ม.นเรศวร จัดกิจกรรมแบ่งปันข้าวไข่เจียว น้อมรำลึกในหลวงรัชกาลที่ 9

วันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม 2567 กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับจิตอาสา จัดกิจกรรมน้อมรำลึกถึงพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 ภายใต้แนวคิด “แบ่งปันและยั่งยืน” โดยจัดเตรียมอาหารและเครื่องดื่มหลากหลายชนิดให้แก่นิสิตและผู้เข้าร่วมกิจกรรม

กิจกรรมครั้งนี้ประกอบด้วยการแจกข้าวไข่เจียว ส้มตำ และอาหารพร้อมเครื่องดื่มอื่น ๆ เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการแบ่งปันและส่งเสริมความมีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมสังคม นิสิตทุกคนได้รับเชิญให้มาร่วมรับประทานอาหารด้วยกัน

นอกจากการรับประทานอาหารร่วมกันแล้ว กิจกรรมยังส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมตระหนักถึงการลดขยะและการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน โดยเชิญชวนนิสิตนำภาชนะส่วนตัวมาร่วมกิจกรรม เพื่อสนับสนุนแนวทางการลดขยะพลาสติก

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ยังเน้นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างนิสิต มหาวิทยาลัย และจิตอาสา โดยการร่วมแรงร่วมใจในการจัดเตรียมอาหารและบริการให้กับเพื่อนนิสิต สร้างสังคมแห่งการแบ่งปันและความร่วมมือ

กิจกรรมดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนานิสิตในด้านคุณธรรม จริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาทุนมนุษย์อย่างยั่งยืน

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมเรียนรู้วิธีการจัดการอาหารอย่างคุ้มค่า ลดการสูญเสียอาหาร และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ กิจกรรมยังช่วยสร้างความตระหนักในเรื่องความมั่นคงทางอาหารและการเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพ สำหรับนิสิตทุกคน ถือเป็นการสร้างเสริมทักษะการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับการเรียนรู้ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม

ม.นเรศวร เดินหน้า โครงการอาหารปลอดภัยใส่ใจผู้บริโภค ยกระดับมาตรฐานร้านอาหารในมหาวิทยาลัย ให้สะอาด ปลอดภัย และมั่นใจได้ทุกมื้อ

วันอังคารที่ 10 กันยายน 2567 สาขาวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ดำเนินการจัดโครงการ อาหารปลอดภัยใส่ใจผู้บริโภค โดยมุ่งยกระดับคุณภาพร้านจำหน่ายอาหารภายในมหาวิทยาลัยให้ได้มาตรฐานด้านสุขาภิบาลอาหารที่ถูกต้อง สะอาด และปลอดภัยสำหรับนิสิต บุคลากร และผู้รับบริการทุกคน

กิจกรรมหลักของโครงการประกอบด้วยการตรวจประเมินสุขาภิบาลอาหารโดยใช้ แบบตรวจประเมิน SAN ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นมาตรฐานสำคัญในการกำกับคุณภาพการจัดการร้านอาหาร นอกจากนี้ยังมีการตรวจสุขลักษณะของผู้สัมผัสอาหารผ่านการ Swap มือ และการตรวจสอบภาชนะสำหรับใส่อาหาร เพื่อให้มั่นใจว่าได้มาตรฐานด้านความสะอาดและปลอดภัย

การตรวจประเมินในครั้งนี้ครอบคลุมโรงอาหาร 4 แห่ง ได้แก่ โรงอาหารคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ คณะสหเวชศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ และคณะสาธารณสุขศาสตร์ รวมทั้งสิ้นกว่า 30 ร้าน โดยทุกขั้นตอนดำเนินการภายใต้กรอบการประเมินที่เข้มงวดและมีความโปร่งใส

โครงการนี้ไม่เพียงมุ่งเน้นด้านกายภาพ เช่น ความสะอาดของภาชนะและพื้นที่ประกอบอาหาร แต่ยังให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านชีวภาพ เช่น การควบคุมการปนเปื้อนเชื้อโรค และการปฏิบัติตามมาตรฐานสุขลักษณะของผู้สัมผัสอาหาร อันเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันโรคจากการบริโภคอาหารและน้ำ

นอกจากนี้ยังเป็นเวทีส่งเสริมให้ผู้ประกอบการร้านอาหารภายในมหาวิทยาลัยตระหนักถึงความสำคัญของ สุขาภิบาลอาหาร และสร้างแรงจูงใจในการพัฒนาการจัดการร้านค้าให้มีความปลอดภัยยิ่งขึ้น เพื่อรองรับการบริโภคที่ปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้ใช้บริการในระยะยาว

การดำเนินโครงการดังกล่าวยังมีส่วนสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับการสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืน โดยมุ่งลดความเสี่ยงจากการบริโภคอาหารที่ไม่สะอาด และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านโภชนาการให้กับสังคมการศึกษา ซึ่งสอดคล้องกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในระดับมหาวิทยาลัย

ท้ายที่สุด โครงการ อาหารปลอดภัยใส่ใจผู้บริโภค ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่สะท้อนบทบาทของคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในการบูรณาการองค์ความรู้ด้านสาธารณสุขเพื่อสร้างมาตรฐานอาหารที่ปลอดภัยและยั่งยืน อันเป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ และยังเป็นการ ส่งเสริมอาหารปลอดภัยใส่ใจผู้บริโภค ให้เป็นวัฒนธรรมการบริโภคที่มั่นคงภายในสถาบันการศึกษา

ม.นเรศวร จัดงานเปิดบ้านเกษตรนเรศวร (Open House)

วันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม 2567 คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดพิธีเปิดงานเปิดบ้านเกษตรนเรศวร (Open House) โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภาณุ พุทธวงศ์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร เป็นประธานในพิธี และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรสิทธิ์ โทจำปา คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ฯ กล่าวรายงานต่อที่ประชุม

การจัดงานเปิดบ้านเกษตรนเรศวรครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลและสาระความรู้เกี่ยวกับคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งแนะแนวการเลือกคณะและสาขาวิชา รวมถึงแนะนำเส้นทางอาชีพที่เกี่ยวข้องให้แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา ครู อาจารย์ ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไป

งาน Open House มุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจในกระบวนการเรียนการสอนและการวิจัยด้านเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน เพื่อให้นักเรียนและผู้เข้าร่วมงานได้เห็นภาพรวมของการพัฒนาความรู้ด้านเกษตร อาหาร และสิ่งแวดล้อมที่เชื่อมโยงกับความมั่นคงทางอาหาร

ภายในงานมีกิจกรรมบรรยายพิเศษแนะแนวการศึกษาต่อ และอบรมถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการและเกษตรกร เพื่อสนับสนุนการพัฒนาทักษะและสร้างองค์ความรู้ที่สามารถนำไปต่อยอดในการทำงานและธุรกิจด้านเกษตรกรรม

นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงสินค้าทางการเกษตร นวัตกรรม และเทคโนโลยีเครื่องจักรกลการเกษตร รวมถึงสินค้าราคาพิเศษจากนิสิตและผู้ประกอบการ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและสนับสนุนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ

กิจกรรมห้องเรียนเสมือนจริง และการแข่งขันประกวดสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของงาน โดยมีเงินรางวัลรวมกว่า 60,000 บาท เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะด้านเกษตรและวิทยาศาสตร์

งานเปิดบ้านเกษตรนเรศวรจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-24 สิงหาคม 2567 ณ คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก โดยกิจกรรมทั้งหมดสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาความยั่งยืนด้านอาหารและการศึกษาของมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยนเรศวร สร้างพื้นที่แห่งความสุข “ตลาดโบราณย้อนยุค”

มหาวิทยาลัยนเรศวรได้มีการสร้างพื้นที่แห่งความสุข “ตลาดโบราณย้อนยุค” เพื่อเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างคนในมหาวิทยาลัย, ชุมชนโดยรอบ, และผู้ประกอบการท้องถิ่น สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนในหลายมิติ โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ, สังคม, และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมาย SDGs ที่มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญในการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ตลาดโบราณย้อนยุคไม่เพียงแต่เป็นแหล่งเลือกซื้ออาหารที่สะอาด ปลอดภัย และมีราคาที่เข้าถึงได้ แต่ยังเป็นพื้นที่ที่สะท้อนถึงการอนุรักษ์และส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น ผ่านการร้อยเรียงเรื่องราวของขนมและอาหารโบราณที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม การสร้างพื้นที่เช่นนี้ช่วยเสริมสร้างการเรียนรู้และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในด้านวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งเป็นการส่งเสริมเป้าหมาย SDG 4 “การศึกษาที่มีคุณภาพ” และ SDG 11 “เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน”

นอกจากนี้ ตลาดโบราณย้อนยุคยังเป็นเครื่องมือในการสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชน การเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นมีโอกาสสร้างรายได้ถือเป็นการส่งเสริม SDG 8 “การทำงานที่ดีและการเติบโตทางเศรษฐกิจ” โดยการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับธุรกิจขนาดเล็กและผู้ประกอบการในชุมชน อีกทั้งยังช่วยให้เกิดการหมุนเวียนของเงินภายในพื้นที่ ซึ่งส่งผลดีต่อการพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนในท้องถิ่น

ในด้านสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวรยังมีกิจกรรมร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยการนำขวดพลาสติกใช้แล้วมาใช้ใหม่เป็นภาชนะในการปลูกต้นไม้ เช่น การปลูกต้นไม้ในขวดพลาสติกที่เป็นวัสดุรีไซเคิล ช่วยลดการใช้พลาสติกใหม่และลดขยะในพื้นที่ ซึ่งสอดคล้องกับ SDG 12 “การบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน” โดยส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

การสร้างพื้นที่แห่งความสุขเช่นนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นการพัฒนาความยั่งยืนในด้านเศรษฐกิจและสังคมเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนอีกด้วย มหาวิทยาลัยนเรศวรจึงเป็นต้นแบบของการพัฒนาชุมชนและสังคมที่ยั่งยืน ผ่านการใช้ความรู้ วัฒนธรรม และนวัตกรรมในทุกมิติของการพัฒนา

ม.นเรศวร ส่งเสริมอาหารเพื่อสุขภาพผ่าน “ตลาดสีเขียว” ขับเคลื่อนการบริโภคปลอดภัยและเกษตรยั่งยืน

คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม “ตลาดสีเขียว” เพื่อเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนสินค้าทางการเกษตรระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมอาหารเพื่อสุขภาพ สร้างความตระหนักด้านการบริโภคอาหารปลอดภัย และสนับสนุนเกษตรกรในท้องถิ่นให้สามารถจำหน่ายผลผลิตได้โดยตรงสู่ผู้บริโภคในราคายุติธรรม กิจกรรมตลาดสีเขียวจัดขึ้นเป็นประจำทุกวันพุธ ณ บริเวณคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ตลาดสีเขียวเป็นหนึ่งในแนวทางการขับเคลื่อนสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนของมหาวิทยาลัย โดยเน้นการสร้างระบบอาหารที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายในตลาดมีการจำหน่ายสินค้าหลากหลายประเภท เช่น ผักปลอดสารพิษ ผักพื้นบ้าน ข้าวสาร ผลไม้ตามฤดูกาล อาหารแห้ง อาหารปรุงสำเร็จ เครื่องดื่มสมุนไพร และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากชุมชน ซึ่งทั้งหมดล้วนผ่านกระบวนการผลิตที่สะอาด ปลอดภัย และเป็นธรรมต่อผู้ผลิต

กิจกรรมตลาดสีเขียวไม่เพียงเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าเกษตรคุณภาพ แต่ยังเป็นเวทีสำคัญในการส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพในสังคม มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาแนวคิด “จากฟาร์มถึงจาน” (Farm to Table) เพื่อให้ผู้บริโภคตระหนักถึงที่มาของอาหารและคุณค่าทางโภชนาการที่ส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว

นอกจากนี้ ตลาดสีเขียวยังเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนในระดับฐานราก เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดใกล้เคียงสามารถนำผลผลิตทางการเกษตรมาจำหน่ายโดยตรงกับผู้บริโภค ซึ่งช่วยลดต้นทุนการขนส่ง ลดการสูญเสียในห่วงโซ่อาหาร และเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรอย่างมั่นคง ทั้งยังเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชนท้องถิ่น

ในด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม ตลาดสีเขียวของมหาวิทยาลัยนเรศวรยังส่งเสริมการลดใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว โดยรณรงค์ให้ผู้ซื้อและผู้ขายใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ถุงผ้า กล่องกระดาษ หรือบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ เพื่อสร้างพฤติกรรมการบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ตลาดสีเขียวยังเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนิสิตและบุคลากรของมหาวิทยาลัยในการศึกษาเกี่ยวกับระบบอาหารปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ และการตลาดเพื่อสังคมอย่างยั่งยืน โดยกิจกรรมดังกล่าวช่วยเสริมสร้างความเข้าใจในหลักเศรษฐกิจพอเพียง และการดำรงชีวิตอย่างสมดุลระหว่างสุขภาพ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม

มหาวิทยาลัยนเรศวรให้ความสำคัญกับการส่งเสริมอาหารเพื่อสุขภาพในทุกมิติ กิจกรรมตลาดสีเขียวจึงเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานเพื่อสร้าง “สังคมแห่งสุขภาวะ” ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงอาหารปลอดภัย มีคุณค่าทางโภชนาการ และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโตอย่างยั่งยืน มุ่งสู่เป้าหมายการเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียวและเป็นแบบอย่างของสถาบันการศึกษาที่คำนึงถึงสุขภาพและความมั่นคงทางอาหารของสังคมอย่างแท้จริง

ม.นเรศวร ร่วมมือ อบต. ท่าโพธิ์ ยกระดับมาตรฐานร้านอาหารรอบชุมชน สู่ความปลอดภัยยั่งยืน

วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม 2567 กลุ่มสาขาวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลท่าโพธิ์ จัดพิธีปิดโครงการ “พัฒนามาตรฐานร้านอาหารและแผงลอยจำหน่ายอาหารรอบมหาวิทยาลัยนเรศวร” โดยมีการสรุปผลการดำเนินงาน และประกาศรางวัลร้านค้าที่ได้รับการคัดเลือกเป็นร้านดีเด่น จำนวนทั้งสิ้น 33 ร้าน ซึ่งได้รับป้ายช้างลิมิเต็ดตามสโลแกน “Quality you can taste, Plate you can trust – คุณภาพที่สัมผัสได้ จานที่คุณไว้ใจ” พร้อมใบประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติ

โครงการนี้ยังได้มอบ ป้าย Clean Food Good Taste ให้แก่ผู้ประกอบการร้านอาหารที่ผ่านหลักสูตรการอบรมและการพัฒนามาตรฐานร้านอาหาร รวมจำนวน 100 ร้าน เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการด้านสุขาภิบาลอาหารในพื้นที่รอบมหาวิทยาลัยนเรศวร ให้มีมาตรฐานอาหารที่สะอาดและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ภายในพิธีได้รับเกียรติจาก นายธวัช สิงหเดช นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าโพธิ์ และประธานกองทุนหลักประกันสุขภาพ อบต.ท่าโพธิ์ พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.นิทรา กิจธีระวุฒิวงษ์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นผู้มอบประกาศนียบัตรและป้ายรับรองคุณภาพแก่ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมในโครงการ

โครงการพัฒนามาตรฐานร้านอาหารและแผงลอยจำหน่ายอาหารในครั้งนี้ มุ่งเน้นให้ผู้ประกอบการตระหนักถึงความสำคัญของความสะอาด ปลอดภัย และคุณภาพอาหาร ทั้งในด้านกายภาพและชีวภาพ รวมถึงการเสริมสร้างทักษะในการดูแลสุขาภิบาลร้านอาหารให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อให้เกิดความมั่นใจต่อผู้บริโภค

นอกจากการพัฒนาความรู้และทักษะแล้ว โครงการยังเป็นเวทีในการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยในการยกระดับมาตรฐานธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเชิงพาณิชย์ และตอบโจทย์ต่อการสร้างระบบอาหารที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน

การดำเนินงานยังแสดงถึงบทบาทสำคัญของความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ประกอบการในชุมชน ที่ร่วมกันผลักดันให้เกิดมาตรฐานอาหารสะอาดและปลอดภัยในระดับพื้นที่ ซึ่งเป็นต้นแบบการทำงานเชิงบูรณาการที่สามารถขยายผลไปยังพื้นที่อื่นได้ในอนาคต

การจัดโครงการครั้งนี้ไม่เพียงสร้างผลลัพธ์ด้านคุณภาพอาหาร แต่ยังสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนในตำบลท่าโพธิ์ ด้วยการสนับสนุนผู้ประกอบการให้พัฒนาศักยภาพ และเพิ่มคุณค่าของร้านค้าและแผงลอยในพื้นที่อย่างมีระบบและมาตรฐานที่ยั่งยืน

โครงการ พัฒนามาตรฐานร้านอาหารและแผงลอยจำหน่ายอาหาร จึงเป็นกลไกสำคัญที่เชื่อมโยงการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ผ่านการสร้างความมั่นใจด้านอาหารปลอดภัย และการยกระดับมาตรฐานร้านอาหารและแผงลอยให้ก้าวสู่ความยั่งยืนในระยะยาว

ม.นเรศวร ร่วมยกระดับมาตรฐานอาหารปลอดภัย เชื่อมความร่วมมือสถาบันการศึกษาและท้องถิ่น

วันอังคารที่ 18 มิถุนายน 2567 กลุ่มสาขาวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดโครงการพัฒนามาตรฐานร้านอาหารและแผงลอยจำหน่ายอาหารรอบมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อยกระดับมาตรฐานอาหารปลอดภัย และสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างภาคการศึกษา ภาคท้องถิ่น และชุมชน

โครงการครั้งนี้ได้รับเกียรติจากนายธวัช สิงห์เดช นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าโพธิ์ และรองศาสตราจารย์ ดร.นิทรา กิจธีระวุฒิวงษ์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมเป็นประธานเปิดโครงการ ณ ห้อง Main Conference อาคารบริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการร้านอาหารและอาสาสมัครสาธารณสุขได้เข้ามาเรียนรู้และพัฒนาทักษะร่วมกัน

การดำเนินงานในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 150 คน ประกอบด้วยผู้ประกอบการร้านอาหารจำนวน 100 ร้านค้า และอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) อีก 50 คน ซึ่งเป็นกลุ่มสำคัญในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชุมชน ทั้งในด้านคุณภาพอาหารและสุขอนามัย

โครงการเน้นการอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับสุขาภิบาลอาหาร การเลือกใช้วัตถุดิบที่สะอาดปลอดภัย การคัดแยกและการจัดเก็บอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ รวมถึงการจัดการภาชนะและพื้นที่ปรุงอาหารให้ถูกต้องตามหลักอนามัย ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปปรับใช้ในร้านค้าได้จริง

นอกจากการอบรมแล้ว ยังมีการประเมินคุณภาพร้านอาหารและแผงลอยโดยใช้เกณฑ์มาตรฐานที่กรมอนามัยกำหนด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้บริโภคจะได้รับอาหารที่สะอาดและปลอดภัยต่อสุขภาพ ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการยังได้รับคำแนะนำในการพัฒนาร้านให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อลดปัญหาขยะและของเสียจากการประกอบอาหาร

การมีส่วนร่วมของอาสาสมัครสาธารณสุขถือเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของโครงการ เนื่องจาก อสม. เป็นกำลังสำคัญในการสื่อสารและเผยแพร่ความรู้สู่ชุมชน การเข้ามามีบทบาทในการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในครั้งนี้ ช่วยให้แนวทางการพัฒนาอาหารปลอดภัยขยายผลได้อย่างกว้างขวางและต่อเนื่อง

การเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานท้องถิ่น ผู้ประกอบการ และภาคประชาชนในครั้งนี้ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการทำงานแบบบูรณาการ ที่ไม่เพียงแต่ยกระดับมาตรฐานร้านอาหารรอบมหาวิทยาลัย แต่ยังช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค และตอบโจทย์การพัฒนาสุขภาพและโภชนาการในระดับชุมชน

การจัดโครงการพัฒนามาตรฐานร้านอาหารและแผงลอยจำหน่ายอาหารรอบมหาวิทยาลัยนเรศวรครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานอาหารปลอดภัย และสร้างความยั่งยืนทางโภชนาการ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง

ผลงานนวัตกรรม “ChixTein” ม.นเรศวร คว้าสุดยอดนวัตกรรมอาหารบนเวทีโลก

วันพุธที่ 12 มิถุนายน 2567 ผลงานนวัตกรรม ChixTein ของนักวิจัยมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 10 สุดยอดนวัตกรรมอาหาร ตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมเวที Thailand’s Taste of Tomorrow 2024 ณ Riverside Studios กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ นับเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนศักยภาพของงานวิจัยไทยสู่ระดับโลก และเป็นการส่งเสริมสุดยอดนวัตกรรมอาหารที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนและตลาดโลกในอนาคต

ผลงาน ChixTein เกิดจากความร่วมมือระหว่าง รองศาสตราจารย์ ดร.ขนิษฐา รุตรัตนมงคล อาจารย์ประจำภาควิชาอุตสาหกรรมเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร และ บริษัท ไทย เอนโท ฟู้ด จำกัด โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์โปรตีนไก่เข้มข้นคุณภาพสูงในรูปแบบผงโปรตีนที่สามารถใช้ได้หลากหลาย ทั้งในอาหาร เครื่องดื่ม อาหารเสริม และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์

ผลิตภัณฑ์ ChixTein มีแนวคิดสำคัญคือการใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพสูง ผ่านกระบวนการผลิตที่สะอาดและปลอดภัย ปราศจากสารสังเคราะห์ สารกันบูด และสารเติมแต่ง เพื่อสร้างโปรตีนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการพึ่งพากระบวนการผลิตที่ส่งผลกระทบต่อธรรมชาติ อีกทั้งยังเป็นโปรตีนที่มีรสชาติธรรมชาติจากเนื้อไก่ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในหลายอุตสาหกรรม

การคัดเลือก ChixTein เข้าสู่เวทีระดับโลกในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Food Innovation Global Market Launchpad ที่มุ่งผลักดันธุรกิจนวัตกรรมอาหารของไทยสู่การเติบโตในตลาดสากล โดยมีการจัดกิจกรรมเสวนาและบรรยายภายใต้หัวข้อ “Thailand’s Taste of Tomorrow: Fostering the Future of Food, Faith, and Flavours” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) และ Food Innopolis

สำหรับเอกลักษณ์ของงาน Thailand’s Taste of Tomorrow 2024 ได้รับแรงบันดาลใจจาก “วารีกุญชร” สัตว์ป่าหิมพานต์ในตำนาน โดยมีช้างสีม่วงพร้อมหู หาง และครีบสีชมพู ใช้เป็นสัญลักษณ์สะท้อนถึงยานพาหนะทางวัฒนธรรมที่จะนำพา FoodTech Startups ฝ่าฟัน Valley of Death และก้าวสู่ความสำเร็จในตลาดโลกด้วยพลังความร่วมมือจากทุกฝ่าย

บริษัท ไทย เอนโท ฟู้ด จำกัด ถือเป็น บริษัท Spin Off 100% จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีพันธกิจสำคัญคือ Feed the World with Sustainable Protein มุ่งสร้างนวัตกรรมโปรตีนคุณภาพสูงจากทรัพยากรที่ประเทศไทยมีศักยภาพ พร้อมทั้งใช้เทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Technology) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่เวทีโลก

การเข้าร่วมเวทีในครั้งนี้นับเป็นประสบการณ์ใหม่ที่สะท้อนให้เห็นถึงการผสมผสานความเป็นไทยเข้ากับเทคโนโลยีได้อย่างลงตัว ไม่เพียงนำเสนอผลิตภัณฑ์อาหารแห่งอนาคต แต่ยังถ่ายทอดอัตลักษณ์ไทยที่โดดเด่น แตกต่างจากประเทศอื่น ๆ กลายเป็นจุดขายที่ดึงดูดความสนใจของนานาชาติ และทำให้ผู้เข้าร่วมงานเห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในฐานะผู้พัฒนานวัตกรรมอาหารสู่ตลาดโลก

ChixTein จึงไม่ใช่เพียงผลิตภัณฑ์อาหาร แต่เป็นนวัตกรรมที่สะท้อนความสามารถด้านงานวิจัยและการสร้างธุรกิจเชิงนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยไทย อันจะเป็นกำลังสำคัญในการยกระดับประเทศ และเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการส่งเสริมสุดยอดนวัตกรรมอาหารเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

ขอบคุณภาพจาก: www.innolifethailand.com

ม.นเรศวร คว้ารางวัลเหรียญเงินจากเวทีนวัตกรรมนานาชาติ ณ เจนีวา

คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร ขอแสดงความยินดีกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สนธยา นุ่มท้วม อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์การเกษตร และ ดร.เสาวลักษณ์ รุ่งแจ้ง อาจารย์ประจำภาควิชาอุตสาหกรรมเกษตร พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.สุดารัตน์ เจียมยั่งยืน จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในนามทีม “BetterWhite” ที่ได้รับรางวัลเหรียญเงิน จากผลงานนวัตกรรมอาหารโปรตีนสูงจากไข่ขาว 100% ในงาน The 49th International Exhibition of Inventions Geneva ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส

การประกวดนวัตกรรมระดับนานาชาติครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 – 21 เมษายน 2567 โดยมีผลงานจากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ทั้งจากยุโรป เอเชีย และอเมริกา เข้าร่วมมากกว่า 1,000 ผลงาน ซึ่งนับเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทยได้แสดงศักยภาพด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีคุณภาพสู่สายตาชาวโลก

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ทำหน้าที่เป็นผู้คัดเลือกและสนับสนุนผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาของไทย จำนวน 37 แห่ง เพื่อเข้าร่วมประกวดในเวทีครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จที่ตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในการพัฒนางานวิจัยที่สามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์เชิงอุตสาหกรรมได้จริง

ผลงานนวัตกรรมอาหารโปรตีนสูงจากไข่ขาว 100% ของทีม BetterWhite มีแนวคิดหลักในการใช้วัตถุดิบที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และผ่านกระบวนการวิจัยเพื่อเพิ่มมูลค่า สอดคล้องกับความต้องการของตลาดอาหารเพื่อสุขภาพที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ

การได้รับรางวัลจากเวทีระดับโลกครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการยกระดับคุณภาพของงานวิจัยมหาวิทยาลัยนเรศวรเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการบูรณาการองค์ความรู้ด้านเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นเลิศทั้งด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการตอบโจทย์สังคม

นอกจากนี้ การเข้าร่วมเวทีเจนีวา ยังเปิดโอกาสให้นักวิจัยได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมกับผู้เชี่ยวชาญจากนานาประเทศ ซึ่งช่วยขยายเครือข่ายความร่วมมือด้านวิจัย และเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์สากล

ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยนเรศวรในการ ส่งเสริมนวัตกรรมการวิจัยสู่ภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าและสามารถแข่งขันได้ในเวทีนานาชาติ พร้อมทั้งสนับสนุนการพัฒนาประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมอย่างแท้จริง

ม.นเรศวร ขับเคลื่อนนวัตกรรม “อาหารเพื่อสุขภาพ” จากวัตถุดิบท้องถิ่น สู่การพัฒนาอาหารสำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วย NCDs อย่างยั่งยืน

วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม 2567 คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดกิจกรรม “Innovative Local Food for NCDs” ภายใต้โครงการ การขยายผลและเพิ่มขีดความสามารถการผลิตอาหารพื้นบ้านภาคเหนือสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะเคี้ยวกลืนลำบากและกลุ่มโรค NCDs สู่การผลิตเชิงพาณิชย์ โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพที่ตอบโจทย์กลุ่มประชากรเปราะบาง และสนับสนุนการยกระดับเศรษฐกิจชุมชนผ่านการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

บรรยากาศกิจกรรม “Innovative Local Food for NCDs” เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (KM Platform) ที่เปิดโอกาสให้นักวิชาการ ผู้ประกอบการ และชุมชน ได้ร่วมกันพัฒนาเมนู อาหารเพื่อสุขภาพ โดยใช้วัตถุดิบท้องถิ่น เช่น ธัญพืช ผักพื้นบ้าน และโปรตีนทางเลือก เพื่อต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับผู้สูงอายุ ผู้ที่มีภาวะเคี้ยวกลืนลำบาก และผู้ป่วยกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) กิจกรรมครั้งนี้จึงถือเป็นกลไกสำคัญในการบูรณาการองค์ความรู้ด้านโภชนาการ นวัตกรรม และการแพทย์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

ภาคเช้าของงาน ประกอบด้วยการบรรยายให้ความรู้เชิงวิชาการในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารยุคใหม่ โดยเริ่มจากหัวข้อ “การต่อยอดนวัตกรรมอาหารสู่การเป็นผู้ประกอบนวัตกรรมยุค New Normal” โดย ศาสตราจารย์ ดร.ภาวิณี ชินะโชติ ที่มุ่งเน้นให้เห็นถึงความสำคัญของการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัตถุดิบในท้องถิ่น และการปรับตัวของผู้ประกอบการอาหารในยุคเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อให้เกิดความยั่งยืนทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม

ต่อมาเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในหัวข้อ “อาหารท้องถิ่นสู่อาหารผู้สูงอายุเชิงพาณิชย์” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ยุทธนา พิมลศิริผล ซึ่งกล่าวถึงกระบวนการพัฒนาเมนูอาหารที่สอดคล้องกับหลักโภชนาการสำหรับผู้สูงอายุ พร้อมแนวทางการพัฒนาให้สามารถผลิตในเชิงพาณิชย์ได้จริง สร้างความมั่นคงทางอาหารและรายได้ให้แก่ชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ในหัวข้อสุดท้ายของภาคเช้า รองศาสตราจารย์ ดร.นิติพงศ์ จิตรีโภชน์ ได้บรรยายเกี่ยวกับ ระบบนิเวศด้านอุตสาหกรรมอาหาร (Food Industry Ecosystem) ที่เชื่อมโยงการผลิตอาหารปลอดภัยกับนวัตกรรมการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ เพื่อยกระดับมาตรฐานของผลิตภัณฑ์อาหารไทยให้สามารถแข่งขันในระดับนานาชาติได้ โดยยังคงรักษาความเป็นเอกลักษณ์ของอาหารท้องถิ่น

ภาคบ่ายของงานเป็นกิจกรรม Workshop การสร้างสรรค์อาหารพื้นถิ่นเพื่อสุขภาพ นำโดย คุณศศิกานต์ ศรีสังข์ และ คุณเอกวัฒน์ พันธาสุ ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ลงมือปฏิบัติจริงในการพัฒนาเมนูอาหารสำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วย NCDs โดยใช้วัตถุดิบท้องถิ่นที่สามารถหาได้ง่ายในชุมชน ทั้งนี้ได้เน้นกระบวนการผลิตที่ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และคำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการในทุกขั้นตอน

กิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.กรกนก อิงคนินันท์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยกล่าวถึงความสำคัญของการสร้างนวัตกรรมอาหารที่ไม่เพียงตอบโจทย์สุขภาพ แต่ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค และส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืนผ่านการพัฒนาองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีอาหาร

กิจกรรม “Innovative Local Food for NCDs” จัดขึ้นโดยความร่วมมือของหลายหน่วยงาน ได้แก่ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.), มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยนเรศวร, ศูนย์นวัตกรรมอาหารและบรรจุภัณฑ์ (Food Innovation and Packaging Center: FIN), โครงการพัฒนาเทคโนโลยีเกษตรอินทรีย์ (Organic Tech Accelerator Platform: OTAP NU) และเมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis) จากทั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และมหาวิทยาลัยนเรศวร

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการ แต่ยังเป็นการขับเคลื่อนแนวทางการพัฒนาอาหารเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืนของประเทศไทย ผ่านการเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางโภชนาการ วิทยาศาสตร์การอาหาร และการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อสร้างระบบอาหารที่เข้มแข็ง ปลอดภัย และเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของประชาชนทุกช่วงวัยในอนาคต

Sustainability

NARESUAN UNIVERSITY

Solverwp- WordPress Theme and Plugin