ม.นเรศวร จัดกิจกรรมวันรักต้นไม้ สนับสนุนการอนุรักษ์และใช้ทรัพยากรดินอย่างยั่งยืน

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้แสดงความมุ่งมั่นในการส่งเสริม เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 15) ซึ่งมุ่งเน้นการอนุรักษ์และใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ผ่านการจัดกิจกรรม วันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ 2566 เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2566 โดยกิจกรรมนี้จัดขึ้นโดย กองอาคารสถานที่ และได้รับการนำโดย นายรุ่งรัตน์ พระนาค ผู้อำนวยการกองอาคารสถานที่ ซึ่งเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม

ภายในกิจกรรมนี้ บุคลากรจากกองอาคารสถานที่ ได้ร่วมมือกันในการดูแลและบำรุงพื้นที่สีเขียวบริเวณด้านหลังอาคารอุทยานองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งมีการทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การพรวนดิน, การใส่ปุ๋ย, การรดน้ำ, การตัดแต่งกิ่งไม้, และ การกำจัดวัชพืช โดยเฉพาะ ปุ๋ยอินทรีย์ ที่ใช้ในกิจกรรมนี้ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ใบไม้, กิ่งไม้ และผสมกับ ถ่านชีวภาพ (Biochar) ซึ่งไม่เพียงช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับดิน แต่ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและส่งเสริมการหมุนเวียนทรัพยากรในพื้นที่อย่างยั่งยืน

กิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวและเสริมสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ แต่ยังสะท้อนถึงความตั้งใจของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการเป็นตัวอย่างที่ดีด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว นอกจากนี้ กิจกรรมดังกล่าวยังได้ สร้างการมีส่วนร่วมด้านสิ่งแวดล้อม และการใช้วัสดุที่ยั่งยืนจากความร่วมมือของ บุคลากรทุกหน่วยงาน, นิสิตที่สนใจ, นิสิตจิตอาสา, สโมสร และ ชมรม

ม.นเรศวร ส่งเสริมเกษตรยั่งยืนผ่านกิจกรรมดำนา ปลูกข้าว วิชชาลัยข้าวและชาวนา

มหาวิทยาลัยนเรศวรจัดกิจกรรม “ร่วมแรงร่วมใจ ดำนา ปลูกข้าว วิชชาลัยข้าวและชาวนา” เพื่อส่งเสริมความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับ วิถีเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม ควบคู่ไปกับ การพัฒนาเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน ภายในมหาวิทยาลัย กิจกรรมนี้มีเป้าหมายในการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับ ความสำคัญของการผลิตอาหารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการบริหารจัดการทรัพยากรดินและน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ประกอบด้วย นักศึกษา บุคลากร และชุมชนท้องถิ่น ได้มีโอกาสเรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริงในกระบวนการ ปลูกข้าวแบบดั้งเดิม ตั้งแต่ การเตรียมดิน, การดำนา, และการดูแลรักษานาข้าว โดยใช้แนวทางที่ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การลดการใช้สารเคมีทางการเกษตร และ การบำรุงดินด้วยปุ๋ยธรรมชาติ ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศและส่งเสริมความสมดุลทางธรรมชาติ

กิจกรรมดังกล่าวไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้าง ความเข้าใจเกี่ยวกับการผลิตอาหารที่ยั่งยืน และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่เท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้ทุกคนตระหนักถึง บทบาทสำคัญของเกษตรกร ในระบบเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม การเรียนรู้จากประสบการณ์จริงนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้นำ องค์ความรู้และแนวคิดการเกษตรพอเพียง ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงปลูกฝังแนวคิด เศรษฐกิจพอเพียง ให้แพร่หลายมากขึ้น

มหาวิทยาลัยนเรศวรยังคงมุ่งมั่นพัฒนาระบบอาหารภายในมหาวิทยาลัยให้ ปลอดภัยและยั่งยืน โดยนำผลผลิตจากโครงการนี้ไปสนับสนุน โครงการอาหารปลอดภัย พร้อมทั้งขยายแนวคิด การพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ให้ครอบคลุมในระดับชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

กิจกรรมนี้ยังเป็นเวทีสำหรับการมีส่วนร่วมของบุคลากรทุกหน่วยงาน นิสิตที่สนใจ นิสิตจิตอาสา สโมสร และชมรมต่าง ๆ ในการร่วมกัน อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน โดยมหาวิทยาลัยนเรศวรมุ่งมั่นที่จะเป็นต้นแบบของสถาบันการศึกษาที่ให้ความสำคัญกับ ความสมดุลระหว่างการพัฒนา การศึกษา และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับสังคม

ที่มา: กองอาคารสถานที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงาน ภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ

วันที่ 26 ตุลาคม 2566 ศูนย์ประสานงาน อพ.สธ.-มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดยดร.พิสุทธิ์ อภิชยกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และการถ่ายทอดเทคโนโลยี ได้กล่าวต้อนรับและร่วมประชุมกับศูนย์ประสานงาน อพ.สธ.-มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิชัย ใจกล้า รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ได้จัดการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การดำเนินงาน ภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (อพ.สธ.) โดยสร้างความร่วมมือและเป็นเครือข่ายการทำงานร่วมกันระหว่างศูนย์ประสานงาน การแลกเปลี่ยนวิทยากร การพัฒนาความรู้ รูปแบบการทำงาน เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อน การหนุนเสริม และสนับสนุนความรู้แก่สมาชิก อพ.สธ.ในการดำเนินงานสนองพระราชดำริ อพ.สธ. ณ ห้องประชุมเทาแสด ชั้น 1 อาคารศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (KNECC) มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก

ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน จัดให้มีการประชุมร่วมกับคณะที่ปรึกษาทั้ง 6 ท่านเพื่อสร้างความเข้าใจแนวทางการทำงานร่วมกัน และแผนการดำเนินงานของศูนย์ประสานงาน อพ.สธ.ทั้ง 2 แห่ง รวมถึงการเข้าร่วมงานจัดนิทรรศการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนและฐานทรัพยากรท้องถิ่น ระดับภูมิภาค ครั้งที่ 7 ปี 2566 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ ศูนย์แม่ริม และการสร้างความร่วมมือและกำหนดทิศทางการดำเนินงานที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันตามกรอบของ อพ.สธ. ในปีงบประมาณ 2567 ต่อไป

ที่มา: ศูนย์ประสานงาน อพ.สธ.-มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร ส่งเสริมการเรียนรู้นอกห้องเรียน ปลูกฝังการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดย รศ.ดร.สิทธิชัย ชูสำโรง รองคณบดีฝ่ายสารสนเทศและกิจการนิสิต และ ดร.อนุพงศ์ วงค์ตามี รองคณบดีฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศ พร้อมด้วยทีมคณาจารย์ บุคลากร และนิสิต ให้การต้อนรับคณะครู บุคลากร และนักเรียนระดับชั้นอนุบาล 1-3 จากโรงเรียนอนุบาลและประถมสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวร จำนวน 164 คน เพื่อเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้นอกห้องเรียน

กิจกรรมที่จัดขึ้นเน้นการเสริมสร้างความรู้และทักษะในหัวข้อ “ฐานจำลองสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติและวัฏจักรชีวิตพืช” ซึ่งประกอบด้วยการจำลองสถานการณ์เกี่ยวกับเทคโนโลยีการเกษตร การรีดนมวัว การปลูกพืชในโรงเรือน และกิจกรรมปลูกพืชจริง โดยมีคณาจารย์จากหลายสาขาวิชาเป็นผู้ให้ความรู้

กิจกรรมดังกล่าวช่วยปลูกฝังพื้นฐานการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้กับเด็ก ๆ รวมถึงส่งเสริมพัฒนาการทักษะรอบด้าน เช่น การสังเกต การเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ และการรู้จักใช้ประโยชน์จากสิ่งรอบตัวอย่างสร้างสรรค์

ทั้งนี้ คณาจารย์ผู้ร่วมดำเนินงานประกอบด้วย ผศ.ดร.เทพสุดา รุ่งรัตน์, ดร.กัลย์กนิต พิสมยรมย์, ผศ.ดร.ภัทรียา พลซา, ผศ.ดร.สุพรรณิกา อินต๊ะนนท์, ผศ.ดร.วิภา หอมหวล, ผศ.ดร.ปาณิสรา เทพกุศล และ ดร.นุชนาฎ ภักดี ร่วมกันผลักดันการเรียนรู้เชิงบูรณาการให้กับเยาวชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ที่มา: คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ม.นเรศวร

ม.นเรศวร จัดประกวดภาพถ่ายตามแนวคิดการอนุรักษ์ธรรมชาติ “Anurak in your mind”

มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ม.นเรศวร จัดการประกวดภาพถ่ายตามแนวคิดการอนุรักษ์ธรรมชาติ “Anurak in your mind“ โดยผู้ชนะการประกวดทุกท่านจะได้ขึ้นรับรางวัลในงาน “สืบสานงานสืบ ครั้งที่ 23” ณ ลาน Playground (หน้าหอใน)


โดยกิจกรรมมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมให้บุคลากร นิสิต มาร่วมกันปลูกจิตสำนึกอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และร่วมกันดูแลให้สภาพแวดล้อมภายในมหาวิทยาลัยเกิดความยั่งยืน และสะท้อนให้เห็นถึงการอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติ สัตว์และต้นไม้ และเกิดความหวงแหนและช่วยกันดูแลให้มหาวิทยาลัยคงความเป็นธรรมชาติที่มีสมบูรณ์สวยงามต่อไป

รางวัลชนะเลิศ ผลงานโดย… นางสาวกรกนก คำแก้ว ( ปอป้าย )
คำบรรยายผลงาน : ทุกคนต่างมีความทรงจำ บางทีต้นไม้เล็กๆอาจเป็นความทรงจำที่ยิ่งใหญ่ของใครหลายๆคน ดังนั้นเราควรอนุรักษ์ความทรงจำควบคู่ไปกับธรรมชาติ

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ผลงานโดย… นายชานนท์ กิจจารักษ์ ( อ้น )
คำบรรยายผลงาน : ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสัตว์ที่ต่างแสดงบทบาทและความสำคัญภายในระบบนิเวศแตกต่างกัน

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ผลงานโดย… นายสิทธา สายบุญตั้ง ( ธาม )
คำบรรยายผลงาน : มีป่าที่สมบูรณ์ ย่อมมีสัตว์ที่สวยงาม ความสมบูรณ์และความสวยงามจะคงอยู่ต่อไป เมื่อเราอนุรักษ์มันด้วยใจ และรักษาไว้ด้วยการกระทำ

รางวัลชมเชย ผลงานโดย… นายอธิราช นันต๊ะเสน ( เต็นท์ )
คำบรรยายผลงาน : เราทุกคนต่างมองเห็นความงดงามของธรรมชาติในชีวิตประจำวัน ภาพนี้แสดงให้เห็นถึงการผสมผสานระบบนิเวศน์ระหว่างธรรมชาติ สิ่งมีชีวิตและสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น ที่อยู่ร่วมกันภายใต้มหาวิทยาลัย ภาพนี้จึงเป็นภาพถ่ายเพื่อนำเสนอถึงความสำคัญของการรักษาสิ่งแวดล้อมและการให้ความเคารพแก่ธรรมชาติ อีกทั้งยังเป็นการเน้นถึงความสำคัญของระบบนิเวศที่สมดุลและการรักษาความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต

ที่มา: ชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ม.นเรศวร

ร่วมปลูกต้นไม้ (ต้นรวงผึ้ง) ต้นไม้ประจำประจำพระองค์รัชกาลที่ 10

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2566 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ศิลปะและการออกแบบ นำทีมโดยท่านคณบดี ผู้บริหาร บุคลากร ร่วมกันปลูกต้นไม้ (ต้นรวงผึ้ง) ต้นไม้ประจำประจำพระองค์รัชกาลที่ 10 เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ณ บริเวณหน้าลานเสาเอกคณะฯ

ต้นรวงผึ้ง ถือว่าเป็นพรรณไม้อันทรงคุณค่าและมีเกียรติชนิดหนึ่ง ที่ถูกยกให้เป็นพรรณไม้ประจำ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องจากดอกรวงผึ้งจะออกดอกในช่วงเดือนพระบรมราชสมภพพอดี ส่วนสีเหลืองของดอกรวงผึ้งยังเป็นสีประจำวันพระบรมราชสมภพอีกด้วย นอกจากนี้พระองค์ยังทรงปลูกต้นรวงผึ้งไว้ตามสถานที่ต่าง ๆ ที่พระองค์เสด็จฯ ไปประกอบพระราชกรณียกิจ เพื่อพระราชทานไว้ให้เป็นตัวแทนแห่งพระองค์ท่านและเป็นสิริมงคลแก่ราษฎร

โดยทั่วไปจะเรียกต้นไม้ชนิดนี้ว่า “ต้นรวงผึ้ง” แต่ถ้าหากได้ยินคนเรียก ต้นน้ำผึ้ง ต้นสายน้ำผึ้ง หรือดอกน้ำผึ้ง ก็ไม่ต้องสงสัยไป เพราะชื่อเหล่านี้เป็นชื่อเรียกของคนท้องถิ่นที่มักได้ยินกันบ่อยในแถบกรุงเทพฯ และภาคเหนือ ต้นรวงผึ้ง มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Yellow star และชื่อวิทยาศาสตร์คือ Schoutenia glomerata King subsp. peregrina (Craib) Roekm. & Hartono เป็นพรรณไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย พบมากในป่าทางภาคเหนือ ความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,000-1,100 เมตร

ลักษณะ
ต้นรวงผึ้งจัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง-ใหญ่ ความสูงประมาณ 5 เมตร ทนแดด และชอบขึ้นในที่แล้งหรือค่อนข้างแล้ง ลำต้นแตกกิ่งต่ำ ลักษณะลำต้นเป็นทรงพุ่มมน ออกใบเดี่ยวเรียงสลับกัน ด้านหน้าใบจะเป็นสีเขียวและหลังใบเป็นสีน้ำตาลนวล ดอกรวงผึ้งส่งกลิ่นหอมตลอดทั้งวัน และมีสีเหลืองอร่ามดูโดดเด่น ออกดอกเป็นช่อสั้นตามซอกใบ ลักษณะดอกมีกลีบเลี้ยง 5 แฉกคล้ายรูปดาวติดกับโคนกลีบและเป็นฐานรองกระจุกเกสรตัวผู้ ไม่มีกลีบดอก ดอกจะบานได้นาน 7-10 วัน โดยจะผลิดอกในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ส่วนผลของต้นรวงผึ้งมีขนาดเล็ก เส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เซนติเมตร เป็นทรงกลม ผลแห้ง และมีขน

วิธีปลูกและวิธีการดูแล
ต้นรวงผึ้งสามารถขยายพันธุ์ได้ทั้งการเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง และปักชำกิ่ง แต่วิธีปลูกต้นรวงผึ้งที่นิยมมากที่สุดคือ การตอนกิ่ง ด้วยการควั่นกิ่งและลอกเปลือกออก จากนั้นนำดินเหนียวและกาบมะพร้าวชุบน้ำมาหุ้มแผลเอาไว้ ห่อด้วยแผ่นพลาสติกและมัดเชือกปิดมิด ดูแลรดน้ำตามปกติ อาจจะใช้ฮอร์โมนเร่งรากด้วยก็ได้ รอรากงอกออกมาภายใน 2-3 วัน จึงค่อยตัดไปปลูกลงในหลุมดินร่วน เพื่อให้ได้ผลดีแนะนำให้ปลูกในที่กลางแจ้ง เนื่องจากเป็นพืชที่ชอบแดดและทนแล้งได้ดี รดน้ำปานกลาง และปลูกไว้บริเวณแสงแดดส่องถึงตลอดทั้งวัน ต้นก็จะเจริญเติบโตให้ความร่นรื่น ออกดอกสวยงาม แถมใบไม่ร่วงมากด้วย

ที่มา: คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ศิลปะและการออกแบบ มหาวิทยาลัยนเรศวร และข้อมูลจาก kapook.com

ม.นเรศวร ร่วมโครงการปลูกต้นไม้ (ต้นรวงผึ้ง) เพื่อเฉลิมพระเกียรติ รัชกาลที่ 10

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2566 รศ.ดร.นิรัช สุดสังข์ คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ศิลปะและการออกแบบ พร้อมผู้บริหาร เข้าร่วมโครงการปลูกต้นไม้ (ต้นรวงผึ้ง) เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 จัดโดยคณะวิทยาศาสตร์ ม.นเรศวร ณ บริเวณพื้นที่แก้มลิงบึงระมาณ อำเภอบางระกำ จ.พิษณุโลก

ต้นรวงผึ้ง ถือว่าเป็นพรรณไม้อันทรงคุณค่าและมีเกียรติชนิดหนึ่ง ที่ถูกยกให้เป็นพรรณไม้ประจำ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องจากดอกรวงผึ้งจะออกดอกในช่วงเดือนพระบรมราชสมภพพอดี ส่วนสีเหลืองของดอกรวงผึ้งยังเป็นสีประจำวันพระบรมราชสมภพอีกด้วย นอกจากนี้พระองค์ยังทรงปลูกต้นรวงผึ้งไว้ตามสถานที่ต่าง ๆ ที่พระองค์เสด็จฯ ไปประกอบพระราชกรณียกิจ เพื่อพระราชทานไว้ให้เป็นตัวแทนแห่งพระองค์ท่านและเป็นสิริมงคลแก่ราษฎร

โดยทั่วไปจะเรียกต้นไม้ชนิดนี้ว่า “ต้นรวงผึ้ง” แต่ถ้าหากได้ยินคนเรียก ต้นน้ำผึ้ง ต้นสายน้ำผึ้ง หรือดอกน้ำผึ้ง ก็ไม่ต้องสงสัยไป เพราะชื่อเหล่านี้เป็นชื่อเรียกของคนท้องถิ่นที่มักได้ยินกันบ่อยในแถบกรุงเทพฯ และภาคเหนือ ต้นรวงผึ้ง มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Yellow star และชื่อวิทยาศาสตร์คือ Schoutenia glomerata King subsp. peregrina (Craib) Roekm. & Hartono เป็นพรรณไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย พบมากในป่าทางภาคเหนือ ความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,000-1,100 เมตร

ลักษณะ
ต้นรวงผึ้งจัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง-ใหญ่ ความสูงประมาณ 5 เมตร ทนแดด และชอบขึ้นในที่แล้งหรือค่อนข้างแล้ง ลำต้นแตกกิ่งต่ำ ลักษณะลำต้นเป็นทรงพุ่มมน ออกใบเดี่ยวเรียงสลับกัน ด้านหน้าใบจะเป็นสีเขียวและหลังใบเป็นสีน้ำตาลนวล ดอกรวงผึ้งส่งกลิ่นหอมตลอดทั้งวัน และมีสีเหลืองอร่ามดูโดดเด่น ออกดอกเป็นช่อสั้นตามซอกใบ ลักษณะดอกมีกลีบเลี้ยง 5 แฉกคล้ายรูปดาวติดกับโคนกลีบและเป็นฐานรองกระจุกเกสรตัวผู้ ไม่มีกลีบดอก ดอกจะบานได้นาน 7-10 วัน โดยจะผลิดอกในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ส่วนผลของต้นรวงผึ้งมีขนาดเล็ก เส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เซนติเมตร เป็นทรงกลม ผลแห้ง และมีขน

วิธีปลูกและวิธีการดูแล
ต้นรวงผึ้งสามารถขยายพันธุ์ได้ทั้งการเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง และปักชำกิ่ง แต่วิธีปลูกต้นรวงผึ้งที่นิยมมากที่สุดคือ การตอนกิ่ง ด้วยการควั่นกิ่งและลอกเปลือกออก จากนั้นนำดินเหนียวและกาบมะพร้าวชุบน้ำมาหุ้มแผลเอาไว้ ห่อด้วยแผ่นพลาสติกและมัดเชือกปิดมิด ดูแลรดน้ำตามปกติ อาจจะใช้ฮอร์โมนเร่งรากด้วยก็ได้ รอรากงอกออกมาภายใน 2-3 วัน จึงค่อยตัดไปปลูกลงในหลุมดินร่วน เพื่อให้ได้ผลดีแนะนำให้ปลูกในที่กลางแจ้ง เนื่องจากเป็นพืชที่ชอบแดดและทนแล้งได้ดี รดน้ำปานกลาง และปลูกไว้บริเวณแสงแดดส่องถึงตลอดทั้งวัน ต้นก็จะเจริญเติบโตให้ความร่นรื่น ออกดอกสวยงาม แถมใบไม่ร่วงมากด้วย

ที่มา: คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ศิลปะและการออกแบบ มหาวิทยาลัยนเรศวร และข้อมูลจาก kapook.com

ม.นเรศวร ปลูกจิตสำนึกรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มุ่งต่อต้านการทุจริต

วันที่ 20 กรกฎาคม 2566 คณะนิติศาสตร์ ได้จัดการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ปลูกจิตสำนึกรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มุ่งต่อต้านการทุจริต” โดยได้รับเกียรติจาก นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเป็นวิทยากรบรรยายให้แก่นิสิตมหาวิทยาลัยนเรศวร จำนวน 360 คน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาในรายวิชากฎหมายพื้นฐานเพื่อคุณภาพชีวิต ณ ห้องปราบไตรจักร 43 อาคารปราบไตรจักร 1 มหาวิทยาลัยนเรศวร และถ่ายทอดสดทางเพจ Facebook Live คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ที่มา: คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร เข้าร่วมโครงการปลูกต้นไม้เพื่อเฉลิมพระเกียรติ

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2566 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กำพล ทรัพย์สมบูรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กรกฎ นุสิทธิ์ รองคณบดีฝ่ายบริหาร เข้าร่วมโครงการปลูกต้นไม้ จำนวน 720 ต้น ณ บริเวณพื้นที่แก้มลิงบึงระมาณ เทศบาลตำบลบึงระมาณ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 71 พรรษา

ที่มา: คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

เกษตรนเรศวรเอ็กซ์โป ที่ NAI EXPO 2023

งาน เกษตรนเรศวร เอ็กซ์โป (NAI EXPO 2023) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 – 9 กรกฎาคม 2566 ที่ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมฯ พิษณุโลก (KNECC) โดยมหาวิทยาลัยนเรศวรมุ่งมั่นในการส่งเสริมการเกษตรที่ยั่งยืนและการใช้เทคโนโลยีในการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ตามเป้าหมาย SDG2 (การสร้างความมั่นคงทางอาหาร) ให้กับชุมชนและสังคม

งานนี้มีหลากหลายกิจกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งสายคนรักต้นไม้, สายรักสัตว์, สายเทคโนโลยี, สายโดรน, สายกิน, สายช็อป และสายเต้น พร้อมต้อนรับทุกคนในครอบครัว งานนี้จัดขึ้นเพื่อให้ความรู้ด้านการเกษตรที่ทันสมัย เช่น การดูแลดินและบำรุงดินให้เหมาะสมกับการเพาะปลูก พร้อมทั้งนำเสนอการเกษตรแบบยั่งยืนครบวงจรที่สามารถนำไปใช้ในการผลิตและการบริโภค

นอกจากนี้ยังมีการจัดฝึกอบรมที่หลากหลายเพื่อเปลี่ยนมุมมองและสร้างอาชีพในด้านการเกษตร รวมถึงการประกวดแข่งขันไก่ สุนัข ปลากัด ชิงถ้วยพระราชทาน และการพบกับนวัตกรรมด้านการเกษตรที่ใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและสังคม

ผู้เข้าร่วมงานยังสามารถเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมกลางคืนที่จัดให้มีการเต้นและฟังเพลงจากศิลปิน พร้อมทั้งลุ้นรับของแจกฟรี 7,000 ชิ้น และอิ่มอร่อยกับเมนูหลากหลายจากร้านค้ากว่า 200 ร้าน

งาน NAI EXPO 2023 เป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารและการเกษตรที่ยั่งยืนตามเป้าหมาย SDG2 ในการพัฒนาชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืน

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ NAI EXPO 2023 หรือ TikTok NAI EXPO.

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin