน้นการให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคติดต่อจากน้ำและอาหาร สุขาภิบาล และสุขวิทยาส่วนบุคคล เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะที่ดีแก่ประชาชนชายแดน ตลอดจนส่งเสริมความเข้าใจเรื่องอาหารและโภชนาการที่เหมาะสม

อีกทั้งยังครอบคลุมหัวข้ออนามัยแม่และเด็ก การป้องกันโรคติดต่อนำโดยแมลง และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เพื่อให้ประชาชนมีข้อมูลและทักษะในการดูแลสุขภาพตนเองและครอบครัวอย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG3 ด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี โดยเน้นการสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการสุขภาพและความรู้ด้านสุขภาวะให้แก่กลุ่มประชากรชายขอบหรือผู้อพยพที่อาจมีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์

นอกจากนี้ กิจกรรมยังสอดคล้องกับ SDG10 ด้านลดความเหลื่อมล้ำ เนื่องจากให้บริการและความรู้ด้านสุขภาพแก่ประชาชนชาวพม่าที่อาศัยอยู่ในเขตชายแดนแม่สอด ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรที่มีข้อจำกัดด้านสวัสดิการสุขภาพและการเข้าถึงข้อมูลบริการทางสาธารณสุข

โครงการบริการวิชาการสุขภาพชายแดนครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และแม่ตาวคลินิก โดยได้รับการสนับสนุนจาก The Asia Foundation เพื่อสร้างความร่วมมือและส่งเสริมสุขภาวะที่ยั่งยืนในพื้นที่ชายแดน

ม.นเรศวร จัดกิจกรรม NU Safety Day 2024 สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยยั่งยืน

วันพฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวรจัดกิจกรรม วันความปลอดภัย มหาวิทยาลัยนเรศวร ครั้งที่ 2 ประจำปี 2567 (NU Safety Day 2024) โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานในพิธีเปิดและมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวด Poster & Infographic ใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน, ความปลอดภัยสารเคมี และความปลอดภัยทางรังสี สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการ พัฒนาวัฒนธรรมความปลอดภัยให้ยั่งยืน

กิจกรรมในปีนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “การพัฒนาวัฒนธรรมความปลอดภัยให้ยั่งยืน” พร้อมการบรรยายพิเศษโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ศิริชัย ตันรัตนวงศ์ รองอธิการบดีฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่ได้ชี้ถึง นโยบายด้านความปลอดภัย เพื่อยกระดับการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยให้เป็นระบบและต่อเนื่อง การเน้นย้ำเรื่องวัฒนธรรมความปลอดภัยในองค์กรถือเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันอุบัติเหตุและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะที่ดี

ภายในงานยังมีการจัดบรรยายจากวิทยากรทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย ครอบคลุมหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และการจัดการสารเคมีและรังสี ซึ่งเป็นการเสริมสร้างองค์ความรู้ให้บุคลากรและนิสิตได้ตระหนักถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ตลอดจนเรียนรู้วิธีการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากการให้ความรู้ มหาวิทยาลัยยังให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดประสบการณ์ตรงและแนวทางปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้ได้จริง การมี คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ร่วมมือกับคณะกรรมการด้านความปลอดภัยทางรังสี จึงทำให้การจัดกิจกรรมมีความครอบคลุมและครบถ้วนมากยิ่งขึ้น

กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้น ณ หอประชุมมหาราช ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อเป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่ความรู้และเพิ่มพูนทักษะด้านความปลอดภัยให้กับผู้เข้าร่วมงานทุกคน

ในแง่ของการพัฒนาสังคม กิจกรรมนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งในการสร้าง สิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยและยั่งยืน สนับสนุนการสร้าง เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย การส่งเสริมสุขภาพ ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของบุคลากรและนิสิต ล้วนเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาชุมชนเมืองให้มีความน่าอยู่มากยิ่งขึ้น

การจัดงาน NU Safety Day 2024 ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่มุ่งมั่นในการพัฒนา วัฒนธรรมความปลอดภัย อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจและเสริมสร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยให้กับทุกคนในสังคมมหาวิทยาลัย และยังเป็นต้นแบบในการสร้างสังคมที่มั่นคง ปลอดภัย และยั่งยืนในอนาคต

ที่มา: งานประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร ส่งเสริมอาหารเพื่อสุขภาพผ่าน “ตลาดสีเขียว” ขับเคลื่อนการบริโภคปลอดภัยและเกษตรยั่งยืน

คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม “ตลาดสีเขียว” เพื่อเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนสินค้าทางการเกษตรระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมอาหารเพื่อสุขภาพ สร้างความตระหนักด้านการบริโภคอาหารปลอดภัย และสนับสนุนเกษตรกรในท้องถิ่นให้สามารถจำหน่ายผลผลิตได้โดยตรงสู่ผู้บริโภคในราคายุติธรรม กิจกรรมตลาดสีเขียวจัดขึ้นเป็นประจำทุกวันพุธ ณ บริเวณคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ตลาดสีเขียวเป็นหนึ่งในแนวทางการขับเคลื่อนสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนของมหาวิทยาลัย โดยเน้นการสร้างระบบอาหารที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายในตลาดมีการจำหน่ายสินค้าหลากหลายประเภท เช่น ผักปลอดสารพิษ ผักพื้นบ้าน ข้าวสาร ผลไม้ตามฤดูกาล อาหารแห้ง อาหารปรุงสำเร็จ เครื่องดื่มสมุนไพร และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากชุมชน ซึ่งทั้งหมดล้วนผ่านกระบวนการผลิตที่สะอาด ปลอดภัย และเป็นธรรมต่อผู้ผลิต

กิจกรรมตลาดสีเขียวไม่เพียงเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าเกษตรคุณภาพ แต่ยังเป็นเวทีสำคัญในการส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพในสังคม มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาแนวคิด “จากฟาร์มถึงจาน” (Farm to Table) เพื่อให้ผู้บริโภคตระหนักถึงที่มาของอาหารและคุณค่าทางโภชนาการที่ส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว

นอกจากนี้ ตลาดสีเขียวยังเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนในระดับฐานราก เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดใกล้เคียงสามารถนำผลผลิตทางการเกษตรมาจำหน่ายโดยตรงกับผู้บริโภค ซึ่งช่วยลดต้นทุนการขนส่ง ลดการสูญเสียในห่วงโซ่อาหาร และเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรอย่างมั่นคง ทั้งยังเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชนท้องถิ่น

ในด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม ตลาดสีเขียวของมหาวิทยาลัยนเรศวรยังส่งเสริมการลดใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว โดยรณรงค์ให้ผู้ซื้อและผู้ขายใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ถุงผ้า กล่องกระดาษ หรือบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ เพื่อสร้างพฤติกรรมการบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ตลาดสีเขียวยังเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนิสิตและบุคลากรของมหาวิทยาลัยในการศึกษาเกี่ยวกับระบบอาหารปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ และการตลาดเพื่อสังคมอย่างยั่งยืน โดยกิจกรรมดังกล่าวช่วยเสริมสร้างความเข้าใจในหลักเศรษฐกิจพอเพียง และการดำรงชีวิตอย่างสมดุลระหว่างสุขภาพ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการส่งเสริมอาหารเพื่อสุขภาพในทุกมิติ กิจกรรมตลาดสีเขียวจึงเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานเพื่อสร้าง “สังคมแห่งสุขภาวะ” ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงอาหารปลอดภัย มีคุณค่าทางโภชนาการ และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโตอย่างยั่งยืน มุ่งสู่เป้าหมายการเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียวและเป็นแบบอย่างของสถาบันการศึกษาที่คำนึงถึงสุขภาพและความมั่นคงทางอาหารของสังคมอย่างแท้จริง

ม.นเรศวร ส่งเสริม Work-Life Balance จัดมหกรรม Healthy Pre-Aging ดูแลก่อนสูงวัย

วันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม 2567 คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดงาน “มหกรรม Healthy Pre-Aging (ดูแลก่อนสูงวัย)” ณ ศูนย์การค้าเซนทรัล พิษณุโลก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้และสร้างความตระหนักด้านสุขภาพแก่ประชาชนทั่วไป รวมถึงให้บริการตรวจสุขภาพเบื้องต้นในสาขาสหเวชศาสตร์ พร้อมทั้งเผยแพร่บทบาทของคณะและมหาวิทยาลัยในการส่งเสริมสุขภาวะของสังคม กิจกรรมนี้จัดขึ้นเนื่องในวาระครบรอบ 28 ปี แห่งการสถาปนาคณะสหเวชศาสตร์ และครบรอบ 34 ปี แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยนเรศวร

พิธีเปิดงานจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม 2567 โดยมี ดร.พิสุทธ์ อภิชยกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และการถ่ายทอดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้บริหารจากมหาวิทยาลัยนเรศวร หอการค้าจังหวัดพิษณุโลก และผู้บริหารศูนย์การค้าเซนทรัล พิษณุโลก เข้าร่วมในพิธีเปิดภายใต้แนวคิด “CARE” ที่มุ่งเน้นการสะสมสุขภาพผ่าน Health Coin 4 เหรียญ ได้แก่ การตรวจสุขภาพ (Check Up) การเคลื่อนไหวร่างกาย (Active) การผ่อนคลาย (Relax) และ การกินเพื่อสุขภาพ (Eat Healthy)

ภายในงานมีการจัดเสวนาและสาธิตกิจกรรมด้านสุขภาพมากมาย อาทิ การเสวนาเรื่อง “ดูแลสมองด้วยการออกกำลังกาย” โดย นายแพทย์วีระพันธ์ สุวรรณนามัย ศัลยแพทย์เชี่ยวชาญด้านโรคสมองและระบบประสาท การสาธิตออกกำลังกาย “Fit Age วัยเก๋า” โดย คุณฟ้าใส พึ่งอุดม รวมถึงการพูดคุยในหัวข้อ “พิษณุโลกเมืองสุขภาพดี” โดย ดร.เปรมฤดี ชามพูนท นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ มหาวิทยาลัย และชุมชนในการส่งเสริมสุขภาพที่ยั่งยืน

นอกจากนี้ยังมีการเสวนาในหัวข้อ “สูตรลับชะลอชรา” โดย คุณแม่เฉลา มั่นคง และคุณพ่อจักรี มั่นคง เจ้าของเพจ “แม่อยากได้รูป 1 คอลเลคชั่น” พร้อมการสาธิตทำอาหารเพื่อสุขภาพในหัวข้อ “Real-รส-Healthy” โดย คุณศศิกานต์ ศรีสังข์ และ คุณเอกวัฒน์ พันธาสุ ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารพื้นถิ่นจาก “บ้านมหาวิบูลย์” รวมถึงกิจกรรม “เบิร์นไขมันด้วยซุมบ้า” โดย ดร.ประสรรค์ ตันติเสนาะ เพื่อสร้างความสนุกและส่งเสริมการออกกำลังกายในทุกช่วงวัย

ภายในงานยังมีบริการตรวจสุขภาพฟรีโดยคณาจารย์และนิสิตจากคณะสหเวชศาสตร์ เช่น การตรวจวัดมวลกระดูกด้วยเครื่องอัลตราซาวนด์ โดยสาขารังสีเทคนิค การสาธิตการใช้เครื่อง PMS (Peripheral Magnetic Stimulation) เพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อและลดอาการปวด โดยสาขากายภาพบำบัด การตรวจวัดสายตาและถ่ายภาพจอประสาทตา โดยสาขาทัศนมาตรศาสตร์ และการตรวจระดับไขมันในเลือดด้วยการเจาะเลือดปลายนิ้ว โดยสาขาเทคนิคการแพทย์และหน่วยกิจกรรมเพื่อสังคม

การจัดงานครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการส่งเสริม Work-Life Balance และการสร้างเสริมสุขภาวะของบุคลากรและประชาชนในชุมชน ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนา “มหาวิทยาลัยสุขภาพดี” ที่ให้ความสำคัญทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนสุขภาพอย่างยั่งยืน

คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร แสดงให้เห็นถึงบทบาทเชิงรุกในการเผยแพร่ความรู้ การบริการวิชาการ และการส่งเสริมสุขภาพแก่ประชาชน ผ่านกิจกรรมที่สร้างสรรค์และเข้าถึงได้จริง อันเป็นการต่อยอดสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง

การจัดมหกรรม Healthy Pre-Aging ครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นกิจกรรมฉลองครบรอบของคณะและมหาวิทยาลัย แต่ยังเป็นเวทีแห่งการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านสุขภาพ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลตนเองตั้งแต่วันนี้ เพื่อการสูงวัยอย่างมีคุณภาพในอนาคต

ตรวจสุขภาพตามความเสี่ยง เสริมสร้างคุณภาพชีวิตและป้องกันโรคในที่ทำงาน

ในแง่ของการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs 3) ซึ่งมุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีแก่ทุกคนในทุกช่วงวัย มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ดำเนินโครงการและกิจกรรมที่มีความสำคัญอย่างยิ่งเพื่อเสริมสร้างสุขภาพของบุคลากรและประชาชนในพื้นที่ ซึ่งหนึ่งในโครงการที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมสุขภาพของบุคลากรคือ โครงการตรวจสุขภาพตามความเสี่ยงจากการทำงาน กิจกรรมที่ 2 ซึ่งจัดขึ้นโดย คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงพิริยา นฤขัตรพิชัย คณบดีคณะแพทยศาสตร์และรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานเปิดโครงการ

วัตถุประสงค์ของโครงการ: การป้องกันโรคจากการทำงาน โครงการนี้มีจุดประสงค์หลักในการให้ความรู้และส่งเสริมการป้องกันโรคที่เกิดจากการทำงาน โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบกล้ามเนื้อและกระดูก (ออฟฟิศซินโดรม) ซึ่งเป็นปัญหาหลักที่เกิดจากการทำงานที่มีลักษณะซ้ำซากหรือท่าทางที่ไม่เหมาะสมในการทำงาน เช่น การนั่งทำงานในท่าทางที่ผิดปกติ การยกของหนัก หรือการทำงานในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม การให้คำแนะนำในการออกกำลังกายและการเสริมสมรรถภาพทางกายจึงมีความสำคัญในการลดความเสี่ยงจากโรคเหล่านี้

โครงการนี้มุ่งเน้นการให้ความรู้กับบุคลากรในหน่วยงานที่มีความเสี่ยงจากปัญหาด้านการยศาสตร์ และการให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการป้องกันและการเสริมสร้างสมรรถภาพทางกาย เพื่อช่วยให้บุคลากรสามารถป้องกันและลดความเสี่ยงในการเกิดโรคที่มีผลต่อคุณภาพชีวิต

การตรวจสุขภาพและประเมินสมรรถภาพทางกาย โครงการตรวจสุขภาพตามความเสี่ยงจากการทำงานนี้มีการจัดกิจกรรม การตรวจสมรรถภาพทางกาย ซึ่งช่วยให้บุคลากรทราบข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพและการทำงานของร่างกายที่สัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมการทำงานของตนเอง โดยผ่านการประเมินสภาพทางกายและการแนะนำวิธีการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม เพื่อช่วยลดอาการเจ็บป่วยจากการทำงานที่ยืดเยื้อและป้องกันปัญหาสุขภาพในอนาคต เช่น ปัญหาจากท่าทางการนั่งทำงานที่ไม่เหมาะสม หรือการยกของหนัก

การตรวจสมรรถภาพทางกายจะช่วยให้บุคลากรทราบข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับสุขภาพของตนเอง และสามารถปรับพฤติกรรมการทำงานให้มีความปลอดภัยและเหมาะสมกับสภาพร่างกายของตนมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เรียนรู้วิธีการป้องกันอาการเจ็บป่วยจากการทำงานที่สามารถเกิดขึ้นได้ในระยะยาว

การอบรมและการสาธิต หนึ่งในกิจกรรมสำคัญของโครงการคือ การอบรมเกี่ยวกับอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งให้ความรู้ในการปฏิบัติตนอย่างถูกต้องในการทำงานเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกิดจากการทำงาน ทั้งในด้านสุขภาพร่างกายและจิตใจ นอกจากนี้ยังมี การสาธิตการออกกำลังกายที่เหมาะสม เพื่อเสริมสร้างสุขภาพและป้องกันโรคทางกระดูกและกล้ามเนื้อ เช่น โรคปวดหลังหรือออฟฟิศซินโดรม ซึ่งจะช่วยให้บุคลากรสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้

การสนับสนุนตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โครงการนี้สอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะ SDG 3 “การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี” ซึ่งมุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพที่ดีในทุกกลุ่มประชากร การลดอัตราการเจ็บป่วยจากการทำงาน และการส่งเสริมความยั่งยืนในสังคมที่มีสุขภาพดีขึ้น การสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคที่เกิดจากการทำงานและการส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงานมีส่วนช่วยในการสร้างสังคมที่มีสุขภาพดีขึ้นอย่างยั่งยืน

ผลกระทบทางสุขภาพและเศรษฐกิจ จากรายงานของ สำนักงานประกันสังคม ระหว่างปี 2562-2566 พบว่าโรคที่เกิดจากการทำงานในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวข้องกับกระดูกและกล้ามเนื้อ เช่น โรคปวดหลังจากการยกของหนักหรือการนั่งทำงานในท่าทางที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งส่งผลกระทบทั้งในด้านสุขภาพของบุคลากรและผลผลิตทางเศรษฐกิจ ในกรณีนี้การลงทุนในการป้องกันโรคจากการทำงานถือเป็นการลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วยที่สามารถป้องกันได้ และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลในอนาคต

การสร้างสังคมสุขภาพดีและยั่งยืน การดำเนินโครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคในที่ทำงาน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างสังคมที่มีสุขภาพดีและยั่งยืน โดยโครงการนี้มีเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพชีวิตของบุคลากร และลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลในอนาคต นอกจากนี้ยังเป็นตัวอย่างที่ดีของความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและหน่วยงานต่าง ๆ ในการสร้างสังคมที่มีสุขภาพดีในระยะยาว

มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงขอเชิญชวนบุคลากรทุกท่านเข้าร่วมกิจกรรมนี้เพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดีในทุกช่วงวัย และร่วมกันพัฒนาสังคมที่มีสุขภาพดีและยั่งยืนไปพร้อมกัน

หากท่านสนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ ห้องประชุมเอกาทศรถ 9 อาคารสิรินธร โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากหน่วยอาชีวอนามัยและส่งเสริมสุขภาพนิสิตที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร.

ที่มา: คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร ร่วมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจสุขภาพ

วันอังคารที่ 6 สิงหาคม 2567 สาขาวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดย ดร.กนกทิพย์ จักษุ ผู้รับผิดชอบโครงการฯ ร่วมกับคณาจารย์และนิสิตชั้นปีที่ 4 ได้ดำเนินโครงการบริการวิชาการตรวจติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อม ณ โรงเรียนอนุบาลและประถมสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก

โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจด้านบริการวิชาการของมหาวิทยาลัย และยังเป็นความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและหน่วยงานท้องถิ่น โดยมีเป้าหมายหลักในการยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาลในสถานศึกษา เพื่อส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของนักเรียนและบุคลากรในโรงเรียน

กิจกรรมสำคัญที่ดำเนินการ ได้แก่ การตรวจสุขาภิบาลทั่วไปภายในโรงเรียน การประเมินสุขาภิบาลอาหารและน้ำดื่มน้ำใช้ การตรวจสอบสุขาภิบาลห้องส้วม ตลอดจนการจัดการขยะและการควบคุมสัตว์นำโรค กิจกรรมเหล่านี้เป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้โรงเรียนมีข้อมูลที่เป็นระบบเพื่อนำไปใช้ในการปรับปรุงและจัดการสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมกับการเรียนรู้ของนักเรียน

ผลลัพธ์ที่ได้รับไม่เพียงแต่เป็นข้อมูลเชิงวิชาการที่สามารถนำไปใช้ปรับปรุงสิ่งแวดล้อมโรงเรียนเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความตระหนักรู้แก่คณะครู นักเรียน และผู้ปกครอง ในการร่วมกันรักษาสุขาภิบาลและสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัยและยั่งยืน เพื่อเป็นการป้องกันโรคและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในระยะยาว

การดำเนินโครงการนี้สอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG3: Good Health and Well-being) ที่มุ่งเน้นการสร้างสุขภาพที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนแก่ทุกคน โดยมหาวิทยาลัยนเรศวรได้ตอกย้ำบทบาทของตนในการขับเคลื่อนองค์ความรู้สู่ชุมชน และพัฒนาสังคมไทยไปสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง

ม.นเรศวร สร้างความพร้อมอาจารย์ที่ปรึกษาในการดูแลนิสิต

วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม 2567 โรงเรียนและคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม อบรมให้ความรู้ด้านสุขภาวะจิต ภายใต้หัวข้อ “ขั้นตอนการประเมินและให้คำปรึกษากับนิสิต” โดยเชิญอาจารย์ที่ปรึกษานิสิตทุกชั้นปีและบุคลากรที่สนใจเข้าร่วม เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะการดูแลสุขภาพจิตของนิสิตอย่างเป็นระบบ

กิจกรรมอบรมครั้งนี้ดำเนินการที่ ห้อง SC5-213 ชั้น 2 ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีเวลาอบรมตั้งแต่ 13.30 – 15.30 น. เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้รับความรู้เชิงปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์จริงในการดูแลนิสิต

การอบรมครั้งนี้มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เชาวนี ล่องชูผล อาจารย์ประจำคณะพยาบาลศาสตร์ เป็นวิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับ ขั้นตอนการประเมินสภาวะจิตใจของนิสิตและการให้คำปรึกษาอย่างเหมาะสม เพื่อสนับสนุนการสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เอื้อต่อสุขภาพจิตของนิสิต

ผู้เข้าร่วมอบรมได้เรียนรู้ เทคนิคและแนวทางปฏิบัติ ทั้งการสังเกตพฤติกรรม ความเครียด ความวิตกกังวล รวมถึงวิธีการสนับสนุนและแนะนำให้นิสิตสามารถจัดการกับความเครียดและปัญหาสุขภาพจิตเบื้องต้นได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย

การจัดกิจกรรมครั้งนี้สอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG3 ด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Good Health and Well-being) โดยเน้นการสร้างความตระหนักเรื่องสุขภาพจิตและสนับสนุนการดูแลสุขภาพจิตในเชิงป้องกันสำหรับนิสิต

นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้บุคลากรและอาจารย์ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวทางการดูแลนิสิต ทำให้เกิด เครือข่ายสนับสนุนสุขภาวะจิต ที่เข้มแข็งภายในคณะและสถาบัน สามารถตอบสนองต่อความต้องการด้านสุขภาพจิตของนิสิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้ที่สนใจสามารถ ลงทะเบียนเข้าร่วมอบรม ผ่านลิงก์ที่เปิดให้บริการ และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ งานกิจการนิสิตและศิษย์เก่าสัมพันธ์ คณะวิทยาศาสตร์ โทร 3150-2 เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ด้านสุขภาพจิตและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของนิสิตให้ยั่งยืน

ม.นเรศวร ดำเนินโครงการทันตกรรมพระราชทานฯ ให้บริการผู้ต้องขังเรือนจำพิษณุโลก

มหาวิทยาลัยนเรศวรในฐานะสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ มุ่งเน้นการให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ครอบคลุมทุกภาคส่วนของสังคม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้าน SDGs 3 (สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี) และ SDGs 10 (การลดความเหลื่อมล้ำ) ซึ่งมุ่งเน้นการลดความไม่เสมอภาคและการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพสำหรับทุกคนในทุกช่วงวัย โดยมหาวิทยาลัยนเรศวรได้ดำเนินการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่เน้นการส่งเสริมสุขภาพให้กับผู้คนที่อาจไม่ได้รับการดูแลสุขภาพตามปกติ เช่น การให้บริการทางทันตกรรมแก่ผู้ต้องขัง ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มประชากรที่มักจะไม่ได้รับการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม

โครงการบริการทันตกรรมพระราชทานฯ ที่เรือนจำกลางพิษณุโลก หนึ่งในโครงการที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการสนับสนุนการเข้าถึงบริการสุขภาพที่เท่าเทียมกันคือ การให้บริการรักษาทางทันตกรรมแก่ผู้ต้องขัง โดยผ่าน หน่วยทันตกรรมพระราชทานฯ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ได้ออกให้บริการทันตกรรมใน เรือนจำกลางพิษณุโลก ซึ่งเป็นการจัดกิจกรรมที่ไม่เพียงแต่ดูแลสุขภาพของผู้ต้องขัง แต่ยังเป็นการส่งเสริมความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการสุขภาพให้กับกลุ่มคนที่อาจขาดโอกาสในการรับการรักษา

ในกิจกรรมนี้ มีผู้ต้องขังมารับการรักษาทางทันตกรรมทั้งหมด 498 ราย โดยการรักษามีหลากหลายประเภท เช่น การถอนฟัน, การผ่าฟันคุด, การตัดไหม, การแต่งกระดูก และการตัดก้อน Fibroma ซึ่งเป็นการให้บริการทันตกรรมที่ครบวงจรเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดและปรับปรุงสุขภาพช่องปากของผู้ต้องขังในเรือนจำ

รายละเอียดการรักษาและผลตอบรับจากผู้ต้องขัง การให้บริการนี้ไม่เพียงแค่ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดจากปัญหาฟันและเหงือกของผู้ต้องขัง แต่ยังช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตโดยรวมของผู้ต้องขังในเรือนจำ ซึ่งส่วนใหญ่ได้แสดงความรู้สึกดีใจและขอบคุณที่ได้รับการรักษาจากทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและดูแลอย่างใกล้ชิด ผู้ต้องขังหลายคนได้แสดงความต้องการให้มีการจัดบริการทางทันตกรรมในเรือนจำอย่างต่อเนื่อง เพราะการเข้าถึงการรักษาทางทันตกรรมในสถานที่เช่นนี้ไม่ใช่เรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยง่ายในชีวิตประจำวันของพวกเขา

การรักษาทางทันตกรรมที่ให้บริการนี้ช่วยลดปัญหาความเจ็บปวดจากฟันผุและฟันคุดที่ผู้ต้องขังต้องเผชิญอยู่ในชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวมของผู้ต้องขังในเรือนจำ ที่สามารถรับการรักษาอย่างมีคุณภาพ เช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายหรือเดินทางไปรับบริการที่อื่น

โครงการนี้มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs 3) ซึ่งมุ่งส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดีและความเป็นอยู่ที่ดีให้กับทุกคนในทุกกลุ่มประชากร โดยเฉพาะการให้บริการสุขภาพที่เข้าถึงได้ง่ายและเท่าเทียมกันในทุกๆ ชุมชน รวมถึงผู้ต้องขังซึ่งเป็นกลุ่มที่มักจะถูกมองข้ามในแง่ของการดูแลสุขภาพ

นอกจากนี้ โครงการนี้ยังสอดคล้องกับ SDGs 10 (ลดความเหลื่อมล้ำ) ที่มุ่งเน้นการลดความไม่เสมอภาคในสังคมและส่งเสริมการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพสำหรับทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการสุขภาพ เช่น ผู้ต้องขังในเรือนจำ การให้บริการทันตกรรมพระราชทานฯ นี้เป็นการเสริมสร้างความเท่าเทียมในการดูแลสุขภาพ ซึ่งช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม

ผลกระทบในระยะยาวและความสำคัญของโครงการ การดำเนินโครงการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดความเจ็บปวดของผู้ต้องขัง แต่ยังส่งเสริมสุขภาพช่องปากที่ดี ซึ่งมีผลดีต่อสุขภาพโดยรวมในระยะยาว เมื่อผู้ต้องขังได้รับการรักษาที่มีคุณภาพ จะสามารถลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับช่องปากและฟัน เช่น โรคเหงือกอักเสบ และฟันผุ ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม อาจส่งผลกระทบถึงสุขภาพร่างกายในภาพรวม

การให้บริการทันตกรรมในเรือนจำยังเป็นการสร้างการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพช่องปากในกลุ่มผู้ต้องขัง ซึ่งอาจนำไปสู่การดูแลรักษาสุขภาพช่องปากของตนเองในอนาคต นอกจากนี้ การให้บริการที่มีคุณภาพยังช่วยส่งเสริมสุขภาพจิตของผู้ต้องขัง โดยการดูแลที่ดีช่วยให้พวกเขารู้สึกมีคุณค่าและได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียม

การสร้างความยั่งยืนในชุมชน โครงการทันตกรรมพระราชทานฯ นี้ไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อผู้ต้องขังในเรือนจำกลางพิษณุโลกเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการใช้ความรู้และทรัพยากรที่มีในการสร้างผลกระทบทางบวกในสังคม โดยการให้บริการด้านสุขภาพที่เป็นไปตามหลักการของ การพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) มหาวิทยาลัยนเรศวรมีบทบาทในการส่งเสริมสุขภาพที่ดีและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ผ่านการให้บริการทางการแพทย์ที่เข้าถึงได้สำหรับทุกกลุ่มประชากร แม้แต่ผู้ต้องขังที่อาจขาดโอกาสในการรับการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม

การดำเนินโครงการนี้ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือที่ดีระหว่างมหาวิทยาลัย, หน่วยงานราชการ, และภาคสังคมในการส่งเสริมสุขภาพที่ดีและยั่งยืนในชุมชน โดยการพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้กับผู้ที่ด้อยโอกาสในสังคม โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ต้องขังที่มีความจำเป็นต้องได้รับการดูแลสุขภาพอย่างทั่วถึง

มหาวิทยาลัยนเรศวรขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมมือกันทำให้โครงการนี้เกิดขึ้น และจะยังคงมุ่งมั่นในการให้บริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพต่อไปเพื่อสร้างสังคมที่มีสุขภาพดีและยั่งยืน

ม.นเรศวร ส่งเสริมสุขภาพใจและกายเพื่อการเรียนรู้อย่างยั่งยืน

มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ตอกย้ำความสำคัญของการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจของนิสิต ด้วยการเปิดให้บริการด้านสุขภาวะที่ครอบคลุมและเข้าถึงง่าย เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและสร้างสมดุลในชีวิตการศึกษาและการใช้ชีวิตประจำวันของนิสิตทุกคน

ศูนย์สุขภาวะนิสิต เป็นหน่วยงานหลักที่ให้บริการด้านการปรึกษา โดยเปิดบริการวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 08.30 – 20.00 น. ณ อาคารขวัญเมือง ชั้น 1 ศูนย์แห่งนี้ทำหน้าที่เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับนิสิตที่ต้องการรับคำแนะนำทั้งด้านร่างกายและจิตใจ พร้อมด้วยช่องทางการติดต่อผ่าน Facebook ศูนย์สุขภาวะนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึง

นอกจากนี้ยังมี NU Friendzone Clinic คลินิกเพื่อการประเมินและให้คำปรึกษา โดยเปิดให้บริการทุกวันอังคารและวันพุธ เวลา 09.00 – 16.00 น. ผ่านทีมผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมช่วยเหลือในด้านการจัดการอารมณ์ ความเครียด และการสร้างทักษะชีวิตสำหรับนิสิตที่ต้องการความช่วยเหลือเฉพาะด้าน

สำหรับด้านการแพทย์เฉพาะทาง มหาวิทยาลัยได้จัดตั้ง คลินิกจิตเวช โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้น 3 อาคารสิรินธร โทร. 0-5596-5702-3 โดยเปิดบริการเพื่อให้การรักษาและดูแลด้านสุขภาพจิตอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่การวินิจฉัย ไปจนถึงการบำบัดและฟื้นฟู

อีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจคือ ดูแลใจ by NU Nurses (Mind your heart by NU Nurses) ซึ่งมุ่งเน้นการรับฟังและให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตทั้งนิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ผ่าน Facebook: ดูแลใจ by NU Nurses โดยทีมพยาบาลผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมจะให้คำแนะนำและแนวทางในการดูแลใจอย่างถูกต้อง

เพื่อการเข้าถึงความช่วยเหลือที่เร่งด่วน นิสิตยังสามารถใช้บริการ สายด่วนสุขภาพจิต 1332 ที่เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง เป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญที่ช่วยให้นิสิตและประชาชนได้รับการดูแลในยามฉุกเฉินหรือเมื่อเกิดภาวะเครียดกดดัน

การมีระบบบริการด้านสุขภาวะที่ครบวงจรเช่นนี้ ช่วยส่งเสริมให้นิสิตมีสุขภาพกายและใจที่สมดุล ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองอย่างเต็มศักยภาพ อีกทั้งยังสร้างสังคมการศึกษาเชิงบวกที่เอื้อต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin