ผลงานนวัตกรรม “ChixTein” ม.นเรศวร คว้าสุดยอดนวัตกรรมอาหารบนเวทีโลก

วันพุธที่ 12 มิถุนายน 2567 ผลงานนวัตกรรม ChixTein ของนักวิจัยมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 10 สุดยอดนวัตกรรมอาหาร ตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมเวที Thailand’s Taste of Tomorrow 2024 ณ Riverside Studios กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ นับเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนศักยภาพของงานวิจัยไทยสู่ระดับโลก และเป็นการส่งเสริมสุดยอดนวัตกรรมอาหารที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนและตลาดโลกในอนาคต

ผลงาน ChixTein เกิดจากความร่วมมือระหว่าง รองศาสตราจารย์ ดร.ขนิษฐา รุตรัตนมงคล อาจารย์ประจำภาควิชาอุตสาหกรรมเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร และ บริษัท ไทย เอนโท ฟู้ด จำกัด โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์โปรตีนไก่เข้มข้นคุณภาพสูงในรูปแบบผงโปรตีนที่สามารถใช้ได้หลากหลาย ทั้งในอาหาร เครื่องดื่ม อาหารเสริม และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์

ผลิตภัณฑ์ ChixTein มีแนวคิดสำคัญคือการใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพสูง ผ่านกระบวนการผลิตที่สะอาดและปลอดภัย ปราศจากสารสังเคราะห์ สารกันบูด และสารเติมแต่ง เพื่อสร้างโปรตีนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการพึ่งพากระบวนการผลิตที่ส่งผลกระทบต่อธรรมชาติ อีกทั้งยังเป็นโปรตีนที่มีรสชาติธรรมชาติจากเนื้อไก่ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในหลายอุตสาหกรรม

การคัดเลือก ChixTein เข้าสู่เวทีระดับโลกในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Food Innovation Global Market Launchpad ที่มุ่งผลักดันธุรกิจนวัตกรรมอาหารของไทยสู่การเติบโตในตลาดสากล โดยมีการจัดกิจกรรมเสวนาและบรรยายภายใต้หัวข้อ “Thailand’s Taste of Tomorrow: Fostering the Future of Food, Faith, and Flavours” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) และ Food Innopolis

สำหรับเอกลักษณ์ของงาน Thailand’s Taste of Tomorrow 2024 ได้รับแรงบันดาลใจจาก “วารีกุญชร” สัตว์ป่าหิมพานต์ในตำนาน โดยมีช้างสีม่วงพร้อมหู หาง และครีบสีชมพู ใช้เป็นสัญลักษณ์สะท้อนถึงยานพาหนะทางวัฒนธรรมที่จะนำพา FoodTech Startups ฝ่าฟัน Valley of Death และก้าวสู่ความสำเร็จในตลาดโลกด้วยพลังความร่วมมือจากทุกฝ่าย

บริษัท ไทย เอนโท ฟู้ด จำกัด ถือเป็น บริษัท Spin Off 100% จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีพันธกิจสำคัญคือ Feed the World with Sustainable Protein มุ่งสร้างนวัตกรรมโปรตีนคุณภาพสูงจากทรัพยากรที่ประเทศไทยมีศักยภาพ พร้อมทั้งใช้เทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Technology) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่เวทีโลก

การเข้าร่วมเวทีในครั้งนี้นับเป็นประสบการณ์ใหม่ที่สะท้อนให้เห็นถึงการผสมผสานความเป็นไทยเข้ากับเทคโนโลยีได้อย่างลงตัว ไม่เพียงนำเสนอผลิตภัณฑ์อาหารแห่งอนาคต แต่ยังถ่ายทอดอัตลักษณ์ไทยที่โดดเด่น แตกต่างจากประเทศอื่น ๆ กลายเป็นจุดขายที่ดึงดูดความสนใจของนานาชาติ และทำให้ผู้เข้าร่วมงานเห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในฐานะผู้พัฒนานวัตกรรมอาหารสู่ตลาดโลก

ChixTein จึงไม่ใช่เพียงผลิตภัณฑ์อาหาร แต่เป็นนวัตกรรมที่สะท้อนความสามารถด้านงานวิจัยและการสร้างธุรกิจเชิงนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยไทย อันจะเป็นกำลังสำคัญในการยกระดับประเทศ และเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการส่งเสริมสุดยอดนวัตกรรมอาหารเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

ขอบคุณภาพจาก: www.innolifethailand.com

ม.นเรศวร คว้ารางวัลเหรียญเงินจากเวทีนวัตกรรมนานาชาติ ณ เจนีวา

คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอแสดงความยินดีกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สนธยา นุ่มท้วม อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์การเกษตร และ ดร.เสาวลักษณ์ รุ่งแจ้ง อาจารย์ประจำภาควิชาอุตสาหกรรมเกษตร พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.สุดารัตน์ เจียมยั่งยืน จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในนามทีม “BetterWhite” ที่ได้รับรางวัลเหรียญเงิน จากผลงานนวัตกรรมอาหารโปรตีนสูงจากไข่ขาว 100% ในงาน The 49th International Exhibition of Inventions Geneva ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส

การประกวดนวัตกรรมระดับนานาชาติครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 – 21 เมษายน 2567 โดยมีผลงานจากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ทั้งจากยุโรป เอเชีย และอเมริกา เข้าร่วมมากกว่า 1,000 ผลงาน ซึ่งนับเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทยได้แสดงศักยภาพด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีคุณภาพสู่สายตาชาวโลก

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ทำหน้าที่เป็นผู้คัดเลือกและสนับสนุนผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาของไทย จำนวน 37 แห่ง เพื่อเข้าร่วมประกวดในเวทีครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จที่ตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในการพัฒนางานวิจัยที่สามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์เชิงอุตสาหกรรมได้จริง

ผลงานนวัตกรรมอาหารโปรตีนสูงจากไข่ขาว 100% ของทีม BetterWhite มีแนวคิดหลักในการใช้วัตถุดิบที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และผ่านกระบวนการวิจัยเพื่อเพิ่มมูลค่า สอดคล้องกับความต้องการของตลาดอาหารเพื่อสุขภาพที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ

การได้รับรางวัลจากเวทีระดับโลกครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการยกระดับคุณภาพของงานวิจัยมหาวิทยาลัยนเรศวรเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการบูรณาการองค์ความรู้ด้านเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นเลิศทั้งด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการตอบโจทย์สังคม

นอกจากนี้ การเข้าร่วมเวทีเจนีวา ยังเปิดโอกาสให้นักวิจัยได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมกับผู้เชี่ยวชาญจากนานาประเทศ ซึ่งช่วยขยายเครือข่ายความร่วมมือด้านวิจัย และเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์สากล

ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ ส่งเสริมนวัตกรรมการวิจัยสู่ภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าและสามารถแข่งขันได้ในเวทีนานาชาติ พร้อมทั้งสนับสนุนการพัฒนาประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมอย่างแท้จริง

ม.นเรศวร ขับเคลื่อนนวัตกรรม “อาหารเพื่อสุขภาพ” จากวัตถุดิบท้องถิ่น สู่การพัฒนาอาหารสำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วย NCDs อย่างยั่งยืน

วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม 2567 คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม “Innovative Local Food for NCDs” ภายใต้โครงการ การขยายผลและเพิ่มขีดความสามารถการผลิตอาหารพื้นบ้านภาคเหนือสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะเคี้ยวกลืนลำบากและกลุ่มโรค NCDs สู่การผลิตเชิงพาณิชย์ โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพที่ตอบโจทย์กลุ่มประชากรเปราะบาง และสนับสนุนการยกระดับเศรษฐกิจชุมชนผ่านการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

บรรยากาศกิจกรรม “Innovative Local Food for NCDs” เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (KM Platform) ที่เปิดโอกาสให้นักวิชาการ ผู้ประกอบการ และชุมชน ได้ร่วมกันพัฒนาเมนู อาหารเพื่อสุขภาพ โดยใช้วัตถุดิบท้องถิ่น เช่น ธัญพืช ผักพื้นบ้าน และโปรตีนทางเลือก เพื่อต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับผู้สูงอายุ ผู้ที่มีภาวะเคี้ยวกลืนลำบาก และผู้ป่วยกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) กิจกรรมครั้งนี้จึงถือเป็นกลไกสำคัญในการบูรณาการองค์ความรู้ด้านโภชนาการ นวัตกรรม และการแพทย์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

ภาคเช้าของงาน ประกอบด้วยการบรรยายให้ความรู้เชิงวิชาการในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารยุคใหม่ โดยเริ่มจากหัวข้อ “การต่อยอดนวัตกรรมอาหารสู่การเป็นผู้ประกอบนวัตกรรมยุค New Normal” โดย ศาสตราจารย์ ดร.ภาวิณี ชินะโชติ ที่มุ่งเน้นให้เห็นถึงความสำคัญของการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัตถุดิบในท้องถิ่น และการปรับตัวของผู้ประกอบการอาหารในยุคเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อให้เกิดความยั่งยืนทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม

ต่อมาเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในหัวข้อ “อาหารท้องถิ่นสู่อาหารผู้สูงอายุเชิงพาณิชย์” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ยุทธนา พิมลศิริผล ซึ่งกล่าวถึงกระบวนการพัฒนาเมนูอาหารที่สอดคล้องกับหลักโภชนาการสำหรับผู้สูงอายุ พร้อมแนวทางการพัฒนาให้สามารถผลิตในเชิงพาณิชย์ได้จริง สร้างความมั่นคงทางอาหารและรายได้ให้แก่ชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ในหัวข้อสุดท้ายของภาคเช้า รองศาสตราจารย์ ดร.นิติพงศ์ จิตรีโภชน์ ได้บรรยายเกี่ยวกับ ระบบนิเวศด้านอุตสาหกรรมอาหาร (Food Industry Ecosystem) ที่เชื่อมโยงการผลิตอาหารปลอดภัยกับนวัตกรรมการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ เพื่อยกระดับมาตรฐานของผลิตภัณฑ์อาหารไทยให้สามารถแข่งขันในระดับนานาชาติได้ โดยยังคงรักษาความเป็นเอกลักษณ์ของอาหารท้องถิ่น

ภาคบ่ายของงานเป็นกิจกรรม Workshop การสร้างสรรค์อาหารพื้นถิ่นเพื่อสุขภาพ นำโดย คุณศศิกานต์ ศรีสังข์ และ คุณเอกวัฒน์ พันธาสุ ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ลงมือปฏิบัติจริงในการพัฒนาเมนูอาหารสำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วย NCDs โดยใช้วัตถุดิบท้องถิ่นที่สามารถหาได้ง่ายในชุมชน ทั้งนี้ได้เน้นกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และคำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการในทุกขั้นตอน

กิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.กรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยกล่าวถึงความสำคัญของการสร้างนวัตกรรมอาหารที่ไม่เพียงตอบโจทย์สุขภาพ แต่ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค และส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืนผ่านการพัฒนาองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีอาหาร

กิจกรรม “Innovative Local Food for NCDs” จัดขึ้นโดยความร่วมมือของหลายหน่วยงาน ได้แก่ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.), มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยนเรศวร, ศูนย์นวัตกรรมอาหารและบรรจุภัณฑ์ (Food Innovation and Packaging Center: FIN), โครงการพัฒนาเทคโนโลยีเกษตรอินทรีย์ (Organic Tech Accelerator Platform: OTAP NU) และเมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis) จากทั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และมหาวิทยาลัยนเรศวร

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการ แต่ยังเป็นการขับเคลื่อนแนวทางการพัฒนาอาหารเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืนของประเทศไทย ผ่านการเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางโภชนาการ วิทยาศาสตร์การอาหาร และการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อสร้างระบบอาหารที่เข้มแข็ง ปลอดภัย และเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของประชาชนทุกช่วงวัยในอนาคต

ม.นเรศวร ตรวจสอบอาหารทุกขั้นตอน มั่นใจ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน

โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 2 จังหวัดพิษณุโลก ได้ดำเนินการสุ่มตรวจคุณภาพอาหารในศูนย์อาหาร NU Square และศูนย์อาหาร NU Canteen โดยใช้เครื่องวัดความเค็ม (Salt meter) เพื่อตรวจสอบปริมาณเกลือและโซเดียมในอาหารที่จำหน่ายให้กับนิสิตและประชาชนผู้ใช้บริการ ถือเป็นความร่วมมือที่สำคัญในการสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยทางอาหารและสุขภาพของผู้บริโภค

การตรวจสอบครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อประเมินคุณภาพอาหารที่จำหน่ายภายในมหาวิทยาลัย ว่ามีความเหมาะสมต่อการบริโภคและไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น ความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับการบริโภคโซเดียมเกินความจำเป็น

นอกจากนี้ การตรวจสอบคุณภาพอาหารยังสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาความยั่งยืนด้านอาหาร ที่มุ่งเน้นการสร้างสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการมีพฤติกรรมการบริโภคที่ดีต่อสุขภาพ การลดโซเดียมในอาหารถือเป็นมาตรการสำคัญในการส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร ควบคู่ไปกับการลดความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพในอนาคต

การดำเนินงานในครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับหน่วยงานภาครัฐในระดับท้องถิ่น เพื่อยกระดับคุณภาพอาหารและความปลอดภัยทางโภชนาการ การผนึกกำลังกันเช่นนี้ช่วยเสริมให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและสามารถเป็นต้นแบบให้กับสถานศึกษาและชุมชนอื่น ๆ

อีกทั้ง มหาวิทยาลัยนเรศวรยังให้ความสำคัญกับการเป็นพื้นที่ต้นแบบด้านการสร้างเสริมสุขภาพของนิสิตและบุคลากรภายในมหาวิทยาลัย ผ่านการจัดการสิ่งแวดล้อมด้านอาหารที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการเรียนรู้ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพ

การตรวจสอบคุณภาพอาหารที่ดำเนินการครั้งนี้ ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่การควบคุมมาตรฐานเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความตระหนักรู้ให้กับผู้ประกอบการร้านอาหารภายในมหาวิทยาลัย ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการลดการใช้เกลือและโซเดียมในกระบวนการปรุงอาหาร เพื่อร่วมกันสร้างสังคมการกินที่ปลอดภัยและยั่งยืน

ท้ายที่สุด การร่วมมือของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวรกับสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 2 จังหวัดพิษณุโลกครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงพลังของการบูรณาการเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมด้านความมั่นคงทางอาหาร และการสร้างเครือข่ายพันธมิตรเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับท้องถิ่นและระดับมหาวิทยาลัย

ม.นเรศวร จับมือเครือข่ายยกระดับงานวิจัยอาหารสู่เชิงพาณิชย์

วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับมูลนิธิสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จัดกิจกรรมพัฒนาความร่วมมือและสร้างเครือข่าย เพื่อสนับสนุน พัฒนา และผลักดันงานวิจัย ส่วนประกอบอาหาร และผลิตภัณฑ์อาหารมูลค่าสูง ให้เกิดการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.)

กิจกรรมดังกล่าวได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.กรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วย เภสัชกรอาทิตย์ พันเดช ผู้อำนวยการกองผลิตภัณฑ์สุขภาพนวัตกรรมและการบริการ ร่วมเปิดการประชุม ณ ห้องประชุมนเรศวร 310 อาคารสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร

กิจกรรมแบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ภาคเช้า มุ่งเน้นการพัฒนาความร่วมมือและสร้างเครือข่าย เพื่อสนับสนุนและผลักดันงานวิจัยด้านส่วนประกอบอาหารและผลิตภัณฑ์อาหารมูลค่าสูงให้เกิดการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

ภาคบ่ายเป็นกิจกรรมให้คำปรึกษาแก่นักวิจัยเกี่ยวกับการสนับสนุนผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านอาหารมูลค่าสูง เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และกระบวนการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร เสริมสร้างความคล่องตัวและประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนงานวิจัยสู่การใช้งานจริง

นอกจากนี้ยังเน้นการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมอาหาร โดยใช้ความเชี่ยวชาญจากคณาจารย์และนักวิจัย เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์อาหารและส่วนประกอบอาหารที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์

มหาวิทยาลัยนเรศวร ยังคงเดินหน้าเสริมสร้างความร่วมมือเชิงวิชาการและเครือข่ายวิจัย เพื่อพัฒนางานวิจัยด้านอาหารให้ตอบโจทย์ความต้องการของสังคมและอุตสาหกรรมอาหารในประเทศไทยอย่างยั่งยืน

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของกองการวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ที่ https://linktr.ee/dri_nu

ม.นเรศวร สำรวจโซเดียมในอาหารมหาวิทยาลัย ชูแนวทางลดความเสี่ยงโรคจากการบริโภคอาหารรสเค็ม

วันจันทร์ที่ 18 มีนาคม 2567 หน่วยเวชปฏิบัติชุมชน คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าโพธิ์ และกองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดกิจกรรมสำรวจปริมาณโซเดียมในอาหารโดยใช้เครื่องวัดความเค็ม (Salt Meter) เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับระดับโซเดียมในอาหารที่จำหน่ายในพื้นที่มหาวิทยาลัย กิจกรรมนี้ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการส่งเสริมสุขภาพ ลดปัจจัยเสี่ยงจากการบริโภคอาหารไม่เหมาะสม และสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมุ่งเน้นไปที่การ ลดความเสี่ยงโรคจากการบริโภคอาหารรสเค็ม

การดำเนินการสำรวจในโรงอาหารของหอพักมหาวิทยาลัย จำนวน 12 ร้านค้า ครอบคลุมเมนูอาหาร 13 ชนิด พบว่าอาหารที่มีระดับความเค็มน้อยมีจำนวน 9 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 69.23 อาหารที่มีระดับความเค็มมากจำนวน 3 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 23.08 และอาหารที่อยู่ในระดับเริ่มเค็ม 1 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 7.69 ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการปรับปรุงการปรุงอาหารเพื่อลดปริมาณโซเดียมลง

นอกจากนี้ ยังได้ทำการสำรวจร้านค้ารอบมหาวิทยาลัยนเรศวรจำนวน 10 ร้านค้า ครอบคลุมเมนูอาหาร 10 ชนิด พบว่าอาหารที่มีความเค็มน้อย 5 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 50 อาหารที่เริ่มเค็ม 4 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 40 และอาหารที่เค็มมาก 1 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 10 สะท้อนถึงความหลากหลายในการใช้เครื่องปรุงรส และชี้ให้เห็นว่ามีพื้นที่ในการพัฒนาคุณภาพอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น

กระบวนการสำรวจไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเก็บข้อมูล แต่ยังเป็นการให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการร้านค้า โดยเฉพาะการลดการใช้น้ำปลาและเกลือที่เป็นแหล่งโซเดียมหลัก คำแนะนำดังกล่าวเน้นการสร้างสมดุลระหว่างรสชาติอาหารและสุขภาพ เพื่อให้ผู้บริโภคยังคงได้รับความอร่อยโดยไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว

อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญคือการติดสติกเกอร์บอกระดับความเค็มของอาหารในร้านที่มีเมนูความเค็มน้อยจำนวน 14 ร้าน เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกเมนูที่ดีต่อสุขภาพได้ง่ายขึ้น วิธีการนี้ไม่เพียงสร้างการรับรู้ แต่ยังช่วยกระตุ้นให้ผู้ประกอบการเห็นความสำคัญในการปรับสูตรอาหารเพื่อลดโซเดียมลง

การลดโซเดียมในอาหารมีผลโดยตรงต่อการลดความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคไต การดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้จึงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในระยะยาว

โครงการนี้ยังเป็นการเพิ่มพูนความรู้ให้กับนิสิตและบุคลากรในมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับผลกระทบของโซเดียมต่อสุขภาพ สร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคสู่ทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ และเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างชุมชนมหาวิทยาลัยที่ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และหน่วยงานท้องถิ่น แสดงให้เห็นถึงการบูรณาการเพื่อการพัฒนาที่เข้มแข็ง และตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาในมิติของสุขภาพ โภชนาการ และความร่วมมือระดับภาคีเครือข่าย เพื่อสร้างสังคมที่มีความยั่งยืนและสุขภาพดีในระยะยาว

ที่มา: คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร: พัฒนาชุมชน สร้างความยั่งยืน!

วันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม 2567 รศ.ดร.นิติพงศ์ จิตรีโภชน์ ผู้ช่วยคณบดีคณะเกษตรศาสตร์ฯ ให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากสำนักงานเกษตรจังหวัดพิษณุโลก และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเมืองหมักพิษณุโลก ตำบลเนินกุ่ม อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก ที่เข้าศึกษาดูงานอาคารศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีการแปรรูปผลผลิตการเกษตรและอาหาร (IDEA)

กิจกรรมศึกษาดูงานครั้งนี้มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะด้านการบริหารจัดการ การผลิต และการตลาดสำหรับสมาชิกวิสาหกิจชุมชน เพื่อเสริมสร้างความรู้และศักยภาพในการพัฒนาผลผลิตการเกษตรและอาหารให้มีคุณภาพและมาตรฐาน

อาคารศูนย์ IDEA เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีการแปรรูปผลผลิตการเกษตรและอาหาร ที่มีเครื่องมือและอุปกรณ์ครบครัน ช่วยให้นิสิตและผู้เข้าศึกษาดูงานได้เรียนรู้กระบวนการผลิต การปรับปรุงคุณภาพ และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร

คณะศึกษาดูงานได้เรียนรู้เทคนิคการแปรรูปวัตถุดิบพื้นบ้าน เช่น การหมักอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อเพิ่มคุณภาพและความปลอดภัย พร้อมทั้งศึกษาวิธีการจัดการและบรรจุภัณฑ์ที่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ยังมีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ระหว่างผู้เชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยและสมาชิกวิสาหกิจชุมชน เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือและสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารอย่างครบวงจร

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน เพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของสมาชิกวิสาหกิจ พร้อมสนับสนุนความมั่นคงด้านอาหารของพื้นที่

คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ยังคงให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ด้านการเกษตรและอาหารแก่ชุมชน เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการสร้างความยั่งยืนในระดับท้องถิ่นและภูมิภาค

นักวิจัย ม.นเรศวร ยกระดับกล้วยไข่สู่นวัตกรรม “ผลิตภัณฑ์นิวตราซูติคอลเม็ดเคี้ยวกล้วยไข่ผสมน้ำมันเมล็ดกัญชง” พร้อมต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์

วันพุธที่ 24 มกราคม 2567 มหาวิทยาลัยนเรศวรจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ “ผลิตภัณฑ์นิวตราซูติคอลเม็ดเคี้ยวกล้วยไข่ผสมน้ำมันเมล็ดกัญชง” ซึ่งได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงกรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม กล่าวต้อนรับสื่อมวลชนและผู้เข้าร่วมงาน ณ ห้อง H111 คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนำโดยศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิง จารุภา วิโยชน์ อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับคณะนักวิจัย ได้ยกระดับผลผลิตทางการเกษตรของไทยอย่าง “กล้วยไข่” ผสมผสานกับสมุนไพรไทย “เมล็ดกัญชง” ผ่านกระบวนการวิจัยและพัฒนา โดยมีการสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)

ผลิตภัณฑ์นิวตราซูติคอลเม็ดเคี้ยวกล้วยไข่ผสมน้ำมันเมล็ดกัญชงนี้ ได้รับการออกแบบเพื่อเพิ่มการดูดซึมสารสำคัญอย่างเบต้า-แคโรทีน ซึ่งมีคุณสมบัติในการป้องกันการแดงของผิวหนังจากการสัมผัสแสงแดด โดยนวัตกรรมนี้ถือเป็นการแปรรูปสินค้าเกษตรให้เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

คุณลักษณะเด่นของผลิตภัณฑ์ คือการนำกล้วยไข่มาพัฒนาในรูปแบบเม็ดเคี้ยวที่รับประทานง่าย สามารถใช้เป็นอาหารว่างหรือเสริมมื้ออาหาร โดยไม่เพียงมอบรสชาติจากกล้วยแท้ แต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมสารอาหารเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็ว มีส่วนช่วยป้องกันการเกิด photoaging ที่เกิดจากรังสี UV ในชีวิตประจำวัน

ทั้งนี้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ผ่านกระบวนการสกัดและแปรรูปที่รักษาคุณภาพและความคงตัวของสารสำคัญ พร้อมทั้งคัดสรรส่วนผสมที่เหมาะสม จนได้สูตรตำรับเม็ดเคี้ยวที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีการทดสอบทางคลินิกเพื่อยืนยันผลลัพธ์ในการช่วยป้องกันการแดงจากแสงแดด

การคิดค้นนวัตกรรมครั้งนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตรไทยไปสู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีมาตรฐานและมูลค่าสูง สามารถสร้างความแตกต่างและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาด

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงยึดมั่นในวิสัยทัศน์ “มหาวิทยาลัยเพื่อสังคมของผู้ประกอบการ” โดยพร้อมสนับสนุนงานวิจัยที่สามารถนำองค์ความรู้มาต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์จริง ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับประเทศ

คณะพยาบาลศาสตร์ ม.นเรศวร จัดประชุมวิชาการนานาชาติ ‘Trends in Food and Herbs for Health and Well Being’ เสริมความรู้ด้านสมุนไพรและอาหารเพื่อสุขภาพ

วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2566 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดการประชุมวิชาการระดับนานาชาติในหัวข้อ “Trends in Food and Herbs for Health and Well Being” ภายใต้โครงการวิจัย “NU World Class: Food and Herb for Health and Beauty” โดยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) การประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงกรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีเปิด และมีผู้เข้าร่วมทั้งในประเทศและต่างประเทศ

การประชุมจัดขึ้นในรูปแบบผสมผสานทั้ง ONSITE ที่โรงแรม Mayflower Grande Hotel จังหวัดพิษณุโลก และ ONLINE ผ่านระบบ Zoom เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมกว่า 100 คน ได้รับฟังบรรยายจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญระดับชาติและนานาชาติในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ อาหาร และสมุนไพร โดยมีการนำเสนอองค์ความรู้ใหม่ ๆ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในด้านสุขภาพและการดูแลตนเอง

โครงการวิจัยดังกล่าวมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมศักดิ์ โทจำปา อาจารย์ประจำภาควิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นผู้ประสานการดำเนินงาน โดยมุ่งเน้นการศึกษาและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้สมุนไพรและอาหารเพื่อสุขภาพและความงาม ทั้งในมิติการป้องกันโรคและการบำรุงร่างกาย ถือเป็นการบูรณาการองค์ความรู้ทางวิชาการกับการนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตจริง

หัวข้อการบรรยายที่น่าสนใจ ได้แก่ “Health Promotion: The Role of Health Professionals in Promoting Health” โดย Prof. Dr. Kenda Crozier ที่เน้นบทบาทผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพในการส่งเสริมสุขภาพประชาชน, “DHA in Pregnancy” โดย Thisara Weerasamai M.D. ที่อธิบายถึงความสำคัญของ DHA ต่อพัฒนาการของทารก, “Food and Herbs for Health in Thailand” โดย Assistant Prof. Dr. Wudtichai Wisuttlprot ที่ถ่ายทอดการใช้สมุนไพรไทยเพื่อสุขภาพ, และ “Healthcare Innovation and Health Business” โดย Dr. Joni Haryanto ที่กล่าวถึงนวัตกรรมธุรกิจสุขภาพที่สามารถเข้าถึงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การประชุมยังมีการบรรยายเรื่อง “Current Trends in Diabetes and Complimentary Treatment to Improve Self-Management: Asian Food and Herbs for Health” โดย Dr. Yulis Setiya Dewi ซึ่งนำเสนอแนวโน้มการใช้สมุนไพรและอาหารในเอเชียเพื่อช่วยในการจัดการโรคเบาหวาน โดยทั้งหมดสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการวิจัยและการแลกเปลี่ยนความรู้เพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชน

การดำเนินงานในครั้งนี้ไม่เพียงเน้นการส่งเสริมสุขภาพ (Health and Well Being) แต่ยังสอดคล้องกับการขจัดความหิวโหย การเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ และการสร้างความรู้ด้านสุขภาพที่เป็นระบบ อีกทั้งยังเป็นเวทีสำหรับการเรียนรู้และการศึกษาที่มีคุณภาพ ซึ่งจะสามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนาหลักสูตรทางวิชาการและการเรียนการสอนที่ทันสมัย

นอกจากนี้ การประชุมวิชาการครั้งนี้ยังช่วยเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานวิจัย และภาคีเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสร้างพันธมิตรทางวิชาการและการวิจัยที่ยั่งยืน เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ที่สามารถนำไปปรับใช้กับสังคมและชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

การประชุมระดับนานาชาติครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการเผยแพร่ผลการวิจัย แต่ยังเป็นเวทีในการ ส่งเสริมความรู้ด้านสมุนไพรและอาหารเพื่อสุขภาพ ตลอดจนการสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพที่ยั่งยืน ซึ่งมีผลเชื่อมโยงทั้งในมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อันเป็นแนวทางที่สำคัญต่อการพัฒนาสังคมและชุมชนในอนาคต

ที่มา: งานประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร จับมือ FOREFOOD และ iGTC จัดกิจกรรมส่งเสริมธุรกิจนวัตกรรมอาหาร

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2566 โครงการ OTAP มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับ FOREFOOD สวทช. และ iGTC มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้รับความร่วมมือจาก The Food School Bangkok จัดกิจกรรมภายใต้ชื่อ “Thailand’s Taste of Tomorrow: Moving Beyond The Plate” ซึ่งมุ่งเน้นการนำเสนอส่วนผสมอาหารและการสาธิตการใช้งานผลิตภัณฑ์ผ่านแนวทางการตลาดเชิงประสบการณ์ (Experiential Marketing) โดยมุ่งส่งเสริมการเพิ่มโอกาสใหม่ให้แก่ธุรกิจสตาร์ทอัพในอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อช่วยให้ธุรกิจเหล่านี้เติบโตอย่างรวดเร็วและยั่งยืน

กิจกรรมในครั้งนี้ได้รวบรวม 9 บริษัทสตาร์ทอัพจาก 2 หน่วยงานในเครือ OTAP และ FOREFOOD สวทช. ซึ่งประกอบด้วย 4 ทีมจาก OTAP ได้แก่ 1. Bettr White 2. Brahmi Essense 3. SixTein และ 4. Do Beef และ 5 ทีมจาก FOREFOOD สวทช. ได้แก่ 1. Exx 2. White Tiger 3. Combucha 4. Eggyday และ 5. Budugan โดยมีผู้บริหารของหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมให้เกียรติ ได้แก่ รศ.ดร.ธงชัย สุวรรณสิชณน์, ดร.วิไลพร เจตนจันทร์, รศ.ดร. ชาลีดา บรมพิชัยชาติกุล, ผศ.ดร.อัครวิทย์ กาญจนโอภาษ, รศ.ดร.ดวงหทัย เพ็ญตระกูล, ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม, รศ.ดร.สิรี ชัยเสรี, และผู้บริหารจากมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้แก่ ศ.ดร.กรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม, ผศ.ดร.อุทัย วิชัย รองอธิการบดีฝ่ายยุทธศาสตร์, ดร.ยุทธพงษ์ ทองพบ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม, และนางเจนจิต นาคปรีชา ผู้อำนวยการกองการวิจัยและนวัตกรรม

กิจกรรมนี้ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) และดำเนินการโดยหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ OTAP (Organic Tech Accelerator Platform), FOREFOOD สวทช., iGTC มหาวิทยาลัยแม่โจ้, และ The Food School Bangkok ซึ่งมีเป้าหมายในการผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารที่ยั่งยืนและมีนวัตกรรมเพื่อรองรับการเติบโตในตลาดอาหารในอนาคต

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin